Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 22 Poker Face

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 22 Poker Face
แบบอักษร

 

Chapter 22 Poker Face 

อีกด้านหนึ่ง ลีมูซีนคันสีดำเงาแล่นเรื่อยไปตามถนน ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แสงไฟผ่านสายตาของเขาไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นภาพเบลอ ภายในห้องโดยสารที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงนิ้วมือเคาะที่วางแขนเป็นจังหวะของคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียเท่าไหร่

'เขาพลาด' 

ไม่คิดว่าแค่การจับตัวเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งจะทำให้เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ ในเวลานั้นชายหนุ่มยอมรับว่าตนเองใจร้อนเกินไป ข้อเสนอของทางยาโคลอฟก็น่าสนใจปานนั้น อีกทั้งสิ่งที่ทำให้คนอย่างมาคัส โอดิเลียร้อนใจมากที่สุดคือการที่รู้ข่าวว่ามิคาเอลพาเด็กคนนั้นไปที่บ้านหลังนั้นเป็นเดือนๆ พื้นที่ๆ ไม่เคยยอมให้คู่นอนคนไหนล่วงล้ำมาก่อน อีกทั้งยังไม่มีคู่นอนคนไหนที่อยู่กับมิคาเอลมาได้นานขนาดนี้ ทั้งหมดทำให้เขากังวลว่าหัวใจที่เคยปิดกั้นผู้คนของคนๆนั้นอาจจะกำลังเปิดรับใครบางคนเข้าไป...คนที่ไม่ใช่เขา 

ถึงกระนั้น หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะทำเหมือนเดิม ไม่สิ...เขาคงไม่ร่วมมือกับยาโคลอฟและเปลี่ยนจากจับเป็นๆ จับตายแทน สิ่งที่ทำลงไป เขาไม่เสียใจ หากนั่นทำให้อีกฝ่ายหันมามองเขาบ้างก็ยังดี ถึงแม้จะในฐานะศัตรูก็ตาม

มาคัสคิดว่าเขาทนได้ มองดูอีกฝ่ายเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆได้ แต่เมื่อมีใครบางคนที่ดูเหมือนคนๆนั้นจะให้ความสำคัญมากกว่าปกติปรากฏตัวขึ้น สิ่งที่เขาคิดออกมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น อยากรู้เหมือนกันว่ามิคาเอลจะจัดการเขาอย่างไร ถึงยังไงทางนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเด็กนั่นไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว อีกฝ่ายย่อมไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม หรือหากว่าทำก็ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงเด็กนั่นไม่ได้มีความสำคัญมากนัก

เมื่อรถจอดสนิท ผู้นำตระกูลดิเลียก็ก้าวออกมาจากรถพลางเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย

งานประมูลถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีพื้นที่ติดชายหาด ได้ยินเสียงคลื่นทะเลสาดซัดชัดเจน ท้องฟ้ามืดสนิทแต่กลับมองไม่เห็นดาวสักดวง รายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปในงานแม้แต่น้อย มองเห็นผู้คนหญิงชายเดินขวักไขว่ เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในงานก็ได้รับความสนใจในทันที เพราะเขาคือ ‘มาคัส โอดิเลีย’ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้นำตระกูลที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่งของวงการ

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆอย่างสุภาพตลอดเวลาทำให้บรรยากาศรอบกายดูน่าเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ต่างรู้กันดีว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มดูเป็นกันเองกลับแฝงความน่ากลัวเอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะเรียกว่าผู้มีอิทธิพลได้อย่างไร

มีคนมากมายต้องการเข้ามาสานสัมพันธ์กับเขาหากแต่ก็รู้ตัวดีว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติ มาคัสเดินเข้าไปในงานพูดคุยกับคู่ค้าสองสามคน สายตาก็สอดส่องหาคนที่ตัวเองต้องการพบอย่างแนบเนียน ใกล้ถึงเวลาประมูลแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของมิคาเอล ชายหนุ่มเดินไปนั่งยังที่นั่งพิเศษของตัวเอง เมื่อไม่เจอเป้าหมาย ชายหนุ่มกลับนั่งมองลงไปยังเวทีด้านล่างอย่างเลื่อนลอย

“ไม่เจอกันนานเลยนะครับคุณมาคัส หวังว่าจะยังจำผมคนนี้ได้” ชายคนนั้นถือโอกาสนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างอย่างถือวิสาสะ ใบหน้ายิ้มแย้มและนัยน์ตาสีฟ้าใสคู่นั้นจ้องเข้ามาในระยะประชิด

“เจสัน? ทำไม...”  ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างลืมตัว ความสับสนมึนงงตีกันวุ่นวายไปหมด ในขณะที่อีกฝ่ายังคงส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร ดูจริงใจและเป็นกันเองอย่างมาก เหมือนแต่ก่อนไม่มีผิด มาคัสรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยหากแต่อารมณ์เล็กน้อยนั้นก็ยังถูกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างจับได้

“คุณหมายถึงทำไมถึงเป็นผมเหรอครับ ถามแบบนี้ผมก็น้อยใจแย่สิ” เจสันทำท่าทางกระเง้ากระงอดอย่างขี้เล่น “นายท่านติดธุระสำคัญครับ ก็เลยส่งผมมาแทน แค่งานประมูลธรรมดาไม่ขนาดต้องถึงมือนายท่านหรอกครับ”

คำบอกเล่าของอีกฝ่ายทำให้มาคัสคิ้วกระตุกก่อนที่จะปรับสีหน้าให้กลับมาดูนุ่มนวลดังเดิม “ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่แปลกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมีอะไรที่สำคัญไปกว่าการมา‘งานนี้’อีก” มาคัสเน้นคำพูดอย่างชัดเจน เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

“นั่นสินะครับ แต่ในเมื่อนายท่านไม่ว่าง ผมที่เป็นลูกน้องคนสำคัญก็คงต้องจำใจมาแทน” เจสันพูดพลางถอนหายใจ “หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ แล้วก็ให้ความร่วมมืออย่างดีนะครับ”

ใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว มาคัสมักจะรู้สึกไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่เจอไอ้หมอนี่ สีหน้าและท่าทางของคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกหวาดระแวงมาตลอด เหมือนกับตอนนี้ที่ตัวเขาเองก็ยังคงดูความคิดและอารมณ์ของเจสันไม่ออก เจ้านายลูกน้องถอดแบบกันมาจริงๆ ผิดกันก็ตรงที่เขาเกลียดหมอนี่ก็เท่านั้น

มาคัสครุ่นคิดแต่ก็ยังคงตัดสินใจกระทำทุกอย่างบนพื้นฐานของผลประโยชน์อยู่ดี “แน่นอน ฉันไม่มีทางปฏิเสธความร่วมมือกับออสซินี่อยู่แล้ว” ชายหนุ่มหยิบไวน์ขึ้นมาจิบ ปิดบังใบหน้าที่เฉยชาของตัวเอง

หากมีใครได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่คงต้องมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ ในเมื่อนี่เป็นการพูดคุยร่วมงานกันของสองขั้วอำนาจใหญ่แห่งวงการมืดเชียวนะ ถึงแม้ว่าความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป็นไปตามนั้นก็เถอะ คนเหล่านั้นมองเห็นคนทั้งคู่นั่งพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ดูออกจะเป็นภาพที่แปลกประหลาดพอสมควร หากแต่เสียงเปิดงานประมูลของพิธีกรบนเวทีทำให้ผู้คนที่กำลังจับจ้องเหตุการณ์นั้นต้องละความสนใจออกไป

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันยังไม่ได้แตะต้องของรักของหวงของมิคาเอลแม้แต่ปลายเล็บ”

“ถ้าอย่างนั้น คุณต้องการอะไรล่ะครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ทางเราก็ยินดีมอบให้ อันที่จริงแล้วเราคุยกันดีๆก็ได้คุณไม่เห็นจะต้องเอาคนของเราไปเลยนี่นา”

มาคัสแค่นเสียงอย่างเย้ยหยันก่อนที่จะละสายตาจากอีกฝ่ายหันขึ้นไปมองบนเวที “ฉันก็ไม่ได้อยากปล่อยหนุ่มน้อยน่ารักไปง่ายๆขนาดนี้ เพียงแต่ของชิ้นสุดท้ายในคืนนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ฉันชื่นชอบผลงานศิลปะของPaul Cezanne เป็นพิเศษ หวังว่าจะไม่ว่ากันถ้าฉันจะขอภาพชิ้นนี้ใช่มั้ย”

เสียงปรบมือของการเปิดงานประมูลดังเข้าโสตประสาท แม้ฉากหน้าจะเป็นงานประมูลเพื่อการกุศล แต่ทุกคนในที่นี้ต่างก็รู้ดีว่าการประมูลครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งใด ของที่ถูกนำมาประมูลต่างๆ เป็นเพียงตัวแทนของสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆเท่านั้น ทั้งการซื้อขายคน อาวุธ ที่ดินผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั่งสถานที่เช่นเกาะสักแห่ง

มาคัสต้องการที่ทำการฟอกเงินแห่งใหม่ซึ่งเกาะแห่งนั้นก็เป็นที่ๆเขาต้องการอยู่พอดี หากแต่ก็เป็นที่ๆใครหลายๆ คนต้องการเช่นกัน อาทิเช่นพวกออสซินี่

ใบหน้าของเจสันยังคงเป็นดุจเดิม แต่ถ้าสังเกตอย่างละเอียดจะเห็นได้ถึงร่องรอยเล็กๆบนหัวคิ้วรอยหนึ่ง “อ่า ถ้านั่นเป็นความต้องการของคุณ ความจริงแล้วผมก็คิดว่าผลงานของ Pierre-Auguste Renoir ก็ไม่เลวเหมือนกัน” คราวนี้เป็นฝ่ายเจสันที่ยกแก้วไวน์มาจรดที่ริมฝีปาก ชายหนุ่มลิ้มรสชาติไวน์ด้วยใบหน้าขรึมลงเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้บอกว่าจะเป็นคนประมูลนี่” ใบหน้ามาคัสเริ่มมีรอยยิ้มหวานละมุนยิ่งขึ้น

ทันใดนั้นเจสันก็เข้าใจถึงความต้องการของอีกฝ่ายในทันที ชายหนุ่มลอบยิ้มมุมปากก่อนที่จะเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นเพื่อที่ความร่วมมือของเราจะเป็นไปได้ด้วยดี ผมก็ยินดีจะมอบมันให้คุณครับ” เจสันยกแก้วไวน์มาดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่ เขานิ่งไปสักพักซึ่งความนิ่งเงียบของอีกฝ่ายทำให้มาคัสรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่จู่ๆคนที่นิ่งไปกลับยกแก้วไวน์ที่พึ่งจิบขึ้นมามองอย่างสนใจ “จะว่าไปก่อนหน้านี้ผมพึ่งได้รับไวน์มาขวดหนึ่ง ชาโต้ เชอวาล บลองค์ ปี1947 นุ่มลิ้นมากเลยล่ะ ผมเอามันติดตัวมาด้วยนะครับ ฉลองเนื่องในโอกาสที่ได้พักร้อนเป็นครั้งแรกในชีวิต ถ้ายังไงคืนนี้เราไปตกลงกันเรื่องภาพวาดที่ห้องสูทชั้นบนมั้ยครับ ผมจองเอาไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้นไปดูเลย” เจสันหันไปชวนคนด้านข้างอย่างกะตือรือร้น

ไม่ว่ามองเท่าไหร่ใบหน้านั่นยังคงไม่สามารถคาดเดาความคิดได้เช่นเดิม แม้ว่าคำเชิญชวนจะน่าสนใจแต่มาคัสที่รู้สึกหวาดระแวงอีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้วก็ต้องตอบออกไป “คงต้องขอปฏิเสธ”

“แย่จริง ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลโอดิเลียจะขี้กลัวปานนั้น คนของเราก็อยู่กับคุณ ผมจะไปทำอะไรคุณได้ วันนี้ผมทำให้เจ้านายขาดทุนมหาศาล ย่อมต้องหาเพื่อนดื่มแก้กลุ้มเป็นธรรมดา” เจสันทำหน้าราวกับกำลังกลัดกลุ้มอย่างหนักทั้งกัดปากเป็นสาวน้อยทำให้มาคัสอดหางคิ้วกระตุกขึ้นมาไม่ได้

“ฉันไม่ได้ก...”

“ชู่ว เดี๋ยวก่อนครับ ถึงคราวผลงานที่คุณต้องการแล้ว”

ภาพวาดถูกนำมาจัดวางบนเวที เสียงประกาศของพิธีกรทำให้ผู้คนตาลุกวาวกันมากยิ่งขึ้น ดูท่ายังมีคนอีกหลายคนที่สนใจ‘ผลงาน’ชิ้นนี้เป็นอย่างมาก ราคาเริ่มต้นเองก็สูงมากเช่นกัน

“ผลงาน Paul Cézanne’ s The Card เริ่มต้นที่ห้าสิบล้านเหรียญครับ” ผู้คนภายในงานส่งเสียงฮือฮา ป้ายหมายเลขยกขึ้นอย่างรวดเร็วจากคนหลายกลุ่ม ไม่นานก็ทยอยลดลงเรื่อยๆทีละคน จนเมื่อราคาสูงขึ้นทางเจสันก็ยกป้ายขึ้นบ้าง จนตอนนี้เหลือเพียงเขาและหญิงวัยกลางคนในชุดราตรีสีดำยาวอีกคนที่ยังยกป้ายอยู่ ยิ่งราคาสูงยิ่งขึ้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มทำหน้าราวกับอยากจะกระอักเลือดออกมา มาคัสรู้สึกว่าการได้มองดูสีหน้าเช่นนี้ของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกรื่นรมย์อย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายผลงานภาพนี้ก็เป็นของเขาด้วยราคาสองร้อยห้าสิบล้านเหรียญ มาคัสมองดูใบหน้าคล้ำของคนที่เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นลงก็นั่งซึมกะทืออย่างสิ้นหวังอย่างรู้สึกสะใจ

“เฮ้อ คุณทำให้ผมเจ็บปวดใจจริงๆ ขอตัวไปจัดการกับภาพวาดราคาหลายล้านนี่สักครู่ หวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธคำเชิญของผมนะครับ” พูดเสร็จชายหนุ่มก็เดินออกไปทันทีโดยไม่รอให้อีกพูดอะไรออกมา

มาคัสกำลังจะแย้งแต่เจสันก็เดินหันหลังออกไปแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาไม่ยอมไปในที่ๆ เป็นของอีกฝ่าย เจสันเองก็ไม่ยอมไปในที่ๆเป็นของเขาเช่นกัน โรงแรมนี้ก็ไม่เลวนักแต่ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายไปที่ห้องของเจ้านั่นด้วย

 

มาคัสต้องยอมเดินตามลูกน้องของเจสันมาอย่างหงุดหงิด ทันทีที่บอกให้ลูกน้องคนสนิทรออยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในห้องแล้วรีบเข้าเรื่องทันที

“ของล่ะ” เขาเดินมานั่งลงบนโซฟาสีน้ำตาลเข้ม แม้ยังมีสีหน้าดังเดิมแต่เจสันก็รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดใจของอีกฝ่าย ตอนนี้เจ้าของห้องถอดสูทตัวหนาออกไปแล้ว ชายหนุ่มเดินไปที่เลาจ์ รินของเหลวสีม่วงอมแดงลงในแก้วทั้งสองใบแล้วเดินกลับมายื่นแก้วใบหนึ่งให้คนที่กำลังมองทุกการกระทำของเขาไม่คลาดสายตา

มาคัสรับแก้วใบนั้นมา ก้มลงดอมดมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของไวน์แดงตรงหน้า ในขณะที่เจสันก็เดินกลับไปนั่งฝั่งตรงข้าม เขาลิ้มรสชาติไวน์ ซึมซับความรู้สึกอยู่พักหนึ่ง “แน่นอนว่าต้องอยู่ที่ผม แต่ว่าก่อนหน้านั้นผมคิดว่ามันคงเป็นมารยาทที่ดีที่จะให้ผมได้เห็นคนของทางเราก่อน”

มาคัสนิ่งไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันคิดว่าคนที่เป็นผู้ตั้งกฎมีแค่ทางฉันเท่านั้นนะ เจสัน เพราะฉะนั้นก่อนที่ฉันจะได้เกาะนั่นมา นายก็จะไม่ได้เห็นเด็กคนนั้นแม้แต่ส่วนเดียว”

“คุณพูดแบบนี้ อย่างกับว่าคุณอคิราห์ไม่ได้อยู่กับคุณแล้ว หรือว่าคุณทำอะไรเขา”

“เราอยู่ในวงการไหนนายเองก็รู้ดีไม่ใช่รึไง อย่างที่ฉันบอกฉันยังไม่ได้แตะต้องเด็กคนนั้นสักนิด เพียงแต่เขาอาจจะไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมเท่าใดนัก” มาคัสพูดออกมาโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี ชายหนุ่มจิบไวน์ไปคำหนึ่ง...อืม ไวน์ดีจริงๆด้วย

ชายหนุ่มทั้งคู่จ้องตากันไปมาอยู่นานก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง

“เฮ้อ คุณก็รอสักครู่ละกันครับ ผมจะไปเอาเอกสารมาให้ หวังว่าคุณจะพูดเป็นคำพูดนะครับ" ชายหนุ่มเดินออกไปแล้วกลับมาพร้อมซองสีขาวบรรจุกระดาษของโฉนดที่ดินแห่งหนึ่งพร้อมหนังสือสัญญาวางลงบนโต๊ะด้านหน้าอีกฝ่าย มาคัสยังดูนิ่งเฉยแต่ใจของเขากำลังลุกเป็นไฟ เด็กคนนั้นสำคัญมากจริงๆสินะ

“นี่ครับ” เจสันเดินไปหยิบขวดไวน์มาเมื่อเห็นแก้วที่ว่างเปล่า ในขณะที่มาคัสกำลังตรวจตราเอกสารด้วยอารมณ์ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยนัก แก้วด้านข้างก็ถูกรินอีกครั้ง

“หวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันในสถานการณ์แบบนี้อีกนะครับ” เจสันยกแก้วขึ้นมาตรงหน้า

มาคัสลอบแสยะยิ้มหลังจากเก็บของทุกอย่าง เขายกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มรวดเดียวโดยที่ไม่ยอมชนแก้ว ปล่อยให้เจสันยืนถือแก้วค้างอยู่ตรงนั้น

‘หึ ไม่ใช่แค่นายที่ไม่อยากเจอฉัน ฉันก็ไม่อยากเจอนายเหมือนกัน’ 

เสียงแก้วกระทบลงบนโต๊ะดังกึก มาคัสลุกขึ้นเดินออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะล่ำลา เพียงแต่ขายาวๆก้าวยังไม่ถึงประตูร่างกายของเขาก็ทรุดฮวบลงไปเสียก่อน

“คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่ามันจะง่ายขนาดนี้” เสียงของคนที่อยู่ด้านหลังดังขึ้นมา “ให้ตายสิ พอเกี่ยวกับนายท่านทีไรสมองคุณก็ใช้การไม่ได้ไปทุกทีเลยสิน้า” 

ทั้งร่างของเขาชาดิก ลิ้นแข็งจนพูดไม่ออก ร่างกายของชายหนุ่มนอนกองอยู่กับพื้น เขาจ้องมองดูใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ด้านบนอย่างตกตะลึงและเคียดแค้น รู้ทันทีว่าตัวเองโดนอะไร

‘ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องเจอกันอีกไงวะ’ 

 แล้วภาพทุกอย่างก็กลับกลายเป็นสีดำ 

--------------------------------------------------------------------------------------------- 

เจอกันตอนหน้า..ทูบีคอน ซีย้า 

Crystal... 

ความคิดเห็น