Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 2 A Yellow Duck

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2 A Yellow Duck
แบบอักษร

​Chapter 2 A Yellow Duck 

ภายในห้องสูทหรูหราชั้นบนสุดของโรงแรมมีชื่อแห่งเม็กซิโก กระจกใสยาวจากเพดานจรดพื้น ทำให้มองเห็นทรรศนีย์ภาพของเม็กซิโกซิตี้ยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน โซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินกลางห้องทั้งสองตัวทำให้ห้องนี้ยิ่งดูหรูหราขึ้นอีกระดับ ตรงกลางคั่นด้วยโต๊ะไม้มะฮอกกานีวางไว้ด้วยขวดไวน์ราคาแพงระยับที่ถูกเปิดออกเพื่อชายที่อยู่ทั้งสองฝั่งของโซฟา

ฝั่งหนึ่งคือชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มสัดส่วนเค้าโครงใบหน้าชัดเจน จมูกโด้งปลายงุ้มเล็กน้อย รวมถึงริมฝีปากบางเฉียบยิ่งทำให้เขาดูเป็นคนเจ้าระเบียบยิ่งขึ้น

ชายคนนี้คือดอนแห่งตระกูลมัซซิโม่

หลังจากทำการตกลงกับคนตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว เขาต้องรีบลำเลียงอาวุธออกไปก่อนที่จะเกิดความผิดพลาด สังหรณ์ใจว่าการหายตัวไปของมือขวาคนสนิทอาจนำมาซึ่งภัยร้ายในที่สุด มือซ้ายยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนวางลง ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองไปยังชายอีกคนหนึ่งที่กำลังจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายๆ ลิ้มรสของมันทีละนิดโดยไม่ได้สนใจความเคร่งเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“ชาโต้ เชวาล บลองค์ 1947 ดับเบิ้ล แม็กนั่ม นี่เป็นไวน์ที่เยี่ยมมากเลยครับดอน” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ริมฝีปากที่ยกยิ้มตลอดเวลาดื่มด่ำกับรสชาติไวน์นุ่มละมุนลิ้น สูดดมกลิ่นของมันและถอนหายใจออกมาอย่างเกียจคร้านผมสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนแสงไฟไปมารวมทั้งนัยน์ตาสีฟ้าและมุมปากที่เหมือนจะยกยิ้มตลอดเวลายิ่งทำให้เขาดูเป็นคนขี้เล่น ผิวสีแทนและมัดกล้ามภายในสูทสีเทาบ่งบอกว่าชายหนุ่มเป็นพวกชอบเล่นกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ขาเรียวยาวไขว้เข้าด้วยกัน ทั้งดูเกียจคร้านและสบายเกินกว่าการนั่งเจรจาธุรกิจครั้งสำคัญ เขายังไม่ลุกไปไหนแม้ว่าธุระจะเสร็จสิ้นลงแล้ว นั่นยิ่งทำให้คนที่อยู่อีกฝั่งขมวดคิ้วมากขึ้นอีกเล็กน้อย

“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาที่คุณควรจะกลับไปรายงานเจ้านายของคุณได้แล้วนะครับคุณโลเวล

“นั่นไม่จำเป็นหรอกครับ ท่านรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย...ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมขอไวน์ขวดนี้ไปได้ไหม ผมชอบมันมากจนอยากนั่งจิบไปตลอดคืนเลยล่ะ ถ้ามีทรัฟเฟิลด้วยต้องเยี่ยมมากแน่ๆ รึคุณว่าไงครับดอน” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“ถ้าคุณชอบผมก็จะยกให้ ในฐานะมือขวาของท่านเทวทูตใครจะกล้าขัดคุณได้กันคุณโลเวล”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มตอบก่อนจะหยิบขวดไวน์ลุกขึ้นเดินไปยังประตู เขาแตะลูกบิดประตูก่อนที่จะหันกลับมาพูดอีกครั้ง

"อ้อ...อีกอย่าง ขอบคุณสำหรับไวน์อีกครั้งครับ คงจะดีกว่าถ้าเจ้าขวดนี้อยู่กับผม ผมจะดื่มมันให้หมดขวดแทนคุณเอง ลาก่อนนะครับดอน ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากดื่มกับคุณอีกนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวแล้วยิ้มให้ชายอีกคนจนตาปิด

ดอนแห่งตระกูลมัซซิโม่ลุกขึ้น เขายังคงตอบรับชายที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงความกังวลภายในจิตใจแม้แต่น้อย

แกร๊ก... 

ภายในห้องเหลือเพียงคนที่กำลังยืนอยู่ข้างโซฟา ไหล่ที่เคยตั้งตรงกลับงองุ้มลง เวลาผ่านไปไม่นานแต่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงไปอีกสิบปี ทำไมเขาจะไม่เข้าใจคำพูดนั้น ถ้าเป็นไปได้เขาก็ยังอยากจิบไวน์ขวดนั้นต่อไปเหมือนกัน

ร่างสูงใหญ่ทรุดลงบนโซฟา หลับตาพิงศีรษะกับพนักพิงด้านหลังพลางถอนหายใจออกมาแรงๆครั้งหนึ่ง ผ่านไปสักพัก ริมฝีปากที่ปิดสนิทก็เอ่ยออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ “ฉันคิดแล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง ตราบใดที่โรสยังอยู่ ฉันไม่เคยนอนหลับสนิทแม้แต่วันเดียว เป็นพวกสกอปิโอ้ใช่มั้ยที่จ้างพวกแกมา” เขาทำธุรกิจขับเขี้ยวกับพวกสกอปิโอ้มาหลายปี ขัดผลประโยชน์กันหลายครั้งหลายหน แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้สกอปิโอ้คงอยากได้สัญญาซื้อขายอาวุธที่เขายื้อแย่งมาได้มากถึงขนาดยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อฆ่าเขา กลับกัน หากเป็นเขาก็คงทำเช่นเดียวกัน...ในเมื่อมันคุ้มค่าต่อการลงทุนจริง

ผู้นำตระกูลมัซซิโม่ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ จ้องตรงไปยังชายหนุ่มดวงตาสีเทาที่นั่งถือกระบอกปืนเก็บเสียงสีเงินเล็งมาทางเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในห้องเงียบสงัดมีร่องรอยการต่อสู้หากแต่ไม่มีเสียงใดๆ เขาพบว่าลูกน้องทั้งสามชีวิตภายในห้องแห่งนี้หมดลมหายใจไปแล้ว พวกคนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องก็คงไม่รอดเช่นกัน

“ดูเหมือนคุณอยากจะพูดอะไรบางอย่าง”

“หึ ฉันคิดว่านายจะฆ่าฉันทันทีที่ลืมตาซะอีก ผิดคาดจริงๆ คุณนักฆ่า” เขาเอ่ยสัพยอกแต่อีกฝ่ายก็ยังคงจ่อปืนค้างไว้ท่าเดิม ริมฝีปากของเขาพลันเม้มแน่นก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง “ได้โปรด ฝากบอกภรรยาของฉัน ให้เธอพาลูกหนีไปอยู่กับวิคเตอร์ซะ แม้ดูไม่น่าไว้ใจแต่เขาจะเป็นคนสุดท้ายที่ทรยศฉัน และอย่าไว้ใจบาธ...แค่นั้น”

“ได้”

“ขอบคุณ” มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิตาลีปิดตาลงอย่างยอมรับชะตากรรมของตัวเอง

ฟุบ... 

กระสุนปืนสีเงินพุ่งผ่านกระบอกเก็บเสียงทะลุหน้าผากชายที่นั่งหลับตาอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ศีรษะหงายเงยไปด้านหลังพร้อมมือที่ตกลงด้านข้าง จบชีวิตลงอย่างรวดเร็วและเรียบง่าย

ชายหนุ่มลดปืนลง นัยน์ตาสีเทานั้นเยียบเย็นไม่แสดงความรู้สึกใดๆต่อสิ่งที่ตนเองพึ่งกระทำลงไปเพราะเขารู้สึกเฉยชามานานแล้ว ทว่าทันใดนั้นหูของชายหนุ่มพลันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวหนึ่ง เขาเหลือบสายตาไปมองทิศทางนั้นทันที“ฝีมือดีขึ้นเยอะนี่...หมายเลขสี่สิบเอ็ด” ริมฝีปากสีอ่อนเอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ชายหนุ่มลุกขึ้นหันไปยังประตูห้องนอนที่ยังคงปิดสนิทอย่างช้าๆ

แกร๊ก... 

ประตูถูกเปิดออกโดยเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารัก ผมบ๊อบสั้นสีทองพลิ้วไสวตามการก้าวเดิน ริมฝีปากสีชมพูขยับอ้าน้อยๆ ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังจับได้อยู่ดี ผมนี่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ขายหน้าจริงๆ”

“...”

“คิดถึงผมมั้ยครับ...รุ่นพี่” อีกฝ่ายพูดขึ้นมาด้วยท่าทางน่ารัก

“คิดจะทำอะไร” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเทาเอ่ยถามเสียงเรียบ เขารู้ตัวมาสักพักแล้วว่าโดนสะกดรอยตามเพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครและมีจุดประสงค์อะไร แต่ไม่คิดว่า...

“ยังใจดีเหมือนเดิมเลยนะครับรุ่นพี่ แม้แต่กับเป้าหมายคุณก็ยังช่วยเหลือ ระวังนะครับ ใจดีมากๆ เข้าอาจจะไปทำให้ใครเขาเข้าใจผิดเอาได้”

“คิดจะทำอะไร” เขายังถามย้ำคำเดิม จนในที่สุดสีหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าบิดเบี้ยวต่างกับที่แสดงออกก่อนหน้านี้ลิบลับ

“คุณยังจะถามอีกเหรอ ผมมาที่นี่เพื่อฆ่าคุณ...ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยลอบสังหารที่1 ก็จะเป็นของผม”

“นายต้องการมัน เลยจะมาฆ่าฉัน?”

“ใช่!” หมายเลขสี่สิบเอ็ดตะโกนออกมาเสียงดังก่อนที่จะพุ่งตรงเข้ามา

เขายกปืนยิงไปยังคนที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายหลบกระสุนของเขาออกไปได้อย่างเฉียดฉิวก่อนจะยิงสวนกลับออกมาสองนัด ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเทาหมอบตัวกลิ้งออกไปด้านข้างพลางยิงสวนกลับไป ภายในห้องเกิดรูกระสุนมากมาย เครื่องใช้ต่างๆแตกหักจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ในที่สุดกระสุนของทั้งคู่ก็หมดลง ทั้งสองฝ่ายหยิบมีดสั้นขึ้นมา พุ่งเข้าใส่กันในทันที เด็กหนุ่มผมทองพยายามจ้วงแทงเข้าใส่อีกคนด้วยดวงตาแดงก่ำหากแต่ทำให้เกิดได้เพียงแผลเล็กๆ เท่านั้น เขาถูกชายหนุ่มคนนั้นบีบข้อมือที่ถือมีดเอาไว้ ส่วนตัวเขาก็จับข้อมือฝั่งตรงข้ามไว้ได้เช่นกัน

“นายไม่ได้อยากฆ่าฉัน”

“ไม่ ผมจะฆ่าคุณ!”

แรงบีบทำให้กระดูกของทั้งคู่แทบแตกออก ก่อนคนอายุมากกว่าจะสะบัดมีดในมือขึ้น ใช้ปากคาบด้ามที่ลอยขึ้นมา ก่อนที่จะดึงตัวอีกคนเข้าหา ยื่นหน้าเข้าไปจ่อมีดลงบนลำคอ รอยบาดเล็กๆ ปรากฏขึ้นทำให้เลือดไหลออกมาเล็กน้อย ลมหายใจร้อนผ่าวที่กระทบอยู่บนลำคอทำให้หมายเลขสี่สิบเอ็ดชะงักนิ่ง หัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดและสุขใจไปพร้อมๆกัน "ฆ่าผมเถอะ"

หมายเลขสิบเจ็ดไม่ตอบรับ เขาค่อยๆ ดึงใบหน้าออกจากลำคอของอีกฝ่าย หากแต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น หมายเลขสี่สิบเอ็ดกดลำคอลงบนใบมีดนั้นอย่างเฉียบขาดรวดเร็ว ลำตัวอ่อนยวบลงทันทีจนชายหนุ่มอีกคนต้องประคองเอาไว้ด้วยความตกใจ มีดสั้นหล่นลงบนพื้น ไม่มีใครสนใจมันอีก

“ทำบ้าอะไรของนาย!” เขาพยายามกดมือห้ามเลือดที่กำลังไหลทะลักไม่หยุดหากแต่ก็ไร้ความหมาย

“ผ...ผมทำ...ภารกิจไม่สำเร็จ...ฆ่ามิคาเอล ออสซินี่...ไม่สำเร็จ...กำลัง...จะตาย ผม...อยากตายด้วย...คุณ” โลหิตสีแดงสดยังคงไหลออกมาไม่หยุด ชายหนุ่มหนุ่มผมทองพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักจนแทบจับใจความไม่ได้ “พี่เซจ...อึกพี่...ค...เคยรักผม...บ้างมั้ย...เคยมั้ย” นัยน์ตาสีทองที่กำลังเลื่อนลอยจู่ๆก็จ้องมองบนใบหน้าของคนที่ประคองเขาอยู่อย่างตั้งใจ หากแต่ไร้เสียงใดๆออกจากปากของอีกฝ่ายจนเขาต้องเอ่ยซ้ำ “พี่...ครับ”

“ขอโทษ แต่นาย...คือน้องชายของฉัน” ใบหน้านั้นยังคงนิ่งเฉย แต่หากสังเกตสักนิดก็จะเห็นนัยน์ตาว่านัยน์ตาสีเทาคู่นั้นกำลังสั่นไหว

“ยังใจร้ายเหมือนเดิม...ไม่เคยเปลี่ยน...ล...เลยนะครับ...ไม่ว่า...จะกี่ครั้ง...แม้แต่เวลานี้...คุณก็ยัง...ปฏิเสธผม” น้ำตาหยดเล็กไหลออกมาที่หางตา หมายเลขสี่สิบเอ็ดใช้แรงเฮือกสุดท้ายสอดมือเข้าไปในเสื้อ

“ฉันไม่อยากโกหกนาย”

“ทั้งๆ ที่ ผม...อึก...ตั้งใจว่า...ถ้าคุณบอกว่า...รัก...ผมจะปล่อยคุณไป...ให้คุณเสีย...ใจ ไปทั้งชีวิต...แต่ในเมื่อ...ในเมื่อเป็นแบบนี้...พี่เซจ...พวกเรา ไปจากโลก...บัดซบนี่กันเถอะ...ไปกับผมเถอะ..ครับ” นัยน์ตาคู่นั้นค่อยๆหม่นแสงลงเรื่อยๆ

หมายเลขสิบเจ็ดก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่ายดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง

“ผมชอบดวงตาของคุณ” เสียงอันแผ่วเบาของคนที่อยู่ในอ้อมแขนดังออกมาในเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มคว้ามีดสั้นด้านข้างขึ้นมาฟันลงบนข้อมืออีกฝ่าย “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

กริ๊ก... 

ตู้มม!!! 

เสียงระเบิดดังสนั่น เขาวางแผนมาอย่างดีแต่ปัจจัยที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผลกับปฏิบัติการณ์นี้คือการปรากฏตัวของคนตรงหน้า ภาพสุดท้ายที่เขามองเห็นคือใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มทั้งน้ำตาและเปลวไฟลุกโชนที่พุ่งเข้ามายังตัวเขา

น่าขำ ช่วงสุดท้ายของชีวิต เขากลับคิดถึงสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จสองอย่าง...เป็ดน้อยเหลืองของแอนนา และคำสัญญากับดอนมัซซิโม่ 

_______ 

Talk 

จบไปอีกหนึ่งตอน และแล้วก็จบภาคอดีตของนายเอกของเรา 

ผิดพลาดยังไงขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่าาาาาา 

หวังว่าจะสนุกกันนะคะ ^^ 

Crystal 

ความคิดเห็น