จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผนร้ายของพิรุณเลือด

ชื่อตอน : แผนร้ายของพิรุณเลือด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2562 07:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผนร้ายของพิรุณเลือด
แบบอักษร

image

อีกภาพของริต้า(แพต ชยานิต)กับอจินไตย(คิตตี้ ชิชา)ค่ะ

.........

เช้าของวันสำคัญ...

จินดาพิสุทธิ์ยังคงนอนกอดร่างที่งดงามจนหาคำตอบไม่ได้อย่างอจินไตยอย่างสุขารมณ์...

จวบจนอจินไตยรู้สึกตัว..และเขย่าร่างของอีกฝ่าย..เจ้าหญิงแห่งจันทราจึงลืมตาขึ้น...

คืนก่อนหน้า..เหมือนจินดาพิสุทธิ์จะอดอยากหื่นกระหายมาหลายวัน..จึงเสพสุขจนอิ่มหนำ..

ครั้นเมื่อลืมตาขึ้นเห็นอีกฝ่าย..ก็มีท่าทีเหมือนอดอยากปากแห้งอีก..จนอจินไตยต้องร้องว่า..

“..ริต้า..วันนี้เป็นวันประลองวันแรกของเธอ..อย่าทำอะไรให้เสียเรี่ยวแรงก่อนเลยน่า..”

แต่ริต้าของเธอก็ไม่ฟังเสียงอันใด..หอมทั้งแก้ม..ทั้งปาก..ทั้งคอ..หอมจนเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาต้องอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข..

“..ไม่เอาน่าริต้า..อย่าทำแบบนี้สิ..”

จินดาพิสุทธิ์ได้แต่ยิ้ม..ทำตาเหมือนกับบอกว่า..คืนนี้เดี๋ยวมาต่อ..จนอจินไตยต้องเบ้ปาก..

“..อย่าหื่นเยอะไปนัก..เรามาทำงานนะริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..ฉันใกล้เธอไม่ได้เลยนะอจินไตย.ของขึ้นอยู่เรื่อย..”

“..บ้า..ใจเย็นหน่อย..นี่ฉันไม่อยากจะคิดเลยนะว่าถ้าเธอเบื่อฉันขึ้นมา..ฉันจะเป็นไง..”

“..ไม่หรอก..อจินไตย..ฉันไม่เคยเบื่อเธอเลยนะ..”

“..ทำเป็นเล่นไป..หากใกล้ชิดกับมุกดารามาก ๆ ..เธอคงของขึ้นกับมุกดาราเข้าสักวัน..”

“..บ้า..ไม่มีทางหรอก..”

“..แต่หากถึงวันนั้น..เธอจะรับมุกดารามาเป็นคนของเธออีกคน..ฉันก็ไม่ว่านะ..”

“..ไม่มีทาง..”จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง.. “..ฉันไม่ได้มองเค้าแบบนั้นเลยสักนิด..เค้าเหมือนน้องสาวฉันมากกว่า..”

“..ทำไมล่ะ..มุกดาราออกจะน่ารัก..”

“..แต่มองยังไงก็ไม่รู้สึกหื่นแบบมองเธอนะอจินไตย..”จินดาพิสุทธิ์หอมอีก.. “..โอย..ไม่อยากจะทำงานทำการอะไรเลย..ให้ตายสิ..”

เสียงเคาะประตู..เจ้าหญิงทั้งสองตรวจดูเครื่องแต่งตัว..เห็นเรียบร้อยดี..อจินไตยก็กระวีกระวาดลุกขึ้นไปเปิด..ปรากฏร่างที่อ้อนแอ้นแต่ดูแข็งแรงของเจ้าหญิงมุกดารายิ้มให้..ในมือนางมีกล่องหนังกล่องหนึ่ง..

นางชะเง้อมองไปด้านใน..อจินไตยยิ้มอย่างใจกว้าง..

“..จินดาพิสุทธิ์อยู่บนเตียง..คงง่วงอยู่..”

มุกดาราหน้าแดงเล็กน้อย..อจินไตยกอดคอนาง..พาเดินเข้ามาอย่างไม่หวั่นไหวใด ๆ ..

“..จะมาหาก็มาสิ..ไม่ต้องเกรงใจ..”อจินไตยพูดอย่างใจจริง..

มุกดารารู้สึกเกรงใจ..

“..ท่านพี่อจินไตย..”นางพูดกับเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาอย่างสนิทสนม.. “..ทำไมพี่ไม่หึงหวงเลยล่ะ..ข้ายอมรับตรง ๆ ว่า..ข้าชอบสามีของพี่..”

“..สามีของพี่เป็นคนมีเสน่ห์..ใครก็ชอบทั้งนั้นแหละ..ท่านไม่ใช่คนแรกหรอกนะ..มุกดารา..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นเจ้าหญิงมุกดาราก็ทักทายอย่างร่าเริง..

“..มุกดารา..วันนี้คือวันประลองของพวกเราแล้วนะ..”

“.ข้าจะเอาชนะเพื่อจะได้ครองสายรัดเอวร่วมกับท่านพี่ให้ได้..”มุกดาราพูดอย่างมุ่งมั่น..ก่อนจะวางกล่องหนังลงบนเตียง..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“.อะไรหรือ..”

“..สิ่งที่ท่านพี่ปรารภเมื่อวันวาน...”มุกดารากล่าว.. “..ข้าไปจัดหามาให้..”

พลางเปิดกล่องหนัง..

สิ่งที่อยู่ด้านในเป็นแถบผ้ายาวหกแถบ..ขนาดของแต่ละแถบกว้างราวครึ่งนิ้ว..

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..นี่ท่าน..”

“..ผ้าแถบเหล่านี้..ท่านบอกว่า..หากทนทานสักหน่อยก็ดี..ข้าจึงไปตัดเอามาจากผ้าที่ทำเสื้อเกราะอ่อน..แต่ละผืนเหนียวแน่นไม่มีสิ่งใดตัดขาดนอกจากกรรไกรตัดโลหะของคลังแสง..ข้าตัดมาหกแถบตามที่ท่านต้องการ..”

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับอึ้ง..

“..บิดาท่านกับท่านเจ้าแคว้นจะว่ากระไรหรือไม่..ที่ท่านทำเช่นนี้..”

“..เพียงแค่ผ้าผืนหนึ่ง..นับเป็นอย่างไรได้..”เจ้าหญิงมุกดาราหัวเราะ.. “..เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจ..ท่านต้องการผ้าแถบทั้งหกแถบนี้ไปทำไม..”

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..ข้าไม่ทราบจะอธิบายท่านเช่นใด..แต่คิดว่า..อีกไม่นานท่านก็จะทราบ..มุกดารา..ข้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของท่านนัก..ไม่ทราบว่าจะตอบแทนท่านอย่างไรดี..”

พูดจบ..เจ้าหญิงอจินไตยก็ผลักร่างเจ้าหญิงมุกดารามาให้สามีนาง..

เพื่อจะได้ให้จินดาพิสุทธิ์โอบร่างของเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระโดยที่ไม่ได้ตั้งหลักตั้งตัว..

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..แต่มุกดารายิ่งกว่าใจหายเสียอีก..

นางถึงกับซบกับร่างของหญิงในฝันคนนี้อย่างลืมตัว..

ถึงกับร้องเบา ๆ ..สามีข้า..สามีข้า..

จินดาพิสุทธิ์เหลือบเห็นอจินไตยอมยิ้มอย่างลึกลับ..ก็ทำตาเขียว..แต่ก็ไม่อาจจะหักใจทำร้ายมุกดาราในทันทีทันใดได้..

อจินไตยถึงกับพูดว่า..

“..น้องมุกดาราเรา..หากได้รับชัยชนะเคียงคู่จินดาพิสุทธิ์ของข้าได้..ข้าจะอนุญาตให้สามีรับเจ้าเป็นภรรยาอีกคน..ขอให้ต่อสู้ให้เต็มที่นะ..”

จินดาพิสุทธิ์อ้าปากจะถกเถียงอันใด..แต่อจินไตยกลับตาเขียวบ้าง..

“..ประหลาดแท้..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “..บ้านเกิดข้ามีภาษิต..เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร..แต่ไฉน..”

“..ไม่..ท่านพี่ทั้งสอง..ข้าไม่อาจจเอื้อมเช่นนั้น..”มุกดาราพูดเสียงเคลิ้มฝัน.. “..เพียงเท่านี้..ข้า..ข้าก็..สุขใจยิ่งแล้ว..กอดข้าสักครู่เถิดได้ไหมท่านพี่..”

จินดาพิสุทธิ์จำต้องกอดมุกดาราไว้..ในขณะที่อจินไตยกลับหัวเราะหึ ๆ ...

อจินไตยเป็นเหมือนสตรีทุกคน..ที่รักและหวงสามียิ่ง..

เพียงแต่นางเป็นสตรีที่ชาญฉลาด..นางเพียงแต่ล่วงรู้ว่า..ยิ่งดีต่อมุกดารา..ก็ยิ่งทำให้มุกดาราไม่กล้าอาจเอื้อมกับสามีนางมากยิ่งขึ้น..ยิ่งกริ่งเกรงและเกรงใจนางมากขึ้นตามไปด้วย..

แต่สิ่งที่เหนืออื่นใด..นางต้องการมัดใจมุกดารา..

ซึ่งใครจะคาด..ว่าการดำเนินการอย่างชาญฉลาดเช่นนี้..จะได้ประโยชน์ถึงสองสามต่อ...

ความรักใครว่าใช้แต่อารมณ์แต่เพียงอย่างเดียว..บางครั้ง..ปัญญาก็มีความจำเป็นไม่น้อย..

.....

ลานประลองชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่ทั้งสองเส้น..มีคนมุงดูรายล้อมแน่นขนัด..

เวทีประลองเป็นวงกลม..ขนาดกว้างใหญ่พอประมาณ..จัดซุ้มไว้สองซุ้มข้างเวทีสำหรับให้ผู้ประลองเตรียมตัว..

ในดินแดนที่คล้ายกับสังคมโบราณ...ยังคงมีคำว่าอภิสิทธิ์ชนอยู่โดยทั่วไป..จึงไม่ใช่เรื่องประหลาด..ที่จะมีอภิสิทธิ์ชนเกิดขึ้นในการประลองครั้งนี้ด้วย..

ชาวบ้านชาวเมืองธรรมดามีสิทธิ์ในการประลองโดยเท่าเทียม..แต่ก็ต้องผ่านการคัดเลือก..จนเหลือเพียงแค่สี่คนสำหรับการชิงสายรัดเอวเส้นหนึ่ง..เวลาที่ท้าชิงคัดเลือกยาวนานข้ามวันข้ามคืนถึงสี่วัน..กว่าจะได้บุคคลที่มีฝีมือเป็นเลิศและเหมาะสม..

แต่ผู้ประลองระดับเจ้าแคว้น..ไม่ต้องเสียเวลากับการคัดเลือกดังกล่าว..ได้เข้ารอบลึกโดยง่าย..แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน..เพราะรู้ถึงอภิสิทธิ์ที่ไม่เท่าเทียมกันดี..

แคว้นทั้งสี่..มีผู้ประลองแคว้นละสองคนแยกย้ายชิงสายรัดเอวคนละเส้น..แต่โดยทั่วไป..คนธรรมดาที่ผ่านคัดเลือกเข้ามาถึงขั้นตอนนี้..ต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับสูงแล้ว..ต่อให้ระดับเจ้าแคว้นจะไม่ต้องเหนื่อยแรง..แต่ครั้นปะทะกับยอดฝีมืออย่างแท้จริง..น้อยครั้งที่ระดับเจ้าแคว้นจะผ่านไปได้..

แต่ระดับเจ้าแคว้นที่มากฝีมือหาคนเทียบได้ยากเย็นก็มีอยู่เช่นกัน..โดยเฉพาะแคว้นจันทรา..ซึ่งชิงสายรัดเอวไปได้สองเส้นแล้ว..ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง..เพราะคนระดับเจ้าแคว้นล้วนแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น..

สตรีแห่งแคว้นจันทรา..กลับเข้มแข็งยิ่งกว่าบุรุษ..

ครั้งนี้..ทุกผู้คนทราบว่า..จินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทราได้ร่วมประลองด้วยตนเอง..ต่างก็อยากจะทราบ..ว่าจะมีฝีมือระดับใด..เทียบเท่ากับราชินีจันทราโสมมวดีและเจ้าหญิงกัษษากรที่เคยชิงสายรัดเอวได้คนละเส้นหรือไม่..

ท่ามกลางผู้คนที่มุงดู..คนสี่คนแฝงตัวอยู่ด้วยกัน..

นั่นคือ..วาหุ สินธุ.สององครักษ์ของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทรา.และปักษา มีนา..สองนางกำนัลรับใช้ประจำองค์..ซึ่งเหมือนกับเป็นองครักษ์ในด่านสุดท้ายด้วย..

วาหุที่เดิมไม่ใช่คนช่างพูดอันใด..กลับพูดขึ้นก่อน..

“..พวกเราต่างเฝ้าสังเกตการณ์การประลองตั้งแต่วันแรก..ยังไม่พบเห็นพิรุณเลือดหรือแม้แต่ท่านหมาป่าท่านค้างคาวที่ถูกสะกดจิตล้างความทรงจำไปเป็นพวกนางเลย..”

สินธุนิ่งคิด..

“..หรือนางไม่ได้คิดอ่านอันใดตามที่ท่านแม่ทัพกับองค์ราชินีคาดคิด..”

“..หากว่าตามการดำเนินการตามแผน..”มีนาให้ความเห็น.. “..สมควรจะต้องใช้ประโยชน์จากงานประลองครั้งนี้ให้ได้..เพียงแต่เราเองยังคาดเดาไม่ออกว่านางคิดอ่านอันใดกันแน่..”

ปักษานิ่งคิด..

“..แต่เราจะคิดอ่านถึงพิรุณเลือดเลยก็ใช่ที..เพราะเหมือนมีคนของแต่ละแคว้นที่เป็นหน่วยงานลับ..แฝงกายเข้ามาร่วมงานประลองจำนวนไม่น้อย..”

สินธุพยักหน้า..

“..หรือพิรุณเลือดสืบรู้เรื่องราวใดของแต่ละแคว้น..จนทำให้นางต้องกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวเสียใหม่..”

ในบรรดาสี่องครักษ์นางกำนัลของจินดาพิสุทธิ์..เรื่องสติปัญญาวางแผนและความคิดอ่าน..ต้องยกให้สินธุเหนือล้ำกว่าผู้ใด..

มีนาจับมือสินธุ..ทั้งสองมีใจให้กันอย่างเปิดเผยแล้ว..

“..ท่านสินธุ..เวลานี้..ยังขบคิดอันใดไม่ออก..เราก็ได้แต่ชมการประลองไปเรื่อย ๆ ..ท่านอย่าได้รีบคิดอ่านอันใดไปเลย..จะอย่างไรเสีย..เราสามารถสั่งการให้คนของเราทั้งเจ็ดร้อยคนที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นมิลินทระกระทำการใดได้ทันทีอยู่แล้ว..ยังคงหวังว่า..แคว้นอื่นคงไม่ส่งคนมามากมายนัก..”

ขณะนั้น..การประลองบนเวทีเริ่มต้นขึ้นแล้ว..

ช่วงเช้าเป็นการประลองสำหรับผู้ซึ่งช่วงชิงสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..คู่แรก..เป็นการต่อสู้ระหว่างตัวแทนของแคว้นธรรพ์ธารา..และผู้ประลองที่ใช้นามว่า..นัยน์ตาโลหิต...

ตัวแทนของแคว้นธรรพ์ธารา..เป็นเจ้าชายคนหนึ่งของแคว้นนามไพรมรกต..มีฝีมือไม่ใช่ชั่ว..ท่าทีเร้นลับพิกล...

นัยน์ตาโลหิต..สวมชุดดำ..สวมหมวกปีกกว้าง..ยากจะเห็นใบหน้าได้..แต่ก็เห็นประกายตาสีแดงเพลิงอันน่ากลัว..

เจ้าชายไพรมรกต..ขึ้นเวทีจากซุ้มด้านหนึ่ง.นัยน์ตาโลหิตก็ขึ้นเวทีจากซุ้มอีกด้านหนึ่ง..เผชิญหน้ากันบนเวที..มีคนของแคว้นมิลินทระทำหน้าที่เป็นกรรมการคอยดูแลความเรียบร้อย..

หลังจากโฆษกของเวทีประกาศแนะนำ..ก็มีเสียงโห่ร้องของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย..

เจ้าชายไพรมรกตเป็นคนของแคว้นธรรพ์ธารา..หากจะร่วมประลอง..ต้องมีฝีมือมิใช่ชั่ว..พลันกำหมัด..ตั้งท่าหมัดมวยประจำตัวที่ฝึกมา..

นัยน์ตาโลหิตไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป..แต่รู้ว่า..ก่อนหน้านี้..ได้รับชัยชนะอย่างงดงามง่ายดายมาจนถึงรอบนี้..ย่อมไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาแน่นอน..

เขาได้แต่พูดว่า..

“..ข้าต่อให้ท่านสามหมัด..”

เจ้าชายไพรมรกตแค่นเสียง..

“..ต่อให้หนึ่งหมัด..ท่านก็รับไม่ไหวแล้ว..”

“..ถ้าต่อให้เยี่ยงนี้..ท่านคงคิดว่าเป็นการสบประมาท..เช่นนี้เถอะ..ข้าจะต่อยท่านให้ล้มในสามหมัด..”

เจ้าชายไพรมรกตหัวเราะ..

“..หากทำได้ก็ลองดู..แต่ข้าไม่ถือว่านั่นเป็นการต่ออันใด..พ้นสามหมัด..เราก็สู้กันต่อได้..”

พลางวาดสองมือ..ท่าเตรียมของเจ้าชายไพรมรกตราวกับพฤกษาใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขา..เป็นเพลงหมัดที่แข็งแกร่งทั้งลึกลับ..ทั้งชวนให้สะพรึง..

นัยน์ตาโลหิตไม่ตอบคำ..เพียงยกกำปั้นขึ้น..

กำปั้นเหยียดตรง..และค่อยเคลื่อนเข้าหาอย่างเชื่องช้า..

เจ้าชายไพรมรกตได้แต่ขมวดคิ้ว..หมัดที่ต่อยเชื่องช้าปานนี้..นับว่าเป็นหมัดอันใดได้..

หมัดของนัยน์ตาโลหิตค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหา..

เจ้าชายไพรมรกตถึงกับหัวเราะ..

“..ท่านล้อเล่นหรือกระไร..ไฉนถึงทำเป็นทารกเยี่ยงนี้..”

หมัดที่เชื่องช้ากลับรวดเร็วราวกับสายฟ้า..

เจ้าชายไพรมรกตใจหายวาบ..หมัดที่แปรสภาพจากช้าเป็นรวดเร็ว..กลับมีพลังทำลายอย่างไม่น่าเชื่อ..

ท่าตั้งรับที่ราวกับพฤกษาใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขา..คล้ายกับโดนพายุพัดหักโค่นในครั้งเดียว..

เสียงโครม..ร่างของเจ้าชายไพรมรกตลอยละลิ่ว..ตกเวทีไป..พ่ายแพ้ตามกติกาอย่างง่ายดาย..

ทั่วบริเวณเงียบกริบ..ไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบเช่นนี้..

ปักษาหันมามองหน้ากับเพื่อน ๆ ..

“..คล้ายมาก..คล้ายกับ..หมัดของ..”

สินธุพยักหน้า..

“..หมัดสูญญตาของท่านค้างคาว..”

“..ที่แท้..ท่านค้างคาวแฝงตัวมาในนามของนัยน์ตาโลหิต..”

ทั้งสี่องครักษ์นางกำนัลของจินดาพิสุทธิ์ต่างก็สงบนิ่ง..

เหมือนกับว่า..แผนการอันใดของพิรุณเลือด..เริ่มชัดเจนขึ้นแล้ว..

.........

คู่ที่สอง..และสาม..เป็นการประลองของตัวแทนแคว้นสุริยะกับผู้ผ่านการคัดเลือก..คนของแคว้นสุริยะนามบุตรพายุ..มีฝีมือไม่ใช่ชั่ว..ได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย...

อีกคู่หนึ่งเป็นการประลองระหว่างตัวแทนแคว้นอุตระนามผาราชสีห์..กับผู้ผ่านการคัดเลือกนามเสือดาวฟ้า..ครั้งนี้..เสือดาวฟ้าใช้หมัดเสือดาวที่รวดเร็ว..ชนะผาราชสีห์อย่างดุเดือด..เป็นการต่อสู้ที่ทุกผู้คนต่างก็ร้องด้วยความสะใจ..เพราะเปรียบประดุจดังสิงโตสู้กับพยัคฆ์อย่างแท้จริง...

แคว้นจันทราซึ่งได้สายรัดเอวมาแล้วสองเส้น..จึงเป็นที่สนใจของทุกผู้คน..ผู้จัดการประลองจึงวางตัวแทนของแคว้นไว้เป็นการประลองในคู่สุดท้ายในรอบแรกช่วงเช้านี้..

แคว้นจันทราคือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มีชื่อเลื่องลือ..กับผู้คัดเลือดที่ได้ชื่อว่า..เจ้ามหิงสา..

เจ้ามหิงสาเป็นชายร่างกำยำ..แข็งเกร็งไปทั้งร่าง..

ปักษากับมีนาต่างมองหน้ากัน..

“..เจ้ามหิงสาคนนี้..หากเป็นเมื่อกาลก่อน..เจ้าหญิงเราคงชนะได้ไม่ยากเย็น..แต่บัดนี้..แม้นางจะผ่านการทะลวงเปิดจุดเค้นความสามารถ..จะยังชนะได้อยู่หรือ..”ปักษาดูจะหนักใจ..

มีนาได้แต่พูดว่า..

“..ข้าเพียงแต่อยากจะรู้ว่า..องค์หญิงจะชนะได้อย่างไรมากกว่า..”

“..หือ..”

“..ข้าเชื่อมั่นในองค์หญิงของเรา..”มีนามีประกายตามุ่งมั่น..

จินดาพิสุทธิ์ขึ้นเวทีจากซู้มด้านหนึ่ง..นางแต่งกายชุดขาวบริสุทธิ์..ยังคงเป็นจินดาพิสุทธิ์ดังที่เลื่องลือกันเช่นเดิม..

หลายต่อหลายคนต่างพรรณนาการแต่งกายของนางที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกันคือ..ชุดขาวบริสุทธิ์..กระทัดรัดดูคล่องตัว..และสองชายแพรที่ประดับห้อยไว้อย่างประหลาด..ซึ่งสองชายแพรนี้..สามารถเคลื่อนไหวได้ราวมีชีวิต..

ปักษามีนาต่างทราบว่า..จินดาพิสุทธิ์นายของพวกนาง..สูญเสียชายแพรแห่งทางช้างเผือกไปแล้ว..แต่ก็อดประหลาดใจ..ที่การแต่งตัวของเจ้าหญิงของพวกนาง..กลับมีสองชายผ้าประดับไว้ข้างกายเช่นเดิม..

สินธุอดพูดไม่ได้..

“..องค์หญิงคงจะพยายามแต่งกายให้คงเอกลักษณ์เดิมไว้..”

วาหุกลับขมวดคิ้ว..

“..ประหลาด..ประหลาดยิ่งนัก..”

ไม่ทราบว่าวาหุยอดองครักษ์ที่มีฝีมือสูงที่สุดคนนี้..ประหลาดใจเรื่องอะไร..

เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีที่ทุกคนได้เห็นตัวจริงของเจ้าหญิงที่มีชื่อเสียงเลื่องแผ่นดิน..

เจ้ามหิงสากลับไม่หวั่นไหวกับเสียงโห่ร้องของกองเชียร์..

เขานิ่งสงบ..ราวกับคนข้างหน้าไม่อยู่ในสายตาก็ปาน..

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..ทั้งที่ประหม่าบ้าง..

ครั้นสัญญาณให้เริ่มต่อสู้ดังขึ้น..นางก็ยกสองแขน..ตั้งท่าหมัดสูญญตาที่แปลกประหลาด..กำหมัดหนึ่งไว้..อีกมือจับที่โคนศอก..

ที่ประหลาดคือ..แขนทั้งคู่..มีผ้าแถบเล็กพันตั้งแต่ศอกจรดใจกลางฝ่ามือคล้ายกับนักมวยคาดเชือก..

ในแผ่นดินแห่งห้าแคว้นเบญจอังคะอาณาจักรของเทพอสูรนี้..ไหนเลยจะมีนักมวยคาดเชือก..ทุกผู้คนต่างก็ประหลาดใจ..ไม่คิดว่าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์จะพันผ้าแบบนี้..

เจ้ามหิงสาอดพูดไม่ได้..

“..ท่านดูประหลาดยิ่ง..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

ก่อนจะกำหมัด..และตวาดออกมา..

และเมื่อเขาต่อยหมัด..จินดาพิสุทธิ์ก็ปิดสกัดด้วยท่อนแขนตามแบบการตั้งรับที่ประหลาดของนาง..

จินดาพิสุทธิ์แม้จะผ่านการทลวงจุดชีพจรเปิดศักยภาพซ่อนเร้น..รวมกับความเข้าใจในวิชาหมัดสูญญตาอย่างลึกซึ้งถึงแก่น..แต่นางก็ยังมีข้อจำกัดที่เป็นสตรี..กระดูกผิวหนังอ่อนด้อย..ครั้งลองต่อสู้ฝึกซ้อม..ท่อนแขนขาที่ใช้รับใช้โจมตี..ก็บวมช้ำ..ต่อให้เก่งกาจประการใด..แต่หากเป็นเช่นนี้..คงสู้ได้ไม่นานนักแน่.

จินดาพิสุทธิ์นึกถึงการต่อยมวยคาดเชือก..ซึ่งหลายต่อหลายเวที..ศิษย์สำนักสูญญตาก็ได้ไปร่วมแข่งขันด้วยเนือง ๆ ..ในสมัยที่นางยังอยู่ในโลกบ้านเกิดนาง..

นางจึงค่อยเข้าใจ..ว่าการพันผ้าแบบมวยคาดเชือกมีความสำคัญอย่างไร..

ดังนั้น..เอ่ยปากขอผ้าแถบกว้างราวหกนิ้ว..ยาวห้าหกศอกจากมุกดารา..

แต่ที่นางได้รับยิ่งเกินความคาดหมาย..สิ่งที่ได้กลายเป็นผ้าที่ใช้ทำเสื้อเกราะอ่อน..จึงมีความเหนียวแน่นทนทานปกป้องได้แม้แต่อาวุธ..

จินดาพิสุทธิ์จึงใช้ผ้าแถบกว้างหกนิ้วสี่ผืน..พันแขนขาไว้..เพื่อจะได้เตะต่อยได้เต็มที่ไม่กลัวแขนขาช้ำ..และอีกสองฝืนทำเป็นผ้าพันรอบเอวปล่อยชายไว้คล้ายกับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่เคยมีอยู่..

การใช้ผ้าพันแขนขาไม่ถือว่าเป็นการใช้อาวุธ..นี่จึงไม่ใช่การต่อสู้ที่ผิดกติกาแต่อย่างใด..

เจ้ามหิงสามีข้อเด่นที่หมัดซึ่งหนักหน่วงแหลมคมรุนแรงราวกับเขากระทิง..แต่เขาต่อยหมัดไปสิบกว่าหมัด..จินดาพิสุทธิ์กลับรับหมัดของเขาได้ทั้งที่เป็นสตรีอ่อนแอคนหนึ่ง..

แต่ครั้นต่อยหมัดที่สิบเอ็ด..หมัดของเจ้ามหิงสาถูกปัดเบี่ยงเบน..หมัดสูญญตาของจินดาพิสุทธิ์ก็ต่อยระยะประชิด..ถูกทรวงอกของอีกฝ่าย..

แม้พลังหมัดของนางจะหนักหนา..แต่เจ้ามหิงสากลับแข็งแกร่งเกินคาด..เหวี่ยงหมัดตอบโต้..จินดาพิสุทธิ์แทงมือออก..พอดีท่อนแขนป้องกันหมัดเหวี่ยงไว้ได้..และพลันก็รวมกำหมัด..ต่อยหมัดซ้ายขวาเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่อง..พร้อมกับเหวี่ยงตะโพก..เตะใส่เอวของเจ้ามหิงสาเต็มแข้ง..นี่คือเพลงเตะม่านเมฆที่มีความโดดเด่นและแข็งแรงกว่าท่าเตะของหมัดสูญญตาโดยทั่วไปเสียอีก..

แต่เจ้ามหิงสาเป็นบุรุษกล้าแข็ง..ไหนเลยจะยอมแพ้สตรีได้ง่าย ๆ ..พลันต่อยหมัดสวนออกมา..มิคาดว่าหมัดนั้น..กลับถูกดึงให้เบี่ยงเบนเป็นวงกลมจนสูญเสียอำนาจการทำลายล้างไปตามหลัก..พลังเท่ากับศูนย์ของหมัดสูญญตา..

หากจะเปรียบกับหมัดมวยในปัจจุบัน..หมัดสูญญตาเป็นยอดหมัดที่เหมือนกับใช้หมัดไท้เก๊กกับหมัดหย่งชุนผสมผสานกับหมัดมวยตามหลักมวยไทยไชยา..ดังนั้นจึงมีความรุนแรงรวดเร็ว..และมีหลักการที่ทำให้สตรีโดยทั่วไปใช้เพลงหมัดได้เฉกเช่นบุรุษ..

จินดาพิสุทธิ์ศึกษาหมัดสูญญตาอย่างลึกซึ้งตามวิถีจิตน้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..ขาดก็เพียงแต่การออกแรงเรียนจากการปฏิบัติจริง..การเปิดชีพจรทลวงความสามารถที่ได้รับ..สามารถออกแรงได้ราวกับฝึกฝนมานานปีจนเป็นปรมาจารย์..แต่ยังขาดด้านความคงทนของแขนขา..ครั้นใช้ผ้าแถบพันคาดเชือกทั้งขาแขน..เท่ากับอุดจุดอ่อนทั้งหมดได้แล้ว..

จินดาพิสุทธิ์ต่อยหมัดไปอีกชุด..เจ้ามหิงสาเพียงบาดเจ็บ..แต่ยังไม่อาจจะล้มได้.ในใจเริ่มวิตก..

“..สู้ต่อไป..เราคงเหนื่อยแรงตายแหง..แรงและความแข็งแกร่งมันยังกะควาย..จะเอาชนะยังไงดี..”

เจ้ามหิงสาต่อยอีกครั้ง..เรี่ยวแรงยังเต็มเปี่ยมไม่อ่อนล้า..ปุ่มกระดูกที่สันหมัดแหลมคมราวกับเป็นเขาสัตว์..จินดาพิสุทธิ์พลันยกขาข้างหนึ่ง..ถีบยันไว้ที่ข้อพับแขน..พอเท้าตกพื้น..ก็ระดมต่อยหมัดใส่สี่ห้าหมัด..เจ้ามหิงสาแม้จะเจ็บ..แต่ก็รู้สึกขัดใจมากกว่า..พลันต่อยหมัดอีกข้างเต็มแรง..

จินดาพิสุทธิ์ปาดมือ..ให้หมัดนั้นผ่านร่างไปอย่างหวาดเสียว..แต่ก็เตะตามแรงส่งบวกเข้าไปด้วย..เจ้ามหิงสาคะมำเสียหลัก..ร้องเสียงหลง..ก่อนจะพุ่งตกเวทีไปด้วยแรงต่อยของตัวเอง..

ตามกติกา..หากตกเวทีหมายถึงแพ้..เสียงโห่ร้องดังอย่างถล่มทลาย..ใครจะคิดว่า..สตรีที่ดูอ่อนแอเช่นนี้..กลับจะหาทางเอาชนะนักสู้ร่างกำยำมีความอดทนและพลังมหาศาลเช่นนี้ได้..

เวลานี้..ทุกคนที่ชมดูการประลอง..ต่างก็ไม่แปลกใจว่าทำไมจินดาพิสุทธิ์จึงได้มีฝีมือเลื่องลือไปทั้งแผ่นดินได้ปานนี้..หลายคนต่างเข้าใจไปเอง..ว่าวิธีการยืมพลังการโจมตีของเจ้ามหิงสา..คือเคล็ดวิชาอากาศมนตราดังที่เลื่องลือกัน..ซึ่งแท้จริงแล้ว..นี่คือหมัดสูญญตาล้วน ๆ ..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราก้าวลงซุ้มพัก..อจินไตยกับมุกดารารออยู่..เจ้าหญิงมุกดาราชมเชยไม่ขาดปาก..

“..ท่านพี่มีฝีมือราวกับเทพยดา..ข้ามีวาสนาได้เห็นการต่อสู้ในวันนี้..ช่างประเสริฐนัก..”

จินดาพิสุทธิ์ฝืนยิ้ม..อจินไตยกลับขมวดคิ้ว..

“..ริต้า..เกิดอะไรขึ้น..”

จินดาพิสุทธิ์ส่ายหน้าช้า ๆ ..แต่อจินไตยกลับจับแขนของสามียกขึ้นดู..

“..ริต้า..แขนเธอ..”

“..ขนาดพันผ้ากันไว้ก่อน..ยังไม่รอดเลย..”

เลือดไหลซึมออกมา..ปุ่มหมัดของเจ้ามหิงสา..แหลมคมราวกับเขาสัตว์..แม้แต่ผ้าพันแขนที่ทำมาจากผ้าของเสื้อเกราะอ่อน..ยังป้องกันไม่อยู่..

มุกดาราอดอุทานไม่ได้เมื่อเห็นเลือด..

“..ท่านพี่..นี่ท่านบาดเจ็บ..”

“..พอจะต่อสู้อีกรอบได้..แต่รอบสุดท้าย..อาจจะไม่ไหว..เพราะฉันต้องเจอกับแพคเกจแน่นอน..”จินดาพิสุทธิ์กล่าวกับอจินไตย..

มุกดาราอดถามไม่ได้..

“...แพคเกจคือผู้ใด..”

อจินไตยเม้มปาก..ถามขึ้นว่า..

“..นัยน์ตาโลหิตคือแพคเกจใช่ไหม..”

“..เขาใช้หมัดสูญญตาชนะเจ้าชายไพรมรกต..มองปราดก็ทราบได้เลย..คนที่ใช้หมัดสูญญตาที่เก่งกาจปานนั้น..มีอยู่ไม่กี่คน..แต่คงไม่ใช่พิรุณเลือด..เพราะลีลาหมัดของแพคเกจมีเอกลักษณ์เฉพาะ..ฉันจำได้..”

อจินไตยครางอือม์..

“..เธอกับแพคเกจต้องชนะกันอีกคนละรอบ..แล้วต้องมาเผชิญหน้ากันในการต่อสู้สุดท้ายใช่ไหม..”

“...อจินไตย..แพคเกจคงต้องการเอาชนะให้ได้..เพื่อที่จะได้สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..จากท่านเจ้าแคว้น..”พูดจบก็ฉุกคิด.. “..เอ๊ะ..อจินไตย..นี่หมายความว่า..ผู้ชนะต้องได้สายรัดเอวจากท่านเจ้าแคว้นเท่านั้น..เธอคิดว่า..พิรุณเลือดจะคิดอะไรในช่วงที่ไปรับสายรัดเอวจากท่านเจ้าแคว้นหรือเปล่า..”

อจินไตยนิ่งคิด..

“..ถ้าหากแพคเกจชนะ..และช่วงบ่าย..พิรุณเลือดลงแข่งด้วยและชนะ..ก็ต้องไปรับสายรัดเอวจากท่านเจ้าแคว้นทั้งคู่..ซึ่งเวลานั้น..หากจะคร่ากุมหรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดต่อเจ้าแคว้น..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ใช่แล้ว..หากใช้เวลานั้น..ก่อการอย่างหนึ่งอย่างใดล่ะ..”

เจ้าหญิงมุกดารายังคงงุนงงสงสัย..

“..พี่ท่านทั้งสอง..พวกท่านกำลังกล่าวถึงอันใดกันหรือ..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นจะปิดบังต่อไปไม่ได้..

“..มุกดารา..มีเรื่องที่ฉันจำเป็นต้องบอกเธอแล้วล่ะ..”

“..บอกแล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่าท่านพี่..”

จินดาพิสุทธิ์นิ่งคิด..

“..เราควรจะแจ้งให้ท่านเจ้าแคว้นทราบ..”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราพูดอีกว่า..

“..หากพวกมันบรรลุผลในภารกิจ..โดยสังหารหรือจับตัวท่านเจ้าแคว้นไว้ข่มขู่..จะทำให้เกิดเรื่องราวที่ถีงขนาดยึดแคว้นมิลินทระได้ในทันที..”

แม้ว่าเลือดจะไหลจากท่อนแขน..จินดาพิสุทธิ์ก็ยังอดพูดไม่ได้..

“..สำหรับมุกดารา..การที่จะต้านทานพิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์คงตึงมือมากไป..หากท่านเจ้าแคว้นไม่รับฟังสิ่งที่เราเตือน..ก็มีทางเดียว..คือต้องชนะการประลองให้ได้..อย่างน้อย..การขึ้นไปรับสายรัดเอวพร้อมกับเทวีแวมไพร์..ก็จะขวางการปฏิบัติการณ์ของนางไม่ให้สะดวกดายนัก..”

อจินไตยครางเฮ้อ..

“..การชนะแพคเกจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...เธอบาดเจ็บแล้วนะริต้า..พลังของแพคเกจไม่ใช่พลังของคนธรรมดา...ครึ่งหนึ่งของแพคเกจคือปีศาจแวมไพร์..แต่สำหรับเธอ..แม้ว่าจะเปิดจุดชีพจรดึงพลังแฝงเร้นออกมา..แต่เธอก็ยังเป็นคนธรรมดาอยู่นั่นเอง..”

เลือดไหลหยดลงพื้น..

แขนขวาบาดเจ็บ..นี่จินดาพิสุทธิ์จะต้องทำอย่างไรดี..

.........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น