Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 15 Like all about you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15 Like all about you
แบบอักษร

 

Chapter 15 Like all about you 

อคิราห์พลิกตัวลุกขึ้นจากเตียงข่มความรู้สึกปวดระบมที่ช่วงล่างเอาไว้ ร่างกายเปลือยเปล่าเดินก้าวขาช้ากว่าปกติไปทางห้องน้ำ โดยที่ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของตัวเองจะไปกระตุ้นอารมณ์ของคนที่จ้องมองเขาทุกการเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง

“ที่รัก ฉันว่าฉันไปช่วยเธอถูหลังดีมั้ย” มิคาเอลกำลังก้าวขาลงจากเตียงแล้วในตอนที่อคิราห์หันหน้ามาขมวดคิ้วถลึงตาใส่เขา ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นอีกฝ่ายแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนขนาดนี้ ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะอารมณ์ดีขึ้นมาอีกนิดไม่ได้ เขาชูมือขึ้นสองข้างทำท่ายอมแพ้แล้วล้มตัวลงไปนอนเหมือนเดิม มองดูเด็กหนุ่มก้าวยาวๆ เข้าห้องน้ำไป

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ อคิราห์ก็เจอกับคนที่เขาอยู่ด้วยตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา มาเรียกำลังยืนถือสูทยาวอยู่ข้างเตียงในขณะที่มิคาเอลก้าวเข้ามาหอมแก้มเขาเร็วๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

แม่บ้านสาววางชุดสูทลงบนเตียง ผายมือให้อคิราห์เดินไปนั่งที่หน้ากระจก เด็กหนุ่มทำทุอย่างตามความต้องการของอีกฝ่ายอย่างไม่อิดออด เขารู้สึกสนใจในตัวมาเรียมากเป็นพิเศษ อคิราห์รู้สึกได้ว่ามาเรียไม่ได้เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาอย่างที่เห็น ในความเป็นจริงเขาก็รู้สึกว่ามาเรียไม่ได้ธรรมดามากนัก ทุกคนที่อยู่ใกล้มิคาเอลย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

 

มิคาเอลรู้สึกพอใจในผลงานของมาเรียมาก เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิมในชุดสูทเข้ารูปสีดำ ผมด้านหลังถูกปัดขึ้นไปทิ้งผมด้านหน้าปรกหน้าผากมนเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มที่ดูลึกลับอยู่แล้วเวลานี้กลับให้ความรู้สึกของเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่มากขึ้น

“เธอดูดีมาก”

อคิราห์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแม้เขาจะรู้สึกว่ามิคาเอลในวันนี้ก็ดูดีมากกว่าปกติเช่นกัน

ทั้งคู่เดินเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่ถูกสร้างแบบสถาปัตยกรรมโบราณ ภายในงานมีบุคคลที่ได้รับเชิญไม่มากนัก และส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุคคลระดับสูงของตระกูลและองค์กรชั้นนำ พวกเขากลายเป็นเป้าสายตาของคนเหล่านั้นทันทีที่เดินมาภายใน อันที่จริงแล้วอคิราห์คิดว่าเป้าสายตามีเพียงแค่มิคาเอลคนเดียวมากกว่า

มิคาเอลก้าวขาอย่างไม่รีบร้อนและไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรกับสายตาของผู้คนที่มองมาราวกับตัวเขาเจอสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ชายหนุ่มหันมามองคู่ควงของตัวเองอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งก่อนที่จะหันกลับไป อคิราห์ดูไม่ได้ตื่นเต้นหรือตื่นกลัว หรือแม้แต่ทำสายตาเย่อหยิ่งอย่างภาคภูมิใจเหมือนกับคู่ควงคนอื่นๆก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มด้านข้างดูสงบนิ่งเหมือนปกติเพิ่มเติมคือสายตาคมกริบที่สังเกตผู้คนไปทั่วงาน ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดทำให้เขารู้สึกว่าการที่อคิราห์จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว

เด็กหนุ่มกวาดตามองผู้คนโดยรอบ เขาเคยเห็นคนพวกนี้มาก่อน มากว่าสี่ในสิบส่วนจากแฟ้มประวัติล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีค่าหัวระดับท็อปทั้งนั้น แต่ก็ยังไม่มีคนไหนที่เทียบเท่ากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเขาอยู่ดี

เวลานี้เองที่ดอนแห่งมัซซิโม่คนใหม่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจงเต็มใบหน้า “หลายวันมานี้คงทำให้เหนื่อยน่าดูเลยนะครับคุณมิคาเอล ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าพวกยาโคลอฟจะคิดสั้นแบบนั้น”

“ความกล้าและความโง่เขลามักจะมีเส้นบางๆ กั้นอยู่เสมอ ยาโคลอฟเป็นตัวอย่างที่ดี”

บาธยิ้มรับ เขาไม่เคยพูดคุยกับคนผู้นี้ตรงๆ มาก่อน จะมีก็แต่เคยพบกันตอนที่คิดตามพี่ชายที่ตายไปแล้วในตอนที่ไปเจรจาธุรกิจกันก็บ้างก็เท่านั้น มิคาเอล ออสซินี่ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเขา ทำให้บาธรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อย แล้วสายตาของเขาก็ปะทะกับเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกายเทวทูตผู้นี่ อีกฝ่ายก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน บาธสังเกตเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ได้ตั้งแต่เข้างานมาแล้ว ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่คนที่ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจเช่นนี้จะเป็นคู่ควงของมิคาเอล ออสซินี่ ในคราแรกเขาไม่ได้สนใจอีกฝ่ายมากนัก แต่เมื่อได้มองดูใกล้ๆก็อดที่จะอยากมองให้นานมากขึ้นไม่ได้ ส่วนลึกในจิตใจกำลังคิดว่ามิคาเอล ออสซินี่ไม่เคยควงใครนานต่อให้สวยหยาดเยิ้ม หรือรูปงามแค่ไหน ถ้าเบื่อเด็กคนนี้เมื่อไหร่ บางที...

ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มให้กับหนุ่มน้อยคนนั้นอย่างอบอุ่น “คู่ควงของคุณล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลยนะครับ แล้วไม่ทราบว่าหนุ่มน้อยที่แสนโดดเด่นคนนี้ชื่ออะไรครับ”

“อ้อ ฉันลืมไปได้ยังไง ทักทายผู้นำตระกูลมัซซิโม่คนใหม่หน่อยสิอคิราห์” มิคาเอลยกมือขึ้นแตะหลังเด็กหนุ่มและยิ้มให้อย่างใจดี อคิราห์รับรู้ได้ถึงความกดดันจากฝ่ามือของอีกฝ่าย ทั้งยังรอยยิ้มที่เขามักเจอเสมอเวลาที่มิคาเอลกำลังอารมณ์ไม่ดี เขาเริ่มสังเกตได้ว่ายิ่งมิคาเอลยิ้มกว้างมากขึ้นเท่าไหร่นั่นเป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น อคิราห์ไม่อยากเป็นคนจุดระเบิดในเวลาที่ยังไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ เขาเลือกที่จะเงียบและเมินเฉยคนตรงหน้า

“ดูเหมือนว่า ‘คนของผม’ ไม่ค่อยอยากรู้จักคุณเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ‘คนของผม’ ไม่ค่อยสบาย คงต้องขอตัว” มิคาเอลกำลังจะเดินจากไปแต่เหมือนชายหนุ่มจะคิดอะไรได้ เขาหยุดเท้าลงแล้วหันมาพูดกับคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม“เกี่ยวกับเรื่องที่เคยคุยกัน ผมคิดว่าคงต้องยืดออกไปก่อน แล้วเจสันจะติดต่อไป คงไม่มีปัญหาใช่มั้ย”

“ม...ไม่...ไม่ครับ ไม่มีแน่นอนครับ เชิญพวกคุณตามสบาย” บาธรู้สึกว่าตัวเองได้ทำเรื่องบางอย่างที่โง่มากลงไป หลังของเขาหลั่งเหงื่อเย็นในตอนที่ถูกจ้องด้วยดวงตาสีมรกตของอีกฝ่าย จู่ๆก็นึกถึงคำพูดบางประโยคขึ้นมา

‘ความกล้าและความโง่เขลามักจะมีเส้นบางๆกั้นอยู่เสมอ’ 

 

เบื้องหน้ามิคาเอลยังคงมีท่าทีสบายๆเหมือนปกติแต่อคิราห์รู้สึกได้ถึงแรงจากฝ่ามือของอีกฝ่ายที่ดันหลังของเขาอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มพาเขาไปยังมุมหนึ่งของงานที่จัดโซฟาเอาไว้ ในความรู้สึกของเขา เขาคิดว่าจุดนั้นเป็นจุดที่เสี่ยงภัยมากที่สุดในงาน ในเมื่อโซฟาที่ล้อมอยู่รวมตัวเหล่าคนใหญ่คนโตของวงการมืดเอาไว้ทั้งนั้น แล้วยังจะมี ‘คนใหญ่คนโต’ที่สุดที่คิดจะพาเขาไปตรงจุดนั้นอีก แต่เวลานี้อคิราห์ไม่ได้ให้ความสนใจกับคนเหล่านั้นมากนัก ในเมื่อเขากำลังคิดถึงคนที่พึ่งเดินจากมา...ดอนมัซซิโม่คนใหม่ 

เด็กหนุ่มคิดไปถึงความทรงจำเมื่อยังเป็นหมายเลขสิบเจ็ดและคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับดอนมัซซิโม่คนก่อนเมื่อครั้งนั้น

‘ได้โปรด ฝากบอกภรรยาของฉัน...ให้เธอพาลูกหนีไปอยู่กับวิคเตอร์ซะ แม้ดูไม่น่าไว้ใจแต่หมอนั่นจะเป็นคนสุดท้ายที่ทรยศฉัน และอย่าไว้ใจบาธ’ 

หากไม่มีอะไรผิดพลาด บาธคนที่อยู่ในคำพูดนั้นก็คงจะเป็นคนๆนี้แน่นอน อคิราห์กำลังจะเอ่ยถามมิคาเอลในตอนที่อีกฝ่ายพาเขามาถึงโซฟาตัวที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้จุดนี้ยังมีคนจับจองอยู่แต่เมื่อมองเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นใคร อีกฝ่ายก็ต้องสละที่นั่งของตนให้ทันที

ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือคอนีเลียสผู้จัดการประชุมครั้งนี้นั่นเอง คอนีเลียสเป็นชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกเงียบขรึม ผมสีดำถูกปาดไปด้านหลังจนเรียบ รูปร่างหน้าตาดูภูมิฐาน เพียงแต่จอนผมกลับแซมไปด้วยสีขาวและใบหน้าที่มีร่องรอยตามอายุ ภายใต้ความเงียบขรึมใครจะไปรู้ว่า ชายคนนี้คือหนึ่งในหัวหน้ากลุ่มองค์กรที่เก็บความลับของกลุ่มอำนาจทั่วโลกไว้มากที่สุด หากกล่าวถึงอันดับหนึ่งเรื่องข่าวสาร ใบหน้าแรกที่คิดถึงย่อมเป็นชายคนนี้

"ขอบคุณครับ คอนีเลียส" มิคาเอลนั่งลงโดยที่ไม่ลืมที่จะกดตัวเด็กหนุ่มให้นั่งตามลงมา คนเหล่านั้นให้ความสนใจอคิราห์ชั่วครู่ก่อนที่จะถอนสายตาออกไปและกล่าวทักทายผู้มาใหม่ มีบ้างที่รู้สึกแปลกใจในความนิ่งสงบของคู่ควงคนใหม่ของเทวทูตผู้นี้ พวกเขาทุกคนในนี้นอกจากเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการมืด แต่ฉากหน้าของบางคนก็เป็นผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักธุรกิจชื่อดังระดับประเทศเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นคอนีเลียสที่มีฉากหน้าเป็นเป็นถึงเจ้าของสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์แท็ปลอยด์ชื่อดังในอังกฤษ

โดยทั่วไปแล้วคนที่ได้เจอพวกเขาในระยะใกล้เช่นนี้ ต่อให้สำรวมแค่ไหนแต่ในแววตาย่อมปรากฏความตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง เหมือนคู่ควงของพวกเขาบางคนในที่นี้ที่แม้จะทำตัวนิ่งสงบแค่ไหนแต่ทุกคนหากไม่มีร่องรอยความประหม่า ในแววตาก็ต้องมีความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด โดยเฉพาะเวลาที่มองเห็นผู้ที่พึ่งเดินเข้ามา แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับดูนิ่งสงบจนน่าแปลกใจ สมแล้วที่คนอย่างมิคาเอล ออสซินี่พามาในงานเลี้ยงสำคัญเช่นนี้

มาคัส โอดิเลียคือหนึ่งในนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ชอบเด็กหนุ่มคนนี้หรือทุกคนที่อยู่ใกล้มิคาเอลแต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าเด็กคนนี้แตกต่างจากคนที่แล้วๆมา ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด คนภายนอกที่กำลังพูดคุยกันต่างก็แอบเหลือบมองมายังจุดนี้เป็นระยะ

พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจดำมืดอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งต่างๆที่หากให้คนปกติธรรมดารับฟังต่างห็ต้องอกสั่นขวัญแขวน หลั่งเหงื่อเย็นอย่างหวาดกลัวเหมือนกับเหล่าคู่ควงบางคนที่เป็นทั้งดารา นางแบบนายแบบที่ต้องขอตัวออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรู้เรื่องที่ไม่สมควรรู้ ยกเว้นเพียงแต่เด็กหนุ่มคนเดียวที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม ฟังเรื่องต่างๆ ผ่านหูไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“งานครั้งนี้ออกจะสงบกว่าที่คิดนะครับ” ผู้นำของทางสกอร์ปิโอ้กล่าวขึ้น

“อะไรที่สงบจนเกินไป ก็ยิ่งน่าสงสัย” ผู้พูดไม่ใช้ใครอื่นนอกจากมาคัส โอดิเลีย

“ผู้นำของทางยาโคลอฟพึ่งตายไป เรื่องราวคงไม่เป็นอย่างที่เห็นหรอกครับ แต่อย่างน้อยเราก็ส่งศพของเขากลับตระกูลไปแล้ว” อิริคที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้าง

“มีนักฆ่าสองคนพยายามเข้ามา คนของผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ คิดว่าไม่ใช่คนของโรส ฝั่งนั่นเองก็พอจะรู้ตัวคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามในตอนนี้” คอนีเลียสกล่าว

“ถึงอย่างนั้นพวกนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้มาก ใครใช้ให้เขาต้องการมีเรื่องกับออสซินี่ล่ะครับ” อีริคกล่าว

มิคาเอลนั่งหมุนแก้วแชมเปญในมือไปมา ฟังแต่ละฝ่ายพูดคุยกันราวกับสิ่งที่ทุกคนกำลังพูดถึงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา แต่ใครจะไปรู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ มือที่ยังคงโอบเด็กหนุ่มอยู่ด้านหลังกำลังลูบสะโพกอีกฝ่ายไปมาอย่างเพลิดเพลิน อคิราห์อยากจะทำอะไรสักอย่างกับมือที่อยู่ด้านหลังแต่เวลานี้ออกจะไม่เหมาะสมไปสักหน่อย แล้วสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นสาวสวยผมบลอนด์กำลังเดินตรงมาทางนี้ เธอเป็นคนเดียวกับคนที่เขาเห็นเมื่อตอนที่เข้ามาในโรงแรมแห่งนี้

มีบอดี้การ์ดกันเอาไว้ เธอส่งสายตามาทางมิคาเอลอย่างเย้ายวนในขณะที่กำลังโดนตรวจหาอาวุธ มิคาเอลเลิกคิ้วในขณะที่คอนีเลียสหันไปหาลูกน้องที่มีรายชื่อพร้อมประวัติของแขกในงาน

“นั่นริต้า จอห์นสัน นางแบบสาวอเมริกันเป็นแขกที่มาพร้อมกับโธมัส ร็อบ”

“ให้เธอเข้ามาเถอะ ผมก็อยากรู้ว่าเธอจะมีอะไรน่าสนใจรึเปล่า” หลังจากเสียงนั้นคอนีเลียสก็โบกมือให้บอดีการ์ดเหล่านั้น

เธอคนนั้นเดินเข้ามาหามิคาเอลโดยตรง ส่งยิ้มให้เขาแล้วยกมือขึ้น “สวัสดีค่ะฉันริต้า จอห์สัน ได้ยินชื่อเสียงของมิสเตอร์ออสซินี่มานาน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

มิคาเอลนั่งมองมือที่ยื่นมาให้เขานิ่งๆ ไร้ปฏิกิริยาใดๆตอบกลับไป

อคิราห์มองเห็นรอยยิ้มแข็งทื่อของเธอ หญิงสาวดึงมือกลับไปจับเข้าหากันด้วยสีหน้าประหม่า เด็กหนุ่มสังเกตเห็นแหวนสีเงินบนนิ้วมือเรียวสวย สายตาของเขาเย็นเยียบขึ้นมาทันที

“ขอโทษนะคะ พอดีฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าจะมีโอกาสเจอคุณในระยะใกล้ขนาดนี้”

ไม่มีคำตอบรับใดๆ จากชายหนุ่ม มิคาเอลยกแก้วแชมเปญจรดริมฝีปาก และในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวแววตาปรากฏความมุ่งมั่น ตัดสินใจทำบางอย่าง เธอพุ่งตัวเข้าหามิคาเอล ในจังหวะที่กำลังจะสัมผัสโดนตัวเขา มิคาเอลพลันขยับตัวออกในเวลาเดียวกัน ลุคก็ขยับมาจับตัวของเธอเอาไว้ เขากระชากร่างของหญิงสาวออก เธอเปลี่ยนเป้าหมายไปหาลุคแต่ในขณะที่กำลังสัมผัสตัว ชายหนุ่มพลันดึงมีดสั้นออกมาฟันลงบนข้อมือของเธอข้างนั้น

“กรี๊...”

“ขออภัยครับ”

มือเรียวสวยข้างนั้นกระเด็นตกลงบนโต๊ะ หญิงสาวกรีดร้องออกมาแต่ก็โดนปิดปากเอาไว้แล้วโดนลากตัวออกไปเงียบๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังปรากฏรอยเลือดเป็นทางยาวไปถึงประตูด้านหลัง มีคนไม่น้อยที่สังเกตเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้แต่ก็ไม่มีใครกรีดร้องออกมา พวกเขาหลายคนต่างก็เคยพบเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันในงานเลี้ยงเช่นนี้มาก่อน มีบ้างที่ตกใจกลัวขาสั่นจนต้องขอตัวกลับ

กลับมายังจุดที่พึ่งเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ มือของหญิงสาวถูกเก็บออกไป แหวนของเธอมีเข็มพิษขนาดเล็กที่แทบมองไม่เห็นติดอยู่ เหล่าบอดี้การ์ดรีบเข้ามาเช็ดทำความสะอาดเลือดที่อยู่บนโต๊ะ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่กระเด็นไปโดนที่อื่น ชุดสูทของมิคาเอลเปรอะเปื้อนคราบเลือดเป็นจุดๆ แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดแตกต่างจากใบหน้าขาวนวลของเด็กหนุ่มที่เปื้อนไปด้วยคราบสีแดง

อคิราห์หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาเช็ดใบหน้าของตัวเองอย่างเฉยเมยต่อสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทตามเดิม หากแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับสายตาของคนรอบข้างที่กำลังมองเขาอยู่ เขามองไปรอบๆ แล้วหันมาหาคนที่นั่งข้างๆ ด้วยแววตาสงสัย

มิคาเอลหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ หากอยู่ด้วยกันเพียงลำพังเขาคงจะจับเด็กหนุ่มมาขยำขยี้จนสาแก่ใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอคิราห์ก็มักจะมีเรื่องที่ทำให้เขาทั้งประหลาดใจและถูกใจมากขึ้น ในสายตาเขาไม่ว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไรก็ดีงามไปหมด และไม่คิดว่ามันจะผิดปกติตรงไหน เขายกมือขึ้นลูบผมของอคิราห์แล้วหันไปหาคนอื่นๆ เป็นเวลาเดียวกับที่ลุคเดินกลับมา

“ผมคงต้องขอตัวก่อน ฝากจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อด้วยนะครับคอนีเลียส”

“ครับ ต้องขออภัยด้วยจริงๆครับ”

คนทั้งสามเดินจากไปท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆ ที่มีทั้งความสงสัยและแปลกใจในตัวเด็กหนุ่มข้างกายผู้นำแห่งตระกูลออสซินี่คนนั้น แต่ละคนต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกัน 

--------------------------** 

Talk มาแล้วค่าา ช่วงนี้เสี่ยก็จะมีความแสดงความเป็นเจ้าของแรงมาก และหลงน้องแรงมากเหมือนกัน จริงๆ ตั้งใจจะลดตัวละครแต่แต่งไปแต่งมาไหงเพิ่มขึ้นเยอะเลยแฮะ เรื่องตระกูลกับองค์กรนี่ไว้จะมาเรียงลำดับให้เข้าใจมากขึ้นให้นะคะ ช่วงนี้ก็จะอยู่โรมาเนียกันไปอีกสักพัก อาจจะมีคำผิดบ้างถ้าเจอก็เตือนๆ ไรท์นิดนึงเน้อ ถามว่ามีกำหนดจบมั้ย คงต้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีค่ะเพราะคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องยาว จะแต่งไปจนกว่าจะไม่สามารถแต่งได้จริงๆ 

ความคิดเห็น