Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 21 I'm still here

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 21 I'm still here
แบบอักษร

 

Chapter 21 I'm still here 

ยูริเอลก้มหน้าลง ยิ้มเย้ยหยันให้กับความคิดของตัวเอง...อย่างคนๆนั้นจะมาเป็นคู่นอนของมิคาเอล ออสซินี่ได้ยังไง “ทำเรื่องตลกให้คุณเห็นซะแล้ว น่าอายจริงๆ” ชายหนุ่มพูดไปพลางจัดเส้นผมสีทองที่ยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย เขาก้าวเดินเข้าไปยืนข้างเด็กหนุ่มที่กำลังมองออกไปยังท้องทะเล

“คุณควรจะจัดการกับผมของคุณก่อนออกมาเดินไปไหนมาไหนข้างนอกนะ คุณยูริเอล”

“หึๆ นั่นสินะ ว่าแต่เรื่องที่ผมถามคุณก่อนหน้านี้...”

“คนเราทุกคนย่อมมีความลับของตัวเอง ไม่ใช่แค่ผม แม้แต่คุณก็เหมือนกัน” อคิราห์พูดโดยไม่หันไปมองคนด้านข้าง “ถึงเวลาที่คุณต้องพูดออกมาได้แล้วว่าคุณจับตัวผมมาทำไม”

“เรียกว่าช่วยเหลือดีกว่ามั้ยคุณอคิราห์”

“ผมคงต้องขอบคุณ ถ้าหากสิ่งที่่คุณพูดเป็นความจริง”

“คุณคิดว่าผมโกหก”

“คุณแค่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด”

“หึ เป็นหนุ่มน้อยที่พิเศษจริงๆ มิคาเอล ออสซินี่ช่างโชคดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอย่างหมอนั่นถึงชื่นชอบคุณนัก”

“ผมไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”

“งั้นเหรอ แต่จากวิธีการที่ทางนั้นจัดการกับโอดิเลียตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ก็บอกได้ดีว่าตัวคุณมีความสำคัญขนาดไหน”

ความคิดของเด็กหนุ่มชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง เขาหันไปจ้องมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆโดยตรง ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวหรือประหลาดใจใดๆทั้งสิ้นหลังจากได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา

อคิราห์หันหน้ากลับไปพลางเอ่ย “คุณคงไม่คิดว่าสิ่งที่คนอย่างมิคาเอล ออสซินี่กระทำในครั้งนี้เป็นเพราะคู่นอนที่แสนสำคัญหายไปใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องบอกว่าคุณช่างไร้เดียงสาและอ่อนหัดนัก”

คราวนี้เป็นฝั่งยูริเอลที่หันมามองเขาด้วยความสงสัย “ชายคนนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้มากทีเดียว การหายตัวไปของผมเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถจู่โจมตระกูลใหญ่อย่างโอดิเลียได้ นอกจากออสซีนี่จะมีอำนาจเพิ่มขึ้นแล้ว อีกไม่นานเป้าหมายต่อไปก็คือพวกคุณนั่นล่ะ คุณยูริเอล” เห็นอีกฝ่ายยังคงมองเขาเงียบๆ เด็กหนุ่มก็เอ่ยต่อ “คุณคิดว่าผลประโยชน์ที่คุณมอบให้ทางโอดิเลียมันเพียงพอให้ฝั่งนั้นไม่พูดเรื่องการร่วมมือระหว่างพวกคุณ จนทำให้ผมมายืนรับลมทะเลอยู่ที่นี่งั้นเหรอ โดยเฉพาะคุณยังทรยศเขาในท้ายที่สุดอีกด้วย”

เด็กหนุ่มดึงริบบิ้นสีฟ้าที่ถูกลีน่าผูกเป็นโบว์ออกจากปกเสื้อเชิ้ตสีขาว “ในวันนั้น คนของมิคาเอลไม่มีทางตามหาผมเจอช้าขนาดนั้นถ้าไม่มีใครไปเล่นตุกติก และอย่างที่บอกยาโคลอฟก็จะเป็นรายถัดไป”

“แต่ผมมีคุณอยู่”

“ผมขอย้ำอีกครั้ง คุณคิดว่าผมมีความสำคัญขนาดนั้นจริงเหรอ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นในขณะที่ยื่นริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นให้คนตรงหน้า ฝ่ายหลังยื่นมือมารับมันเอาไว้อย่างงุนงง

“ผูกเอาไว้เถอะ วันหลังจะได้ไม่ต้องขายหน้าต่อหน้าคนอื่นอีก”

เด็กหนุ่มเดินลับสายตาไปแล้วในขณะที่ชายหนุ่มผมทองยังยืนอยู่ที่เดิม ยูริเอลก้มลงมองริบบิ้นสีฟ้าอ่อนที่อยู่ในมือ เอ่ยเสียงพึมพำกับตัวเองอย่างเบาหวิวแทบจับใจความไม่ได้ “เหมือนกันมากจริงๆ”

เขายืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้เลยว่าบทสนทนาในวันนี้จะทำให้คนที่พึ่งเดินออกมารู้สึกสับสนมากแค่ไหน

ณ คฤหาสน์ตระกูลออสซินี่ หนึ่งอาทิตย์ก่อน 

บรรยากาศภายในห้องทำงานในคฤหาสน์โบราณของตระกูลออสซินี่เรียกได้ว่ากดดันจนทำให้คนที่เหลือในห้องหายใจแทบไม่ออก หากอคิราห์อยากรู้ว่าตนเองมีความสำคัญขนาดไหน ดูจากสีหน้าของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ก็สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ดวงตาและริมฝีปากที่มักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอบัดนี้กลับเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างไม่คิดปกปิด แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนในห้องแห่งนี้รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาไม่ได้

ชายหนุ่มสองคนยืนเรียงกันอยู่หน้าโต๊ะทำงานใหญ่หลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบสายตากับดวงตาสีมรกตที่ราวกับสามารถฆ่าพวกเขาได้ทุกเมื่อเพียงแค่ทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจ

หนึ่งคือชายหนุ่มที่คุ้นเคยกับบรรยากาศเช่นนี้มากที่สุดเนื่องจากเป็นผู้ติดตามของคนตรงหน้าไปทุกหนทุกแห่ง ดวงตาสีน้ำเงินหลุบต่ำลงเพื่อรอรับคำสั่งของผู้เป็นนาย อีกหนึ่งคือชายหนุ่มที่มักจะร่าเริงตลอดเวลาที่บัดนี้ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ยังไม่ชินกับบรรยากาศของคนตรงหน้าอยู่ดี

ส่วนคนสุดท้ายที่อยู่ในห้องคือชายหนุ่มรูปร่างโปร่งบางผมสีเงินยาวระต้นคอ ทั่วทั้งร่างมีเครื่องประดับสวมอยู่ไม่น้อย ทั้งต่างหูเป็นราวและริมฝีปากที่ถูกเจาะใส่ห่วงสีเงิน สิ่งของมากมายที่อยู่บนร่างกลับเข้ากันอย่างน่าประหลาด เสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงผ้าฝ่าย อีกทั้งสลิปเปอร์ทำให้เขาดูราวกับเจ้าของคฤหาสน์ยิ่งกว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ชายคนนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่ดูไม่ทุกข์ร้อนกับแรงกดดันที่เกิดขึ้น

แม้คนตรงหน้าจะดูใจเย็นมากเมื่อรู้ข่าว แต่พวกเขาต่างรู้ดีว่านี่คือคลื่นใต้น้ำที่เตรียมตัวสร้างมหันตภัยกับใครทุกคนที่ทำให้คนอย่างมิคาเอล ออสซินี่ไม่พอใจ

“ลุค เรียกตัวคนที่ยังอยู่ในโรมาเนียกลับมาให้หมด เจสันฉันมีงานบางอย่างให้นายทำ ส่วนงานอื่นๆของนายเรเวนจะเป็นคนจัดการ”

“แต่ฉันเป็นหมอ แล้วตอนนี้ยังเป็นคนดูแลคฤหาสน์ของนายด้วย” ชายหนุ่มที่ชื่อ‘เรเวน’พลันยืดตัวขึ้นเอ่ยท้วงแต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาของอีกฝ่ายชายหนุ่มก็ต้องยกมือยอมแพ้ “โอเค ใจเย็นก่อน ฉันจะเป็นหมอผู้ดูแลคฤหาสน์ที่จัดการเรื่องภายในองค์กรให้นายก็ได้”

“คนอื่นออกไปก่อน เจสันนายอยู่ต่อ”

ทั้งลุคและเรเวนออกไปแล้ว ในห้องจึงเหลือแค่พวกเขาเพียงสองคน แต่เจสันก็ยังก้มหน้าไม่เอ่ยคำ

“พูดออกมา ฉันรู้ว่านายมีคำถาม”

เจสันเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นนาย ใบหน้าคร้ามที่มักจะดูขี้เล่นดูเคร่งขรึมแตกต่างจากเวลาปกติอย่างมาก “นี่เป็นเรื่องส่วนตัว หรือทางธุรกิจครับ” เห็นคนตรงหน้ายังฟังอยู่ชายหนุ่มพลันพูดต่อ “ผมขออนุญาตพูดครับมิคาเอล แต่คุณไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าเรื่องราวจะร้ายแรงขนาดไหนคุณก็ไม่เคยเคร่งเครียดเท่าตอนที่เด็กคนนั้นหายไป ผมต้องขอพูดว่า...คุณกำลังมีจุดอ่อน” เจสันรู้สึกว่าความกล้าหาญที่ตนเองสะสมมาตลอดสามสิบกว่าปีพึ่งถูกใช้ไปจนเกลี้ยง แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าถอดเสื้อออกมาบิดน้ำออกตอนนี้คงเอาไปชงกาแฟได้สักแก้ว คนตรงหน้านิ่งเงียบไปจนเขารู้สึกหวั่นใจ

“ฉันไม่คิดว่าเด็กคนนั้นคือจุดอ่อน มีแค่พวกอ่อนแอใช้การไม่ได้เท่านั้นที่มีของพรรค์นั้น ฉันแค่ไม่ชอบเรื่องที่ไม่อยู่ในการควบคุม และกลุ่มคนที่ทำตัวนอกลู่นอกทาง นายเข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย” มิคาเอลเอ่ยเสียงเย็น

“ครับ” หยดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาตามไรผมสีน้ำตาลอ่อนเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นนาย

“แน่นอนว่านี่คือเรื่องส่วนตัว”

“ครับ?”

“ไม่ได้มีแค่โอดิเลียแค่ตระกูลเดียวแน่ ส่วนจะเป็นใคร นั่นเป็นหน้าที่นายที่ต้องไปสืบมา”

“ครับท่าน ว่าแต่ถ้าคุณไปเองมันจะไม่ง่ายกว่าเหรอครับ เพราะทางนั้นเองก็ออกจะ...”

“ฉันเชื่อใจนาย และคิดว่านายคงมอบบทเรียนที่เหมาะสมให้กับมาคัสได้ดีกว่าฉัน”

“ครับท่าน” ได้ยินเช่นนั้นคนที่ยืนอยู่ก็ค่อยๆเผยอรอยยิ้มออกมา

หลังจากไล่มือขวาคนสนิทออกไปไม่นาน ใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชาของชายหนุ่มก็หันไปมองแผ่นผ้าใบที่ถูกผ้าคลุมสีขาวคลุมอยู่ที่มุมห้อง มิคาเอลเดินไปดึงผ้าคลุมออก ตรงหน้าเป็นภาพสเก็ตที่ไม่ชัดเจนนัก มองเห็นเป็นโครงหน้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ผิดกับความเป็นจริง เขาแค่คิดว่าภาพที่อคิราห์นอนหลับอย่างเป็นสุขจะเป็นอย่างไร เพียงแค่นั้นภาพๆนี้ก็ถูกวาดขึ้นมา ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไปตามโครงหน้าของคนในรูปอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกของเขาเริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกที 

  

บนทางเดินในคฤหาสน์ของตระกูลออสซินี่ ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนาย ตามหลังมาด้วยคนผมเงินที่เดินเกาต้นคอออกมาด้วยท่าทางสบายๆ แม้ใบหน้าจะดูยุ่งเหยิงอยู่บ้าง

“ไม่เจอกันนานเลยนะลุค”

“ครับ ไม่เจอกันนานนะครับ เรเวน” ชายหนุ่มที่เดินอยู่ด้านหน้าชะงักฝีเท้าก่อนที่จะหันไปหาคนที่อยู่ด้านหลัง เรเวนเดินเข้าไปโอบไหล่คนที่อายุน้อยกว่าอย่างสนิทสนมเดินออกไปนอกระเบียงด้านข้าง

“ผมขอทำธุระสักครู่ครับ”

“เอาสิ” เรเวนแยกตัวออกมาเอนหลังพิงระเบียงพลางยกข้อศอกขึ้นเท้าด้านหลัง ฟังเสียงชายหนุ่มที่แสนเคร่งขรึมสั่งการเรียกคนกลับจากโรมาเนียพลางล่วงบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาจุดสูบ

ลุคหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างทันทีที่ได้กลิ่นนิโคตินลอยมาตามอากาศ ชายหนุ่มคว้าบุหรี่จากมือของอีกฝ่ายกดดับมันลงกับขอบระเบียงหินหน้าตาเฉยในขณะที่มืออีกข้างก็ยังถือโทรศัพท์อยู่ เรเวนยังค้างอยู่ในท่าคีบบุหรี่ในตอนที่ลุควางสายและหันมาตักเตือนเขา

“ไม่ดีต่อสุขภาพครับ”

“ฉันเป็นหมอ ฉันรู้ดี นายไปบอกเจ้านายของนายบ้างสิ” เรเวนทำหน้าเบื่อหน่ายล้วงมือเข้าไปหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงอีกมวน แต่ก็โดนคนมือไวหยิบออกไปทั้งซอง แถมยังเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองอีกด้วย

“เลิกเถอะครับ”

“เอาคืนมา”

“...”

“ลุค”

คนทั้งคู่จ้องตากันไปมาอย่างไม่ลดละแต่ในที่สุดชายหนุ่มอายุน้อยกว่าก็ลอบถอนหายใจออกมา “มวนเดียวนะครับ”

“เยี่ยมมาก ต้องอย่างนี่สิเจ้าหนู”

ลุคยื่นบุหรี่ให้อีกฝ่ายหนึ่งมวนในขณะที่เรเวนก็ยกมือขึ้นขยี้ผมของคนที่ยืนอยู่ด้านข้างจนไม่เป็นทรง “ตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง แล้วเด็กนั่นเป็นใคร ทำไมถึงทำให้มิคาเอลเป็นถึงขนาดนี้ได้” ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่จุดบุหรี่สูบอีกครั้ง

“คนๆนั้นชื่ออคิราห์ครับ นายท่านพบเขาโดยบังเอิญ” ลุคเล่ารายละเอียดต่างๆของอคิราห์ตั้งแต่ตอนที่พบกันให้คนที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังโดยที่ฝ่ายหลังก็ยกมือข้างหนึ่งเท้าคางมองดูเขาพูดอย่างตั้งใจ

“ชอบสินะ”

“ครับ?”

“ชอบสินะ เด็กที่ชื่ออคิราห์น่ะ”

“ไม่ครับ ผมจะไปชอบคนของนายท่านได้ยังไง” ลุคหันหน้ามาตอบคนที่กำลังมองเขาอยู่อย่างจริงจัง

“ฉันเลี้ยงนายมาตั้งแต่เด็กทำไมฉันจะดูไม่ออก” ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นพราวระยับราวกับสามารถมองเข้าไปในจิตใจของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ลุคหันกลับไปมองทิวทัศน์ด้านหน้าเช่นเดิม เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของคนด้านข้าง ควันสีขาวเทาลอยคลุ้งไปทั่วตามลมหายใจที่เป่าออกมา

“อย่ามองหาอะไรที่มันไกลตัวนักเลย บางทีนายก็ควรจะมองอะไรที่มันอยู่ใกล้ๆ ตัวซะบ้าง”

ลุคหันไปมองแผ่นหลังของคนที่กำลังเดินล้วงกระเป๋าจากไปอย่างไม่เข้าใจแต่ก็อดที่จะพูดออกมาอีกคำไม่ได้ “บุหรี่ น่ะเลิกเถอะนะครับ”

“ทำไมฉันต้องทำตามที่นายพูดด้วย”

“ผมเป็นห่วงนะครับ”

“ฉันจะเกลียดนายก็ตรงนี้แหละ ไปล่ะ” จังหวะก้าวเดินของเรเวนสม่ำเสมอ ลุคยืนมองชายหนุ่มอีกคนยกมือขึ้นทำท่าโบกมือให้เขาแล้วเดินลับสายตาไป 

---------------------------------------------- 

เปิดตัวตัวละครใหม่ ได้แก่นายท่านเรเวนนั่นเองค่าา มาถึงตอนปัจจุบันล้าว จุดพลุ เย้ๆ ไม่รู้ตอนนี้สั้นไปรึเปล่า อืม..เอาเป็นว่าเอาไปแค่นี้ก่อนแล้วกัน เรื่องพ่อหนุ่มเจสันจะจัดการกับนายท่านมาคัสยังไง รอตอนหน้าแล้วกันนะคะ^^ 

Crystal...... 

ความคิดเห็น