I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 5 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)

ชื่อตอน : อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 5 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)

คำค้น : เต๋อหัว ตะวันกล้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 1,220
× 12,000
แชร์ :
อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 5 (เต๋อหัวXตะวันกล้า)
แบบอักษร

วอน 5 

(เต๋อหัวXตะวันกล้า) 

 

ไร่ตะวันจันทร์ 

ปุปุ~ 

“นอนได้แล้วเจ้าตัวแสบ” ตะวันกล้าเอ่ยเสียงอ่อนล้าตาปรือหรี่มองลูกชายคนเล็กที่ยังคงนอนมองเขาตาแป๋วไม่มีทีท่าว่านอนง่ายๆขณะที่เขากำลังนั่งตบก้นเบาๆไม่หยุด 

“งึมมม ตะวัน ห้าววว เมื่อไหร่ป๊าจะกลับฮะ อุ่นอยากให้ป๊าตบๆก้น” มืออวบขาวยกขึ้นปิดปาก ตามด้วยขยี้ตาสีดำอมเทาแล้วเบิกมองตะวันกล้าสุดฤทธิ์ 

“ตะวันตบให้อุ่นอยู่ไง หืม...ตะวันตบแทนป๊าไม่ได้หรอ” ทั้งที่ง่วงแล้วแท้ๆแต่ยังฝืนมองหน้าเขาอย่างดื้อดึง รั้นจริงๆเจ้าลูกคนนี้ 

“ให้ผ้มช่วยหม้ายครับ” 

เสียงเล็กทุ้มภาษาแปร่งเพี๊ยนดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กชายผมบลอนด์ตาเขียวเดินเข้ามาในห้อง ตะวันกล้ายิ้มรับมองคิงในชุดนอนกางเกงขายาวสีฟ้าตัวลายสุภาพแล้วเอ่ยถามเสียงเบา 

“ยังไม่นอนหรอคิง หรือนอนไม่หลับ” 

คิงส่ายหัวจนผมปลิวก่อนจะพยายามอ้าปากพูดปฏิเสธ “ไม่ช่ายครับ” 

“พูดไทยเก่งขึ้นนะเรา....” 

“ระ...หรือคร้าบ ขอบคุงคร้าบ” 

“อื้ม...แล้วที่บอกจะช่วยตะวัน จะช่วยตะวันกล่อมเจ้าแสบหรอ” ตะวันกล้ามองหน้าคนอาสา สลับกับมองใบหน้ากลมยุ้ยของลูกชายที่มองพี่ชายคนสนิทตาเป็นประกาย 

เจอเพื่อนเล่นละซิ ตาสว่างเชียว 

“ผมอยากให้ตาวันพัก” คิงพยายามพูดช้าๆ “ผมจากล่อมอุ่นห้ายครับ” 

ตะวันเหล่ตามองไออุ่นที่นอนอยู่บนเตียงผงกหัวแรงๆจนหมอนยับแล้วยกยิ้มบาง ผละมือออกมาจากก้นกลมของเจ้าตัว “ตะวันฝากด้วยนะคิง ยังไงก็นอนเฝ้านอนด้วยเลยละกัน แต่อย่าชวนกันเล่นละ ไม่งั้นจะโดนลงโทษ” 

“ครับ” 

ตะวันกล้ายกยิ้มบางผุดลุกขึ้นยืนแล้วไม่ลืมก้มลงหอมแก้มขาวยุ้ยของเจ้าอุ่นแรงๆ แล้วผละออกบอกราตรีสวัสดิ์กำชับสั่งให้ไออุ่นไม่ดื้อกับคิงแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตู ก่อนจะเดินออกไปเช็คความเรียบร้อยที่ห้องนอนของไอเย็นที่เข้าสู่นิทราไปแล้ว 

“ห้าววววว~” ตะวันกล้าเดินหาวนอนออกมาบิดขี้เกียจแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาเพื่อรอใครบางคนกลับบ้าน 

ตะวันกล้านั่งมองนาฬิกาสลับกับมองประตูบ้านแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาแล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย 

“อื้อ” 

ตะวันกล้าปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือใบหน้าซีกขวามีไอเย็นมาสัมผัสจนต้องขยับตัวหนีแล้วผุดลุกนั่งตัวเหยียดตรงมองเงาร่างสูงใหญ่ตรงหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีหม่นแล้วยกยิ้ม 

“กลับมาแล้วหรอ” 

“ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้อง” เต๋อหัวเดินไปถอดเสื้อนอกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวเผยกล้ามเป็นมัดคล้ำแดดของอีกฝ่าย หลายปีมานี้เต๋อหัวต้องคอยควบคุมคนงานในไร่ ในฟาร์มไหนจะโรงบ่มไวน์ ร่างสูงจึงค่อนข้างคล้ำมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 

“ผมอยากรอคุณ” 

“ลูกหลับแล้วหรอ” 

“อื้ม ให้คิงช่วยกล่อม” 

เต๋อหัวขมวดคิ้วมุ่น ทรุดตัวลงนั่งตะวันกล้าแล้วดึงร่างโปร่งมาเอนซบลงบนไหล่ “นายไว้ใจมันมากไปแล้ว แค่รับเลี้ยงดูไม่จำเป็นต้องใส่ใจ” 

“ไม่รู้ซิ ผมถูกชะตากับเขา” 

“แต่ฉันไม่!” ไม่ชอบให้อยู่ใกล้ๆลูกๆของเขาด้วยจะด้วยหวังดีอย่างไรก็ช่าง 

“ผมสังเกตเห็นว่าอุ่นดูจะชอบเขามาก คิงเป็นคนใจเย็น เขายอมอยู่เล่นกับอุ่นแทนที่จะออกไปเล่นกับเจ้าแฝดแสบบ้านนู้น ผมว่าเขาเป็นคนจิตใจดี” 

“นายอยากไว้ใจ หรือใจดีกับมันก็ทำไป แต่ถ้ามันล้ำเส้นเมื่อไหร่...นายคงรู้ว่าฉันจะทำอะไร” แน่นอนว่าต้องส่งกลับไปให้พ่อมันดูแลกันเอง 

ตะวันกล้าพ่นลมหายใจออกมายกมือขึ้นลูบอกแกร่งของเต๋อหัว “คุณประคบประหงมอุ่นเกินไป ผมกลัวว่าเขาจะเอาแต่ใจ” 

“.....นายก็รู้ว่าอุ่นน่าสงสารกว่าใคร” เกิดมาเขาก็ป่วย จะไปวิ่งเล่นกับเด็กคนอื่นก็ไม่ได้... 

“ผมรู้ว่าคุณรักเจ้าอุ่นมาก เจ้าอุ่นได้รับความรักมากมายจากคุณและผม พี่ๆ ไหนจะลุงป้าน้าอา ทุกคนพะเน้าพะนออุ่นอย่างกับอะไร แต่.....เราก็ควรจะมีขอบเขต” 

“.......” 

“ผมไม่อยากให้อุ่นโตมาเป็นเด็กเอาแต่ใจ และเพื่อนเล่นอย่างคิงก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะสอนอุ่นในเรื่องนี้ มากกว่าพวกเรา....” เพราะเขาจะไม่ใจอ่อน หรืออ่อนข้อกับไออุ่นง่ายๆเหมือนพวกเรา 

ไออุ่นเป็นเด็กฉอเลาะขี้อ้อน ชอบให้คนสนใจ ตามใจ ทุกคนในบ้านจึงตามใจมากกว่าใครเพราะเป็นน้องเล็กที่ร่างกายไม่แข็งแรง ในไร่เองก็ไม่มีใครกล้าว่า คนที่เกาะมาตาวีเองก็สปอยล์หลานไม่แพ้กันส่งของขวัญมาให้ทุกเดือน เจ้าอุ่นมีหรือจะไม่รู้ว่าตัวเองสำคัญ พอรู้ว่าตัวเองสำคัญก็ชอบข่มพี่ๆคนอื่นเสมอเมื่อมีโอกาส ส่วนพี่ๆเองกลัวน้องจะไม่สบายอาการกำเริบก็ยอมตามใจน้องอย่างจำยอม ตะวันกล้าตะหนักในข้อนี้ และสังเกตมาสักพักแล้วว่ามีแค่คิงคนเดียวที่ไม่ยอมและคอยใจเย็นอธิบายให้ไออุ่นเข้าใจ 

“ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร....” 

“นายจะบอกว่าใจไม่แข็งพอที่จะขัดใจอุ่น?” 

“อื้ม...” 

เต๋อหัวหัวเราะในลำคอนั่งโอบตะวันกล้ามองไปยังภาพถ่ายที่ตั้งบนโต๊ะ เป็นภาพเมื่อยังตะวันกล้าตั้งท้องจนกระทั่งคลอดไออุ่นและไอเย็นออกมา... มือแกร่งยกลูบไหล่ตะวันกล้าแล้วพึมพำเสียงเบา “ถ้าฉันไม่อดทนมาจนถึงตอนนี้ ฉันคงพลาดเรื่องราวดีๆเหล่านี้ไป...” 

เต๋อหัวคิดย้อนไปในอดีต...ที่เขาเกือบจะถอดใจกับความสัมพันธ์กับตะวันกล้า.... 

ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด 

ความสูญเสียมักเกิดขึ้นหลังสงครามเสมอ ไม่ต่างจากการต่อสู้แย่งชิงของเหล่ามาเฟียในตลาดมืด พวกเขามักห้ำหั่นกันเมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัว อำนาจสั่นคลอน หรือความคลั่งแค้นต่อการสูญเสียที่อีกฝ่ายกระทำให้ สิ่งเหล่านี้เป็นวงจรอุบาทที่ไม่ใช่แค่ในโลกมาเฟียประสบเจอ แต่มันอยู่ในทุกๆช่วงความเป็นไปของสังคม การต่อสู้ด้วยความแค้นครั้งนี้...จุดจบมันอยู่ที่ไหน หรือควรเป็นแบบใด ไม่มีใครรู้ นอกจากพวกเขาที่เหลืออยู่.... 

ฮั้นตี้ยืนกอดอกมองเต๋อหัวที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ความหนักใจถาโถมเขาทุกขณะมองสำรวจร่างแน่นิ่งของเต๋อหัวที่นอนไม่ได้สติมาเกือบสองอาทิตย์ 

“อีกนานแค่ไหนเต๋อหัวถึงจะฟื้น” ฮั้นตี้เอ่ยถามคนข้างกาย เซบาสเตียนกับเขาผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้าเต๋อหัวตลอดหลายวันที่ผ่านมา 

“หมอบอกไม่เกินสองอาทิตย์” 

“แต่นี่จะครบสองอาทิตย์อยู่แล้ว มันไม่เห็นจะฟื้นขึ้นมา.....” 

ฮั้นตี้บ่นเสียงเครียดร่างสูงเดินไปค้ำขอบเตียงมองเต๋อหัวที่นอนหลับอยู่บนเตียง ก่อนจะไล่สายตามองไปยังขาที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ผ้าห่ม ขาที่รับบาดเจ็บจากการถูกกดทับของชิ้นส่วนโกดังที่พังลงมาเพราะแรงระเบิด 

“อืม....” 

ฮั้นตี้ชะงักเมื่อได้ยินเสียงครางอื้ออึงในลำคอของคนบนเตียง ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อฟังให้ชัดว่าเป็นเสียงของคนป่วยจริง ก่อนจะหันไปส่งสายตาเรียกเซบาสเตียนให้เดินเข้าไปใกล้ สักพักเปลือกตาสีนวลขยับไปมาแล้วกระพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้าก่อนจะขยับปากสั่งว่าขอน้ำ ฮั้นตี้จึงหยิบน้ำมาเทให้เต๋อหัวดื่มจนหมดแก้ว 

“ที่นี่ที่ไหน” 

เซบาสเตียนเงยหน้าขึ้นสบตากับฮั้นตี้แล้วเอ่ยตอบ “โรงพยาบาล” 

“หืม...” 

เต๋อหัวนิ่งคิดทบทวนความทรงจำก่อนหน้าเขาถูกระเบิด หนีไม่ทัน และ....เด็ก... 

“เด็กละ” 

“ปลอดภัยดี” ฮั้นตี้ตอบ แววตาทอประกายอ่อนโยนปนซึ้งใจที่เต๋อหัวยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องลูกชายของเขา 

เต๋อหัวยกมือขึ้นนวดขมับเรียบเรียงความในหัว แล้วเอ่ยถามต่อเสียงแหบ “แล้ว...ตกลงเรื่องนาธานเป็นไง....” 

“นายเพิ่งฟื้น....พักก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องงานดีกว่านะ” 

“ไม่ ฉันอยากรู้ตอนนี้....แล้วคนอื่นๆละเป็นยังไงบ้าง” คนอื่นที่ว่าคงไม่พ้นคนสำคัญของเจ้าตัว นัยน์ตาสีดำอมเทากลิ้งไปซ้ายขวามองไปรอบตัวหาเงาร่างของใครบางคนที่น่าจะอยู่ใกล้เขาในเวลานี้ แต่เต๋อหัวกลับไม่พบเงาร่างนั้นเลย... 

“เขา.....ไปแล้วใช่ไหม” 

“เรื่องทุกอย่างมันจบแล้วเต๋อหัว นาธาน ห่านกงกง ทุกคนที่เป็นศัตรูกับนายตายหมดแล้ว และทุกคนก็ปลอดภัยดี.......ส่วนเรื่องพี่น้องฝาแฝดคู่นั้น...พวกเขากลับเมืองไทยไปแล้ว” เซบาสเตียนพูดพลางยื่นมือไปบีบไหล่ของเต๋อหัว แต่เจ้าตัวปัดออกอย่างไม่ใยดี 

“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ” ร่างสูงดันตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีเซบาสเตียนและฮั้นตี้ช่วยพยุงหิ้วปีกคนละข้าง เต๋อหัวชะงักพอจะขยับขากลับพบเพียงความหนักอึ้งและชาจนขยับไม่ได้ เขายื่นมือไปจับขาของตัวเองแล้วมองหน้าฮั้นตี้กับเซบาสเตียนอย่างขอคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

“คือ...ตอนระเบิดนายได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง...ผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีนะ แต่ว่าต้องกายภาพบำบัดฟื้นฟูกล้ามเนื้อถึงจะกลับมาเดินเป็นปกติ” 

“ออกไปก่อนไป...” เต๋อหัวบอกเสียงแผ่วผลักมือของทั้งคู่ให้ออกห่าง 

“แต่...” 

“ออกไป!!! ฉันอยากอยู่คนเดียว!!” เต๋อหัวตะโกนบอกเสียงกร้าวแววตาแดงกร่ำ สองมือกำแน่นบนตัก ฮั้นตี้อ้ำอึ้งมองเต๋อหัวแล้วอยากพูดอะไรบางอย่างแต่เซบาสเตียนเดินมาคว้าแขนฮั้นตี้ให้เดินออกไปด้วยกัน ปล่อยให้เต๋อหัวนั่งนิ่งงันอยู่บนเตียงด้วยความสะเทือนใจเพียงลำพัง...... 

ทำไม...ทำไมถึงรอเขา... 

หรือที่จากไปเพราะเขากลายเป็นคนพิการ... 

เต๋อหัวกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้นปูดโปนน่ากลัว ดวงตาแดงกร่ำ แววตาฉายโกรธเคืองปนเปกับความผิดหวัง สมเพชตัวเองที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้...หึ... 

....เป็นแบบนี้มันอาจจะดีที่สุดแล้วละมั้ง... 

เต๋อหัวมองออกไปนอกหน้าต่างความร้อนรุ่มในใจแทนที่ด้วยความวูบโหวง ว่างเปล่า เขานั่งนิ่งไม่ขยับแม้พยาบาลและหมอจะเข้ามาตรวจอาการของเขา เขาก็ยังไม่พูดหรือขยับตัว เหมือนกับว่าตัวเขานั้นได้หลบหลีกไปยังที่แสนไกล......ไกลจากที่นี่......ไกลจากความจริงที่เป็นอยู่ตอนนี้...... 

1 เดือนถัดมา 

ไร่ตะวันจันทร์ 

ซื่อหนานเดินถือถาดใส่อาหารอ่อนสำหรับเด็กเดินเข้ามาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเจ้าแสบอ้วนสองตัวที่กำลังส่งเสียงอ้อแอ้โบกช้อนในมือไปมาไม่หยุด ปากก็ขยับจั๊บๆเล่นน้ำลายก่อนจะส่งเสียงอู้อ้าเมื่อเห็นอาหารอุ่นๆของตัวเองมาวางไว้ตรงหน้า 

“คิกคิก อู้อู้ หู้วว...” 

“แอ้ แอ้ กิ...กิ...” 

“ยิ้มโชว์เหงือกเชียวนะ หิวมากละซิ” ซื่อหนานกล่าวยิ้มๆ ยื่นมือไปบีบแก้วกลมๆของใต้หล้าและก้องภพอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนปล่อยมือออกให้เจ้าแสบใช้ช้อนตักอาหารสะเปะสะปะเข้าปาก บ้างก็เปลี่ยนเป็นใช้มือจุ่มเข้าปากแทนอย่างหิวโหย ซื่อหนานมองลูกชายตัวน้อยอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองรอบกายเมื่อสังเกตเห็นว่าใครอีกคนที่ควรจะนั่งกินข้าวพร้อมกับพวกเขาไม่อยู่ 

ตะวันกล้าหายไปไหน? 

“เจ้าแสบ กินกันดีๆ อย่าเล่นกันเข้าใจไหม” ซื่อหนานบอกเสียงนุ่มก่อนโน้มลงไปหอมเหม่งสองแสบคนละทีแล้วผละออกไปโดยไม่วายกำชับให้แม่บ้านคอยดูแฝดไว้ไม่ให้ละสายตา 

ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนด้านในใส่เสื้อกล้ามสีขาวเข้าชุดกับกางเกงยีนสีน้ำเงินได้รูปกำลังเดินขึ้นบันไดไปเพื่อตามตะวันกล้าที่ปกติจะตื่นมานั่งรับประทานอาหารกับเขาทุกเช้าแต่วันนี้กลับไม่เห็นแม้เงา 

“ตะวัน....” 

ซื่อหนานยกมือขึ้นเคาะประตูแต่ยังไม่ทันเคาะประตูกลับแง้มเปิดเล็กน้อย ร่างโปร่งจึงผลักเข้าไป มองไปรอบห้องแต่ก็ไม่เห็นเจ้าของห้องอยู่เลย สักพักได้ยินเสียงก๊อกแกร่กดังมาจากในห้องน้ำ ซื่อหนานจึงสับขาเดินไปที่ประตูห้องน้ำ เสียงร้องโอ้กอ้ากจากคนข้างใน ทำให้ซื่อหนานขมวดคิ้วมุ่นอย่างสังหรณ์ใจไม่ดี ร่างโปร่งบิดลูกบิดประตูให้เปิดออก เสียงอ้วกของตะวันกล้ายิ่งชัดจนเขาต้องเดินเข้าไปลูบหลังร่างโปร่งที่มีขนาดไม่ต่างกับตน 

“ซื่อหนานหรอ....” ตะวันกล้าหันไปหาซื่อหนานถามเสียงเพลีย ก่อนจะหันกลับไปอ้วกอีกครั้ง 

ซื่อหนานขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้า คนที่มีใบหน้าเหมือนตนกำลังกอดโถส้วมนั่งอ้วกอยู่บนพื้นห้องน้ำมันช่างคุ้นในความทรงจำเขาเหลือเกิน 

“เป็นอะไร” ซื่อหนานถามเสียงเรียบ 

ตะวันกล้าเงยหน้าขึ้นมาส่ายหัว “ไม่รู้ซิ อ้วกมาได้สักพักแล้ว สงสัยอาหารเป็นพิษ” 

“เหรอ” ซื่อหนานตอบรับอย่างไม่เชื่ออยู่ในใจ ก่อนจะบอกตะวันกล้าว่าเขาจะออกไปนั่งรอข้างนอกถ้าขึ้นแล้วให้ลงไปหาอะไรกินด้วย ตะวันกล้าส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะหันไปอ้วกต่อ พอเห็นว่าซื่อหนานเดินออกไปแล้วตนถึงค่อยเดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะจัดการล็อคประตูห้อง 

ตะวันกล้ารู้สึกแปลกๆกับตัวเองมาสักพักแล้ว เขาเคยเป็นหมอเขารู้ดีว่าอาการแบบนี้มันไม่ปกติและอาการที่ว่ายังคล้ายกับอาการของคนท้องไม่มีผิด วันนี้เขาถึงตั้งใจโทรไปนัดคุณหมอที่รู้จักกับกระถิน เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง หากจะใช้ที่ตรวจครรภ์มาเทสก็กลัวว่าซื่อหนานจะเห็น ตะวันกล้าไม่ต้องการให้ซื่อหนานรู้เรื่องนี้ เขาอยากเก็บไว้เป็นความลับและรอเวลาที่จะบอกในจังหวะที่เหมาะสม      ตะวันกล้ายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูหลังจากกดตัวเลขสิบหลักลงไปแล้วกดโทรออก ร่างโปร่งกรอกเสียงนัดเวลากับคุณหมอ พอได้เวลานัด ตรงกับเวลาที่ซื่อหนานออกไปทำงานในไร่ ตะวันกล้าจึงเอ่ยขอบคุณแล้ววางสาย ก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปกินข้าวตามปกติ 

โชคดีที่ซื่อหนานออกไปตรวจงานในไร่แล้ว เขาถึงได้กินข้าวอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวว่าใครจะจับผิด หลังจากกินข้าวเสร็จตะวันกล้าก็ไปเล่นกับหลานแสบสองหน่อสุดรักสุดหวงของบ้าน พอเล่นด้วยจนพอใจแล้วเขาถึงตามป้าวันมาให้พาเจ้าแสบไปนอน ส่วนเขาก็ถึงเวลาที่จะต้องไปหาหมอตามเวลาที่นัดไว้ 

“คุณตะวันจะไปไหนหรือคะ” 

“เข้าเมืองไปทำธุระนิดหน่อยครับป้าวัน.....” ตะวันกล้าตอบยิ้มๆ ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งสวมรองเท้า “ยังไงวันนี้ฝากป้าวันดูแลเจ้าแสบไปด้วยนะครับ ผมจะรีบไปรีบกลับ” 

“ได้ค่ะได้ ป้ายินดี เดินทางปลอดภัยนะคะไม่ต้องรีบมาก” 

“ครับ” 

ตะวันกล้ายกยิ้มบางให้ป้าวันก่อนจะหมุนตัวเดินลงบันไดไปที่รถอย่างเร่งรีบ....ไม่ว่ายังไงวันนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งเขาคิด มันเป็นความจริงหรือเปล่า 

โรงพยาบาล 

ตะวันกล้านั่งบีบตัวเองบนหน้าตัก เม้มปากแน่นรอฟังผลจากหมอที่นั่งเงียบตรวจเอกสารผลตรวจของเขาทั้งเลือดทั้งปัสสาวะ ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเมื่อคุณหมอเงยหน้าขึ้นมามองเขา... 

“ผมเป็นอะไรหรือครับคุณหมอ” ตะวันกล้าถามเสียงกลุ้ม เขาไม่ได้เห็นรายงานผลตรวจนั้น มีแค่คุณหมอที่เห็น 

คุณหมอขยับแว่นกระแอมไอก่อนพูด “คุณกำลังตั้งครรภ์ครับ...” 

“คุณ...หมอพูดอะไรน่ะครับ?” 

ท้อง....ท้องจริงน่ะหรือ 

“คุณท้องจริงๆครับ” คุณหมอหนุ่มบอกเสียงขรึม จริงจังไม่มีแววล้อเล่น 

“จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อก่อนหน้านี้....” ....ก่อนหน้าที่เขามีอะไรกับเต๋อหัวครั้งแรก เขาก็ไม่ได้ท้อง อีกอย่าง...เขาเคยตรวจร่างกายนะ ตรวจแล้วก็ไม่เคยพบความผิดปกติอะไร 

“คุณท้องจริงๆครับ นี่ครับผลตรวจ...” 

ตะวันกล้ายื่นมือไปหยิบแผ่นตรวจของคุณหมอหนุ่มเพื่อนกระถินขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา 

“ผมอยากให้คุณตะวันมาตรวจทุกเดือนนะครับ และทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด คุณเป็นผู้ชาย ครรภ์ของคุณจะมีภาวะเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงครับ” 

ตะวันกล้านิ่งอึ้ง รับฟังคำแนะนำของหมอเงียบๆด้วยสติล่องลอย เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าตนท้องจริง...ถึงแม้จะคาดการณ์เอาไว้บ้าง แต่มันก็ไม่น่าจะ....ท้อง ตะวันกล้านั่งกำมือแน่นบนตัก แววตาสับสนครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ 

“ยังไงหมอก็อยากคุณฝากครรภ์ที่นี่นะครับ หมอจะดูเคสนี้ให้เองเนื่องจากการที่ผู้ชายท้องได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากเปอร์เซ็นต์แทบจะเป็นศูนย์ นี่ถ้าหมอไม่ได้มาตรวจให้คุณตามคำขอของหมอกระถิน ผมคง$)@($($*#(&*@#^&%%#&” 

ตะวันกล้ามองหน้าคุณหมออย่างเหม่อลอย เขาได้ยินไม่ชัดว่าคุณหมอพูดอะไรบ้างจนกระทั่งประโยคเรียกชื่อของตัวเอง 

“คุณตะวัน!” 

“ครับ?” 

“ผมจะให้พยาบาลที่ไว้ใจได้ไปส่งคุณฝากครรภ์กับคุณหมอนารี เพื่อนของผม เราสองคนจะดูแลเคสของคุณไปด้วยกัน คุณโอเคนะครับ” 

“ครับ โอเคครับ” 

“รอสักครู่นะครับ ผมขอติดต่อหาคุณหมอนารีสักครู่” 

ตะวันกล้าพยักหน้าหลังจากนั้นเขาก็ถูกพาตัวไปที่แผนกสูตินรีเวช คุณหมอนารีเข้ามาตรวจเขา และสอบถามอาการ รวมถึงการแจ้งนัดครั้งต่อไปให้กับเขา ตะวันกล้าพยักหน้ารับฟังแล้วรับยาจากคุณหมอมาไว้ในมือ ก่อนจะขอตัวกลับ... 

คุณท้องครับ..... 

ท้อง.... 

ท้อง.....จริงๆ 

เราท้องจริงๆ 

เอี๊ยดดดด! 

ตะวันกล้าเลี้ยวรถจอดข้างทาง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเบาะแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ความจริงที่เขาได้รับรู้ทำให้เขามึนตึ๊บไปทั้งหัว เขาคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ควรทำอะไรต่อไปดี เขาเป็นผู้ชายมีอะไรกับผู้ชายเรื่องนี้เขาไม่เป็นกังวลเลย แต่สำหรับ..... 

ตะวันกล้าก้มมองท้องของตัวเองแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะโน้มตัวลงไปเอาหน้าซุกกับพวงมาลัย....ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็นเรื่องจริง 

ตื๊ดดดดด ตื๊ดดดดด 

ตะวันกดรับโทรศัพท์ทั้งที่ยังซุกหน้าอยู่กับพวงมาลัย “ฮัลโหล” 

(มึงอยู่ไหน) 

“ผม....” ตะวันกล้าเม้มปากแน่น ก่อนจะกลั้นใจโกหกออกไป “ผมออกมาซื้อของที่ตลาด ใกล้จะกลับแล้วครับ” 

(รีบมา ที่ไร่มีปัญหา) 

“ครับ” 

ติ๊ด! 

ซื่อหนานกดวางสายไปแล้วตะวันกล้าจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังถนนเบื้องหน้า ยกมือขึ้นลูบหน้าเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วขับรถแล่นออกไปบนท้องถนน เรื่องนี้ยังไม่บอกใครก่อนแล้วกัน แต่ต้องระวังตัวให้มาก เพราะตอนนี้ในตัวเขา......ไม่ได้มีแค่เขาแต่ในท้องแบนราบนี้มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆอยู่ด้วย... 

1 เดือนต่อมา ผ่านวันคืนของอาการแพ้ท้องน้อยลง ตะวันกล้ายังคงตรากตรำทำบัญชีในห้อง ที่เขาขอซื่อหนานทำในส่วนนี้แทนที่จะลงไปดูหน้างาน เพราะคิดว่าร่างกายที่พ่วงด้วยลูกอยู่ในท้องอาจทำให้เขาเกิดภาวะเสี่ยงแท้งได้ การทำงานจึงค่อนข้างคล่องตัว และสบาย นานๆครั้งเขาถึงจะออกไปเดินตรวจตราไร่ ตะวันกล้าพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวังและทำตัวเป็นปกติที่สุด อย่างสุดความสามารถ... 

เดือนถัดมา ตะวันกล้าไปหาหมอตามนัด เขาตรวจฉี่และเลือด รวมถึงอัลตราซาวด์...เป็นครั้งที่สองหลังจากที่เมื่อเดือนที่แล้วคุณหมอไม่แน่ใจว่าเขาท้องแฝดหรือไม่ คราวนี้เขาจะได้รู้ว่าในท้องเขามีเด็กเล็กๆอยู่กี่คนกันแน่ 

“ยินด้วยนะครับ....ท้องแฝด” 

“ครับ….” 

เขาท้องลูกแฝด? ตะวันกล้าเบิกตากว้างมองหน้าจอตรงหน้าที่มีตัวอ่อนสองตัวขดตัวอยู่ข้างกัน ตะวันกล้ามองหน้าจอสลับกับมองท้องของตัวเองอย่างทึ้งๆ 

“ยินดีด้วยนะครับ...ดูเหมือนจะเป็นแฝดชายหญิงนะครับ” 

“.....ผม” ท้อง........ลูกแฝดชายหญิง...ตะวันกล้าเอื้อมมือแตะลงที่ท้อง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เขาดีใจปนประดักประเดิดนิดหน่อย แต่ตะวันกล้ารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก.... 

หลังจากอัลตราซาวด์ฟังคำแนะนำของคุณหมอ และข้อควรระวังรวมไปถึงการนัดพบในอาทิตย์หน้า ทั้งนี้คุณหมอยังบอกให้ตะวันกล้าระวังตัวให้มาก ตะวันกล้ารับคำแนะนำนั้นมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 

“เอ่อ...เมื่อไม่นานมานี้คุณหมอกระถินโทรมาหาผม ถามเรื่องของคุณ” 

ตะวันกล้ายกยิ้มบาง “ไว้ถึงเวลาผมจะบอกกระถินเองครับหมอ” 

“เอ่อ...ยังมีอีกเรื่องที่หมออยากบอกคุณ ตอนนี้หมอกับผู้ช่วยยังไม่แน่ใจถึงการทำงานของโครงสร้างมดลูกของคุณเท่าไหร่นัก อีกทั้ง.......เอาเป็นว่าในคราวหน้าหมออยากจะแนะนำคุณให้รู้จักหมออีกคนที่เขาน่าจะช่วยเรื่องนี้ได้.....” 

“ทำไมหรอครับ มีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ทำไมต้องเชิญหมออีกคน” 

“ครรภ์ของคุณมีความผิดปกติที่หมอตรวจพบ....แต่หมอไม่ใช่คนเชี่ยวชาญด้านนี้ ไม่ว่ายังไงคราวหน้าอยากจะขอให้คุณตะวันพาคนรู้จักมาด้วยตอนที่มาตรวจคราวหน้า.....เพราะการที่คุณดูแลตัวคุณเองมันคงไม่ดีพอสำหรับครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง” 

ตะวันกล้าลูบหน้าท้องตัวเองอย่างใจลอย มองหน้าหมอที่เผยแววเคร่งเครียดอย่างที่คนเคยเป็นหมออย่างเขาสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี 

“คราวหน้าผมจะรู้ได้ใช่ไหมครับ” 

“ครับ...ต้องขอโทษด้วยที่หมอไม่สามารถบอกคุณได้ในตอนนี้เพราะมันเป็นแค่การคาดการณ์ของหมอ เดือนหน้าถ้าคุณมา หมออาจจะยืนยันกับคุณตะวันได้ร่วมกับหมอผู้เชี่ยวชาญอีกคน” 

ตะวันกล้าพยักหน้ารับอย่างเศร้าๆ คุณหมอปลอบโยนเขาอยู่นานก่อนจะให้เขากลับบ้านพร้อมกับยาบำรุงอีกเป็นกระบุง 

เขาคิดว่าอยากจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจนกว่าอายุครรภ์เขาจะครบสี่ถึงห้าเดือน ค่อยบอกกับคนอื่น...แต่ดูเหมือนว่าแผนที่เขาวางไว้จะไม่เป็นไปตามแผนเสียแล้ว ตะวันกล้าเม้มปาก ลูบหน้าท้องแบนราบของตนอย่างใจลอย สองเดือนมานี้ซื่อหนานสงสัยในอาการของเขามากกว่าใคร แต่เจ้าตัวปลีกตัวออกจากงานที่เพิ่งลงมือทำไม่ได้ ช่วงนี้พวกเขาเริ่มทำธุรกิจครอบครัว ปัญหา และรายรับรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ไหนจะเรื่องคนงานในไร่ ซื่อหนานจึงไม่ได้สนใจเขามากนัก นานๆครั้งถึงจะกลับมานอนบ้านด้วยซ้ำ เพราะแบบนี้ถึงปิดบังพี่ชายฝาแฝดได้ ทว่า...ดูเหมือนต่อจากนี้เขาจะปิดบังซื่อหนานไม่ได้อีกแล้ว... 

“เอาเถอะ....ไม่ว่ายังไงความปลอดภัยของลูกก็สำคัญที่สุด” 

เดือนถัดมา....ตะวันกล้าตื่นแต่เช้าหลังจากที่โทรไปนัดกับกระถินให้มารับที่บ้านเพื่อไปหาหมอตามนัดด้วยกัน เขารีบทำธุระ และจัดการจับเจ้าแฝดแสบอาบน้ำ ดูแลเรื่องทานอาหาร เสร็จแล้วจึงฝากให้ป้าวันพาเจ้าแสบไปเล่นในห้องนั่งเล่น ส่วนเขาก็รีบทานอาหาร ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าบนห้องลงมาพร้อมกับเอกสาร แต่กระเป๋าที่เขามีมันมีขนาดไม่เหมาะสำหรับใส่เอกสารมากมายของเขา กระถินที่เดินทางมาถึงจึงเดินไปเล่นกับเจ้าแฝดรอเขาจัดของ ขณะที่เขากำลังเตรียมเอกสารใส่กระเป๋าและกระถินนั่งเล่นกับเจ้าแสบอยู่ที่โซฟา ซื่อหนานที่ปกติจะตื่นสายกลับเดินลงบันไดมาทักพวกเขาสองคนซะอย่างนั้น 

“เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วจะไปไหนกันแต่เช้า” 

“นะ!/นะ!” เสียงสองแสบร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนจะดีดดิ้นยื่นมือออกไปหาซื่อหนานที่กำลังจ้องเขม็งตะวันกล้ากับกระถินอย่างคาดคั้น 

ซื่อหนานเดินไปอุ้มเจ้าแสบมาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกัน แม้จะหนักจนต้องนิ่วหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย 

“เอ่อ...ฉันมารับตะวัน เอาไปรษณีย์ไปส่งที่อำเภอน่ะ อีกอย่างไม่เจอกันนานเลยอยากไปแฮงเอาท์กันหน่อย” 

“หรอ” 

ซื่อหนานรับคำอย่างไม่เชื่อก่อนจะเชิดหน้ามองไปทางอื่น แล้วบอกกับพวกเขาเสียงเรียบ “ไปได้ แต่อย่ากลับเกินหนึ่งทุ่ม ที่นี่ถนนเปลี่ยว กลับดึกอันตราย” 

“ครับ กลับมาไม่เกินทุ่มนึงแน่นอน ไปกันเถอะกระถิน ไปก่อนนะเจ้าแสบ ฟอดดดดดดด! ฟอดดดดดด! 

“คิคิ แอ้ ตะ.../คิคิ ตะ...” 

“ตอนเย็นเจอกันนะเจ้าแสบ....ไปก่อนนะครับ” 

หลังจากหอมแก้มยุ้ยขาวกลมสองลูกพอใจแล้วตะวันกล้าจึงหันไปยิ้มประจบซื่อหนานแล้วหมุนตัวออกไป 

วูบบบบบบบบ 

ตะวันกล้าจับต้นคอตัวเอง รู้สึกขนลุกจนเย็นวาบไปหมด ตะวันกล้ากลั้นหายใจหันกลับไปมองซื่อหนานแล้วยกยิ้มเจื่อนก่อนจะเดินออกไปตามหลังกระถิน 

พอขึ้นรถมาได้ สารถีสาวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โคตรกดดันอ่ะแก” 

“รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะค่อยๆเล่าผลตรวจให้ฟัง” 

“อื้ม” 

พอขับออกมาจากไร่ได้ ตะวันก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้กระถินฟัง คนเป็นเพื่อนได้ยินผลตรวจที่ตนคาดว่าสิ่งที่สงสัยกันไว้อาจจะเป็นจริง แต่พอมันเกิดขึ้นจริงแล้วกลับรู้สึกทึ่งจนพูดไม่ออก ตะวันกล้าที่เก็บความประหลาดใจไม่มีที่ระบายมานานถึงสามเดือนจึงระบายออกมาไม่หยุด 

“ฉันไม่อยากจะเชื่อกระถิน...มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันเคยตรวจร่างกายมาแล้วนะเว้ย” 

“แกเคยตรวจร่างกายมาแล้วก็จริง แต่เคยแค่เอ็กซเรย์ทรวงอกเถอะย่ะ ช่วงท้องบริเวณท้องน้อยเคยตรวจเช็คหรือเปล่าเถอะ”  กระถินตอบพลางเลี้ยวรถเข้าจอดบริเวณที่จอดรถหน้าโรงพยาบาล ตะวันก็ยังไม่หยุดพูดให้เพื่อนฟัง คงจะตื่นเต้นและเก็บกดมานาน 

“กระถิน แต่ว่า...” 

“ฉันรู้ ว่าแกไม่เชื่อ เพราะแกเคยเป็นหมอ กายวิภาคอะไรเราก็เรียนมาเหมือนๆกัน แต่แก...ขนาดพี่แกยังท้องได้เลยนะเว้ย บางทีไอ้สิ่งที่เราเรียนมามันก็อาจจะไม่ใช่ชีวิตจริงๆของคนใดคนหนึ่งสักทีเดียว” 

อีกอย่างแกก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ปกติเหมือนพี่ด้วยเพราะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน มันอาจเป็นพันธุกรรม กระถินเอ่ยต่อในใจ 

กระถินพาตะวันกล้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พาไปติดต่อขอพบหมอที่นัดไว้ รอสักพักก็มีพยาบาลเดินเข้ามาเชิญไปพบที่ห้องตรวจ 

“เลิกหน้านิ่วแล้วเข้าไปตรวจเถอะ” กระถินบอก พลางดุนแผ่นหลังของเพื่อนเข้าไปในห้องตรวจ 

หลังจากตรวจเช็คทุกอย่างตามขั้นตอน และอัลตราซาวด์เรียบร้อย ข่าวใหม่ที่ตะวันกล้าได้รับทำให้ร่างโปร่งยิ้มไม่หุบ วันนี้เขาได้เห็นหน้าลูกชัดขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา เขาเห่อรูปที่เพิ่งได้ปริ๊นท์ออกมาได้แล้วลูบไม่หยุด จนกระถินเอ่ยปากแซว แต่แล้ว....เขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อหมอแจ้งข่าวที่น่าใจหายให้แก่เขาได้รับรู้ คงจะเป็นข่าวที่คุณหมอเคยเกริ่นกับเขาไว้เมื่อเดือนที่แล้ว และวันนี้หมอผู้เชี่ยวชาญที่คุณหมอพามาก็เข้ามาดูด้วย 

“หมอดูผลตรวจโดยละเอียดแล้วค่อนข้างแน่ใจว่ามดลูกของคุณไม่สมบูรณ์นะครับ ผมคาดว่าในครั้งแรกที่คุณมีอะไรกับคนรักตามที่คุณเล่าให้ฟัง อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ อันที่จริง ดูจากความสมบูรณ์ของมดลูกแล้ว คุณไม่น่าท้องได้เลยด้วยซ้ำ....” 

“คุณหมอจะบอกอะไรผมก็พูดมาตรงๆเถอะครับ ผมรับได้” คุณหมอหนุ่มหันไปสบตากับกระถินแล้วระบายลมหายใจออกมาแผ่วเบา 

“คุณมีโอกาสแท้งสูงครับ ครรภ์อาจจะเป็นผิด หรือถ้าโชคดีหน่อยเด็กอาจรอด แต่ว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติด้านใดด้านหนึ่งเหมือนกัน เพราะจากการตรวจอย่างละเอียด มดลูกของคุณไม่สมบูรณ์มากๆ ผมแนะนำว่า....” 

ตะวันกล้าใจหาย สังหรณ์ใจว่าคำแนะนำนั้นจะไม่ใช่วิธีที่ดีนักสำหรับเขา... 

“พอจะมีวิธี...ที่ทำให้พวกเขารอดไหมครับ ขอร้องละ ผมพร้อมจะทำทุกวิธี!” 

ไม่ยอมหรอก ไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไรเด็ดขาด เขายังอยากจะเห็นหน้า....เด็กน้อยสองคนนี้... 

คุณหมอทั้งสามทำหน้าลำบากใจ ดูเหมือนพวกเขาจะคุยกันเรื่องนี้มาแล้ว และคงคำนวณเปอร์เซ็นต์รอดและความเป็นไปได้ของการตั้งครรภ์ครั้งนี้ของเขาเสร็จสรรพ และเปอร์เซ็นต์นั้นคงจะน้อยมากๆ พวกคุณหมอถึงได้ทำหน้าไม่สู้ดี 

“หมอขอบอกตามตรงว่าถ้าคุณเลือกพวกเขา คุณเองก็เสี่ยงมากเช่นกัน ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่คุณจะไม่ปลอดภัย” 

“ตะวัน......” กระถินยื่นมือมาบีบมือเขาไว้แน่น 

ตะวันกล้ามองหน้าคุณหมอแล้วก้มลงมองภาพอัลตราซาวด์ในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ตกลงครับ ผมยอมทุกอย่าง” 

“ตะวัน....” 

“ฉันตัดสินใจดีแล้วกระถิน” ผมบอกเพื่อนเสียงเรียบก่อนจะรับฟังคำแนะนำของคุณหมอที่อยากจะให้เขาแอดมิดเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่อายุครรภ์ได้สี่เดือนจนถึงวันคลอด หลังจากนั้นเขาก็ได้ยาบำรุงมาอีกเป็นกระบุงใหญ่ 

พอขึ้นมาบนรถตะวันกล้าขามากับขากลับต่างกันลิบลับ กระถินมองเพื่อนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว นี่มันเรื่องใหญ่มากๆ และพ่อของเด็กอีกคนก็ควรได้รู้เรื่องนี้ 

“แกต้องบอกเขา นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ อย่าสนใจความรู้สึกซื่อหนานมากนักเลย นายควรสนใจความรู้สึกตัวเอง ของลูก และเต๋อหัวที่กำลังจะกลายมาเป็นครอบครัวของแกนะ” 

“แกพูดเหมือนมันง่าย” 

“ทำไมมันจะเป็นเรื่องที่ง่ายไม่ได้...” 

“แกไม่เข้าใจ” 

“แกจะจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่แกไม่ได้ก่อไม่ได้ เรื่องที่เขาสองคนผิดใจกันก็ให้พวกเขาเคลียร์กันเอง และถ้าเขารักแกมาก เขาต้องสู้เพื่อให้ได้มายืนข้างแก” 

ตะวันกล้าน้ำตาคลอ หันไปมองหน้ากระถินแล้วน้ำตาซึมไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ฉันไปเจอคลิป....” 

“คลิป? คลิปอะไร” 

“คลิปที่เต๋อหัวทำร้ายปู่ของฉัน ทรมานเขาจนเขาตาย” 

“นั่น.....” 

“ความจริงคลิปนี้คนที่ต้องได้ดูคือซื่อหนาน แต่พวกมันเข้าใจว่าฉันคือซื่อหนาน ฉันถึงได้เป็นคนดูคลิปบ้าๆนั่น” 

“ตะวัน...นี่แกพูดจริงหรอ?” กระถินชะลอรถ แล้วหันไปมองหน้าเพื่อน 

“แล้วคลิปนั่นอยู่ที่ไหนแล้ว” 

“ฉันทำลายมันทิ้งไปแล้ว.....” ตะวันกล้าสูดลมหายใจเข้าแล้วยกมือปาดน้ำตา “คิดหรอ....ว่าถ้าซื่อหนานได้ดูคนที่เลี้ยงเขามาตายอย่างทรมานแล้วซื่อหนานจะยอมอยู่เฉย” 

“..........” 

“ส่วนฉัน....ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาทำอะไรกับครอบครัวฉัน แกจะยังให้ฉันใช้ชีวิตกับเขาอย่างมีความสุขอย่างงั้นหรอ แล้วฉันจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเขาได้ยังไง.......” 

“เฮ้ย...อย่าร้องอีกเลย ฉันขอโทษ....” กระถินยื่นมือมาลูบหลังเพื่อน แล้วถอนหายใจออกมา “ทำไมแกไม่บอกฉัน ระบายอะไรบ้างก็ยังดี เก็บไว้คนเดียวแบบนี้ได้ยังไง ยิ่งท้องอยู่ด้วย พอๆๆ เลิกร้อง เดี๋ยวจะกระทบถึงลูก...” 

ตะวันกล้าพยักหน้ารับก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์แล้วพรูลมหายใจออกมา “ฉันไม่ได้แค้นเขาหรอก.....แต่มัน....” 

“โอเคๆ ไม่ต้องพูดแล้ว....แต่สำหรับฉัน....เรื่องลูก...ยังไงแกก็ต้องบอกเขานะเพราะเขาก็เป็นพ่อของเด็กเหมือนกัน” 

ตะวันกล้าเงียบไม่พูดอะไรต่อ กระถินเห็นว่าเพื่อนยังสับสนไม่กล้าตัดสินใจ จึงไม่พูดอะไรต่อปล่อยให้เจ้าตัวได้ตัดสินใจเองจะดีกว่า เฮ้อ มันเป็นเรื่องของคนสองคนแท้ๆทำไมเรื่องราวถึงได้ยากขนาดนี้นะ..... 

“ขอบใจมากหมอ ยังไงผมฝากดูแลเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง แล้วผมจะส่งคนไปช่วยอีกทีหลังจากเขาพร้อม” 

(ครับ) 

ติ๊ด 

**!** 

เซบาสเตียนกดวางสายแล้วเดินไปที่ห้องกระจกมองเข้าไปในห้องนั้นเห็นร่างสูงใหญ่ของรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างเต๋อหัวกำลังค่อยๆใช้เท้าเดินไปหาคุณหมอผู้ดูแลอยู่ยังไม่อยากเข้าไปรบกวนแต่ร่างสูงใหญ่นั้นกลับหันมาสบตากับเขา เซบาสเตียนจึงเดินเข้าไปหา 

“ดีขึ้นเยอะเลยนิ” 

“.....” 

เต๋อหัวไม่พูดอะไรเพียงแต่ค่อยๆขยับเท้าเดินไปนั่งบนเก้าอี้แล้วเปิดขวดน้ำยกขึ้นดื่ม หลังจากที่เต๋อหัวรู้เรื่องว่าตัวเองเดินไม่ได้ เขาก็มักเก็บตัวเงียบไม่สนใจใคร และอารมณ์รุนแรงจนใครก็รับไม่ไหว โชคดีที่คนของฮั้นตี้ที่คอยสืบส่งข่าวเรื่องลูก สังเกตเห็นความผิดปกติของตะวันกล้า ฮั้นตี้จึงส่งเรื่องนี้มาให้เขาสืบต่อจนรู้ว่าตะวันกล้าเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆเพราะอะไร....เขานำเรื่องนี้มาบอกกับเต๋อหัว หวังให้เต๋อหัวมีกำลังใจในการบำบัด และมันก็ได้ผลจริงๆ 

“เอามา” 

เซบาสเตียนเหลือบมองมือที่ยื่นมาของเต๋อหัวแล้วนึกหมั่นไส้ แต่หลายเดือนมานี้เจ้าตัวมีวินัยในการทำกายภาพบำบัดมากจนผลการบำบัดรุดหน้าไปมาก เซบาสเตียนจึงอดไม่ได้ที่จะช่วยเหลืออีกฝ่ายด้วยการส่งคนเข้าไปแทรกแซงในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการของตะวันกล้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทุกๆผลตรวจ ทุกๆผลอัลตราซาวด์จะถูกส่งเข้าเมลล์เขาตลอด และเวลาที่เขามาเยี่ยมจะต้องยื่นผลคืบหน้าในการตรวจของตะวันกล้าให้เต๋อหัวดูทุกครั้ง 

“อาการไม่สู้ดีเท่าไหร่” 

เต๋อหัวรับไอแพดมาดูแล้วเลื่อนดูผลตรวจทั้งหมด อ่านไม่เข้าใจเท่าใดนักจึงคอยฟังเซบาสเตียนอธิบายให้ฟัง 

“ครรภ์ไม่สมบูรณ์ มีสิทธิ์แท้ง” 

“.......” เต๋อหัวซูมดูภาพอัลตราซาวด์ เห็นใบหน้าเล็กตรงหน้าถึงกับหลุดยิ้มอ่อนจาง แต่พอได้ยินผลตรวจจากเซบาสเตียนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราจึงขมวดคิ้วเข้ม 

“สิทธ์แท้ง?” 

“ใช่....และเสี่ยงเสียชีวิตด้วย” 

“เขาว่าไง” 

“เขาบอกว่าจะเก็บเด็กเอาไว้” เต๋อหัวยื่นไอแพดส่งคืนให้เซบาสเตียนแล้วลุกขึ้นยืน 

“อีกนานแค่ไหนที่ฉันจะกลับมาเดินได้ปกติ” 

“.......อย่างน้อย 2 เดือน” 

“ไม่...1 เดือน ฉันอยากจะใช้เวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น” ไม่ว่ายังไงเขาอยากจะเจอตะวันกล้าให้เร็วที่สุด เขารูว่าตะวันกล้าจะจากเขาไปแต่ใจก็แอบหวังไม่ได้ ตอนที่ฟื้นขึ้นมาถึงได้ผิดหวัง เสียใจ เขาเพิ่งเคยได้รับรู้ความรู้สึกนี้อีกครั้งหลังจากที่ใจฝังความแค้นมาเนิ่นนาน 

“เฮ้อออ ถ้าฉันช่วย...ฉันไม่ช่วยฟรีๆหรอกนะ ทุกอย่างมันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” 

เต๋อหัวเหลือบตามองเซบาสเตียน แล้วพยักหน้า เขารู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเซบาสเตียนไม่ยอมช่วยใครโดยไม่หวังผลหรอก 

“ดี...งั้นฉันจะขอศึกษาเคสผู้ชายท้องได้อย่างเคร่งครัด โดยใช้เลือดจากตะวันกล้า...” 

เต๋อหัวเลิกคิ้ว “นายเอาไปแล้วไม่ใช่หรอ เลือดของซื่อหนาน” 

“นั่นก็ใช่ แต่ถ้าได้เลือดของตะวันกล้ามาศึกษาเพิ่มเติมอีก งานของฉันจะได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าโครงการวิจัยของฉันอาจจะสำเร็จขึ้นมาก็ได้” 

“ไอ้การตัดต่อยาพันธุกรรมของนายที่คิดจะให้ผู้ชายท้องได้ ถ้าทำขึ้นมาจริง....นายติดคุกได้นะเซน” 

เซบาสเตียนยักไหล่ “ฉันไม่กลัว” รัฐบาลทำอะไรเขาไม่ได้หรอกพวกนั้นยังต้องพึ่งเขาทำงานหลายอย่าง ไม่มีทางหันมาเล่นงานเขาที่คอยช่วยงานพวกมันแน่ ของแบบนี้มันอยู่ที่ผลประโยชน์ 

“ถ้านายอยากเดินเป็นปกติได้ภายในหนึ่งเดือนร้อยเปอร์เซ็นต์ละก็คงเป็นไปไม่ได้ ที่ช่วยได้คงได้สัก 70 80 เปอร์เซ็นต์” 

“ตกลง” เต๋อหัวตอบตกลงทันที ก่อนจะเดินไปเล่นเวจและเดินไปเริ่มต้นเดินใหม่ ตามรอบการฝึกเดิน.... 

เซบาสเตียนมองดูเต๋อหัวฝึกกายภาพบำบัดอยู่สักพักคนสนิทก็เดินมาเตือนเรื่องตารางการทำงานของเขา เขาถึงได้ผละออกไปเคลียร์งานโดยที่ไม่ลืมหันไปสั่งหมอว่าเขามีเรื่องจะคุยด้วยเรื่องแผนการบำบัดของเต๋อหัว ในเมื่อคนป่วยอยากจะไปหาลูกหาเมียเร็วๆ มันก็ต้องเปลี่ยนแผนการบำบัดนิดหน่อย.... 

ไร่ตะวันจันทร์ 

“ช่วงนี้มาบ่อยจังเลยนะ” ซื่อหนานเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้วเห็นกระถินนั่งเล่นอยู่กับเจ้าแฝดที่เริ่มเดินและพูดเป็นคำๆได้บ้างแล้ว 

“หนาน/หนาน...” 

เจ้าแสบโกงก้นลุกขึ้นยืนแล้วเดินเต๊าะแต๊ะเข้ามาหาซื่อหนาน ในมือถือเลโก้ยื่นให้ซื่อหนานพร้อมกับพูดคำว่าเก่งเก่งไม่หยุด 

ซื่อหนานยกยิ้มทรุดตัวนั่งบนโซฟา ใต้หล้าในชุดเสื้อยืดตัวบางสีขาวกางเกงลงผึ้งเดินเข้ามาเกาะขาเขาแล้วใช้หน้าถูไถไปมา “ใต้ เก่ง” 

“ครับๆ” 

“ก้องเก่ง” ก้องภพปีนขึ้นมาบนโซฟาซุกหน้าลงที่ตักของซื่อหนานมองซื่อหนานตาแป๋ว ซื่อหนานจึงก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยๆฟอดใหญ่แล้วลูบหัวก้องภพบอกว่าเก่งเหมือนกัน 

“เด็กๆพัฒนาการดีมากเลยนะขวบนึงแล้วหรือยัง” 

“อีก 3 เดือน” 

“พูดเก่ง ถามยังมีสมาธิมากด้วย พาลูกไปวัดไอคิวก็ดีนะ แบบพวกตรวจลายมืออะไรพวกนั้นด้วยก็ดี จะได้รู้ว่าควรพัฒนาเด็กแบบไหน” 

ซื่อหนานส่ายหัว “ไม่จำเป็น ลูกฉัน ฉันรู้ดีว่าพวกเขาเป็นยังไง” กระถินได้ยินอย่างนั้นก็เบ้ปากหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มของใต้หล้าที่เดินมาหยิบเลโก้มาต่อ ส่วนก้องภพยังคงนอนบนตักของซื่อหนานตรวจดูเลโก้ในมือป้อมขาวของตัวเอง 

“เธอยังไม่ตอบคำถามฉัน ทำไมช่วงนี้ถึงได้มาที่นี่บ่อยนัก” 

“เอ่อ มาเยี่ยมตะวันน่ะ” 

“มาเยี่ยมทำไมบ่อยๆ มันป่วยหรือไง” ซื่อหนานหรี่ตาถามเสียงเข้ม กระถินยิ้มแห้ง เสตามองไปทางอื่น คิดในใจว่าซวยแล้ว นี่ตะวันยังไม่บอกเรื่องที่ตัวเองท้องกับซื่อหนานอีกหรอ 

“เปล่าๆ แค่เบื่อๆที่โรงพยาบาลน่ะมาไร่บ่อยๆถือว่าพักผ่อนไปในตัวด้วย” กระถินอธิบาย สักพักเสียงของใต้หล้าวี๊ดร้องขึ้นเมื่อเห็นตะวันกล้าเดินเข้ามาในห้องรับแขก ร่างเล็กป้อมเดินเต๊ะแต๊ะเข้าไปหาคุณอา สอดตัวเข้าไปเกาะขาของคุณอาไว้แน่น ก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่อตะวันกล้ายื่นมือมาอุ้มตนจนตัวลอย 

“อารมณ์ดีจริ๊งจริง ฟอดดดด” 

“คิกคิกคิก ตาวาน” ยิ้มจนเห็นเหงือกชมพูกับฟันสองซี่หน้า ฮึ่ม! หมั่นเขี้ยว อีกสักฟอดดีกว่า 

ฟอดดดดดด 

“ตาวาน” ใต้หล้าเอื้อมแขนอวบมากอดคอตะวันกล้าเอาไว้แล้วซุกหน้าลงไปกับอกแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ 

“เพิ่งตื่นหรอ” กระถินเอ่ยถามตะวันกล้าที่กำลังจัดท่าใต้หล้าให้นั่งอยู่บนตักดีๆ 

“อื้ม” 

“คิกคิก....ตาวานนน น้องน้อง” 

หืม? 

ใต้หล้าที่นั่งหันหน้าเข้าหาตะวันกล้าจิ้มนิ้วขาวป้อมลงบนหน้าท้องของตะวันกล้าแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ คำพูดของเด็กยังไม่ถึงขวบปีทำให้ผู้ใหญ่สามคนในห้องรับแขกมีสีหน้าต่างกันออกไป 

“น้องอะไรใต้” 

“นี่ๆ” ใต้หล้าจิ้มนิ้วลงไปบนหน้าท้องตะวันกล้า จนคนเป็นอาต้องรีบจับมือเล็กขาวป้อมเอาไว้ไม่ให้ขยับ 

“เอ่อ อาจจะหมายถึงใต้หล้าอยากมีน้องละมั้ง ฮ่าๆๆ” กระถินแก้ต่าง แต่ซื่อหนานยังคงนั่งขมวดคิ้วเป็นปมไม่ชอบใจ 

ซื่อหนานเหลือบมองหน้าท้องของตะวันกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับตะวันกล้า หลายเดือนมานี้น้องชายมีอาการแปลกๆไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง ซื่อหนานครุ่นคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ไม่มีเวลาเรียกตัวอีกคนมาคาดคั้น เพราะมัวแต่เร่งทำงานที่ลงมือทำไป เขาวุ่นจนหัวหมุนแม้จะได้ยินข่าวจากคนงานพูดกันมาว่าน้องชายเขาไปโรงพยาบาลทุกเดือน แต่ก็ไม่มีเวลาสอบถามเพราะตะวันกล้าเองก็เลี่ยงที่พบเขาเช่นกัน เฮอะ! ดูท่าวันนี้เรื่องที่เขาสงสัยจะกระจ่างขึ้นมาบ้างแล้ว และมันก็ไม่เกินจากที่เขาคาดไว้เลย 

“มีอะไรจะพูดไหม” 

“ผม...” ตะวันกล้าอำอึ้ง สมองเขามึนตึงไปชั่วขณะ 

“เอ่อ ซื่อหนาน...ความจริงแล้ว...” กระถินกำลังจะอธิบายแทน แต่ป้าแม่บ้านดันวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน 

“คุณจันทร์คะ! คุณตะวันคะ! แย่แล้วค่ะ” 

“มีอะไรครับป้าวันวิ่งหน้าตื่นมาเชียว” ตะวันกล้าเอ่ยถาม ก่อนจะอุ้มใต้หล้าวางนั่งลงบนโซฟาข้างตน 

“มีใครไม่รู้ค่ะ พาผู้ชายใส่ชุดสีดำมาเต็มหน้าบ้านไปหมด น่ากลัวมากเลยค่ะ” 

ซื่อหนานหันมาสบตากับตะวันกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มก้องภพส่งให้ป้าวัน “ป้าวันพาเด็กๆขึ้นไปข้างบน เดี๋ยวพวกเราจะไปดูเอง” 

“ให้ป้าตามคนงานให้ไหมคะ พวกเขาน่ากลัวมากอย่างกับพวกมีอิทธิพล” 

“ไม่เป็นไรครับป้าวัน ไปเถอะ” ตะวันกล้าเอ่ยสำทับก่อนจะอุ้มใต้หล้าส่งให้กระถิน “แกก็ไปกับป้าวันด้วย” 

“แต่ว่า...” 

“ไปเถอะ” ตะวันกล้าย้ำเสียงเข้ม ก่อนจะเดินตามหลังซื่อหนานออกไปจากห้องรับแขก ซื่อหนานเดินไปเปิดเอาปืนลูกซองออกมาแล้วเดินนำเขาออกไป ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาของพี่ชายทำให้ตะวันกล้าเป็นกังวลว่าคนที่มานั้นเป็นใคร เพราะคราวนี้ดูเหมือนพี่ชายเขาจะเอาจริงและไม่มีทางยอมง่ายๆ 

แกร๊ก! 

“พวกแกเป็นใคร” ซื่อหนานถามเสียงเข้ม ยกมือขึ้นเล็งไปทางชายร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกางเกงสแล็คสีดำยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่ ตะวันกล้าขมวดคิ้วมองผู้ชายคนนั้นแล้วนึกคุ้นเคยอยู่ในใจ 

“เอาปืนลง” เสียงเข้มเอ่ยบอกคนติดตามที่ยกปืนขึ้นเล็งมาทางพวกเขา ก่อนจะหมุนตัวหันมาหาพวกเขา 

“เต๋อหัว!” ตะวันกล้าเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเหม่อลอย และตกใจด้วยไม่คิดว่าเต๋อหัวจะมาหาเขาเร็วแบบนี้ เพราะเท่าที่จำได้ตะวันกล้าเพิ่งติดต่อหาเต๋อหัวผ่านฮั้นตี้ไปไม่กี่วันมานี้เอง 

“ไม่เจอกันนานนะตะวัน” 

“ผม...” 

ปัง! 

ยังไม่ทันที่ตะวันกล้าจะตอบกลับไป ซื่อหนานก็เล็งปืนยิงไปที่ไหล่ของเต๋อหัวทันที โชคดีที่มันแค่โดนแบบถากๆ ตะวันกล้ารีบก้าวไปรั้งพี่ชายฝาแฝดเอาไว้ทันที “ซื่อหนาน! พี่ทำอะไร!” 

“ฆ่ามันไง! ไหนๆมันก็มาให้ฆ่าถึงที่” 

“พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้นะ” 

“ทำไม? หรือเพราะมันเป็นอะไรกับสิ่งที่อยู่ในท้องมึงใช่ไหม!!” 

“พี่....” 

“ถ้ากูไม่สังเกต และถ้ามันไม่มาเหยียบหัวกูถึงนี่มึงก็คงไม่คิดจะบอกกูใช่ไหมตะวัน!!!” 

“ไม่ใช่! ไม่ใช่นะพี่!” 

ซื่อหนานสะบัดตัวออกจากการจับกุมของตะวันกล้า จนร่างโปร่งของตะวันกล้าเซจะล้ม เต๋อหัวเห็นอย่างนั้นจึงก้าวเท้าจะเดินเข้าไปหา แต่ซื่อหนานยกปืนขึ้นมาเล็งไว้ซะก่อน 

“กูไม่มีวันให้มันไปยุ่งกับคนอย่างพวกมึงหรอก ต่อให้ท้องกับมึงแล้วก็ตาม!” 

เต๋อหัวสบตากับซื่อหนานนิ่ง เขาไม่ชอบใจกับคำพูดของซื่อหนานมาก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนกำมือแน่นมองอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ไม่ยอมแพ้ 

“ฉันมาที่นี่เพื่อมาดูแลลูกและตะวันกล้า” 

“ขำตายละ มึงคิดว่ากูจะให้คนที่ทำร้ายครอบครัวกูอยู่ที่นี่งั้นหรอ” 

เต๋อหัวกับซื่อหนานสบตากันนิ่ง ซื่อหนานเหยียดยิ้มเหี้ยมมองเต๋อหัวด้วยแววตาแข็งกร้าวแล้วหันไปมองตะวันกล้าแล้วตวัดตากลับไปมองเต๋อหัว “หรือถ้าจะอยู่....มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ซื่อหนานบอกตาวาว มองเต๋อหัวแล้วยกยิ้มมุมปาก 

“ซื่อหนาน....พี่....” 

“เรื่องนี้มึงไม่ต้องมายุ่ง!” 

ตะวันกล้าหน้าเสียพูดอะไรไม่ออก หันไปมองเต๋อหัวแล้วนึกเสียใจที่ตนติดต่ออีกฝ่ายไป มันเป็นการตัดสินใจที่ผิด ผิดมหันต์! 

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร” 

“มึงต้องมาเป็นคนงานที่นี่ ถ้าเป็นไม่ได้ก็ไปซะ!” 

================================ 

 

ความคิดเห็น