Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 30 Good boy

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 30 Good boy
แบบอักษร

 

Chapter 30 Good boy 

ภายในโถงของคฤหาสน์หลังงามของตระกูลออสซินี่ที่ได้รับการสืบทอดมายังรุ่นสู่รุ่น ความเก่าแก่โบราณและการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามยิ่งส่งเสริมให้ชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์ที่ก้าวเดินลงมาจากบันไดอย่างช้าๆดูน่ายำเกรงในที แต่ใครจะไปรู้ ภายใต้รอยยิ้มที่เผยอแย้มออกมาอย่างเป็นมิตร มิคาเอล ออสซินี่กำลังรู้สึกหงุดหงิดแขกทั้งคู่นี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากการมาของอีกฝ่ายดันมาขัดขวางช่วงเวลาเร่าร้อนของเขาและลูกแมวตัวน้อย

ตรงหน้าเขาคือชายชรารูปร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองธรรมดา ชายชรายืนขึ้นทันทีที่เห็นคนมาใหม่ แผ่นหลังตั้งตรง ใบหน้าเหี่ยวย่นประกอบไปด้วยรูปลักษณ์ชาวอารยันสายเลือดแท้ซึ่งเป็นที่ยกย่องของคนในตระกูลออสซินี่เป็นอย่างมากแตกต่างจากชายหนุ่มผู้นำตระกูลคนปัจจุบันที่มีสายเลือดของหญิงชาวอังกฤษอยู่ครึ่งหนึ่ง

“เชิญนั่งเถอะครับ อลาริค”

ชายชรานั่งลงพร้อมกับเด็กหนุ่มด้านข้าง เขาเดินทางมายังคฤหาสน์แห่งนี้ทันทีที่รู้ข่าวว่ามิคาเอลกำลังเดินทางกลับมา “ไม่กลับมาที่นี่นานเลยนะ สบายดีรึเปล่า”

“ครับ ผมสบายดี” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวกว้างฝั่งตรงข้ามเอ่ยออกมาอย่างผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวยกขึ้นหยิบถ้วยน้ำชาฤดูร้อนที่แม่บ้านนำมาเสิร์ฟขึ้นจิบอย่างเป็นธรรมชาติ

“เอาเถอะ เธอก็เห็นแล้ว นี่ลูกชายคนเล็กของฉัน คาเรน”

“ส...สวัสดีครับ”

เด็กหนุ่มรูปงามเอ่ยออกมาเสียงสั่น ใบหน้างดงามแดงก่ำเหลือบมองคนที่มองมาครู่เดียวก่อนที่จะหลุบตาลงราวกับลูกนกตัวน้อย ในสายตาของผู้เป็นพ่อรู้สึกว่าท่าทางเช่นนี้ดูอ่อนแอไปบ้างแต่ก็เข้ากับลักษณะบอบบางน่ารักของลูกชายมาก

มิคาเอลปรายตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก่อนที่จะหันกลับมามองผู้เป็นอาพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เด็กคนนี้ถือว่าตรงกับความชื่นชอบของเขามาก หากเป็นเมื่อก่อน เขายอมรับว่าจะต้องเอาอีกฝ่ายมาเป็นคู่นอนอย่างแน่นอน แต่เวลานี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับคนที่อยู่ด้านบนนั่นทั้งนั้น

“ผมไม่ยักรู้ว่านอกจากเจสัน คุณยังมี ลูกชายอีกคน”

อลาริคมีสีหน้าลำบากใจ ชายชราบอกให้ลูกชายคนเล็กไปเดินเล่นในสวนไปก่อน คาเรนพยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนที่จะเดินตามแม่บ้านร่างท้วมออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองเจ้าของคฤหาสน์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นหลังของลูกชายห่างออกไป ชายชราจึงหันกลับมาหาคนที่ยังรอฟังคำตอบอยู่เบื้องหน้า “มันเป็นความผิดพลาดของฉันเอง เป็นความผิดครั้งใหญ่ในชีวิต ฉันทำได้แค่เลี้ยงดูคาเรนด้วยเงินมาสิบเจ็ดปี จนแม่ของคาเรนพึ่งเสียชีวิตไปกะทันหันเมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉันจึงต้องรับเขามาอยู่ด้วยกัน เพียงแต่...”

เรื่องที่เขาดันเผลอไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น และเรื่องที่เธอคนนั้นมีลูกให้เขาอีกหนึ่งคน ภรรยาของเขารู้ดี และยังจำใบหน้าเมื่อตอนที่เธอเข้ามาเห็นเขาในห้องนอนเมื่อวันนั้นได้ไม่ลืม ตั้งแต่วันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นมาพบเขาที่บ้านทันทีที่รู้ว่าในท้องมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ เหตการณ์ในวันนั้นทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหนีออกจากบ้านมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้และไม่ยอมพูดคุยกับเขาอีกเลย เขาทำได้เพียงปฏิเสธการรับเธอเข้ามาอยู่ด้วยกันเพราะภรรยาของเขาไม่มีทางยินยอม แต่เวลานี้ลูกชายคนเล็กที่เขาไม่เคยเหลียวแลคนนั้นไม่เหลือมารดาผู้เป็นที่พึ่งอีกต่อไปแล้ว ถึงกระนั้นภรรยาของเขาก็ยังมองดูเขาด้วยสีหน้าเย็นชา

'ถ้าคุณจะให้เด็กคนนั้นเข้ามา ดิฉันก็ยินดีจากไปค่ะ แต่คุณเองก็ต้องตอบคำถามเจสันด้วยว่าทำไมฉันถึงออกไปจากบ้านหลังนี้' 

นี่เป็นอีกเรื่องที่เขารู้สึกคิดหนักไม่แพ้กัน

“เห็นแก่ที่ฉันผลักดันเธอขึ้นมายังตำแหน่งนี้ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ฉันจะไม่ขอร้องอะไรอีก จนกว่าฉันจะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ ได้โปรดให้คาเรนอยู่ที่นี่สักพัก” หลังพูดจบชายชราก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างที่แทบจะไม่เคยทำให้ใครมาก่อนโดยเฉพาะกับคนรุ่นลูก

เสียงถ้วยชากระทบจานรองดัง กึก ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ดีสำหรับคนที่รอคอยคำตอบอยู่มากนัก

“คุณเข้าใจผิดอยู่อย่างหนึ่งนะครับ อลาริค” ในตาเรียวยาวสีมรกตสว่างวาบ จ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามราวกับมองเหยื่อธรรมดาที่ไม่น่าสนใจนัก รอยยิ้มที่เผยอขึ้นเมื่อครั้งเอ่ยปากไม่ได้ทำให้เหงื่อที่ชุ่มอยู่บนหลังของอีกฝ่ายลดลงไปแม้แต่น้อย

“ตำแหน่งที่ผมอยู่ตอนนี้ เป็นสิ่งที่ผมไขว่คว้ามาด้วยตัวของผมเอง ส่วนคุณแค่ยืนอยู่ฝั่งผมเพราะลูกชายของตัวเองผมคิดว่าคุณคงรู้สึกขอบคุณเจสันมาตลอดที่เขาหนีมาอยู่กับผม ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องไปอยู่กับคนอื่นๆ”

“ฉัน ฉันไม่ได้...มิคาเอล”

“เอาเถอะครับ เห็นแก่ที่คุณเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เหลืออยู่และหลายปีมานี้เจสันก็ทำงานได้ดี ผมจะตอบรับคำขอร้องของคุณ แค่ลูกชายของคุณไม่สร้างปัญหาก็พอ”

“ไม่ ไม่แน่นอน ฉันขอบคุณมาก แล้วตอนนี้เจสัน เขาอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ”

“ผมให้เขาไปทำงานสำคัญอย่างหนึ่ง คงไม่กลับมาในเร็วๆนี้ ไม่ใช่ว่าคุณรู้อยู่แล้วเหรอครับ”

“ไม่ จะเป็นไปได้ยังไง”

“เอาเถอะครับ ในเมื่อคุณก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ส่วนผมก็มีธุระสำคัญต้องไปทำ คงต้องขอตัวก่อน”

“เชิญตามสบาย ฉันต้องขอบใจอีกครั้ง หลังจากคุยกับคาเรนเสร็จแล้วฉันจะกลับไปทันที”

มิคาเอลเรียกแม่บ้านอีกคนมาสั่งเรื่องที่พักของแขกคนใหม่ ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของชายชราที่หายลับไปก่อนเรียกชายในชุดสูทดำด้านข้างมาสั่งการ “เปลี่ยนลูกน้องชั้นสามใหม่ทั้งหมด”

“ครับท่าน”

 

อคิราห์เดินสำรวจไปรอบๆห้องของเจ้าของคฤหาสน์ ห้องนอนกว้างขวางไม่ได้บ่งบอกลักษณะนิสัยของเจ้าของห้องเลยแม้แต่ส่วนเดียว ราวกับได้มาอย่างไรก็ใช้อย่างนั้น จะมีก็แต่ภาพวาดสีน้ำมันรูปดอกกุหลาบที่แขวนอยู่บนผนังรูปเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นของเจ้าตัวเอง โดยมากคฤหาสน์ลักษณะนี้มักจะมีห้องลับหรือทางฉุกเฉินอยู่ และเขามั่นใจว่าห้องนี้ก็ต้องมีเหมือนกัน เด็กหนุ่มเดินสำรวจไปตามผนังห้องแต่ยังไม่มีตรงจุดไหนน่าสงสัย

แกร๊ก... 

“หาอะไรอยู่เหรอที่รัก”

ในตอนที่มิคาเอลเดินเข้ามา เด็กหนุ่มก็ไม่มีท่าทางชะงักใดๆ เขายังคงหาต่อไปแม้ว่าเจ้าของห้องจะจับได้แล้วก็ตาม

“ห้องลับไงครับ”

“อ้อ ดึงชั้นหนังสือด้านขวาสุดออกมาสิ ประตูอยู่ด้านหลัง ส่วนรหัสก็อืม...ไว้เปลี่ยนเป็นสัดส่วนของเธอแล้วกัน”

อคิราห์ลองดึงชั้นหนังสือที่ว่าออก แม้จะหนักไปสักหน่อยแต่ร่างกายของเขาในเวลานี้ก็ยังสามารถดึงมันออกได้ไม่ยากนัก ด้านหลังเป็นประตูนิรภัยที่มีช่องใส่รหัสอย่างที่อีกฝ่ายบอก “ด้านหลังจะทะลุไปที่ไหนครับ”

“อยากไปมั้ยล่ะ”

“หวังว่าจะไม่ใข่ที่แปลกๆนะครับ”

เบื้องหลังประตูไม่ได้ดูมืดมิดหรือมีฝุ่นเขรอะเหมือนกับห้องลับที่อื่น ถึงอากาศด้านในจะน้อยและมีกลิ่นอับอากาศอยู่บ้าง ไฟตามทางเดินสว่างขึ้นมาทันทีที่พวกเขาเดินผ่าน อคิราห์เดินตามหลังอีกฝ่ายไปอย่างเงียบๆ จนถึงขั้นบันไดล่างสุด เปลี่ยนจากกำแพงแคบๆเป็นคูระบายน้ำเป็นทางยาวที่แห้งไปแล้ว มองเห็นอีกฟากเป็นบานประตูนิรภัยลักษณะเดียวกัน

“ด้านหลังประตูบานนี้เป็นทางเดินใต้ดินออกจากคฤหาสน์ไปถึงบ้านของผู้ดูแลที่ดินคฤหาสน์ออสซินี่ ครอบครัวพวกเขาดูแลคฤหาสน์หลังนี้มาหลายทศวรรษ หนึ่งในนั้นยังเป็นคนที่เธอพบอยู่แทบทุกวันอีกด้วย”

“มาเรีย?”

“ถูกต้อง”

อคิราห์ไม่คิดมาก คนของมิคาเอลที่เขารู้จักมีแค่ลุคและมาเรีย เขาเพียงแค่เดาชื่อมาเรียเป็นคนแรกเท่านั้น “ทำไมถึงไว้ใจผม”

“เพราะฉันรักเธอยังไงล่ะอคิราห์ที่รัก คนรักกันต้องไว้ใจกันเป็นธรรมดาอยู่แล้วนี่”

“ขอความจริงครับ” แน่นอนว่าคำพูดหวานหูแทบทุกคำที่คนๆนี้พูดออกมาเป็นเพียงแค่คำที่อีกฝ่ายเคยชินกับการพูดกับคู่นอนเท่านั้น น้อยครั้งที่มิคาเอลจะเอ่ยความรู้สึกที่อยู่ในใจ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายพูดความจริงหรือล้อเล่น

“ก็ได้ๆ อันที่จริงแล้วฉันมั่นใจว่าต่อให้เธอทรยศฉัน มันคงไม่ได้ส่งผลกระทบกับฉันมากนัก เมื่อถึงเวลานั้นฉันแค่ต้องฆ่าเธอซะ...แม้ว่ามันอาจจะเจ็บปวด” คนที่ทำสีหน้าสบายๆอยู่เมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “บอกกับฉันสิอคิราห์ ว่าเธอจะไม่ทำอย่างนั้น” ชายหนุ่มรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น

“ผมไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ผมจะไม่บอกใคร ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ” เด็กหนุ่มพูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังอย่างกับกำลังให้คำสัญญา ท่าทางนั้นทำให้คนที่กำลังอยู่ในโหมดเคร่งขรึมต้องรู้สึกอ่อนยวบ

“เด็กดี” 

--------------------------------------------------------------------  

Talk สามสิบตอนแล้ว ยังไม่ถึงครึ่งเรื่องเลยมั้ง ตอนนี้แนะนำตัวละครใหม่อีกสองคือท่านอา อลาริคพ่อของเจสันที่จบจากนี้จะไม่ค่อยมีบท และนุ้งคาเรนนะจ๊ะ #อาคิและลุงของเขา Crystal 

ความคิดเห็น