I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 6 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)

ชื่อตอน : อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 6 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)

คำค้น : เต๋อหัว ตะวันกล้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 1,150
× 17,000
แชร์ :
อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 6 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)
แบบอักษร

 

วอน 6 

(เต๋อหัวXตะวันกล้า) 

 

“จะไปไหน” 

ตะวันกล้าหยุดเดินหันไปมองซื่อหนานที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเดินเข้าไปหา “ผมอยากจะขอออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ผมจะบอกให้เขาไป” 

ซื่อหนานจ้องหน้าน้องชายนิ่ง “ไม่ต้อง” 

“พี่ไม่อยากให้เขาอยู่ไม่ใช่หรอ” 

“ทำไม? เป็นห่วงมันกลัวว่ากูจะทำอะไรมันหรือไง” 

“......” 

ซื่อหนานลุกขึ้นยืนเดินมาหยุดตรงหน้าตะวันกล้า “ที่กูทำ กูกำลังให้โอกาสมันอยู่นะตะวันกล้า” 

“พี่พูดจริงหรอ” ตะวันกล้าถามใจเต้นตึกตักไปด้วย 

“จริง....เพราะกูก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างมันจะรักมึงมากสักแค่ไหน” 

“เต๋อหัวเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนนะซื่อหนาน” 

“อ้อ...มึงจะบอกว่ามันเป็นคนดี และรักมึงมากว่างั้น?” 

เห็นตะวันกล้าไม่ตอบแต่เม้มปากแน่นน้ำตาคลอแทน คนมองก็หงุดหงิดจนต้องสะบัดหน้าหนี “สิ่งที่กูทำ กูกำลังให้โอกาสมันนะตะวัน...และให้มันได้รับกรรมที่มันก่อ” และเขาจะใช้โอกาสนี้เอาคืนกับสิ่งที่มันทำกับครอบครัวเขาให้สาสม 

“เขาเคยได้รับมันไปแล้วตอนที่เขาช่วยใต้หล้าเอาไว้ ทำให้เขาเดินไม่ได้ตั้งหลายเดือน” 

ซื่อหนานหรี่ตามองน้องชาย “มึงติดต่อกับพวกมันลับหลังกูซินะ” 

“เอ่อ....” เรื่องนั้น...เขาแค่ส่งข่าวเรื่องเจ้าแฝดให้ฮั้นตี้ได้รับรู้บ้างก็เท่านั้น ส่วนเรื่องของเต๋อหัวก็กลายเป็นผลพลอยได้ที่เขาได้รับรู้มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 

“ดี...ในเมื่อมึงเข้าข้างพวกมันนักกูก็จะเอาคืนพวกมันให้ถึงที่สุด!” 

“ซื่อหนาน.....” 

“ไม่ต้องมาเรียกชื่อกู และกูขอสั่งห้ามไม่ให้มึงไปเจอมัน!” 

“พี่ไม่ต้องมาห้ามผมหรอก ต่อให้พี่ไม่ห้าม ต่อจากนี้ผมก็คงไปพบเขาไม่ได้อยู่ดี” ตะวันกล้าบอกเสียงสั่นมองพี่ชายด้วยแววตาสิ้นหวังเสียใจ เขาไม่คิดว่าพี่ชายเขาจะใจร้ายไม่เคยเปลี่ยน เขานึกว่าซื่อหนานจะเปลี่ยนไปแล้วเสียอีก 

“หมายความว่าไง” 

“ผมจะต้องไปนอนโรงพยาบาลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป.....” 

“ว่าไงนะ?” 

“พี่โชคดีที่ท้องเจ้าแสบแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่กับผมมันไม่ใช่....” ตะวันกล้าจ้องตาซื่อหนานนิ่ง แล้วอ้าปากพูดต่อ “พี่คงคิดว่าเขาไม่ได้รับผลกรรมอะไร พี่น่ะคิดผิดแล้ว เขากำลังจะได้รับความทุกข์ทรมานจากนี้ตามความต้องการของพี่เลยละ” ตะวันกล้าแสบตาจนน้ำไหลอาบแก้ม 

“แก...” 

“ครรภ์ของผมไม่ปกติ มันไม่สมบูรณ์ และมีสิทธิ์แท้งได้ เพราะแบบนั้นเขาถึงมาหาผมที่นี่ ขอร้องละถ้าพี่จะทำร้ายเขาไปมากกว่านี้ อย่าทำเลย....” ตะวันกล้าพูดจบก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดบ้านไป ช่วงนี้เขาร้องไห้บ่อยจนตาบวมง่าย ร้องแป๊ปเดียวก็ปวดตาแล้ว ความรู้สึกก็อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ ตะวันกล้าแม้อยากจะแก้ต่างให้เต๋อหัวมากกว่านี้ แต่เขากลัวว่าตัวเองจะรับความกดดันไม่ไหวพาลเครียดแล้วส่งผลกระทบต่อลูกตามมา เขาพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง เดินออกไปรับลมเย็นที่ระเบียงห้อง....กลิ่นหอมของดอกราตรีลอยเข้าจมูกพอทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง.... 

“เฮ้ย คนงานใหม่ นี่นะห้องพักของมึง” 

เต๋อหัวมองไปรอบๆบริเวณห้องพัก เตียงนอนหลังเก่า ตู้เก่าจนฝุ่นจับเขรอะ ไหนจะรวยรั่วของหลังคา เหมือนไม่มีคนอยู่มานาน 

“ไม่มีห้องที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง ฉันว่าห้องพักคนงานก็ยังมีนะจ๊ะพี่โต้ง” หญิงแม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยกับนายโต้งถามอย่างเห็นใจ เพราะสภาพห้องนั้นแทบดูไม่ได้จริงๆ 

“จะว่ามีก็มีนั่นแหละน้องตา แต่คุณจันทร์ให้เขาพักห้องนี้” คนชื่อโต้งหันไปกระซิบพูดข้างหูสาวเจ้า 

“น่าสงสารเขาจังเลยจ้ะ เพิ่งเข้าเมืองไปทำแผลหลังถูกคุณจันทร์ยิง ยังจะต้องมานอนห้องสกปรกอีก” 

“เฮ้อ เวรกรรมจริงๆ......เอ้านี่ พักได้ไหมละห้องนี้” โต้งถามย้ำความจริงเขาอยากจะช่วยอีกคนอยู่หรอก แต่นี่มันเป็นคำสั่งสายตรงจากเจ้านาย ขนาดผู้จัดการไร่ยังขัดไม่ได้เลย 

“ฉันพักห้องนี้ได้ไม่เป็นไร” คงต้องทำความสะอาดและซ่อมแซมครั้งใหญ่ เต๋อหัวคิดพลางเดินเอากระเป๋าไปวางไว้บนมุมห้อง นี่ขนาดเท้าเหยียบลงบนพื้นไม้ยังเห็นเป็นรอยด่างดวงตามพื้น 

“ว่าแต่เอ็งชื่ออะไรละ ข้าจะได้เรียกถูก” โต้งกอดอกถาม ในขณะที่ตายืนเกาะแขนพี่ชายเหลือบมองไปที่เต๋อหัวเป็นระยะอย่างสนใจใคร่รู้ 

“เต๋อ...” เต๋อหัวนิ่งคิดชื่อนี้คงไม่เหมาะที่จะใช้ตอนอยู่ที่นี่ 

“ชื่ออะไรนะ?” 

“มังกร” 

“มังกร? เออๆ ข้าชื่อโต้งนะ และนี่น้องสาวข้าชื่อตาหวาน ทำงานรับใช้อยู่บนเรือนใหญ่ น้องข้ายังเด็กห้ามจีบเชียวนะเอ็ง” 

“พี่โต้ง!” ตาหวานยกมือตีแขนพี่ชายดังเพี๊ยะ 

“มีเมียแล้ว ไม่สนใจใครหรอก” เต๋อหัวตอบเสียงเรียบในขณะที่พับแขนเสื้อขึ้นเตรียมตัวทำความสะอาด แต่พอมองไปรอบๆไม่เห็นอุปกรณ์ทำความสะอาด 

“บ๊ะไอ้นี่ คนจริงเว้ย” 

“หาอะไรอยู่หรอจ๊ะ” ตาหวานถามเมื่อเห็นร่างสูงหันรีหันขวางอยู่กลางห้อง 

“หาไม้กวาด ไม้ถูพื้น” 

“อ๋อ! เดี๋ยวฉันเอามาให้เอง รอแป๊ปนะจ๊ะ” ตาหวานขันอาสาอย่างใจดี เพราะเห็นใจคนงานใหม่รูปหล่อแต่อาภัพต้องมาถูกกลั่นแกล้งจากเจ้านาย 

“นี่...ข้าไม่รู้จะสงสารเอ็งยังไงดีจริงๆ งานในส่วนของเอ็งที่คุณฉัตรผู้จัดการมอบหมายให้ตามคำสั่งของคุณจันทร์มันนักหนามาก ข้าว่าเอ็งไม่น่าทนไหวนะมังกร ลาออกตอนนี้ยังทัน” 

“ไม่...” เขาไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานหาของในป่าลำบากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว ทำไมครั้งนี้เขาจะทำไม่ได้ละ อีกอย่างเขาไม่เชื่อหรอกว่าเขาทำไม่ได้ 

“ผมชื่อบรรฉัตรครับ เป็นผู้จัดการไร่ เรียกว่าฉัตรเฉยๆก็ได้ คุณจันทร์บอกว่าคุณมีหน้าที่ทำงานตามนี้ครับ......คุณจันทร์บอกว่าถ้าคุณทำงานทั้งหมดนี่เสร็จ คุณถึงจะไปพบกับคุณตะวันได้....อ้อ อีกอย่างในเมื่อคุณมาเป็นคนงานที่นี่คุณจะไม่ได้สิทธิพิเศษใดๆนะครับ จะถือว่าคุณเป็นคนงานของที่นี่...ผมจะให้นายโต้งช่วยสอนงานคุณอีกแรง...” 

“เฮ้อ...ข้าจะคอยดูแล้วกันว่าเอ็งจะไปได้สักกี่น้ำ” 

“มาแล้วจ้า อุปกรณ์มาแล้วจ้า” ตาหวานร้องบอกขณะขนอุปกรณ์ทำความสะอาดมาให้เต๋อหัว แล้วส่งยิ้มกว้างให้ 

“ขอบใจ” เต๋อหัวบอกจากใจจริงด้วยใบหน้านิ่งเฉย ก่อนจะคว้าด้าวไม้กวาดมาปัดกวาดฝุ่นและหยากไย่จำนวนมากออกมาใส่ที่ตักฝุ่นผงใส่ถังขยะอีกทีโดยมีตาหวานและโต้งยืนดูอย่างเงียบๆ 

“ให้พวกเราช่วยไหมจ๊ะ” 

“ตาหวาน!” โต้งเอ็ดน้องสาวที่ทำหน้ากระตือรือร้นอยากจะเข้าไปจุ้นกับเขาเสียเต็มประดา 

“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้” 

เต๋อหัวตอบเสียงเรียบแล้วทำความสะอาดอย่างไม่เร่งรีบ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็นเต๋อหัวที่ขอให้โต้งไปเอาตะปู ค้อน และแผ่นสังกะสีหรือผ้าไวนิลมาให้ปีนขึ้นไปตอกถึงบนหลังคา สองพี่น้องมองเต๋อหัวอย่างไม่เชื่อสายตา ในใจอดเอาใจช่วยชายหนุ่มไม่ได้ 

“พี่....เขาดูเหมือนไม่ใช่คนอย่างเราเลยนะจ๊ะ” 

“ไม่ใช่คนอย่างเรา แล้วเขาจะเป็นตัวไรวะ เป็นผี?” 

“โธ่ ไม่ใช่จ้ะ พี่ก็น่าจะรู้ น่าจะดูออกแท้ๆ” ตาหวานส่ายหัวอ่อนอกอ่อนใจใส่พี่ชาย โต้งยิ้มขำยื่นมือไปโยกหัวน้องสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปตะโกนบอกเต๋อหัว 

“เอ้า ระวังๆนะเอ็ง ตกลงมาแข้งขาหักขึ้นมานอนโรงพยาบาลยาวเลยนา” 

เต๋อหัวไม่พูดอะไร เขาเพียงปีนบันไดไม้ลงจากหลังคาเงียบๆ หลังจากปิดรูรั่วบนหลังคาจนครบ ร่างสูงยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดโตบนหน้าผาก ก่อนจะวางอุปกรณ์ลงในถังแล้วปัดมือ 

“นี่ก็เย็นแล้ว อีกไม่กี่นาทีคนงานจะไปกินข้าวกันที่โรงครัว พี่ไปกินด้วยกันไหมจ๊ะพี่มังกร” ตาหวานเอ่ยถาม ขณะก้มลงไปเก็บอุปกรณ์ช่วยพี่ชายมาไว้ในมือ เต๋อหัวมองสองพี่น้องนิ่งแล้วพยักหน้าก่อนจะโน้มตัวลงไปช่วยโต้งเก็บของ 

“เอาของนี่ไปเก็บแล้วไปกินข้าว....” 

“อ้าว ป้าวัน....มาทำอะไรที่นี่จ๊ะ?” ตาหวานกำลังจะเดินเอาของไปเก็บพูดขึ้นเสียงดังทำให้โต้งหยุดพูดกับเต๋อหัวแล้วหันไปมองทางน้องสาว 

“ข้าต้องถามเอ็งมากกว่านังตาหวานว่าเอ็งมาทำอะไรที่นี่” ป้าวันหรี่ตาถามตาหวานก่อนจะส่ายหัวระอาเอือมกับลูกมือคนสนิทที่เอาเวลาทำงานมาช่วยงานผู้ชาย ทั้งที่งานตัวเองหรือก็มี 

ป้าวันเลิกสนใจตาหวานแต่เดินไปพูดกับเต๋อหัวแทน “คุณจันทร์สั่งให้ฉันพาคุณไปพบค่ะ” 

“เอ็งเอาของไว้นี่แหละเดี๋ยวข้ากับตาหวานจะเอาไปเก็บเอง” โต้งบอกเต๋อหัว 

เต๋อหัวพยักหน้าวางของลงแล้วหันไปหาป้าวัน “ตามฉันมาค่ะ” ป้าวันบอกก่อนจะเดินหมุนตัวเดินนำหน้าไป 

ป้าวันพาเต๋อหัวมาที่เรือนใหญ่เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กเล็กดังเป็นระยะและมีร่างของเจ้าของบ้านนั่งอยู่บนโซฟา แม้เจ้าของบ้านคนนี้จะหน้าตาเหมือนตะวันกล้ามาก แต่เต๋อหัวรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวันกล้า ป้าวันพาเต๋อหัวมาส่งถึงที่หมายก็เดินออกไป 

“เชิญ...” 

เต๋อหัวทรุดตัวนั่งบนโซฟา สายตาเหลือบมองไปยังสองก้อนที่กำลังล้มลุกคุกคานอยู่บนพื้นพรม และเล่นของเล่นกันอยู่สองคนแวบหนึ่งแล้วหันมามองซื่อหนาน 

“มีอะไร” 

“นะ...หนาน/คิกคิก...” สองแสบหัวเราะคิกคักเล่นของเล่นในมือแล้วหันมาชูไม้ชูมือเรียกซื่อหนาน เต๋อหัวสังเกตเห็นแวบหนึ่งซื่อหนานหันไปพยักหน้าให้เจ้าแสบแล้วรีบเบนหน้ากลับมามองเต๋อหัว 

“ฉันอยากจะถามเรื่องท้องของตะวันกล้า ว่านายรู้เรื่องมากแค่ไหน” ความจริงแล้วเขาจะถามน้องชายเขาเองก็ได้ แต่ซื่อหนานฟอร์มจัดมากไปหน่อยพาลให้ปากแข็งไม่ถามกล่าวอาการเพราะกลัวเสียหน้า เลยเลือกที่จะมาถามเต๋อหัวแทน ความจริงเขาก็พอจะรู้เรื่องมาจากกระถินบ้าง แต่ว่า...เขาอยากจะหยั่งเชิงเต๋อหัวว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ 

“ทั้งหมด” 

“ทั้งหมด? อ้อ คงจะสืบมาหมดแล้วละซิ....” 

“.......” 

“ถ้ารู้ทั้งหมดแล้ว นายยังคิดว่าตะวันกล้าควรตั้งครรภ์ต่อ?” 

“......” เต๋อหัวไม่ตอบ แต่ซื่อหนานอ่านสายตาของเต๋อหัวออก ร่างโปร่งเพียงเค้นหัวเราะในลำคอ คิดไว้ไม่มีผิด....เต๋อหัวไม่มีทางเห็นด้วย แต่ดูเหมือนตะวันกล้าจะไม่ยอม 

“นะ....เอ๋....” ใต้หล้าก้าวเต๊าะแต๊ะมาหาซื่อหนานแต่เหลือบไปเห็นเต๋อหัวนั่งอยู่ด้วยใบหน้ากลมๆเอียงมองคนตรงหน้าอย่างสงสัยเปลี่ยนทิศทางการเดินจากจะเดินไปหาซื่อหนานเดินไปหาเต๋อหัวแทน 

“ฉันไม่ยอมรับเรื่องนี้” จะท้องต่อทั้งที่เสี่ยงชีวิตน่ะหรอ บ้าชัดๆ 

“ฉันจะดูแลตะวันกล้าเอง” 

“เฮอะ! ดูแล? ดูแลหรือจะนำอันตรายมาสู่พวกเรากันแน่” 

“ฉันไม่ได้ทำธุรกิจพวกนั้นแล้ว และฉันก็ให้ฮั้นตี้ปล่อยข่าวออกไปว่าฉันตายไปแล้ว ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจพวกนั้นอีกแล้ว” 

ซื่อหนานมองเต๋อหัวอย่างไม่เชื่อสายตา “นายคิดว่าสิ่งที่นายทำมันจะลบล้างเรื่องทั้งหมดที่เคยทำไว้กับพวกเราได้?” 

“ไม่.....ไม่มีอะไรลบล้างได้ พอๆกับที่ตะวันทำดีกับฉันเพราะอยากให้ฉันหายแค้นเรื่องที่ปู่ของนายทำไว้กับพ่อและแม่ของฉัน....ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ฉันแค้นปู่ของพวกนายน้อยลง” 

ซื่อหนานและเต๋อหัวจ้องตากันด้วยความแข็งกร้าว ความโกรธแค้นใดๆในอดีตพวกเขาต่างรู้ดีว่ามันได้ส่งมอบความเจ็บปวดเช่นไรในปัจจุบัน หากละทิ้งมันไปนั้นง่ายนิดเดียว แต่จะทิ้งมันไปง่ายๆโดยไม่ชำระสะสางน่ะหรอ.... 

“แอ้ คิกคิก/อู้ววว” 

เสียงหัวเราะคิกคักของสองแสบทำให้ซื่อหนานละสายตาจากดวงตาสีดำอมเทาของเต๋อหัวหันไปมองยังที่มาของเสียง เห็นเจ้าแสบกำลังปีนป่ายอยู่บนตัวเต๋อหัวอยู่จึงหน้าเสียไปเล็กน้อย เขาจึงกระแอมไอเล็กน้อย กำลังจะส่งเสียงเรียกเจ้าแสบให้ลงมาจากไหล่ของเต๋อหัวแต่ป้าวันเดินเข้ามาในห้องรับแขกเสียก่อน 

“คุณจันทร์คะ...ว้าย! คุณชาย!” ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นคะเนี่ย? 

“ป้าวันมาก็ดีแล้ว ช่วยพาเจ้าแสบไปอาบน้ำหน่อย เล่นมานานแล้ว” 

“แอ้!/แอ้!” 

สองแสบที่กำลังนั่งอยู่บนไหล่คนละข้างหันไปมองซื่อหนานอย่างไม่พอใจ เพราะกำลังสนุกกับการขยุ้มผมของเต๋อหัวอย่างสนุกสนานอยู่ ณ ตอนนี้ 

ป้าวันกล้าๆกลัวๆไม่กล้าเข้าไปคว้าคุณชายออกมา เต๋อหัวจึงเป็นฝ่ายใช้มืออุ้มใต้หล้าและก้องภพออกจากไหล่วางลงบนโซฟาให้ป้าวันมาอุ้มเด็กๆไป แม้จะมีเสียงประท้วงครางออกมาไม่พอใจแต่พอสบตากับดวงตาสีเดียวกันกับตนเจ้าแสบก็เงียบเสียงลงเพียงมองหน้าเต๋อหัวตาละห้อยเท่านั้น อุตสาห์ได้เพื่อนเล่นใหม่แล้วแท้ๆเชียว 

“นายเรียกฉันมาคุยด้วยเรื่องแค่นี้?” 

“เปล่า...แค่จะบอกว่าถ้านายเกลี่ยกล่อมตะวันกล้าเรื่องอุ้มท้องได้ ฉันอาจจะยอมให้นายอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้ เป็นไงข้อเสนอนี้” 

“ฉันไม่ทำ” 

“ว่าไงนะ?” 

“นายเองก็มีลูก น่าจะเข้าใจดีว่าทำไม” 

“แต่ลูกของนายยังไม่เกิดด้วยซ้ำ!....” 

“ยังไม่เกิดแต่เขาก็เป็นลูกของฉัน นายรู้สึกยังไงตอนที่กำลังจะเสียลูกไปเพราะฉันจ้างคนไปขับรถชนนาย ตะวันกล้าก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน” 

“มึง!” พอความแค้นเก่าถูกขุดขึ้นมา คนฟังถึงกับควันออกหูอยากจะเข้าไปจัดการคนตรงหน้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

“ถ้าเรียกมาคุยแค่นี้ฉันขอตัว...” ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้านายเป็นลูกน้องกันแน่ ซื่อหนานคิดอย่างเจ็บใจขณะมองแผ่นหลังของเต๋อหัวแล้วนึกอยากจะฆ่าให้มันตายเสียตรงนี้ แต่เขาทำไม่ได้ จึงทำได้เพียงระบายอารมณ์โยนหมอนอิงบนโซฟาใส่แผ่นหลังกว้างนั่น 

เต๋อหัวชะงักหันไปมองซื่อหนาน แล้วเอ่ยปากพูดทิ้งท้าย “อ้อ ก่อนจะห่วงเรื่องตะวันกล้า ห่วงเรื่องตัวเองก่อนไหม....แฝดนั่น...คงไม่ได้คิดว่าฉันเป็นพ่อพวกมันหรอกนะ” พูดจบก็หมุนตัวสาวเท้ายาวๆเดินออกไป 

ซื่อหนานถลึงตาใส่เต๋อหัวเรียกชื่อเต๋อหัวเสียงกร้าวเมื่ออีกคนพูดสะกิดแทงใจดำเหลือเกิน “เต๋อหัว!!” ได้....ในเมื่อมายั่วให้กูโกรธก่อนก็ช่วยไม่ได้! พรุ่งนี้เขาจะใช้งานมันให้หนักไปเลยคอยดู! 

ฮึ่ม! อุตสาห์เจรจาดีๆด้วยแท้ๆ 

ซื่อหนานระบายลมหายใจออกเฮือกใหญ่ก่อนจะเตะหมอนอิงบนพื้นให้พ้นทางแล้วก้าวเท้าเร็วๆออกไปจากห้องรับแขกตรงไปยังห้องอาบน้ำของเจ้าแสบ พอเห็นหน้าลูกที่กำลังยิ้มร่าเล่นน้ำอยู่ ซื่อหนานจึงอารมณ์เย็นขึ้นมาบ้าง 

เต๋อหัวเดินออกจากประตูบ้านมาหยุดยืนที่สวนหย่อมหน้าบ้านแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปบนชั้นสองของบ้าน เขาไล่สายตาสำรวจถึงห้องหับที่พอจะเป็นไปได้ว่าตะวันกล้าจะอยู่ พอไร้วี่แววเงาร่างของตะวันกล้าที่ตัวเองเสาะหาจึงถอดใจก้มหน้าจะเดินกลับไปที่ห้องพักคนงาน 

“คุณเต๋อหัว!” เสียงแหลมเล็กหนึ่งเรียกเต๋อหัวเอาไว้ 

เต๋อหัวหยุดเดินแล้วหันไปมอง “เธอ?” 

กระถินยกยิ้ม “ฉันชื่อกระถินค่ะ เป็นเพื่อนของตะวันกล้า คุณจำฉันได้ไหมคะ?” ก็พอคุ้นๆหน้า เต๋อหัวพยักหน้า 

“ถ้างั้น ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ” 

“อื้ม” 

“เชิญทางนี้ค่ะ เดินคุยกันไปจะได้ไม่เบื่อ” กระถินบอกพลางขยิบตาให้เต๋อหัวอย่างเจ้าเล่ห์ เต๋อหัวมองกระถินอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นักแต่เดินตามคุณหมอสาวไปยังสวนหย่อมหลังบ้านเงียบๆ 

“เอ่อ...ฉันได้ยินเรื่องที่คุณกับซื่อหนานคุยกันน่ะค่ะ” 

“.....” 

“คุณอาจคิดว่ามันเสียมารยาท แต่ว่าพอฟังบทสนทนาของพวกคุณ สิ่งที่ฉันกังวลแทนตะวันกล้าก็หายไปทันที” 

“......” 

“ฉันกลัวว่าคุณกับซื่อหนานจะแค้นกันมากจนจะฆ่ากันตายไปข้างนึงน่ะค่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นตะวันกล้าจะลำบากใจมาก และพลอยเครียดส่งผลต่อลูกในท้องไปด้วย ซึ่งมันจะอันตรายมากๆ แต่พวกคุณสองคนดูเหมือนจะไม่ได้แค้นอะไรกันมากแล้ว ใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่า” 

“ไม่...ความแค้นของฉันกับซื่อหนานไม่มีวันหายไป” 

อ่า...แสดงว่าถ้าไม่มีคนกลางอย่างตะวันกล้า ป่านนี้คงฆ่ากันหมกไร่ไปแล้ว-___-^^^ 

“ที่ฉันมาคุยกับคุณ เพราะอยากจะบอกว่าพรุ่งนี้ตะวันกล้าจะต้องไปนอนโรงพยาบาลแล้ว....” กระถินหยุดเดินใกล้กับต้นดอกราตรี แล้วพูดต่อ “กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนท้อง ถ้าคุณมีเวลาฉันอยากจะให้คุณไปเยี่ยมตะวันกล้าบ่อยๆ” กระถินบอกยิ้มๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนชั้นสองของบ้าน ที่ระเบียงด้านซ้ายมือมีต้นไม้เล็กๆวางอยู่... 

เต๋อหัวมองตามสายตากระถินแล้วไม่พูดอะไรจนกระทั่งกระถินละสายตากลับมามองเต๋อหัว “ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณแค่นี้แหละค่ะ โชคดีนะคะ ฉันเอาใจช่วย” กระถินพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้เต๋อหัวยืนนิ่งมองระเบียงห้องของตะวันกล้าอย่างเหม่อลอย....เขากำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนปีนขึ้นไปบนนั้น........ 

“อ้าว กลับมาแล้วเรอะเอ็ง พวกข้ากำลังรออยู่พอดี” เสียงทักของโต้งทำให้เต๋อหัวหันไปมองอย่างแปลกใจ 

“มาๆ มานี่ ข้าจะแนะนำเอ็งให้ทุกคนรู้จัก” โต้งกวักมือเรียกเต๋อหัวให้เดินเข้าใกล้ ตอนนี้คนงานกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันบนโต๊ะม้าหินอ่อนแถวๆห้องพัก เต๋อหัวจึงเดินเข้าไปหา โต้งผายมือแนะนำเขากับคนงานคนอื่น เขาพูดแนะนำตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะถูกเชิญให้ทานอาหารด้วยกัน พวกคนงานหันไปซุบซิบนินทาเขาพักหนึ่งก็เงียบไป เขาเองก็ไม่สนใจเพียงแต่นั่งกินข้าวในส่วนของตัวเองไปเงียบๆไม่สนใจใคร 

“พรุ่งนี้ตามตารางเอ็งจะต้องตื่นตีสามครึ่งไปพรวนดินแถบทางไร่ใหม่ทางโน้น เดี๋ยวข้าจะมารับหน้าห้องพักเคไหม?” โต้งบอกด้วยเสียงอ้อแอ้ เต๋อหัวพยักหน้าเงียบๆ 

“เอ็งเพิ่งมาใหม่ มาวันแรกคุณจันทร์ก็เกลียดขี้หน้าเสียแล้ว มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอก มีอะไรสงสัยก็ถามข้าได้ ข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ เอิ้ก!” 

“ฉันขอยืมบันไดไปใช้ได้ไหม” 

“ยืมบันได?” 

“ใช่ บันไดที่ฉันใช้เมื่อตอนกลางวัน” 

“ด้ายยย ได้ซิด้าย” 

เต๋อหัวไม่พูดอะไรต่อนอกจากหยิบกับแกล้มเข้าปากแล้วนั่งคุยกับคนอื่นๆไปเรื่อย ใครถามอะไรมาเขาก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเงียบ จนเวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่ม ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปนอนยกเว้นเพียงเต๋อหัวที่ขอให้โต้งพาเอาบันได และขอยืมรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาขับ โต้งในสภาพสติไม่ครบถ้วนจัดการหาอุปกรณ์ที่เต๋อหัวจนครบแล้ว เต๋อหัวจึงพาโต้งที่ไม่ได้สติเข้าไปนอนก่อนจะออกมาจัดการขนบันไดขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไป 

ตะวันกล้ายกมือปิดปากหาวเขาจัดของใส่กระเป๋าเตรียมตัวไปแอดมิทที่โรงพยาบาลวันพรุ่งนี้ พอเงยหน้าขึ้นมองเวลาเห็นว่าใกล้เวลานอนแล้วจึงจัดการรูดซิปกระเป๋า แล้วเดินไปปิดไฟในห้องแล้วล้มตัวนอนบนเตียงโดยที่ไม่ลืมลดแอร์ในห้อง ความนุ่มนิ่มของเตียงนอนและไอเย็นสัมผัสกายทำให้ร่างโปร่งเคลิ้มหลับในที่สุด 

คืนมืดมิดมีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างให้เห็นทิศทาง เต๋อหัวปีนบันไดขึ้นมายืนบนระเบียงห้องของตะวันกล้าได้สำเร็จ เขารีบเดินไปเปิดประตูระเบียงช้าๆแผ่วเบาเพราะกลัวว่าจะทำให้ที่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมา ตะวันกล้านอนทั้งที่ไม่ได้ปิดไฟหัวเตียง ร่างสูงถอดรองเท้าออกแล้วเดินเข้าไปในห้องโดยไม่ลืมที่จะปิดล็อคประตูระเบียง ก่อนจะค่อยๆก้าวขึ้นไปบนเตียงสวมกอดคนนอนตะแคงข้างบนเตียงเอาไว้หลวมๆ 

“อื้อ....” 

“นอนเถอะ” เต๋อหัวกระซิบบอกเสียงพร่า เขานอนกอดตะวันกล้าแล้วซุกหน้าลงกับกลุ่มตรงซอกคอขาว สูดกลิ่นคุ้นเคยเข้าปอดให้ความกังวลทั้งหมดทั้งมวลหายไป มือแกร่งกอดเอวบางกว่าเอาไว้หลวมๆพร้อมกับใช้มือหาตำแหน่งท้องแล้วลูบมันเบาๆ ท้องตะวันกล้านูนออกมานิดหน่อย.... 

“คุณมาช้า ผมรอคุณไม่ไหวเลยหลับเสียก่อน” ตะวันกล้าบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ร่างโปร่งปรือตาขึ้นมองเต๋อหัวแล้วพลิกตัวหันไปหาเต๋อหัวจ้องใบหน้าคมคุ้นเคยแล้วยกมือขึ้นลูบกรามแกร่งได้รูป 

“ขอโทษที่จากมาโดยไม่รอคุณ” 

เต๋อหัวสบตาสีดำขลับของตะวันกล้าแล้วยกมือขึ้นทาบทับลงบนมือเรียวของตะวันกล้า เขารู้ดีว่าตะวันกล้าฝืนใจจากมา แต่ตอนนั้นเขาอดเสียใจและผิดหวังไม่ได้ ในใจลึกๆคิดว่าดีเหมือนกันที่ตะวันกล้าจากมา เพราะสภาพที่เขาเดินไม่ได้เช่นนั้น คงไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตกับตะวันกล้าอีกต่อไป เขาท้อแท้และสิ้นหวัง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่อาจทิ้งความหวังของตนทิ้งไปได้.... 

เต๋อหัวจุมพิตบนหน้านวลขาวแล้วกระชับกอดให้อีกคนซุกลงกับอก บดเบียดร่างกายให้สัมผัสแนบชิดกันมากที่สุด “ฉันจะไม่จากนายไปไหน และนายจะต้องไม่จากฉันไปไหน” เขาคิดดีแล้ว เขาทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตใหม่ที่นี่กับตะวันกล้า 

“ผมรู้....” ตะวันกล้าตอบเสียงแผ่ว แล้วหลับตาลงรับไออุ่นจากเต๋อหัวอย่างพอใจ “ผมรู้ว่าคุณจะไม่ไปไหน....แต่คุณจะอดทนกับซื่อหนานได้หรอ” ตะวันกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับดวงตาสีดำอมเทาแน่วแน่ของเต๋อหัวแล้วหลุดยิ้มออกมา 

“เขาต่างหากที่ต้องทนกับฉัน” เต๋อหัวโน้มหน้าลงมาพูดจนจมูกโด่งชิดกับจมูกรั้นได้รูปของตะวันกล้า ตะวันกล้าหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหยุดหัวเราะแล้วหลับตารับสัมผัสจากริมฝีปากร้อน 

“อื้ม...แฮ่ก พ...พอก่อน” ตะวันกล้าดันแผงอกล่ำแกร่งของเต๋อหัวให้ออกห่างได้เล็กน้อย ก่อนจะเผลอครางเสียงแผ่วเมื่อฝ่ามือร้อนกำลังคุกคามไปทั่วกายจนขนลุกชัน 

“ทำไม...” เต๋อหัวถามเสียงแหบพร่าใบหน้าคมซุกลงไปไหล่ขาวแล้วพรมจูบไม่หยุด 

“ผม...ผมท้องอยู่นะ” ตะวันกล้าปรามเสียงสั่นพลางคิดว่าไม่น่าทำตามแผนของกระถินเลย มือเรียวพยายามหยุดมือแกร่งไม่ให้ซุกซน แต่เต๋อหัวรู้จุดอ่อนบนร่างกายเขาดีเพียงครอบครองเม็ดบัวเล็กบนอกแล้วดูดดึงมัน ตัวก็อ่อนระทวยยากจะขัดขืนแล้ว บ้าที่สุด ร่างกายเขาร้อนไปหมด! 

“แค่ข้างนอก...” เต๋อหัวตอบเสียงเรียบก่อนจะจู่โจมตะโบมจูบตะวันกล้าอย่างหิวกระหายมือฟ้อนเฟ้นไปทั่วกายขาวอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของก่อนจะหันมาครอบครองกลางกายเล็กเอาไว้ในมือแล้วลูบไล้อย่างคุ้นชิน 

“อ๊ะ อ่า ไม่....อ่าห์” ตะวันกล้าร้องห้ามเสียงสั่น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแตะตรงไหนเขาก็ร้อนไปหมด ให้ตายเถอะการท้องแล้วจุดติดง่ายแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ 

“ชู่ววว เดี๋ยวซื่อหนานก็มาได้ยินหรอก” เห็นชัดว่าเขาไม่กลัวเลยสักนิด หน้าแบบนั้นคงคิดอยากให้ซื่อหนานเปิดประตูเข้ามาเจอด้วยซ้ำ 

“คุณมัน อื้อ!” 

“จับตรงนี้ให้หน่อย...” เต๋อหัวบอกตาวาวจับมือเรียวมาวางไว้บนตำแหน่งกลางกายของตนแล้วยกยิ้มพอใจ ก่อนจะซุกหน้าลงบนอกราบเรียบของตะวันกล้าแล้วสูดกลิ่นเฉพาะตัวของร่างโปร่งเข้าปอด เขาอดทนมานานหลายเดือน ปลดปล่อยกับตัวเองมานานไม่เคยพอใจ วันนี้เขาจะกอบโกยให้ได้มากที่สุด... 

“หนีบขาไว้หลวมๆ แล้วฉันจะเข้าไป” 

ตะวันกล้าตาปรือปรอยวูบวาบไปทั้งตัวปล่อยให้ร่างสูงจัดแจงท่าทางเป็นนอนตะแคงข้างโดยมีเขาซ้อนตัวแนบชิดอยู่ด้านหลังแล้วสอดแก่นกายร้อนเสียดสีกับร่องก้นเข้ามาระหว่างท่อนขาเรียวที่หนีบไว้หลวมๆแรงเสียดสีร้อนผ่าวทำให้เสียวซ่านสั่นไปทั่งตัวและเขาทำอย่างนี้จนเกือบเช้า... 

เสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นจากไปไกลแล้ว ตะวันกล้ายังคงนอนหมดแรงอยู่บนเตียง ร่างโปร่งที่ถูกทำความสะอาดและสวมชุดใหม่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอย่างเกียจคร้าน ช่วงนี้เวลาแหละคือเวลาพักที่ดีที่สุดของเขา.... 

ซื่อหนานเป็นคนตื่นเช้า แต่เมื่อคืนนี้เขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนวันนี้เขาจึงตื่นเช้าเป็นพิเศษ...เพื่อโทรหาบรรฉัตรผู้จัดการไร่.... 

(ครับคุณจันทร์) 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ให้มันใช้จอบขุดดิน” 

(ครับ?) 

“ฉันบอกว่าให้มันใช้จอบขุดดิน” 

(แต่ว่า... 15 แปลงไม่ใช่เล็กๆนะครับ) 

“ตามนั้น!” 

ติ๊ด! 

จะคอยดูว่าคุณชายตระกูลหยางจะทนไปได้สักกี่น้ำ! 

โรงพยาบาล 

วันนี้ซื่อหนานพาตะวันกล้ามาตรวจที่โรงพยาบาล แต่หมอที่โรงพยาบาลกลับบอกว่าจะให้ตะวันกล้าเข้าพักที่ห้องที่จัดเตรียมไว้ให้แยกต่างหาก พอเข้ามาในห้องพิเศษที่จัดเตรียมไว้ พยาบาลจึงยื่นชุดคนไข้ให้เปลี่ยน 

“ห้องนี้แปลกกว่าห้องวีไอพีอื่นๆ” 

“ดีออก ฉันว่าดีกว่าห้องอื่นด้วยซ้ำ” กระถินบอกตาวาว ขณะเดินสำรวจห้อง พลางใช้จมูกสูดกลิ่นหอมภายในห้อง อื้ม กลิ่นยังใหม่อยู่เลย 

แอร๊ดดดด 

ตะวันกล้าเดินออกมาจากห้องนำชุดเสื้อผ้าใส่กลับไว้ในกระเป๋าแล้วเดินไปนั่งบนเตียง พลางมองสำรวจไปทั่วห้อง...ห้องนี้เหมือนเพิ่งตกแต่งใหม่เลยแหะ 

“หึ!” พวกมันคงจะสืบรู้เรื่องรู้ราวกันจนหมดแล้วละซิ แถมยังรู้ก่อนเขาที่เป็นพี่มันอีกต่างหาก 

“ตะวัน แกนอนพักสักหน่อยเถอะ พยาบาลบอกว่าหมอจะเข้ามาตรวจตอนบ่ายสอง” 

“อื้ม” 

ตะวันนอนลงบนเตียงตามคำแนะนำของกระถิน วันนี้นั่งรอตรวจกับคุณหมอทั้งวันจนเขาหมดแรงแทบไม่อยากจะกระดิกตัวทำอะไร พอหัวถึงหมอนก็เคลิ้มๆจะหลับ ขณะสติกำลังจะล่องลอยจมสู่นิทรา ตะวันกล้าได้ยินเสียงคนคุยกันในห้องจึงลืมตาขึ้นมา 

“พอเถอะน่าซื่อหนาน ถ้าตะวันกล้าไม่ยอม คุณหมอก็ทำอะไรไม่ได้” 

“แต่หมอบอกว่ามันอันตรายไม่ใช่หรือไง เอาออกซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล” 

“เอ่อ หมอว่า....” 

“พอเถอะค่ะคุณหมอ ไม่ต้องพูดกับเขา ถ้ามีอะไรจะแนะนำเดี๋ยวกระถินจะรับฟังไว้เอง เราไปคุยกันข้างนอกเถอะค่ะ” กระถินตัดบทไม่ให้ซื่อหนานได้พูดกับคุณหมออีก คุณหมอสาวลากคุณหมอออกไปคุยกันนอกห้อง ทิ้งให้ซื่อหนานทำอะไรไม่ได้นอกจากถลึงตามองตามอย่างไม่ชอบใจ 

“ซื่อหนาน” ตะวันกล้าเรียกพี่ชายเสียงแผ่ว 

ซื่อหนานหมุนตัวกลับไปมองน้องชายฝาแฝด แล้วเดินทางไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง “ตื่นมาทำไม ยังเพลียอยู่ไม่ใช่หรอ” ซื่อหนานถามน้องชายเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงบึ้งตึงไม่หายกับการตัดบทของกระถินเมื่อครู่ 

“ดีขึ้นแล้ว...” นิดหน่อยน่ะ... 

“เฮอะ ถ้าเพลียขนาดนี้ ฉันห้ามไม่ให้มันมาเจอกับแกเลยดีไหม” 

ตะวันกล้าเกาแก้มหลบสายตาพี่ชายฝาแฝดที่มองมายังตนอย่างรู้ทัน แสดงว่าเรื่องเมื่อคืนซื่อหนานคงได้ยินหมด 

ซื่อหนานไม่สนใจท่าทางกระอักกระอ่วนของน้องชาย เขานิ่งไปพักหนึ่ง แล้วพูดสิ่งที่ตนคิดออกมา “ฉันไม่ยอมรับเรื่องนี้ เอามันออกเถอะ” 

“มะไม่...ไม่มีทางหรอก เขาเป็นลูกของผมนะซื่อหนาน” 

“ลูกที่อาจจะทำให้แกตาย?” 

“ซื่อหนาน” 

“แกจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงทำไม เด็กน่ะรับมาเลี้ยงก็ยังได้ หรือเอาเจ้าแฝดไปเลี้ยงฉันก็ไม่ว่า....” 

ตะวันกล้ามองหน้าผู้ชายแล้วอับจนคำพูด เขาสบตาสีดำขลับเหมือนกับเขาแล้วเห็นประกายความหวาดกลัวข้างใน จึงยื่นมือไปจับมือของซื่อหนานเอาไว้แล้วบีบเบาๆ 

“ผมอยากเสี่ยง เพราะเขาเป็นลูกของผมกับคนที่ผมรัก” 

ซื่อหนานดึงมือออกจากตะวันกล้า “แล้วแกไม่รักฉันหรือไง!” 

“ซื่อหนาน.......” 

“แกบอกว่าเหลือแค่แกกับฉันที่เป็นครอบครัว เกิดแกตายเพราะอุ้มท้องลูกไอ้เลวนั่นแล้วจะให้ฉันทำยังไง.....” 

“พี่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะผมจะไม่เป็นไร....” ตะวันกล้าบอกด้วยเสียงมั่นคง เขาจะสู้และไม่ยอมตายแน่นอน 

“รักมันมากหรอ” 

“มาก...เพราะเขารักผมมาก” 

“เฮอะ! สรรเสริญกันเข้าไปความรักงี่เง่าของพวกมึง!” 

ตะวันกล้ายกยิ้ม “เราไม่ได้สรรเสริญอะไรเลยซื่อหนาน เราแค่รักกัน....” แค่อยากอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง เพราะแบบนั้นเต๋อหัวถึงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา แล้วแบบนี้จะให้เขายอมแพ้ง่ายๆได้ยังไง 

“พี่อยากจะโกรธ จะแค้นเต๋อหัวยังไงก็ได้ แต่ขอร้องให้เราอยู่ด้วยกันนะซื่อหนาน” 

“ฉันไม่มีทางอยู่กับมัน!” ซื่อหนานปฏิเสธเสียงแข็ง ตวัดสายตาหนีมองไปทางอื่นอย่างขุ่นเคือง 

ตะวันกล้าส่ายหน้า “อยู่เถอะ........อยู่เป็นครอบครัวด้วยกันไง เราจะมีสมาชิกเพิ่มอีกตั้งสองคน” ตะวันกล้าขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะจับมือพี่ชายมาวางไว้บนท้องนูนเล็กๆของตน “ผมไม่ได้อยากให้พี่ลืมความแค้นในอดีต แค่วางมันลงแล้วเราลองมาใช้ชีวิตด้วยกัน ดีไหม....” 

ซื่อหนานมองสบตาดำขลับเป็นประกายนิ่ง รอยยิ้มอ่อนโยนใจเย็นของตะวันกล้าคล้ายกับจะปลอบประโลมเขาให้หายกังวลจากความหวาดระแวงว่าวงจรอุบาทของพวกมาเฟียจะวกกลับเข้ามาทำร้ายพวกเขา หายจากความกลัวเหล่านั้น และคืนสู่ชีวิตปกติชนอีกครั้ง เฮอะ! ถึงขั้นเอาลูกเอาหลานมาเกลี่ยกล่อม ถ้าเขาไม่ยอมคงจะใจไม้ไส้ระกำซินะ....ได้...เขาจะยอมให้ก่อน... 

ไม่ใช่ว่าเขาหายโกรธหรอกนะ แต่เห็นแก่เด็กที่ยังไม่ลืมตาดูโลกเท่านั้นแหละ! 

ไร่ตะวันจันทร์ 

“ขุดทั้งวันก็ไม่เสร็จ” โต้งบอกขณะนั่งรอเต๋อหัวใช้จอบขุดดินให้เสร็จก่อนไปกินข้าวเที่ยง เต๋อหัวใช้จอบขุดพลิกดินไปได้ไม่ถึงครึ่งก็กลับมานั่งพักกินน้ำอย่างไม่เร่งรีบ ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงข้างโต้งใต้ร่มไม้ 

“ถามจริงนะมังกร มึงไปทำอะไรให้คุณจันทร์โกรธวะ” โต้งถามพลางยื่นมือไปขอแก้วน้ำจากเต๋อหัวมาตักน้ำในกระติกดื่มน้ำบ้าง 

เต๋อหัวลุกขึ้นยืนใช้หมวกพัดไปมาตรงหน้าพอให้มีแรงลมทำให้หายร้อนบ้าง พัดเสร็จก็สวมมันลงบนศีรษะแล้วตอบคำถามที่โต้งสงสัยนักหนาด้วยใบหน้าเรียบเฉย 

“ปล้ำน้องชายเขาท้อง” 

“อ๋อ....” 

พรืดดดดดดด! 

“ห๊ะ? ว่าไงนะ!?” โต้งพ่นน้ำออกมาหลังจากได้ยินคำตอบของเต๋อหัว เบิกตาโพลงมองร่างสูงกำยำเกือบร้อยเก้าสิบเซ็นเดินถือจอบไปขุดดินต่ออย่างอึ้งทึ้ง ปล้ำ-น้องชาย-แล้วท้อง....เนี๊ยนะ!?! 

เต๋อหัวไม่สนใจอาการตกใจจนสติหลุดของโต้งเขาเพียงยืนขุดพลิกดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้เวลาเลิกงานนายบรรฉัตรเดินมาบอกเขาว่าซื่อหนานเรียก เต๋อหัวเห็นว่าใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้วจึงเก็บอุปกรณ์ไว้ที่แคร่โดยใช้ผ้าคลุมปิดแล้วเดินตามบรรฉัตรไปที่รถเพื่อไปที่สำนักงาน เต๋อหัวถูกพาเข้ามาในห้องทำงานของซื่อหนาน หลังจากนั้นบรรฉัตรก็เดินออกไป 

“งานของมึงไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ” 

“ยังไม่หมด?” 

“เอาบัญชีนี่ไปทำ มันเป็นงานของตะวัน....สงสัยอะไรถามบรรฉัตร” 

เต๋อหัวรับสมุดบัญชีมาเปิดดูผ่านๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองซื่อหนาน “มีย้อนหลังกว่านี้ไหม” 

“อยู่กับนายบรรฉัตร ไปขอกันเอง” 

“แค่นี้ใช่ไหม?” 

ซื่อหนานพยักหน้า พอเต๋อหัวหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้อง จึงรีบพูดขึ้น “รถหน้าบ้านพัก เอาใช้ได้ ตามสบาย ส่วนงานที่มอบหมาย ไร่ตรงนั้นก็ให้มึงดูแลไป ตั้งแต่เพาะต้นกล้าจนถึงเก็บเกี่ยว” 

เต๋อหัวไม่พูดอะไรเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วเดินออกไปจากห้อง เขาจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินทางไปโรงพยาบาลหาตะวันกล้า 

พอเต๋อหัวเดินออกไปแล้วซื่อหนานจึงขยับปากพูดอย่างหัวเสีย “ทำอวดดีน่าหมั่นไส้จริงๆ" ซื่อหนานมองตามอย่างเจ็บใจปนหัวเสียแต่ทำอะไรไม่ได้ หากเขาชีวิตปกติสุขของเขา มันคงไม่สงบอีกต่อไป... 

โรงพยาบาล 

ก๊อกก๊อกก๊อก 

“เชิญค่ะ” กระถินตะโกนบอกขณะกำลังเก็บกับข้าวที่ตะวันกล้าเพิ่งกินเสร็จพอดีกับประตูห้องเปิดออกแล้วร่างสูงของเต๋อหัวเดินเข้ามาในห้อง 

“นี่ไง.....คนที่จะอยู่เฝ้าแกคืนนี้...” กระถินบอกกับตะวันกล้า แล้วยกยิ้มกว้างล้อเลียนเพื่อน 

“จะกลับแล้วก็ไปเลยไป” 

“แหม...ไล่เลยนะ” 

ตะวันกล้าถลึงตามองเพื่อน กระถินยกยิ้มหัวเราะคิกคักเดินไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายก่อนจะโบกมือบ๊ายบายตะวันกล้าและเต๋อหัว พอเพื่อนออกไปแล้วตะวันกล้าจึงหันไปหาเต๋อหัว 

“วันนี้ทำอะไรมาบ้าง...” 

“เยอะ” 

ไอ้เยอะนั่มมันอะไรบ้างละ ตะวันหล้าหน้างอแต่สักพักร่างสูงก็เดินถือปิ่นโตออกมาวางบนโต๊ะอาหาร ดึงโต๊ะมานั่งกินข้าวข้างตะวันกล้า 

“คุณยังไม่กินข้าวเย็นหรอ” 

“อื้ม” 

“วันหลังผมรอกินพร้อมคุณนะ....ทีหลังโทรมาบอกไว้ก็ได้ ผมจะได้รอ” ตะวันกล้าบอกอย่างรู้สึกผิดที่กินข้าวก่อนเต๋อหัวทำให้ชายหนุ่มต้องมานั่งกินคนเดียว 

“ไม่ต้อง นายต้องกินข้าวและยาตามเวลา แต่ฉันเวลาเลิกงานแน่นอน แต่งานมันไม่แน่นอน” 

ตะวันกล้ามองตามร่างสูงที่กำลังตักข้าวเข้าปากหงอยๆ รอเต๋อหัวกินข้าวจนหมดแล้วเอาปิ่นโตไปล้างและจัดการล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำเสร็จตะวันกล้าถึงยอมเอนตัวลงนอน 

“นอนก่อนเลยก็ได้ ถ้าง่วง” 

“ทำไมหรอ” ตะวันกล้าถามเสียงแผ่ว ตาจะปิดอยู่รอมร่อแต่พยายามฝืนไว้ มองเต๋อหัวที่เดินกลับไปนั่งบนโซฟาแล้วหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า ตะวันกล้าจำได้ว่ามันคือบัญชีที่ตะวันกล้าเคยทำ 

“มีงานต้องทำต่อ” 

“ทำเสร็จแล้วคุณต้องมา...นอน....กับผม.............นะ” เสียงนั้นแผ่วจางลงเรื่อยๆเต๋อหัวที่นั่งอยู่บนโซฟาอมยิ้มมองตะวันกล้าที่หลับไปทั้งที่พยายามจะพูดกับเขาแต่เสียงดังแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน แต่เต๋อหัวก็ได้ยินอยู่ดี เขานั่งตรวจบัญชีไปเรื่อยๆจนเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาจนถึงห้าทุ่มแล้วจึงเก็บเอกสารแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็คอีเมลล์ ในนั้นเป็นข้อมูลการดูแลและเฝ้าระวังภาวะครรภ์เป็นพิษ....ตอนนี้ยังไม่แสดงอาการอะไรแต่ต่อไปไม่แน่.... 

เต๋อหัวอ่านอีเมลล์เสร็จก็กดออกแล้วเปลี่ยนไปใช้แอบพลิเคชั่นนาฬิกาเพื่อตั้งนาฬิกาปลุก เวลาทำงานที่ไร่เริ่มจริงๆคือหกโมงเช้าเขาต้องตื่นประมาณตีสี่รวมเวลาขาไปไร่ด้วย...พอตั้งนาฬิกาเสร็จก็ลุกเดินไปล้มตัวนอนข้างตะวันกล้า โอบกอดร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมแขนแล้วยกมือลูบท้องอีกฝ่ายพลางคิดไปถึงรายงานการรักษาที่เขาอ่านเมื่อครู่อย่างหนักใจ นอนคิดไปเรื่อยจนผล็อยหลับในที่สุด 

การทำงานที่ไร่ไม่ได้นักหนาสำหรับเต๋อหัว เขาเคยจัดการงานที่มากมายมาก่อน การจัดการกับปัญหาชีวิตแค่นี้ไม่ยากเลย เว้นเพียงแต่เรื่องของตะวันกล้าที่จัดการยากเกินจะรับมือ ตอนนี้ท้องของตะวันกล้าใหญ่ขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน และร่างโปร่งไม่สามารถขยับตัวไปไหนแล้วทำได้แค่นอนนิ่งๆบนเตียง และรอหมอมาให้ยาทุกๆชั่วโมง ตรวจทุกๆชั่วโมง อารมณ์ของตะวันกล้าขึ้นๆลงๆ ถ้าไม่เห็นเขาไปหาตามเวลาจะร้องไห้ บางครั้งก็โวยวายเอาแต่ใจอยากไปเดินเล่นบ้าง พอซื่อหนานไปเยี่ยมบ้างตอนแรกอารมณ์ก็ดีอยู่หรอกสักพักก็เปลี่ยนมาตัดพ้อต่อว่าซื่อหนานเรื่องเขาไม่หยุด เต๋อหัวจึงทำได้เพียงฝากงานไว้กับโต้งตั้งแต่เที่ยง เพื่อไปหาตะวันกล้าที่มีอายุครรภ์ 7 เดือนเกือบ 8 เดือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ด้วยความเป็นห่วง ถึงจะโดนซื่อหนานต่อว่าที่ทิ้งงาน แต่เขาไม่แคร์ 

“ทำไมวันนี้มาเร็วนักละ” ตะวันกล้าเอ่ยถามเสียงใส ปิดหนังสือที่กำลังอ่านลงแล้วยกยิ้มกว้างเมื่อเห็นเต๋อหัวถือสัมภาระมากมายเข้ามา 

“คุณขนกระเป๋ามาทำไมเยอะแยะ” 

“ฉันจะนอนค้างที่นี่ และจะอยู่เฝ้านายจนกว่าจะถึงกำหนดคลอด” เต๋อหัววางกระเป๋าลงที่มุมหนึ่งของห้อง แล้วเดินไปนั่งบนเตียง 

“ซื่อหนานไม่ว่าหรอ” 

“แล้ว?” ฉันจำเป็นต้องสนด้วยหรอ? 

ตะวันกล้าส่ายหัวแล้วยกยิ้มหัวเราะ เต๋อหัวมองหน้าตะวันกล้าแล้วยื่นมือขึ้นไปลูบโครงหน้าเรียวหวาน “ตั้งแต่อัลตราซาวด์คราวนั้น และผลวิเคราะห์ออกมาแล้วนะ” 

ตะวันกล้าสบตากับเต๋อหัวยกมือกุมทับมือแกร่งบนหน้าแล้วยิ้มจาง “ผมรู้แล้ว....หัวใจเขาไม่สมบูรณ์” พอคิดถึงเรื่องนี้น้ำตาพาลจะไหลออกมาทุกที เต๋อหัวยื่นมือไปเช็ดน้ำตาบนหน้าตะวันกล้า ก่อนจะดึงอีกคนเข้ามาซบไหล่ 

“เขาจะปลอดภัย” 

“ผมรู้...ก็ทีมแพทย์ที่มาดูแลผมคือคนของเซบาสเตียน...ใช่ไหมละ” 

“หึ...ใช่” 

“แสดงว่าคุณคงจะรู้เรื่องนี้มานานแล้ว” ตะวันกล้าเงยหน้าขึ้นมาหรี่ตาถาม เต๋อหัวไม่ตอบแต่ยอมรับกลายๆว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดก่อนตะวันกล้าจริงๆ ตอนที่รู้แค่การสันนิษฐาน ยังไม่มีการตรวจแน่ชัดจนกระทั่งทีมแพทย์ช่วยกันวิเคราะห์ผลซ้ำๆ จนมั่นใจแล้วถึงได้อีเมลล์มาบอกเขา 

“อย่ามาน้อยใจ....ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อนาย” เต๋อหัวบอกเสียงทุ้มอบอุ่นก่อนจะใช้มือเขกหัวทุยเบาๆ ตะวันกล้ามุ่ยหน้าก่อนจะหลุดยิ้มออกมากับการลงโทษเล็กน้อยนั้นที่ทำให้อบอุ่นไปทั้งใจ 

“เที่ยงแล้วคุณกินข้าวมาหรือยัง” 

“กินแล้ว ต้องกินมาก่อน เดี๋ยวคนแถวนี้ร้องไห้” เหมือนครั้งที่แล้วมา ตอนที่เขาบอกว่ายังไม่ได้กินเพราะรีบมาหา ตะวันกล้าจะร้องไห้ตัดพ้อเขาทุกครั้ง ตบท้ายด้วยว่าเป็นแบบนี้จะทิ้งไปไหม ช่วงท้องอะไรๆก็อ่อนไหวไปเสียหมด 

ตะวันกล้าย่นจมูกเอนตัวพิงเตียงที่ถูกทำให้ยกตัวขึ้นสูงและมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินเข้าไปในครัวทำอะไรกุกกักอยู่ข้างในสักพักก็เดินถือจานผลไม้ออกมา ตะวันกล้ายกยิ้มเขาเอื้อมมือไปหยิบผลไม้สดเย็นนั่นเข้าปากแล้วเคี้ยวกรุบๆอย่างถูกใจ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นรูปทรงของแอปเปิ้ลและชมพู่มีลักษณะบิดๆเบี้ยวๆ 

“คุณปอกเองหรอ” 

“อื้ม....” 

ตะวันกล้ายกยิ้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันทุกซี่ แล้วหลุดหัวเราะออกมาเสียงใส เต๋อหัวขมวดคิ้วจ้องหน้าตะวันกล้าอย่างไม่ชอบใจ “คนเพิ่งหัดทำ รูปร่างก็สมควรจะดูไม่สวยงาม” 

“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย ที่หัวเราะก็เพราะมันน่ารักดี” 

เต๋อหัวขมวดคิ้วฟังไม่ชอบใจอยู่บ้าง “หัวเราะแล้วมันหมายถึงว่าน่ารักดีตรงไหน” ร่างสูงวางจานผลไม้ลงบนเตียงแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง 

“หัวเราะเพราะรูปทรงมันประหลาดอันนี้ยอมรับ แต่ตอนที่หัวเราะผมยิ้มมีความสุขด้วย เพราะการกระทำที่ใส่ใจของคุณมันน่ารัก” 

“ไม่พูดให้ครบตั้งแต่ทีแรก” 

ตะวันกล้ามองค้อนเต๋อหัวร่างโปร่งอมยิ้มมองหน้าเต๋อหัวแล้วหยิบผลไม้ขึ้นมากินพลางคิดทบทวนว่าเขาเอาเวลาที่ไหนไปปอกผลไม้นี่กัน ถ้าจำไม่ผิดเหมือนวันที่แล้วเต๋อหัวจะซื้อผลไม้มาแล้วบอกว่าจะเก็บเอาไว้ในตู้เย็นเผื่อหิว ให้เขาบอกพยาบาลปอกให้ได้ ไปๆมาๆตัวเองกลับปอกเอาไว้เสียเองซะงั้น 

“ลูกคงชอบผลไม้ที่คุณปอกมาก” 

“ทำไม?” 

“กระทุ้งท้องผมไม่หยุด” 

เต๋อหัวไม่รอช้าลุกขึ้นเดินไปเอามือวางทาบตรงตำแหน่งที่ตะวันกล้าจับ ก่อนจะหลุดยิ้มแผ่วจางออกมาเมื่อสัมผัสเล็กๆนั้นกำลังสะกิดโดนมือเขายิกๆ ตะวันกล้ามองใบหน้าเปี่ยมสุขของเต๋อหัวยิ้มๆ ตลอดสามสี่เดือนที่ผ่านมาเต๋อหัวดูแลเขาเป็นอย่างดีทุกอย่าง และรางวัลสำหรับคนดูแลคงจะเป็นการได้ทักทายพูดคุยกับลูกนี่แหละ คุยกับเขาไม่เห็นจะอมยิ้มกริ่มแบบนี้เลย พอลูกทักมาหน่อยก็ทำปากขมุบขมิบกระซิบพูดอยู่กับลูกแค่สามคนพ่อลูก ทุกๆวันเต๋อหัวจะทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายของตะวันกล้าอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะอุ้มเขาไปเข้าห้องน้ำ เช็ดตัว สระผม ผู้ชายคนนี้ที่บอกว่าจะมาดูแล เขาพูดจริงและทำจริง จนซื่อหนานยอมเงียบไม่ต่อว่าเต๋อหัวต่อหน้าเขาให้ฟังอีก..... 

“เป็นอะไร...ทำไมน้ำตาไหล” 

“มีความสุขน่ะซิ” 

ที่คุณพยายามทำเพื่อผมขนาดนี้.... 

“มีความสุขเขาให้ยิ้ม....” เต๋อหัวบอกเสียงอบอุ่น ยกยิ้มมุมปากแล้วดึงตะวันกล้าเข้ามาไปจุมพิตบนหน้าผาก ริมฝีปากหยักได้รูปประทับค้างบนหน้าผากขาวนวลเนิ่นนาน ก่อนจะผละออกมาจูบซับน้ำตา บดบี้จมูกคลอเคลียกันอยู่ช่วงหนึ่งแล้วผละห่าง 

“พวกเขาเตะทักทายนายขนาดนี้ แข็งแรงและปลอดภัยดีแน่นอน” 

“อื้ม” 

ความกลัวใดๆนับจากนี้ จะไม่มีอีกแล้ว.....เมื่อมือคู่นั้นได้ยื่นเข้ามาหาเขา มันได้ขับไล่ความหวาดกลัวและเหลือไว้เพียงความมั่นคง ชีวิตที่พลิกผันจนกลายมาเป็นเช่นนี้ ตะวันกล้าไม่เสียใจเลย แม้เขาจะสูญเสียตัวตนที่เคยต่อสู้ฟันฝ่าจนได้เป็นหมอดั่งฝัน ทว่า...ตอนนี้ดีกว่ามากนัก ดีกว่าเป็นไหนๆ 

หลังจากกินข้าวเย็นกับตะวันกล้าและพาอีกคนไปล้างหน้าแปรงฟัน ไม่นานคนท้องก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เต๋อหัวนั่งเฝ้าตะวันกล้าจนแน่ใจว่าตะวันกล้าหลับลึกไม่ตื่นเขาถึงเดินออกมาจากห้องวีไอพีและกำชับให้พยาบาลดูแลให้ดี ก่อนที่ตนจะเดินไปที่ห้องของทีมแพทย์ที่ถูกส่งมาโดยเซบาสเตียน พวกเขากำลังถกเถียงกันเรื่องลูกของเขา ว่าควรผ่าคลอดได้แล้ว.... 

“ผมอยากรอให้ครบแปดเดือน หมอพอจะยื้อได้ไหม” 

“อันตรายมากครับ ถึงอย่างไรการผ่าตัดก็ควรจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ครับ ทางเราเตรียมการเอาไว้แล้ว....” 

เต๋อหัวหน้าเครียด เขากลัวลูกไม่แข่งแรงพอ แต่ก็กลัวว่าตะวันกล้าจะเป็นอันตรายด้วย “ตะวันละ เขาจะเป็นอันตรายไหม” 

“ยิ่งผ่าตัดเร็วเท่าไหร่เปอร์เซ็นต์ที่จะกระทบต่อคุณตะวันยิ่งน้อยครับ” 

เต๋อหัวสูดลมหายใจเข้าแล้วพ่นออกอย่างหนักใจ เขามองหน้าทีมแพทย์แล้วพยักหน้าให้พวกเขาในที่สุด “ผมตกลง” 

ไม่ว่าพรุ่งนี้เช้าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็พร้อมที่จะรับผลนั้น.... 

วันที่ XX เดือน XXX เวลา 10.00 น. 

ตะวันกล้าตื่นตกใจเล็กน้อยที่เขาจะต้องเข้ารับการผ่าตัด ตอนที่ถูกปลุกให้ตื่นเพื่อมาฉีดยาโดสสุดท้ายก่อนผ่าตัดทำให้ตะวันกล้ากังวลใจ แต่เต๋อหัวเพียงจับมือเขาไว้แน่นแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ตะวันกล้าขอร้องให้เต๋อหัวโทรบอกซื่อหนานและกระถินให้ด้วย เต๋อหัวพยักหน้าและร้องขอให้พยาบาลทำหน้าที่แทนเพราะร่างสูงจะเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วย 

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ข้างนายทุกๆวินาที” เต๋อหัวบอกขณะเปลี่ยนชุดเป็นชุดปลอดเชื้อในห้องผ่าคลอด พอสวมชุดเสร็จก็เดินมาจับมือตะวันกล้าแน่น ตะวันกล้าพยักหน้ารับจับมือแกร่งของเต๋อหัวเอาไว้แน่นขณะเดินเข้าห้องผ่าตัดไปพร้อมกัน 

นานหลายนาทีที่ตะวันกล้านอนอยู่บนเตียงโดยมีเต๋อหัวคอยปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง พลันได้ยินเสียงคุณหมอบอกว่าลูกสาวออกมาก่อนพร้อมกับเสียงร้องไห้อย่างเสียงลูกแมวแล้วเงียบไป ตะวันกล้ากับเต๋อหัวจึงสบตากันแล้วหลุดยิ้มออกมา 

“ฟังดูก็รู้ว่าลูกใคร” ตะวันกล้าบอกเสียงแหบ 

เต๋อหัวไม่ตอบเพียงยิ้มรับแล้วกลั้นใจฟังเสียงลูกชายคนเล็กที่น่าเป็นห่วงกว่าใครพอเขาออกมาได้ก็ร้องไห้จ้าดังกว่าพี่สาว ทีมแพทย์รีบพาเขาไปรักษาอาการเบื้องต้น สักพักน้ำเสียงของคุณหมอก็เปล่งออกมาด้วยความยินดีว่าลูกชายของพวกเขา ไม่มีปัญหาที่ตรงไหน แข็งแรงดีทุกส่วนยกเว้นหัวใจดวงน้อยเท่านั้นที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนและทางทีมแพทย์ได้เตรียมพร้อมรอก่อนแล้ว 

“เขาจะปลอดภัย” เต๋อหัวกระซิบย้ำ สักพักพยาบาลก็เดินอุ้มสาวน้อยคนหนึ่งเข้ามา ยื่นให้พวกเขาสองคนมองหน้าสาวเจ้า 

“น่ารักจัง...” 

เต๋อหัวไม่พูดอะไรเพียงแต่ยกยิ้มปริ่ม พร้อมกับน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาถูกหน้าผากของตะวันกล้าที่นอนอยู่บนเตียงรอหมอเย็บแผล 

การที่ได้เป็นพ่อ...คงจะเป็นความสุขที่สุดของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อเต๋อหัว... 

รวมถึงเขาด้วย เพราะเขาก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตันไม่หยุด..... 

การมีครอบครัวและใช้ชีวิตสงบสุขกับคนที่เรารัก เต๋อหัวคิดว่าเขาฝันไปเสียอีก คิดมาถึงตรงนี้เขาก็กระชับกอดคนที่เผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลียแน่นขึ้น เปล่า...นี่มันไม่ใช่ฝันแต่คือความจริง ความจริงที่สัมผัสได้ทุกๆประสาทสัมผัสว่ามันคือความสุขที่แตะต้องได้จริง แม้เขาจะยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับซื่อหนาน แต่การที่มีพวกลูกๆก็ช่วยให้เขากับซื่อหนานลดความขุ่นเคืองที่มีต่อกันลงได้บ้าง....พวกเขาเป็นสายเชื่อมโยงเราให้เป็นครอบครัวและเอื้ออาทรต่อกันมากขึ้น แค่ผลตรงนี้เต๋อหัวก็พอใจไม่น้อยกับชีวิตที่ลูกมอบให้เขา มันพิเศษมากจริงๆตั้งแต่มีลูก พวกเขาทำให้ชีวิตของเขาพิเศษในทุกๆวัน 

เต๋อหัวยกยิ้มถอนหายตามาจากภาพครอบครัวแล้วก้มมองตะวันกล้าที่หลับซุกอกเขาอยู่ด้วยแววตาอ่อนโยนยากที่ใครจะได้รับจากมัน เต๋อหัวอุ้มตะวันกล้าขึ้นแล้วพาไปนอนบนห้องของพวกเขาจัดการห่มผ้าห่มให้แล้วเดินออกไปตรวจตราห้องของลูกๆ พอเห็นว่าเด็กชายที่เซบาสเตียนมาฝากไว้ไม่อยู่ในห้องไออุ่นแล้วเขาจึงยกยิ้มด้วยความพอใจ คุณพ่อวัยกลางคนจึงเดินเข้าไปหอมหน้าผากลูกชายแล้วเดินออกมาจากห้องตรงไปยังห้องนอนของตน ปีนขึ้นไปบนเตียงดึงร่างโปร่งของตะวันกล้าเข้ามาในอ้อมแขนอย่างคุ้นชินแล้วหลับตาลงอย่างสบายใจ 

“นี่....คุณคิดชื่อไว้หรือยัง ชื่อลูกน่ะ” 

“คิดแล้ว...” 

“หืม คิดแล้วหรอ ชื่ออะไรหรอครับ” 

“ไอเย็นกับไออุ่น ไอเย็นให้ลูกคนโต.....เป็นชื่อที่มาจากฉัน ส่วนไออุ่นให้ลูกชายเป็นชื่อที่มาจากนาย” 

“เข้าท่านะ ผมชอบ ว่าแต่ทำไมต้องไอเย็น คงไม่ได้หมายถึงว่าคุณเป็นคนเลือดเย็น เย็นยะเยือก เย็นชา อะไรแบบนั้นหรอกนะ” 

“............” 

“อ่า.....” 

 

============================================================================ 

ความคิดเห็น