เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 11

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 11
แบบอักษร

11 





“คนอะไร๊ ขนาดไม่อยู่ห้องยังจะแบกเกมออกไปได้ ติดให้มันน้อยๆหน่อยสิยะ” หนิงพูดกัดเพลิงขณะกำลังเดินออกมาจากคอนโดด้วยกันพร้อมท็อปและแทน เพราะเห็นว่าเพลิงจะไปห้างและแวะกินอะไรที่นู่น ทั้งคู่เลยติดรถไปกินข้าวด้วย แทนก็ยอมให้หนิงกับท็อปมาแต่โดยดี 

“ไม่เสือกดิ เกมก็เกมชั้น นู่น เอาเวลาไปปัดเกรดให้ถึงสามไป” เพลิงแซะกลับ เดินถือกล่องเกมอยู่ข้างๆหนิง  

“อย่ามาแซะชั้นเรื่องเกรดนะเว้ย ท็อปดูเพื่อนแกดิ มันว่าชั้นน่ะ” หนิงรีบเดินไปเกาะแขนท็อปที่เดินนำหน้า ยืนฟ้องเสียงกระเง้ากระงอด จนถูกเพลิงเตะด้วยความหมั่นไส้ หนิงรีบหันไปแว๊ดใส่เพลิงทันที ต่อให้เตะเมื่อกี้จะไม่ได้สะเทือนก็เถอะ “ไอ้เพลิง ไอ้บ้า!”  

“ขี้ฟ้อง สม!” เพลิงสวนกลับอีกฝ่าย เรียกได้ว่าสองคนนี้เจอหน้ากันแทบไม่ได้ เพราะเจอกันทีไรจะต้องแซะต้องกัดกันทุกที คนเห็นบ่อยอย่างท็อปชินชาระหว่างทั้งคู่ไปนานแล้ว แต่ไม่ใช่กับแทนที่มองคนสองคนสลับกันไปอย่างขำ และก็ดูแปลกตาดีที่เห็นเพลิงนานๆทีจะเถียงผู้หญิงสักครั้ง 

“นี่! แกมาเตะชั้นแล้วคิดจะหนีหรอยะ ไอ้เพลิง ชั้นไม่ยอมนะเว้ย กลับมาให้ชั้นเตะคืนเดี๋ยวนี้” หนิงตะโกนเสียงแว๊ดใส่เพลิงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีนำหน้าออกไปหน้าประตูตึกคอนโด หนิงรีบวิ่งติดสปีดไปหาคู่กัด ก่อนจะกระโดดเข้าตบกลางหลังอย่างแรง จนเพลิงแทบหน้าทิ่มลงพื้น แต่ดีที่แบรคทัน แต่ทว่า..สิ่งที่ปลิวลงไปกลับทำให้เพลิงใจหายวาบ หน้าเหว๋อรีบไปคว้าจับเจ้าเครื่องเกมที่ลอยลิ่วร่วงลงจากบันไดทางเข้า ลงสู่พื้นถนนเข้าอย่างสวยงาม เพลิงรีบวิ่งหน้าตั้งไปหาเกมสุดที่รัก แต่ยังไม่ทันได้ขาแตะพื้น รถที่วิ่งออกมาจากลานจอดรถขับสวนผ่านหน้าเพลิง พร้อมเหยียบบางสิ่งที่อยู่บนพื้นเละแตกทันที 


แกร่บ! 


       ราวกับเสียงหัวใจที่แตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ จิตใจบอบช้ำน้ำตาแทบไหลพราก เมื่อเกมที่เพลิงซื้อมานานถูกทับเละออกเป็นครึ่งซีก เพลิงยืนอ้าปากพะง้าบๆ ใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ก่อนจะค่อยๆขยับขายื่นมือลงไปหยิบเครื่องเก็บสุดที่รักช้าๆ 

“ละ..ลูกพ่อ” น้ำเสียงบอบช้ำอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาดู ก่อนจะพบสภาพเครื่องเกมที่เละอยู่ตรงหน้าเพลิง หนิงยกมือป้องปากตกใจ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ 

“แก.. ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ” หนิงบอกอย่างรู้สึกผิด จนเพลิงต้องรีบหันมามองหนิงแบบโครตเคือง 

“ไอ้หนิง! ไอ้บ้า!!” เพลิงตะโกนด่าเน้นเสียงทุกคน แอบทำเอาหนิงกลืนน้ำลายไม่ลง 



ในห้าง..


  ยิ่งกว่าอกหักก็เครื่องเกมพังนี่แหละ เพลิงเดินหน้ามุ้ยใจลอยอยู่ในห้าง ส่วนอีกสามคนก็เดินเลือกร้านอาหารทานในมื้อกลางวัน โดยข้างๆเพลิงมีหนิงคอยเดินง้ออยู่ เพราะเพลิงดูหมดอาลัยตายอยากตั้งแต่เกมพัง ตอนแรกแทนเข้ามาคุยพยายามทำให้เพลิงยิ้ม แต่ก็ไม่สำเร็จ ขนาดท็อปเองที่เป็นเพื่อนก็ยังจนปัญญา เหลือแค่หนิงคนเดียวที่เป็นต้นเหตุกำลังง้อเพลิงอยู่ตลอดตั้งแต่ออกมา 

“ไอ้เพลิง แกเลิกงอนชั้นเถอะนะ เนี่ย ชาบูปิ้งย่างรอบนี้ชั้นเลี้ยงเลยนะ” หนิงง้อเสียงอ่อน พยายามแสดงความจริงใจอย่างที่สุด 

“......” เงียบ 

“เอางี้มั้ย ชั้นจะเลี้ยงแกทุกอย่างเลยวันนี้ แกอยากได้อะไรชั้นจ่ายให้หมดเลยอ่ะ แต่อย่าเยอะนะ เดี๋ยวเงินเดือนนี้หมด” 

“......” ไม่ตอบ เพลิงยังคงเมินหนิงเหมือนเดิม จนคนง้อแทบท้อ 

“ไอ้เพลิง...” หนิงเรียก แต่ท็อปก็พูดขัดขึ้นมา 

“หนิง ถ้าเธออยากง้อไอ้เพลิงได้เร็ว ชั้นแนะนำให้ซื้อเครื่องเกมใหม่ให้มัน รับรอง เดินเหมือนคนบ้า” ท็อปว่าอย่างขำเมื่อนึกสภาพเพลิงตอนปี 1 ได้ ตอนนั้นท็อปไปซื้อเครื่องเกมเป็นเพื่อนเพลิง และตอนนั้นที่เพลิงได้เครื่องเกมนั้นมา สภาพเพลิงเหมือนคนบ้าที่เดินยิ้มอารมณ์ดีได้ทั้งวัน แถมยังไปทักคนมั่วซั่วจนท็อปอดขำก๊ากออกมาไม่ได้ 

“จะบ้าหรอแก เครื่องตั้งเท่าไร จ่ายค่าเกมไอ้เพลิงไปชั้นไม่กินแกล่บกันเลยหรอไง” หนิงว่าหน้างอใส่ท็อป แล้วเดินกลับไปเกาะแขนแฟนตัวเองเหมือนเดิม เพราะดูเหมือนว่าเพลิงจะยังงอนหนิง และหนิงก็ง้อเพลิงนานพอสมควรเลยเลิกไป ทั้งสี่คนเดินหาร้านข้าวกินในห้าง สักพักก็มาหยุดอยู่หน้าร้านปิ้งย่างอาหารเกาหลี ที่ทั้งสามคนลงความเห็นว่าอยากกิน  โดยไม่ได้ถามอีกคน 

“ยินดีต้อนรับค่า” พนักงานเดินยิ้มเข้ามาตอนรับ เมื่อทั้งสี่คนเข้ามาในร้าน 

“สี่ที่ครับ” แทนหันไปยิ้มตอบ ก่อนพนักงานจะเชิญเข้าไปยังที่นั่งที่ว่างอยู่  หนิงกับท็อปเดินเข้ามานั่งฝั่งเก้าอี้เดียวกัน ส่วนเพลิงกับแทนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พนักงานเสิร์ฟแถวนั้นเดินหยิบเมนูมาให้ ทั้งสี่คนนั่งเลือกเมนูว่าจะกินอะไร ก่อนแทนจะหันไปเรียกพนักงานเมื่อตกลงกันได้แล้วว่าจะกินอะไรบ้าง ยกเว้นเพลิง ที่ไม่ได้สั่งส่วนของตัวเอง แต่เออออตามทั้งสามไปอย่างว่าง่าย ไม่นาน พวกเนื้อหมูเนื้อไก่หมักเกาหลีก็มาเสิร์ฟ ก่อนจะจัดแจงเนื้อสัตว์ย่างลงเตา แล้วก็หาคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบ 

“แล้วนี่ยังไง พวกมึงสองคนไม่ได้มีฝึกงานเหมือนไอ้เพลิงมันหรอ” แทนถามขณะนั่งตักหมูเข้าปาก 

“ผมกับหนิงเรียนนิเทศ ได้ฝึกงานตอนปี 4  ส่วนไอ้เพลิงเห็นว่าต้องทำวิทยานิพนธ์หนังสืออาหารกับคิดสูตรอาหารของตัวเองส่งก่อนจบ มันเลยได้ฝึกงานช่วงซัมเมอร์ก่อนขึ้นปี 4 “ ท็อปบอก 

“ก็ว่าอยู่ ซัมเมอร์ไม่เห็นพวกมึงเลย”  

“แล้วพี่ล่ะ จะจบแล้วหนิ ได้ที่ทำงานยัง” ท็อปถามแทนต่อ 

“บ้านกูเปิดร้านขายอะไหล่รถยนต์ จะให้กูไปทำงานที่ไหนล่ะ ซัมเมอร์เทอมนี้กูเก็บตัวนอกหมดก็จบแล้ว อย่าลืมมางานรับปริญญากูด้วยล่ะ มึงด้วยไอ้เพลิง” แทนบอกอย่างอารมณ์ดี และไม่ลืมที่จะหันไปบอกเพลิงที่ตักจ้วงหมูเข้าปากเรื่อยๆ ดูเหมือนการที่เพลิงได้กินจะทำให้เลิกหน้ามุ้ยได้สักพัก แต่ก็ยังคงงอนและแย่งหมูที่ย่างอยู่ฝั่งหนิงเรื่อยๆ จนคนถูกแย่งอารมณ์เสียแทน 

“นี่ แกจะโกรธชั้นแค่ไหนชั้นไม่ว่านะ แต่จะมาแย่งหมูที่ชั้นย่างไว้ไม่ได้! เลิกคีบสักทีจะได้มั้ย ไอ้บ้าเพลิง” หนิงว่าอย่างหงุดหงิด แล้วรีบใช้ตะเกียบคีบจับตะเกียบเพลิงที่กำลังเอาหมูไป เพลิงย่นจมูกใส่หรี่ตามองหนิงอย่างไม่ยอมแพ้ 

“แย่งอะไร ก็วางอยู่ในเตาเดียวกัน อันไหนสุกก็หยิบ” เพลิงว่า 

“แต่แกจงใจแย่งฝั่งชั้นอย่างเดียว เอาตะเงียบออกไปเดี๋ยวนี้”  

“ไม่” เพลิงปฎิเสธทันควัน แล้วพยายามแย่งหมูหนึ่งชิ้นที่หนิงย่างไว้ จนตอนนี้เกิดสงครามปะทะเตาย่างเกาหลีระหว่างเพลิงกับหนิง โดยมีตะเกียบเป็นอาวุธ ท็อปกับแทนเห็นท่าจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องรีบแยกทั้งคู่ออกจากเตา ก่อนที่ท็อปจะตักเอาหมูส่วนของตัวเองใส่จานให้หนิง แต่หมูที่เป็นตัวจุดชนวนกลับเป็นเพลิงได้แล้วชนะไป 

“ฮ่ะ! ไม่ได้แดก” เพลิงหัวเราะสะใจ โชว์ชิ้นเนื้อที่คีบขึ้นมาให้หนิงดู ทำเอาหนิงกัดฟันแทบปรี๊ดแตกที่เป็นฝ่ายแพ้ 

“พอเลยทั้งคู่ เลิกทะเลาะแล้วกินได้แล้ว เพลิง มึงก็อย่าไปแหย่หนิงมันดิวะ” แทนรีบห้ามทัพหลังเกือบเกิดสงครามอีกรอบ เพลิงยอมหยุดตามที่แทนขอ แต่ก็แอบยักคิ้วปลิ้นตาใส่อีกฝ่าย โดยหนิงก็หันไปถลึงตาใส่  

    สงครามยุติ ทุกอย่างกลับมาปกติอีกครั้ง จนทั้งสี่คนกินเสร็จแล้วเดินออกจากร้าน โดยเงินในส่วนของเพลิงหนิงเป็นคนจ่ายเพื่อขอโทษเรื่องทำเกมเพลิงพัง เพลิงก็ยอมแต่ก็ยังเคืองอยู่ไม่ได้มากอะไร เพราะเขาตั้งใจจะไปซื้อแผ่นเกมใหม่อยู่แล้ว เลยคิดซื้อเครื่องใหม่ไปเลย 

“เออเพลิง มึงยกเครื่องเกมไป มึงเอาไปเล่นที่บ้านเพื่อนมึงคนไหนวะ ตั้งแต่ฝากหนิงบอกตอนนั้นมึงก็ยังไม่ได้บอกกูเลยว่าไปนอนบ้านใคร ตอนแรกกูนึกว่ามึงไปนอนบ้านไอ้เอก ไม่ก็ไอ้ฟิว แต่เมื่อวันจันทร์กูเจอพวกมันที่ร้านฝึกงาน มันบอกมึงไม่ได้อยู่กับพวกมัน” จู่ๆท็อปนึกขึ้นได้เลยถามเพลิงระหว่างเดินไปที่ร้านขายเกม เพลิงชะงักไปนิดนึง ก่อนจะทำตัวปกติคุยกับท็อปต่อ  

“เพื่อนที่ทำงานน่ะ มึงไม่รู้จักหรอก” 

“มึงพึ่งไปฝึกงาน ไปนอนบ้านเพื่อนที่พึ่งรู้จักมันไม่เร็วไปหน่อยหรอวะ” ท็อปว่า แต่ก็แอบทำให้แทนเดินฟังทั้งคู่คุยด้วย 

“ไปกลับสะดวกมั้ง กูเลยไปนอนบ้านมัน อีกอย่างคือรถกูเสียด้วยแหละ กูเลยยอมติดรถมันไปเวลาทำงาน” เพลิงไม่กล้าพูดว่าจริงๆแล้วถูกพาไปไหนแล้วโดนทำอะไร เลยจำเป็นต้องโกหกท็อปและคนอื่นเพื่อไม่ให้ใครต้องเป็นห่วง 

“แล้วนี่ยังไง  ให้กูพามาซื้อของ แล้วกูต้องขับรถไปส่งมึงถึงบ้านเพื่อนเลยมั้ย กูพึ่งรู้เนี่ยว่ามึงไม่ได้นอนนี่” แทนถามขึ้นมาต่อ เพราะพึ่งรู้ว่าเพลิงไปนอนบ้านเพื่อน เพลิงหันไปยิ้มนิดๆส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการให้แทนรู้เหมือนกัน

“ไม่ต้องๆ ผมกลับเองได้ ลำบากพี่มาเยอะแล้ว แล้วผมก็ต้องแวะไปทำงานก่อนด้วย กว่าจะกลับก็ตั้งห้าทุ่มเที่ยงคืน” เพลิงว่า 

“เอางี้มั้ย เดี๋ยวกูไปส่งมึงที่ทำงาน มึงจะได้ไม่ต้องแบกทั้งเกมทั้งกระเป๋านั่งรถไปหลายต่อ” ข้อเสนอของแทน ทำให้เพลิงพยักหน้ารับ จะได้ไม่ลำบากเวลากลับร้าน แทนเห็นว่าเพลิงไม่ปฏิเสธเลยยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ 

   ไม่นานเพลิงก็มาหยุดอยู่ที่ร้านเกมกับแทนสองคน ส่วนท็อปพาหนิงแวะไปเข้าห้องน้ำ แทนเดินเลือกดูอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ไม่ไกลจากเพลิงมากเพราะดูเครื่องเกมไม่เป็น เป็นแต่เอามาเล่นเท่านั้น แต่กับเพลิง เมื่อเหยียบเข้ามาในร้าน หูตาแวววาวเดินตรงไปเช็คเครื่องเล่น PS4 เพลิงลุกๆยืนๆสลับกันเพื่อดูกล่องเครื่องเกมและรายละเอียด แล้วยิ่งมีรุ่นใหม่เข้ามาด้วย เพลิงเลยลำบากใจนิดนึง ด้วยความที่เงินติดตัวมีไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็เงินเก็บใช้ยามจำเป็น เพลิงลงไปนั่งเท้าคางแล้วใช้เวลาตัดสินใจอยู่หน้าชั้นวางเครื่องเกม มองสลับเครื่องรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าอย่างครุนคิดอยู่สักพัก 


ครืนน ครืนน  


       เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เรียกเตือน ทำให้เพลิงหยุดคิดอยู่พักนึง แล้วก้มไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้ เพลิงย่นคิ้วมองเบอร์ไม่ได้ถูกเมมชื่อไว้ แถมยังรู้สึกว่าเบอร์บนหน้าจอดูคุ้นอย่างประหลาด แต่ก็จำไม่ได้ว่าเบอร์ใคร ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วกลับไปสนใจเครื่องเกมต่อ 


ครืนน ครืนน 


             โทรศัพท์ในมือสั่นอีกรอบ เพลิงก้มมองจออีกครั้งก็เห็นว่าเป็นเบอร์เดิม เลยตัดสายทิ้งอีกรอบ 


ครืนน ครืนน 


               เรียกว่าโทรจี้จนน่ารำคาญ เพลิงย่นคิ้วรำคาญเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์เดิมโทรมา เพลิงถอนหายใจทิ้งแล้วกดรับสายอย่างจำใจ และกำลังจะกรอกเสียงทักทายอย่างรำคาญใส่ปลายสาย แต่เสียงโมโหของใครบางคนทำเอาเพลิงขนลุกเสียวสันหลังวาบ เด้งตัวยืนอย่างรวดเร็ว 

( กล้าตัดสายกูทิ้งหรอ ไอ้เพลิง ) เสียงพูดกัดฟันอย่างอารมณ์เสีย ทำให้เพลิงลอบกลืนน้ำลาย และรู้สึกพลาดที่ดันรับสาย 

“ไอ้พีค..” 

( เออ กูเอง มึงหายหัวไปไหนของมึงห๊ะ! คิดจะหนีกูหรอ ) ไม่ต้องเดาเลยว่าปลายสายเป็นยังไง คงจะตื่นขึ้นมาไม่เจอเพลิง แล้วคงโมโหจัดอยู่แน่ๆ  

“แล้วถ้ากูหนีจะทำไม มึงบอกมึงเก่งหนิ เรื่องหาข้อมูลน่ะ ฉลาดนักก็ลองเดาดูเอาแล้วกันว่ากูอยู่ที่ไหน” เพลิงรีบเปลี่ยนท่าทีตอบด้วยน้ำเสียงท้าทายพีคกลับ นึกสนุกขึ้นมาเมื่อดันไปนึกถึงเรื่องที่พีคเคยบอกเขา ถ้าเขาแอบหนีออกมาแบบไม่ได้อยู่บ้านเพื่อนคนไหนเลย พีคจะยังหาเขาเจอมั้ย 

( คิดจะลองดีกับกูหรอไง ) พีคตอกกลับเสียงเข้ม เมื่อถูกเพลิงท้าทาย 

“แล้วกูบอกหรอ ว่าจะลองดีกับมึง กูไม่ได้พูดนะ” เพลิงบอกเสียงเรียบ พลางกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ  

( หึ ได้ ปากดีนักเดี๋ยวกูจัดให้ ถ้ากูไม่เจอมึง เชิญมึงอิสระจากกูได้เลย  แต่ถ้ากูเจอ..วันนี้ทั้งวัันมึงต้องยอมทำตามคำสั่งกู เข้าใจมั้ย ) กลายเป็นพีคที่ท้าทายเพลิงกลับพร้อมเงื่อนไข เพลิงยืนกำโทรศัพท์แน่นขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ แอบหวั่นถ้าถูกพีคเจอ แต่ถ้ามองอีกมุมนึง พีคจะเจอเพลิงได้ไงในเมื่อโทรศัพท์ไม่ได้เปิดจีพีเอส บอกแค่กับดิวว่าอยู่มอไม่ได้ไปหอ ส่วนห้างไม่ต้องคิดเลย วิ่งหาให้ตายก็ไม่เจอ กว่าจะถึงนี้เพลิงคงออกจากห้างไปแล้ว 

“หึ ก็หาไม่ยากหนิ” 


เฮือก!! 


      เสียงตอบทักของใครบางคนทำเอาเพลิงสะดุ้งเฮือก ก่อนที่มือเย็นบีบเข้าที่หลังคอพร้อมสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นรดศรีษะอยู่ข้างหลัง การปรากฎตัวของอีกฝ่ายทำเอาเพลิงเสียวสันหลังวาบ ตัวชา ก่อนจะค่อยๆหันหน้าช้าๆไปทางด้างหลัง แล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นพีคยืนจ้องเพลิงนิ่งอยู่ด้านหลัง 

“กูชนะ”  

“เหี้ย!” เพลิงตกใจสะบัดมือพีคทิ้งเมื่อหันไปเจอ และดูเหมือนว่าเสียงตกใจของเพลิงจะดังพอทำให้คนในร้านหันมาสนใจ  

“เบาๆดิ กลัวคนไม่รู้หรอว่ากูมา” พีคยกยิ้มกวน เมื่อเห็นเพลิงยืนช็อคไปแล้ว  

“มึง..มึงมา..ได้ไง” เพลิงถามไม่เต็มเสียง  

“พอดีกูแวะมาเที่ยวน่ะ” พีคยังคงยิ้มกวนไม่หยุด แต่ดูเหมือนสิ่งที่พีคพูดจะเป็นแค่เรื่องที่กุขึ้นมา 

“อย่ามาตอแหล เที่ยวบ้าอะไรถึงนี่วะ แถวบ้านมึงก็มีห้าง” เพลิงสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ก็เที่ยวรอให้มึงโทรบอกกูไงว่าไปไหน ไม่ใช่รอให้ไอ้ดิวคอยเดินตามอยู่ตลอดเวลา” คำพูดของพีคทำเอาเพลิงตกใจ รีบหันไปมองด้านนอก มองว่าตอนนี้ดิวอยู่ตรงไหน ทำไมเขาถึงไม่รู้ตัว 

“ไม่ต้องมองหรอก กูไล่มันกลับไปแล้ว นึกไงถึงให้ลูกน้องกูไปส่งที่มอ ทั้งๆที่รู้ยังไงมันต้องเอามึงไปรายงานกู” พีคพูดขัดเพลิงที่มองออกนอกร้านพร้อมย้ำเรื่องที่เพลิงทำพลาด จนเพลิงต้องกลับมามองพีคด้วยใบหน้าบึ้งอย่างทุกที แถมยังโกรธตัวเองที่พลาดอะไรโง่ๆออกไป  

“ใครมันจะไปคิดวะ ว่าลูกน้องมึงจะตามกูตลอด” เพลิงว่า 

“ก็กูสั่งลูกน้องกูทุกคน ว่าถ้ามึงแอบหนีให้รีบตามไปดูอย่าให้คลาดสายตา ไม่งั้นกูคงไม่นอนรอให้มึงย่องปีนรั้วบ้านกูไปหรอก น้ำก็ไม่อาบ” พีคบอกด้วยท่าทีตลก เมื่อเห็นเพลิงที่ตื่นมาตอนตีห้าเก็บเสื้อใส่เป้แล้วสะพายเป้ออกไป ไหนจะกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน ที่ฉายภาพเพลิงทำตัวลับๆล่อๆปีนรั้วบ้านแล้วทำหน้าช็อคตอนเห็นดิว 

    เพลิงยืนอ้าปากพะง้าบ ช็อคกับเรื่องที่ถูกส่งเข้ามาในหัว โดยเฉพาะเรื่องอาบน้ำที่ทำให้รู้เลยว่าพีคตื่นมาทั้งแต่ตอนนั้น เพลิงกัดฟันกำมือแน่นทำอะไรไม่ถูกหลังจากถูกจับได้  

“โครตเหี้ย..” เครียดจนเพลิงถึงกับสบทด่าตัวเองออกมาและพีคก็ได้ยิน 

“เสือกโง่ท้าทายกู แค่บอกกูว่าอยู่ไหนตั้งแต่แรกก็จบ โง่” พีคยังคงย้ำ ทำเอาเพลิงเหมือนโดนมีดปักอกเข้ามาเรื่อยๆ 

“เออ! กูรู้ตัว ไม่ต้องมาย้ำ” เพลิงว่าเสียงขุ่น โกรธตัวเองที่ดันพลาดท่าให้กับพีค ส่วนพีคที่ยืนหัวเราะในลำคอมองคนตรงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ละสายตาจากเพลิงแล้วหันไปมองรอบๆ ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่ามันเป็นร้านขายเกม 

“มึงมาทำอะไรที่นี่” พีคถามเสียงเรียบ 

“ซื้อเกม”เพลิงตอบพีคห้วน ไหนๆก็ถูกจับได้แล้ว เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบัง 

“แล้วในโทรศัพท์มึงมันไม่พอหรือไง ถึงได้มาซื้อเกมเป็นเครื่องขนาดเนี่ย” พีคเริ่มว่าเสียงดุ  

“โทรศัพท์มันก็อีกส่วน PS4ก็อีกส่วน อ่ะ กูเพิ่ม stream ให้ด้วย มันไม่เหมือนกัน” เพลิงเถียงหน้างอ 

“แล้วมีเงินซื้อหรอ ราคาเป็นหมื่น”  

“มี แต่ได้เครื่องรุ่นเก่า”  เพลิงบอกพร้อมชี้มือไปยังเครื่องรุ่นเก่า พีคมองตามนิ่ง แล้วหันกลับไปมองเพลิงอีกรอบ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่าง  

“เพลิง ใช่เกมนี้ป่ะที่มึงอยากได้ กูเห็นป้ายมันแปะว่าแผ่นเกมออกใหม่..” แทนที่เดินพูดแทรกเข้ามาถึงกับหยุดเดินกลางคัน เมื่อเห็นว่าเพลิงไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว แทนสลับมองเพลิงกับพีคอย่างสงสัย ส่วนพีคเลิกคิ้วขึ้นถามเพลิงว่าอีกฝ่ายเป็นใคร  

“เอ่อ..” เพลิงอ้ำอึ้งแอบหน้าเจือน ลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว พลางหันไปยิ้มแห้งบางๆให้แทนที่มองเพลิงกับพีคไม่วางตา 

“ไอ้หมอนี่ใคร” พีคถามอีกรอบ แต่คราวนี้พีคพูดออกมา และมันก็ดูห้วนซะคนฟังอย่างแทนถึงกับคิ้วกระตุก ไม่ชอบใจที่พีคพูด 

“อยากรู้จักก็ควรแนะนำตัวเองก่อนสิ มารยาทน่ะ รู้จักมั้ย” แทนตอบกลับพีคแทนเพลิง แถมแอบว่าอย่างไม่พอใจที่พีคเรียกเขาว่าไอ้หมอนี่ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก ซึ่งมันดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไร 

     พีคตวัดมองแทนด้วยหางตา ก่อนจะปรับสีหน้ายกยิ้มเย็น แล้วยื่นมือไปทักทายแทนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ  

“สวัสดีครับ ชื่อพีค ยินดีที่ได้รู้จัก” พีคทักทายพร้อมส่งสายตายียวนไปที่แทน 

“ผมแทน เป็นรุ่นพี่เพลิง” แทนเองก็ใช่ย่อย ยื่นมือไปจับมือพีคพร้อมบีบแน่นเป็นเชิงขู่ แต่พีคไม่ใช่คนที่ยอมง่ายๆเลยบีบมือแทนกลับแรงกว่าเดิม ทั้งคู่แข่งกันบีบมือใส่กันพยายามทำให้คู่แข่งหมดแรงกันไปข้าง โดยที่หน้าตายังส่งยิ้มที่มีความเย็นยะเยือกใส่กัน  

   เพลิงที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ถึงกับงงว่าสองคนนี้ทำอะไรกัน ทำไมยังไม่ปล่อยมือกันอีก ก่อนจะส่ายหน้างงหน่อยๆแล้วหันหลังกลับไปสนใจเครื่องเกมด้านหลังต่อ พีคกับแทนเห็นว่าเพลิงไม่ได้สนใจทั้งคู่แล้วจึงรีบปล่อยมือและเปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นนิ่งตึงพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ถูกชะตา ไม่นานแทนก็ละสายตาจากพีคแล้วหันกลับไปยิ้มให้เพลิงที่ยืนเลือกเครื่องเกมอย่างลังเล 

“ตกลงมึงเอาเกมนี้มั้ย ถ้าไม่ กูจะได้เก็บ” แทนถามเพลิง 

“เอาพี่เอา เกมนี้แหละที่มาใหม่ แต่ฝากพี่ถือไว้แปปนึง ผมขอดูตรงนี้ก่อนว่าจะเอาดีมั้ย” เพลิงหันไปบอกแทนก่อนจะกลับมาดูเกมต่อ แทนยืนมองอย่างส่งสัยสลับกับราคาเกมระหว่างเครื่องเก่ากับเครื่องใหม่ 

“เงินไม่พอหรอ” แทนถามอีกรอบ 

“ใช่พี่ เครื่องเก่าที่พังไปมันตัวเดียวกับรุ่นเก่า ผมเลยคิดว่าจะเอาแบบเก่าดีมั้ย แต่สเป็ครุ่นล่าสุดมันดีกว่า ราคาห่างกันแค่ไม่กี่พัน ถ้าเอาเครื่องใหม่ผมต้องรอเดือนหน้าเลย แต่เกมล่าสุดที่ออกใหม่ก็น่าเล่น มันเลยลังเลนิดนึง” เพลิงว่าพลางยิ้มแห้งใส่แทน  

“งั้นให้กูช่วยออกให้มั้ย ยังไงเงินที่กูได้จากป๊าก็มีเยอะ” ความหวังดีของแทนทำเอาเพลิงหันควับไปมอง ไม่คิดว่าแทนจะเอ่ยปากช่วย เพลิงรู้สึกซาบซึ้งในความหวังดี แต่คำว่าเกรงใจมันก็มีมากกว่า ไม่คิดอยากเป็นหนี้หรือทำให้ใครเดือดร้อน เพลิงเลยคิดที่จะปฏิเสธ แต่กับบางคนที่มองแทนขุ่นแล้วเอื้อมมือไปหยิบกล่องเครื่องเกมรุ่นล่าสุดออกมา 

“เอาแผ่นเกมมานี่” พีคว่าพร้อมยื่นมือไปดึงแผ่นเกมที่อยู่ในมือแทนจนคนถูกแย่งเหว๋อไปนิดนึง ก่อนพีคจะเดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์แล้วจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ ส่วนคนที่ยืนอยากได้เกมหันไปมองพีคอึ้ง ตกใจที่พีคเอาเกมไปจ่ายโดยไม่บอกอะไรเลย พีคที่จ่ายเงินเสร็จพร้อมถือถุงใส่ของหันไปเรียกเพลิงเสียงเข้มให้เดินมาหา 

“จะยืนบื๊ออีกนานมั้ย มานี่” เสียงเรียกของพีค ทำเอาเพลิงเดินงึกงักไปหาอย่างงงๆ  

“นี่มึง..” เพลิงกำลังถาม แต่ถูกพีคพูดแทรกซะก่อน 

“แล้วมึงจะเดินตามมาทำไม กูเรียกแค่ไอ้เพลิง” สรรพนามแทนตัวถูกเปลี่ยน ทำเอาแทนที่ได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกแรง

“แล้วทำไมกูจะเดินตามไอ้เพลิงไม่ได้ กูเป็นคนพามันมานี่” แทนว่ากลับพร้อมเปลี่ยนสรรพนามเหมือนกัน 

“หึ งั้นขากลับมึงก็กลับคนเดียวแล้วกัน เพราะไอ้เพลิงต้องกลับกับกู”  

“มึงว่าไงนะ” แทนถามกลับงง เพราะไม่คิดว่าพีคจะพาเพลิงไปด้วย 

“เดี๋ยวก่อนๆ อะไรของมึง กูยังไม่ได้บอกว่าจะกลับกับมึงเลยนะไอ้พีค” เพลิงที่ยืนฟังอยู่นานรีบสวนกลับพีค เพราะจู่ๆก็ถูกให้กลับไปด้วย ส่วนแทนยกยิ้มสะใจที่เพลิงแย้งขึ้น แต่พีคกลับไม่สนใจ รีบคว้าข้อมือเพลิงให้เดินออกจากร้านทันที  

  เพลิงหน้าเหว๋อตัวปลิวตามแรงดึงของพีค แล้วรีบหันไปมองแทนที่ยืนชักสีหน้าจ้องพีคอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะรีบเดินตามไป จังหวะที่พีคพาเดินออกจาร้าน พีคก็สวนเข้ากับท็อปและหนิงเข้าอย่างจัง หนิงเบิกตากว้างมองพีคเพราะไม่คิดว่าจะเจอที่นี่  

“พี่พีค มาไงเนี่ย ..อ้าว ไอ้เพลิง” หนิงยิ้มถามอย่างดีใจ ก่อนจะเห็นเพลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังพีค

“หนิงหรอ เดี๋ยวค่อยเจอกันอีกทีนะ พี่ไปล่ะ” พีคบอกหนิง  แล้วรีบลากเพลิงเดินสวนออกไป ตั้งใจหนีแทนที่เดินตามเพลิงมา  ส่วนหนิงกับท็อปหันไปมองทั้งคู่อย่างงงๆ  โดยเฉพาะมือพีคที่จับข้อมือเพลิง หนิงจ้องส่วนตรงนั้นเป็นพิเศษอย่างสงสัย แทนที่เดินตามมาหยุดลงที่ทั้งคู่พลางจ้องเพลิงกับพีคที่เดินไปไกลแล้วไม่วางตา ก่อนจะถอนหายใจเซ็งที่ตามสองคนนั้นไม่ทัน 

“ไอ้หมอนั่นมันใครวะ เหี้ย มาถึงก็ลากไอ้เพลิงไปเลย” แทนบ่นอย่างหงุดหงิด หนิงที่ยืนอยู่ข้างๆเหลือบมองแทนที่อารมณ์ไม่ค่อยดี ก่อนจะอธิบายให้ฟังเพราะรู้จักทั้งคู่ 

“นั่นน่ะ พี่ของยัยแก้ม แฟนเก่าไอ้เพลิง แต่ว่ารู้จักกับไอ้เพลิงได้ไงชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน” หนิงบอกกับแทน แต่ก็นึกสงสัยอะไรบางอย่าง ก่อนจะสลัดความคิดทิ้งแล้วชวนแทนกับท็อปไปที่อื่นต่อ  เพราะคิดว่าเพลิงคงไม่กลับพร้อมพวกเขาแน่ๆ 




“ไอ้พีค กูเจ็บ!” เพลิงว่าออกมาพยายามแกะมือพีคที่เดินตรงดิ่งอย่างไม่มีจุดหมาย พีคที่เห็นว่าไม่มีใครตามมาแล้ว เลยหยุดเดินแล้วหันหน้าเข้าหาเพลิงก่อนจะคลายมือที่จับไว้แต่ยังไม่ปล่อย 

“ไอ้รุ่นพี่ของมึงมันเป็นใคร ทำไมถึงได้มากับมัน” พีคถามเสียงเข้ม 

“รุ่นพี่ที่ชมรม ไอ้ดิวไม่ได้บอกหรือไงว่ากูมาซ้อมวิ่งที่มอก่อน” เพลิงว่า 

“บอก แต่ไม่ได้บอกว่ามึงจะแวะออกมาแรดกับคนอื่นสองคน” พีคว่าอย่างอารมณ์เสีย รู้สึกหงุดหงิดที่เพลิงอยู่ในร้านกับแทนสองคน 

“อะไรของมึงวะ แรดห่าอะไร กูแค่ให้พี่เค้ามาซื้อของเป็นเพื่อนกูเท่านั้นแหละ แถมเพื่อนกูก็อยู่ แค่มันแวะไปข้างนอกเฉยๆ” เพลิงเริ่มย่นคิ้ว ไม่ชอบใจที่พีคมาด่าว่าแรด 

“แล้วจะมาทำไมไม่บอกกู” พีคพูดพลางจ้องเพลิงด้วยอารมณ์หงุดหงิด 

“ก็ถ้ามาแล้วกูจะได้ของกูมั้ยล่ะ” เพลิงเถียงกลับเสียงแข็ง  

“แล้วที่กูถืออยู่มันไม่เรียกว่าซื้อหรอวะ! คิดว่ากูซื้อไปทุบทิ้งหรือไง ถ้าไม่ซื้อให้หมามันเล่นน่ะ” พีคว่าพร้อมชูถุง PS4 เครื่องใหม่ที่ซื้อมา  เพลิงยืนสตั้นผงะถอยหลังไปหน่อยตอนที่พีคชูถุงพรวดขึ้นมาตรงหน้า เพลิงยืนมองถุงอยู่แปปนึง ไม่นานก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเหมือนคนกำลังเก็บอารมณ์ดีใจ 

“มึง..ซื้อให้..กูหรอ” เพลิงถามไม่เต็มเสียง พลางมองหน้าพีคอย่างลุ้นๆ 

“ซื้อให้เต้าหู้มั้ง เอาไป หนัก! ..แล้ววันหลังก็ไม่ต้องเสือกออกมากับใครอีกนะ รถกูมี กูพามาเองได้” พีคปล่อยแขนแล้วดันถุงเข้าไปหาเพลิง ส่วนเพลิงก็รับมาถืออย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะแอบยิ้มน้อยๆอย่างดีใจไม่ให้พีคที่เดินหันกลับไปเห็น  

“แล้วมึงจะไปไหนต่อ ร้านยังไม่เปิดไม่ใช่หรอ” เพลิงเรียกพีคที่เดินนำอย่างไร้จุดหมาย พีคลดความเร็วในการเดินเพื่อให้เพลิงเดินเทียบกับตัวเองได้ แล้วคุยกับเพลิงขณะที่ตายังมองทางข้างหน้า 

“หาอะไรดูเรื่อยเปื่อย ไหนๆก็มาแล้ว” พีคลดโทนเสียงตอบเพลิง  

“กินข้าวยัง?” เพลิงถามไม่ได้คิดอะไร แต่กลับทำให้พีคหันไปมองนิดๆ รู้สึกแปลกที่ถูกเพลิงถาม 

“ได้เกมแล้วถึงกับเปลี่ยนอารมณ์เลยไง” พีคอดแซะไม่ได้ ทำเอาเพลิงกลับมาย่นคิ้วใส่ 

“กูถามเพราะเห็นมึงทำตัวขี้เสือกตามกูมาหรอก ไม่ได้ถามเพราะอย่างอื่น” เพลิงว่าหน้ามุ้ยปรับเสียงเรียบเหมือนคนไม่ใส่ใจ พีคเลิกคิ้วขึ้นมาข้างนึงพลางเหลือบไปมองเพลิงที่เดินอยู่ข้างๆ ก่อนจะยกยิ้มแล้วตอบเพลิงกลับ 

“กินแล้ว และคิดว่าตอนนี้จะไปหาอะไรดูในโรงสักหน่อย เจอหนังน่าสนใจ”  

“แล้วงานไม่ไปทำหรอไง ทำตัวปลิวขนาดนี้” เพลิงอดถามไม่ได้ 

“เรื่องของกู แล้วมึงก็ต้องหยุดด้วย นี่เป็นคำสั่ง” คำสั่งปุปปัปทำเอาเพลิงขมวดคิ้วสงสัย หันหน้าไปมองคนตัวสูงที่ใช้อำนาจของตัวเองบังคับให้เขาหยุด 

“มึงจะบ้าหรอ กูต้องทำงาน พรุ่งนี้นู่นที่กูหยุด อย่ามาใช้อำนาจเจ้านายมาสั่งกูนะ” เพลิงว่ากลับอย่างไม่สบอารมณ์ แต่พีคกลับยกยิ้มหันมามอง 

“แล้วกูบอกตอนไหนว่าใช้อำนาจเจ้านาย  กูใช้อำนาจของคนชนะต่างหาก อย่าลืมสิ มึงแพ้อะไรกูไว้” พีคยกยิ้มส่งสายตาเจ้าเล่ห์ เพลิงยืนชักสีหน้าใส่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เมื่อถูกพีคยกเอาเรื่องที่เพลิงท้ามาใช้ 

“เออ ก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ!”  

“ดี งั้นไปดูหนังกับกู” พีคว่าแล้วเดินนำเพลิงไปยังชั้นโรงหนัง โดยมีเพลิงเดินหน้างอตามหลังไปพร้อมทำปากขมุบขมิบด่าพีคตลอดทาง 

      ไม่นานเพลิงกับพีคก็เดินมาถึงชั้้นโรงหนัง หลังจากที่เพลิงบอกพีคให้แวะเอาถุงเกมไปเก็บที่รถก่อนแล้วค่อยกลับมา พีคพาเพลิงมาหยุดอยู่ที่ตู้กดตั๋ว ก่อนจะเลือกหนังที่อยากดูแล้วเช็ครอบที่ดูเร็วที่สุด เพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆมองรายชื่อหนังบนจอที่พีคเลือก พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะหนังที่พีคเลือกเป็นหนังฆาตรกรรมเลือดสาด ซึ่งเพลิงคิดว่ามันดูไม่ค่อยน่าดูเท่าไร ไม่ใช่ว่ากลัว  เพราะตอนเพลิงดูตัวอย่างหนังเพลิงเองก็สนใจ แต่เพลิงเคยเช็คในเว็บ Tomato มาแล้วว่าหนังถูกวิจารณ์ไม่ค่อยดี  เลยไปสะกิดบอกพีคที่ยืนเลือกรอบอยู่ 

“มึง” 

“ว่า” พีคตอบกลับเพลิง 

“เปลี่ยนหนังมั้ย กูเคยเช็คเรื่องนี้ในเว็บนอก เค้าบอกไม่หนุก เนื้อเรื่องเดาง่ายไป” เพลิงบอกพีคด้วยความหวังดี พีคเหลือบมองเพลิงก่อนจะหันมาถามเสียงเรียบปนหงุดหงิดที่ถูกเพลิงขัด 

“แล้วมึงจะดูเรื่องไร ไม่เอาหนังรัก โรแมนติก หนังตลกที่เดาทางง่ายนะ เพราะมันน่าเบื่อ” เพลิงกับหรี่ตามองพีคเจือนๆ หลังพีคสาธยายถึงหนังที่ต้องไม่มีเรื่องที่พีคบอก เพลิงเดินแทรกเข้าตรงหน้าพีคเพื่อเลื่อนดูรายชื่อหนังที่เข้าและรอบที่เร็วที่สุด ก่อนสายตาจะไปสะดุดกับหนังเรื่องนึง ที่ดูแล้วท่าจะมีอะไรที่น่าสนใจ 

“มึงว่าเรื่องนี้เป็นไง หนังสยองขวัญที่ถูกตัวเองอีกคนไล่ล่า” เพลิงชี้ให้พีคที่ยืนอยู่ใกล้ๆดู พีคยืนมองโปสเตอร์กับรอบหนังเห็นว่าน่าสนใจเลยพยักหน้าอือออไป 

“เอาดิ คนไม่ค่อยเยอะแถมหนังเข้าในอีก 15 นาที”  

    เพลิงเห็นว่าพีคดูเรื่องนี้ เลยกดรอบและเลือกที่นั่งในโรง สักพักตั๋วหนังก็ปริ้นออกมาสองใบ เมื่อได้ตั๋วแล้ว เพลิงกับพีคเดินเข้าไปในโรงหนัง ไม่ได้ซื้ออะไรเข้าไปกินเหมือนคนอื่นๆเพราะชอบนั่งดูหนังเงียบๆมากกว่าทั้งเพลิงทั้งพีค ไม่นานเมื่อเข้าไปนั่งหนังก็เริ่มฉาย โดยต่างคนต่างดูอย่างตั้งใจไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งดูหนังจบ 


**************************************

สุดท้ายก็ซื้อให้ งงใจกับไอ้พีคจริงๆ

แล้วไอ้สองคนนี้มันยังไง คอหนังโหดหรอ?

ตอนหน้ามาอีกทีไม่อาทิตย์ก็จันทร์เด้ออ

ขอตัวไปชดใช้กรรมเผางานแปปนึง

#เจ้าชิบะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น