ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตามคืนหัวใจ...จบ

ชื่อตอน : ตามคืนหัวใจ...จบ

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2562 02:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามคืนหัวใจ...จบ
แบบอักษร

 “ผมไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขายิ้มตอบรับก่อนที่จะสาวเท้าเดินออกไปจากพื้นที่ล้างจาน


 ฝ่ายของเขมมิกาเองก็กำลังเล่นสนุกกับเด็กน้อยหลายคน ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของเด็กเล็กเด็กแดงที่เธอเห็นอยู่ในตอนนี้มันแทบจะทำให้เธอทนเห็นหน้าของลูกของตัวเองไม่ได้เลย เธออยากจะเร่งเวลาให้รวดเร็วเสียเหลือเกิน เธอเฝ้ารอและอดทนเจอหน้าของลูกน้อยไม่ไหวแล้ว พลางมือบางก็ลูบคลำท้องนูนที่มีอีกหนึ่งหัวใจอยู่ในนั้น

 “ปี้ฉาวๆ” มือน้อยของเด็กผู้ชายตัวเล็กวัยสามขวบดึงชายเสื้อของเขมมิกาก่อนที่จะเอ่ยเรียกพี่สาวๆอย่างน่าเอ็นดู แก้มป่องขาวๆกับปากน้อยๆสีชมพูระเรื่อของเด็กน้อยช่างพูดมันเรียกรอยยิ้มจากเขมมิกาได้ง่าย

 “ว่ายังไงครับหนุ่มหล่อ” เธออดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบศีรษะของเด็กน้อยคนนั้นอย่างเอ็นดู

 “ฮ่านฮันฮี้ให้ฟังหย่อยฮรับ” มืออูมๆอวบๆน้อยๆยืนหนังสือนิทานที่ใหญ่กว่าตัวเองให้กับเขมมิกา ใบหน้าน้อยน่ารักยิ้มแย้มส่งสายตาหยอยๆ กระพริบปริบๆอ้อนวอนด้วยความน่ารัก

 “ได้สิครับ” เธอแพ้ความอ้อนอันแสนน่ารักของเด็กผู้ชายคนนี้เหลือเกิน มือบางยื่นมือไปหยิบหนังสือนิทานในมือของเด็กชายขึ้นมา ก่อนที่มือของเธอนั้นก็อุ้มคนขี้อ้อนขึ้นมานั่งบนตักของตนเองด้วย ส่วนคนขี้อ้อนก็กระโดดเหยงๆ ดีใจที่พี่สาวคนสวยอ่านหนังสือนิทานให้ฟัง อีกทั้งยังไม่มีขัดขืนเมื่อพี่สาวอุ้มขึ้นไปนั่งบนตัก ตรงข้ามกลับยิ้มแย้มยิงฟันน้อยๆให้เสียด้วย

 ผ่านไปสักพักหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่ในตักของสาวเจ้าก็หลับคอพับไปเสียแล้ว ดวงตาที่เฝ้ามองเด็กน้อยในอ้อมแขนมันแสนจะหลงใหลในความช่างพูดช่างจานัก ตัวแค่นี้แม้จะพูดไม่ชัดแต่ก็ยังพูดเป็นต่อยหอยได้ขนาดนี้ แล้วยามที่โตเล่าจะจะพูดเก่งขนาดไหนเชียว

 เขมมิกาพยายามอุ้มร่างหนุ่มน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนหน้าตักของเธอ แต่ทว่าเรื่องที่คิดว่าง่ายมันกลับเป็นเป็นไปได้ยาก พลัน! ที่จะลุกขึ้น ก็รู้สึกเสียดๆที่ท้องนูนจนต้องนั่งลงอีกครา มือข้างหนึ่งนั้นก็อุ้มเด็กน้อยไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามยันตัวเองขึ้นยืนแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

 “เดี๋ยวพี่อุ้มเด็กเอง” จู่ๆ เสียงทุ้มของอัศวินก็ดังเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งยังอาสาอุ้มเด็กน้อยที่กำลังหลับฝันหวานอยู่

 เพราะเธอเองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะให้เด็กคนนี้แก่อัศวินอุ้มเพราะเธอเองก็รู้สึกจุกเสียดท้องนัก เขมมิกาค่อยๆส่งเด็กชายที่อยู่ในอ้อมแขนตอนนี้อย่างเบามือ ส่งต่อให้อัศวิน ที่รับเด็กมาเขาก็ดูจะไม่ค่อยประสีประสา ยามที่เด็กน้อยขยับตัว อัศวินก็รีบพยายามตะล่อมให้หลับทันที ท่าทีนั้นดูเงอะงะ แต่ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยดวงตาที่อบอุ่น

 “อุ้มเบาๆนะคะ เดี๋ยวเด็กจะตื่น” เธอบอกเพื่อนเตือนเขาอีกที แต่ทว่าเสียงนั้นมันก็ยังคงนิ่งเรียบ สายตาของเธอสังเกตได้ใบหน้าของอัศวินนั้นซีดเซียวอย่างผิดปกติ

 “ครับ” อัศวินรับคำ ก่อนที่ร่างหนาจะเดินพาเด็กน้อยไปนอน โดยที่เขมมิกาก็เดินตามไปเช่นเดียวกัน

 อัศวินวางคนที่หลับปุ๋ยลงเตียงอย่างเบามือ เนื่องด้วยใจที่เกรงว่าเด็กน้อยจะตื่นจึงทำให้เขามีท่าทีที่ระมัดระวัง เขมมิกาเดินเข้ามาแทรก มือของเธอเอื้อมหยิบผ้าห่มผืนน้อยขึ้นมาคลุมร่างให้กับคนตัวเล็ก จูบที่แสนนุ่มนวลถูกส่งต่อไปที่หน้าผากน้อยๆนั้น ก่อนที่เธอจะเดินออกไป การกระทำที่เขมมิกาทำมันทำให้อัศวินนั้นยิ้มไม่หุบ หากเด็กคนนี้เป็นลูกของเขาและเขมมิกาก็คงดี หัวใจเขานั้นมิอาจจะทนรอที่จะได้พบพานหน้าของลูกตัวน้อยของตนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว

อัศวินเห็นเขมมิกากำลังกวาดลานกว้างอยู่เพียงลำพังท่ามกลางอากาศร้อน ชายหนุ่มจึงสาวเท้าเข้าไปช่วย คำขันอาสาของเข้ากระทบเข้าที่ดสตประสาทของหญิงสาว จนต้องทำเธอนั้นเห้นมามอง

 “พี่ทำเอง”

 “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำได้ คุณเชิญกลับไปได้แล้ว” เธอไม่ขอให้เขาช่วยแถมยังบอกให้เขานั้นกลับไปเสีย

 “แดดมันร้อน เดี๋ยวพี่ทำเอง” เขายื้อแย่งไม้กวาดออกไปจากมือของเขมมิกาแต่เธอก้ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แม้ว่าเขมมิกาจะปฏิเสธแต่เขาก็ยืนยันว่าจะทำ

 “ถ้าอย่านั้นก็ตามใจคุณ ถ้าอยากจะทำนักก็เชิญกวาดให้หมดด้วย” ลานกว้างนี้ไม่ได้มีพื้นที่น้อยๆ แต่มันก็ไม่ใหญ่มาก บวกกับแดดร้อนที่ส่องแสงลงจัดมันยิ่งทำให้งานกวาดลานกว้างนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

 อัศวินรับไม้กวาดที่มันถูกส่งมาจากมือของเขมมิกา แต่เขานั้นก็ยังไม่วายที่จะให้มือเรียวหนาของตนสัมผัสกับมือของเขมมิกา คนโดนแต๊ะอั๋งอย่างเขมมิกาก็รีบดึงมือกลับทันที แต่ทว่ามีหรือคนอย่างอัศวินจะยอมปล่อยมือนี้ออกไปง่ายๆ ชายหนุ่มดึงรั้งร่างของเขมมิกาที่ดูอวบขึ้นมีน้ำมีนวลเข้าสู่อ้อมอก

 “ปล่อยฉันนะคุณวิน”

 “พี่คิดถึงอ้อมกอดนี้จัง”

 “แต่ฉันไม่คิดถึง มันอึดอัด ปล่อยได้แล้ว” แม้ว่าปากเธอจะบอกให้เขาปล่อยเนื้อตัวก็ดิ้นขลุกแต่ก็ไม่อาจจะสู้แรงชายได้ เหอะ! นี่น่ะเหรอคนเพิ่งฟื้นจากพิษไข้

 อัศวินไม่สนคำค้านใดๆ มือข้างหนึ่งเหนี่ยวรั้งให้เขมมิกาอยู่ในอ้อมกอด ส่วนอีกข้างก็ลูบวนลงที่หน้าท้องนูน สัมผัสของอัศวินมันช่างอ่อนโยนจนเขมมิกานั้นรู้สึกได้ น้ำเสียงที่เงียบของเขาครู่หนึ่งดังขึ้น แม่ว่ามันจะไม่ได้ดังมากแต่เธอก็ได้ยินอย่างชัดเจน...

 “เป็นยังไงบ้างครับลูกพ่อ คิดถึงพ่อบ้างมั้ย? พ่อคิดถึงเรากับแม่มากๆเลยนะ” เสียงทุ้มเข้มที่แสนอ่อนโยน มุมมองนี้มันแทบจะหาไม่ได้เลยจากอัศวิน

 เขมมิกาที่พยายามจะปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธะแกร่งของเขาก็นิ่งงัน หยุดฟังคำพูดของอัศวิน ทำไมกัน! ทำไม...แค่การที่เขาแทนตัวเองว่าพ่อ และบอกว่าคิดถึง มันถึงทำให้หัวใจของเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมาชุบหัวใจที่ด้านชาให้กลับขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเล่า ทำไม...เพียงแค่ถ้อยคำที่อ่อนโยนของเขาเพียงไม่กี่ครั้งมันถึงทำให้เธออยากจะซบลงที่อกแกร่งของเขานัก...ทำไม

 หรือเพียงเพราะใจที่มันรักมากอย่างนั้นเหรอ...

 “คะ...คุณวิน ปล่อยฉันได้แล้ว”

 “พี่อยากจะชีวิตร่วมกับเธอนะเขม อยากจะอยู่กับเธอ”

 “เหมือนครั้งที่มันผ่านๆมาหรือคะ” เธอรู้ รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ก็เท่านั้น

  “มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะเขม พี่รักเขม รักโดยที่ไม่มีความแค้นบ้าบออะไรมาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นพี่รู้ว่าพี่ผิดมาก ผิดจนตัวพี่เองยังไม่อยากจะให้อภัยตัวเอง พี่จะไม่ขอให้เขมให้อภัยพี่ แต่ขอแค่ให้พี่พิสูจน์ตัวเองได้มั้ยว่าพี่รักเรากับลูกมากแค่ไหน...” น้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจของอัศวินบ่งบอกว่าเขานั้นจริงใจกับเธอคนนี้มากแค่ไหน ทุกอย่างที่ผ่านมาเขารู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นมันเลว! เลวมาก!

มาเเล้วจ้า

พี่วินเขากำลังเเสดงความจริงใจอยู่น้าาา

เขมจะใจอ่อนบ้างมั้ยนะ

ฝากด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น