Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 17 My sweetheart

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 16:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 17 My sweetheart
แบบอักษร

 

Chapter 17 My sweetheart 

อคิราห์ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักกลางป่ามาได้เกือบเดือนแล้ว เวลานี้เด็กหนุ่มกำลังวิ่งอยู่ในป่าโดยที่มีกลุ่มคนชุดดำประจำตำแหน่งอยู่เป็นจุดๆ เส้นทางขรุขระเหมาะกับการฝึกฝนร่างกาย เขารู้สึกพึงพอใจกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้อย่างมาก เวลานี้ร่างกายของเขาไม่ได้ดูอ่อนแอบอบบางเหมือนตอนที่พึ่งฟื้นขึ้นมาอีกต่อไปแล้ว แม้ว่ารูปร่างยังคงผอมเช่นเดิมแต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือกล้ามเนื้อที่มองเห็นได้รำไร 

ความเปลี่ยนแปลงของเขามองเห็นได้ชัดเจนจนมิคาเอลยังเอ่ยปาก และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ สังเกตได้ว่าหลังจากที่มิคาเอลพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของเขา จากช่วงแรกที่ไม่ค่อยจะยินยอมให้เขาออกมาวิ่งข้างนอกมากนัก ตอนนี้กลับมีคนคอยช่วยจับเวลาและคำนวณปริมาณพลังงานที่สูญเสียไปในแต่ละวัน 

เขาพบมาเรียในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เดินทางมาถึงที่นี่ และความมั่นใจที่ว่ามาเรียไม่ใช่แม่บ้านธรรมดาก็เพิ่มมากขึ้น มีแขกมาที่บ้านหลังนี้เพียงแค่คนเดียว เป็นชายวัยกลางคนที่เขาเจอในงานเมื่อวันนั้น ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคลังเก็บความลับขององค์กรต่างๆ...คอนีเลียส 

เขาพบคอนีเลียสเมื่อสองอาทิตย์ก่อนและยังได้มีโอกาสนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกันอีกด้วย และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายออกจะอยากรู้อยากเห็นในตัวเขาไม่เบา 

ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว เด็กหนุ่มวิ่งไปพลางหอบหายใจ เหงื่อไหลชุ่มโชกจนเปียกไปทั้งเสื้อฮู้ดตัวหนา เขาวิ่งกลับไปยังบ้านไม้หลังนั้น และก็ยังพบมิคาเอลที่นั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟา เหมือนกับทุกๆ วันที่ชายหนุ่มจะเดินเข้ามาหอมแก้มเปียกชื้นของเขาแล้วหันไปสั่งให้มาเรียไปจัดโต๊ะอาหารระหว่างรอเขาไปอาบน้ำชำระร่างกาย แม้ว่าจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแต่มิคาเอลก็ไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวของเขามากนัก และเขาก็คิดว่าดีแล้วที่อีกฝ่ายยอมปล่อยให้เขามีอิสระและได้พักหายใจบ้าง เขาเคยสงสัยว่ามิคาเอลเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำอะไรและคำตอบที่ได้รับหลังจากนั้นคือ...วาดรูป 

มิคาเอลมักจะมีสมาธิจมอยู่กับการวาดรูปเกือบครึ่งค่อนวัน รูปส่วนใหญ่ไม่ได้ตายตัวมากนัก จากที่เขาสังเกตได้ แต่ละภาพของชายหนุ่มจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ในช่วงนั้นๆ เสียมากกว่า อคิราห์ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะสามารถเดาอารมณ์ของอีกฝ่ายได้จากรูปภาพ 

มิคาเอลยังยอมให้เขาคุยกับซันตลอด แม้ช่วงแรกๆซันออกจะเป็นห่วงมากจนเรียกว่ามากเกินไปแต่หลังๆมานี้ ถึงแม้ว่ายังคงเป็นห่วงอยู่และถามทุกครั้งว่าเมื่อไหร่เขาจะได้กลับไปสักที แต่เมื่อเห็นว่าเขาสบายดีและไม่ได้มีอันตรายใดๆ พี่ชายของเขาก็ดูวางใจไปได้เล็กน้อย ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือการที่เขาต้องมานั่งฟังอีกฝ่ายพูดถึงคนที่มิคาเอลส่งไปอยู่กับอีกฝ่ายแทบจะทุกครั้งที่คุยกัน 

ครั้งแรกๆ เขาก็รู้สึกเป็นกังวลเช่นกัน แต่เมื่อนานเข้าและไม่เห็นว่าจะมีทีท่าไม่ดีอะไร การที่ต้องนั่งฟังพี่ชายบ่นถึงสิงโต...ฝรั่งยักษ์ อะไรนั่นก็เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว จนถ้าหากเกิดวันไหนที่ซันไม่ได้เอ่ยถึงไลโอเนล เขาคงคิดว่ามันคงเป็นเรื่องน่าประหลาดมาก และในความเป็นจริงแล้ว อคิราห์คิดว่าทั้งคู่ก็ดูเข้ากันได้ดีแม้ว่าซันจะบ่นตลอดเวลาก็เถอะ 

เด็กหนุ่มหลุดออกจากความคิดของตัวเองในตอนที่มาเรียออกไปต้อนรับคนมาใหม่หลังจากที่พวกเขาทานอาหารเช้าเสร็จไม่นาน ซึ่งแขกคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคอนีเลียสคนเดิม ในมือของชายวัยกลางคนถือเบ็ดตกปลาข้างหนึ่งส่วนอีกข้างถือกระป๋องที่เต็มไปด้วยเหยื่อ ทั้งรองเท้าบู๊ทและเสื้อโค้ทไม่ได้เข้ากับลักษณะของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “สวัสดีตอนเช้าครับมิคาเอล พบกันอีกแล้วนะครับคุณอคิราห์” 

“สวัสดีครับ” 

คอนีเลียสหันไปพูดคุยกับมิคาเอลสองสามคำแล้วคนทั้งคู่ก็พากันออกไปข้างนอก 

“คุณอคิราห์ก็ไปด้วยกันสิครับ ผมมีเบ็ดตกปลามาอีก มื้อเที่ยงวันนี้เราอาจจะได้กินอาหารจานปลากัน” คอนีเลียสในเวลานี้ดูเหมือนกับผู้ใหญ่ใจดีซึ่งแตกต่างจากตอนที่เขาได้พบในงานเลี้ยงครั้งนั้นมากนัก 

“ผมไม่ถนัดตกปลาเท่าไหร่ครับ” 

“งั้นเหรอ น่าเสียดายจริงๆ มิคาเอลก็คงแค่ไปนั่งเฉยๆเหมือนเดิม” คอนีเลียสพูดอย่างเสียดายทั้งๆที่ไม่มีร่องรอยความผิดหวังใดๆในน้ำเสียงสักนิด 

“ไปกันเถอะคอนีเลียส เธอก็มาด้วยสิ” 

ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการมืดสองคนนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งมองวิวทิวทัศน์ของช่วงฤดูใบไม้ผลิอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่ามิคาเอลนึกครึ้มอะไรถึงได้นั่งตกปลาเป็นเพื่อนคอนีเลียสที่ดูจะถูกใจเป็นพิเศษที่มีคนตกเป็นเพื่อน  

เขาไม่ถนัดเรื่องการตกปลาจริงๆ เพราะมันทั้งช้าและเสียเวลา แต่ถ้าหากถามเรื่องการจับปลา อคิราห์แน่ใจว่าเขาเชี่ยวชาญกว่าคนทั้งคู่อย่างแน่นอน ในเมื่อเขาต้องเคยใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเกือบสองปี 

“คุณอคิราห์เป็นคนประเทศอะไรเหรอครับ ภาษาอังกฤษของคุณดีมากจริงๆ” 

เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งมองวิวทิวทัศน์อยู่เงียบๆ ตอบออกไปตามที่คิด “ไม่ใช่ว่าคุณสืบประวัติของผมมาจนทะลุปรุโปร่งแล้วงั้นเหรอครับ” 

ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของมิคาเอลแต่เขาก็ไม่ได้สนใจนัก คอนีเลียสกระแอมเล็กน้อย เขารู้สึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเมื่อรับรู้ถึงจุดร่วมบางอย่างของเด็กหนุ่มและยูริเอล ยาโคลอฟ คนทั้งสองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกลับมีบางอย่างที่เหมือนกันอย่างไร้เหตุผล แต่หากจะให้ถามอะไรไปมากกว่านี้ก็เกรงว่าคนบางคนอาจจะไม่พอใจขึ้นมาได้ แม้ว่าเด็กคนนี้จะได้ชื่อว่าเป็นแค่คู่ควงของมิคาเอล แต่ตราบใดที่ยังเป็นคนของมิคาเอลอยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว 

พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันพักใหญ่ ทั้งคอนีเลียสและมิคาเอลไม่มีใครมีวี่แววว่าจะตกอะไรได้แม้แต่คนเดียว จนในที่สุดปลาของคอนีเลียสก็กินเบ็ดและเป็นเวลาเดียวกับที่ลูกน้องของเขาเดินเข้ามาพอดี คอนีเลียสดึงสายเบ็ดขึ้นมาปลดปลาลงถัง ฟังคำรายงานจากลูกน้องคนสนิท เขามีปฏิกิริยาเล็กน้อยหลังจากฟังรายงานจบ 

“น่าเสียดายที่วันนี้พวกเราคงไม่ได้ทานมื้อเที่ยงด้วยกันแล้วล่ะครับ” คอนีเลียสลุกขึ้น มองดูปลาตัวแรกที่เขาตกได้ในถังก่อนที่จะหันมาหามิคาเอล สลัดคราบนักตกปลาปลอมๆ ออกไปทันที 

“ถึงเวลาที่ต้องแสดงความยินดีกับผู้นำตระกูลคนใหม่ ยูริเอล ยาโคลอฟแล้วล่ะ ผมคงต้องขอตัวก่อน ดีใจที่ได้พบมิคาเอล คุณอคิราห์” คอนีเลียสจากไปพร้อมผู้คนจำนวนหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ในป่า 

มิคาเอลดึงสายเบ็ดขึ้นมาเช่นกัน เขาวางมันไว้ข้างเก้าอี้ก่อนที่จะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า “พวกเราเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน” พูดจบเขาก็หันตัวจากไป 

เด็กหนุ่มหลับตานั่งซึมซับบรรยากาศเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นเดินตามออกไป ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมาอีก 

 

มิคาเอลคุยโทรศัพท์มาตลอดทางตั้งแต่พวกเขาออกมาจากบ้านหลังนั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาโคลอฟทั้งนั้น เด็กหนุ่มรู้จักยาโคลอฟในนามของตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่มีอิทธิพลในกลุ่มประเทศสหภาพโซเวียตเก่า และยังมี 

ยาโคลอฟบางคนที่เขาได้มีโอกาสสังหารด้วยมือของตัวเองเช่นกัน  

เป็นตระกูลที่เคยเฟื่องฟูอย่างมากมาก่อนๆที่จะตกต่ำลงในรุ่นที่แล้ว แต่ดูจากปฏิกิริยาของสองผู้นำแล้วดูท่าว่ายาโคลอฟคนใหม่คงมีฝีมือไม่ธรรมดา 

สองชั่วโมงผ่านไปรถก็มาหยุดอยู่หน้าตึกหลังเดิมที่เขาอยู่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโรมาเนีย 

“ฉันคงไม่อยู่สักพัก เป็นเด็กดีอยู่ที่นี่กับมาเรียไปก่อน ไม่ต้องคิดถึงฉันมากล่ะ” แม้ว่าก่อนหน้านี้มิคาเอลจะคุยโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ไหน แต่เมื่อหันมาพูดกับเขาก็ไม่วายทำให้ต้องคิ้วกระตุกทุกที 

“ไม่มีทางหรอกครับ” เด็กหนุ่มเปิดประตูออกไปแต่เท้ายังไม่ทันแตะพื้นตัวเขาก็โดนดึงเข้าไปในรถเสียก่อน อคิราห์ไม่ทันจะได้ตอบโต้ ริมฝีปากของเขาก็โดนกดจูบอย่างแนบแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปากพัวพันกับเรียวลิ้นของเขาอย่างกระหาย ชายหนุ่มถอนจูบออกมาชั่วครู่แล้วกดจูบลงไปใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดก็ยอมถอนออกมามองดูใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม และริมฝีปากที่บวมเจ่อขึ้นอย่างพึงพอใจ 

อคิราห์หอบหายใจหนักหน่วงในขณะที่ริมฝีปากยังคงโดนนิ้วเย็นของอีกฝ่ายเกลี่ยไปมา 

“เธอต้องคิดถึงฉัน” คำพูดที่ราวกับเป็นคำสั่งถูกเอ่ยออกมาจากคนที่พึ่งตะโบมจูบเขาอย่างหิวกระหาย มิคาเอลลูบศีรษะของเขาอย่างที่ชอบทำเป็นประจำก่อนที่จะแตะริมฝีปากลงบนหน้าผาก “ฉันไปก่อนนะที่รัก แล้วเจอกัน” 

เมอซิเดสเบนซ์สีดำคันเดิมวิ่งออกไปแล้ว ในขณะที่เด็กหนุ่มที่มองตามไปไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองก้าวออกจากรถลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าที่แสนจะเรียบนิ่งอยู่ตลอดเวลาแดงก่ำจากการหอบหายใจ ยกมือขวาขึ้นสัมผัสหน้าอกเยื่องไปทางด้านซ้ายด้วยความไม่เข้าใจ 

“นี่มัน อะไรกัน” 

________________________________________________________________________  

Talk เสิร์ฟกันมาอีกตอนแล้ว ตอนนี้มีตัวละครออกมาแค่สามแต่ก็มีจุดเปลี่ยนหลายๆ อย่างรวมทั้งความรู้สึกของน้องด้วย ไม่รู้ว่าเดินเรื่องเร็วไปรึเปล่าเพราะแป๊บเดียวก็อยู่ด้วยกันมาจะสามเดือนละ แต่อย่างว่านะนี่ก็ตอนที่สิบเจ็ดละ เหอๆ คนเราพออยู่ด้วยกันนานๆ บางอย่างก็เหมือนกับเป็นความเคยชิน คู่นี้เป็นตัวอย่างที่ดี แค่เป็นพวกไม่รู้ตัวเองทั้งคู่ เพราะฉะนั้นกว่าจะลงเอยกันก็..นะ ตอนหน้าจะเป็นช่วงบู๊ละ หลังจากที่เนิบกันมาสักพักล่ะนะ** 

Crystal.. 

ความคิดเห็น