กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

การเขียนนิยายที่ออกมาจากหัวใจ จากสมอง จากสองมือของตัวเองนั้น เชื่อเถอะว่ามันเป็นความสุขและภาคภูมิใจอย่างที่สุด ฉะนั้นอย่าริดรอนความรู้สึกเหล่านั้นไปโดยการขโมยผลงานกันเลยนะคะ ❤❤❤

บทที่2 ต่างตอบแทน

ชื่อตอน : บทที่2 ต่างตอบแทน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.7k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2562 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 ต่างตอบแทน
แบบอักษร

“อยู่ค้างกับพิมหรือเปล่าคะคุณศิวะ” หญิงสาวร่างอรชรเอ่ยขึ้นขณะที่ขยับกายเปลือยเปล่าเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ปลายเตียงหลังจากพึ่งเสร็จศึกร้อนฉ่าจากกัน

“อย่าถามคำถามโง่ๆ เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยค้างคืนกับใคร” ศิวะเอ่ยด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออกจากเอว แล้วลุกลงจากเตียงไป

หลังจากกลับมาจากบ้านของโรแกน เขาก็หงุดหงิดงุ่นง่าน จนต้องมาหาทางระบายออก และก็มาจบที่ห้องของพิมาลา หนึ่งในสาวสวยที่เขาเลี้ยงดู และแน่นอนว่าเธอคือคนที่เขาลงมาใช้บริการบ่อยกว่าห้องอื่นๆที่เขาเลี้ยงดูไว้เช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเมื่อเขาได้ปลดปล่อยไปแล้ว เขาก็ยังไม่อาจขจัดความหงุดหงิดในใจออกไปได้เลย

“คุณศิวะขา พิมขอโทษค่ะ พิมแค่ถามไปอย่างนั้นเอง” พิมาลารีบลุกขึ้น หยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบกาย ก่อนจะหยิบชุดคลุมของชายหนุ่มไปสวมใส่ให้กับเขาอย่างเอาอกเอาใจเหมือนเช่นทุกครั้ง

เธอรู้ดีว่าเขาไม่เคยอยู่ค้างคืนกับใคร ถ้าเขาอยากผ่อนคลาย เขาก็ลงมาชั้นนี้ ชั้นที่เป็นห้องสาวๆในฮาเร็มของเขา พอจบเรื่องบนเตียงเขาก็กลับห้องเขาที่อยู่ชั้นบน ชั้นที่เป็นส่วนตัวและไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ย่างกรายขึ้นไปเลยสักคนเดียว

“อะไรที่ทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดีก็อย่าได้พร่ำออกมา กฎของฉันเป็นยังไงเธอควรจำใส่หัวไว้ให้ดี” ศิวะส่งสายตาดุดันไปหาเธอ พลางหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงยัดใส่มือให้ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไป

“คิดการณ์ใหญ่ใจต้องนิ่งนะอีพิม อดทนเพื่อตำแหน่งนายหญิง” พิมาลาเห็นจำนวนเงินก็พาให้ชื่นใจขึ้นมาบ้าง

กฎของเขาเธอจำไว้แม่นเสียยิ่งกว่าแม่น ปรนเปรอเขาเพียงเรื่องบนเตียง ห้ามคิดผูกพันใดๆ อุปกรณ์ป้องกันต้องใช้ที่เขาเตรียมมาเท่านั้น ต้องมีใบรับรองแพทย์มายื่นให้เขาทุกๆสามเดือน และที่สำคัญต้องอยู่เฉพาะที่ของตัวเอง ห้ามล้ำเส้น ห้ามก้าวก่าย หากทำอะไรนอกเหนือกฎที่ตั้งไว้จะเป็นอันสิ้นสุดการได้รับความดูแลจากเขาในทันที

ซึ่งแน่นอนว่าเธอปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทำตาม และคอยเอาอกเอาใจเขาทุกอย่าง สรรหาท่าทีมาปรนเปรอให้เขาพึงพอใจ จนเขาโปรดปรานเธอมากกว่านางใด และในอนาคตข้างหน้า เธอก็หวังว่าจะทำให้เขาหลงรักเธอ จนเธอสามารถขึ้นไปยืนอยู่ในตำแหน่งนายหญิงได้สักที

เวลาต่อมา ห้องศิวะ

“รวิพรรณ เธอมันยายแม่มด” ชายหนุ่มยืนอยู่ริมระเบียงคอนโดหรู พ่นควันบุหรี่ออกจากปากผุยๆ ในขณะเดียวกันก็บ่นพึมพำถึงหญิงสาวตัวปัญหาไม่หยุดหย่อน

คราแรกไม่คิดจะไปยุ่งกับเธอเสียด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินเธออวดอ้างถึงเสน่ห์ของตนก็อยากจะเอาชนะเพื่อหักหน้า ทว่าไม่คิดเลยว่าความต้องการที่มีต่อเธอมันจะมากมายถึงเพียงนี้ เห็นทีคงต้องรีบจัดการเธอให้จบๆไป จะได้เลิกหงุดหงิดใจแบบนี้เสียที

วันต่อมา

ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย

“ไม่ได้ข่าวคราวอะไรคืบหน้าบ้างเลยเหรอคะ คนทั้งคนไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวตัวเล็กๆที่จะถูกใครอุ้มใส่กระเป๋าไปโดยไม่มีใครเห็น” รวิพรรณเอ่ยออกไปอย่างนึกหงุดหงิดใจ เมื่อนักสืบเอกชนที่เธอจ้างให้ตามหาน้องสาว มาขอพบเธอเพื่อที่จะแจ้งยกเลิกรับงานนี้

“ไม่มีเบาะแสจริงๆครับคุณรวิพรรณ ถ้าคุณจ้างผมต่อ ก็เกรงว่าจะต้องเสียเงินค่าจ้างเปล่าๆ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแต่ก็ไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว เบาะแสน่ะพอมี แต่ว่าไม่อาจเข้าไปยุ่งมากกว่านี้ได้ เพราะนามสกุลผู้อยู่เบื้องหลังอย่างชนม์พัศนภ เป็นนามสกุลที่ไม่มีใครอยากเข้าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้ชีวิตเดือดร้อนแน่ๆ

“ลองสืบต่ออีกนิดไม่ได้เหรอคะ ฉันจ้างคุณเป็นรายที่สามแล้วนะ” รวิพรรณยังคงขอร้อง เธอเปลี่ยนบริษัทนักสืบมาก็สามที่แล้ว และแต่ละรายก็มาขอยกเลิกแบบนี้กันหมด แล้วอย่างนี้เธอจะตามหาตัวน้องสาวได้อย่างไร

“สืบต่อก็เหมือนเดิมครับ เอาเป็นว่าค่าจ้างงวดสุดท้าย ผมไม่รับไว้แล้วกันนะครับ ผมขอตัว” ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกเดินออกไปจากร้านทันที

“เธอหายไปไหนนะตะวัน” รวิพรรณถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ถึงข่าวซุบซิบแวดวงไฮโซจะลงข่าวโครมๆว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอหนีตามผู้ชายไป แต่ยังไงเธอก็ไม่เชื่อ มันไม่ใช่ความจริงอย่างแน่นอน

“ซันนี่จ๋า…คืนนี้ไปเที่ยวกันนะ พวกฉันจองโต๊ะเอาไว้แล้ว โต๊ะวีไอพีสุดหรูโต๊ะเดิมเลยแก” แพรพิชชาเพื่อนสาวในกลุ่มเดียวกันเดินมาหาพลางเอ่ยชวนด้วยเสียงออดอ้อน

“คืนนี้ฉันขอบายนะแพร พวกแกไปกันเหอะ”

“โห…ทำไมอะแก คืนนี้คืนวันศุกร์ต้องไปปลดปล่อยหน่อยสิ ยิ่งทำรายงานเครียดมาทั้งอาทิตย์ด้วยแล้วก็ยิ่งต้องไปใหญ่” ปรเมศเพื่อนชายหัวใจหญิงอีกคนเอ่ยขึ้นสมทบ ยังไงก็ต้องรบเร้าให้รวิพรรณไปด้วยให้ได้ เพราะถ้ารวิพรรณไป พวกหล่อนทั้งหลายก็ไม่ต้องออกอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว

“ฉันเหนื่อยอะปอนด์ แล้วฉันก็ยุ่งๆกับการตามหาน้องสาวฉันด้วย” รวิพรรณยังคงบอกปัด ทำไมจะไม่รู้ว่าทำไมบรรดาเพื่อนๆถึงพากันมาคะยั้นคะยอเธอนัก และเรื่องเงินก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหา สำหรับเธอแล้วมันเล็กน้อยมาก แต่ที่ไม่อยากไป เพราะเธอไม่อยากไปจริงๆ

“ซันนี่…”

“อะๆ พวกแกเอาเงินนี่ไปนะ เที่ยวเผื่อฉันด้วยก็แล้วกัน” รวิพรรณหยิบแบงค์พันออกมาจากกระเป๋าห้าใบ แล้วยื่นให้กับเพื่อน ปกติไปต้องจ่ายมากกว่านี้ แต่นี่เธอไม่ได้ไปด้วย เธอก็ขอให้นิดๆหน่อยๆก็แล้วกัน

“ก็ได้ๆ เสียดายไม่ไปด้วยกัน แต่เดี๋ยวพวกฉันเที่ยวเผื่อ หรือว่าถ้าเกิดเปลี่ยนใจก็ตามไปนะแก ร้านเดิมห้องเดิม” แม้จะทำหน้าเสียดายแต่แพรพิชชาก็ยื่นสองมือไปรีบตะครุบเงินทันที

“อืมๆ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะมองเพื่อนทั้งสองเดินออกไป จากนั้นตนจึงลุกออกไปบ้าง แต่ก็แยกไปทางลานจอดรถด้านหลังมหาวิทยาลัย

“อะไรกันเนี่ย! ยางแบน! แบนได้ยังไง” รวิพรรณเดินมาถึงที่จอดรถของตนก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก็ยางรถเธอแบนแต๊ดแต๋ ซ้ำร้ายยังแบนครบทั้งสี่ล้อด้วยกัน

“รถยางแบนเหรอซัน กลับกับเราสิ เดี๋ยวไปส่ง”

“ภูมิ”

“มาสิ รถเราจอดอยู่ทางนู้น”

“ปล่อย! อย่ามาแตะตัวฉันนะ!” รวิพรรณแหวใส่ พลางสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม

“ซันนี่ เราสองคนจะกลับมาคุยดีๆกันไม่ได้เลยเหรอ”

“ดี? ดีเหรอ? พูดมาได้ยังไง โคตรตลกเลยภูมิ นายทำอะไรกับฉันไว้บ้าง ยังจะมาคิดให้ฉันทำดีกับนายเนี่ยนะ นี่ฝันกลางวันอยู่เหรอ” รวิพรรณเอ่ยพลางแสยะยิ้ม นึกถึงเรื่องราวเมื่อปีก่อนก็ยังเจ็บในใจไม่หาย

เขาเคยเป็นคนที่เธอรัก เป็นคนที่เธอมอบทั้งใจและกายให้ แต่ว่าเขาช่างทำกับเธอได้อย่างเจ็บแสบเหลือเกิน และเธอจะไม่มีวันกลับไปทำดีกับคนพรรค์นี้เด็ดขาด

“ซัน…”

“อย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” รวิพรรณยกมือขึ้นชี้หน้าเขาพร้อมกับเอ่ยขู่ออกไป ถ้าขืนยังมาหาเรื่องวุ่นวายกับเธออีกล่ะก็ เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน

“……” ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แค่สบตาเธอเพียงครู่ แล้วจึงเดินจากไป

“เฮ้อ…” รวิพรรณถอนหายใจยาว ก่อนจะก้มหยิบโทรศัพท์ของตนเพื่อที่จะโทรเรียกช่างมาเปลี่ยนยางรถ

ทันใดนั้นก็มีมือหนามาคว้าลงที่ข้อมือของเธอ รวิพรรณจึงรีบสะบัดมือออก และตั้งใจวาดวงแขนออกไปกว้างๆ หมายให้ฝ่ามือตวัดไปฟาดหน้าของคนที่กลับมายุ่มย่ามกับเธอ และมันก็เป็นเช่นนั้น หลังมือของเธอกระทบลงบนใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามเข้าอย่างจังจนได้ยินเสียงเพี๊ยะชัดเจน

“คุณศิวะ!” ทว่าเมื่อหันกลับมามองก็ต้องร้องด้วยความตกใจ เมื่อคนที่เธอพึ่งฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเขาไปนั้น ดันไม่ใช่คนที่เธอคิดไว้เสียเลย

“นี่วิธีทักทายของคุณเหรอ” ศิวะลูบใบหน้าของตนเบาๆ ไม่คิดว่ามือเล็กๆของเธอจะเล่นเอาเขาแสบหน้าไปหมด

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่นึกว่าเป็นคุณ”

“ช่างเถอะ กลับกัน” ศิวะยักไหล่เบาๆ ก่อนจะเข้าไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ เดี๋ยวค่อยคิดค่าตบของเธอทีหลัง เพราะวันนี้เขาตั้งใจจะจัดการกับเธออยู่แล้ว

“นี่คุณมารอรับฉันเหรอคะ” รวิพรรณเงยหน้าไปสบตาชายหนุ่ม ไม่ได้แปลกใจที่เขารู้ที่เรียนรู้เวลามาเวลากลับหรือแม้กระทั่งที่จอดรถของเธอ เพราะคนอย่างเขาสามารถรู้ทุกอย่างตามที่ใจปรารถนาได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือการที่คนอย่างเขาให้ความสำคัญกับผู้หญิงจนถึงขนาดมาดักรออย่างนี่เลยหรือ

“ใช่ มารอรับคุณไปดินเนอร์” ศิวะพยักหน้ารับ

“ดินเนอร์?”

“อย่าพึ่งถามอะไรมากเลย ไปกันเถอะ ส่วนเรื่องรถคุณ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องมาจัดการให้” ศิวะพูดจบก็เดินโอบเธอไปยังรถหรูของเขาที่จอดไว้อีกทาง

บนรถศิวะ

“ปกติมาคอยตามผู้หญิงแบบนี้บ่อยเหรอคะ” รวิพรรณหันมามองหน้าชายหนุ่มที่กำลังพิมพ์ข้อความบางอย่างในโทรศัพท์

“หึ เฉพาะคนที่อยาก…ได้” ศิวะวางโทรศัพท์ลง แล้วหันไปยกยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะดึงตัวเธอให้ขึ้นมานั่งบนตักของเขา

“ตรงๆแบบนี้เลยเหรอคะ” รวิพรรณไม่ได้แปลกใจเท่าไรที่ได้ฟังเขาพูดมาเช่นนี้ เพราะความจริงก็รู้ดีว่าเขาหวังอะไรในตัวเธอ ไม่อย่างนั้นเมื่อวาน เขาคงไม่จู่โจมเธอด้วยการจูบไม่บันยะบันยังอย่างนั้นหรอก

“ตรงๆแบบนี้แหละ ชอบก็บอกว่าชอบ” ศิวะเชยใบหน้าสวยให้หันมาหาเขา สบตาอย่างต้องการสื่อความหมาย ตั้งใจจะใช้ประสบการณ์แพรวพราวหลอกล่อเธอให้จำนนต่อเขา ทว่าก็ไม่อยากยืดเวลาให้นานไปกว่านี้ เพราะว่าหงุดหงิดใจเต็มทน จึงเลือกใช้วิธีจู่โจมเข้าหา ขอแค่ได้จับเธอมาอยู่ใต้ร่าง เพื่อระบายความรู้สึกที่มีออกไป จะได้จบๆกันเสียที เพราะผู้หญิงอย่างเธอ แค่ครั้งเดียวเขาก็คงไม่อยากใช้ซ้ำอีกอย่างแน่นอน

“ทำเป็นมาปากหวาน เพราะอยากให้ผู้หญิงยอมไปนอนอยู่ใต้ร่างนั้น มันไม่ได้ผลกับทุกคนหรอกนะคะ” รวิพรรณเอ่ยพลางจะขยับลงจากตักของเขา

“แล้วแบบไหนถึงได้ผลล่ะ” ศิวะรีบกระชับกอดหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะกดจมูกโด่งแนบไปที่พวงแก้มหอมนุ่มเสียฟอดใหญ่

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าคุณจะใช้วิธีไหน และจะแน่พอที่จะไม่ใช้กำลังบังคับกันหรือเปล่า” รวิพรรณเอ่ยพลางสบตาเขานิ่ง ใช่ว่าจะอยากท้าทาย เพราะถ้อยคำที่เธอบอกไปนั้นมันเหมือนเกราะป้องกันตัวของเธอด้วย อย่างน้อยถ้าเขาอยากเอาชนะใจเธอจริง เขาก็ต้องไม่ใช้วิธีที่จะทำให้เธอดูถูกเขาได้ อีกอย่างเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายมาดร้ายแบบเขา หากไม่ใช้กำลังแล้ว เขาจะมีวิธีไหนที่จะเอาชนะใจผู้หญิง

“หึ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ ผมจะทำให้ดูก็แล้วกัน” ศิวะยกยิ้มพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ในเมื่อเธอท้าทายเขาถึงเพียงนี้ เขาก็จะทำให้เธอได้รู้ ว่าผู้ชายอย่างเขานั้น สามารถทำอะไรได้บ้าง

เวลาต่อมา บ้านเคนเน็ตตี้

“ขอบคุณนะคะ สำหรับดินเนอร์มื้อหรูของคืนนี้” รวิพรรณเอ่ยบอกกับชายหนุ่มเมื่อเขามาส่งเธอยังหน้าบ้านหลังจากที่พากันไปทานดินเนอร์เสร็จ

“ยินดีครับ” ศิวะฝืนยิ้มให้ทั้งที่ความร้อนในใจและกายแทบจะระเบิด

ระหว่างพาเธอไปดินเนอร์ ก็เฝ้าเอาอกเอาใจ มีโอกาสได้หอมได้กอดก็แตะต้องเธออย่างแผ่วเบานุ่มนวล หวังว่าจะสร้างความหวิวไหว หลอกล่อให้เธอคล้อยตามได้ แต่ก็ไม่เลย เธอยอมให้เขาได้จับได้กอด หอมบ้าง จูบบ้าง ทว่าคนที่รู้สึกมากกว่ากลับเป็นเขาเอง ส่วนเธอน่ะหรือก็ยังคงใจแข็ง และไม่โอนอ่อนคล้อยตามเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฝันดีนะคะ” รวิพรรณหอมลงที่ใบหน้าสากเคราของชายหนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูลงรถไป

“ไม่ต้องลงมาส่งหรอกค่ะ ดึกแล้ว” รวิพรรณรีบดันประตูรถเขาให้ปิดไป เมื่อเขาทำท่าจะลงตามเธอมา นี่ก็ไม่ได้ดึกอะไรมากมาย แต่เพียงไม่อยากให้เขาหาเรื่องมานัวเนียเธออีกแล้วก็เท่านั้น

“ก็ได้ครับ งั้นคุณเข้าบ้านเถอะ ผมจะรอส่งคุณก่อน แล้วผมถึงจะไป” ศิวะลอบถอนหายใจเล็กน้อย นี่เธอขยันเล่นตัวเสียจริงเชียว

“ค่ะ” รวิพรรณยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ได้สนใจที่จะหันกลับมามองเขาเลย

“ทำไมต้องอดทนขนาดนี้ล่ะครับนาย ผมไม่เคยเห็นนายต้องใช้ความพยายามกับผู้หญิงคนไหนเลย” หนุ่ยที่วันนี้ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ผู้เป็นนายเอ่ยถามขึ้น ไม่เคยเห็นว่าเจ้านายจะต้องคอยมาทุ่มทุนทำอะไรฝืนใจให้ใคร เพราะรู้ดีว่าความอดทนของเขาไม่มากพอ

“ก็ผลที่จะได้มันคุ้มค่าไง เวลาเห็นหน้าที่แสนเย่อหยิ่งมั่นใจในตัวเองนักหนา ต้องมาแตกยับเยินเพราะรู้ว่าแค่โดนหลอกฟัน แค่คิดก็สะใจแล้ว”

“แค่นั้นจริงเหรอครับ”

“อย่าเสือกทำรู้ดี ขับรถไป กูยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่” ศิวะเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก ก็ใช่น่ะสิอะไรก็ยังไม่ได้ดั่งใจสักอย่างจะไม่ให้เขาหัวร้อนได้ยังไงกัน

“ครับนาย…” หนุ่ยรับคำ ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งออกไปทันที

วันต่อมา

“ว่าไงจ๊ะแก โทรมาหาฉันแต่เช้า คิดว่าเมื่อคืนเที่ยวดึกแล้วจะเมาจนตื่นไม่ไหวเสียอีก” รวิพรรณกดรับสายของเพื่อนสาวที่โทรมาหาเธอแต่เช้าตรู่

(ก็ยังมึนๆอยู่แหละแก แต่อดใจไม่ไหว อยากโทรมาหาแก ว่าแกรู้ข่าวเรื่องภูมิหรือยัง)

“ภูมิ? ข่าวอะไร หรือว่ามันตายแล้ว” รวิพรรณได้ยินชื่อของชายหนุ่มก็แทบอยากจะวางสายลง เพราะไม่อยากจะได้ยินเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับเขาเลย

(ไม่ตายก็เกือบตายแหละแก เมื่อวานนี้มันโดนซ้อมที่ลานจอดรถ ไม่รู้ว่าพวกไหน แต่เล่นเอาต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลเลยแหละ)

“หึ คนอย่างภูมิมันก็สมควรโดนแล้ว แล้วแกก็ไม่ต้องคอยมารายงานแล้วนะ ฉันดูเหมือนอยากรู้เรื่องมันเหรอ แค่นี้นะ” รวิพรรณกดวางสายลง ไม่ได้สนใจอยากจะรู้เรื่องของชายหนุ่มสักนิด วันนี้อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าหวังจะมาว่ายน้ำออกกำลังกายให้ผ่อนคลายเสียหน่อย กลับต้องมาหงุดหงิดเพราะได้ยินเรื่องของผู้ชายเลวๆคนนั้นเสียนี่

“หงุดหงิดอะไรแต่เช้าหื้ม”

“คุณศิวะ!” รวิพรรณตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบกอดเธอมาจากทางด้านหลัง

“คุณศิวะปล่อยก่อนค่ะ” รวิพรรณเอ่ยพลางพยายามแกะมือของเขาออก สายตาก็หันซ้ายแลขวาไปมา เพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเข้า

“ไม่ต้องกลัวใครเห็นหรอก พ่อคุณไปธุระ ส่วนแม่คุณก็ออกไปช้อปปิ้งแล้ว” ศิวะเอ่ยอย่างรู้ดี เพราะที่ทางสะดวกแบบนี้ก็เป็นเพราะฝีมือของเขาทั้งนั้น หลอกล่อให้โรแกนไปบ่อน ส่วนอรุณฉายก็โยนเงินให้ก้อนนึงก็รีบวิ่งแจ้นออกไปเช่นเดียวกัน

“ฝีมือคุณล่ะสิ” รวิพรรณแทบจะไม่ต้องเดาก็รู้ได้ในทันที เขานี่ช่างหนักข้อขึ้นทุกวัน เหนื่อยกับการรับมือกับเขาเหลือเกิน

“เก่งจัง” ศิวะยกยิ้มแล้วกดจูบไปที่แก้มนวลเป็นการให้รางวัล

“แล้วคุณมาทำไมแต่เช้าคะ”

“ผมจะมาคุยเรื่องน้องสาวฝาแฝดของคุณ” ศิวะคลายอ้อมแขนออก แล้วจับเธอให้หันหน้ามามองกัน

“เรื่องตะวัน?”

“ใช่ครับ ผมรู้มาว่าคุณกำลังตามหาตัวน้องสาว และผมอยากช่วย”

“มีข้อแลกเปลี่ยนสินะคะ”

“ต่างฝ่ายต่างตอบแทนไงครับ” ศิวะยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย เมื่อคืนเขาพึ่งรู้เรื่องที่เธอกำลังตามหาน้องสาว และเขาจะนำเรื่องนี้มาเป็นจุดรวบรัดตัดตอนให้เธอยอมเป็นของเขาเสียที

“……..” รวิพรรณไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแต่กำลังนึกคิดอย่างช่างใจ เขาเองก็ถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวาง การได้รับความช่วยเหลือจากเขาก็คงจะดีไม่น้อยเลย

“ว่าไงครับ คุณได้เจอน้องสาว ส่วนผมก็ได้…”

“ขอดูผลงานก่อนค่ะ หากฉันได้รู้เบาะแสของน้องฉันเมื่อไร เราค่อยมาคุยเรื่องผลตอบแทนกัน” รวิพรรณยกสองมือขึ้นดันอกของชายหนุ่มเอาไว้ เมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอ

“โอเค” ศิวะพยักหน้ารับด้วยความยินดี เห็นทีว่าครานี้ หญิงสาวคงไม่อาจเล่นตัวใส่เขาได้อีกต่อไป...

 

*****************************************

ต่อแล้วนะจ๊ะ^^ คุณศิวะก็จู่โจมไม่เลิกเนอะ แล้วมาดูกันว่าครั้งเดียวจะพออย่างที่บอกหรือเปล่า อิอิ😁😁😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น