Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่47 : ขอโทษนะ'เจแปน'

ชื่อตอน : บทที่47 : ขอโทษนะ'เจแปน'

คำค้น : รักโหดๆอยู่ในโหมดมุ้งมิ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2562 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่47 : ขอโทษนะ'เจแปน'
แบบอักษร

โครมมม!!!

ร่างกายที่เหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะหนึ่งในเสี้ยววินาทีพร้อมกับหยาดหยดนํ้าตาที่หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับฝนกระหนํ่าจนเปียกปอน เนื้อตัวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างสองเท้าที่อยากจะก้าววิ่งเข้าไปหาคนที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนก็แทบจะไม่มีแรง

น้องชายอย่างไอ้แทมก็เบิกตาโพรงก่อนจะรีบวิ่งถลาเข้าไปหาร่างของพี่ชาย ฝ่ามือสั่นสะท้านก่อนที่จะจับใบหน้าของพี่ชายตัวเองที่อาบเลือดพร้อมลมหายใจที่โรยริน

"ไอ้โง่! ไอ้บ้า! ฮึก! มึงบ้าไปแล้วหรอฮะ! มึงบ้าไปแล้วหรอไอ้ปัน!"

"..."

"ฮืออ!!! มึงทำแบบนี้ทำไม มึงแม่ง!"

ผมวิ่งถลาเข้าไปเช่นเดียวกับไอ้แทมก่อนจะโอบกอดคู่หูขึ้นมาชิดแนบอกพร้อมกับตะโกนต่อว่าอีกฝ่ายที่ช่างโง่เง่ายอมให้รถชนจนตัวเองกำลังจะตาย แต่กลับฉีกยิ้มแล้วหัวเราะออกมาซะดื้อๆ

"ฮะๆๆ กู..ไม่ได้บ้า..."

"ฮึก! ฮึก!"

"กูแค่..อึก! จะไถ่โทษให้เอง"

"ไถ่โทษอะไรของมึง! มึงแม่งควายที่สุดเลย! ฮืออ!"

"ขอโทษ..."

"..."

"ที่ทำให้ร้องไห้ แค่ก!ๆ และ..สะ เสียใจ ขอโทษที่ไม่ได้ อึก! แข่งด้วยกัน..."

"ฮึก! หยุดพูดไปเลยนะ! ฮือออ! แทมไปตามพี่ตรี! เร็ว!!!"

"พะ..พี่ ระ..รอผมก่อนนะพี่!"

"มึง..มึงอย่าหลับตานะ อย่าหลับนะ!"

เมื่อไอ้แทมวิ่งออกไปผมก็ยิ่งปล่อยโฮใหญ่พร้อมกับเขย่าเพื่อนรักไม่ให้มันหลับตาลงเด็ดขาด ไอ้ปันค่อยๆยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาผมเองก็รีบคว้าจับไว้ทันทีถึงแม้จะเปื้อนเลือดสักแค่ไหน ลมหายใจอีกคนที่ถูกรถยนต์พุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรงทำให้ร่างกายสาหัสเกินกว่าจะทนไว้ให้ได้นาน

ใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดของเพื่อนยิ่งทำเอาผมใจหายตกไปอยู่ตาตุ่มทันที แรงบีบที่มือผมที่จับประสานกับมือไอ้ปันไว้ยังคงเหนียวแน่นพอให้ได้อุ่นใจว่าปันมันยังคงอดทนไว้ได้อยู่

"จะ..เจ อย่าร้องไห้ อึก!"

"ฮึก! ทำไมวะ ทำไมถึงทำอะไรบ้าๆแบบนี้ มึงไถ่โทษกูแบบนี้คิดว่ากูจะหายโกรธหรอ ฮึก! แต่ถ้ามึงตายกูจะยิ่งโกรธ อึ่ก! ห้ามตายเด็ดขาดนะไอ้ปัน!"

"ไม่รู้จะทำอะไรให้มึงหายโกรธ..."

"ฮึก!"

"จะใช้อะไรทดแทนความรู้สึกมึง กะ..กูคงใช้อะไรทดแทน มะ..ไม่ได้จริงๆ นึกได้..เอาชีวิตกูไปเถ..."

"หยุด! ฮึก! มึงอย่าพูดอะไรแบบนี้นะไอ้ปัน! ชีวิตบ้าอะไรเล่า! ฮืออ! กูไม่ต้องการ...กูไม่ได้อยากให้ใครเอาชีวิตมาแลกกับความงี่เง่าของกู มึงได้ยินมั้ย ฮืออออ!"

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเองที่เพื่อนรักต้องมานอนจมกองเลือดอยู่แบบนี้ก็เพราะตัวเองแท้ๆ ทำไมถึงยังโง่โกรธแทนที่จะให้อภัย...สุดท้ายผมก็ยังคงจะรั้งไว้ให้เวลามันสายไปเสมอจนได้...

ไอ้ปันที่มองหน้าผมอยู่ตลอดเวลาในการรอคอยคนช่วยเหลือไปพร้อมกับเสียงสะอื้นรํ่าไห้จากผมปนไปด้วย เวลานี้ไม่ใช่ที่จะต้องมาโกรธ...แต่มันเป็นเวลาที่เหมือนจะหยุดลมหายใจของผมได้เช่นกัน

"ฝะ..ฝากบอกแทมมันที กะ กูรักมันมากนะ...ขอโทษด้วยที่ไม่ได้เป็นพี่ชายที่ดี...ดูแลตัวเองให้ดีนะ อึก!"

"ไม่! กูไม่รีบฝากอะไรทั้งนั้น! มึงต้องรอดแล้วไปบอกมัน ฮือ! เข้าใจมั้ย! ฮึก! มึงต้องรอด"

"ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกันมา ต่อจากนี้มึงจะดูแลตัวเองได้ ละ และมีคนดูแลมึงอย่างดี เข้มแข็งและก้าวต่อไปนะ จะ..เจแปน...ขอโทษ..."

"ฮึก! ไม่เอา! ไม่เอาแบบนี้! ฮือออ!!!"

.

.

.

.

.


2ปีก่อนหน้านี้

ตึกๆๆๆ!

"ไอ้เจ! กูมีเรื่องจะบอกเว้ย!"

"หือ เรื่องไรอ่ะ มึงนี่ทำไมชอบทำให้ดูน่าตื่นเต้นตลอดด้วยวะ"

"ฮะๆ! ก็ต้องตื่นเต้นดิ มึงจำที่เราไปสมัครเข้าทีมวอลเลย์ชายเป็นตัวแทนโรงเรียนได้ป้ะ?"

"อือๆ จำได้ดิ"ผมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะมองไอ้คู่ซี้ที่ดูจะยิ้มซะจนหน้าบานจะเป็นกระด้ง อันที่จริงเราไปสมัครกันก็ไม่ได้หวังจะติดนะ แค่หาอะไรแก้เซ็งเลยไปสมัครกันน่ะ

"โค้ชติดรายชื่อแล้ว มึงรู้ป้ะ..พวกเราติดกันทุกคนเลยเว้ย!"

"จริงอ่ะ มึงแกล้งกูป้ะวะ?"

"แกล้งห่าไรล่ะ! ไปเร็ว..ไปบอกพวกมันกัน!"

แสงแดดในช่วงยามบ่ายที่เจิดจ้าพร้อมกับไอร้อนระอุที่เล่นเอาต้องปาดเหงื่อออกไปตามๆกันเพราะอากาศที่ร้อนอบอ่าว แต่ถึงจะร้อนระอุแค่ไหนก็คงจะสู้ความตื่นเต้นของไอ้ปันไม่ได้เลยที่ดีดดิ้นตื่นเต้นซะจนลืมร้อน

ชั่วโมงโฮมรูมวันนี้กลุ่มผมมันก็ว่างซะจนพากันมานั่งเล่นกันข้างโรงยิมที่ดูเหมือนจะเป็นที่ประจำของพวกเราเองไปโดยปริยาย

"ตื่นโว้ย! กูมีข่าวดีจะบอกพวกมึงเลยนะเว้ย ลุกขึ้นมาฟังซะดีๆ"

"มีไรของมึงวะไอ้ปัน แม่มึงถูกล็อตเตอร์รี่รึไง"

"มึงรู้ได้ไงวะไอ้เทล ถุ้ย! ถูกแดกน่ะสิแม่กูเนี้ย! เออ..แล้วจะโผล่หัวมาฟังได้รึยัง"

"อ่าๆ พวกมึงตั้งใจฟังมันหน่อยก็ดี"

ผมพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะหินอ่อน ส่วนไอ้เพื่อนอีกสามคนที่เหลือก็ค่อยๆเงยหน้าจากหน้าจอมือถือแล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่ไอ้ปันมันกำลังจะพูดต่อไปนี้

"คือพวกเราทุกคนอ่ะติดเป็นนักกีฬาโรงเรียนแล้วนะเว้ย! กูไปดูรายชื่อแล้วมีพวกมึงทุกคนเลย!"

"เห้ย! จริงดิวะ! พวกเราทุกคนเลยหรอ แม่เจ้าโว้ยยย...พูดไม่ถูกเลยน้องงง!"ไอ้สไมล์ว่า

"ฮ่ะ ฮ่าๆๆ พวกมึงลืมไปแล้วหรอ ว่าวันนั้นที่เราไปสมัครกันพวกเราแค่เล่นกันเฉยๆนะว่าใครจะฟลุ๊คติดเฉยๆ"ไอ้ซีแทรกขึ้น

อ่า...นั่นก็เรื่องจริงที่พวกเราทั้งสี่คนยกเว้นแต่ไอ้ปันที่อยากจะเป็นนักกีฬาตัวแทนของโรงเรียน ส่วนผมและอีกสามคนก็แค่แกล้งกันไปมาแค่คุยกันเล่นๆว่าลองไปสมัครแล้วถ้าคนไหนติดก็ต้องเลี้ยงหมูกระทะพวกที่ไม่ติด ตามที่ตกลงกันไว้แบบนั้น

"โหยยย กูติดจริงหรอ ไม่เอาอ่ะกูไม่อยากเป็นตัวแทนอะไรนั่นหรอก ขอเป็นกองเชียร์ดีกว่า"ไอ้เทลว่าขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน ทำให้มันเป็นจุดสนใจของทุกคนขึ้นมาทันที

"นั่นสิน้าาา กูก็เล่นได้นะแต่ก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น ถ้าจะไปแข่งด้วยคงเป็นตัวเกะกะว่ะ"

ตอนนี้ทั้งกลุ่มเงียบลงทันทีหลังจากดูแววว่าอีกสามคนไม่ค่อยอยากจะเป็นนักกีฬากันสักเท่าไหร่ สีหน้าไอ้ปันก็แสดงออกอย่างดูก็รู้ว่ามันคงเศร้าใจไม่น้อยทั้งที่มีรายชื่อติดนักกีฬาด้วยกันแท้ๆ แต่ไอ้เพื่อนเวรๆอย่างพวกผมนี่สิกลับปฏิเสธซะได้

ไอ้ปันอยากเป็นนักกีฬามาก...

"เห้ย ไอ้ปันกูขอโทษนะ กูไม่นึกว่าจะติดอ่ะ พวกกูแค่แข่งกันเพื่อแลกกับหมูกระทะเอง"

"พวกมึงไม่อยากเป็นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกู..."

"กูจะเป็นนักกีฬากับมึงด้วย!"

"ฮะ!/อะไรนะ!/กูกำลังฝัน!"

ผมกระพริบตาปริบๆพร้อมกับมองพวกมันที่ดูจะตกใจไม่น้อยกับไอ้เจแปนคนนี้ที่จะหันไปเล่นกีฬาทั้งๆที่ในแต่ละวันจะทำตัวล่องลอยเฮฮาไปวันๆซะได้

"อะไรอ่ะ?"

"มึงจะไปเป็นนักกีฬากับไอ้ปันจริงอ่ะ! ตอแหล!"

"สัส! ทำไมล่ะ กูอยากทำไรก็เรื่องของกูสิ ไอ้พวกเวร!"

เปล่าหรอก...แค่รักษานํ้าใจไอ้ปันมันไว้ก็เท่านั้น กลัวมันจะเสียใจ

ไอ้ปันน่ะชอบกีฬามากๆโดยเฉพาะวอลเล่ย์บอลชายน่ะมันอยากจะเป็นตัวแทนมากๆซึ่งปีนี้โชคคงเข้าข้างมันแล้วถึงได้มีการเปิดรับสมัครและไปทดสอบสมรรถภาพทางด้านร่างกาย พวกผมนี่แหละก็พากันไปแบบเล่นๆไม่ได้จริงจังเท่าปันมันแต่เผอิญก็ติดได้ไงไม่รู้ทั้งกลุ่ม

"ไอ้เจ ถ้ามึงไม่อยากก็ไม่ต้องหรอก กูเป็นคนเดียวก็ได้"

"ไม่อ่ะ กูอยากเป็นด้วย มีปัญหารึไงล่ะไอ้นี่นิ..."

"..."

"ส่วนพวกมึงนะ ไม่อยากเป็นก็นอนตายเล่นเกมกันอยู่นี่แหละ ป้ะไอ้ปัน"

ประโยคหลังผมหันไปบอกไอ้ปันก่อนจะคว้าแขนมันแล้วออกเองดึงให้มันเดินตาม ส่วนไอ้ที่เหลือก็ดูจะงงๆตั้งแต่ผมอยากจะเป็นนักกีฬาเหมือนไอ้ปันมันแล้ว

"เห้ย! เดี๋ยวดิ มึงสองคนเอาจริงหรอ"

"กูน่ะเอาจริง แล้วเจมันก็เอาด้วย กูห้ามได้ซะที่ไหน"

"กูเอาด้วยคน ตอบแทนค่าเหนื่อยที่ไปทดสอบแล้วกัน"ไอ้ซีว่า

"อืม...ว่างั้นก็เอาด้วยอีกคน เผื่อไปแข่งชนะคงได้แดกหมูกระทะฟรี"ไอ้เทลยิ้มแป้น

มติลงคิดเห็นตรงกันแล้วสี่เสียงเหลืออีกแค่หนึ่ง พวกผมทั้งสี่ตวัดสายตาไปทางไอ้สไมล์ที่ดูจะยังตัดสินใจไม่ถูกแต่แล้วก็ถูกไอ้ปันพูดดักไว้เสียก่อน

"ไม่อยากเป็นกูก็ไม่ได้ว่าอะไรนะเว้ย เอาที่มึงอยากทำเหอะ.."

"เอาดิ กูจะเป็น"

"แน่ใจแล้วหรอไอ้น้อง งานหยาบเลยน้า"ไอ้ซีแซะ

"เดี๋ยวกูตบปากแตก"

"มาเลยจ้าาา กลัวจังจ้าแม่"

"ไอ้ซี! เดี๋ยวเถอะมึง!"

"หยุดเลยนะ! พวกมึงจะทะเลาะกันทำไมทุกวันวะฮะ! น่ารำคาญโว้ย!"

ไอ้เทลกุมขมับทันทีก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองส่วนไอ้คู่กัดก็ยังคงนั่งถลึงตาใส่กันไม่เลิกก่อนที่ผมและไอ้ปันจะทำได้เพียงยืนมองแล้วก็หัวเราะก็เท่านั้น

หลังจากวันนั้นพวกเราทั้งห้าก็พร้อมใจที่จะเป็นนักกีฬาฝึกและก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็นตัวจริงของทีมวอลเล่ย์บอลชายในการไปแข่งในหลายๆรายการ อุปสรรคทุกอย่างพวกเราสามารถก้าวผ่านมาพร้อมกันได้เสมอจน ก็ถือว่านับเป็นมิตรภาพที่เหนียวแน่นพอเมื่อนับจากความสนิทสนมกันมา

เมื่อมีพบก็ต้องมีจาก...มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์อย่างเราต้องเจอ แต่มนุษย์บางคนก็เจอกับการจากลาเร็วเกินไปแทบจะยังไม่ทันตั้งตัว อย่างเช่นตัวผมเอง...






ณ ปัจจุบัน




โรงพยาบาล

จนแล้วจนรอดที่ผมนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าเพื่อเฝ้ารอดูอาการอดีตเพื่อนรักที่ถูกรถพุ่งชนอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส รอแล้วรอเล่าหยาดนํ้าตาก็ไหลไม่ขาดสาย ได้แต่โทษตัวเองในใจที่เป็นต้นเหตุทำให้อีกคนต้องมาบาดเจ็บขนาดนี้

"เจ มึงไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ สภาพร่างกายมึงดูไม่ดีเลย"

"ฮึก กู..โอเค"

ผมกลืนนํ้าลายลงคอก่อนจะตอบด้วยนํ้าเสียงที่แหบพร่าจนไอ้เทลต้องเอียงคอเข้ามาฟังใกล้ๆก่อนที่มันจะพยักหน้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม ตอนนี้คงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เดือดเนื้อร้อนใจไม่ต่างจากคนอื่นที่เคร่งเครียดเช่นเดียวกัน จะมีคนที่คอยมาวนเวียนปลอบใจก็มีไอ้สหายสามตัวนั่น

"หิวรึเปล่ามึง ให้ซีมันไปซื้อของกินมาดีมั้ย"

"มะ..ไม่เป็นไร กูไม่หิว"

ผมค่อยๆระบายยิ้มพลางส่ายหน้าเพื่อไม่ให้ไอ้พวกเพื่อนๆเป็นห่วงไปมากกว่านี้ ถึงนํ้าเสียงจะสั่นคลอไปพร้อมกับดวงตาผมก็ยังคงยืนยันที่จะไม่ไปไหน

"มึง..."ไอ้เทลเอื้อมมือมาจับที่หัวไหล่ซ้ายของผมก่อนจะออกแรงบีบเบาๆแล้วเอ่ยเรียกผมที่เอาแต่นั่งก้มหน้ามองมือตัวเอง

"..."

"อย่าคิดมากเลยนะมันเป็นอุบัติเหตุ กูรู้ว่ามึงคงกำลังโทษตัวเองอยู่ใช่มั้ย"

"..."

"ไม่มีใครอยากจะสูญเสียและไม่มีใครอยากเสียใจ เพราะฉะนั้นถ้ามึงโทษตัวเองคนที่เสียใจคือพวกกูนะ"

"ฮึก! ก็เพราะกูไม่ใช่หรอ ฮึก! ที่ทำให้มันเป็น อึก! ขนาดนี้..."

"..."

"ถ้ากูให้อภัยมัน  ฮึก! ฮือออ...ตั้งแต่แรก อะ..ไอ้ปันจะไม่เป็นบะ..แบบนี้เลย"

เส้นด้ายบางๆของความอดทนที่จะไม่ร้องไห้ก็ขาดลงพร้อมกับนํ้าตาที่พรั่งพรูออกมาจากใจในความรู้สึกผิดที่มี ผมได้แต่นั่งปล่อยโฮจนเพื่อนอีกสามคนค่อยๆเข้ามากอดปลอบประโลมพร้อมๆกัน ซึ่งตอนนี้ผมกอดไอ้เทลไว้แน่นมากพร้อมกับฟุบหน้าลงบนไหล่ของมันอย่างต้องการที่พึ่ง

"มึงผิดที่ไหน มึงไม่ได้ผลักมันให้โดนรถชนนะ มันเป็นอุบัติเหตุนะไอ้เจ" ไอ้สไมล์เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วใช้มือลูบหลังผมอย่างแผ่วเบาก่อนที่มันจะพูดด้วยเสียงสั่นๆเช่นกัน

"ฮึก! อึ่ก!..ฮืออออ!"

"ชู่ววว ไม่ร้องนะ พวกกูจะอยู่ข้างๆมึงเอง ไม่เป็นไรนะ..ไอ้ปันจะไม่เป็นไร"

พรึ่บ!

ไอ้เทลว่าจบประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกในทันทีพร้อมกับร่างสูงของพี่อ้ายหมอแผนกฉุกเฉินที่เป็นคนรับผิดชอบในเคสของไอ้ปัน ผมลุกพรวดพุ่งเข้าไปจับเสื้อกราวน์ของพี่อ้ายแน่นก่อนจะเอ่ยถามถึงอาการเพื่อนซี้ที่อยู่ในห้องอย่างร้อนรน

"พี่อ้าย! ฮึก! เพื่อนเป็นยังไงบ้างครับ มะ..มันไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย อึ่ก! มันปลอดภัยใช่รึเปล่าครับ?"

"ไอ้เจ ใจเย็นๆก่อนพี่หมอเค้าจะตอบมึงไม่ทันแล้วนะ"

ตอนนี้สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่พี่อ้ายและบุคคลที่มาใหม่ที่เดินตามหลังพี่อ้ายออกมานั่นก็คือพี่ตรี สีหน้าทั้งคู่ดูไม่รู้เลยว่าจะมีข่าวดีหรือข่าวร้ายที่กำลังจะบอกพวกผมต่อไปนี้ ผมทำได้เพียงภาวนาในใจให้เรื่องที่พี่อ้ายนั้นที่กำลังจะพูดเป็นเรื่องดี

ผมเงยหน้าสบตากับทั้งสองคนไปมาถึงม่านตาตัวเองจะพรามัวเพราะนํ้าตาก็ตามแต่ก็พยายามจะมองหน้าอีกสองคนให้ได้ พี่ตรีเห็นว่าสภาพร่างกายผมไม่สู้ดีนักก็รีบเข้ามาจับต้นแขนแล้วบีบเบาๆ 

"จี้ครับ พี่ว่าเราไปพักก่อน"

"มะ..ไม่ พี่อ้าย พี่อ้ายตอบผมสิ เพื่อนผมเป็นยังไงบ้าง มันโอเคใช่มั้ยพี่อ้าย"

"พี่บอกว่าเราไปพักก่อน"

"ไม่! ฮึก! พูดมาสิครับพี่อ้าย ฮึก!"

ผมสะบัดต้นแขนออกจากมือหนาทันทีก่อนจะเขย่าเสื้อกราว์ของพี่อ้ายที่สวมใส่เอาไว้ พี่อ้ายมองหน้าผมนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดพอถูกผมเร่งเข้าพี่แกก็หันไปมองกับพี่ตรีก่อนจะพยักหน้าให้กัน

ผมค่อยๆสูดหายใจเข้าลึกๆและไม่ร้องไห้พยายามตั้งสติตั้งใจฟังความจริงต่อจากนี้ ทั้งหน้าห้องประตูฉุกเฉินทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบแทบจะจะไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของใครเลยสักคน

"โอเค คือพี่พยายามสุดความสามารถแล้วนะครับ..."

"..."

"่เพื่อนของเจแปนเค้าเสียเลือดมากและอาการบาดเจ็บภายในร่างกายก็สาหัสหลายจุด..."

"..."

"พี่เสียใจด้วยจริงๆนะครับ"








ติดตามตอนต่อไป

-เดี๋ยวมันก็ผ่านไป~ ToT

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}