มีฝนบางเวลา
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 สามีเด็ก (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 สามีเด็ก (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2562 14:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 สามีเด็ก (2)
แบบอักษร

“คุณคนนี้คือใครเหรอไอซ์” เขามองคุณอาสุดาที่ถาม เขาไม่รู้จะบอกยังไงดี แต่ตอนที่เขากำลังจะบอก น้ำผึ้งก็บอกกับอาสุดาไป

“ไอซ์เป็นสามีของผึ้งเองค่ะ” เขาไม่คิดเลยว่าน้ำผึ้งจะบอกกับคุณอาสุดาแบบนั้น คุณอามองเขาแล้วยกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ซึ่งถ้าตาม

พฤตินัยจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานก็น่าจะใช่นั่นแหละเพราะเขากับเธอนอนด้วยกันไปแล้ว

“ครับ เป็นอย่างที่คุณน้ำผึ้งบอก” คุณอาพยักหน้าเมื่อเขาตอบไปแบบนั้น ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ต้องทำเรื่องเกี่ยวกับการย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนา เพราะปีที่แล้วเขามีประสบการณ์ในการจัดงานศพของ

คุณตาทำให้จัดการเรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าเขาถึงจะสามารถรับศพไปที่วัดได้ หลังจากนั้นเขาก็ต้องกลับไปก่อน ซึ่งตอนขากลับน้ำผึ้งเองก็นั่งเงียบไป ส่วนเขาเองก็รู้สึกคิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

สิ่งที่น้ำผึ้งบอกกับคุณอาสุดา เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่แต่เขาอยากให้เธอพูดจริงๆ ความจริงแล้วเธอจะบอกว่าเป็นบอสของเขาก็ได้แต่เธอกลับไม่บอกแบบนั้น แต่ถ้าเอามาคิดดูมันก็คงจะแปลกเหมือนกันที่

บอสจะมาพร้อมกับเขาในสถานการณ์แบบเมื่อครู่ ขณะที่ในหัวเขามีอะไรมากมายอยู่ในนั้น น้ำผึ้งก็พูดออกมา

“คือเรื่องเมื่อครู่ ที่เราบอกคุณอาของเธอน่ะ” เขาพยักหน้า แล้วรอว่าเธอจะบอกอะไรต่อไปอีก

“เราตัดสินใจแล้วน่ะว่า จะให้เธอเป็นสามีจริงๆ” เขายกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเธอบอกแบบนั้น

“แต่ว่า คือ แบบว่า เอ่อ” เขารู้สึกพูดอะไรไม่ออกกับเรื่องนี้ เขาจะดีใจหรือยิ้ม มันจะดีหรือเปล่ากับเวลาที่เพิ่งผ่านเรื่องเศร้ามาแบบนี้

“เธอไม่อยากเป็นเหรอ” เขาส่ายหน้า

“ผมไม่เหมาะกับคุณครับ ผมไม่มีอะไรเลย ตอนนี้ก็ยิ่งแย่กว่าเดิมอีก” น้ำผึ้งถอนหายใจออกมา

“เรื่องนั้นก็ช่างสิ เรามีทุกอย่างแล้ว เราจะต้องการอะไรอีก” ความจริงน้ำผึ้งก็พูดถูกเธอร่ำรวยเงินทองเป็นอย่างมากจริงๆ เขารู้ว่าเธอแทบไม่เคยลำบากเลยเพราะขนาดอาหารก็ยังทำไม่เป็น

“ผมเป็นสามีของคุณได้จริงๆเหรอครับ แล้วเรื่องสัญญานั่นล่ะครับ” น้ำผึ้งถอนหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่ง

“ก็ช่างมันสิ เรามาคิดดูแล้ว ตั้งแต่ที่เธอถามว่า ถ้าเราท้องแล้วมีลูกเธอจะได้เจอหน้าลูกหรือเปล่า เราก็มาคิดถึงตัวเองว่า เราเองก็อยากมีครอบครัวที่ครบเหมือนกัน พ่อของเราเสียไปตั้งแต่เรายังอยู่มัธยมต้น คนที่เลี้ยงเรามาก็มีแค่แม่คนเดียว เราอยากอยู่กับพ่อแม่ เธอไม่อยากอยู่กับพ่อแม่เหรอ” พอน้ำผึ้งถามแบบนั้นเขาก็พยักหน้า

“อยากครับ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากมีพ่อแม่เหมือนกัน” เขาเห็นน้ำผึ้งเหลือบมองมาที่เขาอีกครั้งหนึ่ง

“เพราะแบบนี้แหละ เราถึงอยากให้ลูกของเรามีพ่อด้วยน่ะ เธอจะปฏิเสธเหรอ หรือว่ารังเกียจเราที่แก่กว่ามากขนาดนี้” เขาส่ายหน้าแล้วบอกเธอไป

“ผมชอบคุณน่ะ ชอบมากด้วย ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน เราเคยเจอกันหรือเปล่า ทำไมผมรู้สึกคุ้นเคยกับคุณมากจริงๆ” น้ำผึ้งมองเขาแล้วส่ายหน้า

“ไม่น่าจะเคยนะ แต่ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ อาจจะเคยก็ได้เราก็จำไม่ได้ด้วย” เขาพยักหน้าน้ำผึ้งก็เอามือของเขาไปบีบเอาไว้

“ต่อไปเธอมีเราอยู่ข้างๆนะ ไม่ได้ตัวคนเดียว” เขารู้สึกว่ายิ้มออกมาได้บ้าง แต่ความกังวลใจก็ยังมีอยู่มากจริงๆ เขาไม่รู้ว่าการเป็นสามีของน้ำผึ้งนั้น เขาจะเหมาะสมเพียงพอหรือเปล่าด้วยนี่สิ อีกอย่างเลยถ้าเธออยากแต่งงานเขาควรทำยังไง ญาติก็ไม่มีเหลือสักคน เขาจะให้ใครเป็นผู้ใหญ่สู่ขอเธอดี แต่เรื่องนั้นเขายังไม่อยากคิดเท่าไหร่ สิ่งที่เขาต้องจัดการก่อนก็คืองานศพของคุณยาย

หลังจากที่ย้ายศพของคุณยายมาที่วัดใกล้กับบ้านแล้ว น้ำผึ้งก็ช่วยเหลือเขาทุกอย่างในเรื่องการจัดงาน เธอเรียกพนักงานจากบริษัทมาช่วยงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนต่างสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงทำขนาดนี้ ตอนนี้ทุกคนทราบแค่เพียงเขาเป็นเลขาส่วนตัวของน้ำผึ้งเท่านั้น แต่ก็ไม่วายมีหลายคนซุบซิบว่า ที่จริงแล้วเขาเป็นเด็กของน้ำผึ้ง เขาอยากจะเข้าไปบอกตรงๆเหมือนกันว่า เขาไม่ใช่เด็กของเธอแต่เป็นสามีของเธอต่างหาก แต่เรื่องนี้ยังต้องชะลอเอาไว้ก่อน เพราะเขาเกรงใจน้ำผึ้งอยู่ด้วย

เพราะเขาไม่มีญาติเลย คนที่มาร่วมงานจึงมีแค่เพียงอาจารย์ที่สนิท เพื่อนของแม่คือคุณอาสุดา รวมทั้งเพื่อนๆของเขาที่เรียนด้วยกันมา เขาไม่ได้มีเพื่อนสนิทมากนัก ในกลุ่มมีเพียงสี่ห้าคนเท่านั้น ทุกคนต่างสนใจใคร่รู้เรื่องของน้ำผึ้งเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ ย้ง เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา

“ทำไมมึงไม่เคยเล่ากูเรื่องคุณน้ำผึ้ง” ย้งกระซิบถามเขาขณะที่กำลังช่วยแจกข้าวต้มให้กับแขกในงานซึ่งมีไม่มากเท่าไหร่

“มันฉุกระหุกน่ะ” ย้งพยักหน้า

“เธอสวยมากเลยนะ แถมท่าทางรวยมากด้วย มึงไปหามาจากที่ไหนเหรอวะ” เขาไม่ค่อยอยากตอบคำถามนี้เท่าไหร่ แต่ก็บอกไปตามตรง

“รู้จักผ่านอาจารย์แป๋วน่ะ เธอเป็นเพื่อนสนิทของอาจารย์แป๋ว”

ย้งยกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเขาบอกว่า เป็นเพื่อนของอาจารย์

“ถ้าเป็นเพื่อนอาจารย์แป๋วก็สามสิบกว่าแล้วสิ” เขาพยักหน้า

“กูเพิ่งรู้ว่ามึงชอบแบบนี้ มิน่าล่ะ ใครมาจีบมึงก็ไม่เอาสักคน แต่คุณน้ำผึ้งนี่ เหมือนสาวๆเลยนะ กูนึกว่ายี่สิบกว่าเอง พอๆกับพวกเรา” เขาพยักหน้าเพราะย้งพูดความจริง นอกจากเธอจะเหมือนเด็กๆแล้ว เขายังรู้สึกได้ว่าเธอช่างอ่อนไหว และดูน่ารักในแบบของเธอ เหมือนเด็กสาวแรกรุ่น บางทีเขายังคิดเลยว่า เธอดูไม่ประสากับผู้ชาย มากกว่าเพื่อนผู้หญิงหลายคนที่เขารู้จักเสียอีก

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าในช่วงเวลาที่เศร้าที่สุดแบบนี้เขาจะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เขาไม่รู้ว่าเธอชอบเขาที่ตรงไหน หรือเธอแค่อยากให้ลูกของเธอมีพ่อ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีได้หรือเปล่าด้วย ถ้าเทียบด้านอายุแล้วเขายังเด็กมากจริงๆ แต่ถ้าถามว่าผ่านโลกมาเท่าไหร่เขาคิดว่าก็มากพอดูอยู่ เพราะว่ามีเพียงตากับยายเท่านั้น เขาจึงต้องดิ้นรนมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

คุณตาของเขาทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้เขาได้เรียนมหาวิทยาลัย ท่านทำงานจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยก็ว่าได้ เขาเสียใจมากจริงๆกับเรื่องนี้ ตอนนั้นเขาไม่คิดมาก่อนว่าเรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น และเขาก็รู้สึกสงสารคุณยายเป็นอย่างมาก เพราะท่านเองก็สู้จนถึงที่สุดเหมือนกัน เพื่ออยากให้เขาได้เรียนจนจบและมีงานดีๆทำ แต่เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก เพราะท่านแก่มากแล้ว ท่านก็ล้มเจ็บไปอีกคนและเขาเองก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งชีวิตของท่านเอาไว้ได้

เขาเองรู้ดีว่า กำลังเห็นแก่ตัวที่รั้งคุณยายเอาไว้แบบนั้นเพราะท่านช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว เพราะความเห็นแก่ตัวที่รู้สึกว่าถ้าท่านจากไป เขาจะต้องอยู่เพียงลำพังนั่นทำให้เขาไม่ยอมที่จะให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจและให้คุณยายทนอยู่แบบนั้นมาถึงสองเดือน ก่อนหน้าที่ท่านจะเสียเขาเองก็ไปนั่งคุยกับท่าน เป็นเขาที่พูดอยู่คนเดียวซะมากกว่า เขาบอกท่านไปว่าเขามีงานแล้ว เขาสามารถจ่ายหนี้สินที่คุณตาต้องกู้ยืมเพื่อส่งเสียเขาได้แล้ว และเขาสามารถดูแลตัวเองได้แล้วต่อไปคุณยายไม่ต้องลำบากอีก

วันนั้นเขาเห็นคุณยายยิ้มออกมา ท่านบีบมือของเขาเอาไว้แน่น เหมือนอยากบอกเขาว่าท่านหมดห่วงแล้ว เขาไม่รู้ว่าท่านทนมาเท่าไหร่ เขาควรรู้ดีว่ามันเจ็บทรมานแค่ไหน กับการต้องนอนอยู่บนเตียงแบบนั้น ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ขนาดหายใจยังต้องใช้เครื่องช่วยเพราะไม่มีแรงเหลือจะหายใจแล้ว

“ท่านได้พักผ่อนแล้วนะ เธออย่าเศร้าไปเลย” น้ำผึ้งที่นั่งอยู่ข้างๆเขาตรงหน้าเมรุบอกเขาแบบนั้นหลังจากพิธีเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเขามองควันที่ค่อยๆลอยออกมาจากปล่องบนสุดของยอดเมรุ น้ำผึ้งเอามือของเขามาจับเอาไว้แล้วบีบเขาเองก็บีบมือของเธอกลับเบาๆเหมือนกัน หลังจากเสร็จงาน เพื่อนของเขารวมถึงพนักงานที่บริษัทของน้ำผึ้งก็ช่วยกันเก็บของ เมื่อเรียบร้อยจึงกลับบ้านซึ่งน้ำผึ้งบอกกับเขาว่า อยากไปที่บ้านของเขาที่เขาอยู่กับคุณตาและคุณยายเขาเลยพาเธอไปที่นั่น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น