เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 12

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.9k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2562 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 12
แบบอักษร

12 

 

 

 

กว่าหนังจะจบก็เกือบเย็น พีคพาเพลิงแวะดูนู่นดูนี่ก่อนกลับ แต่ว่ารถที่ขับออกมาดันไม่ขยับไปไหนเพราะรถตอนเย็นค่อนข้างติดและยิ่งตอนนี้เป็นช่วงคนเริ่มเลิกงาน ทั้งรถยนตร์รถเมล์ต่างวิ่งเบียดกันให้วุ่น ทำเอาพีคหงุดหงิดที่ไม่ได้ออกไปจากตรงนี้สักที 

“แม่ง จะติดอะไรนักหนาวะ” พีคบ่นอย่างหงุดหงิด ทำเอาเพลิงต้องเหลือบไปมอง 

“ทำไมมึงไม่ชิดขวาไปทางกลับรถล่ะ อีกฝั่งออกจะโล่ง” เพลิงว่า 

“จะให้กูกลับทำเหี้ยอะไร บ้านกูต้องไปฝั่งนี้” 

“แต่ถ้ามึงกลับรถแล้วออกอีกเส้น มันมีทางลัดออกถนนทางไปบ้านมึงนะ” เพลิงบอกเสียงเรียบแนะนำทางอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่สิ่งที่เพลิงว่ามาทำเอาพีคหันควับไปมองเพลิงแรง 

“แล้วทำไมมึงไม่บอกกูตั้งแต่แรก ปล่อยให้กูรอรถติดเกือบชั่วโมง เพื่อ!” 

“อ้าว ก็มึงไม่ถาม” 

พีคขยี้หัวแรงอย่างอารมณ์เสีย หลังพึ่งรู้ว่ามันมีอีกทางที่ไปได้ โดยคนพึ่งบอกทำหน้านิ่งกวนตีนราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวในเรื่องนี้  พีคค่อยๆขยับรถไปทางกลับรถที่เพลิงบอก แต่ด้วยความที่รถติดค่อนข้างหนัก การจะเลี้ยวไปอีกทางก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน เพลิงนั่งแอบมองพีคเป็นพักๆ เห็นว่าพีคยังไม่หายหงุดหงิด  จะเปิดเพลงกลบบรรยากาศก็ไม่กล้า กลัวโดนพีคจะว่าอะไรใส่ ทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่แบบนั้น 

ไม่นานรถก็ขยับมาถึงจุดเลี้ยว เมื่อรถคันข้างหน้าเลี้ยวออกไปแล้ว พีคเลื่อนมือไปขยับเกียร์แล้วเร่งคันเร่งดริฟรถเลี้ยวจนเพลิงเซไปชนประตูแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะดันตัวนั่งแล้วหันไปด่าพีค 

“ไอ้พีค! มึงจะดริฟรถหาพ่อมึงหรอห๊ะ!” เพลิงโวยวายลั่น โมโหที่พีคขับรถดริฟโดยไม่ได้สนใจคนข้างๆ 

“แล้วใครสั่งให้มึงนั่งโง่ไม่ทรงตัวเองล่ะ” พีคด่าเสียงเรียบ เริ่มหายหงุดหงิดเพราะถนนฝั่งนี้รถไม่ค่อยเยอะ 

“ไอ้พีค!” 

“ไหนดูสิ มีเพื่อชีวิตไหนที่กูพอฟังได้บ้าง” พีครีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เพลิงจะได้ด่า สนใจแต่วิทยุเปิดหาช่องที่ตัวเองต้องการ เพลิงเห็นว่าพีคต้องเปิดเพลงกวนตีนแน่ๆ เลยรีบเปิดกระเป๋าคว้าหูฟังเสียบเข้ากับโทรศัพท์แล้วเปิดเพลงกรอกใส่หูเข้าสู่โหมดโลกส่วนตัวทันที  แต่ดูเหมือนพีคจะยังไม่ลดละความพยายาม ยิ่งเห็นเพลิงใส่หูฟังหนีเพลงที่พีคเปิด พีคยิ่งเร่งเสียงพร้อมประสานเสียงร้องเพลงอย่างเมามันส์ ทำเอาเพลิงขบกรามข่มอารมณ์แทบไม่อยู่ แต่ก็พยายามไม่สนใจอย่างถึงที่สุด 

“บัวลอย เจ้าเพื่อนยาก ทำไมจาก..ข้าเร็วเกินไป บัวลอยไปอยู่ที่ไหน เคยรู้บ้างไหม ..อยากจะได้ถุงนึง” 

เพลิงรีบหันควับไปมองพีคน้ำลายเกือบพุ่ง เมื่อได้ยินประโยคผิดแผกจากเนื้อเพลงจริง พีคหยุดร้องแล้วหันมามองเพลิงกลับ ยักคิ้วกวนให้อย่างจงใจ เพลิงย่นคิ้วหรี่ตามองพีคขุ่น ก่อนจะยื่นมือไปปิดเครื่องเสียง แต่ก็ถูกพีคปัดมือทิ้งแอบว่าเสียงดุ 

“ใครสั่งให้เปลี่ยน” 

“เสียงมันดัง หนวกหู” เพลิงว่า 

“แต่กูจะฟัง” พีคส่งสายตาดุๆไปที่เพลิง พร้อมจับมือเพลิงสะบัดกลับที่เดิม เพลิงขมวดคิ้วแน่นขึ้นไม่ชอบใจที่ถูกพีคปัดมือและยังเปิดเพลงเสียงดัง เพลิงยื่นมือกลับไปที่เครื่องเสียงอีกรอบอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปลี่ยนเพลงก่อนที่พีคจะปัดโดนมืออีกครั้ง 

“เหอะ สบายหูหน่อย” เพลิงว่าอย่างโล่งใจเมื่อเปลี่ยนคลื่นได้ พีคตวัดมองเพลิงแรงที่มาเปลี่ยนเพลงเขา แล้วรีบเปลี่ยนเพลงกลับเป็นคลื่นเดิม 

“อย่ามาเปลี่ยนของกู” พีคว่าเสียงดุ 

“แต่กูไม่อยากฟัง” เพลิงเปลี่ยนคลื่นกลับอีกรอบ แต่คราวนี้พีครีบตะปบมือเพลิงแล้วจับเปลี่ยนกลับเป็นคลื่นเดิม ทั้งคู่เริ่มทำสงครามคลื่นเพลง เพลิงและพีคต่างขยับเปลี่ยนคลื่นเพลงอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่พีคต้องขับรถและมองทางสลับกับวิทยุตลอดเวลา และดูเหมือนจะแย่งกันเปลี่ยนคลื่นแรงเกินไป ทำให้ปุ่มหมุนคลื่นหลุดออกมา แถมคลื่นดันเปลี่ยนไปไกลทำเอาทั้งสองคนนั่งช็อคไปตามๆกัน 

// ทำความดีอย่างสบายๆอย่างมีอุเบกขา คือทำใจให้เป็นกลางวางเฉย ไม่หวังผลอะไรทั้งสิ้น.. // 

เสียงเทศนาธรรมโดยเสียงพระอาจารย์ ทำให้เพลิงกับพีคหยุดเงียบจ้องไปยังวิทยุเป็นตาเดียว เพลิงนั่งทำตาปริบๆ ทำตัวไม่ถูก ส่วนพีครีบเอาปุ่มปรับคลื่นวิทยุใส่ที่เดิม แต่ก็ใส่ไม่ได้เพราะตัวเชื่อมหัก และยิ่งตอนนี้รถลำโพงเสียงค่อนข้างดังเพราะพีคเปิดแกล้งเพลิงไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้รถคันนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเทศนาหลักธรรมของพระอาจารย์ 

“ธรรมะสวัสดีมั้ยล่ะ” พีคหันมาพูดกลั้วขำ เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเปลี่ยนช่องได้แล้ว 

“เพราะมึงนั้นแหละ!” เพลิงหันไปโวยพีค เพราะคนที่ทำปุ่มหลุดต่อหน้าต่อตาคือพีคที่ไปบิดหมุนแรง 

“เอ้า ไม่ดีหรือไง เปลี่ยนบรรยากาศ เนี่ย อีกนิดเดียวถึงวัด มึงกับกูเตรียมโกนผมเข้าวัดได้เลย” 

พีคดูจะหัวเราะชอบใจที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ แต่เพลิงไม่ได้ตลกด้วยเลย เพลิงรีบเร่งเสียงเพลงในโทรศัพท์แล้วหันหน้าออกนอกกระจกรถ  แต่เสียงลำโพงในรถมันดังจนกลบเสียงเพลงในโทรศัพท์ แถมพีคก็ไม่ยอมลดเสียงลง ทำเอาเพลิงหงุดหงิดปิดเพลงทิ้ง ก่อนจะนั่งไว้อาลัยให้ตัวเอง ที่จู่ๆต้องมานั่งศึกษาธรรมตลอดทางจนถึงบ้านพีค 

เป็นครั้งแรกที่เพลิงกลับถึงบ้านพีคแล้วรู้สึกดีสุดๆ เพราะถ้านั่งนานกว่านี้เพลิงได้มีแสงเปร่งประกายจากหัวบรรลุธรรมแน่นอน ส่วนพีค พอลงจากรถก็รีบส่งกุญแจให้นายที่เดินเข้ามาดูแบบงงๆว่าก่อนที่พีคจะดับรถพีคเปิดอะไรฟังกันแน่ 

“เดี๋ยวเอารถกูเข้าอู่เลย จะได้ซ่อมท้ายรถที่ถูกชนด้วย” พีคสั่งนายทันทีที่โยนกุญแจให้ 

“อ่าว แล้วเฮียจะเอารถที่ไหนขับล่ะ รถที่แต่งในโรงจอดรถหรอ” นายรีบถาม แต่พีคส่ายหน้าปฏิเสธ ปกติพีคไม่ค่อยได้ขับรถอีกคันเท่าไร นานๆเลยถึงจะขับเอาไปแข่งแลกเงินที่สนามเถื่อน 

“กูไม่ใช้รถ ไหนๆพรุ่งนี้กับมะรื่นก็หยุดแล้ว กูอยู่บ้านนี่แหละ ถ้าอยากไปไหนเดี๋ยวนั่งรถเมล์เอา” พีคบอกนายก่อนจะเดินเข้าบ้าน พีคเริ่มหิวขึ้นมาสักพักแล้วหลังขับรถ แต่เพราะเสียงเทศนาที่เปิดในรถก่อนหน้านี้ทำให้หายหิวไปช่วงนึง 

พีคเดินเข้ามาข้างในสั่งให้สองช่วยทำกับข้าวให้กิน แล้วก็หยุดเล่นกับเต้าหู้แปปนึงเพราะไอ้หมาตัวนี้นิสัยค่อนข้างหยิ่ง จะคึกอารมณ์ดีแค่กับเพลิงเท่านั้น จนบางทีเขาก็คิดว่าเพลิงกับเต้าหู้นิสัยคล้ายๆกันในบางครั้ง นึกถึงใครอีกคน พีคก็อดยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัยไม่ได้ ก่อนจะเดินไปหาเพลิงที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น แต่เมื่อเห็นใครอีกคนก็ทำเอาพีคหุบยิ้มทันที พีคยืนกอดอกจ้องเพลิงที่กำลังต่อสายเครื่องเกมกับทีวีอย่างจริงจัง แล้วหยิบรีโมทเปิดทดลองหน้าเกมว่าเปิดติดหรือเปล่า และเมื่อติดเพลิงรีบปารีโมทไปที่โซฟาแล้วหยิบจอยนั่งพื้นรอเล่นเกมที่ซื้อมาทันที 

ปึก! 

“โอ้ย! ไอ้พีค!” เพลิงจับหัวแล้วรีบหันควับมาทางพีค เมื่อพีคหยิบหมอนบนโซฟาเขวี้ยงใส่เข้าหัวเพลิงเข้าไปเต็มๆจนหน้าเกือบทิ่ม 

“มาถึงก็เล่นเกมเลยนะมึง มึงรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่ามาอยู่บ้านกูในสถานะอะไร” พีคว่าเสียงดุ แต่เพลิงส่ายหน้าไหวไหล่เหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น 

“รู้ แต่กูไม่ใช่พวกตัวละครน้ำเน่าที่ถูกจับมาแล้วจะทำตัวปัญญาอ่อนร้องไห้ฟูมฟายนะ  มึงบังคับให้กูอยู่นี่เอง การที่กูจะหาอะไรทำแก้เบื่อมันก็สิทธิ์ของกู อีกอย่าง มึงซื้อเกมให้กูเอง กูไม่ได้ขอ” เพลิงตอบเสียงเรียบพลางยกยิ้มเย้ยหยันที่พีคพลาดซื้อเกมให้เขา ทั้งที่ไม่ได้ขอ ก่อนจะหันกลับไปเล่นเกมต่อ ส่วนพีค เขายืนจ้องเพลิงนิ่ง ไม่แสดงท่าทีใดๆออกมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างในปล่อยให้เพลิงนั่งเล่นเกมอยู่คนเดียว 

พีคเข้าไปกินข้าวที่สองเตรียมให้ ไม่นานพีคก็กินเสร็จแล้วเดินจัดการธุระของตัวเองในบ้าน มีบางครั้งที่ออกไปที่รถแล้วเดินกลับเข้ามา ดูเหมือนว่าพีคจะปล่อยให้เพลิงเล่นเกมนานไป จนตอนนี้ตกกลางคืนไปแล้ว เพลิงก็ยังไม่มีแววเลิกเล่นแต่อย่างใด พีคเดินเข้ามาหาเพลิงก่อนจะสั่งให้เพลิงไปกินข้าว 

“เลิกเล่นแล้วไปกินข้าวได้แล้ว” พีคสั่งเสียงดุ 

“แปป ขอจบchapterนี้ก่อน “ เพลิงบอกขณะยังเล่นเกมอยู่ 

“ค่อยเล่นพรุ่งนี้ก็ได้มั้ย ไปกินข้าว” 

“มึงก็ไปกินก่อนเลย จบตานี้เดี๋ยวกูไป” เพลิงรีบไล่ให้พีคไปกินข้าวเพื่อให้พีคเลิกสนใจตัวเอง แต่หารู่ไม่ว่าพีคกินข้าวไปแล้ว ลูกน้องคนอื่นในบ้านก็กินหมดแล้ว เหลือแค่เพลิงที่เล่นเกมเอามันส์ไม่ยอมลุกไปไหนซะที พีคหรี่ตามองเพลิงขุ่น ก่อนจะเดินไปทำอะไรที่เพลิงไม่คาดคิด 

พรึ่บ 

“โอ๊ะ ไฟดับซะแล้ว” พีคยืนยิ้มหน้าตายมองไปที่เพลิงที่นั่งถือจอยเกมค้างอ้าปากเหว๋อเมื่อจอเกมดับไปต่อหน้าต่อตา รวมถึงเครื่องเกมที่ต่อสายกับทีวี เพลิงหันไปจ้องปลั๊กที่ถูกพีคกดสับสวิตซ์ ก่อนจะเงยหน้ามองพีคอย่างเอาเรื่อง 

“ปิดสวิตซ์ทำเหี้ยไรเนี่ย!” เพลิงโวยวายทันทีหลังถูกพีคปิดเกมระหว่างเล่น 

“ลุกไปกินข้าว” พีคพูดไม่สนใจว่าเพลิงจะโวยวายขนาดไหน 

“กูบอกว่ากินที่หลังไง แล้วมึงมาปิดเกมทำบ้าอะไรห๊ะ” 

“กูบอกให้ไปกินข้าว อย่าให้กูต้องพามึงลุกไปเองนะ” พีคเริ่มกดเสียงต่ำสั่งเพลิงให้ไปกินข้าว ไม่สนใจเรื่องที่เพลิงกำลังท้วง และดูเหมือนว่าพีคจะจ้องเพลิงกดดันเข้าไปอีก ทำให้เพลิงลอบกลืนน้ำลาย ยอมวางจอยเกมแล้วลุกขึ้นไปกินข้าวแต่โดยดี เพราะดูแล้วพีคคงจะไม่ได้แค่ขู่ 

พีคยกยิ้มพอใจที่เพลิงเดินไปกินข้าวแต่โดยดี ก่อนจะออกไปสั่งให้ลูกน้องมาเก็บเครื่องเกมที่เพลิงเล่นทิ้งไว้แล้วเดินขึ้นไปข้างบน พีคขึ้นมานอนอ่านหนังสือเล่นรอเพลิงที่กินข้าวอยู่ด้านล่าง สักพักเพลิงก็เดินเข้ามาแล้วตรงดิ่งไปอาบน้ำทันที พีคเหลือบคนหน้ามุ้ยเข้าห้องน้ำไปแปปนึงก่อนจะกลับมาอ่านหนังสือต่อ พลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ส่วนเพลิงเข้าไปอาบน้ำได้ไม่นานก็ออกมาจากห้องน้ำ เดินอ้อมเตียงไปอีกฝั่งเตรียมจะนอน แต่พอทิ้งตัวหัวถึงหมอน พีคก็วางหนังสือแล้วขยับขึ้นคร่อมเพลิง จนคนพึ่งลงนอนตกใจเด้งตัวชันศอกไว้กับเตียง พร้อมมองพีคอย่างไม่เข้าใจ ว่าพีคกำลังจะทำอะไร 

“นี่มึงจะ..!” 

“เกือบตั้งอาทิตย์นึงแหนะ รู้สึก..กูจะปล่อยให้มึงทำตัวสบายเกินไปสินะ” พีคกล่าวเสียงต่ำ สายตาเริ่มโลมเลียผิวพรรณที่อยู่นอกร่มผ้าของเพลิง ไม่ต้องเดาเลยว่าพีคกำลังทำอะไรต่อจากนี้ เพลิงรีบยกมือดันหน้าพีคให้ออกห่าง และพยายามตะเกียกตะกายตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ถูกพีคนั่งทับขาไว้ทำให้ขยับได้ไม่มากเท่าที่ควร พีคยกมือขึ้นมาจับมือเพลิงข้างที่ดันหน้าเขา แล้วจัดการเลียนิ้วเรียวยาวของเพลิง พร้อมส่งสายตาเย้ายวนมองกลับไป เพลิงสะดุ้งหน้าขึ้นสีใจสั่นระรัว พยายามสลัดมือให้ออกจากหน้าพีคให้ไวที่สุด แต่พีคก็จับแน่นเกินไป 

“มึงปล่อยเดี๋ยวนี้นะ กูจะนอน!” เพลิงตะโกนลั่นอย่างหวาดหวั่น ห้ามพีคไม่ให้ทำอะไรมากกว่านี้ 

“นอน? มึงฝันหรือไง ไอ้เพลิง กูปล่อยให้มึงเล่นอะไรของมึงตั้งนาน แล้วมึงคิดจะหนีขึ้นมานอนเลยหรือไง” 

“เออ กูจะนอน กูง่วง!” 

“แต่กูไม่ให้นอน” พีคบอกเสียงเข้ม แล้วก้มประกบลงบนกลีบปากของเพลิงอย่างรวดเร็ว เพลิงหันหน้าหนี แต่ถูกพีคจับกรามล็อคเอาไว้ไม่ให้หนี เพลิงเลยเปลี่ยนมาเม้มปากตัวเองไว้แน่น 

“อ๊ะ..” เพลิงร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อถูกพีคกัดเข้าที่ริมฝีปาก ทำให้พีคสอดลิ้นร้อนเข้าเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเพลิงอย่างไม่ทันตั้งตัว  พีคสนุกที่กำลังไล่ต้อนเพลิงที่ปฏิเสธเขา พีคใช้เวลาไม่นานในการไล่ต้อน จนสุดท้ายเพลิงก็เผลอตอบรับบทจูบของพีคโดยไม่รู้ตัว 

พีคพอใจอย่างมากที่เพลิงยอมโอนอ่อนให้เขา ก่อนจะดันร่างเพลิงให้นอนราบที่เตียงขณะที่ปากยังไม่ถอนออกจากกัน เพลิงเอนหลังตามด้วยสมองพร่าเลือน เถียงไม่ได้เลยว่าบทจูบเอาแต่ใจของพีคดีจนทำเอาเพลิงเคลิ้มไปตามๆกัน ไม่นานพีคก็ผละริมฝีปากออกมา แล้วซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนของเพลิงพร้อมขบเม้มดูดกัดอย่างแรง 

“เจ็บ..ปล่อย..” เพลิงร้องดันอกแกร่งของพีคให้ออกจากตัว พีคหายใจฟึดฟัดไม่ชอบใจ ก่อนจะผละจากซอกคอเงยหน้าไปมองเพลิงนิดๆ 

“เลิกดันสักทีจะได้มั้ย  รำคาญ” พีคว่าเสียงเข้ม ส่งสายตาดุที่เพลิงเอาแต่ดันอกเขาให้ออกไป 

“แต่กูไม่อยากทำเรื่องแบบนี้” เพลิงพูดขอ 

“แล้วมึงคิดว่าขอไปแล้วกูจะหยุดหรอไง” พีคถามเสียงขุ่นสวนกลับ เพลิงนอนคิดแปปนึงก่อนจะเม้มปากแน่นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาพีคไม่เคยยอมหยุดให้เขา มีแต่รุกหนักมากกว่าเดิม 

พีคยกยิ้มหัวเราะในลำคอ แล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งทับขาเพลิงไว้ ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองเขวี้ยงลงพื้นข้างเตียง เพลิงกลืนน้ำลายฝืดลงคอ หน้าเจือนหนัก เมื่อรู้ว่าตัวเองหนีไม่พ้น  จากนั้นไม่นานพีคก็ยื่นมือเข้ากระชากเสื้อเพลิงจนกระดุมหลุด เผยให้เห็นผิวเนียนที่ปราศจากรอยแดงที่พีคเคยทำไว้  พีคขมวดคิ้วขุ่นเมื่อมองสำรวจผิวที่ไม่มีรอย ก่อนจะยกยิ้มแล้วก้มลงละเลงลิ้นร้อนเข้าที่ยอดอกของเพลิง 

“อื๊ออ..” เพลิงสะบัดหน้าครางในลำคอ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตนเองรู้สึกเสียวขนาดไหน แถมปฏิกิริยายังไวกว่าทุกทีจนหน้าใจหาย พีคเองก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันที่ไปเกิดอารมณ์กับร่างกายผิวเนียนขาวของเพลิง ยิ่งยามที่เพลิงร้องครางออกมา ก็ยิ่งจุดชนวดอารมณ์ทำให้อยากมากขึ้น  พีคขบกัดและเลียวนยอดอกของเพลิงทั้งสองข้างนานพอสมควร ก่อนจะผละเขยิบถอยหลังออกจากตัวเพลิง แล้วจับถอดกางเกงของเพลิงออก ทำให้ช่วงร่างของเพลิงเปลือยเปล่าไร้ผ้าปกปิด เพลิงหน้าขึ้นสีรีบลุกเอามือไปปิดกลางกายไว้ แต่ถูกพีคคว้าแขนแล้วจับตัวพลิกหน้าคว่ำลงเตียง แล้วถอดเสื้อเพลิงออก 

“ยกสะโพกขึ้นดิ๊” พีคบอกสั่งให้เพลิงยกสะโพก เพลิงรู้สึกหน้าแดงและอายกว่าเดิม รีบส่ายหน้าปฏิเสธโดยเร็ว พีคหรี่ตามองแผ่นหลังเพลิงที่นอนคว่ำ ก่อนที่พีคจะจับสะโพกเพลิงยกลอยเด่นขึ้นมาเอง ตอนนี้เพลิงอยู่ในสภาพที่เข่าทั้งสองข้างยันเตียงเอาไว้ ส่วนหน้าก็ฟุบหลับตาปี๋ลงหมอน รู้สึกอายแบบไม่เคยอายมาก่อน ส่วนพีค เมื่อเห็นว่าเพลิงอยู่ในท่าที่ตัวเองต้องการ จึงเอื้อมไปหยิบเจลที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้เทลงฝ่ามือ แล้วสอดนิ้วเข้าไปขยับขยายช่องทางรักของเพลิงให้ชิน พร้อมเขยิบตัวเข้าไปขบกัดและเลียใบหูที่แดงก่ำ 

“อ๊ะ..อื๊ออออ” เพลิงสะดุ้งน้อยๆเมื่อถูกนิ้วลุกล้ำและขยับหยอกเย้าโดนจุดเสียวในร่างกาย จนเผลอร้องครางออกมาอย่างเสียวซ่าน รู้สึกเจ็บจี๊ดและจั๊กกะจี้ที่ใบหูข้างที่ถูกเลีย  พีคเล้าโลมเพลิงได้ไม่นาน เห็นว่าช่องทางรักพร้อมให้พีคใส่แท่งร้อนเข้าไป จึงผละจากตัวเพลิงแล้วขยับจ่อแท่งร้อนเตรียมใส่เข้าไป 

“อยู่สบายเกินไปแล้วมึง หลังจากนี้กูต้องปรับนิสัยมึงใหม่ซะแล้วสิ” พีคบอกเสียงแหบพร่า แล้วค่อยๆกดสะโพกลงไปทีละนิด เพลิงหลับตาปี๋กำหมอนแน่นเมื่อพีคกดเข้ามา พยายามผ่อนคลายไม่ให้เจ็บ แต่ก็ยังแอบเกร็งเพราะถูกพีคทิ้งช่วงไม่ทำไว้หลายวัน 

“อึ่ก” เพลิงกัดฟันแน่น เบ๊หน้าด้วยความเจ็บ พยายามผ่อนลมคลายความเกร็ง พีคยกยิ้มพอใจที่เพลิงยอมให้เขาเข้าไปแต่โดยดี ก่อนจะกระแทกสะโพกลงไปมิดด้าม 

สวบ 

“อ่าาา..” พีคครางด้วยความเสียว เมื่อช่องทางรักของเพลิงตอดรัดแท่งร้อนแน่น แต่เพลิงกลับรู้สึกจุกและเสียดตึง พีคจับและบีบคลึงบั้นท้ายของเต็มมือ ค่อยๆเริ่มขยับสะโพกช้าๆ 

“ขนาดไม่อยาก ยังตอดกูซะแน่นเชียวนะ” พีคแกล้งพูดขณะขยับสะโพก เพลิงกัดปากแน่นรู้สึกเจ็บใจไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ตัวแดงก่ำ นั่นทำให้พีครู้ว่าเพลิงกำลังอายที่ถูกพีคพูดอะไรแบบนั้น พีคยกยิ้ม แล้วเร่งสะโพกกระแทกแรงขึ้นไปอีก 

“อ๊ะ..ไอ้..อื๊อออ..” เพลิงสะดุ้งเฮือกเมื่อพีคเร่งสะโพกกระแทกแรง เผลอร้องลั่นออกมาอย่างลืมตัว พีคเห็นว่าเพลิงหลุดครางออกมาเหมือนจะด่าพีคด้วย จึงค่อยๆโยกสะโพกช้าๆผ่อนแรงเปลี่ยนอารมณ์ ทำเอาเพลิงตัวสั่นสะท้านทั้งตัว 

“ซี๊ดด..อืมมมม” พีคครางพร้อมกลับมาเร่งสะโพกอีกครั้ง เมื่อเพลิงบีบรัดแท่งร้อนแน่นขึ้นยามที่ขยับ 

“อื้ออ...อ๊าาา..” เพลิงกำหมอนแน่น เม้มปากครางด้วยความเสียวซ่าน ยิ่งพีคกระแทกแรงไปโดนจุดเสียวในร่างกาย ยิ่งทำให้เพลิงร้องออกมา พีคก้มตัวไปดูดเม้มและขบกัดแผ่นหลัง สอดมื้อเข้าใต้รักแร้แล้วจับคลึงยอดอกเล่น กับมืออีกข้างที่เข้าไปขยับแก่นกายของเพลิงที่ตื่นตัวขึ้นมา 

“อ๊ะ..อ่าาา..ไอ้พีค..บะ..อือออ..” เพลิงพูดออกมาไม่เป็นภาษา เมื่อพีคขยับรูดแท่งร้อนเร็วขึ้นและกระแทกเข้าด้านหลังแรง ตอนนี้สมองเพลิงขาวโพนไปหมด ปล่อยให้ร่างกายถูกพีคเล่นบทรักเอาแต่ใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อไหลท่วมจากความร้อนของร่างกายที่แนบชิด 

“อ่าาา..” พีคครางเสียงแผ่ว ส่งผ่านลมหายใจอุ่นบนแผ่นหลังเพลิงที่สั่นตามจังหวะการเร่งสะโพก ก่อนจะดันตัวเองกลับที่เดิม แล้วจับแขนเพลิงทั้งสองข้างดึงมาไว้ด้านหลัง ทำให้ตัวเพลิงลอยเด่นตัวแอ่นขึ้นมาจากเตียง 

“อ๊ะ..อ๊ะ..อ๊ะ..” เพลิงครางลั่นตามจังหวะกระแทกของพีค เพราะไม่มีตัวช่วยยึดอย่างหมอนเหมือนตอนแรก แถมมือยังถูกพีคจับแขนดึงไว้ที่หลัง ทำให้เพลิงไม่สามารถหาอะไรมาปกปิดด้านหน้าไว้ได้ ทำให้ร้องครางออกมาอย่างปิดไม่อยู่ 

ปึ่ก  ปึ่ก  ปึ่ก 

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น พีคยิ่งเร่งสะโพกถี่รัวๆ  จนเพลิงก้มหน้าหลับตาด้วยความเสียวซ่าน  ตัวสั่นขยับเคลื่อนอย่างรุนแรง หายใจฟืดฟาดด้วยความเหนื่อยหอบและใกล้ปลดปล่อยเต็มที 

“อ๊ะ...อ๊ะ..ฮ่าาาา..” เพลิงหายใจทางปาก เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เม็ดเหงื่อไหลหยดตามเส้นผมที่ทิ้งลงมาตามแรงโน้มถ่วง พีคปล่อยแขนเพลิงข้างหนึ่ง แล้วสอดมือดันอกเพลิงให้ยกตัวขึ้นมาจนแผ่นหลังแนบอกแกร่งของพีค ก่อนที่พีคจะก้มไปขบกัดซอกคอ 

“อ๊ะ..พีค..อื๊ออออ..กูไม่ไหว..” เพลิงส่ายหน้าพร้อมบอกร่างสูงที่กำลังขยับโยกอยู่ด้านหลัง พีคเห็นว่าเพลิงใกล้เสร็จเต็มที จึงรีบเร่งสะโพกพร้อมเลื่อนมือสอดนิ้วชี้กับนิ้วกลางเข้าปากหยอกเย้าลิ้นของเพลิง 

“อ่าา..” เสียงครางแหบพร่าข้างหูอย่างเสียวซ่าน ทำเอาเพลิงใจสั่นระรัวตัวสั่นสะท้าน พีคเร่งสะโพกรัวไม่นาน ก็ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้าร่างกายเพลิง รวมทั้งเพลิงเองก็ด้วย  ก่อนจะผ่อนแรงช้าๆซอยสะโพกเข้าออกเน้นย้ำ จนเพลิงเสียวทั้งที่พึ่งปลดปล่อย 

เพลิงเตรียมที่จะล้มนอนลงไปเพราะหมดแรง แต่ก็ถูกพีคจับหน้าให้หันไปก่อนจะประกบปากแทรกลิ้นร้อนๆบดขยี้ลงไป ความเหนื่อยเบลอทำให้เพลิงยอมจูบตอบพีคกลับอย่างลืมตัว และดูเหมือนที่เพลิงจูบพีคกลับจะทำให้พีคเริ่มขยับแท่งร้อนที่ยังเชื่อมกันอยู่อีกครั้ง เพลิงสะดุ้งผละริมฝีปากออกจากพีค มองคนด้านหลังตกใจ เมื่อพีคกำลังต่อในยกต่อไป 

“อ่ะ..ไอ้พีค..กูไม่เอาแล้วนะ” เพลิงว่าออกมาหน้าเสีย แต่พีคกลับยิ้มไม่รับฟัง 

“ไหนๆพรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว ต่อยาวเลยแล้วกัน” พีคพูดพร้อมเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนเอง แล้วผลักคนตรงหน้านอนลงเตียง 

“ไม่ๆๆ! ไม่เอานะเว้ย..อ๊ะ..ไอ้พีค..ไม่เอา!” เพลิงโวยวายลั่นเสียงหอบ แต่มันก็เท่านั้นแหละ เพราะเมื่อพีคยังคงอยากเล่นต่อ ไม่ว่ายังไงเพลิงก็ไม่มีทางขัดพีคได้อยู่ดี 

******************************************* 

 

ช่วงสายของวันใหม่ ลูกน้องของพีคยังใช้ชีวิตที่บ้านพีคเหมือนทุกที แต่ที่แปลกใหม่ก็คงเป็นการพาเต้าหู้ออกไปวิ่งเล่น ซึ่งหน้าที่นี้ได้กลายเป็นของนายเพราะพีคเคยบอกว่านายเป็นคนที่เต้าหู้ไม่ค่อยหยิ่งใส่ที่สุด นายพาเต้าหู้ออกไปวิ่งเล่นได้ไม่นานนัก เพราะต้องแวะไปดูรถให้พีคที่อู่กับเพื่อนคนอื่น แต่ดูเหมือนก่อนที่จะเดินถึงประตูรั้ว ก็เห็นรถใครบางคนจอดอยู่หน้าประตูและรู้สึกคุ้นอย่างประหลาด นายลองเดินจูงเต้าหู้เเข้าไปดู ก่อนจะหยุดนิ่ง เมื่อประตูรถเปิด ปรากฎร่างหญิงสาวสวมแว่นดำลงมาจากรถหรู 

“นึกว่าไม่มีใครอยู่ซะอีก ชั้นว่าชั้นกดกริ่งไปหลายครั้งแล้วนะ” ผู้หญิงตรงหน้าหันมาถามนายแบบเซ็งๆ นายหยุดนิ่งสตั้นไปแปปนึงเมื่อหญิงสาวถอดแว่นดำ ก่อนจะปรับหน้ายิ้มแบบแห้งๆกลับ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร 

“คุณลีเดีย แหม มาที่นี่มีอะไรหรือเปล่าครับ” นายยิ้มทักนาย แต่ในใจกลับเป็นตรงข้าม 

“ก็พีคเล่นหนีหายไม่ติดต่อชั้นเลยน่ะสิ ชั้นถึงต้องมาหาเองที่บ้านไง” ลีเดียบ่นว่าออกมาตามฉบับสาวมั่น แล้วกรีดตามองนายแปปนึง ก่อนจะสะดุดกับหมาไซบีเรียนสีอ่อนข้างๆ พลางย่นคิ้วสงสัย 

“เดี๋ยวนี้พีคเลี้ยงหมาด้วยหรอ ชั้นพึ่งรู้” ลีเดียว่าจ้องเต้าหู้เขม็ง ราวกับไม่เชื่อว่าพีคจะเลี้ยงหมาได้โตขนาดนี้ 

“อ๋อ ไม่ใช่หมาของเฮียหรอกครับ หมาคุณกราฟน่ะ เค้าฝากมา” นายรีบแก้ตัวให้พีค แม้จะเป็นความจริงอยู่ส่วนนึง แต่อีกส่วนเขาคงบอกไม่ได้ว่าจริงแล้วเป็นหมาของเพลิง แล้วถ้ายิ่งลีเดียรู้ว่าพีคเอาเพลิงมาทำอะไร มีหวังได้วีนบ้านแตกแน่ๆ ส่วนลีเดียเห็นว่าไม่ใช่หมาพีคจึงโล่งใจ คิดว่าพีคไปเอาหมาผู้หญิงที่ไหนมาเลี้ยง ลีเดียรู้ดีพอตัวเลยว่าพีคเป็นพวกกะล่อน ไม่ค่อยจริงจังกับใคร แล้วอยู่มาวันหนึ่งเอาหมาชะนีที่ไหนมาเลี้ยงเธอคงโกรธน่าดู 

“แล้วไป แล้วก็ช่วยเปิดประตูให้ชั้นเข้าหน่อยได้มั้ย อยู่ข้างนอกนานๆมันร้อน” ลีเดียว่าอย่างหงุดหงิด พลางโบกมือพัดลมเข้าหน้า 

“เอ่อ..” 

“มีอะไร หรือว่าพีคไม่อยู่” ลีเดียถามเพราะเห็นว่านายมีสีหน้ากังวล 

“อยู่ครับอยู่ แต่คุณลีเดียมาไม่บอกแบบนี้ คุณพีคจะไม่ว่าอะไรหรอครับ” ที่นายถามเพราะรู้ว่าลีเดียไม่ได้มีสถานะชัดเจนกับพีค แถมยังดูวิ่งไล่พีคมาตลอด ต่อให้เธอเป็นดารา แต่พีคก็แทบจะไม่ได้สนใจลีเดียเลย ..ถ้าไม่ใช่เรื่องบนเตียง 

“ชั้นว่าหน้าชั้นด้านพอนะ ไม่เห็นหรอไงว่าแต่ละครั้งที่ชั้นมา พีคเคยไล่แล้วชั้นไปมั้ยล่ะ” 

“ไม่..” 

“ใช่ มันคือไม่ เพราะฉะนั้นไปเปิดประตูซะ อย่าให้ชั้นต้องอารมณ์เสียใส่” 

นายรีบจูงเต้าหู้ไปเปิดประตูรั้วทันที ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายวีนใส่ เมื่อเปิดเข้ามาแล้ว รถหรูของลีเดียก็เข้าไปจอดข้างใน ลูกน้องพีคที่อยู่แถวนั้นเดินมาดูอย่างสงสัยว่าใครมา แต่เมื่อเห็นร่างของดาราสาว ทุกคนตกใจพากันลนลานใหญ่ ไม่นึกไม่ฝันว่าแม่นี่จะมาที่นี่อีกหลังจากหายไปนาน โต้งรีบเดินไปรับหน้า รวมทั้งนายที่เดินจูงหมามายืนข้างเพื่อน 

“คุณลีเดีย ไม่มีถ่ายละครหรอครับ” โต้งรีบทักทายยิ้มหน้าบาน ถ่วงเวลาไม่ให้ลีเดียเดินเข้าบ้าน ส่วนดิวที่เดินออกมาดูแปปนึง ก็รีบวิ่งเข้าบ้านไปยังห้องของพีคด้านบน พยายามเคาะประตูปลุกพีคให้ตื่น พีคเดินเปิดประตูออกมาอย่างหงุดหงิด ส่งสายตาดุไปที่ดิวที่ขึ้นมาปลุกอย่างลนลาน 

“มีอะไร”  พีคถามเสียงเข้ม 

“เฮีย คุณลีเดีย...”  ดิวเว้นช่วงหายใจ จนพีคย่นคิ้วสงสัยเมื่อได้ยินชื่อคนที่ไม่ได้เจอนาน แล้วเบิกตากว้างตื่นเต็มที่ เมื่อเดาได้ว่าดิวกำลังจะพูดอะไร พีคเดินดันร่างดิวออกมาแล้วตรงดิ่งไปยังข้างล่าง ดิวเดินตามมาติดๆ เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน พีคแอบตกใจที่เห็นลีเดียยืนอยู่ที่รถ โดยมีลูกน้องสามคนยืนคุยถ่วงเวลาเอาไว้ แต่ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะตาไว เมื่อเห็นว่าพีคยืนอยู่หน้าประตู เธอก็รีบโบกไม้โบกมือยิ้มกว้าง แล้วเดินมาหาพีคทันที พีคยืนนิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ้นออกมาแรงมองลีเดียที่มาหยุดตรงหน้า 

“ยังจะมาอีกหรอเนี่ย” พีคพูดเสียงเข้ม บงบอกอารมณ์ได้ชัดว่าไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้ามา 

“ก็จนกว่าพีคจะยอมคบกับชั้นน่ะแหละ ไล่ให้ไปยังไง ชั้นก็จะอยู่” ลีเดียทำหน้างอนน้อยๆ ทำเสียงกระเง้ากระงอดบอกคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี 

“รู้มั้ยว่าตื้อหนักๆแล้วมันรำคาญ” พีคว่าเสียงขุ่น 

“รู้ แต่ถ้าไม่ตื้อก็อดไง เคยเห็นป่ะ คนที่ตื้อมากๆแล้วได้เป็นแฟนกันน่ะ มีออกเยอะแยะ แล้วคนอย่างพีคมันเหมาะที่จะตื้อมาก” ลีเดียพูดพร้อมส่งสายตาวิ้งวับให้พีค ทำเอาพีคถึงกับเหนื่อยหน่ายใจ 

“แต่ชั้นรำคาญ” พีคว่าเสียงไม่จริงจังมาก แต่ก็ดุให้ลีเดียรู้พอตัวว่าตนเองรู้สึกยังไง 

“ทีตอนบนเตียงไม่เห็นบอกรำคาญเลย  แต่ไม่เป็นไร  แบบนี้เร้าใจดี” ลีเดียว่าอย่างสนุก รู้สึกท้าทายทุกครั้งที่ตัวเองจีบพีค แต่ไม่ใช่กับพีค ที่ไล่แล้วไล่อีกก็ไม่ไป ราวกับเจ้ากรรมนายเวรในรูปแบบสาวสวย 

“ถ้าแฟนคลับเธอรู้ว่าเธอเป็นคนแบบนี้ จะว่าไงเนี่ย” พีคอดถามไม่ได้ เพราะนอกจอกับในจอลีเดียต่างกันมาก 

“ถ้ารู้คงรู้นานเหมือนพวกนายไปแล้ว อย่าลืมสิว่าชั้นเป็นพวกตีสองหน้าเก่ง ก็มีแค่กับพีคนั่นแหละที่จับไต๋ชั้นได้หมดเลย รู้ว่าชั้นเป็นคนยังไง เพราะแบบนั้นแหละชั้นถึงชอบ” 

“สงสารคนที่มาเป็นผัวเธอจริงๆ” พีคอดแขวะออกมาไม่ได้ นึกสงสารผู้ชายในอนาคตของอีกฝ่าย 

“สงสารตัวเองหรอ” 

“โว๊ะ!” พีคสบทออกมาก่อนจะเดินหนีลีเดียเข้าไปในบ้านอย่างเซ็งๆ ส่วนลีเดียก็ยิ้มล้าหน้าบานเดินตามพีคเข้าไป หลังหยอดคนตรงหน้าได้สำเร็จ เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วลีเดียกะแวะมากินข้าวบ้านพีคและอยู่เล่นกับพีคสักหน่อยก่อนไปงานถ่ายแบบต่อ เธอมองสำรวจต่างๆภายในบ้านอย่างคิดถึงหลังไม่ได้มานาน ก่อนจะเพ็งเล็งไปยังกล่องสีน้ำเงินที่วางอยู่ใต้ชั้นทีวี ลีเดียขมวดคิ้วสงสัย สะกิดพีคที่เดินอยู่ใกล้ๆ 

“พีค เดี๋ยวนี้พีคเล่นเกมด้วยหรอ ทำไมชั้นไม่รู้” ลีเดียถาม 

“ของหมามัน” พีคตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะอาหารที่สองเตรียมไว้  ส่วนลีเดียย่นคิ้วงงหนักกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แล้วเดินยิ้มกว้างเมื่อเห็นกับข้าวบนโต๊ะ 

“แหม ไม่ได้กินข้าวบ้านนี้นาน คิดถึงจัง ..สอง ตักข้าวให้ที่นึงจ่ะ” ลีเดียบ่นคิดถึง แล้วหันไปสั่งสองให้ตักข้าวให้ สองเหลือบมองพีคนิดนึง แต่พีคก็พยักหน้าให้สองไปตักข้าวให้ 

ท่ามกลางโต๊ะกินข้าวที่มีพีคกับลีเดียสองคน ลีเดียก็ชวนพีคคุยนู่นคุยนี้อย่างสนุกสนาน แต่พีคไม่ได้รู้สึกสนุกด้วย ทำแค่เออออตามน้ำ ตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ พลางมองนาฬิกาเป็นพักๆ คิดว่าใครอีกคนคงยังไม่ตื่น เวลาผ่านไปทั้งคู่กินข้าวเสร็จ พีคลุกหนีเข้าไปช่วยสองล้างจานในครัวเพราะไม่อยากวุ่นวายกับอีกคน ลีเดียที่ไม่ใช่คนที่ชอบเข้าครัวเท่าไร เลยเดินไปห้องนั่งเล่นเพื่อรอพีค แต่จังหวะที่ลีเดียเดินผ่านบันไดบ้าน ร่างเรียวของเธอก็ไปชนเข้ากับใครบางคนที่ลงบันไดมา ทำให้ทั้งคู่เซถอยหลังไปคนละทาง ก่อนจะตั้งตัวแล้วมองคนตรงข้าม ลีเดียเบิกตากว้างมองเพลิงอย่างสงสัย ส่วนเพลิงหน้าเจือนเจ็บทางด้านหลัง มองลีเดียอย่างงงๆ ไม่ได้ใส่ใจ แล้วพูดกล่าวขอโทษเมื่อเห็นว่าเป็นแขก 

“ขอโทษครับ” เพลิงบอก เตรียมที่จะเดินไปในครัวและคิดว่าลีเดียคงไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเพลิงได้อาบน้ำจัดการตัวเองแล้วใส่เสื้อคอเต่ากับกางเกงขายาวลงมา ไม่อยากให้ลูกน้องของพีคเห็น และก็แอบโล่งใจด้วยที่เซฟตัวเองลงมาวันนี้  แต่ยังไม่ทันที่จะเดิน อีกฝ่ายเรียกตักเพลิงก่อนจนเพลิงหยุดชะงักระหว่างไป 

“นายเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่บ้านพีคได้” 

******************************************** 

แต่งอยู่ดีๆ เอ้า มีชะนีโพล่เข้ามาค่ะคุณพวกเธอ 

ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ 

หายหลายวันอย่าลืมกันน้าา 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น