แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #11 แรงปะทะร้าย... (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #11 แรงปะทะร้าย... (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 78k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2559 19:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #11 แรงปะทะร้าย... (RW)
แบบอักษร

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #11 แรงปะทะร้าย

  

อ๋องน้อย

ผมกำลังจะเป็นบ้าเพราะเช้านี้ตื่นมาก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าเจ้าขนปุยแล้วยิ้ม

ก็ใช่สิ!

เพราะตอนนี้ผมกำลังคิดถึงเจ้าของของมันอยู่ผมว่าตัวเองเริ่มผิดปกติแล้วครับแถมความรู้สึกยังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอีกด้วยจนดูเหมือนคนใจง่ายก็ไม่ผิดสินะ

เจ้านายแกนะน่ารักขึ้นเยอะ อิอิปฏิบัติการต่อไปเรียนรู้ที่จะรักไปเรื่อยๆ สินะ

เห็นไหม?

มันฟังผมไม่รู้เรื่องหรอกครับแต่ที่แน่ๆ มันจ้องหน้าผมแบบอยากรู้อยากเห็นและตอนนี้ผมก็กำลังรอให้ฟานมารับเพื่อที่จะไปเรียนส่วนพี่เหนือนะเหรอ? ผมคุยกับเขาแล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมแต่พอผมไม่ยอมบ้างเขาก็ต้องยอมอะ

ก็ผมมันเส้นใหญ่นี่ครับ!

ผมนั่งรอฟานอยู่นานพอสมควรเมื่อมองดูนาฬิกาขนาดใหญ่ที่บอกเวลาก็ทำให้มีความรู้สึกหงุดขึ้นฟานบอกผมว่าจะไม่สายแต่นี่เขาเหมือนจะสายถ้ารู้แบบนี้ผมคงให้พี่เหนือไปส่งตั้งนานแล้วครับ

ชิส์!

เฮ้อ๋องน้อยที่รักนายหายไปไหนหลายวันรู้ไหมว่าฉันคิดถึง

เสียงของฟานดังขึ้นมาก่อนที่ร่างสูงของเขาจะตรงเข้ามาหาผมกางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อจะโผล่เข้ามาโอบกอดผมทุกเมื่อที่เจอหน้ากัน แต่ทว่าร่างสูงของหมอนี่ต้องหยุดลงเมื่อพี่เหนือเข้ามายืนขวางเอาไว้

ผมมีบอดี้การ์ดส่วนตัวแฮะเจ้านายเขาร้ายจริงๆ เลยครับ

อะไรกันหวงแทนเจ้านายหรือไงพี่เหนือหมอนี่ย่นจมูกแบบเบื่อหน่ายก่อนจะเอียงคอมองมาทางผม

มาส่งตรงเวลานะครับ ไม่งั้นผมจะไปรับกลับ

รู้แล้วนาอ๋องน้อยไปกันเถอะ

ผมพยักหน้ายิ้มขำกับท่าทางของสองคนนี้ก่อนจะเดินตามหลังฟานออกมา รถแล่นออกจากคฤหาสน์ของไอสูรย์มุ่งหน้าไปยังมหาลัยไฮโซที่โลโซอย่างผมดันเส้นใหญ่ได้เข้าไปเรียนแบบไม่รู้ตัว 

บรืนนน นน น

“จะบอกได้ยังว่าหายไปไหนมา”

“ไปเที่ยวรอบโลกมา”

“หืม! เที่ยวรอบโลก” สีหน้าฟานสงสัยมากๆ ส่วนผมนะเหรอก็อดขำไม่ได้นะสิไม่รู้ว่าคิดได้ยังไงถึงตอบฟานออกไปแบบนี้

“อสูรยอม”

“จะไม่ยอมได้ยังไงในเมื่อเขาเป็นคนพาไปเอง” ประโยคนี้ผมหมายถึงเรื่องที่จู่ๆ เขาก็ลากผมไปเปิดประมูลแถมยังร้ายกาจมากและไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย

เจ้าเล่ห์แถมยังขี้โกงที่หนึ่งเลยครับ

“งั้นเหรอ? รู้สึกเหมือนอสูรชักจะติดนายแฮะ”

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”

“เปล่า” ผมมัวแต่ขำฟานอยู่ในใจจนลืมฟังคำพูดของเขาแต่พอเจ้าตัวบอกว่าเปล่าผมก็เลยเลิกสนใจและนั่งเงียบๆ จนฟานขับรถมาถึงมหาลัยไฮโซของพี่ชายเขา

และตอนนี้ผมกับฟานกำลังเดินไปยังห้องเรียนซึ่งเราสองคนมาสายพอเดินเข้ามาในห้องสายตาของทุกคนก็จ้องมองมาที่พวกเราแต่ทุกคนคงจะไม่ชอบขี้หน้าผมมากกว่าครับ ส่วนฟานหมอนี่มันเป็นพวกที่ไม่สนโลกอยู่แล้ว

พอฟานเห็นสายตาทุกคนที่มองมาทางผมเขาก็ยิ่งไม่สนใจและยื่นมือมาจับข้อมือผมก่อนจะลากให้เดินตามเขาเข้าไปนั่งที่ประจำของพวกเรา ระหว่างทางเดินผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฟานถึงเลือกที่จะเดินผ่านหน้ารินแต่หมอนี่กลับไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมเลยต่างจากผมแต่เอาแต่มองเขาอยู่ตลอดเวลา

เหมือนผมกำลังรู้สึกผิดเลยครับ

 

ผมไม่มีสมาธิที่จะนั่งเรียนเลยครับแถมยังเอาแต่นั่งจ้องแผ่นหลังเล็กๆ บอบบางของริน อยากเดินเข้าไปคุยกับเขาแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง

มีอะไรหรือเปล่าสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะฟานหันมากระซิบข้างๆ หู ผมหันไปมองหน้าเขาก่อนจะยิ้ม

ไม่รู้สิทำไมทุกคนมองฉันแปลกๆ

“อย่าไปสนใจเลยนะฟานเลือกที่จะยิ้มแล้วบอกกับผมว่าอย่าสนใจแต่ในใจผมตอนนี้มันสนใจคนรอบข้างไปตั้งนานแล้วครับ

เหมือนผมเป็นตัวประหลาดยังไงก็ไม่รู้สิ

ฟานมันอึดอัด…” ผมเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปนานก็มันอึดอัดจริงๆ นี่ครับ แม้จะนั่งเรียนอยู่แต่สายตาของใครหลายๆ คนก็เหล่มามองผม

อ๋องน้อยนายไม่ได้เกิดมาเพื่อแคร์สายตาคนทั้งโลกนะนายนะสนใจแค่คนที่ตัวเองรักก็พอแล้ว!” ฟานขยี้หัวผมแล้วยิ้มให้กำลังใจแต่ผมก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี

ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าฝืนยิ้มตอบกลับฟานไป

 

เวลาผ่านไปผมไม่อาจทนสายตาของคนทั้งห้องที่มองมาได้นานหรอกครับจู่ๆ ผมก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากห้องทันทีเสียงของฟานตะโกนเรียกชื่อผมแต่นั่นก็ไม่สามรถทำให้ผมหยุดเดินได้

น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวทำไมเวลาที่ถูกสายตาคนอื่นจ้องมองแบบไม่ชอบขี้หน้าถึงได้อึดอัดขนาดนี้นะ ผมรีบเดินออกมาจากสถานที่ตรงนั้นก่อนจะหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของตึกสูงๆ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดรหัสแล้วเลื่อนหาเบอร์ที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อจะโทรไปหาใครคนนั้น!

ไอสูรย์

ผมกดโทรหาเขาการรอคอยให้ปลายสายกดรับทำไมมันทรมานแบบนี้นะผมกดโทรออกไม่รู้กี่สายแล้วแต่ไอสูรย์ก็ไม่ยอมรับสักทีจนผมเลิกโทรและเปลี่ยนมาส่งข้อความแทน

อสูรคนใจร้าย

ประโยคแรกผมกดส่งไปโดยพิมพ์แค่ชื่อของเขาที่ผมอยากเรียกและคำตัดพ้อที่บ่งบอกว่าผมไม่ชอบเรื่องแบบนี้เอาซะเลยแถมตอนนี้ผมยังร้องไห้อีกต่างหาก

เมื่อไหร่จะกลับมา!’

ไม่รู้ทำไมผมถึงพิมพ์ไปแบบนั้นแต่ที่แน่ๆ ผมก็ส่งข้อความนั้นไป

วางโทรศัพท์ลงข้างกายฟุบหน้ากับฝ่ามือของตัวเองแล้วร้องไห้สะอื้นขอแค่ใครสักคนที่ยื่นมือเข้ามาแล้วพูดจาปลอบโยนผมในตอนนี้

ก็ยังดี!

มาแอบร้องไห้แบบนี้มันไม่ดีเลยนะเด็กน้อยผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับผู้มาเยือน ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าเขายังไงแต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยทำตัวร้ายกาจกับผมนอกจากพูดจาเหมือนตักเตือน

คุณชุน!” เขายิ้มให้กับผมก่อนจะนั่งลงข้างๆ มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้กับผม

ขอบคุณครับ

ความเงียบเกิดขึ้นทั้งผมและคุณชุนก็เงียบกันทั้งคู่

คิดมากเรื่องสายตาของคนอื่นสินะจู่ๆ คุณชุนก็พูดขึ้นมาผมหันไปจ้องหน้าเขาขมวดคิ้วสงสัย

คุณรู้!

ก่อนหน้านี้มีข่าวไม่ดีนิดหน่อยบวกกับที่อ๋องน้อยหายไป…” คุณชุนเริ่มเล่าข้อสงสัยให้กับผมฟัง

ทุกคนรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นใครมาจากไหนแต่เพราะไอสูรย์ยอมรับจึงทำให้ทุกคนไม่ชอบใจนักโดยส่วนใหญ่ทุกคนที่นี่คือลูกคนรวย

ผมพอจะเข้าใจแล้วละครับว่าทำไมเขาถึงห้ามไม่ให้ผมไปไหน? ถ้าผมเชื่อฟังเขาสักนิดก็คงจะดี

ผมจนสินะ

อย่าคิดมากเพราะคนตัดสินใจคือฉัน!” คุณชุนขยี้หัวผมแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“แล้วทุกคนรู้รึเปล่าครับว่าจริงๆ แล้วไอสูรย์ประมูลผมมา” คำๆ นี้ที่ผมไม่อยากนึกถึงเลยก็ว่าได้

“หากรู้เธอคงลำบาก”

“ผมดีใจนะครับที่ทุกคนยังไม่รู้” ฝืนยิ้มทั้งๆ ที่มีน้ำตาแต่ถึงยังไงผมก็ไม่ชอบสายตาของทุกคนที่มองมาอยู่ดีและรินเขาก็

ไอสูรย์ถอนหมั้นไปแล้ว”ผมอึ้งเมื่อคำพูดประโยคนี้ออกมาจากปากของคุณชุน

แล้วถอนหมั้นตอนไหน? ทำไมผมไม่รู้?

ทำไมครับ

เหตุผลส่วนตัวข้อนี้ฉันบอกไม่ได้ด้วยสิ!

ชิส์!

ผมละเบื่อจังเลยชอบพูดให้อยากรู้ แต่พูดไม่จบ

ไม่ใช่ว่าไม่รู้เหรอครับ”

ฮาๆ ถ้าอารมณ์ดีแล้วก็กลับไปเรียนซะ!” เขาหัวเราะชอบใจใหญ่เลยครับแล้วอาการยังไงของผมที่บอกเขาว่าอารมณ์ดี

“ขอบคุณนะครับ”

“เธอแค่ทำในสิ่งที่อยากจะทำก็พอแล้ว”

“มันไม่ง่ายเลยนะครับ”

“ไม่มีอะไรยากเกินไปหากเธอผ่านด่านไอสูรย์มาได้คนอื่นๆ ก็คงไม่ยากสินะ” คุณชุนพูดจาแปลกๆ แต่คำพูดของเขาก็ทำให้ผมคิดถึงอะไรหลายๆ อย่าง

 

ซ่า

สายน้ำชะล้างคราบน้ำตากับความรู้สึกแย่ๆ และข้อสงสัยหลายอย่างก็กระจ่าง มันก็จริงอย่างที่ฟานบอกเพราะผมไม่ได้เกิดมาเพื่อแคร์คนทั้งโลก

ขอฉันคุยด้วยหน่อยได้ไหม?” เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลังผมหันไปมองก็เห็นว่ารินยืนอยู่ด้านหลัง ผมส่งยิ้มไปให้ก่อนจะพยักหน้าแต่หมอนี่กลับทำเหมือนไม่สนใจก่อนจะเดินนำออกไปจากห้องน้ำ

มีอะไรจะคุยกับฉันงั้นเหรอ?”

เพี๊ยะ

เจ็บ!

หน้าผมชาไปเลยทีเดียว… หลังจากที่รินหยุดเดินและหันกลับมามือเล็กข้างหนึ่งของเขาก็ตบเข้ามาที่หน้าผมซะเต็มแรงจนต้องหันไปตามแรงตบนั้น ผมหันกลับมามองหน้ารินอึ้งๆ หมอนี่เองก็มองผมด้วยแววตาที่น่ากลัวผิดจากครั้งอื่นๆ

ร่าน!

มันเป็นคำสั้นๆ ที่เจ็บดีผมไปทำอะไรผิด ทำไมหมอนี่ถึงต้องด่าผมแรงขนาดนี้

เพราะนายพี่ไอสูรย์ถึงถอนหมั้นกับฉันนายมันไม่คู่ควรกับเขาเลยด้วยซ้ำรินยังคงพูดต่อเรื่อยๆ

ออกไปจากชีวิตเขาซะ!

เพี๊ยะ

ทำไมฉันต้องไป!

ผมตบหน้ารินกลับก่อนจะตั้งคำถามผมไม่ใช่คนที่จะยอมคนอื่นง่ายๆ และอีกอย่างทำไมผมต้องยอม!

นายเป็นแค่ของเก่าแต่ฉันนี่สิของใหม่แถมแพงด้วย!

ชิส์!

แอบดูถูกตัวเองแต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยผมได้เอาคืนอยากจะบ้าตายถ้ารู้ว่าการกลับมามันจะแย่ขนาดนี้

เพราะนายคนเดียวอสูรตัวร้าย!” ผมเดินบ่นกับตัวเองตลอดทางที่เดินหนีรินออกมาได้ เชื่อเถอะครับว่าพรุ่งนี้หมอนั้นอาจจะเกลียดผมและอยากจะฆ่าผมเลยก็ได้

ตุบโอ๊ย!

อะไรมันจะซวยขนาดนี้ถูกตบยังไม่พอแถมตอนนี้ไม่รู้ว่าเดินชนใครเข้าอีก!

เฮ้ยอ๋องน้อยฉันขอโทษ… เจ็บไหม?”

เจ็บสินายไม่เห็นฉันหรือไงฟานแค่เสียงผมก็จำได้ว่าเป็นใครก้นจะพังครับ… ฟานนั่งลงตรงหน้าก่อนจะทำหน้าสำนึกผิดให้ผมได้เห็น

ไม่ยกโทษให้ด้วย…” ผมเด้งตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะปัดก้นตัวเอง

เดี๋ยวก่อน!” พอเห็นว่าผมจะเดินออกไปฟานก็รั้งแขนผมเอาไว้แทน หน้านายไปโดนอะไรมา!” หมอนี่ขยับเข้ามาใกล้ๆ ผมก่อนจะยื่นหน้ามามอง

โดนตบมาสิ… เจ็บชะมัด!” ย่นจมูกให้คนตรงหน้าได้เห็นแต่หมอนี่กลับหัวเราะผมซะยกใหญ่เลยครับ

ใครกล้าตบคนของไอสูรย์เนี่ย

ไม่ขำสักนิดอีกอย่างชื่อของเขาก็ช่วยฉันไม่ได้…” ผมกระแทกไหลของฟานก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา วันนี้มันเป็นวันที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกไม่ว่าจะเดินไปทางไหน มุมไหน?

ผมก็อยากจะหลับตาแล้วเดินแทน!

เฮ้ๆ โกรธฉันเหรอ?” ฟานวิ่งตามผมมาพร้อมกับคำถาม ผมจะโกรธก็ตอนที่เขาถามนี่แหละครับ

เปล่าฉันอยากกลับบ้านหันไปมองหน้าคนข้างๆ แต่ก็ไม่ยอมหยุดเดิน

เฮ้อไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียนแต่แรกสินะเหตุผลละ!

อยากขัดคำสั่ง!

ตามนั้นครับผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่ที่แน่ๆ เหมือนผมกำลังเรียกร้องความสนใจอยู่เลย

นายนี่มัน!

พาฉันกลับบ้านได้ไหม?” ผมหยุดเดินหันไปจ้องหน้าฟานแบบข้อร้องสุดตัว ผมตบหน้าคนไปนะจะให้อยู่เรียนต่องั้นเหรอ? ไม่มีทาง

 “ถ้าไอสูรย์รู้ฉันตายแน่” เชื่อผมเถอะครับว่าคำพูดนี้ฟานกำลังยอม ผมรู้ว่าเขาเองก็ไม่อยากเรียนเหมือนกัน

บรรยากาศในรถตอนนี้ผมกำลังแย่

ไอสูรย์หายไปไหนซะละ?

ทำไมต้องทิ้งกันไปตอนนี้หรือที่จริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ข้างๆ ผมแต่แรก!

มันแย่จริงๆ เลยครับที่ต้องมารับรู้อะไรแบบนี้ ‘แม่’ ผมคิดถึงแม่

ฟานนายช่วยพาฉันกลับบ้านฉันได้ไหมฟานหันมาจ้องหน้าผมทันทีเมื่อประโยคนี้จบลง

ไม่ได้ไอสูรย์เล่นงานฉันตาย

ขอร้อง!” แล้วผมก็ร้องไห้ออกมาจริงๆ ร้องไห้หนักด้วยครับ

ผมรู้สึกท้อและเหนื่อยมาก

ก็ได้!

หลังจากที่ฟานตกลงผมก็บอกทางไปบ้านของตัวเองให้เขาฟังทันที พอมาถึงหน้าปากซอยเข้าบ้านผมก็สั่งให้เขาจอดรถเพราะถนนมันเล็กรถใหญ่เข้าไม่ได้แถมรถเขายังหรูจนผมไม่อยากตอบคำถามใคร

จะไปต่อยังไง?” ฟานตั้งคำถามมองไปยังหนทางด้านหน้าซึ่งสภาพก็ไม่ต่างไปจากสลัมหรอกครับก็ผมมันจนจริงๆ นี่

เดิน!

ให้ฉันเดินไปส่งไหม?” หมอนี่หันมามองหน้าผม

ไม่แค่นายไม่บอกใครก็พอสั่งไปแบบนั้นถึงยังไงผมก็หนีไปไหนไม่รอดอยู่ดี อีกอย่างทั้งพี่เหนือและพี่ใต้ก็เคยมารับผมที่บ้านแล้ว

คิดเหรอว่าไอสูรย์จะปล่อย

ผมทำหน้าเศร้าแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามฟาน ผมคิดว่าไอสูรย์คงไม่ปล่อยแต่อย่างน้อยขอแค่ช่วงที่เขาไม่อยู่ผมขออยู่กับแม่จะได้ไหม?

ตามใจแต่ถ้าอยากกลับโทรหาฉันละกัน

ขอบคุณนะบอกลาคนตรงหน้าก่อนจะเดินลงจากรถ ผมรอให้ฟานขับรถออกไปจากตรงนี้ก่อนถึงจะหันหลังให้เขาแล้วเดินเข้าซอยไป

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมอย่างแปลกประหลาดจะว่าไปผมไม่ได้กลับมาบ้านตัวเองนานแค่ไหนแล้วนะนานพอที่จะทำให้คนพวกนี้แปลกใจหรือเปล่า

อ๋องนั่นแกเหรอ?” เสียงป้าร้านขายข้าวแกงหน้าปากซอยร้องทักเมื่อเห็นหน้าผม ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านประจำที่ผมชอบมาซื้อกับข้าวไปฝากแม่เลยก็ว่าได้ครับ

ครับ

แล้วนั่นแกหายไปไหนมาถามนางอินมันก็ไม่ยอมบอก…” ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับชื่อนั้นนะแม่ผม

ผมขอตัวก่อนนะครับผมเลือกที่จะไม่ตอบคำถามก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปด้านใน ผมลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ ที่เป็นทางลัดเพราะมันไม่ต้องผ่านผู้คนมากมายแม้จะไกลกว่าเดิมแต่ดีอย่างตรงที่มันจะมาโผล่หลังบ้านผมพอดี

แถมตอนนี้ผมก็เดินมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วด้วยบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่มีรั้วไม้เก่าๆ ล้อมรอบผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการซักผ้าสีหน้าของแม่ดูเศร้าหมองลง

แม่ครับ!

แม่หยุดการกระทำทุกอย่างก่อนจะหันมามองหน้าผมสีหน้าของท่านตกใจมากเมื่อเห็นหน้าผมก่อนที่แม่จะลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งเข้ามากอดผมเอาไว้

อ๋องลูกแม่ ฮือๆ นี่ลูกจริงๆ ใช่ไหม? แม่ไม่ได้ฝันไปใช่หรือเปล่าแม่ขอโทษนะลูกเพราะแม่ผิดเองที่เลือกไอ้ผัวเฮงซวยนั่น

แม่พูดทั้งน้ำตาพร้อมคำถามมากมายเมื่อกี้ ผมไม่เคยโกรธท่านเลยเพราะแม่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยถ้าจะหาคนผิดก็ต้องเป็นไอ้พ่อเลี้ยงผมต่างหากละครับ

ไม่เป็นอะไรครับแม่แม่ไม่ได้ฝันไปนี่อ๋องจริงๆ ครับผมกอดตอบท่านแล้วยิ้มพร้อมทั้งร้องไห้เวลาผ่านไปนานพอสมควรตอนนี้ผมกับแม่เข้ามานั่งคุยกันในบ้านเรียบร้อยแล้วครับ

ลูกเป็นยังไงบ้างอ๋องแล้วเอ่อแล้วลูก…” แม่พูดเหมือนคนติดอ่างขึ้นมาดื้อๆ มองที่หน้าท้องของผมสีหน้าท่านเหมือนกำลังเขินแต่ถ้าอยากหาคนเขินคนๆ นั้นควรจะเป็นผมนะครับ

ผมไม่ได้ท้องนะครับแม่!” รีบเถียงขึ้นทันทีเพราะท่านกำลังเข้าใจผมผิด

แต่ไอ้เฮงซวยนั่นบอกแม่ว่ามันเอาลูกไปประมูลให้พวกเศรษฐีที่อยากมีลูกแถมอ๋องของแม่ยังท้องได้อีกต่างหาก

ผมกำลังเงิบครับ

มันอาจจะพูดถูกที่เขาอยากมีลูกแต่ผมไม่ได้ท้องนะครับแม่…” เถียงต่อว่าไม่ได้ท้องแค่ครั้งเดียวจะท้องได้ไง!

ฮึย!

ทำไมผมต้องเขินด้วยละ

เฮ้อไม่ได้ท้องก็ดีแล้วตอนนี้แม่เลิกกับไอ้เฮงซวยนั่นแล้วนะลูกกลับมาอยู่บ้านของเรานะอ๋องผมดีใจที่แม่เลิกกับไอ้พ่อเลี้ยงนั้นได้ แต่ผมรู้สึกน้ำท่วมปากขึ้นมาทันทีเมื่อท่านบอกให้ผมกลับมาอยู่บ้าน

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะตอบได้แต่ตอนนี้มันยากตรงที่ผมกล้ากลับไปหาเขานั่นแหละครับ

ผม

เอาไว้ค่อยตอบแม่ก็ได้งั้นลูกรีบไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะเดี๋ยวแม่จะทำอาหารที่ลูกชอบไว้รอ

แม่ตัดบทเหมือนท่านจะรู้ว่าผมตอบไม่ถูกผมนั่งมองแม่ที่เดินหายกลับไปหลังบ้านก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเดินขึ้นไปด้านบน แม้บ้านผมจะเก่าและโทรมมากแต่เชื่อเถอะว่าหรูนิดตรงที่มันมีสองชั้น

เข้ามาในห้องบรรยากาศแตกต่างจากสถานที่ที่ผมอยู่ก่อนหน้านี้แต่อย่างน้อยความรักในบ้านหลังนี้กลับมีมากกว่าผมล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาด 3 ฟุ๊ตถ้าเทียบกับเตียงที่ผมเคยนอนมาก่อนมันเทียบไม่ได้เลยครับ

มือเล็กข้างหนึ่งยื่นขึ้นไปด้านบนพยายามจะคว้าอะไรสักอย่างแต่ผมคว้าได้แค่อากาศ

ไอสูรย์!!!

เราเหมือนเส้นขนาน

น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวกี่ครั้งแล้วนะกับการร้องไห้ในวันนี้ของผมเพราะเขา!

 

หรือผมจะทำอย่างที่พูดเอาไว้ไม่ได้ตอนนี้ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ารู้จักความรักดีพอแค่ไหน? ถ้าจะสอนบทเรียนให้เขาผมคงต้องก้าวผ่านความอึดอัดมากมายให้ได้ก่อนสินะ

 

ความคิดเห็น

}