Atotae

อรุณสวัสดิ์ทุกท่านที่หลงเข้ามานะฮะ แล้วก็ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนผมล่วงหน้านะขอรับ ^^

บทที่ 3 : ผิดแผนและเสียเที่ยว

ชื่อตอน : บทที่ 3 : ผิดแผนและเสียเที่ยว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 52

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2562 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 : ผิดแผนและเสียเที่ยว
แบบอักษร

ในเช้าวันถัดมา เม็ดทรายจองรถตู้นั่งไปยังโรงพยาบาลที่เธอได้ทราบชื่อจากข่าว โดยใช้เวลาทั้งหมดราวๆ หกชั่วโมงด้วยกว่าจะไปถึง

“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นญาติของคุณไดมอนด์ เลิศกุลภัคดี จะมาขอติดต่อรับตัวศพของเขากลับไปทำพิธีค่ะ” เม็ดทรายเดินตรงเข้าไปแนะนำตัวที่หน้าประชาสัมพันธ์ชั้นแรก

“สักครู่นะคะ”

พยาบาลที่นั่งอยู่ตรงนั้นตอบกลับมา ก่อนที่เธอจะพิมพ์หาข้อมูลอยู่สักพักใหญ่ ก่อนที่เธอจะมีคำตอบให้กับเม็ดทราย

“คนไข้ที่ชื่อไดมอนด์ เดินกลับไปพร้อมกับคุณแก้มบุ๋มเมื่อเช้านี้แล้วค่ะ”

“อะไรนะคะ เดินเหรอคะ?” ทั้งเม็ดทรายและไดมอนด์ ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินไปตามๆ กัน

“ใช่ค่ะ คนไข้รอดอย่างปาฏิหาริย์ จนเป็นที่ตกใจ ขนาดที่ว่าคุณหมอขอให้พักฟื้นเพื่อดูอาการแค่คืนเดียว ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้เลย ดีใจด้วยนะคะ” พยาบาลแสดงความยินดีกับญาติคนไข้ แล้วก็ลุกไปจัดเอกสารที่ด้านหลังของเธอต่อ ซึ่งเม็ดทรายก็ยังไม่หายคาใจ เพราะยังไม่ได้คำตอบที่ตามหาจริงๆ

“แล้วพอจะรู้ไหมคะ ว่าผู้หญิงที่ชื่อแก้มบุ๋มเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือพาไดมอนด์ไปที่ไหน?”

“เอ่อ ข้อมูลนี้ ต้องขออภัยนะคะ ทางเราเปิดเผยข้อมูลให้ไม่ได้จริง” พยาบาลตอบ ทำให้ทั้งเม็ดทรายและไดมอนด์หันมามองหน้ากัน ด้วยความเข้าใจว่าคิดเห็นตรงกัน เม็ดทรายจึงถามอีกคำถามออกไป

“อ่าว แล้วคุณจะรู้ได้ไงละคะ ว่าแก้มบุ๋มเป็นญาติไดมอนด์จริง?” เม็ดทรายถามด้วยความรีบเร่ง แต่พยาบาลตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย ราวกับเริ่มจะเอียนหน้าของเธอเต็มทนแล้ว

“เธอมีเอกสารยืนยันตัวตนค่ะ คุณมีมาด้วยไหมคะ?”

เม็ดทรายได้แต่นิ่งเงียบ เพราะเธอรู้ทั้งรู้ว่าความจริงแล้ว เธอเพิ่งจะรู้จักไดมอนด์ได้เพียงสองวันเท่านั้น เธอจึงเดินออกมาจากโรงพยาบาลแห่งนั้นด้วยความหดหู่ และเหนื่อยใจ

“เฮ้อ เสียเที่ยวจริงๆ เลยฉันเนี่ย”

“ผมขอโทษนะ ที่ต้องดึงทรายมาลำบาก”

“ช่างมันเหอะ ว่าแต่เราจะเอาไงกันดีอะ นายพอจะมีไอเดียปะ”

“ตอนนี้ยังไม่มีเลย”

“หิวแล้วอะ ไปหาอะไรกินกัน” เม็ดทราบบ่นอุบกับตัวเองเบาๆ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อยขอของเล่นใหม่ ไดมอนด์ที่ยืนดูอยู่ก็ได้แต่อมยิ้มในใจ

“อยากกินไรอะ”

ไดมอนด์เอ่ยถามเม็ดทราย ก่อนที่เธอจะนึกออกในเวลาต่อมา ว่าก่อนเข้ามาในโรงพยาบาล เธอเห็นร้านที่น่าสนใจอยู่ร้านหนึ่ง

เม็ดทรายวิ่งนำไดมอนด์ไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นริมทางข้างต้นไม้ใหญ่ เมื่อไปถึงเธอเลือกที่นั่งด้านนอกตัวร้าน ใกล้กับริมน้ำ ที่แทบจะห่างเพียงห้าก้าว จากนั้นก็บรรจงสั่งอาหารที่เธออยากกินมาสองสามอย่าง ก่อนที่จะเงยหน้ามาถามไดมอนด์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ

“นายเอาไรป่าวไดมอนด์”

คำพูดของเม็ดทรายทำให้พนักงานร้านยืนงงว่าเธอคุยอยู่กับใคร

“ผมเป็นผีนะทราย กินกับทรายไม่ได้หรอก นอกจากทรายจะทำบุญมาให้มั้ง”

“จริงด้วย งั้นเอาข้าวเปล่าเพิ่มอีกหนึ่งจานค่ะ”

เม็ดทรายหันไปพูดกับพนักงาน ที่กำลังทำหน้างงและมองไปยังเก้าอี้ที่ว่างเปล่าตรงข้ามเธอ ก่อนที่จะหันมาเก็บเมนู แล้วเดินจากไป ทำให้เม็ดทรายเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า ไม่มีใครเห็นไดมอนด์เหมือนเธอ

เม็ดทรายจึงหยิบกระเป๋าขึ้นมาวางที่ตัก และนั่งค้นหาหูฟังของตนอยู่สักพัก ก่อนที่จะหยิบมันออกมาใส่ไว้ที่หูข้างขวาข้างเดียว โดยที่ไม่ได้เสียบไว้กับโทรศัพท์มือถือของตน

“กำลังทำอะไรอยู่นั่น?”

“กำลังทำทีเป็นคุยโทรศัพท์อยู่ไง ชั้นจะใส่มันไว้แบบนี้แหละ เวลาหันไปคุยกับนาย คนอื่นที่มองมาเห็นจะได้คิดว่าชั้นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ไง”

“อื้ม ไอเดียดี”

“อาหารที่สั่งได้แล้วครับ” พนักงานพูดขึ้นหลังจากที่เขายกอาการที่สั่งทั้งหมดมาถึงโต๊ะ

“ขอบคุณค่ะ”

เม็ดทรายช่วยหยิบจานจากพนักงาน มาเรียงกันไว้บนโต๊ะ โดยข้าวเปล่าที่เธอสั่งเพิ่มนั้น เธอนำมาวางไว้ข้างหน้าของไดมอนด์ ก่อนที่จะนำตะเกียบมาปักไว้ตรงกลางถ้วย สร้างความตกตะลึงเล็กน้อยให้กับพนักงานที่ยืนอยู่ ก่อนที่เขาจะเดินตัวแข็งเข้าหลังร้านไป

“นี่อะไรครับเนี่ย” ไดมอนด์ถามถึงการกระทำของเม็ดทราย

“เอ้า ก็ทำให้นายกินด้วยกันได้ไง แม่ชั้นชอบตีมือชั้นตลอด เวลาชั้นเอาช้อนเสียบคาไว้ตรงกลางจาน แม่บอกว่าทำแบบนี้เหมือนไหว้ผี ดังนั้น ถ้าชั้นทำแบบนี้ ก็เท่ากับจานนี้ชั้นไหว้ให้นายไง”

“แล้วมันจะไม่เป็นการไหว้ผีแบบไม่เจาะจงเหรอครับเนี่ย ปักไว้เฉยๆ แบบนี้”

“จริงด้วย ฉันต้องอธิฐานแบบเจาะจงด้วยนิเนอะ เฮ้อ ยุ่งยากจริง”

เม็ดทรายหลับตาลง พร้อมกับพึมพำอยู่กับตัวเองคนเดียว ซึ่งไดมอนด์ที่มองดูอยู่ก๊อดขำไม่ได้ ว่าเธอต้องทำเพื่อเขาขนาดนี้เลยหรือ แต่พอยิ่งมองดูแล้ว เขายิ่งกลับรู้สึกใจเต้นแรงผิดปกติ ใบหน้ารูปไข่ของเธอ โค้งมนดูสวยเข้ารูปมาก ริมฝีปากที่แม้จะดูใหญ่ไปหน่อย แต่ก็ดูมีน้ำมีนวล ดุจคนรักษาผิวพรรณเป็นอย่างดี จมูกของเธอนั้น แม้ว่าจะไม่ได้คมเป็นสันจนเห็นได้ชัด แต่ก็เข้ากับใบหน้าของเธออย่างลงตัว บวกกับทรงผมหน้าม้าของเธอด้วยแล้ว ช่างเป็นคนน่ารักอะไรเช่นนี้ แต่ในวินาทีนั้นเอง เธอก็ลืมตาขึ้นมาสบตากับผมอย่างจัง นัยน์ตาจองเธอนั้นสีสันดูสดใส แม้จะเป็นสีน้ำตาลเข้มเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนสีเขียวมรกตออกมาราวกับอัญมณีเลอค่า ที่ประเมินราคาแทบไม่ได้

“ขอบคุณนะครับ”

ไดมอนด์พูดเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้เม็ดทรายอย่างจริงใจ แต่เม็ดทรายที่เพิ่งจะลืมตาขึ้นมาสบตากับหนุ่มตี๋ตรงหน้า แถมเขายังทำหน้าตาจริงจัง และจ้องตาเธออย่างไม่ลดละนั้นกลับรู้สึกหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ใจเต้นไม่เป็นจังหวะราวกับมันตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เธอรู้สึกยังแปลกๆ ที่ท้องน้อย ราวกับว่ามีผีเสื้อมาบินอยู่ในท้องของเธอนับร้อยตัว กว่าเม็ดทรายจะได้สติกลับมาก็กินเวลาไปเกือบนาที

“เอาเหอะ กินข้าวกัน”

เม็ดทรายเริ่มเปิดประเดิมก่อนเป็นคนแรก โดยที่มีไดมอนด์ ที่ยังคงนั่งนิ่งๆ มองเธอจากอีกฝั่งของโต๊ะ ซึ่งการทำแบบนี้ของเขาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

“อ้าว ทำไมไม่กินล่ะ อร่อยทั้งนั้นเลยนะ”

“ผมอิ่มแล้วครับ”

“หึ้ย ได้ไง แล้วทำไมไม่บอกก่อนเล่า จะได้ไม่สั่งข้าวมาให้”

“ผมหมายถึง ผมเพิ่งอิ่มตอนทรายอธิฐานให้นี่แหละ”

“อิ่มยังไง ก็ยังไม่เห็นจะได้กินสักคำ”

“ผมเป็นผีนิครับ แค่อุทิศส่วนกุศลให้ผมก็อิ่มบุญแล้ว”

“เหอะ ตามใจนะ ของอร่อยๆ ทั้งนั้น อย่ามาเสียดายทีหลังแล้วกัน”

ไดมอนด์นั่งมองเม็ดทรายที่กินไปบ่นไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเบื่อ ถึงแม้เธอจะดูขี้บ่น หรือดูเป็นคนพูดจ้อไปเสียหน่อย แต่เธอก็ดูเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะผีอย่างเขา ถึงแม้ว่าเธอจะรู้เรื่องผีบ้างเล็กน้อย และส่วนใหญ่ที่รู้ก็ดูจะไม่ถูกต้องไปเสียเท่าไหร่ แต่มันก็คงมีเหตุผลสำคัญอะไรบางอย่าง ที่ทำให้โชคชะตาของเธอ ได้มาช่วยเหลือไดมอนด์นี้อย่างแน่นอน เพียงแค่ทั้งสองคน ยังคงหาเหตุผลนั้นไม่พบ ก็เท่านั้น

“อิ่มจัง”

“ทรายนี่ก็กินเก่งเหมือนกันนะเนี่ย”

“แน่นอน ถ้าเป็นเรื่องแซลมอนเนี่ยนะ ให้กินทั้งวันชั้นก็กินได้”

“ครับๆ ว่าแต่ ทรายนึกออกยัง ว่าจะเอาไงต่อ”

“ถามชั้นตอนนี้ ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงเล่า”

“งั้นเรากลับกรุงเทพกันก่อนไหม”

“ทำไมกลับอะ ไม่ลองสืบหาเรื่องของนายจากคนแถวนี้ก่อนเหรอไดมอนด์ เหลือเวลาตั้งเยอะก่อนจะเย็นนะ”

“ผมคิดว่าผมไม่น่าจะใช่คนแถวนี้นะ เพราะรู้สึกไม่คุ้นอะไรเลยสักอย่าง แถมผมพูดภาษาเหนือก็ไม่ได้ ดังนั้นผมไม่ใช่คนแถวนี้แน่นอน อีกอย่าง ทรายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว กลับดึกๆ มันอันตรายนะ”

ไดมอนด์ให้เหตุผลที่ทำให้เม็ดทรายคล้อยตามได้อีกครั้ง แต่เธอก็ไม่วาย อดที่จะแซวคำพูดของไดมอนด์เมื่อสักครู่นี้ไม่ได้

“แหม๋ม ทำมาเป็นพูด จ้า พ่อสุภาพบุรุษ มีมาทำเป็นห่วงเป็นใย คิดไรกับเค้าเปล่าเราอะ” ท่าทีที่ดูหยอกล้อเล่นของเม็ดทราย ทำให้หนุ่มตี๋ตรงหน้าทำอะไรไม่ถูกไปสักพัก เพราะจะปฏิเสธออกไป ก็จะดูใจร้ายและขัดต่อความรู้สึกของตัวเองมากเกินไป แต่จะให้ตอบว่าใช่ เขาก็ยังไม่มั่นใจตัวเอง

“ก็เหมือนกับที่คุณเปลี่ยนใจมาช่วยผีอย่าผมนั่นแหละ เพราะผมหล่อและน่าสงสารใช่ม่ะ”

คำพูดส่วนกลับของไดมอนด์ ทำเม็ดทรายเบะปากใส่หนึ่งที

“แหวะ หลงตัวเอง หล่อตายแหละไอตี๋” เม็ดทรายพูดพร้อมกับแลบลิ้นใส่หน้าไดมอนด์ไปหนึ่งที ก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังท่าจอดรถตู้ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อซื้อตั๋วเดินทางกลับไปยังตัวเมือง โดยที่ไดมอนด์ยังคงเอาแต่ยืนยิ้ม พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนกับได้เห็นภาพ ที่ครั้งหนึ่งเคยวาดฝันไว้ว่าอยากเห็นเมื่อนานมาแล้ว และวันนี้ได้เห็นมันอยู่ตรงหน้า ในระยะประชิด

“ยัยต๊องเอ้ย”

การเดินทางยังคงดำเนินไปอย่างช้าๆ เม็ดทรายเผลอหลับบนรถมาตลอดทาง ทำให้ไดมอนด์มีเวลามากพอที่จะนั่งมองดูเธอใกล้ๆ เหมือนที่เขาเคยทำในทุกครั้งที่เธอหลับ

ไม่ว่าไดมอนด์จะลองมองไปที่มุมไหนบนใบหน้าของเม็ดทราย เขาก็ไม่อาจจะบังคับใจให้หันกลับมามองที่ริมฝีปากของเธอ ความชุ่มชื้นและอวบอิ่มของปากเธอ มันช่างดึงดูดให้จับต้องเสียจริง แม้ว่าเขาจะเผลอยื่นมือเข้าไปสัมผัสที่ริมฝีปากของเธออย่างเชื่องช้าและแผ่วเบามากเท่าไหร่ แต่เขาก็พบว่าเขามิอาจที่จะแตะต้องตัวเธอได้เลยสักครั้ง

ไดมอนด์ย้ายตัวเองขึ้นมานั่งห้อยขาอยู่หลังรถตู้ เขานั่งเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็น ช่วงที่ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า แต่ท้องฟ้าวันนี้กลับมีเมฆมากจนเกินไป ทำให้สีของท้องฟ้าในขณะนั้นเป็นโทนพาสเทล สีฟ้าตัดกับสีชมพู ดูสวยงานไปอีกแบบ

“ไม่เคยเห็นทองฟ้าสีแบบนี้เลยแฮะ สวยจัง”

เขานั่งมองอยู่อย่างนั้นสักพักใหญ่ จนเขารู้สึกได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ดังมาจากด้านในของตัวรถ ไดมอนด์จึงลงไปดู

เขาสำรวจความปิดปกติรอบคันรถอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะยืนหน้ามาเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่เบาะหน้าของเม็ดทราย กำลังแอบถ่ายใต้กระโปรงของเธอ ผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างซอกเก้าอี้

“ทำอะไรวะ หยุดนะเว้ย”

ไดมอนด์ตะโกนใส่หูของชายคนดังกล่าวทันทีที่เห็น แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ เพราะชายคนดังกล่าวไม่ได้ยินเสียงของเขาเลยแม้แต่น้อย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย”

ไดมอนด์พูดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือเข้าไปกระชากมือของชายคนนั้น แต่มือของเขาก็ทะลุตัวชายคนดังกล่าวไปอย่างหน้าตาเฉย

เขาจึงเปลี่ยนวิธีการเป็นถอยกลับมาเบาะคู่เม็ดทรายนอนอยู่ พร้อมกับส่งเสียงปลุกเธอ

“ทราย ทรายครับ ตื่นเถอะ มีคนแอบถ่ายอยู่นะ”

ไดมอนด์พยายามอย่างนั้นอยู่สักพัก เมื่อคิดได้ว่าไม่น่าจะได้ผล เพราะครั้งแรกที่เธอกัน ถ้าเธอได้หลับแล้ว ก็ยากที่จะตื่น เขาจึงหาวิธีอื่นที่จะช่วยเหลือเธอ จนในที่สุด เขาก็หันไปเห็นคนขับรถที่กำลังขับรถอย่างเพลิดเพลินจนเกินไปแล้ว

ไดมอนด์ย้ายร่างตัวเองลงไปกลางถนนเพื่อเดินตัดหน้ารถให้คนขับรถช่วยเบรกอย่างกะทันหัน เหมือนกับในหนังผีที่เขาพอจะนึกออกว่าเขาเคยดู แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะเขายังคงลืมตัวอีกแล้ว ว่าไม่มีใครเห็นเขาได้นอกจากเม็ดทราย

ไดมอนด์กลับขึ้นมาบนรถอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาขึ้นมานั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ทำให้เมื่อตอนที่เขามองย้อนกลับไปดูการกระทำของชายคนเดิม สายตาของไดมอนด์ก็เหลือบไปเห็นภาพที่ชายคนนั้นถ่ายไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ

“มันถ่ายไว้จริงๆ ด้วย ได้ได้การและ ต้องรีบทำให้ทรายตื่นให้เร็วที่สุดเลย”

ไดมอนด์บ่นกับตัวเองพึมพำ ก่อนที่จะมองหาวิธีการต่อไป จนเขาหันมามองที่พวงมาลัยของคนขับ ทำให้เขานึกอะไรดีๆ ออก แต่ตอดตรงที่เขายังคงสัมผัสสิ่งของต่างๆ ยังไม่ได้ จะลองใช้พลังจิตหรืออะไรก็ตามให้แตรรถถูกกดลงไปเฉยๆ เขาก็ทำไม่ได้ จนเขาเงยหน้าไปเห็นกล่องใส่แว่นของคนขับที่เหน็บอยู่บนหลังบังแดดด้านบน เขาจึงทำให้ของสิ่งนั้นหล่นลงมาใส่แตรรถด้านล่าง

“แปร๊น!”

แตรรถตู้เสียงดังหนึ่งครั้งเป็นเวลาสั้นๆ แต่มันก็ดังพอที่จำทำให้ชายที่แอบถ่าย และผู้โดยสารหญิงท้ายรถอีกคนตกใจจนร้องกรี๊ด ซึ่งเสียงกรี๊ดของผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง ที่ทำให้เม็ดทรายสะดุ้งตื่น

“ขอโทษค่ะ ตกใจ” ผู้หญิงคนดังกล่าว กล่าวคำขอโทษแก่ทุกคนบนรถ ซึ่งเม็ดทรายก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร และกำลังจะนอนต่อ แต่ไดมอนด์ก็อาศัยจังหวะนี้ในการโผล่เข้ามาเตือนที่ข้างๆ

“ทราย อย่าพึ่งหลับนะ คนที่นั่งหน้าเธอเขาแอบถ่ายใต้กระโปรงเธออยู่”

เม็ดทรายหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น พร้อมกับหันมามองหน้าของไดมอนด์ ราวกับจะถามว่ามันคนนั้นอยู่ไหน แต่ไดมอนด์ก็ชีไปทางผู้ชายคนนั้นรอเธออยู่แล้ว ซึ่งเธอก็หันตามมือของไดมอนด์ไปเห็นการกระทำลับๆ ล่อๆ ของชายคนนั้นอยู่พอดี

“เฮ้ย ทำอะไรอะ แอบถ่ายใต้กระโปรงชั้นเหรอ” เม็ดทรายขึ้นเสียงจนเป็นที่สนใจทั้งคันรถ ทำให้ชายที่แอบถ่ายเธอตกใจ จนเก็บหลักฐานอะไรไม่ทันเลย

“พูดอะไรของเธออะ”

“ก็ในมือถือนั่นไง แกแอบถ่ายชั้นอยู่”

“อย่ามามั่วนะ ผมจะไปทำอย่างงั้นทำไม คิดว่าตัวเองสวยมากเหรอไง”

คำพูดของชายที่แอบถ่ายเธอ ทำให้เธอรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก จนอยากจะอารวาท

“หน๋อย แอบถ่ายกันไม่พอ ยังจะมาดูถูกกันอีกใช่ไหม งั้นก็เอามือถือมาดูดิ หลักฐานอยู่ในนั้นไง”

“เฮ้ย ได้ไง นี่มันของส่วนตัวผมนะ”

“ช่วยด้วยค่ะๆ ไอโรคจิตนี่มันแอบถ่ายใต้กระโปรงชั้น” เม็ดทรายเปลี่ยนเป็นตะโกนให้คนในรถช่วย

“เฮ้ย ผมเปล่านะ”

“ถ้าคุณได้ได้ทำ งั้นผมขอพิสูจน์ได้ไหมล่ะครับ” ชายคนหนึ่งที่นั่งเงียบดูเหตุการณ์มาสักพักใหญ่พูดขึ้น ดูท่าทางเหมือนจะเป็นแฟนของหญิงสาวที่ตกใจเสียงแตรเมื่อสักครู่นี้

“ใช่ๆ ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไรล่ะ” หญิงสาวที่นั่งด้านข้างชายคนก่อนหน้านี้ช่วยพูดเสริม

ซึ่งในขณะนั้นเอง คนขับรถที่เพิ่งจอดรถเสร็จ ก็หันมากระชากมือถือของเขาไปจากมือ ซึ่งกลายเป็นวินาทีชุลมุนเมื่อชายโรคจิตจะหันไปแย่งมือถือคืนจากคนขับ โดยมีเม็ดทรายดึงมือไว้ แต่แรงของเธอไม่พอที่จะรั้งชายโรคจิตไว้ได้นาน ยังดี ที่มันยังนานพอที่จะให้จังหวะผู้ชายที่นั่งท้ายรถกระโจนเข้ามารบตัวชายโรคจิตนี้ไว้ และกดให้คว่ำหน้าลงไปที่เบาะได้ทัน

“รหัสอะไร” คนขับรถเอ่ยถาม ซึ่งชายเจ้าของเครื่องไม่ยอมตอบ “ไอน้อง พี่ถามว่ารหัสอะไร”

“4796” ชายเจ้าของโทรศัพท์ทั้งถูกกดแขนจบแทบหัก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เม็ดทรายหยิบกระเป๋าของตัวเองมาฝากหัวชายเจ้าของเครื่องไปหนึ่งครั้งจนยอมตอบ

และเมื่อปลอดล็อคมือถือได้ คนขับรถจึงยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวใจเจ้าตัวค้นดูเอง

“มันแอบถ่ายจริงๆ ด้วยค่ะ” เม็ดทรายตอบหลังจากดูเสร็จ

เมื่อชายที่ล็อกแขนอยู่ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งออกแรงล็อกตัวเจ้าของเครื่องไว้อีก จนเจ้าตัวร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดและขอยอมแพ้

“จะเอาไงต่อแม่หนู จะลบภาพทั้งหมดเลยไหม หรือจะเก็บหลักฐานไว้แจ้งตำรวจก่อน”

“ไม่ต้องห่วง ลบเลยก็ได้ เราถ่ายเหตุการณ์ตอนมันสารภาพไว้หมดแล้ว”

เม็ดทรายยืนทำใจอยู่สักพัก เพราะใจจริงก็อยากลบเลย ไม่อยากให้ใครมาเห็นอีก เพราะมันค่อนข้างชัดมาก แต่เธอก็กลัวว่าจะไม่มีอะไรแจ้งความ

“งั้นขอยื่นให้เธอดูก่อนลบนะ จะได้เป็นพยานให้ได้” ซึ่งที่เม็ดทรายต้องทำเช่นนั้น เพราะที่เหลือทั้งสามคน กับอีดหนึ่งดวงจิต เป็นผู้ชายหมดเลย

“งั้นลุงโทรเรียกตำรวจเลยนะ”

“ไม่ต้องค่ะลุง หนูไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต”

“เอางี้ ให้ลุงไล่เขาลงกลางทางนี่แหละ หนูลบภาพออกหมดแล้วใช่ไหม งั้นก็คืนเขาไปซะ”

“อ่าว แล้วลุงจะไม่โดนรายงานเหรอ ไล่ผู้โดยสารลงกลางทางแบบนี้”

“ไม่หรอก มีหลักฐานเป็นกล้องหน้ารถนี่ด้วยแล้ว ยังไงก็ไม่โดน” ลุงคนขับพูดพร้อมกับชี้ไปที่กล้องหน้ารถ ประเภทที่อัดเส้นทางและภายในรถไปพร้อมกัน ซึ่งมันเล็กมากจนหลายคนในรถไม่ทันได้จับสังเกต

เหตุการณ์กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง และรถก็ยังคงวิ่งต่อไป โดยมีผู้โดยสารเหลืออยู่ในรถเพียงสามคนจากสี่คน

“ขอบใจนะ”

เม็ดทรายพูดเบาๆ หลังจากที่เธอหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ ทำให้ไดมอนที่นั่งอยู่แถวๆ นั้นหันมายิ้มให้เธอ

“ผมไม่ได้ทำอะไรเยอะแยะเลยนะ ต้องยกความดีความชอบให้ผู้ชายท้ายรถโน้น” ไดมอนด์ตอบ

“แต่ถ้าไม่ได้นายบอก ชั้นก็คงไม่รู้ตัว และคงไม่มีใครเห็นสิ่งที่มันทำ จนภาพอาจจะถูกปล่อยไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ได้” ซึ่งคำพูดของคุณของเม็ดทรายที่ออกมา มันดูจริงใจและอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก เขาเองก็ไม่เคยรู้สึกอะไรเช่นนี้มาก่อน แม้ว่ามันจะสุขและชุ่มชื่นหัวใจเพียงใด เขาก็ทำให้แต่ยิ้มรับ และตอบกลับไปเบาๆ ราวกับไม่อยากให้ใครได้ยิน ทั้งที่ต่อให้เขาตะโกน ก็ไม่มีใครได้ยินอยู่แล้วนอกจากเม็ดทรายว่า

“ของแบบนี้ มันอยู่ที่เบ้าหน้าและทรงผม”

“ไอบ้า”

เม็ดทรายยิ้มและหัวเราะได้อีกครั้ง ซึ่งไดมอนด์เองก็ดีใจที่เขาเป็นคนที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับเธอ เขาก็ชอบมองรอยยิ้มของเธอในทุกๆ วัน มันทำให้เขารู้สึกสดใส และไม่รู้สึกว่าตัวเองเหงาอีกต่อไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น