Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 3 (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2562 11:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 (1)
แบบอักษร

ผมจอดรถหน้าตึกที่ไอ้เอิร์ธบอก ค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่ เข้าซอยลึกพอสมควร สภาพรอบด้านดูไม่ค่อยเหมาะกับชีวิตนักศึกษาเท่าไหร่ ไม่ได้จะดูถูกนะครับแต่แค่ดูจากความทรุดโทรมของตึกตรงหน้าและตึกเล็กตึกน้อยรอบๆ ที่อบอวลไปด้วยแออัดของผู้คนและรถลา เป็นผมถ้าไม่จนตรอกจริงก็คงไม่มาอยู่

“มึงแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่” ผมหันไปถามไอ้คนที่กำลังปลดสายคาดเอวออก

“ใช่ ที่นี่แหละ”

“เชรด! ใครเป็นคนแนะนำมึงเนี่ย”

“กูเจอในเว็บ”

“หา!?”

“กูว่ามันไม่ไกลจากมหาลัยมากก็เลยลองดู”

“สิบโลเนี่ยนะไม่ไกล”

“ในรูปที่ลงเว็บห้องสวยนี่หว่า ถูกด้วย”

“ดูจากสภาพก็ไม่น่าแพง”

“ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอขึ้นไปดูห้องก่อน เอาไว้ประกอบการตัดสินใจ”

เอิร์ธลงจากรถ ผมถอนหายใจกำลังจะตามมันลงไปจู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

…เสียงนี้ไม่ใช่ของผม หรือเอิร์ธมันจะลืมโทรศัพท์เอาไว้บนรถ ผมมองออกไปข้างนอกก็เห็นในมือมันถือโทรศัพท์อยู่ แสดงว่าไม่ได้ลืม แล้วก็ไม่ใช่เสียงจากเครื่องผมด้วย แล้วเสียงมาจากไหน?

ผมมองหาทิศทางของเสียง น่าจะดังมาจากเบาะข้างคนขับ ผมค้นดูทุกซอกทุกมุมตามแรงสั่นกับเสียงโทรเข้าที่ดังเป็นระยะจนควานเจอวัตถุแข็งๆ แบนๆ อยู่ใต้เบาะนั่ง

…โทรศัพท์?

ผมดึงออกมาดูพร้อมกับคำถามที่ผุดขึ้นในใจ ของใครวะ... หรือว่าไอ้ไนท์? เมื่อคืนนอกจากมันก็ไม่มีใครนั่งรถผมแล้ว ยกเว้นบีบี ซึ่งนี่ไม่ใช่ของบีบีแน่นอน

ผมมองหน้าจอที่สายโทรเข้าเพิ่งหลุดไปอย่างครุ่นคิด เอาไงดีวะ ไอ้ไนท์มันจะรู้ตัวไหมว่าทำโทรศัพท์หล่นหาย นึกถึงท่าทางซังกะตายของมันเมื่อคืนแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ แล้วนี่โทรศัพท์มันต้องติดต่อเรื่องงานหรือเปล่าวะ ป่านนี้ไม่ตามหาให้ควักแล้วเหรอ

ผมสบถลมหายใจอย่างรู้สึกยุ่งยาก เหลือบมองออกไปนอกกระจกก็ไม่เห็นเงาไอ้เอิร์ธแล้ว ผมเก็บโทรศัพท์ไอ้ไนท์ไว้ในเก๊หน้ารถก่อนเปิดประตูลงไปหาไอ้เอิร์ธที่ตอนนี้น่าจะกำลังดูห้องอยู่

ตึกไม่มีลิฟต์ สูงสิบชั้น ผมไลน์ถามไอ้เอิร์ธมันอยู่ชั้นแปด พ่องเหอะ เดินจนหอบ

“กูเพิ่งดูเสร็จ กำลังจะลงไป”

“อ้าวไอ้เหี้ย”

ผมเดินมาถึงชั้นแปด เจอกับไอ้เอิร์ธกับคนดูแลหอพักที่ระเบียงทางเดิน ยังไม่ทันหายเหนื่อยดีมันก็พูดออกมาแบบนั้น ผมนี่แทบจะสบถคำหยาบออกมาเลยทีเดียว อ้าวลืม สบถไปแล้วนี่หว่า

“กูให้มึงรอข้างล่าง มึงขึ้นมาทำไม”

“ก็กูเห็นมึงขึ้นมานาน เป็นห่วง เลยตามขึ้นมาดูไงวะ” ผมมองคนดูแลหอพักเพศชายที่อยู่ด้านหลังมันแวบหนึ่ง เอิร์ธชะงักเมื่อเข้าใจความนัยที่ผมต้องการสื่อ

“คิดมาก” เอิร์ธขมวดคิ้วหน้าตึงใส่ผมที่กังวลอะไรไม่เข้าท่า

“เมื่อเช้ามึงเล่นกูซะอ่วมจะไม่ให้คิดมากได้ไงวะ” ผมพูดเบาๆ ระหว่างเดินลงบันได ขาปวดตุบๆ

“ความผิดมึงนั่นแหละ ทำกูตกใจ”

“ไอ้เหี้ย ยังไงมึงก็ควรระวังตัวไว้บ้าง อย่าลืมว่ามึง... เออช่างเถอะ”

ผมละช่องว่างเอาไว้ในฐานที่เข้าใจเพราะไอ้เอิร์ธแม่งหันมาขึงตาขวางใส่ทำให้ไม่อาจพูดสิ่งที่คิดออกมาได้หมด

“แล้วห้องเป็นไงบ้าง” ผมเปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหัน

“อืม ก็ดี...” แล้วมันก็ไม่พูดอะไรอีก จนถึงข้างล่าง เอิร์ธก็หันไปพูดกับคนดูแลหอพัก “ขอบคุณครับพี่ที่โทรให้ผมมาดู ห้องกว้างดีแต่ยังไม่ใช่แบบที่ผมอยากได้”

“ครับๆ ไม่เป็นไร ถ้าน้องสนใจก็โทรมาได้ตลอด”

คนดูแลหอพักพูดเสียงแมร่งๆ ท่าทางสบายๆ ไม่ซีเรียส ก่อนผละออกไป ผมชำเลืองมองไอ้เอิร์ธ “คนต่างด้าวเหรอวะ?”

“อืม”

“อ่อ แล้วนี่มึงไปไหนต่อ” ผมถามระหว่างเดินกลับมาที่รถ

“ไม่มี มึงล่ะ”

“กูว่าจะไปดูบีบีหน่อย” ผมเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ยังคลุมเครือ เอิร์ธมองหน้าผมก่อนหันกลับไปมองทางข้างหน้า สักพักมันก็พูดขึ้นมา

“งั้นมึงจอดให้กูลงตรงป้ายใกล้ๆ ก็ได้ ไม่ต้องเข้าไปส่งถึงหอ จะได้ไม่ต้องวนรถหลายรอบ”

ผมทำตามที่เอิร์ธบอก ส่งมันเสร็จ ก็มุ่งหน้าไปทางหอพักบีบีแต่แทนที่จะเลี้ยวเข้าไปผมกลับขับเลยออกมา รู้ตัวอีกทีก็วนรถมาจอดหน้าคอนโดไอ้ไนท์แล้ว

ผมไม่ได้เอารถเข้าไปข้างในแต่หาที่จอดใกล้ๆ แทน โชคดีที่มีที่ว่างให้จอด ผมลังเลอยู่นาน ก่อนกลั้นใจหยิบโทรศัพท์มือถือไอ้ไนท์เปิดประตูลงจากรถ ตรงไปหารปภ.ที่ป้อมยาม บอกว่ามาหาเพื่อนชื่อนี้ อยู่ห้องนี้ ชั้นนี้ พร้อมกับเหตุผลที่ผมต้องการเจอมัน รปภ.ไล่สายตามองผมอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูยอมปล่อยให้ผมเข้าไปข้างใน ความจริงผมยืนรอให้มีคนมาเปิดประตูแล้วเนียนเข้าไปพร้อมคนเหล่านั้นก็ได้ แต่แดดร้อนขนาดนี้ แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครผ่านมาสักคน ผมเลยไม่อยากรอให้เหนื่อย

ภายในล็อบบี้มีคนอยู่ไม่มาก ผมกวาดสายตาสำรวจลวกๆ ระหว่างเดินตัดมาที่ลิฟต์ บรรยากาศค่อนข้างสงบเงียบ การตกแต่งเรียบง่ายสบายตา สัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรของผู้คน ถึงผมจะเคยมาที่นี่แล้วแต่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นว่าข้างล่างนี่เป็นยังไง

ผมเข้าลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นของไอ้ไนท์ ยิ่งใกล้ถึงเท่าไหร่ความรู้สึกว้าวุ่นที่กดเอาไว้ยิ่งเอ้อล้นขึ้นมา ผมมองไฟบนปุ่มลิฟต์อย่างกระวนกระวายพร้อมกับเกิดคำถามภายในใจ ทำไมกูต้องเดือดร้อนเอาโทรศัพท์มาคืนมันด้วยตัวเองแบบนี้วะ ฝากไว้กับรปภ.ก็สิ้นเรื่อง ไม่ก็เอาไปโยนไว้ที่ร้านมัน ใส่ถุงหิ้วห้อยไว้หน้าประตูพร้อมกับแปะโน้ตทิ้งไว้คงไม่หายหรอกมั้ง

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดทำให้ความคิดฟุ้งซ่านของผมหายแวบไปทันที ผมก้าวออกจากลิฟต์ ชะลอฝีเท้าอย่างไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไหนๆ ก็มาแล้ว จะทำให้มันยุ่งยากวุ่นวายทำไม เอาไปคืนให้มันเสร็จๆ ก็จบ

ผมกลั้นใจกดกริ่ง ยังไม่ทันนึกคำพูดที่ใช้พูดกับมันออก ประตูก็เปิดออกมาแล้ว ผมชะงัก เช่นเดียวกับร่างสูงบางตรงหน้า

“ตะวัน?”

ไอ้ไนท์เบิ่งตามองผมอย่างอึ้งๆ มันคงคิดไม่ถึงว่าคนอย่างผมจะมายืนกดกริ่งเรียกมันถึงที่

“โทรศัพท์มึงหรือเปล่า”

ผมยกของในมือขึ้นมา พยายามไม่มองเสื้อคลุมซาตินที่มันสวมทับแบบลวกๆ ไม่ได้ผูกสายรัด เผยช่องกลางลำตัวเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นกระชับ โชคดีที่มันสวมกางเกงขายาวไม่งั้นผมคงคิดว่ามันจงใจใส่ออกมายั่ว

“ใช่… แต่ทำไมอยู่กับมึง?”

แววตาไอ้ไนท์เต็มไปด้วยความสงสัย มันเอามือยีหัวยุ่งๆ เหมือนรังนกนั่นพลางเอียงคอนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อคืน

“มันหล่นอยู่บน มีคนโทรเข้ากูได้ยินเสียงก็เลยรู้” ผมช่วยทำให้มันเข้าใจง่ายขึ้น

“อ๋อ… เมื่อคืนกูกลับถึงห้องก็อาบน้ำนอนเลย ไม่ได้เช็กมือถือ ไม่รู้เลยว่าหาย เออเข้ามาก่อนสิ” มันหยุดพูดกะทันหันหลังจากนึกได้ว่าปล่อยให้ผมยืนอยู่ข้างนอกนานแล้ว ผมตั้งใจว่าคืนโทรศัพท์มันเสร็จก็กลับ ไม่มีความคิดจะเข้าไปในห้อง แต่พอเจอกับสายตาจริงใจของไอ้ไนท์ผมดันปฏิเสธไม่ออก เดินเข้ามาในห้องราวกับถูกดึงดูด

“ตามสบายนะ เดี๋ยวเอาน้ำมาให้”

“เฮ้ยไม่ต้อง”

ผมกำลังจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา ได้ยินประโยคนั้นก็ยืดหลังตรง ปฏิเสธทันที แต่ไอ้ไนท์กลับโบกมือเป็นเชิงบอกให้ผมอย่าคิดมาก ไม่นานมันก็กลับมาพร้อมน้ำขวดหนึ่งหนีบใส่จั๊กกะแร้ กับกาแฟสองแก้วในมือ

“ดื่มกาแฟหรือเปล่า” มันวางแก้วหนึ่งลงตรงหน้าผม ก่อนหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาอีกตัว เว้นระยะห่างเพื่อให้ผมสบายใจ

“กินได้”

“กาแฟนอก มีส่วนผสมของสมุนไพรจีน กลิ่นจะแปลกหน่อยแต่มีประโยชน์”

“เนี่ยเหรอ?” ตอนแรกผมก็ไม่ได้อะไร แต่พอมันโฆษณาสรรพคุณก็รู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย

“อืม ลองดู”

เพราะแบบนั้นผมเลยต้องยกแก้มกาแฟขึ้นชิมอย่างช่วยไม่ได้

“เป็นไง?”

“คล้ายๆ โสม?”

“อืม ถ้ามึงกินกาแฟโสมได้ก็กินไอ้นี่ได้” ไนท์พูด ผมดื่มต่ออีกอึกสองอึกก็วางถ้วยกาแฟลง รู้สึกตาสว่างขึ้นมาทันที

“เรื่องโทรศัพท์… ขอบใจที่เก็บมาคืน” เสียงไอ้ไนท์ดังขึ้น

“ไม่เป็นไร กูรู้ว่ามึงต้องใช้”

“โชคดีที่ไม่ได้ทำหายที่อื่น” มันถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางยกกาแฟขึ้นจิบ ผมมองมันที่ยังอยู่ในชุดนอนแล้วก็อดทักไม่ได้

“นี่มึงเพิ่งตื่น?”

“ก่อนมึงมาแป๊บนึง กำลังจะสั่งข้าวมากิน พอดี มึงกินไรยัง”

“กินกับไอ้เอิร์ธมาแล้ว”

“อ่อ…” ไนท์พยักหน้า หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างก็เงียบ ผมยกกาแฟขึ้นจิบเพื่อคลายความอึดอัดที่กำลังแทรกซึมหลังความเงียบครอบงำ ผมชำเลืองมองไอ้ไนท์ที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ พลันสายตาก็ลอบมองหน้าอกขาวผ่องที่ขึ้นรอยแดงจากการเสียดสีของผ้าคลุมซาติน แก้มผมร้อนวาบ รีบดึงสายตากลับมาจ้องแก้วกาแฟตรงหน้าทันที อยู่ดีๆ ก็กระสับกระส่ายขึ้นมา

“กูจะสั่งข้าว มึงอยากได้อะไรไหม”

“ไม่ต้อง กูจะกลับแล้ว”

“ทำไมรีบกลับล่ะ มึงอุตส่าห์เอาโทรศัพท์มาคืนกูทั้งที อย่างน้อยก็ให้กูตอบแทนอะไรหน่อยสิ”

คำว่า ‘ตอบแทน’ ของไอ้ไนท์ทำผมชะงัก ใจดันคิดไปถึงเรื่องไม่ดี

“กูกินมาแล้ว”

“ถ้างั้นมึงรอเดี๋ยว กูเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวลงไปส่งข้างล่าง มึงจอดรถไว้ไหน? บนตึกหรือข้างล่าง”

“ข้างล่าง”

“งั้นรอเดี๋ยว”

“ไม่ต้อง!” ผมผวาจับข้อมือห้ามไอ้ไนท์ที่กำลังจะเดินไปเปลี่ยนชุดเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว

การเข้าถึงตัวอย่างเหนือความคาดหมายสร้างแววตกใจบนใบหน้าของเราทั้งคู่ ไนท์มองมือที่ถูกผมจับ ก่อนเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับผม

“มือมึงร้อน… หรือว่าไม่สบาย” ไอ้ไนท์ยื่นมือออกมาหมายแตะหน้าผากผม แต่ผมเบี่ยงหลบ ไม่ยอมให้มันสัมผัส พร้อมชักสีหน้าใส่

“กูไม่ได้เป็นอะไร”





Talk

รอดไม่รอดไม่รู้ สำรองทิชชู่ไว้ด้วยก็ดี 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เก็บไว้ซับเหงื่อ อากาศร้อนนน ^O^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น