miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 63

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 63
แบบอักษร



“ ฉันมีลูกแล้วว่ะ ” พลพูดขึ้นหลังจากที่ไม่ได้นั่งดื่มกับเพื่อนๆมาเสียนาน กรเองก็จัดการส่งหนึ่งไปอยู่คอนโดเรียบร้อย และนั่นคือการตัดขาดจากหลานของเพื่อนโดยสิ้นเชิงเพราะหนึ่งไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้กรอีกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะขยันทำงานมากขึ้นไปอีก คงไม่อยากไปทำที่อื่นแล้ว แต่เพื่อนของเขาวันนี้มันเมามากจนพูดไม่รู้เรื่อง หรือมันไปทำใครท้องมาก็ไม่รู้

“ หือ... มีกับใครวะไอ้หมอ? ” ปิงที่นั่งเงียบจิบเครื่องดื่มมึนเมาอยู่ถึงกับเอ่ยปากถามออกมา วันนี้เหมือนจะเป็นการนัดหมายกันดื่มตามประสาเพื่อนในรอบหลายเดือนเลยก็ว่าได้

“ มีกับหมอภีมนั่นแหละ ” ยิ่งพลพูดเพื่อนทั้งสองยิ่งดูมึนงงเข้าไปใหญ่ พลเองหายเงียบไปช่วงหนึ่งไม่ใช่อะไรหรอก เขาไปหาผู้ใหญ่ฝ่ายของภีมมาและแสดงเจตนาชัดเจนว่าชอบพอหมอภีมอยู่

“ มึงข่มขืนหมอหรอ? ” ปิงถามขึ้นอย่างสงสัย กรเองก็มองอย่างสงสัยเหมือนกัน นี่ใจคอเพื่อนของเขาเห็นว่าการบังคับขืนใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำกันปกติหรือไง?! บ้าไปแล้ว เขาจะต้องจับเพื่อนทั้งสองตรวจสมองอย่างจริงจังแล้วล่ะ

“ ข่มขืนบ้าบอ ฉันไม่ทำแบบพวกแกหรอก ” พลพูดอย่างหงุดหงิด เขาไม่เคยต้องบังคับขืนใจใครหรอก ไม่ใช่ว่าถูกใจใครก็ฉุดมาเสียที่ไหนกัน ถึงตอนพาหมอภีมมาด้วยเขาจะไม่เต็มใจเท่าไหร่ก็เถอะ แต่นั่นมันวิธีหวาดล้อมไม่ใช่ฉุดคร่า

“ งั้นหมอภีมก็ท้องกับคนอื่นน่ะสิ ” กรพูดขึ้นบ้าง เขาไม่ได้มีอารมณ์อยากกวนประสาทเพื่อนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะพูดแต่เรื่องจริงจังเป็นงานเป็นการ ไม่ก็เรื่องในชีวิตทั่วไปเท่านั้นเอง เขาไม่มีการพูดกวนแกล้งเพื่อนตั้งแต่เข้ามาทำงานเต็มตัวแล้ว

“ หมอภีมไม่ได้ท้อง! ภีมแค่ผ่าคลอดและเซ็นชื่อรับเป็นพ่อเด็กเชยๆ เพราะแม่ของเด็กตาย ภีมไม่อยากให้น้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า น้องเป็นผู้หญิงชื่อฟ้าใหม่ หาของมารับขวัญหลานด้วย พวกเรานี่มีลูกก่อนแต่งทุกคนเลยว่ะให้ตาย ” พลพูดขัดก่อนที่เพื่อนจะคิดอะไรแปลกๆไปมากกว่านี้ เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องดีหรอกที่แม่จริงๆของน้องฟ้าใหม่ตาย หลังจากผ่าคลอดได้สำเร็จ แม่ของน้องได้ขอดูหน้าน้องเป็นครั้งสุดท้าย และได้ตั้งชื่อน้องว่าฟ้าใหม่ ก่อนจะฝากน้องกับหมอภีมและค่อยๆหลับไปอย่างสงบ เพราะตัวแม่ของน้องไม่มีญาติที่ไหนที่พอจะรับเลี้ยงน้องได้อีกแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นไปตามขบวนการของตำรวจซึ่งเขาให้เพื่อนช่วยอย่างเต็มที่ และสืบสวนจนได้เรื่องว่า แม่ของน้องได้ถูกสามีทิ้งหนีไปกับเมียน้อย โดยที่เอาเงินที่เธอเก็บไว้เพื่อเลี้ยงดูน้องและค้ารักษาตัวตอนคลอดไปจนหมด เธอวิ่งตามออกมาโดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายจึงถูกรถชน

“ อืม..//..อืม ” เพื่อนที้งสองขานรับ เขาเคยคิดว่าคงไม่สามารถมีเมียและแต่งงานได้ เนื่องด้วยสถานะของตัวเองไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ มีศัตรูมากมาย แต่พอมีคนที่รักพวกเขาก็พร้อมจะปกป้องเหมือนกัน

“ ไอ้ปิง ฉันได้ยินมาว่าแกเทคโอเวอร์โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่หรอวะ? นี่หวงลูกจนถึงขั้นซื้อโรงเรียนเลย ดีนะแค่ซื้อถ้ามึงไปเป็น ผ.อ โรงเรียนขึ้นมาคงน่าขำ ” หลังจากที่พูดเรื่องนี้ขึ้น ทำเอาปิงขำในลำคอขึ้นมา คนที่รบเร้าให้เขาซื้อก็คือปลาเก๋านั้นแหละพูดว่า ‘ซื้อโรงเรียนนี้มาเลยนะครับ ผมจะไปเป็น ผ.อ ’ แต่เขาก็รู้หรอกว่าแค่พูดเล่นเฉพราะเวลาที่ลูกชายมีแผลขีดข่วนกลับบ้านมา

“ ฉันไม่เป็นหรอก แต่ปลาเก๋าไม่แน่ วันก่อนเห็นรอยเล็บที่คอชิน เมื่อวานรีบไปโรงเรียนชินแต่เช้าเลยล่ะ ” ปิงพูดถึงคนตัวเล็กที่รีบไปที่โรงเรียนมาเมื่อวาน ไปบอกคุณครูที่ดูแลเด็กว่าจะบริจากของเล่นพัฒนาการเด็ก เพราะว่าน้องแย้งของเล่นกับเพื่อนเลยได้แผลกลับบ้านมานี่แหละ

“ เด็กก็เล่นกันแรงธรรมดา พวกเด็กไม่ค่อยผ่อนแรงกันหรอก ยิ่งตอนแย่งของเล่นกันนี่ยิ่งหนักเลย วิ่งไล่ตีกันร้องไห้แน่นอน ” พลที่รู้ดีเรื่องเด็กพูดขึ้น เพราะพฤติกรรมของเด็กนั้นควบคุมได้ยากเพราะเด็กไม่รู้วิธีขอเล่นถ้าผู้ปกครองไม่สอนตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งเป็นเด็กที่ถูกตามใจมากๆพอถูกขัดใจเข้าก็จะใช้กำลังเป็นทางออก

“ แต่คนเป็นพ่อแม่คือ ถ้าเห็นลูกเจ็บ ไอ้เด็กที่ทำให้เจ็บต้องเจ็บกว่า ” กรพูดขึ้นบ้าง ถึงพ่อเขาจะไม่ได้โอ๋มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำอะไรเขาได้ง่ายๆ ยิ่งเขามีลูกเองแล้วความคิดที่จะต้องดูแลและปกป้องมันก็จะประมาณนี้แหละ

“ เด็กเขาเล่นกันไม่รู้ประสาหรอก ผู้ใหญ่ต่างหากที่ควรสอนให้เด็กรู้จักเล่นด้วยกันดีๆ ” พลเองก็พูดในสิ่งที่เขาเคยเรียนมา อารมณ์เด็กฝึกสอนได้ง่าย อย่างเช่นหิวน้ำก็ให้ขอกินน้ำ ผู้ใหญ่ให้ของก็ต้องยกมือไว้ขอบคุณ และเราสามารถสอนให้ลูกพูดจากสุภาพเพียงแค่เราพูดเพราะๆกับลูก เด็กๆเขาก็จำเขาไปใช้ต่อได้เอง

“ ฉันต้องไปเรียนเป็นครูสอนเด็กอนุบาลไหม? ” ปิงพูดพลางเลิกคิ้วกวนเพื่อน เขารู้ดีว่าพลเรียนด้านนี้มาเลยเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากกว่า ถ้าจะให้เขามานั่งจับอารมณ์เด็กว่าต้องการอะไรหรือสอนแบบไหน นั่นมันก็ยากเขาไม่ใช่คนอ่อนโยนเหมือนเพื่อนเขา

“ ก็ไม่ถึงขนาดนี้นหรอก แค่สอนให้แบ่งกัน อย่าไปสอนว่าอยากได้ก็แย่งเอาสิวะ ผลประโยชน์ไม่ได้มีแค่การแย่งชิงนะ ” พลพูดขึ้นบ้าง เพียงแค่เราสอนลูกให้ขอเล่นกับเพื่อนดีๆ เพื่อนเขาก็ให้เล่นด้วยแล้ว จะไปขู่เล่นด้วยได้ไงล่ะ ยิ่งซื้อเพื่ิอนด้วยเงินยิ่งแล้วใหญ่ หาเพื่อนแท้ไม่ได้หรอก

“ เอาเถอะ ว่าแต่เราสามคนใครจะแต่งก่อนกันวะ ” กรว่าขึ้นมาหลังจากคุยกันเรื่อยเปื่อยจนประเด็ดมาตกอยู่ที่เรื่องลูกและครอบครัวเนี่ย บอกกันตามตรงที่นั่งอยู่นี่ไม่ทันได้แต่งงานกันสักคน เมียน่ะมีแล้วแต่ยังไม่ได้แต่ง ยกเว้นหมอพลนะรายนั้นเขาบอกว่าเอาไว้ดื่มด่ำกับวันเข้าห้องหอ คุณหมอจะไม่ยอมชิงสุกก่อนห่าม คุณหมอคนดี..

“ แต่งพร้อมกันเลยไหม? ” ปิงถามพลางเลิกคิ้ว แต่เขายังไม่มีแพลนว่าจะขอปลาเก๋าแต่งงานเลย อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ก็อยู่กันแบบผัวเมียอยู่แล้ว ถ้ามีลูกได้เขาคงตั้งทีมฟุตบอลได้สองทีมแล้วล่ะ

“ ฉันว่าอีกซักสามปีจะขอขิงแต่งงาน รอลูกโตอีกหน่อยและรอให้ฉันเตรียมพร้อมทุกอย่างก่อน ดื่มฉลองมัดจำไว้ก่อนเลย ”










......... 3ปีผ่่านไป .........


สามปีผ่านมาไวอย่างกับโกหก ขิงยังจำวินาทีที่ลูกชายเรียกเขาว่าแม่ได้อยู่เลย แต่วันนี้เป็นวันที่เขาจะต้องไปส่งลูกชายไปเรียนเป็นวันแรกเหมือนกัน

“ ชุดนักเรียนคับไปหรือเปล่าครับลูก รองเท้าใส่ได้ไหมครับ แล้วหนาวไหมลูกน้องซัน น้องกันต์หิวหรือเปล่าครับ หรือมีใครอยากเข้าห้องน้ำไหมบอกแม่เลยนะครับ ” คนเป็นแม่ถามลูกชายสารพัดแบบเดิมซ้ำมากว่าสี่รอบแล้ว ตอนนี้คงไม่มีใครตื่นเต้นไปกว่าขิงอีกแล้วล่ะ

“ ขิงถามลูกมาหลายรอบแล้วนะ เดี๋ยวลูกก็กลัวขึ้นมาแล้วไม่อยากไปโรงเรียนหรอก ” กรที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องหลังแต่งตัวเสร็จ เขามองดูคนตัวเล็กถามลูกเยอะแยะเพราะความเป็นห่วง แต่ดูเหมือนจะมากไปจนกลายเป็นว่าคุณแม่ของเด็กๆกำลังกระวนกระวาย

“ ก็ลูกยังเด็กนี่ครับ ผมกลัวว่าแกจะไม่กล้าบอกเองเลยต้องคอยถามบ่อยๆ ” ขิงตอบอ้อมแอ้ม ยอมรับเลยว่าเป็นห่วงและหวงลูกมาก ตอนที่ลูกๆก้าวเดินได้ครั้งแรกยังมีแม่อย่างเขาคอยพยุง จนตอนนี้ลูกวิ่งได้และกำลังจะไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่าโรงเรียนและเพื่อนใหม่ เขาเลยอดห่วงไม่ได้จริงๆ

“ อย่าห่วงไปเลย ลูกของเราเก่งขิงเองก็รู้ โดยเฉพาะเจ้าแสบคนเล็กน่ะ ” กรพูดปลอบใจขิง ที่ว่าลูกชายคนเล็กนั้นแสบก็ไม่ได้ผิดไปจากที่กล่าวเลย กันต์มักจะทำอะไรให้แปลกใจได้เสมอ ความคิดของเด็กน้อยนั้นทำเอาผู้ใหญ่หลายคนถึงกับหัวหมุน แต่ทุกคนในบ้านก็รักและเอ็นดูลูกของเขามาก โดยเฉพาะปู่ของเด็กๆ

“ แสบก็จริงครับ แต่น้องกันต์อาจจะไปเลียนแบบพฤติกรรมแปลกๆมาก็ได้ คุณก็รู้ว่าน้องกันต์ชอบเลียนแบบคนที่ตัวเองคิดว่าเท่ห์ ” นั่นเป็นเรื่องจริงที่น่าปวดหัว เมื่อหลายวันก่อนขิงเปิดการ์ตูนเรื่องดังให้ลูกๆทั้งสองดู ปรากฏว่าน้องกันต์คิดจะออกไปตามหาวันพีชซะงั้น แถมกดวิดีโอคอลไปหาปู่บอกว่าอยากได้เรือเพื่อที่จะออกทะเล ปู่ก็เล่นใหญ่ถามหลานชายว่าจะเอาเรือยอร์ชหรือเรือสปีช ทำเอาขิงต้องบอกว่ารอสูงเท่าพ่อก่อนค่อยออกเรือ ไม่คิดว่าการ์ตูนจะทำให้เด็กอยากเลียนแบบได้ขนาดนี้

“ หึหึ มันก็แค่ชั่วคราวน่ะ พอโตขึ้นก็เลิกไปเอง อีกอย่างซันเองก็เรียนห้องเดียวกันไม่ต้องห่วงหรอก ” กรว่าขึ้นมา ที่จริงน้องซันเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อ จะออกแนวสุขุมพูดน้อย แต่เด็กก็คือเด็ก กรเองก็ไม่ได้บังคับให้ลูกต้องเป็นแบบไหนหรือให้ทำตามความต้องการของกร เขายอมรับทุกอย่างได้อยู่แล้ว แค่มีลูกได้ชีวิตของเขาก็ปาฏิหาริย์มากพอแล้ว

“ ขนาดซันเองยังส่ายหน้าให้เลย มีที่ไหนมาบอกว่าอยากเป็นพี่บ้างเพราะหน้าตาเหมือนกัน เลยอยากเป็นพี่ไม่อยากเป็นน้องแล้ว ” ขิงยิ้มอ่อนใจเมื่อนึกถึงตอนที่ลูกชายคนเล็กงอแงอยากจะเป็นพี่ชาย ทำเอาเขาต้องอธิบายสารพัด และช่วงนี้เขารู้สึกเหนื่อยกว่าปกติอีกต่างหาก สงสัยเหนื่อยเพราะความซนของลูกชายเนี่ยแหละ

“ แม่ครับรีบๆไปโรงเรียนเถอะครับ น้องกันต์อยากเจอเพื่อนเยอะๆแล้ว ” ลูกชายของเขาเร่งอยากไปโรงเรียน ทั้งที่คนเป็นแม่แทบไม่อยากให้ลูกชายก้าวขาออกจากบ้าน อะไรจะห่วงขนาดนั้นก็ไม่รู้

“ ครับๆ รอแม่หยิบขนมใส่กระเป๋าให้น้องกันต์กับพี่ซันก่อนนะครับ ” เขาบอกลูกชายก่อนจะเดินไปรับขนมคุกกี้ที่อบเองมาใส่กระเป๋าให้ลูกทั้งสอง ทำเองเขาสามารถควบคุมน้ำหรือส่วนผสมต่างๆได้

“ เรียบร้อย.. ไปกันเถอะครับ ”









...........

ลูกๆของกรเข้าโรงเรียนแล้ววววว ไม่มีไรจะฝอย เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้าจ้าาาา

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น