เจ้าแม่ดราม่า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

“พวกนั้นเยอะขึ้นกว่าเดิมแฮะ!!”

“ฉันว่า...เราขึ้นรถไฟไปมิลานแล้วให้คนของคุณรอรับที่นั่นไม่ได้เหรอ” ผมหันหน้ามองหญิงสาวร่างบางข้างๆตอนนี้เราสองคนกำลังหรบในซอยเล็กๆข้างโรงแรม

“เอาแบบนั้นก็ได้นะแต่ว่าก่อนอื่นคงต้องหาอะไรปิดหน้าก่อน” เธอพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งผมจึงพูดขึ้นต่อ “ฉันจับมือเธอได้ใช่ไหม” แม้จะเป็นคำขอแต่ผมไม่รอคำตอบรีบกุมมือของเธอเดินออกจากซอยนั้นทันที

เราสองคนเดินออกมาอย่างหรบๆซ่อนๆจนไปถึงร้านขายแว่นตาแห่งหนึ่งเราหยิบขึ้นมาใส่คนละอันก่อนจะรีบเดินออกไปทันทีระหว่างทางที่กำลังเดินไปสถานีรถไฟผมก็ส่งข้อความบอกแจอันให้ไปรอผมที่มิลานผมจะไปเจอที่นั่นเหมือนหมอนั่นจะอยากรู้เหตุผลเหมือนกันแต่ผมบอกแค่ว่าถึงแล้วจะรู้เอง

“ฉันจะไปซื้อตั๋วรออยู่ที่นี่แป๊บนะเดี๋ยวมาอย่าหายไปไหนละเข้าใจใช่ไหม”

“คุณแม็กฉันไม่ใช่เด็กนะที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้”

“แต่เธอชอบทำตัวเหมือนเด็กไงลิต้าฉันถึงต้องพูดแบบนี้”

“คุณแม็ก!!”

“หยุดเรียกฉันว่าคุณได้แล้วเรียกแม็กเฉยๆได้ไหม” ผมละไม่เข้าใจทำไมเธอถึงต้องเรียกผมเป็นทางการตลอดทั้งที่อายุเราก็เท่ากันแถมเธอยังสนิทกับเรดาร์อีกและอีกอย่างที่สำคัญเธอเรียกไอ้แอลว่าแอลฟ่าเฉยๆไม่เหมือนผมที่อะไรๆก็คุณแม็ก คุณแม็ก!! ให้ตายสิ!!!

“แม็กเฉยๆรีบไปซื้อตั๋วได้แล้ว” คำพูดยอกย้อนของคนตรงหน้าทำให้ผมอยากจะจับเธอกดลงสั่งสอนริมฝีปากของเธอจริงๆผู้หญิงอะไรกวนอารมณ์ได้ตลอด

“ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกันนะเดี๋ยวมา” ผมตัดสินใจเดินหันหลังออกมาต่อคิวรอซื้อตั๋วรถไฟไปมิลานจนเวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีอีกคิวเดียวก็จะถึงผมแต่จู่ๆสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นคนพวกนั้นที่ไล่ล่าเธอเดินวนเวียนอยู่แถวสถานีรถไฟ

“ให้ตายสิยัยนั้นจะไปไหนหรือเปล่านะ” ผมมองช้ายมองขวาหาร่างบางว่าตอนนี้เธออยู่ไหนพร้อมกับชั่งใจว่าจะยอมรอต่อคิวซื้อตั๋วหรือออกไปหาเธอดีในระหว่างที่กำลังคิดหนักก็มีคนมาสะกิดหลังผม

“แม็กเฉยๆฉันอยู่ตรงนี้รีบกดซื้อตั๋วได้แล้วก่แนพวกนั้นจะเห็นเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”

“อื้อ” พอได้ยินว่าเธอหรบอยู่ข้างหลังผมก็โล่งใจไปมากอย่างน้อยเธอก็ยังเดินมาหาผม จากนั้นผมก็รีบกดซื้อตั๋วทันที และ รีบจูงมือเธอเดินลงไปรอรถไฟด้านล่างแทนยังดีที่เราสองคนพรางตัวได้อย่างแนบเนียนพวกนั้นไม่ทันสังเกตด้วยช้ำเราจึงผ่านมาได้อย่างง่ายดาย

“นอนพักได้นะเดี๋ยวถึงละจะปลุกอีกตั้ง4ชั่วโมงกว่าจะถึง” ผมหันหน้าไปพูดกับร่างบางที่ตอนนี้นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ

“แม็กเฉยๆรู้ไหมว่าฉันนะเดินทางบ่อยแค่ไหนตั้งแต่หกเดือนก่อนชีวิตของฉันไม่สงบอีกเลยคนพวกนั้นตามล่าฉันไปทุกที่พวกนั้นพยายามจับตัวฉันแต่วันนี้พวกนั้นพยายามจะฆ่าฉันแทน”

“เพราะอะไร” ผมถามขึ้นเพราะความอยากรู้จริงๆว่าทำไมคนของเขาคนนั้นถึงล่าเธอขนาดนี้ถ้าผมช่วยเธออย่างไม่คิดอะไรอาจเกิดสงครามระหว่างผมกับเขาก็ได้

“เพราะนายนั้นแหละแม็กเฉยๆ” ผมเริ่มจะรำคาญที่เธอเรียกชื่อผมแบบนี้ละนะ

“นี่!!! เธออยากจะเรียกฉันยังไงก็ได้นะแต่อย่าเรียกแม็กเฉยๆได้ไหมฟังดูพิลึกไงไม่รู้” เธอหันมามองผมพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรต่อ

“แล้วที่บอกว่าเป็นเพราะฉันหมายความว่าไง” แต่พอผมถามถึงเรื่องนี้แววตาของเธอที่มองผมก็เปลี่ยนไปเป็นความเย็นซาทันที

“วันนั้นคุณข่มขืนฉันที่ห้องน้ำ!! นั้นมันครั้งแรกของฉันนะทำได้ไงที่ห้องน้ำห้ะ!!!” แต่พอพูดเรื่องนี้เธอก็ทำโวยวายใส่ผมทันทีจนผมตั้งรับไม่ทัน

“คือ...เรื่องนั้นฉันขอโทษจริงๆไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ได้ตั้งใจแล้วใส่ไม่ยั้งอย่างนั้นนะเหรอเฮอะ!!”

“ก็ไม่เชิงว่าไม่ได้ตั้งใจคือฉันตั้งใจทำแต่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นห้องน้ำเข้าใจใช่ไหม??? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ฉันไม่เข้าใจ?” เธอมองหน้าผมทำหน้าแบบไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่ผมถาม

“นี่คุณไม่สำนึกหรือไงว่าตัวเองทำผิด”

“สำนึกอะไรเธอก็ดูชอบจะตายวันนั้นนะหรือเราจะรื้อฟื้นอีกครั้งดี”

“คุณแม็ก!!”

“เอ๋า!! ก็จริงนิแล้วอย่าพึ่งเปลี่ยนเรื่องสิฉันถามเธออยู่นะ”

“ไว้ไปถึงฉันจะเล่าให้ฟังไม่ใช่ตอนนี้” ผมนั่งมองเธอนิ่งที่ตอนนี้เธอกำลังมองออกไปยังนอกหน้าต่างวิวของข้างนอกมันสวยมากจริงๆ...

4 ชั่วโมงต่อมา

มิลาน, อิตาลี

“ลิต้าเราไปกันเถอะถึงแล้ว” ลิต้านั่งเอาหัวพิงไหล่ผมหลับมาตลอดทางจนเรามาถึงมิลานผมจึงปลุกเธอ

“อื้อออ...ถึงแล้วเหรอ” ผมพยักหน้าให้เธอเบาๆแทนคำตอบพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาแจอันให้มารับที่หน้าสถานีเพราะตอนนี้แบตเตอรี่ก็ใกล้หมดแล้วเหมือนกัน

“เราต้องออกไปรอข้างหน้าเดี๋ยวคนผมมารับพวกนั้นยังคงตามมาไม่ถึงหรอกคุณใส่แว่นแล้วก็ใส่นี่ปิดหน้าไว้ด้วย” ผมยื่นผ้าปิดหน้าที่ผมแอบจิกมาจากคนข้างๆยื่นให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกผมไม่ได้ช่วยคุณฟรีสักหน่อย” ใครก็ต้องการสิ่งตอบแทนอยู่แล้วนะสิเธอมองหน้าผมอย่างเซ็งๆทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ผมพูดพร้อมกับเดินหลังลงจากรถไฟอย่างไม่รอผม

“อะไรของเธอว่ะ” ผมยักไหล่เบาๆพร้อมกับเดินจามเธอไปอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ผู้หญิงนี่อารมณ์แปรปรวนชะมัด...

Litar

“เฮอะ!!! เฮอะ!!!” คนอย่างเขานี่มันไม่สำนึกอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย!!!! เขาจะรู้ไหมว่าฉันลำบากแค่ไหนตลอดหกเดือนที่ผ่านมาฉันไม่สามารถไปหาพ่อแม่ได้เพราะกลัวพวกนั้นทำอะไรพ่อแม่ต้องหนีไปที่นู่นที่นี่ไม่จบสิ้นพวกมันก็ตามฉันเจอจนฉันต้องตามหาเขาเป็นความหวังสุดท้ายของตัวเองเพื่อให้เขาช่วยฉัน!!! เพราะเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเขาคนเดียวอีตาบ้า!!! ทำไมยังมีหน้ามาบอกฉันว่าไม่ได้จะช่วยเฉยๆเฮอะ!!!!

“ลิต้าอย่าเดินมาแบบนี้คนเดียวสิมันอันตรายนะ” เขาวิ่งมาจับมือฉันเดินไปพร้อมกับหันมาต่อว่าฉันนี่เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเนี่ย!!! ทำแบบนี้ฉันใจเต้นนะ!!! เขายิ่งหล่ออยู่ด้วยคนบ้าอะไรดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า

“คุณแม็กเดินมาช้าเองนะ” เขายักไหล่แทนคำตอบแต่ยังคงเดินจับมือฉันเดินไปเรื่อยๆนี่เขาขยันทำให้คนอื่นใจเต้นแบบนี้เรื่อยๆสินะ!!!

“ตัวร้อนจังไม่สบายเหรอ” เขาหันหน้ามาถามหลังจากที่เดินไปได้สักพัก

“ป่ะ..เปล่าสักหน่อยก็สบายดี”

“งั้นรีบเดินเถอะ” เขารีบพาฉันเดินขึ้นไปข้างบนทันทีเพราะยิ่งช้าพวกนั้นยิ่งตามทันไม่นานเราสองคนก็มาถึงข้างบนเดินไปนิดหน่อยก็เห็นลูกน้องของเขารอรับอยู่แล้วเขาจึงรีบเดินเข้าไปหาลูกน้องชองเขา..

“แจอันทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม” ลูกน้องของเขาคนที่ชื่อแจอันยังคงมองหน้าฉันยิ้มพร้อมกับมองเจ้านายตัวเองเหมือนหมั่นไส้

“ครับ!!! อยากเที่ยวกับคุณลิต้าก็ไม่บอกผมละเป็นห่วงนึกว่าโดนไล่ฆ่าที่ไหนได้จับมือกันแน่นเชี่ยว” เอิ่มมมมไอ้หมอนี่เป็นลูกน้องของเขาจริงๆใช่ไหมเนี่ย!!!

“ไอ้บ้ารีบไปได้ละฉันจะรีบกลับเกาหลีเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้...โอเค??งั้นรีบไปสนามบินกัน” พูดจบเราก็รีบขึ้นรถเขาสั่งลูกน้องรีบขับไปสนามบินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะจะได้หนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดจนไม่นานเราก็มาถึงสนามบินแต่เหมือนไม่ทันจะขึ้นเครื่องส่วนตัวของเขาก็มีกลุ่มชายชุดดำมาล้อมพวกเราไว้ลูกน้องของเขาที่รออยู่บริเวณเครื่องบกปืนขึ้นมาทันที...

“ที่แท้ก็เป็นคุณเองสินะที่ช่วยนังผู้หญิงคนนี้มิสเตอร์เคนดริก” ชายวัยกลางคนเดินออกมาคนที่ฉันจำได้ว่าเป็นคนยิงคนพวกนั้นที่ท่าเรื่อ!!!

“ผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นคนของคุณที่ไล่ล่าผู้หญิงของผมนะครับมิสเตอร์เบลนเดอร์” ฉันหันหน้ามองเขาทันทีนี่เขาบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงของเขางั้นเหรอ...ตอนนี้เขาโคตรเท่ราวกับพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงแต่ในความเป็นจริงฉันก็แค่สามัญชนเท่านั้นแต่มันก็เหมือนกันแหละนะ

“ผู้หญิงของคุณงั้นเหรอ...ผมส่งคนไล่ล่าผู้หญิงคนนี้มาหกเดือนผมไม่เห็นคุณจะรู้อะไรเลยนิจู่ๆวันนี้คุณจะมาบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนของคุณได้ไง” คำพูดของไอ้แก่ตรงหน้าทำให้เขาพูดไม่ออกได้แต่กำมือฉันแน่น

“ผมไม่อยากพูดแบบนี้นะมิสเตอร์เคนดริกส่งเธอมาให้ผมสะเราจะได้ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันให้เสียเวลาธุรกิจของเราก็จะยังคนดำเนินไปด้วยดีถ้าคุณไม่ส่งเธอมาเราสองคนคงต้องเป็นศัตรูที่น่ากลัวของกันและกัน” ฉันมองหน้าเขาอย่างลุ้นว่าเขาจะตอบยังไงแล้วเขาก็หันมามองหน้าฉันพร้อมกับก้มลงมากระซิบข้างๆหู

“คุณจะสัญญาหรือเปล่าถ้าผมช่วยคุณละคุณจะทำทุกอย่างตามที่ผมต้องการ” คำพูดของเขาเดาได้ไม่ยากว่าแปลว่าอะไรในสถานการณ์นี้ฉันต้องขอรอดก่อนอยู่แล้วฉันเตรียมใจไว้แล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องเจอแบบนี้!!!

“สัญญาค่ะ” เขายิ้มออกมาอย่างพอใจพร้อมหันไปสั่งลูกน้อง

“พาลิต้าขึินไปบนเครื่องรอฉัน” คำพูดของเขาดังขึ้นเหมือนเป็นการประกาศให้ฝั่งนั้นรู้ว่าเขาเลือกอะไร

“ผมผิดหวังกับคุณจริงๆนะมิสเตอร์เคนดริกที่คุณเลือกผู้หญิงโง่ๆอย่างนั้นแทนที่จะรักษามิตรภาพของเราเอาไว้”

“ขอโทษด้วยนะมิสเตอร์เบลนเดอร์แต่ผมคงไม่สามารถส่งเธอให้คุณได้ไม่ว่ามิตรภาพของเราจะจบลงแค่นี้ก็ตาม”

“ผมเข้าใจแล้วครับ...งั้นไว้เจอกันนะแต่เจอกันครั้งหน้าเราคงได้คุยกันด้วยกระสุนระวังตัวไว้ให้ดีละเพราะผมจะส่งคนไปฆ่าเธอทุกครั้งที่มีโอกาส”

“ครับคุณก็ระวังลูกปืนของผมให้ดีละกันถึงผมไม่มีอำนาจที่นี่เยอะเท่าคุณแต่ไม่ใช่ว่าผมไม่มีคุณก็รู้ว่าคนหนุนหลังผมมีใครบ้างถ้าคุณล้ำเส้นของผมเมื่อไหร่ผมก็จะไม่ปรานีคุณเหมือนกันลาก่อนมิสเตอร์เบลนเดอร์”

คำพูดข่มขู่กันของทั้งสองคนสร้างความเงียบไปทั่วบริเวณแม้แต่ฉันยังไม่กล้าส่งเสียงอะไรนอกจากยืนรอเขาที่ทางเข้าพูดจบเขาก็เดินมาหาฉันพร้อมกับโอบเอวฉันเบาๆเดินเข้าไปในเครื่องทันทีไม่นานลูกน้องของเขาก็เข้ามาเราสองคนนั่งในห้องส่วนตัวที่แยกออกมาห่างจากตรงที่มีลูกน้องเขาอยู่...

“เอาละเรามาคุยกันหน่อยสิ” เขาพูดขึ้นในขณะที่กำลังดึงฉันขึ้นไปนั่งบนตักเขาแต่ฉันพยายามยื้อตัวไว้

“เธอสัญญาว่าจะทำตามทุกอย่างที่ฉันต้องการในขณะที่ฉันแลกเธอกับเงินหลายพันล้านเลยนะนี่คิดจะเบี้ยวหรือไงลุกขึ้นมานั่งตักฉันเดี๋ยวนี้!” คำพูดของเขาทำให้ฉันอยากเอาเล็บขวานหน้าหล่อๆของเขาจริงๆแต่ก็ทำไม่ได้นอกจากลุกขึ้นทำตามที่เขาบอก

“เล่ามาว่าเธอไปมีปัญหากับคนเมื่อกี้ได้ไง” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่..

“คือว่าเรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่คุณทำแบบนั้นที่ห้องน้ำกับฉัน.....” ฉันก็เล่าทุกอย่างที่ตัวเองเจให้เชาฟังไม่ว่าจะหกเดือนก่อนที่ฉันหนีคนพวกนั้นไปเรื่อยๆไม่ว่าไปที่ไหนคนพวกนั้นก็ตามจนเจอจนสุดท้ายฉันจนใจต้องตามหาเขาให้ช่วยฉันเพราะเขาก็เป็นมาเฟียนิแต่พอไปเจอที่ลาสเปเซียฉันนึกว่าแอลฟ่าเพราะปกติเขาไม่แต่งตัวแบบนั้นไงเชาชอบใส่ชุดสูทสีดำมากกว่าแต่พอรู้ว่าเป็นเขามันก็โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน....

“อ้อ!!! ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอขับรถออกไปไม่ดูตาม้าตาเรือจนไปเหยียบหางเสือเข้าสินะ” บางทีเขาก็น่ารักนะแต่ทำไมบางทีเขาก็กวนตีน

“นี่คุณแม็ก!!” พอฉันเรียกเขาแบบนี้เขาก็หันมามองค้อนใส่ทันที

“ก่อนอื่นเธอช่วยเรียกฉันแบบธรรมดาได้ไหมลิต้า” ฉันหันหน้าไปมองเขาทำไมเขาไม่ชอบให้ฉันเรียกแบบนี้นะมันออกจะฟังดูดีจะตายสายตาของเราประสานกันแววตาที่มีเสน่ห์อย่างล้นเหลือของเขาทำให้ฉันค่อยๆโน้มตัวลงไปหาริมฝีปากของเราประกบเข้ากันเขาส่งมอบรสสัมผัสที่หอมหวานมาให้ก่อนจะเพิ่มเป็นความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆสมองของฉันตอนนี้ไม่มีอะไรทุกอย่างเบลอไปหมดเหลือเพียงความต้องการที่จุดขึ้นในใจ....

“อื้อออ...พอก่อนเดี๋ยวเราได้สนุกกันแน่แต่ตอนนี้คุณพักผ่อนเถอะผมมีบางอย่างที่ต้องทำก่อน” คำพูดของเขาเรียกคืนสติของฉันกลับมาให้ตายสินี่ฉันรุกเขาก่อนงั้นเหรอเนี่ย!! น่าอายชะมัด >////<

“เออ...คือ..ขอโทษค่ะ” เขามองหน้าฉันแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ขอโทษทำไมไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อยหรือเธออยากต่อก็ได้นะแต่ฉันแค่กลัวว่าเธอจะอายลูกน้องฉันห้องนี้ไม่ได้เก็บเสียงด้วย”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“งั้นนอนพักได้แล้วเรายังต้องเดินทางอีกไกล” เขาพูดแบบนั้นแต่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเอวของฉันแถมยังปรับเก้าอี้ให้นอนลงจนฉันล้มลงทับแผงอกของเขามันแข็งมากกล้ามท้องเป็นหมัดๆที่เคยเห็นมาครั้งหนึ่งมันมีเสน่ห์สุดๆโอ๊ยๆ!! นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรเนี่ย!!!

“นอนเถอะฉันก็เหนื่อยเหมือนกันฝันดีนะลิต้า” เขาพูดพร้อมกับจุ๊บลงหน้าผากฉันเบาๆให้ตายสิฉันหวั่นไหวเพราะเขาตลอดจริงๆ!!!

“คนบ้า”

เอาละอิแม็กจะมาไม้ไหนกันแน่นะสัมผัสได้ถึงความไม่น่าไว้ใจจริงๆเลยฮ่าๆลิต้าจะหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่านะ

ความคิดเห็น