พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เค้นความจริง (30%)...ฮอตฉ่า+ซาดิสม์ อิอิ

ชื่อตอน : เค้นความจริง (30%)...ฮอตฉ่า+ซาดิสม์ อิอิ

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เค้นความจริง (30%)...ฮอตฉ่า+ซาดิสม์ อิอิ
แบบอักษร




หลังจากหยิบกุญแจสำรองที่รับมาจากนิติบุคคลออกจากกระเป๋า เธอก็ยืนชั่งใจอยู่สักพัก จากนั้นก็ตัดสินใจไขประตู ทันทีที่ประตูเปิดอ้าออกนัยน์ตากลมโตก็สอดส่ายไปทั่วรัศมีอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าเจ้าของห้องไม่อยู่จริงๆ เธอถึงก้าวเข้าสู่ภายใน เดินเร็วๆ ไปยังโซนรับแขก ก่อนจะวางถุงเสื้อไว้ตรงโซฟา จากนั้นก็หมุนตัวตั้งท่าจะรีบออกไปจากที่นี่ ทว่าพอหันหลังกลับเธอก็ชนเข้ากับอกแกร่งเต็มๆ ร่างบางสะดุ้งเฮือก ตัวเกร็งและลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อรับรู้ว่าตัวเองชนเข้ากับเจ้าของห้อง พอได้สติเธอก็รีบเด้งตัวถอยห่าง        

“จะรีบไปไหนเล่า”

เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ขณะสาวเท้าก้าวตามอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางใจเย็น ผิดกับเธอที่ลนลานจัดจนถูกต้อนไปจนมุมตรงผนัง มิหนำซ้ำยังถูกเขากักตัวไว้ด้วยการทาบมือเข้าที่ผนังตีกรอบล้อมวงด้วยวงแขนแกร่ง แล้วโน้มใบหน้าเรียบนิ่งที่ดูหล่อและโคตรแบดลงมาหาจนปลายจมูกแทบชนกัน       

“ว่าไง จะรีบไปไหน”

“ไหนคุณว่าจะไปออกเดตกับสาวไง” คิริมาไม่ตอบแต่อุบอิบตั้งคำถามสวนกลับในสภาพตัวเกร็งและหายใจสะดุดด้วยความตระหนกกับการถูกจู่โจม  

“ผมเปลี่ยนใจ เพราะต้องอยู่ ‘เช็กของ’ กับคุณ…ก็เลยไม่ไป” เขาจงใจกระซิบเสียงห้าวเจือแหบที่ข้างใบหูน้อย ทำเอาคิริมาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงโลด    

“งั้นก็ปล่อยฉัน แล้วไปเช็กเสื้อกีฬาของคุณโน่น เสร็จแล้วฉันจะได้กลับ” คนที่ประจักษ์ว่าตัวเองโดนหลอกเต็มๆ เอ่ยเสียงติดจะสะท้าน เมื่ออีกฝ่ายจงใจปัดป่ายจมูกตรงซีกแก้มเนียน         

“มาแล้ว…จะรีบไปไหนนักหนา” เขายกหน้าห่าง แล้วเอ่ยเสียงชวนใจสั่น   

“ฉันจะรีบกลับบ้าน  ปล่อยฉันได้แล้ว” เธอเอ่ยพลางขืนกายออกจากการคุกคาม ทว่านอกจากจะไม่สำเร็จแล้วเขายังขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้น    

“ถ้าอยากให้ปล่อยก็ตอบมาก่อนสิ ว่าช่วงนี้คุณได้รับดูแลใครหรือเปล่า  แบบว่าผู้ป่วยไร้ญาติอะไรทำนองนั้น” เขาเปรยหยั่งเชิง แล้วก็เห็นเธอขมวดคิ้วน้อยๆ     

“ถามอะไรแปลกๆ”  

“แล้วถ้าผมจะถามเรื่องแม่ผมล่ะ” คราวนี้เสียงกระด้างโพล่งขึ้นแบบตรงประเด็น ไม่อาจอ้อมค้อมได้อีกต่อไปเพราะความร้อนใจเรื่องแม่ทำให้อกเขาแทบไหม้อยู่แล้ว    

“คุณพูดอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง” การปฏิเสธหน้าตายทำให้กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น นี่เธอจะโกหกเขาไปเสียทุกเรื่องเลยหรือยังไง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยรู้จักเขา หรือเรื่องแม่ของเขา    

“อย่ามาตอแหล!” คนเจ้าอารมณ์ตวาดลั่นทำเอาเธอสะดุ้งเฮือก ก่อนจะจับไหล่มนทั้งสองข้างบีบแรงๆ แล้วจ้องหน้างามเขม็งพร้อมเค้นเสียงกระด้างเอ่ยคาดคั้น    

“พูดความจริงมาดีกว่า ว่าคุณไปรู้จักแม่ผมได้ยังไง และตอนนี้คุณเอาแม่ผมไปไว้ที่ไหน”

เขาเอ่ยด้วยท่าทางหัวเสีย นัยน์ตาไหววูบ จะไม่ให้เขากระวนกระวายใจได้ยังไงไหวในเมื่ออยู่ๆ แม่ของเขากับคนสนิทของท่านก็หายไปจากบ้านหลังที่เขาไปพบในวันนั้น หายไปอย่างไร้ร่องรอยชนิดที่คนของพ่อเขาตามหาไม่เจอ มันทำใจไม่ง่ายเลยที่เกือบจะได้แม่กลับคืนมาแล้ว แต่อยู่ๆ ก็เหมือนโอกาสหลุดลอยไปเสียดื้อๆ      

วาจาที่หลุดออกมาจากปากหยักทำให้คนฟังถึงกับนิ่งค้างไปชั่วเสี้ยวนาที ก่อนจะปรับสีหน้าให้ราบเรียบไร้อารมณ์ความรู้สึก ความอ่อนไหวที่สัมผัสได้ผ่านทางแววตาคู่นั้นมันทำให้เธอแทบไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับเรื่องนี้ หากแต่จิตใต้สำนึกกลับบอกว่าเธอต้องแข็งใจทำอย่างที่ตั้งใจไว้ ใช่จะไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกชายเพื่อนสนิทของแม่อย่างป้ากรองแก้วที่เธอรับดูแลเอาไว้ เพียงแต่ว่าเธอมิอาจปริปากบอกอะไรออกไปในตอนนี้ เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้มีคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านที่เธอเช่าให้ป้ากรองแก้วอยู่กับคนสนิทของท่าน จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ที่น่าตกใจก็คือดูจากรูปการณ์แล้วคนร้ายไม่ได้ต้องการแค่ข่มขู่หรือว่าชิงทรัพย์ แต่มันหมายเอาชีวิตของทั้งคู่                    

ฉะนั้นพ่อของเธอจึงให้คนพาไปรักษาตัวในที่ปลอดภัย และห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด แม้แต่พงษ์สวัสดิ์กับพ่อของเขาก็ห้ามปริปากบอกอย่างเด็ดขาด เพราะเท่าที่รู้คือมารดาของเธอบอกว่าพงษ์สวัสดิ์และพ่อของเขาตัดขาดจากป้ากรองแก้วมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ด้วยเหตุผลใดนั้นยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่แม่ของเธอเทน้ำหนักไปทางที่ว่าป้ากรองแก้วถูกสามีทอดทิ้ง และอาจจะด้วยเหตุผลที่คนสนิทของป้ากรองแก้วบอกมา คือนายบัญชาไม่ต้องการเมียเพราะหมดรัก และปรารถนาจะไปใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนใหม่                              

“ฉันไม่รู้จักแม่ของคุณ” คิริมายังคงยืนกรานปฏิเสธ และการโกหกแบบหน้าซื่อตาใสก็ทำให้เขาถึงกับคำรามลั่นด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านเต็มอัตรา  

“หึ…แน่ใจเหรอว่าคุณไม่รู้จักผู้หญิงที่ชื่อกรองแก้ว” พงษ์สวัสดิ์แค่นยิ้ม แล้วกระชากเสียงเอ่ยชื่อแม่ของตัวเองออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาคิริมาแทบพูดไม่ออก       

“แน่ใจ” เธอยังคงกัดฟันยืนยันคำเดิม   

นัยน์ตาคมที่เมื่อครู่เจือแวววูบไหวมาบัดนี้กลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าใจหาย จนเธออยากจะพูดความจริงออกไป แต่ตระหนักดีว่ามันยังไม่ถึงเวลา เธอต้องรอให้คนของพ่อสืบดูก่อนว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวเขาเป็นยังไงกันแน่ พ่อของเขาผลักไสป้ากรองแก้วออกไปจากชีวิตจริงหรือไม่ หรือว่ามีใครอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ หากรู้ความจริงโดยกระจ่างว่าพ่อของเขาไม่ได้เป็นคนผลักไสป้ากรองแก้วออกไปจากชีวิตเธอก็จะคืนป้ากรองแก้วให้ เพราะไม่เคยคิดจะพรากครอบครัวใครอยู่แล้ว ที่ช่วยป้ากรองแก้วก็เพราะนึกสงสาร               

“ถ้าจะปากแข็งขนาดนี้ ผมคงต้องง้างปากคุณหน่อยแล้วมั้ง” เขาไม่พูดเปล่า แต่เคลื่อนปลายนิ้วกระด้างมาไล้กลีบปากอิ่มเป็นเชิงข่มขู่ให้เธอผวา แล้วก็ตั้งท่าจะก้มลงมาหา    

“อย่านะ!” คิริมาดันใบหน้าหล่อลากไส้เอาไว้ ทว่าชั่วเสี้ยวนาทีเธอก็ต้องหลุดอุทานออกมาเมื่อมือที่ดันหน้าของเขาออกห่างถูกอีกฝ่ายรวบไปไพล่หลังทั้งสองข้าง   

“ถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ตอบมาว่าคุณเอาแม่ผมไปไว้ที่ไหน” เสียงกระด้างเอ่ยคาดคั้นด้วยประโยคเดิม ขณะจงใจเบียดร่างทรงพลังเข้าหาเพื่อเป็นการบีบบังคับให้เธอยอมเปิดปาก     

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง” คิริมายังคงปฏิเสธเสียงสะท้านเรียกเสียงคำรามกลั้วลำคอหนา ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงมาหาจนปากแทบชิดกัน     

“ปากแข็งนัก มันต้องเจอแบบนี้…”

เขาคำรามกระหึ่ม ขาดคำก็กระแทกปากหยักลงมาบดขยี้ปากอิ่มอย่างดุดัน คิริมาตัวแข็งทื่อ เบิกตาโพลง พอได้สติก็พยายามเบี่ยงหน้าหนีและดิ้นรนขัดขืนจนสำเร็จ แล้วฟาดฝ่ามือเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูกของคนกักขฬะเต็มแรง   

เผียะ!!!

พงษ์สวัสดิ์ถึงกับหน้าหัน เสียงสบถลั่นทำให้คิริมาแทบเนื้อตัวสั่นเทา แล้วก็เหมือนจะหัวใจวายตายเมื่อเขาหันขวับกลับมาจ้องด้วยนัยน์ตาขุ่นคลั่ก    

“หึ…ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก คุณก็น่าจะรู้นี่นาว่าบทตบจูบผมถนัดนักล่ะ”

ยังไม่ทันจะขาดคำเขาก็กระชากคนที่กำลังจะวิ่งหนีให้ปลิวมาปะทะแผงอกกว้าง แล้วกระแทกปากหยักลงจูบปากอิ่มอย่างดิบเถื่อนหยาบคาย ยิ่งเธอต่อต้านเขาก็ยิ่งตะกละตะกลามเหมือนคนเสียสติ คิริมาเม้มปาก แล้วสะบัดหน้าออกห่าง จากนั้นก็ฟาดหน้าหล่อๆ เข้าให้อีกครา       

ฉาด!!!

“ยัยป้าซาดิสม์!”

เขาตวาดกร้าวด้วยความเดือดดาลสุดขีดเมื่อถูกแม่ตัวดีตบหน้าในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทว่ายังไม่ทันจะได้ทำอะไรเธอก็ประเคนฝ่ามือเข้าให้อีกครั้ง  

ฉาด!!!

“หมอเถื่อน!”

เขากำหมัดตัวสั่นเทิ้ม กระชากไหล่มนทั้งสองข้างเข้าหาตัว แล้วเค้นเสียงเข้มใส่หน้า ก่อนจะโฉบปากหยักลงมาปิดปากอิ่มอย่างดิบเถื่อนรุนแรง เอาให้รู้กันไปข้างว่าระหว่างเธอกับเขาใครมันจะบ้าดีเดือดกว่ากัน  

จากนั้นก็ดูดปากเธอเหมือนตายอดตายอยาก ยิ่งคิริมาดิ้นรนต่อต้านเขาก็ยิ่งบังคับจูบอย่างเอาแต่ใจ จนกระทั่งเธอเหมือนจะหมดสิ้นลมหายใจเขาถึงได้สอดวงแขนแกร่งร้อยรัดเอวคอด ถอนปากออก แล้วยกปลายนิ้วโป้งขึ้นลูบปากตัวเอง ขณะจ้องหน้าเธออย่างคาดโทษ                   

“ปล่อยฉันนะ! ไอ้คนบ้า! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่รู้จักแม่ของคุณ แล้วยังจะเอาอะไรอีก”

คิริมาร้องประท้วงขณะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่ง แต่นอกจากจะไม่สำเร็จแล้วเขายังก้มลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก   

“ก็ ‘เอา’ คนปากแข็งอย่างคุณยังไงล่ะ”

น้ำคำกักขฬะที่พ่นออกมาจากปากหยักทำให้คนฟังสติขาดผึง เธอสะบัดตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนหลุดจากวงแขนแกร่ง แล้วยกกำปั้นขึ้นชกปากเขาทันควัน    

ผลัวะ!!!

หมัดหนักๆ ของแม่สาวเฉิ่มลุคสุดเชยแต่ได้รับการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวมาแทบทุกแขนงทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวถึงกับมึนตึ้บ และนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้เธอได้วิ่งไปยังประตูอย่างไวว่อง ทว่ายังไม่ทันจะได้หมุนลูกบิดเขาก็ตามมารวบเอวคอดเอาไว้เสียก่อน        

“ทำแสบไว้แล้วคิดจะหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ”   

เขาคำรามกระหึ่ม แล้วจัดการอุ้มร่างบางไปโยนลงบนเตียง ส่งผลให้แว่นตาของเธอกระเด็นหลุดไปอย่างไร้ทิศทาง ซึ่งทำให้พงษ์สวัสดิ์กระตุกยิ้มร้ายด้วยความพึงพอใจ เอาจริงๆ มันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการจูบนักหรอก เพราะเขาเรียนรู้ที่จะเอียงหน้าหาองศาเหมาะๆ ตั้งแต่ได้จูบเธอครั้งแรกโน่น แต่ขี้เกียจถอดตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพราะถ้าไม่ถอดมันอาจจะพังหรือไม่ก็เสียหายในห้วงเวลาที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้แบบสุดกู่      

คนที่ถูกพรากแว่นไปแต่ยังสามารถมองเห็นอีกฝ่ายว่าอยู่ตรงตำแหน่งไหนเพราะอยู่ในระยะใกล้ออกอาการกระสับกระส่ายอยากได้แว่นคืน เธอมองไม่ชัดเนื่องจากสายตาสั้นมาก ครั้นเห็นว่าเขากำลังจะขยับเข้าหาก็ตัดใจจากแว่น ลนลานจะลงจากเตียง ทว่าร่างทรงพลังกลับตั้งท่าจะกระโจนมาทาบทับ ดีที่เธอกลิ้งตัวหลบได้ทัน จากนั้นก็กระโดดลงจากเตียง หากแต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากห้องนอนเขาก็ตามมากระชากแขนเรียวจนร่างบางหมุนตัวกลับ หน้าแนบกับอกกว้าง ก่อนที่เขาจะก้มลงบดขยี้ปากอิ่มอย่างรุนแรงป่าเถื่อน                               

เธอเบี่ยงหน้าหลบเลี่ยงพัลวัน แล้วซัดหมัดออกไป ทว่าครั้งนี้อีกฝ่ายไม่ยอมพลาดอีกหน เขาโยกตัวหลบ ยื่นปากมาดูดปากอิ่มเสียงดังจ๊วบ แล้วยักคิ้วให้ด้วยท่าทางกวนๆ แกมท้าทาย ครั้นเห็นเธอถลึงตาใส่ก็ยื่นหน้าหล่อลากไส้หมายจะจูบปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอีกหน แต่เธอสะบัดหน้าและผลักเขาออกห่าง จากนั้นก็...


เอิ๊กๆๆๆ บอกเลยว่าคู่นี้เขาถนัดงานดิบเถื่อน ดุเด็ดเผ็ดมัน ตบจูบ ว่าแต่...หนูครีมจะรอดไหม อันนี้ต้องไปตามลุ้นชิดขอบเตียง แต่บอกเลยว่าอิป๋ามันร้าย ส่วนหนูครีมก็ใช่ย่อย เตะต่อยได้หมดจ้า อิอิ เอ้า…ใครรออยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า กรุณาอย่าทำตัวเป็นนักอ่านนะคะ หนึ่งเม้นท์เท่ากับหนึ่งกำลังใจจ้า

###ปล.เอต้องขออภัยมากๆ เลยจ้าที่หายหน้าไปหลายวัน เพราะไม่สบายมาก เนื่องจากโรคกำเริบ แพ้อากาศ และกลับมาแสบกระเพาะแบบรุนแรงมากๆ และติดตรวจทานเล่มตัวอย่างนะคะ คนที่รอหนังสือคาดว่าจะได้ประมาณต้นเดือนหน้าจ้า เพราะคิวโรงพิมพ์ยาวจ้า อ่านนิยายแล้วเป็นยังไงเม้นท์มาบอกกันบ้างนะคะ ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น