Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 9 When a Man is Confused

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9 When a Man is Confused
แบบอักษร

 

Chapter 9 When a Man is Confused 

ซันเดินเข้าบริษัทด้วยหน้าตาบูดบึ้งและเคร่งเครียดจนพนักงานในบริษัทแทบจะไม่กล้าเข้าใกล้ รวมทั้งเรื่องไอ้ยักษ์ที่กำลังเดินตามเขาต้อยๆที่เจอกันตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่เขาสลบไปอย่างไม่รู้สาเหตุ ฟื้นขึ้นอีกครั้งก็อยู่ในห้องนอนที่บ้านของตัวเองพร้อมกับคนที่เขาไม่รู้จัก

“สวัสดีค่ะคุณตะวัน เอ่อข้างหลังคุณคือ...”

“คนรู้จักของผมเอง พอดีมีเรื่องขัดข้องนิดหน่อยน่ะครับ”

 

ย้อนกลับไปเมื่อวาน

“ไอ้ชั่ว! นายเอาน้องชายฉันไปไว้ที่ไหน”

“น้องชายและคนของคุณจะปลอดภัยครับ ถ้าคุณไม่ทำอะไรที่อาจจะส่งผลต่อชีวิตของพวกเขา”

“เจ้านายของนายจะเอาตัวน้องชายฉันไปทำไม”

“ผมไม่สามารถตอบคำถามของคุณได้ครับ”

ไอ้ยักษ์ตาสีเทาตอบ ร่างกายใหญ่โตและใบหน้าเรียบเฉยยิ่งทำให้ไม่น่าเข้าใกล้ เขากลายเป็นมดทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน เขามีสมองมากพอที่จะคิดได้ว่าต่อให้สู้ก็ต้องแพ้อยู่ดีด้วยรูปร่างที่ต่างกันเกินไปและเขาก็ไม่ได้เก่งกาจมากพอที่จะสู้กับลูกน้องของพวกมาเฟียได้ “งั้นเมื่อไหร่ไอ้เจ้านายของนายจะปล่อยน้องชายของฉันออกมา”

“ผมไม่สามารถตอบคำถามของคุณได้ครับ”

ไอ้บ้านั่นตอบด้วยคำเดิม ยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิม ขยับแค่ปากเพื่อตอบคำถามเขาเท่านั้น ซันถลึงตาใส่อย่างโมโห ก่อนที่จะควานหาโทรศัพท์ แต่ก็พบความจริงบางอย่างในทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย

“ไม่ทราบว่าต้องการโทรหาใครครับ”

“จะใครมันก็เรื่องของฉัน เอาโทรศัพท์คืนมา นายไม่มีสิทธิ์!” ซันตวาดขึ้นเสียงดัง

“การติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกทั้งหมดของคุณจะต้องผ่านการคัดกรองจากผมครับ”

“คิดว่าตัวเองเป็นใครกันวะ เอาคืนมา!”

“เป็นคำสั่งของหัวหน้าครับ ผมชื่อไลโอเนล จะเข้ามาดูแล ‘ชีวิต’ คุณชั่วคราวครับ” ไลเนลตอบทำให้ซันชะงักค้างไป

“จะไลอ้อน สิงโตอะไรก็ช่างฉันไม่ต้องการ โทรศัพท์เฮ็งซวยนั่นก็ด้วย จะเอาไปทำบ้าอะไรก็เอาไป ฉันต้องการแค่น้องชายของฉันเท่านั้น” ซันพูดขึ้นรวดเดียวอย่างใส่อารมณ์ เขาหายใจหอบรุนแรงก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับไป

“คุณตะวันจะไปไหนครับ”

“จะไปไหนก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย”

“เกี่ยวครับ ผมมีหน้าที่ติดตามชีวิตของคุณทุกฝีก้าว” ไลโอเนลยังคงตอบด้วยการขยับปากพูดเพียงอย่างเดียว

ซันขยี้ผมอย่างรุนแรงเดินไปหยิบเสื้อผ้า ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำเขากลับเห็นไลโอเนลเดินเข้ามาหาในระยะประชิด “ฉันจะอาบน้ำ จะเข้ามาตามติดชีวิตในห้องน้ำด้วยมั้ยล่ะ”

“แน่นอนครับ”

ซันพูดขึ้นอย่างประชดประชันแต่กลับต้องเหวอทันทีที่ไอ้สิงโตยักษ์นี่ตอบ

‘เอาจริงดิ’ 

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

ภายในห้องทำงานกว้างขวาง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยหน้าตาไม่รับแขก เหตุผลเดียวที่ทำให้ ‘ตะวัน’ เจ้าของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงต้องมานั่งหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างที่เป็นอยู่เพราะสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขานั่นเอง

ฝรั่งตัวยักษ์ทำให้ซันรู้สึกหงุดหงิด อยู่กับหมอนี่แค่สองวันเขาก็โมโหแทบตายแล้ว เขาไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงกับไอ้สิงโตยักษ์นี่ เพราะหลังจากเถียงกับมันทั้งคืนก็เป็นซันที่ต้องยอมแพ้เพราะความหน้าด้านหน้าทนของอีกฝ่ายทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้เวรนั่นเอาน้องเขาไปทำอะไร ซันไม่ใช่พวกที่ชอบหลอกตัวเองและนั่นทำให้เขารู้สึกโมโหมากขึ้นเป็นเท่าตัว ซันไม่รู้ว่าคนที่จับน้องชายไปมีอำนาจมากแค่ไหน รู้แค่ว่ามันเพียงพอที่กฎหมายจะทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้

ไม่มีการสนทนาใดๆ อีกหลังจากนั้น จนกระทั่งเลิกงาน ซันเก็บของทั้งหมดเดินไปที่รถ เขาเปิดประตูฝั่งคนขับด้วยความเคยชินแต่มือใหญ่ก็เข้ามาซ้อนกับมือของเขาพอดี

“ผมขับเองครับ มันเป็นหน้าที่” ไลโอเนลพูดขึ้นแต่ไม่ได้ปล่อยมือ ซันพยายามดึงมือออกแต่ไม่เป็นผล เขาหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเคืองๆ

“งั้นก็ปล่อยมือสักทีสิ”

“ขอโทษครับ” ไลโนเนลปล่อยมือออก

ซันเดินไปนั่งที่ด้านหลังหากแต่ฝรั่งยักษ์ก็ส่งสายตาให้เขานั่งด้านหน้า ซันได้แต่ทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างโมโห“กลับบ้าน”

“ครับ” ไลโอเนลรับคำด้วยใบหน้านิ่งเฉยก่อนที่เอนตัวเข้าหาอีกฝ่าย

“ทำอะไร เฮ้ย!”

“คาดเข็มขัดครับ”

บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องเอนมาทำให้เลย แล้วมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเอาหน้ามาใกล้ แถมตอนเอนตัวกลับไป มือหมอนี่ยังมาโดนหน้าอกเขาอีก ซันรู้สึกผิดปกติกับการกระทำของอีกฝ่าย ตั้งแต่เมื่อวานที่เข้าไปเฝ้าเขาถึงในห้องน้ำ หลังจากเถียงกันยกใหญ่ ถึงแม้ส่วนใหญ่เขาจะพูดอยู่ฝ่ายเดียวก็เถอะ

ตอนที่อาบน้ำซันก็หันมาสังเกตชายหนุ่มอีกคนบ่อยๆ แต่ไอ้สิงโตนี่ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แม้เขาจะมองเห็นบางอย่างที่ตุงออกมาแต่ตอนนั้นก็คิดว่าคงอุปาทานไปเอง หากแต่ตอนนี้ซันกลับไม่ค่อยแน่ใจว่าภายใต้ใบหน้าอันเรียบนิ่งของอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ หวังว่าจะไม่ใช่แบบที่เขากำลังสงสัยอยู่ก็แล้วกัน

ซันนั่งคิดอย่างเพลินๆ ก่อนที่ความคิดของเขาจะสะดุดกึกเพราะจู่ๆ มือของสารถีตัวใหญ่ก็ดันมาวางอยู่บนหน้าขาของเขา ซันดึงมือชายหนุ่มอีกคนออกอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ “ทำบ้าอะไรวะ”

“ขอโทษครับ ผมจะเปลี่ยนเกียร์แต่รถของคุณเล็กไปหน่อย คงยังไม่ค่อยชิน” อีกฝ่ายตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะลงมือเปลี่ยนเกียร์อย่างที่บอก

กลายเป็นตัวของเขาเองที่กำลังอารมณ์บูด ต่อให้รถเล็กแล้วไง เกียร์บ้านมันคงอยู่ห่างตัวคนขับมากถึงขนาดเกือบจะโดนเกียร์ของเขาอยู่แล้ว?

ตอนนี้เขารู้สึกแน่ใจในสิ่งที่กำลังคิดอยู่หลายส่วน

‘ภายใต้หน้าตานิ่งๆ ของมันก็เป็นแค่ไอ้สิงโตยักษ์จอมหื่นเท่านั้นล่ะ’ 

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างพยายามสงบสติอารมณ์

 

มาเรียยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาวางให้เด็กหนุ่มที่โต๊ะกลางห้องนั่งเล่นก่อนที่จะเดินออกไป มิคาเอลยังไม่กลับเข้ามาจนอคิราห์กินเสร็จก็เดินไปวางจานในซิงค์หันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ด้านหลัง

“ดิฉันจัดการเองค่ะ”

“ครับ ตอนนี้มิคเอลอยู่ที่ไหนเหรอครับ”

“ท่านอยู่ในห้องนั่งเล่นชั้นบน เดินขึ้นบันไดเลี้ยวซ้ายประตูที่สามค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

แม่บ้านสาวพยักหน้าแล้วหันกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

อคิราห์เดินไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก จะว่าไปสองวันที่ผ่านมาเขายังไม่มีโอกาสได้สำรวจบ้านหลังนี้เลยสักครั้ง ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษคนที่อยู่หลังประตูบานนี้นั่นล่ะ

ก๊อกๆ 

“เข้ามา”

อคิราห์เปิดประตูเข้าไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากคนด้านใน สิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกคือชายหนุ่มที่หันหน้าออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ เดินเข้าไปอีกนิดก็เห็นภาพท้องทะเลด้านนอก นิ้วมือเรียวยาวที่กำลังถือดินสอสีดำสเก็ตภาพนั้นลงบนกระดาษบนแผ่นกระดานที่วางอยู่บนหน้าตัก เด็กหนุ่มเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบไม่พยายามไม่รบกวนสมาธิของอีกฝ่าย ในใจเกิดความรู้สึกประหลาด ไม่คิดว่าคนอย่างมิคาเอลจะมีงานอดิเรกที่เรียบง่ายเช่นการวาดรูป

“มีอะไร” มิคาเอลพูดโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองคู่สนทนา เสียงของชายหนุ่มติดจะห้วนแข็งจนรู้สึกได้

“ผมอยากคุยกับพี่ชายครับ”

ชายหนุ่มเงียบไปพักใหญ่ เสียงลากเส้นยังคงดังอย่างต่อเนื่องแต่เด็กหนุ่มก็ยังยืนรออย่างอดทน “ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ”

คิดไว้ไม่ผิด ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เพราะสำหรับมิคาเอล ออสซินี่ ทุกอย่างคือการเจรจาธุรกิจ “ผมสัญญาว่าภายในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ผมจะทำตัวเป็นคู่นอนที่ดี ไม่หนี และไม่พยายามฆ่าคุณอีก”

มือที่กำลังวาดรูปของชายหนุ่มชะงัก อันที่จริงเขาเพียงแค่ชอบความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่ที่ได้รับจากอคิราห์เท่านั้น ทำให้เผลอทำเรื่องที่ไม่เป็นตัวของตัวเองไป ในเมื่อเด็กหนุ่มตั้งข้อเสนอแบบนี้ก็ดี คิดว่าการกลับไปครั้งนี้คงไม่ต้องพาใครไปด้วยอีกแล้ว “เอาเป็นว่าฉันรับข้อเสนอ แต่ว่า...” ชายหนุ่มวางกระดานวาดรูปลงบนโต๊ะก่อนจะพูดต่อ “ก่อนหน้านั้นเธอต้องทำให้ฉันพอใจให้ได้เสียก่อน" มิคาเอลหันกลับมามองอีกฝ่ายตรงๆ ดวงตาสีมรกตเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มตรงๆ

“คุณต้องการอะไรก็ว่ามาเถอะครับ”

ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ มือแกร่งปลดเนคไทออกแล้วโยนมันออกไปไกลๆ อคิราห์พอจะจับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ว่าต้องการอะไรแต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง

“มานี่สิ”

เด็กหนุ่มเดินไปหาคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ในเมื่อตกลงกันแล้วเขาก็จะไม่ลังเล ไม่ต้องเสียเวลาเล่นตัวหรือทำตัวเขินอายเป็นสาว?บริสุทธิ์ เขาเลยจุดนั้นมามากพอแล้ว ไม่ใช่ว่ายอมจำนน แต่ในเมื่อเขาไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ ที่เหลือก็แค่ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ มันก็แค่เซ็กส์ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการตักตวงความสุขจากตัวเขา เขาก็มีสิทธิ์ตักตวงมันเช่นเดียวกัน เขาใช้ชีวิตมานานเกินกว่าที่จะมานั่งคิดเล็กคิดน้อยเรื่องอย่างว่าแล้ว ขอแค่ไม่ทำให้เหนื่อยมากก็พอ

อีกอย่าง มันก็แค่ข้อแลกเปลี่ยนชั่วคราวเท่านั้น

เด็กหนุ่มทรุดลงนั่งคร่อมคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ โอบแขนกับลำคออีกฝ่าย

ความคิดของมิคาเอลต้องหยุดชะงักลงเมื่ออคิราห์ก้มลงกัดที่ริมฝีปากล่างของเขาก่อนจะดูดดึงแล้วสอดลิ้นเข้ามาช้าๆ เรียวลิ้นกวาดไปทั่วโพรงปาก หยอกล้อกับลิ้นของเขาไปมา ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมตอบสนองสัมผัสเนิบนาบที่อคิราห์มอบให้แม้ว่าในความเป็นจริงเขาอยากจะกระชากร่างตรงหน้ากดลงบนพื้นมากแค่ไหน

อคิราห์ยังคงจูบอย่างอ้อยอิ่งต่อไปไม่ยอมเร่งเร้า เด็กหนุ่มเหลือบสายตามองดูคนที่ทำราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเขาไม่มีฝีมือพอ อยากรู้จริงว่าจะทนไปได้นานสักแค่ไหน คนที่นั่งอยู่ด้านบนบดเบียดลำตัวช่วงล่างกับชายหนุ่มไปมา

 

หลังจากผ่านการออกกำลังกายมาสดๆ ร้อน เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟาโดยมีร่างใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของบ้านพักกอดรัดเอาคางเกยไหล่ฟังบทสนทนาจากด้านหลัง มิคาเอลยอมให้เขาคุยกับพี่ชายได้ เพียงแต่ไม่อนุญาตให้พูดภาษาที่อีกฝ่ายไม่เข้าใจเท่านั้น ลาดไหล่และลำคอของเขากำลังถูกจู่โจมไม่หยุดหย่อน แม้จะอึดอัดแต่อุณหภูมิร่างกายที่เย็นกว่าคนปกติของมิคาเอลก็ช่วยลดความร้อนจากการออกกำลังกายในร่มของเขาไปได้มาก

“ฮัลโหลพี่ซัน นี่ผมเองนะครับ”

“อาคิ! นายอยู่ไหนเป็นยังไงบ้าง ไอ้บ้านั่นมันทำอะไรนายบ้างบอกพี่มาให้หมด”

“พี่ซันใจเย็นๆ ครับ ตอนนี้ผมสบายดีมากไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

“จะให้พี่ไม่เป็นห่วงได้ยังไง น้องชายโดนจับตัวไปทั้งคนนะ”

อคิราห์เข้าใจความรู้สึกของซันเป็นอย่างดี ซันไม่แม้แต่จะต่อว่าที่เขาทำให้อีกฝ่ายสลบไป ตอนตื่นขึ้นมาพบคนแปลกหน้าแล้วไม่พบเขาอีกฝ่ายคงจะสับสนและเสียใจน่าดู ถ้าซันรู้ว่าน้องชายตัวจริงตายไปแล้วจะรู้สึกยังไงกันนะความคิดของเขาต้องชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดจากคนปลายสาย

“พี่คิดถึงเรานะอาคิ”

อคิราห์ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ผมก็ค...” พูดยังไม่ทันจบโทรศัพท์ในมือก็โดนกระชากออกไปเสียก่อน อคิราห์หันไปมองอีกฝ่ายเห็นเพียงคนที่กำลังนั่งมองมาอย่างไม่พอใจ สายตาของมิคาเอลดูน่ากลัวกว่าปกติ แต่ความไม่พอใจของเขากลับมีมากกว่า “ทำอะไรของคุณ เราตกลงกันแล้วนี่ครับ”

“ฉันอนุญาตให้คุยกันวันละครั้งเท่านั้น” มิคาเอลเลี่ยงคำถาม ชายหนุ่มพลันลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป 

___________________________________ 

Talk 

เปิดตัวคู่พี่ในตอนนี้ พี่ไลอ้อนมีความเนียนหน้านิ่งตลอดเว 

ส่วนนายท่านกำลังอยู่ในช่วงสับสนกับชีวิต เป็นพวกหลงเด็กแต่ไม่อยากยอมรับตัวเอง ตอนนี้เหมือนจะมีเอ็นซีแต่ข้ามไปบ้างก็ได้เนอะ 

Crystal 

ความคิดเห็น