JJมาวิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น : ดิน มาย เมื่อผมโดนจับแต่งงานกับผู้ชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 10:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร


ดิน Part

หลังจากที่ผมไล่ไอ้มายไปนอนข้างนอกมันก็ไปออกไปจริงๆ    ผมเป็นคนที่ไม่ชอบให้เตียงของผมมีอะไรเยอะๆหรืออะไรก็ตามที่ดูไม่สะอาด   แต่พอผมจะนอนผมก็ต้องมาเจอกับน้องเน่าของมันที่สภาพเก่าจนไม่รู้จะเก่ายังไงแล้ว   แต่พอมันเอาให้ผมดมผมก็ว่ามันหอมอยู่นะ   แต่พอมองดูสภาพภายนอกของมันแล้วมันก็เหมือนผ้าขี้ริ้วดีดีนี่เอง   ผมว่าผมไปดูมันหน่อยดีกว่าเดี๋ยวมันจะหาว่าผมใจดำ    พอผมเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นไอ้มายมันนอนกอดน้องเน่าของมันอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก  

“ออกมาทำไม” มันถามผมด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“มึงจะนอนตรงๆนี้จริงๆใช่ไหม” ผมเลยถามมันไป 

“เออ   ทำไมหรือมึงหวงโซฟาอีกกูไปนอนที่อื่นก็ได้” มันทำท่าจะลุกจากโซฟาในมือก็ถือน้องเน่าของมันไว้   ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือไอ้มายวัย 23 ที่เที่ยวผู้หญิงไปทั่ว 

“เปล่ากูว่ามึงกลับเข้าไปนอนที่เตียงเถอะโซฟามันเล็กเดี๋ยวนอนไม่สบาย”

“ไม่อ่ะ   ถ้ากูไม่ได้นอนกับน้องเน่ากูนอนไม่หลับ” เฮ้อ  เรื่องมากจริงๆเลยมึงเนี่ย

“กูอนุญาตให้มึงเอาไอ้น้องเน่าอะไรของมึงนี่ไปนอนด้วยก็ได้    ไหนๆเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน”

“มึงพูดจริงๆหรอ”

“อืม”

“แน่ใจนะ   ไม่ใช่ว่าพอกูหลับแล้วมึงจะมาขโมยน้องเน่ากูไปเผาทิ้งนะ” ดูท่าทางมันจะหวงของมันมากจริงๆ

“เออๆ  กูไม่เอาไปทิ้งหรอกแต่มึงต้องซักบ่อยๆห้ามให้มันสกปรกนะรู้ไหม”

“โอเค   เข้าใจแล้วน้องมายคนนี้จะทำตามที่พี่ดินบอกทุกอย่างเลยครับ” หึ ทะเล้นนักนะ  พูดจบมันก็เดินกอดผ้าเน่ามันกลับเข้าไปในห้องนอน    ผมเลยทำการปิดไฟข้างนอกให้เรียบร้อยแล้วตามมันเข้าไป   ก็เห็นมันนอนกอดผ้าเน่าของมันอยู่   พอผมเดินเข้าไปมันก็หันมามอง

“ทำไมห้องมึงไม่มีผ้าห่มหรือหมอนข้างเลยอ่ะ”  

“ทำไมต้องมี   กูชอบนอนแบบโล่งๆ” ผมเป็นคนขี้ร้อนผมเลยจะไม่มีห่มผ้าหรือหมอนข้างอะไรทั้งนั้น

“ก็มึงเปิดแอร์เย็นเกินไปกูหนาว” เย็นอะไรแค่ 20 องศาเอง

“มึงอย่างเรื่องมากนอนๆไปเถอะพรุ่งนี้กูต้องไปทำงานแต่เช้า” พูดจบผมก็เอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียงแล้วก็นอน   แสงไฟจากข้างนอกที่ส่องเข้ามาพอสลัวๆ   ทำให้ผมมองให้ไอ้มายที่ทีแรกมันนอนกอดน้องเน่าของมันอยู่   แต่ตอนนี้มันเอาน้องเน่าของมันขึ้นมาห่มแล้ว    แล้วมันก็พลิกไปพลิกมาจนทำให้ผมนอนไม่หลับไปด้วย   ไม่รู้มันเป็นอะไรของมัน     

“มายมึงเป็นอะไรพลิกไปพลิกมาอยู่ได้” ผมถามมันออกไปท่ามกลางความมืด

“ก็กูหนาวอ่ะ   แล้วกูก็นอนไม่หลับด้วยมันไม่มีอะไรให้กูกอดก่ายหมอนข้างมึงก็ไม่มี”  กว่ามึงจะนอนได้แต่ละทีนี่เรื่องมากชิบหายต้องมีทั้งผ้าเน่าต้องมีทั้งผ้าห่มและยังต้องมีหมอนข้างให้มึงกอดก่ายอีก  กูหละเหนื่อยกับมึงจริงๆเลย  

“เฮ้อออ   มึงนี่นะ” ผมถอดหายใจออกมาแล้วลุกไปเอาผ้าห่มในตู้มาให้มัน  

“เอาไปกูมีแค่นี้แหละ” ผมเลยโยนผ้าห่มใส่ตัวมันที่นอนอยู่   มันก็รีบเอาขึ้นมันห่มแล้วนอนต่อ   ก็ยังชั่วหน่อยที่มันได้ผ้าห่มแล้วไม่ดิ้นไปดิ้นมาเหมือนเดิมไม่งั้นผมนอนไม่หลับแน่   พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยผมก็ล้มตัวลงนอนต่อบนเตียง   แต่คราวนี้ผมกับนอนไม่หลับเสียเองอาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยให้ใครมานอนที่เตียงของผมเลย   ส่วนมากผมจะพาสาวๆเข้าโรงแรมมากกว่า   ผมก็เลยไม่ชินกับการให้คนอื่นมานอนร่วมเตียงอันแสนรักแสนหวงของผม 

พรึบ!!

เต็มๆเลยทั้งแขนทั้งขาทั้งผ้าห่มทั้งผ้าเน่าตอนนี้มาก่ายอยู่บนตัวผมเต็มไปหมด    จะอะไรซะอีกละก็ไอ้มายนะสิมันคงจะคิดว่าผมเป็นหมอนข้างของมันไปแล้วมั้ง    จะว่าไปเวลานอนมันเหมือนเด็กเลย   ดูเป็นคนใสๆซื่อๆไม่มีพิษมีภัยอะไร    ผมเลยหันไปมองหน้ามันที่ตอนนี้ห่างจากหน้าผมไม่มาก   หน้าตาของมันผมว่ามันออกไปทางน่ารักมากกว่าหล่อแบบผมซะอีก   มิน่าหละแม่มันกับแม่ผมถึงได้คิดเรื่องพิเรนขึ้นมาโดยการจับคู่ให้เราสองคนแต่งงานกัน    แต่ผมไม่ได้ชอบผู้ชายผมเลยไม่ได้คิดพิษสวาทอะไรมัน    พวกแม่ๆก็ไม่ทันพวกผมหรอกเพราะว่าพวกผมได้ใช้แผนซ้อนแผนเพื่อตลบหลังพวกท่านไว้แล้ว   ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วผมว่าผมนอนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานสายเดี๋ยวโดนพ่อด่าอีก   ผมเลยจับไอ้มายให้มันพลิกตัวออกไปจากผม    มันก็กลิ้งกลับไปนอนท่าเดิมที่มันนอนทีแรก

มาย Part

เมื่อคืนคือคืนแรกที่ผมได้นอนกับไอ้ดิน    ทีแรกผมก็นอนไม่หลับหรอกเพราะมีแค่น้องเน่า    คือปกติผมมีแค่น้องเน่าผมจะนอนหลับแต่นี่อะไรของมันก็ไม่รู้เล่นเปิดแอร์ซะเย็นเฉียบ   นึกว่าตัวเองนอนอยู่ขั่วโลก   ดีนะที่มันยังใจดีลุกไปหาผ้าห่มมาให้ผมไม่งั้นผมคงได้นอนกอดน้องเน่าแข็งตายในห้องมันแน่เลย    

“มึงตื่นแล้วทำไมไม่ลุก    เอาขากับแขนของมึงออกไปเลยนะและผ้าห่มกับผ้าเน่าของมึงด้วย” คุยซะเพลินจนคิดว่าตัวเองกอดก่ายหมอนข้างอยู่ที่แท้ก็ไอ้ดินนี่เอง

“กอดนิดก่ายหน่อยก็ไม่ได้    ผู้ชายด้วยกันมึงจะคิดอะไร”

“กูไม่ได้คิดแต่กูหนักและกูก็ร้อน” ร้อนบ้านมึงสิเปิดแอร์เย็นขนาดนี้   กูจะหนาวตายอยู่แล้ว    ผมเลยรีบเก็บแขนขาตัวเองผ้าห่มและก็น้องเน่ากลับมาอยู่ฝั่งผมให้หมด    หลังจากนั้นมันก็ลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป    สักพักก็ได้ยินเสียงน้ำไหลสงสัยมันจะอาบน้ำอยู่   ผมเลยนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงไปมา   โดยที่ไม่รู้เลยว่าไอ้ดินมันออกจากห้องน้ำมาตอนไหน  

“มึงโตแล้วนะมาย” อะไรว่ะแค่กูกลิ้งไปกลิ้งมาแค่นี้ก็ไม่ได้

“เรื่องของกู   แบร่” ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วแลบลิ้นใส่มันหมั่นใส้มันนักชอบว่าผมอยู่นั้นแหละ   หลังจากนั้นผมก็ไปอาบน้ำบ้าง      แต่พออาบน้ำเสร็จออกมาก็ไม่เจอมันแล้ว   สงสัยออกไปข้างนอกแล้วผมเลยรีบแต่งตัวเพราะวันนี้มีงานที่บริษัท 

“วันนี้มึงไม่ต้องเข้าบริษัทนะ   แม่กูพึ่งโทรมาบอกว่าให้เราไปตัดชุดแต่งงาน” พอได้ยินมันพูดผมถึงกับชะงักเลย  ถึงการแต่งการครั้งนี้เป็นความพอใจของผู้ใหญ่   แล้วผมกับไอ้ดินก็เล่นไปตามเกมส์ที่พวกท่านวางไว้   แต่พอถึงเวลาที่จะต้องไปทำอะไรแบบนี้   มันยิ่งตอกย้ำว่าผมจะต้องแต่งงานจริงๆแล้ว   

“เฮ้อ   แล้วกูต้องไปจริงๆหรอว่ะ”  

“เออ  มึงก็ไปไปตามที่ท่านบอกนั้นแหละเดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง” กูก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นนะ  

“แล้วนี้มึงเสร็จแล้วใช่ไหม”

“อืมเสร็จแล้ว”

“งั้นก็ไปได้แล้ว    จะได้ไปแวะทานข้าวก่อน” ผมเลยเดินไปถอดสูทออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ    ส่วนไอ้ดินมันก็แต่งตัวเหมือนผมแหละครับเพราะทีแรกเราเตรียมตัวจะไปทำงาน   พอรู้ว่าจะต้องไปร้านตัดชุดเลยถอดแค่สูทออกก็พอขี้เกียจแต่งตัวใหม่ 

“วันนี้เอารถกูไปนะ   รถมึงเอาจอดไว้นี่แหละ” ดีเหมือนกันไม่เปลืองน้ำมันรถกู   หลังที่ออกจากคอนโดมาสักพักไอ้ดินก็พาผมแวะกินข้าวที่ร้านอาหารไทย  เสร็จจากนั้นพวกเราก็ตรงไปที่ร้านตัดชุดแต่งงานต่อ   พอไปถึงก็เห็นคุณแม่ผมกับคุณแม่มันนั่งรออยู่ในร้านแล้ว

“คุณแม่สวัสดีครับ” ผมกับไอ้ดินยกมือไว้ท่านทั้งสองคน

“ตายจริงเธอสิลูกเราน่ารักจังเลยเนาะใส่ชุดคู่กันด้วย” ชุดคู่ที่ไหนละแม่   นี้มันชุดจะไปทำงานต่างหาก

“จริงด้วยน่ารักจังเลย    นี่แค่ปล่อยให้ไปอยู่ด้วยกันเองแค่วันเดียวนะเนี่ยยังหวานกันขนาดนี้    ถ้าอยู่กันไปนานฉันว่าเราต้องจ้างบริษัทกำจัดมดไปประจำอยู่ที่คอนโดลูกๆเราแล้วหละ ฮ่าๆ”  แม่เราสองคนก็พูดไปยิ้มไป   ผมกับไอ้ดินก็ได้แต่หันมามองหน้ากันแบบเอือม   ปล่อยพวกท่านไปเถอะ   




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น