กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

การเขียนนิยายที่ออกมาจากหัวใจ จากสมอง จากสองมือของตัวเองนั้น เชื่อเถอะว่ามันเป็นความสุขและภาคภูมิใจอย่างที่สุด ฉะนั้นอย่าริดรอนความรู้สึกเหล่านั้นไปโดยการขโมยผลงานกันเลยนะคะ ❤❤❤

บทที่3 ทำลายกฎของตัวเอง

ชื่อตอน : บทที่3 ทำลายกฎของตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.6k

ความคิดเห็น : 115

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2562 11:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3 ทำลายกฎของตัวเอง
แบบอักษร

“จะว่ายน้ำเหรอว่ายสิ” ศิวะเอ่ยพลางเอื้อมมือไปจับสายชุดคลุมที่ผูกคาดไว้ที่เอวของหญิงสาว แล้วค่อยๆดึงให้ปมหลุดออกจากกัน  เมื่อปมคลายออก ส่วนของชุดคลุมที่ปกปิดเรือนร่างงามก็แยกออกจากกันเล็กน้อย เนินอกอิ่มเผยออกมาให้เขาได้เห็นมากกว่าส่วนไหน

รวิพรรณใช้สองมือขยับชุดคลุมเล็กน้อย เปิดตรงนั้นนิด เผยอตรงนั้นหน่อย สะกดสายตาของชายหนุ่มไว้ได้เป็นอย่างดี คนที่มองก็มองอย่างใจเต้น รู้ทั้งรู้ว่านี่เป็นจริตจะก้านมารยาของเธอ แต่เขาเองกลับชอบใจ ไม่รู้ทำไมทุกท่วงท่าของเธอช่างดูเป็นธรรมชาตินัก ทุกการขยับไหวล้วนแล้วแต่น่ามองไปหมด ต่างจากพวกผู้หญิงทั้งหลายที่เขาเคยได้พานพบ พวกที่มีจริตจะก้านก็มีเยอะ ทว่าเขากลับมองว่ามันน่าขัดหูขัดตาทุกครั้งไป ไม่ได้ทำให้เขาใจเต้นเหมือนดังเช่นที่มองเธอเลยสักนิดเดียว

“เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ไปเล่นฟิตเนสแทนดีกว่า” รวิพรรณเอ่ยพลางกระชับชุดคลุมปิดกายเอาไว้ แล้วจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“…….” ศิวะไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแต่มองตามเธอไปด้วยรอยยิ้มร้าย ไม่ว่ายน้ำแล้วคิดว่าเขาจะไม่สามารถโอ้โลมเธอด้วยสายตาได้งั้นหรือ เธอคิดผิดไปเสียแล้วล่ะแม่สาวน้อย

ห้องฟิตเนส

หญิงสาววิ่งอยู่บนลู่วิ่งด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะการออกกำลังกายของเธอในวันนี้มีผู้ขอติดตามมาด้วย เธอจึงจำต้องใส่ชุดออกกำลังที่ค่อนข้างจะปกปิดมิดชิดซึ่งไม่ใช่สไตล์เธอเลย และเสื้อผ้าที่ใหญ่เกินตัวมันก็ทำให้ความทะมัดทะแมงลดลงไปมากทีเดียว

“ใส่เสื้อผ้าแบบนั้นมันน่ารำคาญออกนะ” ศิวะเอ่ยพลางจ้องมองคนตัวเล็กที่ใส่ชุดวอร์มแขนยาวขายาวปกปิดมิดชิดเสียยิ่งกว่าอะไร

“ฉันอยากให้เหงื่อออกเยอะๆน่ะค่ะ” รวิพรรณตอบพลางปรายตามองชายหนุ่มเล็กน้อย ถึงจะรำคาญดังเขาว่าแต่ก็จำต้องอดทน เพราะชุดออกกำลังกายที่เธอใส่เป็นประจำมันแนบเนื้อเห็นสัดส่วนชัดเจนจนเกินไป เรื่องอะไรจะใส่มาให้เขาหาเรื่องลวนลามเธอ มันดูจะเสียเปรียบเขาเกินไปหน่อย

“ผมช่วยเรียกเหงื่อให้ได้นะ” ศิวะขึ้นไปเดินบนลู่วิ่งเดียวกันกับหญิงสาว จงใจเบียดกายกำยำไปหาคนตัวเล็ก

“คุณศิวะคะมันอันตราย” รวิพรรณรีบกดหยุดเครื่องพลางจะหลบหลีกให้พ้นเขา ทว่าก็ไม่ทัน เมื่อศิวะเอื้อมมือไปยังที่จับทั้งสองข้าง ทำให้ตอนนี้เธอถูกชายหนุ่มกักตัวเอาไว้

“ผมรู้ว่าผู้หญิงแบบคุณ ไม่เกรงกลัวเรื่องอะไรหรอก จริงมั้ย” ศิวะจ้องมองดวงตากลมโตของเธอ เขาไม่เห็นความหวาดหวั่นอยู่ในนั้น เธอยังมาดมั่นกล้าเผชิญ เพียงแต่เธอยังเล่นตัวไม่ยอมเขาง่ายๆก็เพียงเท่านั้นเอง

“อย่าเอาเปรียบกันนักสิคะ” รวิพรรณจับมือของชายหนุ่มเอาไว้ เมื่อเขากำลังจะรูดซิปเสื้อของเธอลง

“ผมไม่ได้จะเอาเปรียบคุณเลยนะ ผมแค่จะขอผลตอบแทนของผม” ศิวะใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ ออกแรงบังคับให้เธอขยับเข้ามาประชิดตัว ส่วนอีกข้าง ก็จัดการค่อยๆรูดซิปเสื้อเธอลง

“จะขอผลตอบแทน แสดงว่าเรื่องของน้องสาวฉันมีอะไรคืบหน้าใช่หรือเปล่าคะ” รวิพรรณยอมให้เขารูดซิปเธอออกจนหมด เพราะข้างใน เธอยังมีชุดออกกำลังกายอยู่อีกชุดหนึ่ง

“ผมเจอชื่อของน้องคุณในชื่อผู้โดยสารขาออกในประเทศ จุดหมายปลายทางคือเชียงใหม่” ศิวะยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อมูลให้เธอได้ดู ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่เขากุขึ้นมาแทบทั้งสิ้น

“ตะวัน…” รวิพรรณรีบหยิบโทรศัพท์ของเขามากดดู เขามีข้อมูลทุกอย่างจริงๆด้วย ทั้งตั๋วโดยสาร ทั้งพาสปอร์ต มันเป็นของน้องเธอจริงๆ

“คุณคงไม่สร้างเรื่องโกหกขึ้น เพียงเพราะอยากได้ฉันหรอกใช่มั้ยคะ” รวิพรรณส่งโทรศัพท์คืนให้ พลางจ้องมองสบตาเขาอย่างพยายามค้นคว้าหาคำตอบ ก็รู้ว่าเขามีอำนาจมีเส้นสายกว้างขวาง แต่การหาข้อมูลน้องสาวเธอมาได้หลังจากได้ยื่นข้อเสนอมาไม่กี่นาทีที่แล้ว มันดูจะเร็วเกินไปสักหน่อยหรือเปล่า

“หึ มองว่าผมร้ายอย่างนั้นเชียว” ศิวะทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน นี่เธอจะรู้เท่าทันเขาไปหมดเสียทุกเรื่องหรือยังไงกัน

“อาจจะมากกว่าค่ะ”

“คุณต่างหากที่ร้ายกว่า ร้ายพอที่จะทำให้ผู้ชายอย่างผมไม่อยากจะไปไหน” ศิวะกระชับกอดเธอไว้อีกครั้ง ตั้งใจบดเบียดแผงอกแกร่งเขากับเนินอกนุ่มของเธอ

“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าปากหวานมันใช้ไม่ได้ผล”

“งั้นลองอย่างอื่นดูดีมั้ย เผื่อว่าคุณจะยอมอ่อนให้ผมบ้าง” ศิวะเอ่ยด้วยแววตาแพรวพราว ก่อนจะกดจูบไปที่พวงแก้มนุ่มแผ่วเบา เลื่อนไล้ไปที่ซอกคอขาว แม้ผิวเธอจะมีเม็ดเหงื่อซึมผุดพรายแต่ตัวเธอก็ยังคงหอม ซ้ำร้ายยังพาให้เขาร้อนตามขึ้นได้อีกอย่างน่าประหลาด

“คุณ…” รวิพรรณเอ่ยได้แค่นั้น สุ้มเสียงก็เป็นอันต้องหายไป เพราะถูกริมฝีปากของชายหนุ่มประกบทาบทับลงมา

ศิวะบดคลึงกลีบปากเธอด้วยความโหยหิว ประกบปากลงมาแน่นเสียยิ่งกว่าแน่น สองแขนโอบกอดเธอไว้ราวกับงูตัวใหญ่ที่กำลังรัดเหยื่อให้ไร้แรงกำลังต่อสู้ เพื่อที่จะได้กลืนกินมันอย่างสมใจ

“อื้อ…” รวิพรรณส่งเสียงท้วงอื้ออึง เมื่อชายหนุ่มเล่นตะโบมจูบโดยไม่ได้เว้นช่วงให้เธอได้หายใจ ครั้นเผยอปากอ้าออกหมายสูดเอาอากาศ ก็ถูกลิ้นร้ายกาจตรงเข้ากระหวัดไล้พันเอาไว้

ลิ้นร้อนรุกไล่ปัดป่ายกับลิ้นเล็กอย่างโหยหา ความต้องการที่เฝ้าเพียรพยายามอดทนข่มเอาไว้มันเกินจุดทนไหว และไม่อาจจะทนต่อไป แม้อีกเพียงเสี้ยวนาทีก็ไม่อยากทน

“คุณศิ…” รวิพรรณเอ่ยชื่อเขาได้เพียงเท่านั้น เพราะลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะหมดไปจริงๆ จึงต้องอ้าปากสูดอากาศเข้ามาต่อลมหายใจ และครานี้ชายหนุ่มก็ยอมปล่อยให้เธอใช้เวลาหายใจได้ตามสะดวก

“เรียกผมแบบนี้บ่อยๆนะ ผมชอบ” ศิวะเกลี่ยปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าของหญิงสาว ไล้หลังฝ่ามือไปตามแก้มแดงจัด จ้องมองสบตาเธอด้วยความพึงใจ ยามที่เธอเรียกชื่อเล่นเขาออกมาพร้อมกับหอบหายใจแรง มันช่างเซ็กซี่เย้ายวลชวนให้ใจเต้นแรงเหลือเกิน

“ถ้าชอบ ก็อย่าจูบฉันแบบเมื่อกี้อีกนะคะ เพราะฉันคงขาดใจตาย จนไม่มีโอกาศมาทำเสียงหวานใส่คุณอีก” รวิพรรณค้อนใส่ชายหนุ่มผู้หื่นกระหาย ที่เกือบทำเธอขาดใจตายไปแล้ว

“ผมทำอย่างอื่นให้คุณขาดใจได้เหมือนกันนะ แต่ไม่ตาย” ศิวะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเล็กๆ หากไม่มองอย่างมีอคติ ทั้งการกระทำและคำพูดคำจาของเธอนั้นก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่เขาก็คิดได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายไปเมื่อคิดได้ว่าเธอก็แค่แสดง

“คุณนี่…” อีกครั้งที่รวิพรรณมีสิทธิ์เอ่ยออกมาแค่เพียงน้อยนิด ก็เป็นอันถูกริดรอนจากริมฝีปากของชายหนุ่ม

ริมฝีปากอิ่มถูกดูดดึงอย่างรุนแรง พรมจูบไม่หยุดหย่อน คล้ายว่ารสจุมพิตนั้นอร่อยลิ้นจนเขาไม่สามารถยุติได้ ชายหนุ่มปิดกั้นเธอในทุกทาง มีเพียงสิ่งเดียวที่เขายอมให้เธอรับรู้ ก็คือความร้อนแรงจากเขาเท่านั้นเอง

“อื้อ…ว้าย!”

ตุ้บ!

สิ้นเสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาว ทั้งสองคนก็ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นทันที เพราะจู่ๆลู่วิ่งก็เกิดทำงานขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“เป็นอะไรมั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ศิวะรีบเอ่ยถาม ไม่รู้เลยว่าสีหน้าแววตาหรือแม้กระทั่งสุ้มเสียงของเขานั้นมันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเธอแค่ไหน

“เอ่อ…ไม่ค่ะ” รวิพรรณส่ายหน้าน้อยๆ เธอไม่เป็นอะไรหรอก เพราะเธอล้มลงมาทับอยู่บนตัวเขา และที่สำคัญเธอเป็นคนเปิดลู่วิ่งเพื่อต้องการจะหยุดการกระทำของเขาเอง ทว่าพอเห็นแววตาห่วงใยที่เขาส่งมา กลับทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาอยู่เล็กน้อย

“เอ้…หรือคุณกำลังแกล้งยั่วผมกันนะ ดูสิล้มมาทับกันแบบนี้ด้วย”

“บ้าเหรอคะ ฉันเปล่า อุ๊ย! คุณศิวะ!” รวิพรรณทำท่าจะขยับลุกขึ้น แต่ก็โดนเขารวบตัวเอาไว้ ซ้ำร้ายเขายังเป็นฝ่ายพลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายอยู่ข้างบนแทน

“บนพื้นก็ดีนะ” ศิวะยิ้มกริ่ม ก่อนจะซุกไซ้ไปที่ซอกคอขาว ยังไงเสียวันนี้ถ้าไม่ได้เธอ เขาจะไม่ยอมออกจากห้องนี้เด็ดขาด

“คุณศิคะ” รวิพรรณเรียกเขาเสียงหวาน ส่งผลให้ชายหนุ่ม ยอมเงยหน้ามาสบตากัน

“……….” ศิวะไม่ได้เอ่ยอะไร เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จ้องมองเขาไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยด้วยแววตาเว้าวอนเต็มล้น หวังว่าเธอจะยอมอ่อนให้กันเสียที

“ฉันเจ็บข้อมือค่ะ คงเพราะใช้ยันพื้นเมื่อตอนที่ล้ม” รวิพรรณบอกด้วยเสียงนุ่มนวล ใช่แล้ว...เธอกำลังหาทางเลี่ยงเขา แต่ข้อมือของเธอมันก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาจริงๆเหมือนกัน

“ไหนเมื่อกี้ว่าไม่เจ็บ…” ศิวะเริ่มเสียงแข็งขึ้น เพราะชักจะทนไม่ไหว กับการถูกเธอเล่นตัวใส่อีกแล้ว แต่พอหันไปเห็นข้อมือขวาของเธอ เขาก็ต้องยอมผละออกแต่โดยดี เพราะข้อมือของเธอมันเริ่มบวมขึ้นมาจริงๆ

“สงสัยจะซ้น ไปให้หมอดูดีกว่านะ” ศิวะเอ่ยพลางประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะยอมให้เขาประคองพาเธอเดินออกไป

โรงพยาบาล

“คุณนั่งรออยู่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะไปจ่ายเงินแล้วรับยาให้” ศิวะเอ่ยขึ้นเมื่อพาเธอออกมาจากห้องตรวจ ซึ่งก็เป็นอาการข้อมือซ้นจริงดั่งที่เขาว่า

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ แล้วจึงนั่งลง มองตามเขาที่เดินไปทางเคาน์เตอร์คิดเงิน พลางถอนหายใจด้วยอาการคิดไม่ตก

ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอนั้นมันคืออะไรกันแน่ ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่เขาจู่โจมเข้าหาเธอนั้น มันเป็นเพราะเขาอยากจับเธอไปอยู่ใต้ร่าง ทว่าในบางครั้งเธอกลับเห็นบางอย่างในแววตาของเขา บางอย่างที่ทำให้เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าที่เขาทำก็เพราะเขาชอบเธอจริงๆ และถึงจะอยากคิดแบบนั้น ก็คิดได้ไม่เต็มร้อยเพราะนี่อาจจะเป็นวิธีการของเขา ที่กำลังคิดหลอกล่อให้เธอตกหลุมพรางของเขาก็เป็นได้

ตุ้บ!

“อุ๊ย! ขอโทษนะคะพอดีฉันไม่ทันมอง” รวิพรรณเอ่ยขอโทษพลางรีบก้มลงไปเก็บถุงยาให้ เมื่อเธอลุกขึ้นยืนโดยไม่ทันระวัง จึงไปชนกับพยาบาลที่เดินมาจนถุงยาร่วงหล่นไปบนพื้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันซุ่มซ่ามเอง” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะรีบเก็บถุงยาเช่นกัน

“ภาคภูมิ…” รวิพรรณมองถุงยาก็พลันไปสะดุดที่ชื่อบนหน้าซอง และเมื่ออ่านจนถึงนามสกุลพร้อมกับเงยหน้าไปมองทางด้านหลังพยาบาล ก็เป็นอันรู้แจ้งแก่ใจทันทีว่าเจ้าของยาเหล่านี้นั้นเป็นใคร

‘ไม่ตายก็เกือบตายเหละแก เมื่อวานนี้มันโดนซ้อมที่ลานจอดรถ...’

เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่ม ประโยคที่แพรพิชชาโทรมาบอกกับเธอมันก็ลอยเข้ามาในหัว ใช่ น่าจะเกือบตาย สภาพดูไม่ได้เลย หน้าตาบวมเขียวช้ำ แขนขาก็เข้าเฝือกอย่างละข้าง นี่เขาไปทำอะไรมานะถึงได้โดนยำหนักถึงขนาดนี้

“ซะ ซัน…” ภาคภูมิเอ่ยตะกุกตะกัก โดยไม่กล้าสบตา เพราะเขาไม่ต้องการจะเจ็บตัวไปมากกว่านี้

“นี่นาย…”

“ผมได้ยาแล้วครับ กลับกันเถอะ” ยังไม่ทันที่รวิพรรณจะเอ่ยอะไร เสียงของศิวะก็ดังขึ้นมาก่อน

“ขอบคุณนะคะคุณศิวะ” รวิพรรณหันไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

“คุณพยาบาลผมอยากเข้าห้องน้ำ พาผมไปที เร็วๆๆ” ภาคภูมิได้ฟังชื่อที่หญิงสาวเอ่ยก็ถึงกับลนลานอยากออกมาจากตรงนั้น จึงเร่งเร้าให้พยาบาลเข็นรถเข็นเขาออกไปทันที

รวิพรรณมองท่าทีของภาคภูมิด้วยความแปลกใจ ทำไมเขาถึงทำเหมือนกำลังกลัว ตอนที่พูดกับเธอก็ทีแล้ว ซ้ำพอศิวะเดินเข้ามาเขายิ่งดูหวาดกลัวเข้าไปใหญ่ หรือว่า…

“คุณเป็นคนทำภูมิให้เป็นแบบนั้นเหรอคะ” รวิพรรณไม่อยากเดาต่อให้มากความ จึงหันไปเอ่ยถามศิวะตรงๆ เพราะวันที่เธอเจอภาคภูมิที่ลานจอดรถ เธอก็เจอกับศิวะด้วย โอกาสที่จะได้ยินคำตอบว่าใช่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

“ผมไม่ได้ทำ ลูกน้องผมทำต่างหาก” ศิวะเอ่ยด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก็เขาไม่ได้แตะไอ้หนุ่มนั่นเลยจริงๆนี่หน่า

“ทำภูมิทำไมคะ” รวิพรรณถามต่อ เธอไม่ได้โกรธเขาเลยที่ไปทำภาคภูมิแบบนั้น เพียงแต่ที่ถามก็แค่อยากรู้เหตุผลเท่านั้นเอง

“ก็หมอนั่นมันปล่อยลมยางรถคุณ แถมยังมาเกาะแกะกับคุณอีก ผมเลยสั่งสอนนิดหน่อย ว่าอย่าได้มายุ่งกับคุณอีก ผมไม่ชอบให้ใครมารังแกคุณ” ศิวะตอบตามความจริง วันนั้นที่เขาไปดักรอเธอที่มหาวิทยาลัย เขาเห็นเหตุการณ์ทุกๆอย่าง และก็ไม่ชอบใจเอามากๆที่เห็นไอ้หน้าอ่อนนั่นมาวุ่นวายกับเธอ เขาจึงสั่งให้เชนมาจัดการ โดยเขาเองก็ได้รับข้อความจากเชนว่าทุกอย่างเรียบร้อย ตอนที่เขาอยู่บนรถกับเธอนั่นแหละ

“ขอบคุณนะคะ” รวิพรรณได้ฟังที่เขาเล่าก็ยิ้มออกมา นึกประทับใจอยู่ลึกๆที่ดูเหมือนเขาจะทำอะไรเพื่อเธอ ทั้งๆที่ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องมายุ่งเลยเสียด้วยซ้ำไป

“ที่ถามนี่ไม่ได้โกรธผมเหรอครับ คิดว่าคุณโกรธผมเสียอีก”

“ฉันจะไปโกรธคุณทำไมคะ คนอย่างภูมิก็สมควรโดนแล้ว”

“มันทำอะไรคุณไว้อย่างนั้นเหรอ คุณถึงดูไม่อยากยุ่งกับมัน” ศิวะเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้ เพราะเท่าที่ฟังจากเชน เชนก็บอกแค่ว่ามันเป็นแฟนเก่าของเธอเพียงเท่านั้น

“อย่าไปสนใจเลยค่ะ เรื่องมันไม่ค่อยจะน่ารื้อฟื้นสักเท่าไร”

“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรครับ ความจริงผมจะตามสืบเองก็ได้ แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้น เพราะจะเป็นการก้าวก่ายคุณมากเกินไป อีกอย่างผมอยากฟังจากปากคุณเองมากกว่า” ศิวะเอ่ยถ้อยคำอย่างตั้งใจทำคะแนน

จริงอย่างที่เขาบอก ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เขาอยากรู้ เขาตามสืบเองได้ง่ายๆอยู่แล้ว แต่เหตุผลจริงๆ มันไม่ได้ดีดั่งคำที่เขาบอกกับเธอเลยสักนิด ไม่ได้ไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย ไม่ได้อยากฟังจากปากเธอ ก็แค่คิดว่าแค่เขามาคอยตื้อเธอก็เสียเวลามากพออยู่แล้ว เขาไม่ได้อยากเสียเวลาให้กับเรื่องไร้สาระของเธออีก เพราะดูๆแล้ว ก็คงไม่พ้นเป็นเรื่องคาวๆของเธอ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะหากเขาได้เธอเมื่อไร เขาก็จะสลัดเธอทิ้งไปทันที

“ไว้ฉันพร้อมเมื่อไร ฉันจะเล่าให้คุณฟังนะคะ ยังไงก็ขอบคุณที่คุณทำเพื่อฉันค่ะ” รวิพรรณจับมือของชายหนุ่มมาประทับรอยจูบแผ่วเบาเป็นการขอบคุณ

“ครับ งั้นเรากลับกันเถอะ” ศิวะยิ้มรับ ก่อนที่จะพาเธอเดินออกไป และรอยยิ้มหวานเมื่อครู่ ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้าย ที่ดูเหมือนว่าตอนนี้ เขากำลังจะหลอกล่อเธอได้ใกล้สำเร็จเต็มทีแล้ว

บ้านเคนเน็ตตี้

“วันนี้ว่างเหรอคะ” รวิพรรณเอ่ยถามชายหนุ่ม ที่หลังจากพาเธอไปโรงพยาบาล ก็กลับมาส่งเธอที่บ้าน แล้วยังบอกว่าวันนี้จะอยู่กับเธอทั้งวันอีกด้วย

“ไม่ว่างก็ทำให้ว่างได้ ผมอยากอยู่กับคุณมากกว่า” ศิวะดึงเธอลงมาให้นั่งบนตักของเขา

“ปากหวานอีกแล้วนะคะ” รวิพรรณไม่ได้ขัดขืน ยอมนั่งลงบนตักของเขาแต่โดยดี

“ปากคุณหวานกว่า” ศิวะส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้ ก่อนที่จะใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าสวย ให้เธอหันหน้ามารับจูบปรนเปรอจากเขา

ริมฝีปากของศิวะค่อยๆโน้มไปหากลีบปากอิ่มของหญิงสาว ครอบครองเธอไว้ด้วยความอ่อนหวาน ขยับริมฝีปากบนล่างขบเม้มเรียวปากนุ่มหนักขึ้น ก่อนที่ลิ้นร้อนจะบุกรุกเข้าไปในโพรงปากนุ่มอุ่น กระหวัดลิ้นไล้พัน อ้าปากจ้วงชิมความหวานราวกับไม่เคยพานพบมาก่อน

“คุณศิ…พอก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าวาดจะเอาของว่างขึ้นมาให้ทาน” รวิพรรณยกมือขึ้นดันอกชายหนุ่มเอาไว้เมื่อเขาคลายริมฝีปากออก ก่อนที่ทำท่าจะขยับเข้ามาใหม่

“คุณก็รู้ ว่ามีอย่างอื่นที่ผมอยากกินมากกว่าของว่าง”

“อดใจรอหน่อยนะคะ ฉันได้เห็นหน้าน้องสาวฉันเมื่อไร คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการค่ะ แต่ตอนนี้คุณอยู่รอทานของว่างไปก่อนนะคะ ฉันขอไปล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อย” รวิพรรณหอมแก้มสากเคราของชายหนุ่ม ก่อนจะลุกออกจากตักเขา แล้วจึงเดินออกจากห้องไป

ยังคงยืนยันเรื่องต่างตอบแทนที่เคยตกลงกับเขาเอาไว้ ถึงเธอจะมีกฎของตัวเองว่าจะไม่มีอะไรกับคนที่เธอไม่ได้รัก แต่เธอก็พร้อมที่จะทำลายกฎนั้นให้เขา เพราะหากแลกมากับการได้เจอตัวน้องสาวมันก็คุ้มค่า และที่สำคัญ เธอคิดว่าความรู้สึกที่เธอมีให้เขามันก็กำลังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

เวลาต่อมา ห้องรวิพรรณ

“คุณศิวะ! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรคะ” หญิงสาวที่เดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่ที่ปลายเตียงของเธอ

“มีข่าวดีครับ” ศิวะหันมาส่งยิ้มให้ ก่อนจะลุกเดินมายื่นโทรศัพท์ให้กับเธอ

“ตะวัน!” รวิพรรณเห็นรูปน้องสาวในหน้าจอสมาร์ทโฟนของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นและดีใจ เลื่อนรูปดูไปเรื่อยๆอีกสี่ห้ารูป ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าแต่ละรูปของน้องสาวเธอนั้น หญิงสาวดูไม่ได้ทุกข์ใจหรืออยู่ในสภาพลำบากอย่างที่เธอนึกกลัว

“คุณเจอตะวันแล้วเหรอคะ แล้วตอนนี้ตะวันอยู่ที่ไหน” รวิพรรณเอ่ยถาม สายตาก็พยายามจดจ้องไปที่รูป ไม่มีจุดอะไรให้เธอสังเกตมากมาย คาดเดาว่าสถานที่ในรูปนั้นคงเป็นตลาดที่ไหนสักที่ เพราะแต่ละรูปเธอกำลังเดินซื้อข้าวของอยู่

“ครับ ผมถึงมารอสิ่งที่ผมต้องการ” ศิวะหยิบโทรศัพท์จากมือเธอมาวางไว้ ก่อนจะใช้สองแขนโอบตัวเธอให้เข้ามาหา

“อะไรกันคะ ฉันยังไม่เจอตะวันเลย” รวิพรรณรีบยกมือขึ้นกระชับชุดคลุมอาบน้ำเอาไว้ เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆเพราะสายตาเขาเจ้าเล่ห์ร้ายเกินทน

“อย่ากลับคำสิครับ คุณบอกว่าถ้าคุณเห็นหน้าน้องแล้วคุณจะให้ในสิ่งที่ผมต้องการ ผมก็ทำให้คุณเห็นแล้ว” ศิวะยิ้มกริ่ม เมื่อเธอพูดมาแบบนั้น เขาก็รีบโทรให้เมฆาจัดการถ่ายรูปรวิกานต์ส่งมาให้ เพราะเขาจะใช้ความหน้าด้าน ตีมึนรบเร้าให้เธอทำตามที่พูดไว้ให้จงได้

“อย่าโกงกันสิคะ”

“ผมป่าวโกงนะครับ คุณไม่ได้บอกนี่หน่าว่าต้องเห็นตัวเป็นๆ”

“คุณศิวะ…” รวิพรรณย่นคอหนี เมื่อเขาเข้ามาซุกไซ้ที่ลำคอระหง และพรมจูบมาตามไหล่ลาดเกลี้ยงเกลา เขาช่างเจ้าเล่ห์กว่าที่เธอคิดไวเป็นไหนๆ

“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเชียงใหม่ ไปตามหาน้องสาวคุณกัน” ศิวะยังคงหลอกล่อเธอด้วยเรื่องโกหก

“ฉัน…”

“นะครับนะ ไวน์แดงที่คุณเสิร์ฟให้ผมชิมในคืนนั้นผมได้แต่เพียงจิบ วันนี้...ผมจะขอชิมมันจนหมดขวดสักทีนะครับ” ศิวะไม่รอให้เธออนุญาต เขาก็จัดการช้อนตัวเธออุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วตรงไปที่เตียงนอนใหญ่ทันที

ชายหนุ่มวางเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล จัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวสวยของตนออก ตามมาด้วยเข็มขัดหนังเส้นหรูที่คาดเอว ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อพึ่งตระหนักได้ว่า เขาไม่มีอุปกรณ์ป้องกันติดตัว ซึ่งแน่นอนว่ามันขัดต่อกฎของเขาเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดเรื่องผิดพลาดจนมีบ่วงมาคล้องคอเขาได้

“คุณศิวะคะ คือ...”

แต่แล้วก็จำต้องกระโดดขึ้นไปบนเตียงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะขยับกายลุกขึ้น และถ้าเขาปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป เขาจะโน้มน้าวเธอได้ยากเย็นกว่านี้

‘แค่ครั้งเดียววะ’ ศิวะเอ่ยกับตัวเองในใจ กฎที่เขาตั้งไว้สำหรับผู้หญิงในชีวิต จำเป็นต้องถูกทำลายลงไปก่อน ขอละเว้นทุกอย่าง แค่เพียงได้กดเธอลงบนเตียงเดี๋ยวนี้ก็พอ...

*****************************************

มาแย้ววว....ขอยกNCไปตอนหน้านะคะ รักกก❤❤❤

ความคิดเห็น