Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 27 Let's Do the Match

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 27 Let's Do the Match
แบบอักษร

 

Chapter 27 Let's Do the Match 

กว่าหนึ่งวันเต็มหลังจากนั้นที่อคิราห์รู้สึกว่ากำลังโดนหลบหน้าโดยใครบางคน หรืออาจจะเรียกได้ว่า อีกฝ่ายเริ่มปฏิบัติต่อเขาเหมือนมนุษย์มนาคนอื่นบ้างแล้ว เป็นค่ำคืนแรกหลังจากขึ้นเรือลำนี้มาที่อคิราห์ได้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางนอนเหยียดตรงบนเตียงฝั่งประจำของตัวเองโดยที่ด้านข้างมีเพียงฟูกที่ว่างเปล่า น่าประหลาดที่คืนนี้มิคาเอลหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา และที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าคือ...เขานอนไม่หลับ 

อคิราห์นอนตาเบิกโพลงจ้องมองเพดานว่างเปล่าด้านบน วันนี้คลื่นลมแรงเล็กน้อยจนรับรู้ได้ถึงเรือที่โคลงตัวไปมา เด็กหนุ่มคิดว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขานอนไม่หลับ แต่ในอีกส่วนหนึ่งเขาก็รู้ดีว่ามีบางอย่างกำลังรบกวนจิตใจอยู่ แม้ปกติก็ไม่เคยหลับสนิทอยู่แล้วแต่คืนนี้กลับเป็นคืนที่ความรู้สึกและความคิดของเขาตีกันยุ่งเหยิงไปหมด เด็กหนุ่มลืมตาตื่นมาในตอนเช้าตามปกติแม้พึ่งได้นอนหลับไปแค่สองชั่วโมง ไม่มีใครมากอดรัดและจูบอรุณสวัสดิ์เหมือนทุกวัน เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่งถึงค่อยก้าวออกจากห้อง

มิคาเอลนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่งในทุกๆ วัน ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้คนที่เดินเข้ามาหา “ตื่นแล้วเหรอ มาทานมื้อเช้าด้วยกันสิ”

แม้ว่าจะเป็นคำพูดปกติธรรมดา แต่เมื่อออกมาจากปากอีกฝ่ายทุกอย่างกลับดูผิดปกติไปหมด อคิราห์นั่งลงตามคำเชิญ เขามองหน้าคนที่กำลังมองบางอย่างในมือถืออยู่เงียบๆ โดยมีมาเรียที่กำลังเสิร์ฟอาหารเช้าวุ่นอยู่ตรงหน้าเป็นพักๆพวกเขานั่งทานอาหารเช้ากันอย่างเงียบๆ ก่อนที่มิคาเอลจะขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์และไม่กลับเข้ามาอีก

เขาไม่ชอบอีกฝ่ายที่เป็นแบบนี้ ไม่ชอบยิ่งกว่ามิคาเอลที่ชอบพูดจากวนประสาทเสียอีก มิคาเอลกำลังโกรธอย่างไม่ต้องสงสัย โกรธเพราะคำพูดของเขา แต่เพราะอะไรล่ะ อคิราห์นั่งทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนซ้ำไปซ้ำมา ทั้งพยายามคิดว่าเขาพูดอะไรผิดไป หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองคงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นมาจริงๆ เขากลับต้องมานั่งคิดหาเหตุผลอยู่อย่างนี้อย่างห้ามความคิดตัวเองไม่ได้ จนมาเรียเข้ามาจัดการกับจานชามบนโต๊ะอีกครั้ง อคิราห์ก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น

“ตอนนี้มิคาเอลอยู่ที่ไหนครับ”

มาเรียเก็บมือกลับ “นายท่านพึ่งเดินขึ้นไปชั้นบนค่ะ” เมื่อตอบคำถามเสร็จเธอก็จัดการเก็บโต๊ะต่อ

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มนั่งหมุนแก้วด้านหน้าไปมาอยู่อย่างนั้นแม้ว่าจะได้รับคำตอบแล้วก็ตาม เขาสังเกตเห็นว่าวันนี้มาเรียออกจะทำงานช้ากว่าปกติ เขาไม่เคยคุยกับมาเรียอย่างจริงจังมาก่อนเนื่องจากทุกครั้งที่ทำงานเสร็จอีกฝ่ายก็จะหายไปทันที

“มาเรียรู้จักมิคาเอลมานานแค่ไหนครับ”

เธอหยุดมือจากการทำทุกอย่างทันทีเหมือนคราวที่แล้ว “ตั้งแต่จำความได้ค่ะ”

“งั้นเหรอครับ” คำตอบของอีกฝ่ายก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของเขามากนัก

“คาดว่าอยู่ที่ห้องหนังสือทางปีกขวาค่ะ”

“ครับ?” ไม่ทันได้ถามต่อมาเรียก็เดินออกไปแล้ว เมื่อทบทวนคำพูดของแม่บ้านสาวเขาก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเด็กหนุ่มลุกขึ้น เขาตั้งใจว่าจะขึ้นไปคุยกับมิคาเอลตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพียงแค่ถูกมาเรียเรียกความสนใจไปชั่วครู่ เขาคิดว่าต่อให้นั่งคิดอยู่อย่างนี้ต่อไปก็คงไม่ได้คำตอบ เข้าไปคุยกับต้นเหตุเสียเลยดีกว่า

แม้ร่างกายตอนนี้ยังเป็นวัยรุ่น แต่ภายในก็คือหนุ่มรุ่นใหญ่คนหนึ่งแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเหตุผลพอสมควร เพียงแต่เรื่องอ่อนไหวเช่นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึก อคิราห์ยอมรับว่าตัวเองยังอ่อนหัด ถึงไม่เข้าใจแต่เรื่องหนึ่งที่เขาพึ่งค้นพบคือ เขาได้มองมิคาเอลเป็นคนสำคัญคนหนึ่งสำหรับเขาไปเสียแล้ว 

 เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ มองเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่เขาตามหายืนอยู่ริมหน้าต่าง ไม่แน่ใจว่ากำลังมองดูอะไรอยู่ “ผมมีเรื่องอยากปรึกษากับคุณ”

“ว่ามาสิ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง อคิราห์เว้นจังหวะไปราวกับช่างใจก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“คุณกำลังไม่พอใจอะไร เห็นได้ชัดว่าคุณกำลังโกรธผม”

“เธอไม่รู้จริงๆ?” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างก้มมองนิ้วมือที่กำลังหมุนซิคการ์ไปมา

“ถ้าคุณไม่บอกว่าการที่ผมพูดว่าเราเป็นคู่นอนกันมันผิดที่ตรงไหน ผมก็ไม่เข้าใจ” หลังจากที่เด็กหนุ่มเอ่ยออกไป ความเงียบงันเกิดขึ้นภายในห้องไม่นานก็มีเสียงถอนหายใจของคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างได้ยินอย่างชัดเจน

มิคาเอลหันกลับมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังในที่สุด “ฉันคิดว่า เราควรจะหยุดสถานะคู่นอนไว้เพียงแค่นี้” เขาวางซิคการ์ลงบนโต๊ะ เดินอ้อมมายืนไพล่มือไปด้านหลังตรงหน้าเด็กหนุ่มด้วยใบหน้าจริงจัง

คราวนี้กลับเป็นฝ่ายอคิราห์ที่เงียบไป ลมหายใจชะงักไปหนึ่งจังหวะ ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกวูบโหวงที่หน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็น ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด แต่เวลานี้มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีใจเลยสักนิด อคิราห์มองเข้าไปในดวงมาสีมรกตที่ไร้ระลอกคลื่นคู่นั้นราวกับกำลังพยายามพิสูจน์สิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา

“แล้วคุณ จะทำยังไงกับผมต่อไปครับ” อคิราห์จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระมัดระวัง ท่าทางระวังตัวของเด็กหนุ่มทำให้มิคาเอลรู้สึกผิดหวังรระคนเหนื่อยใจมากกว่าเดิม เขาไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้ให้กับใครได้มากขนาดนี้ ถึงจะเคยคิดถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเอาไว้หลากหลายรูปแบบหลังจากที่เขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป แต่เมื่อเห็นท่าทางที่เด็กหนุ่มแสดงออกมา ตัวเขาเองดันรู้สึกพูดไม่ออก ชายหนุ่มเดินเข้าไปยกมือขึ้นทาบลงบนหน้าอกของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ตรงนี้ของเธอมันทำด้วยอะไร ฉันอยากจะรู้จริงๆ”

อคิราห์ไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มยืนนิ่งเงียบทั้งไม่ต่อต้านและไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา เขาเพียงแค่ยืนอยู่อย่างนั้น ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

“ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอก ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น” เขาลดมือวางลงข้างตัว “แม้ว่าฉันจะยกเลิกสถานะคู่นอนของเธอไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้เธอหนีไปไหนได้” ชายหนุ่มดึงมือกลับไปไขว้ไว้ด้านหลังเหมือนเดิม พูดอย่างหนักแน่นทีละคำราวกับเป็นการย้ำเตือนคนที่กำลังยืนขมวดคิ้วน้อยๆ อยู่ตรงหน้า

“เธอ-ต้อง-อยู่-กับ-ฉัน” มิคาเอลมองเข้าไปในดวงตามึนงงสงสัยของอีกฝ่าย เขาอยากจะจับตัวอคิราห์มาสำรวจทุกตารางนิ้วทั้งข้างนอกข้างใน ว่าในนั้นมีอะไรอยู่บ้าง

“แล้วคุณจะให้ผม อยู่ไปทำไม”

“ลองไปคิดดูเอาสิ” มิคาเอลหันกลับไปมองภาพท้องทะเลนอกหน้าต่างเหมือนเดิมเป็นการตัดบท

“แล้วพี่ชายของผม”

“ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีใครบางคนคิดใช้ประโยชน์จากคนในครอบครัวของเธอเพื่อทำให้เธอติดกับเพราะฉะนั้นไลโอเนลยังจำเป็นจะต้องอยู่ที่นั่นต่อไป มีอะไรอีกมั้ย”

“ไม่ครับ” อคิราห์เดินออกไปทั้งที่ในสมองกลับยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางเขาพบกับลุคที่กำลังเดินสวนมาตรงทางเดิน และในขณะที่เดินสวนกันไปแล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง

“กำลังกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่รึเปล่าครับ”

อคิราห์ชะงัก เด็กหนุ่มก้มหน้าลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่ายอย่างขอความคิดเห็น “คุณคิดว่า ถ้าผมไม่ใช่คู่นอนของมิคาเอล งั้นจะเป็นอะไรได้อีก”

ดวงตาของลุคเบิกขึ้นเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็น ก่อนที่จะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาสงบเช่นเดิม ในตอนแรกที่เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกลัดกลุ้มอย่างที่ไม่เคยเห็น ลุคก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ เพียงแต่หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา เขาก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะช่วยแก้ข้อสงสัยของอีกฝ่ายในเรื่องนี้ไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว “เรื่องนี้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ”

อคิราห์เอ่ยขอบคุณตามมารยาทก่อนที่จะเดินครุ่นคิดต่อไป

 

ผ่านไปไม่ถึงวัน ในที่สุดชายหนุ่มที่เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานแทบทั้งวันก็กลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาตั้งใจจะพบอคิราห์แค่ช่วงมื้ออาหารเท่านั้น

มื้อเที่ยง อคิราห์จ้องหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเมื่อช่วงเช้า ครั้งหนึ่งที่อีกฝ่ายทำท่าทางราวกับจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป เขาแอบรู้สึกคาดหวังอยู่ลึกๆอย่างไม่ตั้งใจ

มื้อเย็น เขายังรักษาท่าทางเดิมเพียงแค่รู้สึกทนไม่ไหวมากขึ้นทุกที คราวนี้อคิราห์นั่งทานอาหารตรงหน้าเงียบๆเมื่อทานเสร็จก็ขอตัวออกไปทันที

ชายหนุ่มพลันคิดว่าตัวเองอาจจะคาดหวังกับคนที่มีความรู้สึกด้านนี้ช้าอย่างอคิราห์เกินไป เขากำลังสังหรณ์ใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรแปลกๆ ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็ต้องพบแต่ความว่างเปล่า มิคาเอลเดินไปยังที่ๆอคิราห์มักจะอยู่เป็นประจำก็ไม่พบจนมาเรียเดินเข้ามาหาเขาในตอนที่กำลังเปิดประตูบานต่อไป แม่บ้านสาวเอ่ยขึ้นมาก่อนอย่างที่ไม่ต้องรอให้ถาม แม้ว่าใบหน้าจะราบเรียบเช่นเดิม แต่ผู้ที่อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานอย่างมิคาเอลก็จับกระแสความไม่คงที่ในน้ำเสียงของอีกฝ่ายได้ “คุณอคิราห์ อยู่ที่ห้องนอนแขกที่ชั้นบนค่ะ”

ให้ตายสิ...คิดไม่ผิดจริงๆ 

 

-------------------------------------------------------------- 

Talk ยังคงลอยในทะเลกันต่อไป ไม่ยอมขึ้นฝั่งสักที เฮ้อๆ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะขึ้นฝั่งค่ะ แต่แต่งไปแต่งมาดันยังไม่ไปไหนเลย เอาเป็นว่าไม่ตอนหน้าก็ตอนหน้านู้นค่ะ ตอนนี้ก็จะสงสารเฮียหน่อยๆ ยังจะคาดหวังอะไรกับยัยหนูได้อีก ไม่บอกน้องก็คิดเองไม่ได้หรอกก หรืออาจจะคิดได้? เอ๊ะๆ ๆ ๆ บอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่มาม่าหร๊อกกก อยากมีแท็กกับเค้ามั่ง 

#อาคิและลุงของเขา 

อันนี้โอเคมั้ย มิคาเอล: หยิบปืนใต้โต๊ะขึ้นมาเล็งบนหัวไรท์ ไรท์ : ยอมแล้วจ้าา (แต่ก็ไม่เปลี่ยนแท็ก) >< See u next Ch..... Crystal 

ความคิดเห็น