Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 5 Everything is Gone

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5 Everything is Gone
แบบอักษร

 

Chapter 5 Everything is Gone 

เช้าวันต่อมา

นัยน์ตาของเด็กหนุ่มเปิดขึ้น ไร้ซึ่งความง่วงงุนโดยสิ้นเชิง แสงแดดส่องเข้ามาภายในห้องกระทบพื้นเป็นแนวยาว สัมผัสจากอ้อมกอดของพี่ชายที่พลิกตัวมากอดก่ายตัวเขาราวกับหมอนข้างเป็นสิ่งแรกที่ทำให้อคิราห์ลืมตาตื่นขึ้นมา แต่เสียงการเคลื่อนไหวจากชั้นล่างทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มพลันเบิกขึ้น รับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา

ด้านล่าง เสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกค่อยๆชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กหนุ่มลุกขึ้นอย่างช้า หย่อนขาลงจากเตียงด้วยเสียงเบาที่สุด สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เขารู้สึกตึงเครียด ในห้องนี้ไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว หากจะมีก็เพียงแค่มีดทำครัวที่อยู่ด้านล่างและต้องผ่านห้องนั่งเล่นไปเสียก่อน อคิราห์เดินไปแง้มเปิดผ้าม่านเพื่อสำรวจดูความผิดปกติ และสิ่งที่เขาเห็นก็เป็นการยืนยันได้ในทันทีว่าเวลานี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญรออยู่ แต่ว่าใครกัน หรือว่าจะเป็นคนที่เขาศอกเข้าใส่เมื่อวาน

เขาปลุกพี่ชายด้วยการเขย่าตัวอีกฝ่าย ซันตื่นขึ้นและในขณะที่กำลังอ้าปากพูดก็โดนน้องชายเอามือปิดปากเอาไว้เสียก่อน เด็กหนุ่มขยับปากพูดช้าๆ แต่ไม่มีเสียง ‘มี-คน-อยู่-ข้าง-ล่าง โทร-หา-ตำ-รวจ’

ซันพยักหน้าตามน้องชายอย่างว่าง่าย ไม่สงสัยในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแม้แต่น้อย แต่ในขณะที่เขากำลังคว้าโทรศัพท์ จู่ๆ เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังลั่น ซันรีบเลื่อนปิดมันอย่างลนลานจนโทรศัพท์ตกลงบนพื้น

อคิราห์ได้ยินเสียงฝีเท้าสับสนและรวดเร็วกำลังก้าวขึ้นมาด้านบน ได้แต่หันเร่งอีกฝ่ายให้เร็วขึ้น “รีบโทรเร็วเข้า”

ซันลนลานกดโทรศัพท์

โครม! 

เสียงกระแทกประตูทำให้คนทั้งคู่หันไปให้ความสนใจด้านนั้นทันที เด็กหนุ่มกำลังตัดสินใจ หากมีเขาคนเดียวเขาคงปีนออกนอกหน้าต่างไป แต่ตอนนี้เขามีซันอยู่ด้วยอีกคน

“สวัสดีครับคุณตำรวจ ตอนนี้ผมกับน้องชาย...”

โครม! 

ประตูถูกกระแทกเปิดออกด้วยชายร่างยักษ์สองคน ทั้งคู่อยู่ในสูทสีดำพอดีตัวและกำลังถอยให้ชายอีกคนเดินเข้ามา

“สวัสดีครับ คุณตะวัน วอลเทอร์ และ คุณอคิราห์ วอลเทอร์” ชายชาวยุโรปนัยน์ตาสีน้ำเงินหากแต่มีผมสีดำท่าทางเย็นชา ใบหน้าคมสันชัดเจนก้าวเข้ามาในห้องอย่างสง่าผ่าเผย ชายคนนั้นกล่าว “ได้โปรด ไปกับผมเถอะครับ และจะเป็นการดีมากถ้าคุณตะวันจะวางโทรศัพท์ลง” ชายหนุ่มมองไปยังคนที่เจ้านายต้องการตัว และเผื่อแผ่คำพูดไปยังพี่ชายของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงปกติไม่ทุกร้อน เพียงแต่สายตาของเขายังอยู่บนร่างของอคิราห์เพียงคนเดียว ชายชุดดำสองคนนั้นส่องปืนไปทางซันพร้อมกัน

“พี่ซันครับ ทำตามที่เขาบอก” อคิราห์พูดโดยที่สายตาไม่ได้ละออกจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซันรู้สึกลังเล แต่ในที่สุดก็ยอมทำตามคำพูดของน้องชาย

“พวกคุณเป็นใคร ต้องการอะไร” เด็กหนุ่มถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม

คนที่กำลังถูกเอ่ยถามมองดูสายตาของเด็กหนุ่มที่มองมาที่เขา ทั้งแน่วนิ่งและเยือกเย็น ไม่มีวี่แววสั่นกลัวให้เห็น ลมหายใจปกติ สีหน้าไม่ได้ดูอดกลั้น และไม่ได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างน่าสมเพช เมื่อคืนก่อนเขาได้เห็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่ไม่ธรรมดาของอีกฝ่ายเช่นเดียวกับเจ้านาย ใจหนึ่งก็คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ในเวลานี้หลังจากได้เห็นท่าทางของเหล่านี้ ลุคก็เริ่มคิดว่าจริงๆแล้วนั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เขาคิดก็เป็นได้ ทำให้เขาต้องประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าสูงขึ้น “เจ้านายของผมต้องการตัวคุณ เพราะฉะนั้นได้โปรดไปกับพวกเราเถอะครับ”

“พูดมั่วๆ แบบนี้ได้ยังไงวะ! พวกแกใหญ่มาจากไหน คิดว่าต้องการใครแล้วจะพาเขาไปได้ง่ายๆ ถ้างั้นบ้านเมืองก็ไม่ต้องมีกฎหมายแล้ว” ซันพูดขึ้นอย่างเดือดดาล น้องชายเขา เขาดูแลประคบประหงมอย่างดี แล้วใครก็ไม่รู้จู่ๆ มาบอกว่าอยากได้แล้วจะเอาไปเฉยๆเนี่ยนะ

ลุคไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของอีกฝ่าย หน้าที่ของเขามีเพียงแค่พาเด็กหนุ่มคนนี้ไปให้เจ้านายเท่านั้น

“ถ้าผมไม่ไป”

“ผมก็ได้แต่ฆ่าพี่ชายของคุณทิ้งแล้วลากตัวคุณไปให้เจ้านายของผม”

อคิราห์ฟังคำตอบของอีกฝ่ายอย่างสงบ แม้แต่ดวงตาก็ไม่กะพริบ นั่นเพราะคำตอบของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่แตกต่างจากสิ่งที่เขาคิดเท่าไหร่นัก “ถ้าอย่างนั้นผมจะไปกับคุณ”

“ไม่ได้นะอาคิ!”

“เราไม่มีทางเลือก พี่ก็น่าจะรู้” อคิราห์หันไปมองพี่ชายแล้วเดินเข้าไปสวมกอดคนที่อยู่กับเขาตลอดตั้งแต่ที่ลืมตาขึ้นมาในร่างนี้

“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะกลับมาแน่นอน ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอด”

ปึก...

“อา...”

อคิราห์ยกมือขึ้นสับต้นคอของซันโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เขาประคองพี่ชายให้นอนลงบนเตียง มองอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังยืนรออยู่อย่างใจเย็น “ผมจะไปกับคุณ แต่มีเงื่อนไขข้อเดียว อย่าทำร้ายเขา”

“ครับ ไม่มีปัญหา แต่ถึงอย่างนั้นผมจำเป็นจะต้องทิ้งคนเอาไว้บางส่วนเพื่อไม่ให้พี่ชายของคุณหรือแม้แต่ตัวคุณเองทำอะไรโง่ๆ”

อคิราห์กำหมัดแน่น มองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน “งั้นผมขอเพิ่มเงื่อนไข ห้ามให้คนของคุณ แตะต้องคนของผมแม้แต่ปลายนิ้ว”

“ผมไม่รับปาก และอันที่จริงคุณก็ไม่ได้มีสิทธิ์ตั้งเงื่อนไขใดๆ ตั้งแต่แรก แต่ผมรับปากว่าจะไม่ทำร้ายเขา ไม่ว่าผมหรือคนของผมก็ตาม”

เด็กหนุ่มจนด้วยคำพูด เขายอมเดินตามอีกฝ่ายไปขึ้นรถโดยไม่ได้หยิบอะไรไปด้วยแม้แต่อย่างเดียว ลุคก็ไม่ได้ทักท้วง ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งประกบอีกฝ่ายที่เบาะด้านหลัง

 

รถเคลื่อนที่ห่างออกจากบ้านพักหลังนั้นออกไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองแม้แต่แวบเดียว เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา อีกไม่นานก็จะได้กลับมาอีกครั้งแน่นอน คนที่ต้องการตัวเขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดา จุดนี้เขามองออกได้อย่างง่ายดายตั้งแต่เห็นท่าทางของบอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆตัว ไม่นับชายที่นั่งอยู่ด้านข้างที่แน่ใจได้เลยว่าหากร่างกายยังเป็นแบบนี้ เขาไม่มีทางชนะ 

บรรยากาศภายในรถชวนให้รู้สึกอึดอัด คนทั้งคู่ต่างลอบประเมินกันอยู่เงียบๆ จนในที่สุดความเงียบก็สิ้นสุดลงเมื่อลุคหยิบเข็มฉีดยาออกมาพร้อมทั้งดูดของเหลวบางอย่างออกจากขวดใบเล็ก ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดอะไรอคิราห์ก็เข้าใจเป็นอย่างดี เด็กหนุ่มปัดขวดเล็กๆ ใบนั้นจนหล่น ฝ่ามืออีกข้างคว้าข้อมือใหญ่พลิกเข้าไปหาลำคอทันที

ลุคไม่มีท่าทางตื่นตระหนกหากแต่เขาอดประหลาดใจกับความสามารถของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ คนธรรมดาที่เกิดมาในครอบครัวธรรมดามีความสามารถด้านการต่อสู้ขนาดนี้ได้ยังไง เขาต้านแรงของเด็กหนุ่มได้อย่างง่ายดายก่อนที่จะปล่อยให้ของในมือหล่นลงแล้วใช้มืออีกข้างคว้าเอาไว้ เป้าหมายคือร่างกายของเด็กหนุ่มเช่นเดิมแต่อีกฝ่ายก็เอนตัวหลบไปได้ อีกทั้งยังพยายามหักแขนที่ยื่นออกมาของลุคอย่างโหดเหี้ยมเพียงแต่ไม่เป็นผล เรี่ยวแรงของอคิราห์ในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มชาวยุโรปได้ เพียงทำให้อีกคนรู้สึกเจ็บปวดมากเท่านั้น ลุคยิ่งประเมินเด็กหนุ่มสูงมากขึ้น เขาอดคิดไม่ได้ว่าการที่เจ้านายต้องการเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสียแล้ว

เสียงการต่อสู้จากด้านหลังทำให้บอดี้การ์ดด้านหน้าเล็งปืนมาทางเด็กหนุ่มแต่ก็โดนลุคห้ามเอาไว้ก่อน “ไม่ต้องสนใจ”

ชายคนนั้นยอมทำตามคำสั่งทันที มองตรงไปด้านหน้าเหมือนเดิม ทำตัวเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลุคดึงมือข้างนั้นกลับมา ตวัดขากดลงที่หน้าท้องและใช้แขนดันอกของเด็กหนุ่มจนอีกฝ่ายขยับตัวไม่ได้ เขาปักเข็มลงบนหัวไหล่ของอีกฝ่ายได้ในที่สุด ของเหลวภายในโดนฉีดเข้าไปในร่างกายอย่างช้าๆ พร้อมกับรถที่หยุดนิ่งลง อคิราห์รู้สึกร้อนวูบตั้งแต่หัวไหล่ลามไปทั่วร่าง เรี่ยวแรงที่มีกำลังเหือดหายไปจนหมด จนช่วงสุดท้ายที่สติใกล้จะพร่าเลือน ในขณะที่ลุคถอนตัวกลับไป เด็กหนุ่มพลันใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่พุ่งตัวเข้าใส่ มือทั้งสองข้างจับมืออีกฝ่ายพลิกเข้าหาหน้าอกแกร่งแล้วกดลงไปอย่างแรง

“อึก” ถึงแม้ว่าภายในหลอดจะว่างเปล่าแต่เข็มเล่มยาวที่แทงเข้าหน้าอกก็ทำให้ลุคเจ็บปวดจนต้องส่งเสียงออกมา ชายหนุ่มมองดูสายตามุ่งมั่นที่ปรากฏในเสี้ยววิของเด็กหนุ่มหน้าตางดงามตรงหน้าที่ค่อยๆหรี่ปรือลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรงก่อนที่จะซบลงบนไหล่เขาพลางหายใจถี่รัวจนตัวโยน

หัวใจของชายหนุ่มกระตุกไปหนึ่งจังหวะ แต่ความเจ็บปวดตรงหน้าอกเรียกสติที่หายไปกลับมาได้เสียก่อน เขาดึงเข็มออก ผลักร่างเด็กหนุ่มลงกับเบาะเช่นเดิม เริ่มมั่นใจในความคิดของตัวเองมากยิ่งขึ้น

เจ้านายของเขาถูกใจตัวอันตรายเข้าให้แล้ว

 

เด็กหนุ่มพยายามเปิดเปลือกตาที่หรี่ปรือออกให้กว้างมากที่สุด เขาพยายามครองสติของตัวเองเอาไว้แต่มันก็เป็นไปได้ยากเหลือเกิน ดวงตาคู่สวยกำลังเหม่อลอย รู้สึกเพียงแค่การเคลื่อนไหวของคนที่กำลังอุ้มเขาอยู่ จนกระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของฟูกเตียง เขาก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นๆ ที่ข้อมือและข้อเท้า ความรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงทำให้คิ้วทั้งสองข้างต้องขมวดเข้าหากัน ภาพที่ปรากฏไม่ชัดเจนนักจนต้องหลับตาลงเพื่อตั้งสติ และพยายามลืมขึ้นอีกครั้งเพื่อสำรวจสิ่งรอบตัว

เขากำลังนอนอยู่บนเตียงกว้าง ข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นยาว ทำให้ขณะนี้อคิราห์ต้องนอนอยู่ในลักษณะที่โดนขึงพืดอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มค่อยๆย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ไม่รู้ป่านนี้พี่ชายของเขาจะเป็นยังไงบ้าง คนอย่างซันไม่น่าจะอยู่นิ่งๆได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องชาย เขาได้แต่ภาวนาให้ซันไม่ทำอะไรเกินตัวเพราะดูจากความสามารถลูกน้องของคนที่ต้องการตัวเขาแล้ว คนที่คิดจะต่อกรด้วย จัดการไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน ไม่ว่ายังไงพี่ชายของเขาก็ต้องแพ้อย่างราบคาบก่อนที่จะทันได้ทำอะไรด้วยซ้ำ ทั้งร่างกายที่ร้อนรุ่มและสัมผัสนุ่มลื่นของผ้าแพรที่คลุมอยู่บนฟูกเตียงทำให้เด็กหนุ่มบิดตัวไปมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เรียวขายาวทั้งสองข้างเสียดสีเข้าหากันด้วยความต้องการบางอย่าง หากแต่เมื่อได้ยินเสียงไฟแช็กดังขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มต้องหันหน้าไปดูที่มาของเสียงอย่างรวดเร็ว ดวงตาพร่าเลือนทำให้เขาเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนัก

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีมรกตนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้นวมที่อยู่ตรงมุมห้อง เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมลงมาสองเม็ดทำให้มองเห็นแผงอกกำยำ ในมือด้านซ้ายคีบซิการ์มวนใหญ่ที่กำลังปล่อยควันของมาบางเบา ดวงตาคู่นั้นมองตรงมายังร่างกายของคนที่คนถูกใจด้วยสายตาราวกับกำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ เขามองดูร่างกายเพรียวบางที่บิดตัวไปมาอยู่บนเตียงอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าชื่นเหงื่อเชิดขึ้นหอบหายใจอย่างรุนแรงจนหน้าอกกระเพื่อม ริมฝีปากชุ่มชื้นสีแดงเผยออ้าทำให้นิ้วที่คีบซิการ์บีบเข้าหากันมากขึ้น ภายใต้เงาของแสงไฟ ใบหน้าของชายหนุ่มยังเรียบเฉยหากแต่แฝงไปด้วยความคลุ้มคลั่งภายใน เขาอยากจะรีบปอกเปลือกเด็กหนุ่มตรงหน้าออกให้หมดเสียเดี๋ยวนี้...อยากรู้จริงว่าข้างในจะน่าดูขนาดไหน

อคิราห์รู้สึกสะท้านเยือก ขนลุกไปทั้งตัว แม้ว่ามองเห็นไม่ชัดแต่นัยน์ตาสีมรกตในเงามืดนั้นดูราวกับอสรพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่อ ซึ่งเหยื่อที่ว่าก็คือเขาที่โดนขึงพืดอยู่ตรงนี้

“คุณ...เป็นใคร”

ชายหนุ่มคนนั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกมายังบริเวณที่มีแสงสว่าง ริมฝีปากบางเฉียบค่อยๆเผยอยิ้มออกมา

“เรียกฉันว่า มิคาเอล” 

_____________________________ 

Talk 

ตอนนี้ก็จะสั่นหน่อย แต่มีฉากบู๊เล็กๆ พอเป็นน้ำจิ้ม 

ตอนหน้า..เจอกันตรงๆ สักที 

แต่เจอแบบไหน ใครอ่านแล้วอาจจะพอนึกนอก 555555 

เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อไปด้วยนะคะ 

Crystal** 

ความคิดเห็น