มากดไลค์และคอมเม้นพูดคุยกับไรท์นะคร้าา

ชื่อตอน : DEFEAT { EPPISODE 03 }

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 254

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 13:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DEFEAT { EPPISODE 03 }
แบบอักษร

03


ด้วยที่ตัวฉันอยู่บนตัวพี่ไนท์ จึงศอกเข้าไปที่ท้องอย่างแรง

กระโดดโหยงออกจากตัวพี่ไนท์ก่อนคว้าหนังสือเล่มหนาที่นั่งอ่านอยู่ก่อนหน้า

“ออกไปให้ไกลเลย” ฉันจริงจังนะ ถ้าเข้ามาฉันฟาดไม่ยั้งแน่ ปล่อยให้นอนบนเตียงไม่ทิ้งไว้ในห้องน้ำก็ดีเท่าไหร่แล้ว

พี่ไนท์มองงงๆ “บ้ารึเปล่าเนี่ย”

บ้าไม่บ้าแต่ก็พร้อมจะต่อกรกับพี่ไนท์แน่นอน เขามันโรคจิต

“ออกไป๊ ชิ่วๆ” เอ่ยไล่อีกรอบ ทำท่าประกอบว่าควรออกไปจากห้องได้แล้ว พร้อมพูดกำชับ “วันนี้ไม่ออกก็ได้”

“ยัยบ้า!!” พี่ไนท์บ่นๆแล้วออกไป

ฉันว่าตัวเองล็อคกลอนอย่างดีแล้วเขาเข้ามาได้ยังไง

ไม่รู้เห็นอะไรๆของฉันไปถึงไหนแล้ว

โอ้ยยยย

ไม่รู้มันแล้วโว้ยยย

.

.

.

.

[ จ๊ะจ๋า วันนี้หนูไปที่ร้านหน่อยได้มั้ยคินมันโทรมาหาแม่ว่าช่วงนี้มีปัญหานิดหน่อย ] ตั้งแต่แม่ทิ้งฉันไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่โทรมา

ไม่ได้คิดถึง โทรมาปุ๊บก็พูดถึงแต่เรื่องที่ร้านๆ

แม่ฉันเปิดร้านอาหารที่ดาดฟ้าโรงแรมใหญ่ใจกลางกรุง กิจการรุ่งเรือง แต่กลับต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้น

“ไม่อยากไป วุ่นวาย” เมื่อก่อนจะแค่ไปนั่งกินข้าวในครัวยังโดนแม่ด่าเช่นหมูหมาว่าเกะกะ

ทีแบบนี้อยากจะให้เข้าไปดูแล

[ โถ่จ๋า ช่วยแม่หน่อยเถอะ ตอนนี้เรื่องที่นี่ก็ยังไม่เสร็จเลย..] แม่พูดเสียงอ่อน อ้อนวอนงั้นหรอเห้ออ

“ถ้าว่าง….จะไป ไม่ว่าง….ไม่ไปเคนะ” พูดแบบก้ำกึ่ง เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่างานของตัวเองจะเสร็จมั้ย

[ขอบใจนะจ๋า ไว้ที่นี่อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางแล้วแม่จะติดต่อหนูไปอีกทีนะ] แม่พูดเสียงสั่นเครือ ก็เป็นแบบนี้ทุกที มีปัญหาก็จ๊ะจ๋า เวลาดีดี ก็ไม่เคยเห็นหัวฉัน

ตัดสายจากแม่จึงก้มทำงานในจอคอมให้เสร็จแล้วว่าจะแวะไปที่ร้านนั่นแหละ ติดตรงที่มันมีความวุ่นวายเล็กน้อยอีกอย่าง

.

.

ตรู้ดดดด

“วันนี้กลับเองไม่ต้องมารับ” รอปลายสายอย่างพี่ไนท์ ไม่นานเขาก็กดรับ

[ จะไปไหนอีก ...อืมมม อ๊ะ ] แม้ว่าแผ่วเบาแต่ชัดเจนว่าปลายสายคงไม่สะดวกคุยเท่าไหร่

ไม่อยากขัดจังหวะ ‘รัก’ ของเขานักหรอกนะ

“ธุระ ไม่ได้เที่ยว บอกแม่ไปแล้ว” ปฏิเสธสิ่งที่พี่ไนท์กำลังคิด “ยุ่งอยู่ไม่ใช่หรือไงเดี๋ยวก็ไม่เสร็จหรอก! เคนะพูดให้มันรู้เรื่อง”

[ เดี๋ยว…]

ตัดสายทิ้งฉับ ก้าวไปเรียกแท็กซี่แต่แล้วเรียกแล้วเรียกอีกจนมันขับผ่านไปสามคันก็ยังไม่จอด

วิธีสุดท้ายที่ชอบใช้ตอนหนีก็คือนั่งพี่วินนั่นเอง

แค่กระดิกมือสองทีรถมอไซค์ก็จอดเทียบตรงหน้า ต่างกันลิบลับ

“ไปตรงนี้ค่ะ” ยื่นแมปกูเกิ้ลในจอให้ดูพี่วินก็พยักหน้าหงึกหงัก

แม้ว่านั่งวินมันจะอันตรายปาดซ้ายทีขวาทีแต่มันเป็นทางสะดวกที่สุดในช่วงที่รถติดและต้องการความรวดเร็วเพราะสามารถเข้าลืบและซอกซอยง่าย

ครึ่งชั่วโมงต่อหน้าพี่วินก็จอดรถรับเงินไปจำนวนหนึ่งก่อนฉันจะเดินไปกดลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า...ร้านฉันเอง

ไม่กี่อึดใจลิฟต์ก็หยุดพร้อมประตูที่เปิดออก

แค่นั้นกลิ่นอาหารหลากหลายก็ประดังประเดเข้ามาพร้อมความชุลมุนที่เกิดขึ้น

พนักงานเดินกันควักไขว่น่าปวดหัว เลือกเดินเลี่ยงไปทางห้องครัวก็เจอพี่คินที่กดรับออเดอร์ไม่หยุดมือ

“พี่คิน” เรียกเสียงเบาแต่ก็สามารถหยุดการกระทำของคนตรงหน้าแล้วเรียกให้คนอื่นมารับช่วงต่อแทน

“จ๊ะจ๋า มาได้ไงเนี่ย” พี่คินยิ้มให้ฉันเช่นเดิม เขาไม่เคยเปลี่ยนเลย

“แม่ตามให้มาเห็นบอกว่าที่ร้านมีปัญหา” แต่ดูแล้วมันก็ปกติดีไม่ใช่หรือไง

“จะว่ามีมันก็ใช่แหละ….คือตอนนี้พนักงานหลายคนเตรียมจะออกน่ะ เชฟฝีมือดีที่มีอยู่ก็ข้อมือซ้นไปเมื่อวันก่อนเพราะรถล้ม” พี่คินร่ายยาวด้วยสีหน้าลำบากใจ “มีร้านคู่แข่งมาเปิดตรงข้ามโรงแรมตอนมาจ๊ะจ๋าเห็นรึเปล่า”

พยักหน้าเบาๆ เห็นอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะขายดีไม่ใช่เล่นด้วย

“นั่นแหละ เขาพยายามมาซื้อตัวพ่อครัวของร้านเราแล้วเหมือนว่าบางคนก็จะไป….”

“แล้วจ๊ะจ๋าจะช่วยอะไรได้ พี่ก็รู้ว่าหนูไม่อยากยุ่งเรื่องที่ร้าน” หากมีปัญหาหนักกว่าเดิมฉันเองนี่แหละที่จะโดนหางเลข

“โถ่ พี่รู้ว่าจ๊ะจ๋าทำได้ ขอร้องล่ะพี่ทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ” คำวิงวอนของพี่คินทำใจฉันอ่อนยวบ ไม่อยากจะรับปากเพื่อให้ความหวังใครนัก

“จ๊ะจ๋าไม่แน่ใจ” ฉันทำหน้าลำบากใจ แต่ในเมื่อมันคงจะเป็นความรับผิดชอบของฉันเพราะแม่ไม่อยู่ ก็คงต้องทำ

มองพี่คินที่เฝ้ารอคำตอบ แล้วระบายลมหายใจหนักๆทีนึง

“เห้ออ...แล้วจ๊ะจ๋าควรเริ่มจากตรงไหนก่อน?” ทางเลือกของฉันมันไม่มีจริงๆเลยสินะ

.

.

.

รอจนร้านปิดแล้วจึงเรียกรวมพนักงานเพื่อคุย

แค่ปรายตามองเหล่าพนักงานก็พากันหลบหน้าไปคนละทิศละทาง

ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลย??

“ใครจะลาออก” ถามเสียงเรียบ ใบหน้าซีดเซียวของพนักงานหญิงโครงหน้าคล้ายกันสองคนจึงยกมือขึ้น “ทำไมจะลาออก”

“คือแม่พวกเราสองคนป่วย แล้วที่บ้านก็ไม่มีคนดูแลค่ะ” ตอบอึกอัก เสียงเบาหวิว

“แล้วออกทั้งคู่ใครจะหาเงิน”

“...” ไม่ได้รับคำตอบใดๆ คาดว่าทั้งสองคงคาดไม่ถึงเช่นกันหากไม่ไตร่ตรองก่อนทางบ้านก็คงขาดรายได้

“คนที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนไป” เหลือเพียงสามคนคือฉันและทั้งสอง “นั่งก่อนเถอะ”

หยักยิ้มนิดหน่อย ผายมือให้นั่งตรงโต๊ะ

“ขอบคุณค่ะ” ถึงแม้ว่าตัวฉันจะไม่ได้เข้าร้านบ่อยก็เถอะ แต่พวกที่ร้านก็คงได้ยินเรื่องของฉันมาบ้าง

“แม่ป่วยเป็นอะไร”

“โรคหัวใจค่ะ” มีท่าทีสลดลงอย่างเห็นได้ชัด อดสงสารไม่ได้ “เร็วๆนี้ต้องผ่าเพราะหมอบอกว่ามีคนบริจาคหัวใจเข้ามาแล้วค่ะ”

“ค่าใช้จ่ายคงสูงน่าดู” ฉันก็ไม่ใช่คนใจร้ายขนาดไม่สนใจอะไรคนในร้าน

พยักหน้าน้อยๆก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้นสบตา

“เอาเป็นว่าฉันจะให้พวกพี่มาทำงานสลับกัน..แต่ให้ค่าจ้างเต็มเหมือนเดิม พี่จะได้ดูแลแม่กันคนละวัน” ยื่นข้อเสนอง่ายๆ แต่ได้ใจความ

หากไม่รับก็แค่หาคนใหม่ ประเด็นมันอยู่ที่การทำงานนี่แหละ หากคนที่มาใหม่เป็นพวกไม่มีประสบการณ์ก็จะเสียเวลาและช้าขึ้นไปอีก

“ขอบคุณคุณหนูจ๊ะจ๋ามากนะคะ ที่ให้โอกาสพวกพี่” คนหนึ่งถลาเข้ามาจับมือปรกๆ

“แต่ถ้าแม่พี่หายดีแล้วพี่ต้องมาทำงานเหมือนเดิมนะ”

หมดไปหนึ่งปัญหา แต่ก็ยังมีปัญหาอื่นรออีก

งั้นคืนนี้ก็ขอกลับบ้านไปนอนก่อนแล้วกัน ฉันว่าวันนี้ใช้สมองมากเกินไปมากจากที่ควรเป็น

ความคิดเห็น