นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

โทษทัณฑ์NCนิดหน่อย (อัพครบ)

ชื่อตอน : โทษทัณฑ์NCนิดหน่อย (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 14:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
โทษทัณฑ์NCนิดหน่อย (อัพครบ)
แบบอักษร

​2สัปดาห์ต่อมา

ขณะที่เมเปิลท้องย่างเข้าเดือนที่5 กานพลูกับสามี ไม่อยากให้บุตรสาวเดินทาง เลยตกลงกันว่าหลังเลิกงานขอให้ค้างที่โรงแรม แต่ฌอห์นก็ห่วงน้องสาวคนเดียวของเขา ทั้งๆที่คาร์เตอร์รับปาก ว่าจะดูแลเธออย่างดี และอีกไม่นานเบ็กกี้ก็จะเปิดเทอม และเขาก็จะต้องไปส่งเธอให้ถึงบ้าน 

คาร์เตอร์บอกให้ฌอห์นสบายใจได้ เขารับปากว่าจะดูแลเธออย่างดี ไม่ให้บกพร่องในหน้าที่แม้แต่น้อย และจะกำราบเธอให้อยู่หมัด เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย

แม้ว่าเบ็กกี้จะดื้อรั้นในบางครั้ง แต่เธอก็มักจะมีเหตุผลมาอ้างเสมอ  และที่สำคัญตอนนี้เบ็กกี้มักจะไปฝึกบุคลิกภาพ กับลาแมร์ในช่วงเวลาว่างๆ ซึ่งคาร์เตอร์ก็ไม่ได้ตำหนิอะไร และไม่ขัดข้องที่เธออยากพัฒนาบุคลิกตัวเอง

แต่เช้านี้ตั้งแต่เข้ามาในออฟฟิต เขามีประชุมกับฝ่ายบริหาร ตั้งแต่9:00น.เสร็จออกมาก็เกือบเที่ยง แต่ไม่เจอคนตัวเล็กอยู่ในห้องทำงาน คาร์เตอร์เดินหาเธอจนทั่ว แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงา

"เจอรี่..วันนี้ไม่มีไฟลท์หรอ?"

"มีตอนบ่ายสองครับบอส แล้วมีอะไรหรือเปล่าฮะ?"

"เจอคุณแมร์มั้ย?"

"เธอไม่อยู่ครับ เพิ่งขึ่นเครื่องไปฟิลาเดเฟียฮะ แล้วก็ไปกับแฟนบอสฮะ เธอไม่ได้บอกหรอครับ?"

​"ว่าไงนะ แล้วกัปตันมือหนึ่งเป็นใคร ทำไมยัยแมร์ไม่บอกฉัน โธ่เว้ย..ให้มันได้อย่างนี้สิวะ คิดว่าสนุกหรือไงกัน?"

​"กัปตันบนเครื่องคือ..."

​"ไม่ต้องเดี๋ยวฉันหาเอง เธอตายแน่ยัยตัวแสบ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เมื่อไหร่จะโตสักทีวะ?"

​คาร์เตอร์เดินหัวเสียเข้าห้องทำงานไป แล้วจะทำยังไง จากนี่ไปฟิลาเดลเฟียถึงจะใช้เวลาบินแค่ชั่วโมงเดียว แต่มันใช่เรื่องมั้ยที่จะไป และไม่เคยบอกเลยสักคำ ความดื้อรั้นขอให้บอกเถอะ

เกือบจะเที่ยงอีกไม่กี่นาที ความหิวในตอนแรกหลังออกมาจากห้องแประชุม กะจะพาเธออกไปทานข้าวข้างนอก แต่ตอนนี้คาร์เตอร์กินอะไรไม่ลงแล้ว ดีที่ว่าลาแมร์ไปด้วย แต่ถึงยังไงเขาก็ห่วงเธอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแเกรงว่าจะรับไม่ไหว

และที่สำคัญกระเป๋ายังอยู่ในห้องนี้ มือถือกระเป๋าสตางค์ไม่ได้เอาไปด้วย เขาต้องทำยังไงดีถึงจะจัดการคนดื้อรั้นได้ คงต้องใช้ไม้แข็งเพราะไม้อ่อนใช้มาเยอะแล้ว และก็ดีอยู่พักเดียว

คาร์เตอร์ตรวจเวลาเครื่องขึ้นลง จากบอร์ดดิ้งแล้วพอเห็นช่วงเวลาแล้ว เขาอยากจะจับเธอมาเขย่าให้หัวคลอน แล้วถามว่าทำแบบนี้เพื่อ ใช่เธอบอกว่าเขาดิบเถื่อน แต่วันนี้อาจจะมีความ'ถ่อย'อีกคำหนึ่งเกิดขึ้นแน่ๆ

ก่อนอื่นต้องจัดการคนตัวเล็กก่อน ส่วนเพื่อนรักค่อยจักการทีหลัง รับรองว่าเขาไม่ปล่อยผ่านแน่นอน ยุยงส่งเสริมกันดีนัก ต้องจัดการให้เข็ดราบซะบ้าง 

คาร์เตอร์เดินเป็นหนูติดจั่น อยูในห้องทำงานเขาพยายามคิดในแง่ดีว่า สิ่งที่เบ็กกี้อยากมีคือประสบการณ์ แต่ในเรื่องนี้เธอน่าจะบอกเขาบ้าง บอกก่อนก็ยังดี อย่างที่เธอเคยพูดก็ไม่ผิด ถ้าบอกเขาก็ไม่ให้ไปอยู่ดี เลยแอบไปแบบนี้จะดีกว่า

แล้วเรื่องนี้ถ้าพี่ชายเธอรู้เข้า พ่อแม่เธอรู้เข้าเขาต้องโดนตำหนิแน่ เพราะดูแลเธอไม่ดีแต่หารู้ไม่ยัยเพื่อนตัวแสบ ก็สมรู้ร่วมคิดคิดอยู่แล้ว ว่าหลายวันมานี่เธอถามเขาแปลกๆ คงเป็นเพราะเรื่องนี้แน่ๆ

หลายชั่วโมงต่อมา คาร์เตอร์ไปที่Gateทางเข้า เดินไปเดินมาอย่างน้อยก็ไม่เกินสามชั่วโมง ทั้งไปและกลับ หัวใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำกลัวไปสารพัด ในสิ่งที่เธอเห็นว่ามันคือเรื่องสนุก

​"ผมทราบว่าเป็นครั้งแรก ที่คุณมาทำหน้าที่บนเครื่องนี้"

​"ค่ะ..เพราะมีเทรนด์เนอร์ดีต่างหากล่ะคะ คือคุณลาร์แมร์คนนี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะกัปตัน"

"ด้วยความยินดีครับ ขอตัวนะฮะ"สองสาวก้าวฉับๆเข้ามา ลาแมร์กับเบ็กกี้คงไม่รู้ว่ามีสายตาอำมหิต แผ่รังสีอยู่ในระยะกระชั้นชิด

​"เฮีย.."

​"คาร์เตอร์..จะพาน้องไปไหน เดี๋ยวคาร์ลฟังฉันก่อนสิ"คาร์เตอร์ไม่ฟังเสียง แต่คว้าข้อมือเล็กนั้นตามเขาไป

​"กลับบ้านไม่ต้องทำมันแล้วงานการเนี่ย เป็นไงสนุกมากใช่มั้ย?"

​"เฮีย..หนูใส่ส้นสูงนะ เดินไวแบบนี้ก็เจ็บเท้าแย่สิคะ เฮียช้าหน่อยสิอายคนอื่นเขา เขามองเห็นมั้ยคะ เกิดเขาถ่ายรูปแล้วเอารูปเราไปลง เสียหายแน่ค่ะ เฮีย..โอ้ย..อะไรเนี่ย?"เขาเหวี่ยงร่างเล็กลงบนโซฟา เมื่อเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาแล้ว เด็กสาวลูบข้อมือเล็กของเธอ ที่เขากระชากมาเมื่อครู่

​"สนุกนักใช่มั้ย?"

​"...."

"ฉันถามว่าสนุกมั้ย?"

"..."

"เบ็กกี้ตอบคำถามเฮียมา?"

​"ใช่สนุกค่ะ..สนุกมากด้วย แค่ไม่กี่ชั่วโมงทำให้เราได้รู้อะไรหลายอย่าง ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน"

​"รวมทั้งกัปตันนั่นใช่มั้ย?"

​"ใช่ค่ะ..เขาเป็นสุภาพบุรุษ..ว้ายย เฮียจะทำอะไร จะไปไหนคะ อือ..ไม่ๆปล่อยหนูนะ"

ไม่มีเสียงตอบรับ เธอทั้งทุบทั้งตีเขา แต่คนร่างใหญ่หาได้สะเทือนไม่ คาร์เตอร์แบกคนตัวเล็ก เอาไว้บนบ่า ออกทางประตูด้านหลัง มาที่ลานจอดรถ จับเธอยัดเข้าไปในรถ ก่อนจะดึงเข็มขัดมาคาดให้ ช่างไม่มีความนุ่มนวลเอาซะเลย

​panatown

​คาร์เตอร์ขับรถด้วยความเร็ว เพียงเวลาไม่นาน เขาพาเธอกลับมาที่คอนโด ไม่มีเสียงพูดคุยมีแต่ทุบตีแผ่นหลังบึกบึนของเขา ดังตุ๊บตั๊บๆแต่ชายหนุ่มหาได้สะทกสะท้านไม่

​ป้าบๆๆ

​"ดื้อนัก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ รู้มั้ยว่าคนเขาเป็นห่วง ป้าบๆๆ"

​"เฮีย..ตีก้นหนูทำไมไอ้คนบ้า แน่จริงปล่อยลงสิโว้ย แล้วมาสู้กันตัวต่อตัว อ้ากก ปล่อยนะ..อีเฮียบ้าๆๆๆ อือๆๆ โอ้ยย.."ร่างเล็กกระเด็นกระดอนไปตามแรง ที่เขาโยนเธอลงที่โซฟาตัวหนา

​"สนุกมั้ยที่ปล่อยให้คนเขาเป็นห่วง สะใจหรือยัง?"

​"เค้าก็แค่อยากไปลองดูเท่านั้น ว่ามันเป็นไงบ้างเฮียโกรธหนูหรอ อย่าโกรธนะเค้าขอโทษ"เบ็กกี้เข้าไปสวมกอดคาร์เตอร์ ซบหน้ากับแผ่นหลังเขา แต่ร่างสูงยังไม่ไหวติง

"ถ้าเฮียไม่ให้อภัยก็ไม่เป็นไรคะ ถือว่าเราสิ้นสุดกันแค่นี้ก็แล้ว ขอบคุณที่ผ่านมาเฮียดูแลหนูอย่างดี อย่าปิดกั้นตัวเองเลยนะคะ ถ้าพบเจอใครที่ดีกว่าหนู ก็ตัดสินใจไปเถอะค่ะ ลาก่อนค่ะเฮีย"เธอผละจากเขาอย่างอ่อนล้า คาร์เตอร์ใจหายวาบ แล้วต้องทำยังไง ถึงจะเข้าใจกับเด็กสาวอายุขนาดนี้

​"เดี๋ยว..จะไปไหน?"

​"กลับบ้าน"

​"บ้านไหน?"

​"จะเอาบ้านไหนล่ะ ชั้น5นั่นก็ใช่ ซีแอตโทลนั่นก็ใช่ ญี่ปุ่นก็ใช่"

​"แถมชั้น15ให้เป็นบ้านอีกได้มั้ย บ้านของเรา"

"เฮีย..งื้อๆๆ หนูขอโทษ เฮียหายโกรธนะเค้าสำนึกแล้ว"สองร่างสวมกอดกันแนบแน่น คาร์เตอร์อยากจะลงโทษหนักๆ แต่ทำไม่ลงเลยทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้

​"ไม่ร้องสิ อย่าร้องนะก็เฮียเป็นห่วงนี่ จะไปไหนก็ไม่บอก คราวหลังก็ต้องคุยกันก่อนสิ จะทำอะไรให้นึกถึงเฮียคนแรก เข้าใจหรือยังจุ๊ฟ"ร่างบางสะอื้นฮักอยู่กับอกเขา ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาเธอ เบ็กกี้พยักหน้าหงึกหงัก แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขาเลยสักนิด

"หายโกรธเค้านะ"

"เฮียไม่โกรธ แต่น้อยใจที่เราไม่เห็นหัวเฮีย เราเป็นถึงผู้บริหารสายการบิน ดูแลลูกน้องเป็นร้อย แต่กับดูแลเด็กในปกครองไม่ได้ รู้ถึงไหนใครเขาจะเชื่อถืออีกต่อไปล่ะ?"

"งั้นหนูจะไม่ไปทำงานอีกแล้ว"

"เหตุผล?"

"ก็อายคนอื่นเขาไง แล้วคิดหรอว่าเรื่องที่เกิดวันนี้ คนเขาจะไม่เอาไปพูด หนูจะไม่ไปแล้วเฮียหาคนอื่นมาแทนหนูได้เลย"

​"หมายถึงอะไร ทำหน้าที่เลขานั่นนะ"

​"ค่ะ..หรือทั้งสองอย่างเลยก็ได้"

​"พูดบ้าๆเลขานะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คนดูแลหัวใจต้องคนนี้คนเดียว ที่น่าไว้ใจที่สุด ไปอาบน้ำเลย เดี๋ยวจะหาข้าวให้กินหิวหรือเปล่า"

​"หิวมากๆด้วย"

"ไปตั้งไกลทำไมไม่หาอะไรกินที่โน่นล่ะ?"

​"กินข้าวนะถึงอาหารอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าคนที่นั่งข้างๆ ไม่ใช่เฮียหนูก็ไม่กินหรอกค่ะ เพราะมันไม่ฟินนน.."คาร์เตอร์หลุดยิ้มออกมาได้ ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้เธอสินะ

​"ชอบพูดถูกใจ..เด็กโง่เอ้ย.."

"ถูกใจก็ให้รางวัลสิคะ"

"แล้วอยากได้อะไร?"

​"คืนนี้หนูขอนอนห้องเฮียนะ"

​"พูดบ้าๆเดี๋ยวก็เกิดเรื่อง"

"ไม่เห็นเกิด ถ้าจะเกิดมันเกิดไปนานแล้ว เพราะเราอยู่ห่างกันแค่นี้อ่ะ แล้วชุดหนูสวยมั้ยพี่แมร์แต่งหน้าให้ หนูว่าเป็นแอร์ก็ดีนะคะเฮีย ตอบมาว่าเห็นด้วยกดเลข1 ถ้าไม่เห็นด้วยกดเลข0 ตกลงว่า ท่านกดหมายเลขอะไรหรือเจ้าคะ?"

"กดเลข5"

"ไม่อยู่ในกติกานี่คะ"

"นี่คือกฏของเฮีย 5แปลว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เข้าใจหรือยังแม่ตัวแสบ"

"ไม่เข้าใจค่ะ คนแก่เผด็จการ ไปอาบน้ำก็ได้แต่หนูออกมาต้องได้กินข้าว แล้วทำให้อร่อยด้วยชิส์..คนแก่ขี้บ่น"

เธอสะบัดหน้าพรืดเดินเข้าห้องนอนไป คาร์เตอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คงต้องหาหนังสือเกี่ยวกับเด็ก อายุ19-20มาอ่านแล้วมั้ง จะว่าไปเขาก็เคยอายุเท่านี้นะ หรือว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว

คาร์เตอร์ดูอาหารสดในตู้เย็น พอจะทำอะไรให้คนเจ้าปัญหากินได้บ้าง 'แซลมอนทอดเกลือ มีผักลวก ไข่เจียว น้ำผลไม้แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง ข้าวนอกบ้านไม่เคยกิน'ชายหนุ่มทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว 

เมื่อก่อนอยู่ตัวคนเดียว อะไรก็กินได้แต่ตอนนี้ เขาต้องดูแลเด็กอีกคนหนึ่ง คิดว่าเอามาเลี้ยงต้อยเป็นแฟน แต่เขาว่าน่าจะเป็นลูกมากกว่า 

"มาแล้วค่ะ..หนูได้กลิ่นปลาทอดใช่มั้ยคะ?"

"เครื่องดูดควันเสียหรือไงนะ?"

"ทำไมล่ะคะ?"

"ก็กลิ่นมันไปรบกวนไง แต่เฮียว่าไม่ใช่นะมันยังทำหน้าที่ของมันอยู่"ปากก็พูดมือก็ทำอาหารไป เด็กสาวอยากกอดเขาเหลือเกิน เวลานี้น้ำตาเม็ดโตๆ อยากจะหยดแหมะออกมาอีก นอกจากพ่อแม่และพี่ชายแล้ว ก็มีเขาคนเดียวที่คอยห่วงใยเธอ ทั้งๆที่ เมื่อก่อนเกลียดขี้หน้ากันจะตาย

"เฮีย..เค้าซับเหงื่อให้นะ เคยทำให้คนอื่นมั้ยคะ?"

"ทำอะไร?"

"ก็แบบนี้"

"ทำอาหารเนี่ยนะ?"

"ค่ะ"

"ก็เคยบ้างเมื่อก่อน ทำให้แม่กินบ้างแต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันน้อยมาก เฮียสัญญากับตัวเองว่า ถ้าเราแต่งงานกันเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป จะไม่ต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่แบบนี้ มันเหงาเป็นบ้าเลย ถึงเฮียจะเป็นผู้ชายนะ ในวูบหนึ่งก็คิดถึงแม่กับพ่อเหมือนกัน"

"แล้วคิดถึงหนูมั้ยคะ?"

"ไม่น่าถาม แล้วเราล่ะจะคิดถึงเฮียมั้ย?"

"คิดถึงค่ะ หนูจะแอบมาดูว่าเฮียแอบเอาอีหนูมากกในห้องหรือเปล่า ถ้าเฮียทำแบบนั้นเฮียตายแน่บอกเลย"ชายหนุ่มยิ้มกว้าง รู้สึกดีจังที่เธอหวงเขา

"จะมาเมื่อไหร่บอกด้วยนะ จะได้รู้ล่วงหน้าว่าจะไม่พาใครมา/เฮีย..."

"เฮียล้อเล่น..ฟอดดด มีเจ้าของแล้วนะ ตัวเองก็ด้วยอย่าให้รู้นะว่าแอบคุย หรือมีคนอื่นเฮียก็ไม่ยอมเหมือนกัน เข้าใจมั้ยที่พูด?"

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ..ดุนะเรา"

"ทะลึ่งนะ..ความวัวยังไม่หายนะ อย่าก่อเรืองอีกรู้ไว้ด้วย/รู้แล้วค่ะ..โอ้ว์..หนูชอบแครอทที่สุดเลยขอบคุณนะคะ ที่ทำอาหารให้กิน เฮียขา.."

"ว่าไง..?"

​"ถ้าหนูย้ายมาเรียนที่นี่ เฮียว่าดีมั้ยคะ?"

​"อืม..เข้าท่านะ ทำไมเฮียไม่คิดเรื่องนี้นะ แต่อย่าเลยอยู่ใกล้พ่อแม่นะดีแล้ว เดี๋ยวเฮียลาพักร้อนไปหาเองจะดีกว่า พ่อแม่เสียดุลไปคนหนึ่งแล้ว และเราก็เป็นผู้หญิงด้วย เฮียไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเห็นแก่ตัว ไปฉกลูกสาวเขามาเป็นสมบัติของตัวเอง"

"ดูเฮียเป็นคนดีมากเลยนะคะเนี่ย อืม!ปลาอร่อย เฮียขาหนูเห็นไวน์ในตู้เย็น กินได้มั้ยอ่ะ?"

"อยากกินหรือไง เดี๋ยวก็เมาหรอก"

"เมาที่บ้านนี่นา ไม่ได้เมาที่อื่นสักหน่อยอย่างน้อย เฮียก็ต้องดูแลหนูจริงมั้ยคะ"มันก็แหงล่ะ เขาต้องดูแลเธออยู่แล้ว

"เอาสิแก้วเดียวนะ"

"ค่ะ..รับรองไม่หมดขวดไม่เลิก"

​"อะไรนะ?"

"ล้อเล่นค่ะ"

"ไปหยิบมาสิ เดี๋ยวจะรินให้เองไม่ใช่น้ำหวานธรรมดานะ มันมีแอลกอร์ฮอร์ด้วย ดื่มมากเมาได้เหมือนกัน เคยกินหรือไง?"

"ยังไม่เคยค่ะ แต่เพื่อนหนูรู้เรื่องพวกนี้นะ พวกเธอเก่งมาก"

"บางอย่างไม่ต้องเอาเขาเป็นแบบอย่างก็ได้"

"เฮีย..หนูอยากไปเที่ยวผับอ่ะ พาไปหน่อยสิมันเป็นยังไงหรอคะ?"

​"อะไรนะอยากเที่ยวผับงั้นหรอ คิดบ้าอะไรของเธอยัยตัวแสบ?/เปล่านะคะ แค่อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง ทำไมเด็กวัยรุ่นชอบไปจัง"

​"ยังเด็กไม่ควรเข้าผับ"

​"หนูโตแล้วนะคะเฮีย.."

"อย่าดื่มเยอะน่า พอได้แล้วพูดยังลิ้นพันกัน สามหาวจะเข้าผับ คิดอะไรบ้าๆนะ ตัวเล็กเฮียบอกให้พอไง มันไม่ใช่น้ำเปล่านะ"

"แค่นี้เบๆค่ะ แต่ว่ามันอร่อยดีนะคะ หนูชอบจัง"เธอดื่มไวน์เข้าไปยังกับว่ากินน้ำเปล่า แล้วก็ไม่คิดจะหยุดด้วบ

"พอเถอะเดี๋ยวเมานะ"

"ครายจามาว..เอิ้กก ม่ายๆๆ ทำไมชอบบังคับหนูนัก อ้ายนั่นก็ไม่ดี อ้ายนี่ก็ไม่ใช่เฮียจำกัดสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของหนูนะ ม่ายยุติธรรมเลย"

"ยัยตัวแสบเอ้ย..ละเมออะไรของเธอวะ"

"ม่ายด้ายละเมอน้ะ..เฮียขาอยู่หนาย..ทำไมหนูมองอะไรไม่เห็นอ่ะ เฮียมีสองหน้าเหรอ นี่ไงเฮียของหนู เอิ้กๆ"

"เฮอะ..สมน้ำหน้าสิ้นฤทธิ์หรือยัง ดื้อรั้นจนได้เรื่องละเมอเพ้อพก แค่นี้ยังเมาแอ๋ แค่นจะไปเที่ยวผับ ให้ตายสิเบ็กกี้มันน้าจับมาฟาดก้นนัก ไปนอนนะคนดี"

คาร์เตอร์ช้อนร่างเล็กขึ้นจากเก้าอี้ กรุ่นกลิ่นไวน์อ่อนๆ ลอยมาปะทะที่จมูกเขา กลีบปากเย้ายวนสีชมพูระเรื่อ มันน่านักแต่เขาอยากให้เธอมีสติมากกว่านนี้ 

ชายหนุ่มวางเธอลง บนเตียงใหญ่ในห้องนอนเขา ก่อนจะจัดให้คนตัวเล็ก นอนในท่าสบายเขาจุมพิตแผ่วเบาที่กลีบปากบางนั้น ความหอมหวานของไวน์แดง ส่งผลให้แก้มเธอดูเปล่งปลั่ง 

คาร์เตอร์กดจมูกที่แก้มนวลหนักๆ ก่อนจะห่มผ่าให้เธออย่างเบามือ กดหอมหน้าผากเล็กนั่นเบาๆ พิศมองดวงหน้าหวานนั้นอย่างใหล ทำไมต้องทำให้ห่วงอยูเรื่อยเลยนะ เขาลงจากเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไป

คาร์เตอร์มาเก็บสำรับบนโต๊ะ มองเห็นขวดไวน์แล้วยิ้มขำๆ'คิดว่ามันเป็น้ำผลไม้หรือไงนะ ยัยตัวแสบเอ้ย'

​Rrrrrrrr Rrrrrrrr....

​"คาร์เตอร์พูดครับ"

[คาร์ล..นี่ฉันเองนะ นายดูข่าวหรือยังหน้านายหราบนโซเชียล ตอนที่นายอุ้มน้องขึ้นพาดบ่า มันมีคนถ่ายรูปนายแล้วเอาไปลงนะ คาร์ลทำไมเงียบไป]

"ก็ฉันฟังอยู่นี่..ช่างมันเถอะฉันอธิบายได้"

[แล้วท่านประธานก็ตามหานายอยู่นะ แล้วจะมาอธิบายเมื่อไหร่กัน คาร์ลฉันว่าป่านนี้ทุกเห็นคงเห็นหน้านายหมดแล้ว]

​"ก็ช่างมันสิ ก็ไอ้คนที่ถ่ายมันก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้วนี่ ขอบใจที่แกห่วงฉันไอ้แมร์ แต่ตอนนี้แกต้องไปสืบมาว่าใคร มันเอารูปฉันไปลงต้องเป็นคนในนั้นแหละ คนอื่นๆจะรู้ได้ไงว่าฉันเป็นใคร?"

​[อืม..นั่นสินะ เดี๋ยวฉันจัดการเองแล้วน้องเขาเป็นไงบ้าง นายทำอะไรเบ็กกี้หรือเปล่า คาร์ล]

​"ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไร แต่ตอนนี้เธอสลบเหมือดไปแล้ว"

[คาร์ล..นายไม่น่าทำแบบนั้น ทุกอย่างฉันผิดเอง ที่ฉันพาเธอไปเพราะเธอรบเร้า แต่ถ้าฉันปฏิเสธคำเดียว ทุกอย่างก็จบแล้วคาร์ล ฉันเป็นห่วงน้องเขานะ]

​"ไม่ต้องห่วงหรอก ในเมื่อยัยตัวแสบดื้อรั้นนักเธอก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์ ที่เธอก่อเอาไว้บ้าง ไปสืบมาว่าใครเอารูปฉัลง แล้วเห็นหน้าเบ็กกี้มั้ย?"

[ไม่เห็นนะ แต่หน้านายโชว์หราเลยล่ะ]

"ดีเลย..ฉันเลยดังไปใหญ่แค่นี้นะไปสืบมา ใครเอารูปลง"

[คาร์ล..]

"อะไรอีก?"

[ฉันขอโทษนะ]

"เออ..ยังไม่ยกโทษให้ แต่แกต้องไปสืบว่าใครเอารูปลง หาตัวมันให้เจอ ไม่งั้นฉันไม่ให้อภัยเข้าใจ๋?"ชายหนุ่มกดวางสายจากเพื่อน จะมีใครที่อยู่แถวนั้น ตอนที่เขาเดินเข้าGate มีแต่ผู้โดยสารเดินไปเดินมา

​'ต้องการจะดีสเครดิตฉันงั้นหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก จะได้เรื่องมั้ยวะไอ้แมร์?'คาร์เตอร์ไม่ได้เปิดมือถืออ่านด้วยซ้ำ ว่ามีข่าวอะไรเพราะไม่จำเป็นต้องไปเต้นตามข่าว แต่ตอนนี้ต้องหาไอ้คนมือดีซะก่อน ว่าที่เอารูปเขาไปลงเพื่อต้องการอะไรกันแน่

​"ร้อน..เฮียเปิดแอร์หน่อย...เฮีย..."เสียงโวยวายอยู่ภายในห้องนอนใหญ่ ทำเอาคนที่กำลังเช็ด ทำความสะอาดโต๊ะอาหารตกใจ

"เฮ้ย..อะไร?"

"ร้อนค่ะ หนูร้อน แอร์เสียหรือไง?"คนที่นอนอยู่เตียงร้อนรน ดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองออก

"ไม่นะแอร์ไม่เสีย ไปอาบน้ำดีกว่านะ"

"ไม่เอา..ไม่อาบนะ เฮียขา"

"อยู่นี่แล้ว..ไม่อาบก็นอนนะคนดี"

"กอดหน่อย"

"โอเค..เรื่องเยอะจัง กอดแล้วฟอดดด บอกแล้วไม่เชื่อว่าไม่ให้กิน ก็ดันทุรังเหลือเกินนะเรา"

"...."

"ที่รัก..หายร้อนหรือยัง?"

"..."

"ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้คาร์ล ชีวิตที่เคยราบเรียบตอนนี้มีแต่เรื่องตื่นเต้นสุดๆ ตอนนี้คงมีคนรู้จักฉันไปทั่วโลกแล้วสินะ เฮอะ!เขาจะชมหรือจะด่าวะนั่นนะ"คาร์เตอร์นอนลงข้างคนตัวเล็ก ตอนนี้เขากลายเป็นหมอนข้าง ให้เธอกอดก่ายไปแล้ว 

ชายหนุ่มเปิดมือถือเข้าไปดูในฟีดข่าว คงมีคนวิจารณ์เขายับเยินไปแล้ว

'ชายหนุ่มรูปหล่อ ผู้บริหารสายการบินดัง สุดพีคอุ้มแอร์โฮสเตสสาวขึ้นบ่า แบบชิลๆ'

พร้อมคอมเมนต์ใต้ภาพอีกหลายๆคำพูด

​~หล่อขนาดนี้เป็นเราก็ยอมค่ะ~

~เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว~

~อุ้ยย..หล่อวัวควายล้มตาย~

~หล่อมากกกก#แฟนเขาหรือเปล่าคะ?~

~สายการบินอะไรคะอยากไปจัง~

~บลาๆ~

และยังมีอีกหลายคอมเมนต์ ที่ส่งเข้ามาบางคนก็สร้างสรร บางคนก็ด่าเสียหาย คาร์เตอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะวางมือถือไว้ที่หัวเตียง แล้วหันกลับมามองคนข้างกาย ที่นอนหลับไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เมื่อตอนบ่ายเธอเป็นคนพูด ว่าเดี๋ยวมีคนถ่ายรูปแล้วเอาไปลง นี่สินะตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว 'ยัยตัวแสบเอ้ยแต่เฮียไม่สนใจหรอก เรื่องมันเกิดแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องดูต่อไปว่าคนๆนั้นต้องการอะไร?'

​ออฟฟิตJFK

​"พี่แมร์คะแล้วบอสรู้เรื่องหรือยัง พี่แมร์บอกบอสหรือเปล่าเรื่องข่าว?"วีว่าพนักงานอีกคนถามขึ้น แต่ในวงสนทนานี้ปราศจาก แคทเทอร์ลีน เพราะทุกคนสงสัยว่าเป็นเธอ

"นายคาร์ลรู้แล้ว แต่ไม่เห็นเขาเดือดร้อนอะไรเลย และเขายังบอกพี่ว่า ให้หาไอ้คนถ่ายรูปเขาให้เจอ เขาจะเล่นงานให้ถึงที่สุด นายคาร์ลเป็นคนจริงนะ เห็นเขาขี้เล่นยังงั้นก็เถอะ"

​"นี่..พวกเราบอสรูปหล่อของเรานะ ดังใหญ่แล้วนะ เธอเห็นรูปในข่าวหรือยัง?"

​"ข่าวอะไรหรอ แคทมือถือฉันอยู่ๆก็ดับขอดูหน่อยสิ เข้าไปดูในไหนหรอ?"ลาแมร์เอ่ยขึ้น แคทเทอร์ลีนรีบยื่นมือถือให้ หญิงสาวรีบคว้ามือถือเธอมา ก่อนจะเปิดหารูปในแกลลอรี่ เพราะทุกคนเห็นพ้องกันว่า แคทคือต้นเรื่องทั้งหมด

​"นี่เจอแล้ว..แคทฉันถามอะไรหน่อยสิ"

​"อะไรหรอ?"

"ทุกอย่างมันเกิดจากเธอใช่มั้ย เธอทำอย่างนั้นทำไม ตอบพวกเรามาเดี๋ยวนี้"วีว่ารีบถ่ายรูปเก็บไว้ขณะที่ลาแมร์ยกมือถือขึ้น นี่คือหลักฐานว่าทุกอย่าง เกิดจากแคทเทอร์ลีนทั้งหมด

"เอามือถือฉันคืนมานะ ฉันเกลียดนังเด็กนั่น มันด่าฉัน ฉันเกลียดมัน"แคทเทอร์ลีนพาลไปถึงเบ็กกี้

​"แต่เรื่องมันจะไม่จบแค่นี้หรอกนะ เพราะนายคาร์ลบอกฉันว่าเขาจะเอาเรื่อง คนที่เอารูปเขาลงจนถึงที่สุด เธอเกลียดเบ็กกี้เพราะน้อง****น่ารัก น้องฉลาดกว่าคนแก่ที่ไม่มีสมองอย่างเธอ เธอไม่น่าทุบหม้อข้าวตัวเองเลย เธอเกลียดเบ็กกี้แล้วเธอเอารูปบอสลง ในคอมเมนต์ไม่มีใครพูดถึงเบ็กกี้เลย เขาพูดถึงแต่คาร์เตอร์ดีบ้างแย่บ้าง ฉันสงสารสองคนนั้นจัง และฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าคาร์เตอร์เขาเอาเรื่องเธอ ฉันจะสนับสนุนเขาเต็มที่ และถ้าประธานเขาจะพิจารณาคาร์เตอร์ ก็คงแค่ถูกตักเตือน แต่เธอสิเตรียมหางานใหม่ได้เลย คนเขาคงคิดว่าวงการนี้น่าอยู่ และน่าสนุกท้าทายความสามารถ แต่เธอรู้มั้ยว่ามันสกปรกสิ้นดี เพราะพวกเรากันเองนี่แหละ แต่สมองที่มีแต่ความอิจฉาริษยาอย่างเธอ คงคิดไม่เป็นมั้งเรื่องแบบนี้"

​แคทเทอร์ลีนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เธอเลือกความสะใจเป็นที่ตั้ง แต่ไม่นึกถึงผลที่จะตามมา ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หญิงสาวหน้าชาเมื่อเพื่อนสนิทตอกกลับมา ได้เจ็บแสบมากเพียงแค่ไม่กี่นาที ที่ตัดสินใจเอารูปลง ชีวิตเธอเปลี่ยนไปเลยหรือยังไงนะ นี่หรือเปล่าที่เขาบอกว่าความลับไม่มีในโลก แคทเทอร์ลีนคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้ว แต่แพ้ทางลาแมร์ที่เจ๋งกว่า



​นี่แหละนะที่เขาบอกว่า แค่คิดผิดชีวิตเปลี่ยน อย่ายอมนะเฮียรีบจัดการนังงูพิษนี่ซะลาแมร์พูดถูก แคทเทอร์ลีนนางทุบหม้อข้าวตัวเอง เตรียมรับโทษทัณฑ์นะจ๊ะ จบตอนแล้วจ้าเจอกันตอนหน้านะบาย..สู้ๆนะเฮีย💪💪💪

ความคิดเห็น