Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 25 Cherish you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 25 Cherish you
แบบอักษร

 

Chapter 25 Cherish you 

พาหนะลำใหญ่เริ่มบินสูงขึ้นเรื่อยๆจนมองเห็นคนด้านล่างเป็นจุดเล็กๆ อคิราห์ผละตัวออกทันทีเมื่อสามารถยืนได้อย่างมั่นคง หันหลังไปนั่งประจำที่พร้อมรัดเข็มขัด ภาพของชายหนุ่มผมสีทองที่ซ้อนทับกับคนอีกคนที่ยืนอยู่บนดาดฟ้ายังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำ ชีวิตนี้รวมถึงชีวิตที่แล้ว อีกฝ่ายคงเป็นคนที่ทำให้เขาต้องรู้สึกผิดมากที่สุด หากยูริเอลไม่ได้คิดกับเขามากว่าพี่น้องธรรมดาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ เขาไม่เคยสนใจความรู้สึกรักใคร่มาก่อนและไม่เข้าใจความรู้สึกของยูริเอลสักครั้งหลังจากที่อีกฝ่ายบอกรักเขาออกมา

เป็นครั้งแรกที่ยูริเอลทำให้เขาต้องมานั่งคิดว่าความรู้สึกที่เรียกว่ารัก...มันเป็นยังไง

มิคาเอลไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆจากการผละตัวออกไปของอีกฝ่าย เขาเดินไปหยิบหูฟังกันเสียงมาสวมครอบให้คนที่นั่งด้านข้าง อคิราห์ไม่ขัดขืน เด็กหนุ่มนั่งตัวตรงไม่สนใจว่ามิคาเอลจะทำอะไรเนื่องจากตัวเขาเองกำลังครุ่นคิดบางอย่างๆมีสมาธิ

มิคาเอลมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มที่คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสีมรกตสว่างวาบ เขาผสานมือวางบนตักแล้วหลับตาลง

เพียงไม่นานพื้นด้านล่างก็เปลี่ยนจากพื้นดินเป็นพื้นน้ำ เสียงใบพัดดังอื้ออึง อคิราห์หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง พึ่งสังเกตว่าคนที่คอยควบคุมอยู่ด้านหน้าคือลูกน้องคนสนิทของมิคาเอลนั่นเอง เด็กหนุ่มหันไปมองคนด้านข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ อคิราห์อดที่จะรู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไม่ได้ นอกจากประโยคแรกนั้น มิคาเอลก็ไม่เอ่ยปากออกมาอีกเลย ไม่มีคำพูดใดๆ เพียงแค่นั่งหลับตาอยู่เงียบๆ เท่านั้น

เป็นความไม่คุ้นเคยที่อธิบายความรู้สึกออกมาได้ยาก

เวลาผ่านไปในที่สุดเขาก็มองเห็นเรือสำราญลำใหญ่ที่จอดนิ่งอยู่บนพื้นน้ำที่มองเห็นเป็นสีดำสนิท แสงไฟสีส้มอ่อนสว่างทั่วลำเรือ พาหนะลำใหญ่บินต่ำลงจอดอย่างนุ่มนวล เพียงแค่ลงจอดถึงพื้น ข้อมือของเด็กหนุ่มก็ถูกฉุดดึงให้เดินตามหลังอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วทั้งที่ครอบหูยังดึงออกไม่ทัน คนทั้งคู่เดินผ่านเหล่าคนชุดดำที่ยืนรอการกลับมาของผู้เป็นนายผ่านขึ้นไปยังชั้นหนึ่งบนลำเรือ

เขาเคยชินกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของคนด้านหน้ามานานแล้วแต่ครั้งนี้มิคาเอลดูรีบร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนเขาต้องเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ

มิคาเอลฉุดลากอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง ทันทีที่ร่างของเด็กหนุ่มผ่านประตูเข้ามา อคิราห์ก็ถูกผลักตัวจดชิดติดประตูจนบานประตูปิดลงเสียงดัง เขาตั้งท่าหลบแต่ก็ยังไม่ทันมืออีกฝ่ายที่ล็อคข้อมือของเขาไว้ก่อน ริมฝีปากถูกชายหนุ่มจู่โจมอย่างบ้าคลั่งจนหายใจไม่ทัน มือทั้งสองข้างสอดประสานวางชิดอยู่ข้างศีรษะ ในขณะที่ร่างกายถูกเบียดเข้าหาจนแนบชิดไปทุกส่วน สัมผัสที่ขาดหายไปนานทำให้เขาตอบกลับสัมผัสของอีกฝ่ายกลับไปอย่างดุเดือดเช่นกัน

อคิราห์ไม่ยอมเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว ทั้งสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากชายหนุ่มอย่างท้าทาย มิคาเอลตอบรับการกระทำของเด็กหนุ่มอย่างพึงพอใจ เสียดสีร่างกายเข้าหากันมากขึ้น ห้องสูทในเรือสำราญลำหรูร้อนระอุขึ้นมาจากการรุกเร้ากันของชายหนุ่มสองคน ลมหายใจของทั้งคู่ผ่อนออกมาอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์หลงลืมทุกสิ่งอย่างไปชั่วคราว

มิคาเอลถอนมือออก เรียวนิ้วยาวลูบไล้ร่างกายที่ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดลงมาจนถึงสะโพกและต้นขาเรียวยาวทั้งสองข้างก่อนที่จะดันขึ้นเกาะเกี่ยวตัวเขาเอาไว้ อคิราห์ยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขาโดยอัตโนมัติทั้งที่ไม่ยอมผละริมฝีปากออกจากกัน มิคาเอลเดินอุ้มตัวอีกฝ่ายไปยังโซฟาตัวยาวโดยที่มีเด็กหนุ่มนั่งคร่อมอยู่ด้านบน

แม้จะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกแต่จากสิ่งที่เขากำลังเป็นอยู่และจากการที่อคิราห์ตอบรับจูบของเขาอีกทั้งเป็นฝ่ายรุกเข้าหาทำให้มิคาเอลแน่ใจอยู่อย่างหนึ่งว่า...พวกเขาต่างโหยหาสัมผัสของกันและกัน

จนในที่สุดก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ต้องยอมแพ้ไปเสียก่อน อคิราห์ถอนริมฝีปากออกมาแต่คนที่นั่งอยู่ด้านล่างก็ยังไม่อยากผละห่าง มิคาเอลจูบย้ำบนริมฝีปากสีแดงสดของอีกฝ่ายทั้งยังขบเม้มเบาๆเป็นระยะ เด็กหนุ่มหอบหายใจถี่รัว เบี่ยงหน้าออกด้านข้างแต่ก็ยังโดนคนที่โอบรัดร่างเอาไว้ตามมาไม่ห่าง “พอ...พอก่อน หยุดก่อนครับ”

“อืม ฉันคิดถึงเธอ”

อคิราห์ชะงักไปชั่วขณะ เขายังถูกมิคาเอลจูบอยู่อีกพักใหญ่จนพอใจถึงจะยอมถอนริมฝีปากออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ซีกแก้มขาวที่มีรอยสะเก็ดบางเบา เขาสำรวจร่างกายเด็กหนุ่มดูก็พอจะรู้ว่ายังมีร่องรอยบาดแผลเหลืออยู่อีกหลายแห่งอีกทั้งแผลใหม่บนแขนอีกหนึ่งรอย

ชายหนุ่มดูนิ่งเงียบผิดจากปกติที่มักจะต้องพูดจากวนประสาทเขาตลอดเวลา มิคาเอลจูบลงบนปลายจมูกของเด็กหนุ่มก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อคิราห์ไม่อยากจะคิดว่าจะออกมาจากปากของอีกฝ่ายในเวลาเช่นนี้ “ไปอาบน้ำเถอะ วันนี้เธอคงเหนื่อยมามาก”

อคิราห์ชะงัก เขาไม่แน่ใจว่ามิคาเอลมีแผนอะไร บางสิ่งบางอย่างด้านล่างที่เขารู้สึกได้ทำให้ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินนักจนต้องเอ่ยออกมาอย่างลองเชิง “ผมอาบน้ำแล้ว”

“งั้นก็เข้านอนได้แล้วเด็กดี ราตรีสวัสดิ์” มิคาเอลช้อนตัวเขาให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป ทำให้อคิราห์ต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงง การกระทำที่พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็วทำให้เด็กหนุ่มทำตัวไม่ถูก เขาเดินไปล้มตัวลงบนที่นอนหนานุ่ม หากแต่แม้ว่าจะผ่านความเมื่อยล้ามาทั้งวันเด็กหนุ่มก็ยังนอนไม่หลับ นาฬิกาบอกเวลาว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะรุ่งเช้าแล้ว

เขาคิดถึงท่าทางของคนที่เอาแต่เข้าหาอยู่ตลอดเวลาที่จู่ๆกลับมีท่าทีเปลี่ยนไป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า...เขากำลังจะได้อิสระกลับคืนมา เมื่อคิดได้เช่นนั้นเด็กหนุ่มก็ผ่อนคลายลงเพียงแต่หน้าอกกลับวูบโหวงอย่างประหลาด

ไม่นานก็มีเสียงเดินมาจากด้านหลัง มิคาเอลล้มตัวลงนอนคว้าร่างเด็กหนุ่มเข้ามาจนชิดอกพลางพูดออกมาชิดริมใบหู “อยู่ห่างจากฉันไปตั้งนาน คิดถึงฉันมั้ย”

“ไม่นี่ครับ”

“งั้นเหรอ น่าเสียใจจริงๆ แต่ฉันคิดถึงเธอมากนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาเป็นครั้งที่สอง และเป็นอีกครั้งที่อคิราห์ก็ยังเงียบงันเช่นเดิม “เธอผอมลง อยู่ที่นั่นคงลำบากน่าดู”

“ไม่ลำบากครับ”

“แสดงว่าหมอนั่นดูแลเธอดี”

“ก็ดีอยู่” เด็กหนุ่มตอบออกมาตามความเป็นจริงแต่เป็นความจริงที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงเท่านั้น

“อยู่ที่นั่น มีความสุขมากกว่าอยู่กับฉัน?”

“...”

“นอนเถอะ”

มิคาเอลกระชับแขนแน่นขึ้นจนเขารู้สึกอึดอัด ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายยังไม่หลับ อคิราห์ก็ถามในสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมา “คุณจะปล่อยผมไปเมื่อไหร่”

“ไม่มีกำหนด” มิคาเอลลืมตาขึ้นมา ในอกพลันรู้สึกอึดอัด ชายหนุ่มกำลังคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาไม่เคยรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกบ้างเลยรึไงกัน ชายหนุ่มพลันเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “พึ่งกลับมาได้ไม่นาน ยังจะคิดไป?”

“ผมแค่ถามในสิ่งที่คิด”

“งั้นเธอก็คิดไปเถอะ ที่รัก เพราะฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่นอน” ชายหนุ่มลุกขึ้นไปหยิบซิการ์ขึ้นมาตัดแล้วจุดสูบก่อนที่จะเดินออกไปเปิดประตูระเบียง

หลังจากได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอคิราห์นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งหันไปหาคนที่อยู่นอกระเบียง เอ่ยถามในสิ่งที่กำลังสงสัยในตอนที่มิคาเอลกำลังปิดประตู “คุณจะทรมานตัวเองไปทำไม”

“เธอหมายความว่าอะไร” เขาดึงมวลซิการ์ออกจากปาก

“คุณจะทรมานตัวเองไปทำไม ทั้งๆที่คุณก็ไม่ได้อยากอยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว”

มิคาเอลเลิกคิ้วขึ้น อยากรู้จริงๆ ว่าเด็กน้อยของเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ฉันทำอะไรให้เธอคิดแบบนั้น”

“คุณไม่มีเซ็กส์กับผม ด้วยพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณ โดยปกติแล้วหลังจากที่ทำแบบนั้นกันคุณจะไม่หยุดแค่จูบ ข้อสันนิษฐานของผมจึงมีสองข้อคือคุณเบื่อแล้วหรือคุณไม่อยากนอนกับคนที่ผ่านมือคนอื่นมา” อคิราห์พูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาทั้งหมดอย่างหน้าตาเฉย ใบหน้าที่แสนนิ่งเรียบของเด็กหนุ่มทำให้มิคาเอลอยากกุมขมับ

คนๆ นี้พูดอะไรที่...น่ารักขนาดนี้ด้วยใบหน้านิ่งๆ นั่นออกมาได้ยังไงกัน ชายหนุ่มดับซิการ์ที่ยังไม่ทันได้สูบ เดินกลับมาแล้วปิดประตูระเบียงลง “เธอกำลังเรียกร้องให้ฉันทำกับเธอ รู้ตัวรึเปล่า”

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“หึๆ ฉันไม่ได้เบื่อเธอ แล้วฉันก็ไม่สนด้วยว่าเธอจะมีอะไรกับหมอนั่น แค่การที่เธอคว้ามือของฉันเอาไว้ตอนนั้นก็บอกได้แล้วว่าเธออยากอยู่กับฉันมากกว่ามัน คิดว่าฉันมองไม่เห็นที่มันพูดรึไง” ชายหนุ่มเดินกลับมาที่เตียงเรื่อยๆ สายตาจ้องมองคนที่นั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่บนเตียงนิ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มตัวเข้าหาคนที่มองเขาอยู่ทุกก้าวอย่างไม่ละสายตา

“ต่อให้ตอนนั้นเธอหันหลังกลับไปฉันก็จะฉุดกระชากเธอขึ้นไปด้วยอยู่ดี” มิคาเอลจู่โจมเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว แม้จะโดนอีกฝ่ายต่อต้านด้วยสัญชาตญาณแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ จัดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงอีกฝ่ายอย่างสาสมใจจนในที่สุดก็ยอมผละตัวออก ชายหนุ่มจับข้อมือข้างที่บาดเจ็บของอีกฝ่ายชูขึ้นมา “ไม่ง่ายเลยนะที่ฉันจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้ ดีใจซะเถอะ” เขากดจูบลงบนผ้าพันแผลแล้วกอดร่างที่แข็งทื่อตรงหน้าอีกครั้ง

การได้บางสิ่งบางอย่างที่สูญหายไปกลับมาทำให้ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไป

 

ทั้งคู่ตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยง พวกเขาเริ่มใช้ชีวิตเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ด้วยกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นช่วงเวลาบ่ายของวันหลังจากที่เด็กหนุ่มโทรรายงานพี่ชายว่าตอนนี้ตัวเองยังคงปลอดภัยอยู่และต้องนั่งฟังคนที่อยู่อีกซีกโลกบรรยายความรู้สึกของตัวเองเมื่อตอนที่รู้ว่าเขาหายตัวไปอีกราวชั่วโมง ซันถึงยอมวางสายลงในที่สุด เป็นเวลาเดียวกับที่ได้ยินเสียงประตูถูกเคาะขึ้นมาสองสามครั้งอคิราห์จึงเดินไปเปิดประตู เป็นลุคนั่นเอง

“นายท่านต้องการพบคุณ กรุณาตามผมมาครับ”

เขาเดินตามหลังชายหนุ่มอีกคนมาเรื่อยๆ แต่แล้วคนด้านหน้าก็พูดออกมาอย่างที่นานๆ ครั้งจะพูดกับเขาสักหน “สบายดีนะครับ”

“ครับ”

ไม่มีการสนทนาใดๆอีก ลุคพาเขามายังสระว่ายน้ำกลางแจ้งก่อนที่จะขอตัวเดินจากไป ลมทะเลสงบนิ่ง ท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นสีฟ้าไร้เมฆ ถือว่าเป็นวันที่อากาศดีมากวันหนึ่ง

อคิราห์เดินเข้าไปหาคนที่หยุดว่ายน้ำแล้วเดินขึ้นมาจากสระทันทีที่เขาปรากฏตัว มิคาเอลในกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวกับผมสีบรอนด์ทองเปียกลู่ไปกับใบหน้าดูเด็กลงกว่าช่วงเวลาปกติของอีกฝ่ายอยู่มากทีเดียว ชายหนุ่มที่ทำตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมเดินยิ้มเข้ามาคว้าตัวเด็กหนุ่มเข้าไปกอดจนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายเปียกชุ่มไปหมด อคิราห์ทำหน้ายุ่งอย่างไม่พอใจแต่มิคาเอลก็ทำเป็นมองไม่เห็น

“จะไม่หลงใหลในร่างกายที่แสนเซ็กซี่ของฉันสักหน่อยรึไง หื้ม”

“เรียกผมมาทำไมครับ” อคิราห์ตอบกลับทั้งเบี่ยงหน้าหลบคนที่พยายามจะทำให้เขาตัวเปียกไปด้วย

“ให้ตายสิ เธอกำลังทำให้ฉันหมดความมั่นใจ รู้รึเปล่าว่าถ้าเป็นคนอื่นไม่มีใครที่มองเห็นหุ่นของฉันแล้วจะนิ่งเฉยได้แบบเธอหรอกนะ”

อคิราห์ผละตัวออกมามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่จะมองหน้ามิคาเอลพลางเลิกคิ้วขึ้น แน่นอนว่าอดีตนักฆ่าหนุ่มย่อมเปรียบเทียบรูปร่างเมื่อก่อนของตัวเองกับอีกฝ่ายอยู่ในใจและเขาก็ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วเหมือนกันว่า ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ดูดีกว่าหมอนี่อย่างแน่นอน อคิราห์เดินผ่านอีกฝ่ายไปนั่งบนเตียงผ้าใบทั้งยังหยิบแก้วคอกเทลของคนที่ยืนอยู่ขึ้นมาจิบหน้าตาเฉย

ท่าทางของเด็กหนุ่มทำให้รอยยิ้มของเขาแข็งค้างทั้งยังกระตุกอยู่สองสามครั้ง มิคาเอลหันกลับไปมองคนที่พึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป ถึงกระนั้นก็ยังอดก้มลงมองรูปร่างของตัวเองอย่างลืมตัว

การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของอีกฝ่ายทำให้อคิราห์ต้องยกริมฝีปากขึ้นมาเป็นรอยยิ้มเล็กๆทั้งที่ยังยกแก้วอยู่

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาทั้งที่รอยยิ้มค้างไปเรียบร้อยแล้ว “รับรองได้เลยว่าเธอหายดีเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นฉันจะทำให้เธอขยับตัวไปไหนไม่ได้แน่นอน” 

____________________ 

Talk เซอร์วิสสำหรับคู่นี้กันยาวๆ ไปค่ะหลังจากที่ไม่ได้พบกันมาหลายตอน เฮียคัมแบ็คแล้ววว ถ้าว่ากันตาเป็นจริงทั้งมิคาเอลกับอาคิก็เป็นมือใหม่เรื่องความรักทั้งคู่ และก็เริ่มรู้สึกเคยชินกับการใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่รู้ตัว อารมณ์เหมือนมาอยู่กินก่อนรักทีหลัง555 

ขอไปนอนก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้มาลงต่อค่ะ 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal... 

ความคิดเห็น