Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 14 Who are U? Akira NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 17:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 14 Who are U? Akira NC
แบบอักษร

Chapter 14 Who are U? Akira 

โรมาเนีย 

เพียงไม่นาน เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อคิราห์ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักอย่างเงียบสงบ ชีวิตสองสามวันมานี้ราบเรียบเป็นอย่างมาก วันนี้หิมะตกหนักมาก เวลาส่วนใหญ่ของอคิราห์จึงใช้ไปกับการออกกำลังกาย โดยที่มีมาเรียอยู่ด้วยแทบจะตลอดเวลา 

ไม่มีการติดต่อใดๆ จากมิคาเอลซึ่งอคิราห์ไม่ได้รู้สึกว่าผิดปกติแต่อย่างใด เขาพอจะรู้มาบ้างว่าเวลาที่พวกผู้มีอิทธิพลทั้งหลายมีการประชุมครั้งสำคัญก็มักจะประชุมกันข้ามวันเช่นนี้ และการประชุมครั้งนี้ก็คงจะสำคัญมากพอสมควรเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะกำลังตกหนักมากขึ้น ลมจากข้างนอกรุนแรงจนทำให้หน้าต่างสั่นไหว 

พายุกำลังจะมา... 

วันนี้เป็นวันที่มิคาเอลจะกลับมา แต่ดูจากสภาพอากาศดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ เด็กหนุ่มเลิกสนใจสภาพอากาศภายนอกและเริ่มต้อนออกกำลังกายอีกครั้ง จนช่วงเย็นของวันใหม่ก็ยังไม่มีร่องรอยของ   มิคาเอล สภาพอากาศภายนอกสงบลงแล้ว มีเพียงชั้นหิมะที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น อคิราห์เดินออกไปด้านนอกพร้อมกับโค้ทและผ้าพันคอผืนเดิม ท้องถนนกลายเป็นสีขาวโพลน มีคนน้อยมากที่จะออกมาเดินเล่นนอกบ้านเหมือนเขาในเวลาเช่นนี้ แต่ก็ยังมีบ้างประปรายที่ออกมาจัดการกับหิมะรอบๆที่อยู่ของตัวเอง 

เขาย่ำเท้าลงไปบนพื้นหิมะจนยุบลงไปถึงข้อเท้าทำให้การก้าวขาแต่ละก้าวลำบากมากขึ้น แต่อคิราห์ก็ไม่ได้สนใจถึงข้อนี้นัก เขาเดินไปยังเส้นทางเดิมที่เคยไป ก่อนหน้านี้เขากลับไปยังสวนสาธารณะที่เจอกับเดนิสอีกครั้ง อคิราห์พบกับเด็กๆกลุ่มเดิมแต่น่าแปลกที่มีเพียงเดนิสคนเดียวที่ไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน 

วันนี้เขาก็ยังคงเดินมายังสถานที่เดิมเพียงแต่ออกจะเงียบเหงากว่าทุกวัน เขาปัดหิมะบนเก้าอี้ก่อนที่จะหย่อนตัวลง ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสวบสาบที่เดินเข้ามาเรื่อยๆ จากด้านหลัง เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจจะหันกลับไปมองดู เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมจนมีเงาคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง คนๆนั้นยืนคร่อมตัวเขาเอาไว้ มือทั้งสองข้างจับที่พนักพิงของเก้าอี้ อคิราห์รับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เป่าอยู่ข้างใบหู 

“คิดถึงฉันมั้ยที่รัก” 

“ไม่ครับ” อคิราห์ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาของอีกฝ่าย มิคาเอลยืดตัวขึ้น เขาเดินอ้อมมายืนอยู่ด้านหน้าเด็กหนุ่มที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม หากแต่แววตาราบเรียบผิดกับเสียงยั่วเย้าเมื่อครู่มากนัก 

เป็นครั้งแรกที่อคิราห์ได้เจอชายหนุ่มหลังจากผ่านไปสี่วัน มิคาเอลในเสื้อโค้ทยาวสีดำดูภูมิฐานใบหน้าและแววตาเรียบเฉยทำให้อีกฝ่ายดูน่ากลัวขึ้นมากกว่าปกติแม้เวลาที่ยิ้มจะน่าขนลุกเหมือนกันก็เถอะ ดูเหมือนการประชุมครั้งนี้ไม่สามารถทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าเขาปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าใดๆออกมาได้เลย หิมะที่ยังคงตกลงมาบางเบาหล่นลงบนผมสีทองที่ยังจัดทรงเรียบร้อยไม่กระดิก เขาเหม่อมองโดยไม่รู้ตัวก่อนที่จู่ๆ ร่างกายก็โดนกระชากเข้าไปปะทะหน้าอกอีกฝ่าย  

ความรู้สึกถูกคุกคามทำให้แขนที่ยังเหลืออยู่อีกข้างวาดเข้าฟาดลงบนขมับของมิคาเอลอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มใช้แขนกันการโจมตีอันรุนแรงนั้น พลิกตัวเด็กหนุ่มทั้งที่ยังจับแขนข้างหนึ่งไว้ด้านหลังส่วนอีกข้างก็โอบร่างกายของอีกฝ่ายเอาไว้ “เธอนี่มัน...ไม่โรแมนติกเอาซะเลย คนทั่วไปเวลาเจอแบบนั้นเขาไม่เอามือฟาดอีกฝ่ายหรอกนะ” มิคาเอลกระซิบอยู่ริมใบหู เสียงหายใจที่ถี่รัวขึ้นเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว 

“ผมไม่ได้ตั้งใจ เป็นเพราะคุณนั่นแหละครับ” เด็กหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบจมูกที่คลอเคลียอยู่บนแก้ม “คราวหลังก็อย่าทำอะไรที่มันกะทันหันแบบนี้สิครับ แล้วก็ปล่อยผมได้แล้ว” 

“ไม่ล่ะ ฉันว่าอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” 

“แต่ผมหนาวแล้วครับ” 

“เฮ้อ น่าผิดหวังจริงๆ ร่างกายฉันไม่สามารถให้ความอบอุ่นเธอได้เพียงพอสินะ เธอถึงได้อยากจะตีจากฉันไปหาคนอื่น” มิคาเอลแสร้งถอนหายใจอย่างผิดหวัง ปล่อยร่างกายของอคิราห์ให้เป็นอิสระ 

“คุณจะทำอะไรพวกเขา” อคิราห์หันกลับมาจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ 

“ไม่ต้องปกป้องกันขนาดนั้นก็ได้ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีเหตุผล อีกอย่างหมอนั่นก็ดูเป็นคนรู้เรื่องรู้ราวดี เด็กคนนั้นก็น่ารักมาก...ไปกันเถอะ เธอหนาวแล้วไม่ใช่รึไง” มิคาเอลคว้ามืออีกฝ่ายมาใส่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเองแล้วหมุนตัวเดินออกไปทำให้อคิราห์ต้องเดินแนบชิดกับเขา เด็กหนุ่มพยายามจะดึงมือออกอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็เลิกพยายาม...ถึงในใจจะรู้สึกว่าแบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกัน 

เขาเข้าใจเรื่องราวในคำพูดของมิคาเอลดี อคิราห์รับรู้ตั้งแต่แรกว่าเดนิสและอาเธอร์เองก็มีคนติดตามเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาหรือผู้ที่อยู่ในวงการ แต่ดูแล้วคนที่รู้จักมิคาเอลคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ไม่อย่างนั้นทั้งสองคนคงไม่หายไปทั้งที่พูดว่าจะมาเจอกันอีก ทั้งคู่เดินไปด้วยกันเงียบๆ แม้จะก้าวขาลำบากไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกับการเดินของคนทั้งสองมากนัก แต่จู่ๆมิคาเอลก็หยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าของอคิราห์นิ่งๆ เห็นอีกฝ่ายไม่พูด ไม่มีความเคลื่อนไหว อคิราห์ก็ไม่รู้จะทำอะไรเช่นกัน 

“ไม่ยักรู้ว่าเธอจะมีเสน่ห์กับเด็กอายุห้าหกขวบ ถึงขนาดขอแต่งงาน แถมเธอเองก็ยังให้ของแทนใจไปด้วย” 

เด็กหนุ่มรู้สึกงุนงงที่จู่ๆ มิคาเอลก็เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ไม่นานเขาก็นึกออก “ก็แค่ของเล่นชิ้นเดียวไม่ใช่เหรอครับ”   อคิราห์ตอบ หากแต่เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ฝ่ามือ 

“จะไม่ปฏิเสธหน่อยเหรอ” 

“ผมให้ไปจริงๆ ทำไมต้องปฏิเสธ อีกอย่างเดนิสก็ยังเด็กมาก” อคิราห์มองดูคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยของอีกฝ่ายแม้ริมฝีปากจะยังยิ้มอยู่น้อยๆเหมือนเดิม หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาสักพักนั่นทำให้รู้ว่ามิคาเอลกำลังหงุดหงิด อคิราห์ประมวลผลความคิดของตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำบางอย่างๆรวดเร็ว 

คราวนี้เขาเป็นฝ่ายดึงแขนชายหนุ่มให้ก้าวเดิน มิคาเอลเลิกคิ้วแต่ก็เดินตามมาโดยไม่พูดอะไร เขาโดนดึงเข้าไปในร้านขายของเล่นแห่งหนึ่ง เห็นอคิราห์เดินไปหยิบของชิ้นหนึ่งไปจ่ายเงินและยื่นมันมาให้เขา 

“ให้คุณ” เห็นอีกฝ่ายยังนิ่งเงียบเขาถึงได้พูดต่อ “ผมคิดว่าคุณคงอยากได้บ้าง” 

สีหน้าและแววตาแน่วนิ่งทำให้มิคาเอลไม่แน่ใจว่าอคิราห์กำลังล้อเล่นอยู่รึเปล่า แต่ดูจากลักษณะนิสัยของอีกฝ่าย เด็กน้อยของเขาคงเข้าใจว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ มิคาเอลอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ อคิราห์มักจะทำอะไรที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านหลังจากการประชุม หรือการที่ได้รับฟังเรื่องที่อีกฝ่ายออกไปดินเนอร์กับคนอื่นแทบจะหายไปหมดหลังจากก้มลงมองของเล่นสีเหลืองอ๋อยหน้าตาน่าเกลียด 

มิคาเอลยิ้มออกมา เขาหยิบของสิ่งนั้นจากมือเด็กหนุ่มออกมาพิจารณาแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทอีกด้าน คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาลูกน้องคนสนิท “ลุค ฉันจะพาอคิราห์ไปด้วย” 

‘แต่ท่านครับ งานนี้อาจจะ...’ 

“บอกให้คนจัดโต๊ะอาหารสำหรับสองคนไว้” 

อคิราห์มองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “คุณจะพาผมไปไหน” 

“งานเลี้ยงหลังการประชุมน่ะแล้วก็...ต้องกลับไปลองใช้ของที่เธอให้มาดูสักหน่อย” 

“...” 

 

มิคาเอลพาเขามายังโรงแรมหรูที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในยุโรปยุคกลาง อคิราห์เดินตามอีกฝ่ายมายังห้องสูท เขาถอดเสื้อโค้ทและผ้าพันคอออก สำรวจห้องไปรอบๆ เด็กหนุ่มเดินไปยังห้องอาหารและพบว่าอาหารถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนมิคาเอลที่หายไปสักพักก็กลับมานั่งทานอาหารตามปกติ 

“จะไม่ถามอะไรหน่อยรึไง” ชายหนุ่มถามขึ้นในขณะที่สังเกตสีหน้าอีกฝ่ายไปพลาง เขารู้ว่าเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดูออก ตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถอคิราห์ก็ดูเงียบขรึมลงทันทีแม้ว่าปกติจะเงียบอยู่แล้วก็เถอะ หากเป็นคนทั่วไปย่อมเห็นว่ารอบตัวดูปกติดี แต่เขาเชื่อว่าอคิราห์ต้องรู้อย่างแน่นอน 

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับ หรือแขกที่นั่งอยู่กับสาวสวยผมบลอนด์ บางทีเด็กหนุ่มอาจจะรับรู้ได้ถึงลำกล้องไรเฟิลที่ส่องมาจากตึกฝั่งตรงข้ามก็เป็นได้ 

“ไม่จำเป็นครับ ถ้าคุณอยากให้ผมรู้เดี๋ยวคุณก็พูดออกมาเอง” อคิราห์ตอบไปตามที่คิด 

“หรือบางทีเธออาจจะรู้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มพูดออกมาพลางสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย “กลัวรึเปล่า” 

“ผมว่าวันนี้คุณออกจะถามคำถามไร้สาระบ่อยเกินไปนะครับ” อคิราห์เหลือบสายตาขึ้นมาและจัดการอาหารตรงหน้าต่อ 

ทางฝั่งมิคาเอล หลังจากได้ยินคำตอบชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาเบาๆ เริ่มทานอาหารต่อเช่นกัน หลังจากทานเสร็จมิคาเอลก็พาอคิราห์มาที่ห้องอีกห้องหนึ่ง หากแต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปเด็กหนุ่มก็ต้องชะงัก “ให้ผมมาในนี้ทำไมครับ เรื่องทดลองใช้ที่ว่า อย่าบอกนะว่า...” 

“ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน...ฉันคิดถึงเธอมากรู้มั้ย” มิคาเอลดึงเนคไทออกแล้วค่อยๆถอดเสื้อ เผยให้เห็นมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ อคิราห์มองดูรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย พลันรูสึกคิดถึงรูปร่างที่แท้จริงของตัวเองขึ้นมา เด็กหนุ่มก้าวเท้าตามไป ลูบไล้แผงอกกว้างแล้วดันไปเรื่อยๆ จนถึงห้องน้ำ ภาพแรกที่เด็กหนุ่มเห็นคืออ่างน้ำวนขนาดใหญ่ลอยไว้ด้วยเป็ดหนึ่งตัว ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกอึดอัดในอกอย่างบอกไม่ถูก 

‘ที่หายไปพักหนึ่งเพราะมาจัดการเรื่องนี้อยู่? 

มิคาเอลโอบกอดร่างเด็กหนุ่มเอาไว้หลวมๆ เขาเลื่อนมือขึ้นมาถอดเสื้อด้านนอกออกแล้วปลดกระดุมเสื้อด้านใน หากแต่เมื่อร่างกายของชายหนุ่มชิดขอบอ่างอคิราห์ก็ผลักเขาออกอย่างแรงจนเสียหลัก เกิดเสียงน้ำกระจายดังไปทั่วห้องน้ำ แม้แต่เป็ดน้อยที่ลอยอยู่ก็กระเด็นกระดอนออกมาจากอ่าง

อคิราห์ไม่รอช้าก้าวขึ้นไปคร่อมทับลำตัวของมิคาเอลแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างกดลงไปทันที ชายหนุ่มไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้ อคิราห์รู้ดีว่าแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรมิคาเอลได้เพราะอีกไม่นานคนตรงหน้าก็คงจะหลุดพ้นจากการจับกุมของเขาแล้ว แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเป็ดสีเหลืองที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็รู้สึกอยากจะเห็นเลือดขึ้นมาให้ได้เสียอย่างนั้น

และก็เป็นไปอย่างที่เด็กหนุ่มคิด มิคาเอลหลุดพ้นออกมาได้ในที่สุด เขาพลิกตัวกลับขึ้นมาทำให้อคิราห์เป็นฝ่ายจมลงไปในน้ำแทน ชายหนุ่มดึงเสื้อที่อีกฝ่ายยังใส่ติดตัวเอาไว้มารั้งไว้ที่แขนแล้วผูกเป็นปมแน่นก่อนที่จะดึงตัวเด็กหนุ่มขึ้นพ้นจากน้ำ

อคิราห์สูดหายใจเข้าปอด เขาถูกพลิกตัวให้นั่งชันเข่าในอ่าง แขนทั้งสองข้างสัมผัสกับลำตัวด้านหน้าของอีกฝ่ายที่อยู่ด้านหลัง

มิคาเอลกอดรัดร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ ขบกัดลงบนติ่งหู “วันนี้อยากได้แบบรุนแรงสินะ ไม่ได้เจอกันนานคงคิดถึงฉันมากเหมือนกันใช่มั้ยเด็กน้อย”

“คุณนี่มัน”

“อืม เธอให้มันกับฉันเอง เพราะฉะนั้นฉันจะเอามันไปไว้ที่ไหนหรือทำอะไรก็ได้ไม่ใช่รึไง”

“แต่ไม่ใช่เอามาไว้ที่นี่ ตอนนี้ ปล่อยแขนผม”

“เลิกโมโหได้แล้ว เธอยังมีความผิดอยู่นะเด็กน้อย แม้ว่าเธอจะมีของไถ่โทษแต่ฉันก็ยังโมโห หรือต่อให้ฉันไม่โมโหฉันก็จะยังจะทำแบบนี้อยู่ดี ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องโดนทำโทษ” มิคาเอลเลื่อนมือต่ำลงเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มรู้สึกเสียววาบไปทุกสัดส่วนที่อีกฝ่ายสัมผัส

“อึก คุณนี่มันปีศาจโรคจิตจริงๆ”

“ฉันเป็นเทวทูตต่างหาก ใครๆ ก็เรียกแบบนั้น”

“คุณ! พอเถอะครับ ผมเหนื่อย”

“ได้สิที่รัก สัญญาว่าแค่รอบเดียว” พูดจบเรียวนิ้วยาวก็กอบกุมส่วนด้านหน้าของเด็กหนุ่มเอาไว้ทั้งหมด พลางเคล้นคลึงไปมาจนส่วนนั้นเริ่มแข็งตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็จับใบหน้าของคนที่อยู่ด้านหน้าให้หันมารับจูบของเขา

(อ่าน nc ได้ในเล่มค่ะ) 

“ปล่อยผม แล้วก็เอามันออกไปได้แล้วครับ”

มิคาเอลยอมปลดเสื้อที่ข้อมือเด็กหนุ่มออก อคิราห์ดึงตัวเองออกทันทีแต่ก็ยังไปไหนไม่ได้เพราะถูกชายหนุ่มคว้าตัวลงไปกอดอีกครั้ง “ขออีกนิดนะที่รัก”

มิคาเอลกำลังครุ่นคิด อคิราห์ที่เขารู้จักกับอคิราห์ในประวัติที่เขาให้คนไปสืบมาแทบจะเป็นคนละคนกันโดยสิ้นเชิง เด็กหนุ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากเหตุการณ์กระทบกระเทือนทางใจและร่างกาย อคิราห์คนนั้นเป็นแค่เด็กธรรมดาที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบคนทั่วไป อ่อนโยนใจดี และอ่อนแอ

หากแต่คนที่เขารู้จักกลับกลายเป็นคนที่เยือกเย็น สุขุมฉลาดและมีไหวพริบ ทั้งความสามารถและท่าทางที่ระมัดระวังตัวตลอดเวลาเหมือนได้รับการฝึกฝนจนกลายเป็นสัญชาตญาณนั่นอีก แม้ว่าอีกฝ่ายมักจะทำตัวเหมือนเป็นเด็กๆแต่ในบางครั้ง บรรยากาศบางอย่างที่เด็กหนุ่มปล่อยออกมากลับทำให้เขารู้สึกว่าทั้งตัวเขาและอคิราห์นั้นก็ไม่ได้มีอะไรต่างกันมากนัก อีกฝ่ายดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาเยอะทั้งๆ อายุเพียงเท่านี้

คนที่เขาเห็นในรูปไม่ได้น่าหลงใหลเท่าคนๆ นี้

“ปล่อยสักทีเถอะครับ ผมจะไปล้างตัวแล้ว”

“ล้างด้วยกัน”

"คุณไปล้างกับไอ้ตัวที่นอนหงายอยู่บนพื้นเถอะครับ”

“...”

 

To be con... 

 

ความคิดเห็น