จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ธารแดงและละอองเมฆา

ชื่อตอน : ธารแดงและละอองเมฆา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ธารแดงและละอองเมฆา
แบบอักษร

image

นียังไม่ถือว่าเป็นชุดนอนที่ไม่ได้นอนของอจินไตยนะคะ5555

...................

เจ้าหญิงมุกดาราตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อคิดว่า..ช่วงบ่าย..จะถึงเวลาแข่งของตนเอง..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยอยู่เคียงคู่กัน..อจินไตยทำแผล..และเช็ดหน้าเช็ดตาสามีจนไม่เห็นอาการบาดเจ็บแล้ว..ก็ค่อยสบายใจ..ต่างคนต่างยิ้มให้กันและมีความสุข

แม้จะมีภาระที่ต้องขัดขวางแผนร้ายของเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือด..แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ยังไม่เครียดเช่นเดิม..เหมือนจะจ้องมองอจินไตย..และหื่นได้อีก..

บางทีก็สงสัยเหมือนกัน..ว่าหากภาระหน้าที่สำคัญอยู่ตรงหน้า..กับอจินไตยเปลือยกายนอนยั่วอีกด้านหนึ่ง..จินดาพิสุทธิ์จะไปทำอะไรก่อน..

แต่พออจินไตยยู่จมูกแบบเอือม ๆ ..จินดาพิสุทธิ์จึงได้แต่หัวเราะ..

เวลานี้..มุกดารากำลังเตรียมการให้ตัวเอง..จินดาพิสุทธิ์จึงต้องผละจากอจินไตยมาให้กำลังใจ..

จากการประเมิน..อย่างมากถ้าเจอเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือด..นางอย่างมากก็พ่ายแพ้..คงไม่ถึงแก่ชีวิต..จึงไม่น่าห่วงใยสักเท่าไหร่..

มุกดาราฝึกซ้อม..รำมวยของแคว้นมิลินทระรอบหนึ่ง..จินดาพิสุทธิ์อดครางอย่างสนใจไม่ได้..

มวยของแคว้นมิลินทระ..มีนามว่า..หมัดปัญญาบารมี..ชาวมิลินทระไม่ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา..และมีวิชาความรู้กว้างขวาง.คิดค้นวิทยาการต่าง ๆ ..กระทั่งหมัดมวย..ยังคงแสดงถึงความเป็นตัวตนของแคว้นได้เป็นอย่างดี..

สวยงาม..สง่างาม..ฉลาด..ไม่ปะทะตรง..แต่ใช้เทคนิคในการเตะต่อย..เน้นหนักสยบไม่เข่นฆ่า..

มุกดาราซ้อมหมัดปัญญาบารมีเที่ยวหนึ่ง..จินดาพิสุทธิ์ได้แต่ปรบมือให้..

อจินไตยถือกระบอกน้ำ..และยื่นให้เมื่อมุกดาราจบการซ้อมรำหมัด..

มุกดารารู้สึกเต็มตื้นปลื้มใจ..ที่ไอดอลมาชื่นชมเอาใจใส่..น้ำตาแทบไหลออกมา..

“..ท่านต้องต่อสู้เป็นคู่ที่สองใช่หรือไม่..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

มุกดาราพยักหน้า..

“..ท่านพี่.ข้าจะเอาชนะให้ได้..”

“..ข้าจะเอาใจช่วยท่าน..มุกดารา..”

ในเวลานี้..การแข่งขันในคู่แรกเพื่อชิงสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สอง..ได้เริ่มขึ้นแล้ว..

บนเวทีประลอง..

คนที่ขึ้นมาบนเวทีคนแรกเป็นนักสู้ระดับเจ้าแคว้น..แห่งแคว้นธรรพ์ธารา..นามเทพกินนร...

เทพกินนรเป็นชนชั้นระดับขุนนางผู้ใหญ่ของแคว้นธรรพ์ธารา..เก็บตัวฝึกฝีมือ..มาเพื่อการประลองในครั้งนี้..

เขาแม้จะอยู่ในวัยกลางคน..แต่ก็เด็ดเดี่ยว..ลึกลับ.และน่ากลัว...

คนที่ขึ้นเวทีเป็นคู่ต่อสู้..คือ..คนชุดดำใส่หมวกปีกกว้างปกปิดใบหน้าเช่นเดียวกับนัยน์ตาโลหิต..หรือแพคเกจ..

คน ๆ นี้..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ถึงกับเคร่งเครียด..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..นางใช่ไหม..”

“..คาดว่าเป็นนาง..”จินดาพิสุทธิ์สยิวกาย..

เสียงประกาศว่า..คู่แรกเป็นการต่อสู้ระหว่างเทพกินนร..ผู้ชิงชัยระดับเจ้าแคว้นแห่งธรรพ์ธารา..และผู้ผ่านการคัดเลือก..นามธารแดง..

จินดาพิสุทธิ์หันมาสบตากับอจินไตย..

“..ธารแดง..พิรุณเลือด..ชื่อช่างมีความสอดคล้องต้องกัน..”

“..นางจะเล่นลูกเล่นใด..”อจินไตยอดคิดไม่ได้..

เมื่อประกาศว่าเริ่มต้น..เทพกินนรก็ยังสงบนิ่ง..

ธารแดงกลับหัวร่อ..และเดินเข้าใกล้..

เทพกินนรมีความสง่าในท่าที..เป็นชายกลางคนที่เฝ้าฝึกฝนจนเป็นยอดคน..เป็นปรมาจารย์คนหนึ่ง..

ธารแดงหยุดตรงหน้า..ยังไม่เห็นสีหน้าที่ถูกซ่อนในหมวกปีกกว้าง..

เทพกินนรผายมือ..

“..เชิญท่านลงมือ..”

“..นับตั้งแต่รอบนี้เป็นต้นไป..”ธารแดงพูด.. “..ใครไม่อยากตายให้ไสหัวไปให้พ้น..ข้าจะลงมือโดยไม่ปราณี..”

“..เจ้าบังอาจนัก..”เทพกินนรหัวเราะ.. “..ท่านมีความสามารถจะทำเช่นนั้นได้ก็เชิญเถิด..”

“..การประลองหากพลาดพลั้งถึงแก่ชีวิตจะไม่มีการถือสาเอาความตามกฎแห่งการประลอง..”ธารแดงยิ้มเยือกเย็น.. “..ท่านคงทราบดีอยู่แล้ว..”

“..ข้าทราบ..ถ้าหากข้าพลั้งมือทำร้ายท่าน..ก็คงไม่ถือว่าผิดกฎการประลองสินะ..”

ธารแดงหัวเราะ..

“..หากรู้ดังนั้นและไม่ไสหัวไปไหน..ก็เชิญรับความตายเถิด..”

พลางผลักมือออกอย่างแช่มช้า..

เทพกินนรไม่แยแสมือที่ถูกผลักออกมา..

เชื่องช้าเช่นนี้..ไหนเลยจะอยู่ในสายตา..

แต่แล้ว..ก็นึกถึงวิชาฝีมือของนัยน์ตาโลหิตในช่วงเช้า..

หรือจะใช้ฝีมือในแนวทางเดียวกัน..แปรเปลี่ยนเป็นรวดเร็วราวสายฟ้า..

แต่ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าแน่นอน..

ฝ่ามือวางทาบถึงทรวงอกอีกฝ่าย..

เทพกินนรแค่นเสียง..

“..ท่านเล่นมายากลอันใด..”

ธารแดงก็แค่นเสียงเช่นกัน..

ทันใดนั้น..ร่างของเทพกินนรกลับสั่นสะท้าน..กระอักเลือดออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ..โลหิตหลั่งออกจากทวารทั้งเจ็ดอย่างน่ากลัว..

ธารแดงเพียงแค่วางมือที่หน้าอกของอีกฝ่ายเท่านั้น..

เทพกินนรรู้ว่า.นี่คือการเดินพลังจู่โจมทำร้ายแบบที่เหี้ยมโหดอำมหิตที่สุด..เป็นพลังที่มาจากภายในอย่างแท้จริง..

ธารแดงได้แต่หัวเราะ..

เทพกินนรพลันปัดฝ่ามือที่วางทาบทรวงอก..แล้วต่อยหมัดออก..

แต่ข้อมือเขาถูกจับกุมไว้..

เทพกินนรพลันใช้อีกมือ..ตะกุยกรงเล็บราวกับนกเหยี่ยว..

แต่ร่างกลับถูกเหวี่ยงตกเวทีไปอย่างง่ายดาย..

ข้อสำคัญ..ระหว่างที่ถูกเหวี่ยง..เหมือนจะถูกพลังอันร้ายกาจจู่โจมทำร้ายจากภายใน..จนกระแทกอวัยวะภายในบอบช้ำ..ร่างเมื่อกระทบกับพื้น..ก็บิดกระตุกสองครา..ก่อนจะตาเหลือก..สิ้นใจไป..

ทุกคนที่มุงดูการประลองต่างก็อ้าปากค้าง..

ธารแดงเดินลงจากเวทีอย่างไม่ยี่หระ..

เจ้าหน้าที่การประลองรีบลงมาเก็บร่างของเทพกินนรออกไป...

นี่คล้ายกับเป็นความตายครั้งแรกสำหรับการประลอง..

เพียงแต่..จะทำอย่างไรได้..เพราะเป็นไปตามกฎแห่งการประลองทั้งสิ้น..

พลาดพลั้งบาดเจ็บล้มตาย..ถือว่าไม่ผิดกติกา..

ข้อสำคัญ..การทำร้ายด้วยพลังแทรกซึมจากภายในนี้..ไม่มีใครในแผ่นดินล่วงรู้รับทราบมาก่อนว่าจะกระทำได้..

ทุกผู้คนต่างสยดสยองมากกว่าจะยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้แล้ว..

.....

จินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..ตลอดจนมุกดาราตัวแทบจะแข็งทื่อ..เพราะไม่เคยคิดฝันมาก่อน..

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางมุกดารา..พูดขึ้นว่า..

“..ท่านสามารถขึ้นไปประลองพิสูจน์ฝีมือกับผู้อื่น..แต่ถ้าโชคดีได้สู้กับธารแดง..ท่านต้องสละสิทธิ์..”

มุกดาราสูดลมหายใจ..

“..ท่านพี่..แม้ฝีมือของธารแดงจะลึกลับน่ากลัว..แต่ข้าจะไม่หลีกหนีแม้แต่ก้าวเดียว..”

อจินไตยเห็นสีหน้าห่วงใยของสามีก็พูดขึ้นว่า..

“..มุกดารา..ท่านควรจะทำตามคำสั่งของริต้า..”

อจินไตยเปิดช่องเรียกว่าริต้า..แปลว่า..นางให้ความสำคัญกับมุกดาราเพียงไหน..

“..และหากท่านพลาดพลั้งพ่ายแพ้..ท่านจะเรียกริต้าไม่ได้อีก..”

มุกดารารู้สึกซึ้งใจ..แต่นางก็เป็นคนดื้อรั้นคนหนึ่ง..

“..เอาเถิด ๆ ..ท่านพี่..ข้าจะลองพิจารณาดูอีกครั้ง..”

จินดาพิสุทธิ์ส่ายหน้า..

“..มุกดารา..ท่านไม่ใช่คู่มือธารแดง..และธารแดงก็บอกกล่าวไว้แล้วว่าจะไม่ไว้ไมตรีใคร...”

“..ท่านพี่..ท่านควรจะเชื่อมั่นในตัวข้า..เหมือนกับท่านพี่อจินไตยเชื่อมั่นในตัวท่าน..”

เสียงเรียกชื่อเจ้าหญิงมุกดาราขึ้นเวทีในฐานะตัวแทนของแคว้นจันทราดังขึ้น..

มุกดาราย่อกายคารวะ..

“..ข้าจะไม่ทำให้ท่านพี่ทั้งสองผิดหวัง..”

แล้วเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระซึ่งขึ้นเวทีในนามแคว้นจันทรา..ก็เข้าสู่ลานประลอง...

.....

เจ้าหญิงมุกดาราทำให้ทุกคนที่ชมการประลองต่างก็อุทานออกมา..เพราะรู้จักดีว่านางเป็นใคร..

แต่กรรมการก็ประกาศว่า..

“..เจ้าหญิงมุกดารา..ถูกขับไล่จากแคว้นมิลินทระ..และแคว้นจันทรารับนางเข้าเป็นคนของแคว้น..ดังนั้น..ผลการประลองนี้..จึงไม่เกี่ยวกับแคว้นมิลินทระเรา..ถือว่าแพ้ชนะก็ดี..จะเป็นผลลัพธ์ของแคว้นจันทราทั้งสิ้น..”

ทุกผู้คนต่างก็ฮือฮาอีกครั้ง..แต่หากเป็นเช่นนี้..ก็นับว่า..ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด..

กติกานั้นมีเพียงว่า..คนของแคว้นมิลินทระไม่อาจร่วมประลองโดยเด็ดขาด..

กรรมการประกาศอีกว่า..

“..และผู้ประลองอีกฝ่าย..นามละอองเมฆา...”

ละอองเมฆา.กลุ่มคนที่ชมการประลองต่างก็อุทาน..เพราะยอดฝีมือที่ฝีมือร้ายกาจและมีชื่อเสียงทั่วแผ่นดิน..ต่างเคยร่วมประลองช่วงชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่กันมาทั้งสิ้นแล้ว..แม้จะเก่งกาจแต่ก็ประลองได้คนละครั้งทั้งชีวิตตามกฎ..เหลือเพียงชนชั้นยอดฝีมือที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามเท่านั้น..

ละอองเมฆา..ก็คือคนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามคนหนึ่ง..

และที่ผ่านมา..คน ๆ นี้ผ่านได้มาจนถึงรอบแปดคนสุดท้าย..คงมีฝีมือไม่ใช่ชั่วแน่นอน..

ละอองเมฆา..ก้าวขึ้นเวที..ทุกคนต่างก็อุทานดังอา..เพราะละอองเมฆาสวมชุดดำ..และหมวกปีกกว้างปกคลุมใบหน้าเช่นเดียวกับนัยน์ตาโลหิต..และธารแดง..

หรือคน ๆ นี้..จะเป็นพวกเดียวกัน..

เจ้าหญิงมุกดาราเคร่งเครียด..เหงื่อซึมที่จมูก..กำหมัด..ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ของหมัดปัญญาบารมี...

ในขณะที่อจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์ต่างสบตากัน..

“..พิรุณเลือดสั่งคนของนางขึ้นประลองอีกคนหนึ่งหรือนี่..”จินดาพิสุทธิ์อดถามไม่ได้..

“..ถ้าจะเหลือใครที่ใช้การได้..ควรจะเป็นพี่ศศินา..แต่..พี่ศศินาไม่สันทัดวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่า..”

“..ไม่ใช่หรอก..อจินไตย..นี่ไม่ใช่พี่นา..ฉันจำได้...”

“..แล้ว..คน ๆ นี้คือใครกัน..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่ตอบคำเพราะยังคำนวณไม่ออก..เพียงแต่รู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างเท่านั้น..

ละอองเมฆายืนอย่างโปร่งสบาย...มองดูเจ้าหญิงมุกดาราที่อยู่ตรงหน้า..เหมือนมองดูลูกหลาน..

มุกดาราประหม่าเล็กน้อย..

ละอองเมฆาพูดขึ้นว่า..

“..หากจะต่อสู้กันจริง ๆ ..ท่านไม่ควรจะเปิดช่องว่างมากมายขนาดนี้..เท่าที่ข้าเห็น..ท่านเปิดช่องว่างที่ขาพับ..ต้นคอ..และชายโครง..หากจะโจมตีจริง ๆ ..ท่านคงทานทนไม่ได้ในสามสี่กระบวนท่า..”

มุกดาราชะงัก..พลิกหมัด..เปลี่ยนท่าเตรียมใหม่..

ละอองเมฆาพูดอีกว่า..

“..นี่ยิ่งแล้วใหญ่..เปิดช่องว่างที่ทรวงอก..และแนวกลางลำตัว..หากอีกฝ่ายต่อยหรือเตะได้แม่นยำ..จะป้องกันได้อย่างไร..”

มุกดาราพลิกหมัดตั้งท่าใหม่อีก..

“..อย่าลืมว่า..การต่อสู้จริง ๆ ..ไม่ได้มีเพียงแค่เตะต่อย..ท่าป้องกันท่านี้..หากจะป้องกันเตะต่อยอาจจะทำได้..แต่ไม่อาจจะป้องกันการคว้าจับที่ไหล่และต้นคอ..”

ละอองเมฆาพูดยิ้ม ๆ ...

มุกดาราเหงื่อซึม..ไม่ว่าจะตั้งท่าอะไร..อีกฝ่ายเปิดโปงจุดอ่อนช่องว่างได้ทั้งสิ้น..

รู้สึกว่ามือสั่นระริก..

เมื่อกรรมการเอ่ยคำว่าเริ่มได้..มุกดาราก็เปลี่ยนท่าอีกครั้ง..

ละอองเมฆาเพียงเดินเข้าหาทื่อ ๆ ตรง ๆ ..

มุกดาราตัดสินใจต่อยใส่..

แต่ละอองเมฆาเพียงแค่ฟันสันมือ..ร่างของนางก็ผงะออก...เซไปเกือบตกเวที..

เมื่อสักครู่มองไม่เห็นว่าโจมตีมาทางไหน..

แต่ทุกผู้คนที่ชมการประลอง..เห็นมุกดาราถูกสับด้วยสันมือด้วยความเร็วที่มากกว่า..ใส่ทรวงอก..

ละอองเมฆาเดินเข้าหาอีก..มุกดาราพลิกกาย..เตะออกด้วยท่าเตะของมวยปัญญาบารมี...

การเตะวาดไปด้วยขาขวา..ต้องวาดแข้งและเท้าไปทางซ้าย..ซึ่งเป็นเตะแบบปรกติ..

แต่ร่างของละอองเมฆากลับโยกไปทางซ้าย..แต่ยังสืบเท้าเข้ามา..ใช้ไหล่กระแทกมุกดาราจนเสียหลัก..

และร่างนางก็เซตกเวทีไป..

กระบวนท่านี้ดูพิสดาร..แต่สายตาของจินดาพิสุทธิ์กลับกระจ่างวูบขึ้นมา..

อจินไตยอดถามไม่ได้..

“..ริต้า..เธอเหมือนจะรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่าง..”

“..ใช่..อจินไตย..ฉันแค่รู้ว่า..จริง ๆ ละอองเมฆาเป็นใครเท่านั้น..”

“..หือ..”

“..แปลก..รู้สึกเหมือนกับว่า..ละอองเมฆาคนนี้..จะไม่ใช่ละอองเมฆาคนเดียวกับที่แข่งขันรอบก่อนหน้านี้..หมายความว่างอย่างไรกันนี่..”จินดาพิสุทธิ์ขบคิดไม่เข้าใจ..

อจินไตยเป่าปาก..

“..ละอองเมฆาคนนี้ชนะเจ้าหญิงมุกดาราอย่างง่ายดาย..เหมือนกับว่า..เขาจะช่วยเจ้าหญิงไว้นะ..”

“..ใช่..หากมุกดาราต้องเจอกับธารแดง..นางต้องตายแน่นอน..ละอองเมฆาจึงขึ้นมาชนะนางเสียก่อน..”

“..เขาคงไม่คิดแค่ชนะมุกดาราเท่านั้นใช่ไหม..”

“..ใช่..เขาอาจจะต้องการสู้กับธารแดงก็ได้..”

ครั้งนี้..เรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นแล้ว..

.....

มุกดาราซึมไปเพราะพ่ายแพ้..แต่เมื่อนางกลับมาที่ซุ้มพัก..จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยก็ตบบ่าคนละข้าง...

“.น้องเรา..ท่านทำดีที่สุดแล้ว..การต่อสู้มีแพ้ชนะ..เผอิญท่านพบกับยอดฝีมือที่มีพลังผีมือเหนือกว่า..”

มุกดาราทำตาแดง ๆ ..อจินไตยรั้งร่างนางมากอด..

“..ข้าไม่อาจประลองเพื่อช่วงชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่ได้อีกแล้วตามกฎ..”

“..อย่าวิตกไปเลย..แม้ท่านจะไม่ได้สายรัดเอวแห่งหลักธรณีไว้ในครอบครอง..แต่หากข้ามีวาสนา..สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุยอมรับ..ท้ายสุด..ข้าจะมอบสายรัดเอวเส้นนี้ให้ท่านเอง..”

จินดาพิสุทธิ์พูดโดยที่ไม่ใส่ใจสิ่งใด..เพราะตามความคิดของนาง..ไม่ได้ต้องการสายรัดเอวแห่งธาตุลมเส้นนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..

อจินไตยเองก็เขม้นมองสามีชั่วขณะ..

“..ท่านจะมอบให้มุกดาราจริง ๆ ..”

“..จริง..หลายคนอาจจะอยากได้สายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่เส้นใดเส้นหนึ่ง..แต่ข้าไม่ได้ต้องการ..”

“..ริต้า..”อจินไตยเสียงเครียด.. “..หากท่านไม่ต้องการ..ทำไมไม่คิดถึงข้าก่อน..”

จินดาพิสุทธิ์กุมหัว..เอาแล้ว..เมียกู..

อจินไตยทำเสียงไม่พอใจ..

“..ท่านก็เป็นแบบนี้..ข้ามันภรรยาของตายของท่าน..ไม่ต้องคิดถึงกระไรก็ได้..เชิญเถิด..จะมอบสายรัดเอวที่คนทั้งแผ่นดินหมายปองอยากได้แก่ผู้ใด..ก็ตามแต่ใจท่าน..”

จินดาพิสุทธิ์เริ่มปั่นป่วน..เอาแล้ว..งี่เง่าอีกแล้วนะ..

มุกดาราแม้จะเศร้าเสียใจ..แต่ก็พูดขึ้นว่า..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..หากข้าจะได้สายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ข้าย่อมต้องช่วงชิงด้วยตนเอง..ข้าไม่ต้องการสายรัดเอวของใครแม้แต่ของท่านพี่..กุศลเจตนาที่ทำให้ข้ารู้สึกดี..ข้าขอยอมรับไว้ด้วยใจ..แต่จะให้ท่านพี่ทั้งสองไม่พึงใจกันเพราะข้า..จะยิ่งทำให้ข้าไม่สบายใจมากเข้าไปอีก..”

นางกุมมืออจินไตย..พูดขึ้นว่า..

“..ท่านพี่อจินไตย..รับปากข้า..อย่าหงุดหงิดใส่ท่านพี่ริต้าเลยนะ..”

อจินไตยฝืนยิ้ม..

“..เห็นแก่น้องมุกดารา..จะเว้นไว้สักครั้ง..”

พลางหันมาทางสามี..พูดด้วยภาษาของบ้านเกิดจินดาพิสุทธิ์..

“..จำไว้นะริต้า..นึกถึงคนอื่นก่อนฉันไม่ได้นะ..”

เอาเข้าจริง..จินดาพิสุทธิ์ก็ทราบดี..ว่าอจินไตยเพียงแค่แสร้งงี่เง่า..เบนความสนใจของมุกดาราไม่ให้เศร้าเสียใจเกินไปเท่านั้น..

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มแหย...ที่ตัวเองไม่ได้นึกถึงอจินไตยก่อน..ก็เพราะทราบดีว่าอจินไตยไม่ได้ใส่ใจสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่อันใด..

แต่นางก็ฉลาดที่ใช้สถานการณ์ทำให้มุกดาราไม่หมกมุ่นกับการพ่ายแพ้มากนัก..

ซึ่งจริง ๆ ..มุกดาราก็ไม่ได้ใส่ใจสายรัดเอวแม้ว่าจะเป็นเส้นไหน..นางเพียงต้องการพิสูจน์ตัวเองเท่านั้นเอง..

.....

การประลองชิงชัยของสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สองในช่วงบ่าย..ผ่านพ้นไปจนครบสี่คู่..

พอขึ้นรอบถัดมา..ธารแดงก็ต่อยตัวแทนของแคว้นสุริยะที่ทรวงอกจนกระดูกซี่โครงหักแทบจะหมดทั้งแถบ..ปลิวตกเวที..และขาดใจตาย..

นางฆ่าเป็นคนที่สองแล้ว..

ในขณะที่..ละอองเมฆา..ผลักคู่ต่อสู้ลงจากเวทีชนะโดยไม่ฆ่าฟันอย่างง่ายดาย..

ครั้นถึงรอบชิงระหว่างธารแดงกับละอองเมฆา..คนทั้งสองซึ่งแต่งกายใกล้เคียงกัน..ต่างก็เผชิญหน้ากันบนเวที..

ธารแดงแค่นเสียง..

“..ถ้าข้ามองไม่ผิด..ท่านก็แฝงตัวเข้ามาประลองด้วย..”

ละอองเมฆาหัวเราะ..

“..เราคงต้องสู้กันสักวัน..”

“..ในแดนดินแห่งนี้..เราคงสู้กันได้สนุกขึ้น..แต่ก่อนอื่น..เรามาประลองให้มันจบ ๆ ไปเถิด..ท่านเจ้าสำนัก..”

ละอองเมฆาย่อตัวคารวะ..

“..ท่านเล่นฆ่าสองศพรวด..จะฆ่าอีกศพหรืออย่างไร..เอาเถอะ..ข้ายอมแพ้ให้ท่านก็ได้..”

พลางคารวะไปรอบ ๆ ..พูดขึ้นว่า..

“..ท่านธารแดงมีฝีมือร้ายกาจ..คนที่ประลองด้วยล้วนเสียชีวิต..ข้าไม่คิดจะเป็นศพที่สาม..ดังนั้น..ขอถอนตัวจากการประลองในครั้งนี้..เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ดีกว่า..”

คนชมการประลองต่างร้องครางอย่างเสียดาย..เพราะต้องการชมดูการต่อสู้ของยอดฝีมืออย่างแท้จริง..

ละอองเมฆายอมแพ้โดยไม่ต้องสู้..ย่อมเป็นสิทธิ์ที่จะกระทำได้..

พูดพลางหันหลังเดินลงเวทีไปอย่างง่ายดาย...

และผู้ชนะคือธารแดง....

......

จินดาพิสุทธิ์อดขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้..อจินไตยก็ดูจะไม่เข้าใจเช่นกัน...

ละอองเมฆาเดินลงจากเวทีมาทางซุ้มพัก..ผ่านมาทางจินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..

ทั้งสองต่างก็เผชิญหน้ากับละอองเมฆา..

เจ้าหญิงมุกดาราก็อยู่ข้าง ๆ ...มองดูละอองเมฆาอย่างบอกไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่..

ละอองเมฆาพูดขึ้นว่า..

“..ฝากด้วย..”

“..หือ..ท่าน..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..ข้าจะอยู่ไม่ห่าง..ท่านควรจะทราบว่าต้องทำอะไรต่อไป..”

“..แล้ว..”

“..นางทำความตกลงกับคนของแคว้นอุตระ..วางหน่วยงานลับของแคว้นส่วนหนึ่งไว้รอบ ๆ วังแคว้นมิลินทระ..และวางอีกส่วนหนึ่งเป็นคนของนางเองคอยกระทำการที่นี่..”

อจินไตยตากระจ่าง..

“..คนที่ลอบทำร้ายเราตอนที่เข้าประตูเมือง..ควรจะเป็นคนของแคว้นอุตระใช่หรือไม่..”

“..หากจะตัดกำลังใครสักคน..ก็ควรจะตัดกำลังของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เพราะมีโอกาสที่จะเป็นเพทภัยมากกว่าคนอื่น..เพียงแต่..นั่นเป็นการหยั่งเชิง..ทำให้นัยน์ตาโลหิตรู้ได้ว่า..ควรจะจัดการท่านได้อย่างไร..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ทำไมท่านถึงไม่ประลองกับนางให้รู้ผล..”

“..ถ้าข้าแพ้..นางก็ต้องฆ่า..ถ้าชนะ..เรื่องราวต่อมาจะไม่เป็นผลดี..ดังนั้น..ยังไม่สมควรจะประลองกันในช่วงนี้..”

“..แล้วข้าล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..วางใจ..ท่านทำตามหน้าที่เป็นพอ..ส่วนเรื่องอื่น..เป็นหน้าที่ของพวกข้าจะกระทำการ..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ท่านไม่คล้ายเป็นละอองเมฆา..”

“..ละอองเมฆาเป็นเพียงใครคนหนึ่งที่ข้าวางไว้เท่านั้น..”

ตลอดการสนทนา..เจ้าหญิงมุกดาราถึงกับแตกตื่น..เพราะเหมือนไม่เข้าใจความนัยหลายประการ..

“..ท่านพี่..”มุกดาราอุทาน.. “..ที่ท่านเคยบอกข้า..มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม..ข้าต้องทำอันใดอีก..เรื่องที่ข้าจะบอกท่านลุงเจ้าแคว้นตามที่ท่านสั่ง..ข้าก็เคยบอกไป..แต่เขากลับไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย..”

“..ท่านคอยดูแลอจินไตยให้ข้าก็พอ..มุกดารา..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

ละอองเมฆายิ้มเล็กน้อย..

“..ท่านเจ้าแคว้นคงมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยมากเกินไป..เพียงแต่..ท่านคงไม่ทราบว่า..คนที่ท่านเผชิญหน้า..ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป..แต่เป็นปีศาจที่น่าหวาดหวั่น..”

ก่อนจะยิ้ม..

“..คาดว่า..ท่านคงจะพอคาดเดาได้ว่า..นางจะต้องมาที่นี่..และคงวางกับดักอันใดเพื่อจัดการกับนางไว้แล้ว..ที่เขาไม่ใส่ใจคำเตือนของท่าน..เพราะเขาเองก็ล่วงรู้เช่นกัน...ต่างคนต่างก็เดินไปตามแผนการของตน..และมีไม้เด็ดของแต่ละฝ่าย..สิ่งเหล่านี้..แผนการของเราจึงต้องเดินให้รอบคอบ..”

จินดาพิสุทธิ์ตากระจ่าง...อจินไตยก็เช่นกัน..

“..เข้าใจแล้วใช่ไหม..”ละอองเมฆาพูด..

“..เข้าใจแล้ว..ข้าคิดว่า..สิ่งเหล่านี้..ล้วนมีความซับซ้อนของกลยุทธ..และแม้ด้วยสติปัญญาของข้า..ก็ยังไม่อาจจะตามได้ทันเลย..”อจินไตยยอมรับออกมาตรง ๆ ...

ละอองเมฆาถอยออกไป..

เจ้าหญิงทั้งสามได้แต่มองหน้ากัน..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..”มุกดาราอดครางไม่ได้.. “..นี่มันเหมือนกับเราอยู่ในการละเล่นอันใดสักอย่าง..”

“..ใช่..มุกดารา..ที่น่าแค้นก็คือ..แต่ละฝ่ายเหมือนจะไม่ปิดบังอันใด.รู้หมากเกมกันทั้งสิ้น..แต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นหมากเด็ด..เราไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่า..เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป..”อจินไตยได้แต่พูดออกมา..

มุกดาราพยักหน้า..

“..ขอเพียงข้าล่วงรู้ว่า..ท่านพี่ทั้งสองและแคว้นจันทราไม่ได้มีอันใดที่จะเป็นภัยต่อแคว้นมิลินทระของข้า..ก็พึงใจแล้ว..เหมือนข้าจะคาดไว้ไม่ผิด..”

“..มุกดารา..แคว้นท่านดูจะวางใจแคว้นจันทราเราที่สุด..การที่แคว้นเราได้สายรัดเอวไปได้มากมายปานนี้..ก็เป็นสิ่งที่วัดได้ว่า..เจ้าแคว้นท่านคิดกับเจ้าแคว้นจันทราอย่างไร..”

จินดาพิสุทธิ์พูดพลางนิ่งคิด..

“..แต่อย่างไรก็ดี..สถานการณ์ต่อไป..ก็ขึ้นกับการรับสายรัดเอวจากเจ้าแคว้นซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้แล้ว..”

แม้จะมีเรื่องสำคัญจะเกิดขึ้นอีกไม่นาน..แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ปล่อยวางจากความกังวลได้อย่างรวดเร็ว..

จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“..อจินไตย..ถามท่านสักเรื่องจะได้ไหม..”

“..หือ..ว่ามา..”

“..ท่านติดชุดนอนที่ไม่ได้นอนมาด้วยหรือไม่..”

อจินไตยสะอึก..

“..ริต้า..”อจินไตยพูดสำนวนชาวทวีปเบญจะอังคะไม่ไหวแล้ว.. “..เธอจะบ้าแล้วหรือ..มาถามอะไรตรงนี้..”

แต่ก็ทำให้มุกดาราฉงน..

“..ท่านพี่..ชุดนอนที่ไม่ได้นอนคืออันใด..”

“..บอกตามตรง..มันคือชุดที่ใส่แล้ว..ทำให้อจินไตยดู..เอ่อ..ชวนมอง..และเซ็กซี่ที่สุด..”

มุกดารายิ่งงงหนัก..

“.เซ็กซี่คืออันใด..ข้าไม่เข้าใจ..”

อจินไตยตาเขียว..จินดาพิสุทธ์หัวเราะ..

“..เอาเถิด..ข้าจะค่อย ๆ บอก..เพียงแต่..”นางถามภรรยาอีก.. “..ตกลงเธอติดมาหรือเปล่า..”

“..ไม่ตลกนะริต้า..มาเล่นมุกหื่นเมียอะไรกันตอนนี้..”

ความจริงนี่เป็นแค่มุกคลายเครียดของริต้า..หรือจินดาพิสุทธิ์..เพราะถ้าจะคลายเครียดให้ดี..ไม่มีอะไรจะเกินไปกว่าการได้มีความสุขกับอจินไตยอีกแล้ว..

แต่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก..

ร่างของคนสองคนแต่งกายเหมือนกัน..ต่างพยักหน้า..เพราะการซุ่มแอบ..ทำให้ทราบทุกอย่าง..

“..ริต้ารักอจินไตยมากจริง ๆ ..แผนการของเราขึ้นกับการคร่ากุมอจินไตยในครั้งนี้..”

“..หากเจ้าหญิงมุกดาราขัดขวางล่ะ..”อีกคนพูด..

“..นางไม่อยู่ในแผน..หากจะขวางภาระกิจจริง..ต้องฆ่านางเสีย..”

“..มีเวลาจะจัดการกับอจินไตยเพียงไม่กี่นาที..”

“..พวกเราทำได้อยู่แล้ว..”

ทั้งสองสบตาและยิ้มให้กัน..

........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น