อายคอนแทค

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 11. อาบอจี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2562 01:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11. อาบอจี
แบบอักษร

'แล้วนั่นพาใครมาด้วย'

 

น้ำเสียงคุมเข้มดุดันฟังดูมีอำนาจ ก้องออกมาจากด้านใน ใช่เสียงนั้นคือพ่อยุนกิเอง รังสีอำนาจมืดแบบนี้ฉันไม่แปลกใจเลยว่ายุนกิได้ใครมา ใช่ เขาคือพ่อยุนกิคนเดียวกับเจ้าของคาสิโนที่ยึดคอนโดฉันไปเมื่อคืนเพราะฉันสร้างวีรกรรมไว้เอามายากลโกงไพ่ไปโกงเค้ายังไงละ ฮือออT^T​

 

ฉันหลับตาปี๋เผลอไปเกาะแขนยุนกิแน่นเพราะความกลัว ยุนกิชะงักหยุดเดินใช้หางตามองฉันด้วยหน้านิ่งๆ แต่รู้สึกอบอุ่น แถมสายตาคู่นั้นยังทำให้ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย ยุนกิเดินเข้าไปในบ้านต่อนิ่งๆ

 

ขนาดแค่ได้ยินเสียงฉันยังรู้สึกกลัวขนาดนี้ ถ้าเจอตัวจริงนี่ฉันไม่ช็อคตายหรอ ยุนกิบ้า พาฉันมาทำไมเนี้ย

 

"เธอชื่อยูอา.. เป็นแฟนของผมครับ" O.O

ยุนกิหยุดยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องรับแขก

 

"สะ สะ สวัสดีค่ะ" ฉันก้มหัวโค้งสวัสดีพ่อยุนกิ

พ่อยุนกิหันมามองหน้าฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ต่างอะไรกับยุนกิเลย เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ ทรงเดียวกันเป๊ะ​

 

พ่อยุนกิเหมือนไม่สนใจฉันเลย เบี่ยงหน้าไปทักยุนกิ

 

"คงจะลืมไปสินะ ว่ากำลังจะหมั้นอยู่แล้ว"

ห้ะ!!! นี่นายยุนกิมีคู่หมั้นแล้วหรอ แล้วจะพาฉันมาที่นี่ทำไมเนี้ย!!!

 

"บอกว่าไม่ยังไงละครับ" อ่ออ คงโดนคลุมถุงชนสินะ

 

"แกนี่เกิดมาเพื่อขัดใจฉันไปสะทุกเรื่อง!!!" พ่อเริ่มตะหวาด

 

"แล้วพ่อเคยถามใจผมสักครั้งไหมละครับ" ยุนกิตหวาดตอบ ทำฉันสดุ้ง

 

"แกลองมองไปรอบๆสิ นี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันสร้างมันมาเองกับมือ แล้วแกคิดดูสิ ฉันทำเพื่อใคร" พ่อโมโหจนเลือดขึ้นหน้า

 

"แล้วการที่ผมต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก มันเกี่ยวอะไรด้วยละพ่อ!!!" ยุนกิสวนกลับ

 

"สมบัติจะได้ไม่รั่วไหลออกไปให้กับคนที่คิดจะเข้ามาเกาะแกเพื่อหวังสมบัติยังไงละ" พ่อยุนกิพูดหน้านิ่ง

 

"พวกเมียน้อยของพ่อก็หวังสมบัติกันทั้งนั้นละครับ" ยุนกิกุมฉันให้พ่อเห็น ว่าฉันนะคือคนที่ยุนกิจะแต่งงานด้วย

 

"อย่างงั้นนะหรอ พ่อขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"

พ่อยุนกิลุกออกจากโต๊ะอาหาร เดินไปที่หลังบ้าน

 

"นั่งรออยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนนะ" ยุนกิหันมาบอกฉัน ทำอย่างกับว่าฉันเป็นเด็กไปได้

 

"รับทราบจ๊ะนายจ๋าาา" ฉันประชดยุนกิ ที่เอาแต่สั่งฉัน

 

ยุนกิเดินตามพ่อออกไปหลังบ้าน

 

"ผู้หญิงคนนั้น.. ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอคือคนที่ทำเรื่องไว้ที่คาสิโนฉันเมื่อคืนสินะ"

 

"พ่อครับ.."

 

"ฉันไม่มีวันยอมรับลูกสะใภ้ที่ขี้โกงแบบนั้น"

 

"คืนคอนโดให้เธอเถอะพ่อ"

 

"ไม่"

 

"พ่อ!!!"

 

"แล้วแกมีอะไรมาแลกเปลี่ยนละ?"

 

"........"

 

"ไม่มีละสินะ? หรือยังคิดไม่ออก?"

 

"ก็แค่คืนให้ไป ไม่เห็นจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนอะไรเลยนี่ครับ"

พ่อมองหน้าผมนิ่งๆ​ ก่อนถอนหายใจ แล้วพูดออกมา

 

"แกรักผู้หญิงคนนั้นมากเลยหรอ"

 

"........" ผมหลบตาสาย​

(ที่ต้องหลอกพ่อว่ายูอาเป็นแฟนก็เพราะหวังให้พ่อคืนคอนโดให้เธอง่ายๆต่างหาก)

 

"เอางี้ ฉันมีข้อเสนอให้.. ถ้าแกไม่อยากแต่งงานกับลูกสาวของโกนี (เมียน้อยพ่อยุนกิที่มีลูกสาวติดมา) ก็เลิกทำดนตรีไร้สาระของแกสะ แล้วหันมาศึกษาดูแลกิจการคาสิโนอย่างจริงจังแทนฉันสะที"

 

"..เท่าที่ฟังๆมา ดูเหมือนว่า พ่อจะโดนโกนีเป่าหูมาเยอะเลยนะครับ"

 

"ไอ้ยุนกิ!!!"

 

เพี๊ยะะะะะะะ!!!

 

พ่อง้างมือ พ่อตบลงเข้าที่หน้าผม....

 

"........"

มันเจ็บจนชาไปทั้งตัว ไม่ได้เจ็บหน้าที่โดนพ่อตบ แต่ตรงนี้ตรงที่ใจมากกว่า

 

"ละลูกก.." พ่อลูกด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง

 

"เจ็บกว่าการที่พ่อมีน้อยแล้วทำให้แม่หนีพวกเราไปก็คือการที่พ่อฟังคนอื่นมากกว่าผม!"

ยุนกิพูดออกไปด้วยแววตาแดงก่ำเพราะความเจ็บปวดข้างในจิตใจ

 

"พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อแก ไม่ได้เพื่อใคร"

 

"ยังไงละครับ ช่วยอธิบายให้มีน้ำหนักด้วย ผมรอฟังอยู่"

 

"ลูกสาวโกนีเธอเป็นคนดี มีชาติตระกูล เค้าสมศักดิ์ศรีกับชีวิตแกที่สุด แล้วเค้าสามารถดูแลคาสิโนให้เจริญยั่งยืนต่อไปได้"

 

"พ่อเลิกบังคับผมเถอะครับ"

 

"แกเข้าใจผิดแล้ว พ่อไม่ได้บังคับแกนะ แต่พ่อพยายามที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก"

 

"การคลุมถุงชนก็ไม่ต่างอะไรจากการบีบบังคับหรอกครับ"

 

"แล้วแกจะให้ฉันทำไง คาสิโนแกก็ละเลย ลูกสาวโกนีแกก็ไม่เอา แกจะเอาอะไร"

 

"อิสระ.. กำลังใจ... สนับสนุนในสิ่งที่ผมรัก ผมต้องการแค่นั้น"

 

"อิสระที่หอมหวานของแกตอนนี้มันจะแปรเป็นความขมขื่นสำหรับแกในอนาคต แกลองนึกดูสิ ดนตรีบ้าบอคอแตกของแกมันมีความมั่นคงมั้ย? แล้วผู้หญิงคนนั้นของแก ที่มาโกงคาสิโนฉันได้ แกคิดว่าเป็นคนยังไง?"

 

"ที่เธอต้องทำ! เพราะเธอจนมุม ผมเป็นคนแกล้งเธอเอง แล้วเรื่องดนตรีที่แม้แต่พ่อยังดูถูก ไว้ผมจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าดนตรีที่ผมรัก ผมไม่ได้เลือกเส้นทางที่ผิด!"

 

"แกนี่มันเป็นลูกที่ไม่ได้ดั่งใจเอาสะเลย!!!"

 

"ผมขอโทษนะครับ ที่เป็นได้ดั่งใจพ่อไม่ได้"

 

"ฉันจะรอวันที่แกซมซานกลับมา"

 

"ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ คืนคอนโดให้เธอ..."

 

"นี่ถ้าแกจะมาเพราะเรื่องแค่นี้! แกไม่ต้องมา!!!!! ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดที่จะโผล่หัวมาให้ฉันเห็นหน้า ทีอย่างนี้รีบแจ้นมาหา คอนโด!!! ถ้าอยากได้คืนมาก เออ!!!ฉันให้คืนแน่!!! แต่แกต้องเลิกทำเพลง! ทำดนตรี! แล้วกลับมาอยู่ที่นี่!!! บ้านหลังนี้!!! แล้วไปดูแลกิจการคาสิโน!!! ฉันขอแค่นี้!!! แกทำให้ฉันได้มั้ย!!!"

 

พ่อระเบิดออกมาขนาดระเบิดนิวเคลียร์ยังชิดซ้าย

 

"........"

 

ผมไม่อยากจะพูดอะไรกับพ่ออีก เลยตัดสินใจเดินออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

 

ที่ผมไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าพ่อเสียใจ แต่ผมเองก็เสียใจไม่แพ้กัน

 

ผมคิดไปถึงเมื่อวัยเด็ก....

 

พ่อไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของผมเลย เมื่อผมอายุได้13ปี ผมค้นพบว่าตัวเองหลงรักให้กับเสียงดนตรี ผมวิ่งไปบอกพ่อ แต่พ่อกลับไม่สนับสนุน แถมยังดุผมทุกครั้งที่หยิบดนตรีขึ้นมา พ่อสั่งห้ามเล่นดนตรีอีกโดยให้เหตุผลว่ามันไม่มั่นคง​ ไร้สาระ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า​ ผมเข้าใจตอนนั้นฐานะครอบครัวเรายังลำบากมาก พ่อทำงานอย่างหนักเพื่อประคับประคองครอบครัวให้อยู่ได้ ผมเลยจำเป็นต้องแอบเล่นดนตรีอย่างหวาดระแวงทุกครั้งเพราะกลัวว่าพ่อจะมาเห็น แล้วจะทำโทษ ผมเหมือนดั่งทุกครั้ง แต่ความกลัวในตอนนั้นก็ยังมีผู้หญิงตัวเล็กๆหนึ่งคนที่คอยให้กำลังใจผมอยู่ไม่ห่างเสมอ "ทำดีแล้ว" "พยายามเข้าอีกนะลูก" ใช่ คนนั้นคือแม่ แล้วเมื่อพ่อสร้างหลักปักฐานครอบครัวได้มั่นคง ธุระกิจคาสิโนของพ่อก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆอย่างฉุดไม่อยู่ ทำให้มีผู้หญิงเข้าหาพ่อเยอะ แล้วพ่อก็เริ่มมีเมียน้อย พ่อเอาเมียน้อยเข้ามาอยู่บ้าน มีหลายครั้งที่ไม่เห็นหัวแม่ ทำให้แม่ทนไม่ไหว ตัดสินใจหนีไปอยู่ต่างประเทศ โดยที่จะเอาผมไปอยู่ด้วย แต่ก็โดนพ่อยื้อไว้ให้อยู่ พ่อบอกแม่ว่าถ้าเอาผมไปก็มีแต่จะทำให้ผมลำบาก เพราะแม่มีแต่ตัวไม่มีทรัพย์ใดๆ แม่เลยยอมให้ผมอยู่ ตอนนั้นผมร้องไห้หนักมาก "เป็นเด็กดีของพ่อนะลูก" และนั่นเป็นคำลาครั้งสุดท้ายของแม่ แม่ไปตั้งแต่ผมอายุ 16 ผมอยู่บ้านไม่เคยมีความสุขเลย จะเล่นดนตรีก็คอยเอาแต่หลบๆซ่อนๆ พออายุ 18 ผมเลยตัดสินใจออกจากบ้านไปอยู่คอนโด แล้วสร้างสตูดิโอทำเพลงทำดนตรีของตัวเองขึ้นมา แล้วใช้ชีวิตอย่างอิสระ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไม บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ แต่ผมถึงเลือกที่จะไม่อยู่

ยุนกิเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเคลียด แล้วเดินออกจากบ้านไปดื้อๆ

 

"อะไรของนาย จะไปไหนนน" ฉันรีบลุกขึ้นจากโซฟาวิ่งตามไป

 

"........"

 

"นายลืมไปแล้วหรอว่าฉันก็มาด้วยเนี้ยยย" ฉันวิ่งตามไปบ่นไป ยุนกิเดินออกจากบ้านไปเร็วมาก

 

"........"

 

"ควายหายหรือไงยะ" ฉันวิ่งตามมาจนถึงหน้ารถยุนกิที่จอดอยู่ตรงบรรไดทางเข้าบ้าน

 

"เธอช่วยทำให้ฉันหายเคลียดทีสิ" ยุนกิหยุด ยอมหันมาพูดกับฉัน

ความคิดเห็น