Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 2 (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 (4)
แบบอักษร

“ทันทีที่พ่อรู้ก็เฉดหัวกูออกจากบ้าน บอกว่ากูเป็นความเสื่อมเสียของตระกูล กลัวกูจะแพร่เชื่อเกย์ให้น้องชาย หึ... พูดอย่างกับกูเป็นตัวเชื้อโรค ของอย่างนี้ถ้ามันจะเป็นมันก็เป็นเองไม่ได้ติดกันง่ายเหมือนโรคติดต่อสักหน่อย” ไอ้ไนท์เยาะยิ้มไปพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มไปพลาง ผมพอเข้าใจเรื่องที่มันพูด เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่พ่อแม่กีดกัน น้อยมากที่จะเปิดใจยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ แต่พอไอ้ไนท์พูดออกมาตรงๆ ผมก็ตระหนักได้มากขึ้นว่ากว่ามันจะมาถึงจุดนี้คงผ่านอะไรมามากเหมือนกัน

“แล้วตอนนี้มึงติดต่อกับครอบครัวหรือเปล่า” ผมนึกถึงหน้าน้องมันที่เพิ่งเจอ ไอ้ไนท์ส่ายหน้าเชื่องช้า มันจ้องแก้วเหล้าตรงหน้าด้วยแววตาที่ดูหนักอึ้ง

“กูไม่เคยกลับไปอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง…”

“เรื่อง?”

“….” ไอ้ไนท์จ้องหน้าผมนิ่งราวกับกำลังชั่งใจ ครู่หนึ่งก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แม้จะผ่านมานานเรื่องนั้นก็ยังฝังแน่นอยู่ในใจเหมือนตราบาปที่ลบไม่ออก

“มึงจำปายได้ไหม”

“ที่เจอร้านหมูกระทะอ่ะนะ …จำได้ ทำไม?”

“มันเป็นเพื่อนไอ้ไลท์”

“เพื่อนน้องมึงเหรอ” ผมรู้สึกแปลกใจ และสังหรณ์ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ก่อนจะได้ยินเฉลยในประโยคต่อมา

“ปายชอบไอ้ไลท์”

“....” ผมมองหน้าไอ้ไนท์นิ่ง เหมือนเห็นแววรวดร้าวเล็กๆ วูบผ่านนัยน์ตาของมัน

“เรื่องมันยาว... มึงไม่อยากฟังหรอก”

“รู้ได้ไงว่าไม่อยาก” ผมเติมเหล้าใส่แก้วตัวเอง เห็นแก้วไอ้ไนท์ไม่มีเหล้าก็เอื้อมไปเติมให้มัน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความตะขิดตะขวงใจหายไป เช่นเดียวกับเหล้าในขวดที่ลดลงจนเกือบจะถึงก้นขวด ถ้าไม่นับตอนที่ไอ้ไนท์ยกขวดเหล้าขึ้นกรอกปาก ก็ไม่รู้ว่าใครดื่มไปหลายแก้วกว่ากัน

ไอ้ไนท์มองเหล้าที่ผมเทให้ รอยยิ้มเย้ายวนผุดขึ้นตรงมุมปากให้ความรู้สึกดึงดูดน่าประหลาด ผมต้องกะพริบตาส่ายหน้าไล่อาการมึนเบลอออกจากหัว แล้วรอฟัง

ไอ้ไนท์กระตุกยิ้มมันทำหน้าเหมือนไม่อยากเล่า ใช้ปลายนิ้วไล้วนรอบขอบแก้วของตัวเองไปมา แววตาจมเจ่าอยู่กับเรื่องราวในอดีต ผมพอเข้าใจและไม่คิดจะคาดคั้นให้มันต้องอึดอัด

ผมนั่งอยู่กับมันจนร้านปิด พวกพนักงานทยอยกลับกันไปเกือบหมด เหลือรั้งปิดประตูร้านอยู่คนสองคน

“พี่ไนท์กุญแจ” เด็กพาร์ทไทม์คนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะอายุพอๆ กับผมเดินเข้ามาวางกุญแจผับลงตรงหน้าไอ้ไนท์ ก่อนชำเลืองสายตามามองผมแวบหนึ่ง ผมมองตอบสายตามันอย่างช่วยไม่ได้

“อ้อ... ขอบใจเพชร”

“เมาแล้วเหรอพี่” ไอ้เพชรเอ่ยแซว มันมองขวดเหล้ากับแก้วเพรียวๆ ตรงหน้าเราสองคนด้วยสายตากังขา ระหว่างนั้นไอ้ไนท์ก็โบกมือปัดเป็นเชิงบอกไอ้เพชรว่าสบายมาก แต่ไอ้เพชรนี่เป็นห่วงเจ้านายหรือยังไง ยืนจ้องไอ้ไนท์อยู่นั่นไม่ยอมไปสักที

“แล้วนี่พี่กลับไง ขับรถไหวเหรอ”

“ไม่ต้องห่วงมีมันอยู่ ...มึงไปส่งกูได้ไหมวะตะวัน” ไอ้ไนท์ชี้มือมาที่ผมเพื่อบอกกับไอ้เพชร ผมยังไม่ทันตั้งตัวก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายถูกมัดมือชก แต่แปลกตรงที่ผมไม่รู้สึกเกลียดมันอย่างที่ควรเป็น

“ทำไมจะไม่ได้ ยังไงกูก็ต้องไปส่งมึงอยู่แล้ว”

“ตามนั้น” ไอ้ไนท์หันไปยักไหล่ให้เด็กเสิร์ฟ

“อ่อ... ถ้างั้นผมกลับก่อนนะพี่”

“อืม กลับดีๆ ล่ะ”

ไอ้ไนท์บอกลาเด็กเสิร์ฟเสร็จก็กลับมานั่งจมอยู่ในความเงียบเหมือนก่อนหน้านี้ ผมลอบมองหน้ามันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะพูดหรือเคลื่อนไหวอะไร นอกจากเหม่อมองแก้วเหล้าในมือ

ผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอว่างเปล่าไร้การแจ้งเตือนใดๆ จากบีบี แต่ที่ดึงดูดความสนใจของผมได้มากกว่านั้นก็คือตัวเลขบอกเวลาบนจอ

“ตีสามครึ่ง... กลับเลยไหม หรือไง” ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง แล้วจ้องไอ้ไนท์อย่างรอฟังว่ามันจะเอายังไง พอถูกเตือนเรื่องเวลาไอ้ไนท์ก็เหลือบมองนาฬิกาติดผนังภายในห้องที่เดินเร็วกว่าชาวบ้านประมาณห้านาที ครู่หนึ่งก็พยักหน้า

“อืม กลับเลยก็ได้”

มันหยัดตัวขึ้นยืน เอาขวดเหล้าที่ยังไม่หมดไปเก็บเข้าที่ก่อนหันกลับมาฉวยแก้วสองใบเดินเซออกไปทางประตูหลังครัว ผมเข้าใจว่ามันเอาแก้วไปล้างเพราะได้ยินเสียงน้ำไหล แต่รอสักพัก เสียงน้ำก็ยังไม่หยุดแถมเจ้าตัวยังไม่กลับมาสักที จนทนไม่ไหวลุกตามออกมาดู

ด้านหลังเป็นซิงค์ล้างจานอย่างที่คิด มีตาข่ายเหล็กขึงเป็นกำแพงห่างประมาณสองเมตร ตรงสุดทางเป็นห้องน้ำพนักงาน พื้นปูด้วยกรวดหินก้อนเล็กก้อนน้อย วัชพืชขึ้นแซมเป็นหย่อมๆ มีแผ่นกระเบื้องรูปห้าเหลี่ยมลายหินอ่อนง่อยๆ วางไว้เป็นทางเดิน ผมไล่สายตามองตามแนวอ่างล้างจานออกไปก่อนจะเห็นมือขาวๆ วางพาดอยู่ตรงมุมอ่าง แต่ไม่เห็นตัวคน

ผมเดินเข้าไปใกล้ด้วยท่าทางระมัดระวัง แอบตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเห็นไอ้ไนท์นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น ใบหน้ากับคอเสื้อมีรอยเปียกชุ่มจากการล้างหน้า ไรผมบางส่วนเกาะกันเป็นรอนเปียก ผมกวาดตามองสภาพหมดรูปของไอ้ไนท์อย่างคาดไม่ถึง เมื่อกี้มึงยังเก่งอยู่เลย...

ไอ้เวร ไม่ไหวบอกไหวนี่หว่า

“เฮ้ย มึงโอเคป่ะวะ” ผมเขี่ยเท้าสะกิดต้นขามัน ไอ้ไนท์ปรือนัยน์ตาแดงๆ ขึ้นมอง... ผมรู้สึกวูบไหวในใจประหลาด “นี่มึงร้องไห้?”

“เปล่า ไม่ได้ร้อง กูแค่นั่งพักหลังอ้วกเสร็จ”

“มึงอ้วก?” ผมทวนคำอย่างตกใจ ไอ้ไนท์ไม่ได้ใส่ใจท่าทีแตกตื่นของผม มันรั้งขอบอ่างดึงตัวเองขึ้นยืนก่อนยิ้มจางๆ ให้ผมแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน

ผมมองแผ่นหลังที่เดินโอนเอียงเล็กน้อยของไอ้ไนท์ก่อนตามมันออกมา



“รู้ว่าไม่ไหวแล้วยังจะฝืนดื่มอีก” 

ระหว่างทางขับรถไปส่งมันที่คอนโดผมก็อดไม่ได้ ต้องบ่นมันสักหน่อย

“โทษที”

ไอ้ไนท์พูดแค่นั้นประหนึ่งไม่อยากคุย มันเอนเบาะแล้วทอดสายตามองออกไปนอกกระจกตลอดทาง จนกระทั่งถึงที่พัก ผมปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่น โชคดีที่รปภ.จำหน้ามันได้และยอมให้ผมเอารถขึ้นมาส่งมันข้างบน ผมเคยมาครั้งเดียวแต่กลับจำรายละเอียดได้หมด ทั้งชั้นที่มันอยู่ หรือแม้แต่เลขห้อง

“ไนท์… เฮ้ถึงแล้ว”

หลังจากรถ ผมเดินอ้อมมาเปิดประตูรถฝั่งที่มันนั่ง เรียกให้มันรู้สึกตัว สักพักมันก็งัวเงียปรือตาขึ้นมองอย่างมึนๆ

“ตะวัน…” มันมองผมก่อนไล่สายตามองไปรอบๆ ลานจอดรถ “ถึงแล้วเหรอ”

“ถึงแล้ว” ผมย้ำก่อนหลีกทางให้ไอ้ไนท์ลงจากรถ

“ขอบใจที่มาส่ง”

“อืม มึง... ขึ้นห้องไหวไหมเนี่ย” ผมมองท่าทางสะลึมสะลือของมันอย่างเป็นห่วง น่ากลัวว่าจะไปหลับในลิฟต์ฉิบหาย

“ได้ มึงกลับไปได้แล้ว” มันพยักหน้าพลางปัดมือไล่ให้ผมขึ้นรถส่วนตัวมันก็ค่อยๆ เดินไปที่ประตู แม้จะไม่ได้เซอย่างคนเมาหัวราน้ำแต่ก็ไม่ใช่การก้าวเดินที่มั่นคงนัก ผมเดินอ้อมมาที่ประตูฝั่งคนขับแล้วก็มองมันไปด้วย รอจนกระทั่งมันสแกนนิ้วเปิดประตูเข้าไปข้างในอย่าง ผมถึงเบาใจเปิดประตูขึ้นรถขับออกมา



“มองไร กินไปสิ”

ผมถลึงตาใส่ไอ้เอิร์ธที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รู้สึกว่ามันเหลือบมองผมเป็นพักๆ เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดสักที จนผมเริ่มรำคาญ

เมื่อคืนผมกลับถึงห้องก็ตีสี่กว่า ไอ้เอิร์ธหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง ผมไม่อยากปลุก อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเสร็จก็ล้มตัวลงนอนข้างมัน ยังไม่ทันหลับดีก็โดนถีบตกเตียง แล้วยังโดนอะไรต่อมิอะไรเขวี้ยงใส่ไม่ยั้งอีก กว่าจะรู้ว่าใครเป็นใครผมก็เจ็บตัวฟรีไปเรียบร้อย พอถามว่าเป็นอะไรมันก็บอกนึกว่าผมเป็นขโมย ขโมยที่ไหนจะมีอารมณ์มานอนบนเตียงวะ ผมหัวเสียใส่มันพักหนึ่ง แล้วก็ลงไปงีบต่อ ตกเที่ยงก็ออกมาหาอะไรกินใต้หอ แน่นอนว่าไอ้เอิร์ธเลี้ยง ไถ่โทษเรื่องที่มันลงมือลงไม้กับผม

“ไหนมึงบอกจะค้างกับบีบีวะ” ไอ้เอิร์ธถามอย่างสงสัยหลังจากถูกผมขวางตาใส่

“กูอยากกลับมานอนห้องไม่ได้หรือไง”

“เปล่า แค่ถามดูเฉยๆ” แล้วมันก็ก้มหน้าลงกินโจ๊กต่อ ผมมองมันอย่างรู้สึกติดใจเหมือนมีบางอย่างแปลกๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร

พูดถึงบีบีตั้งแต่เมื่อคืนก็เงียบไปเลย ผมมองชำเลืองมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง แทนที่จะพะวงเรื่องบีบีผมดันคิดถึงอีกคนแทน

ไม่รู้ตอนนี้ไอ้เหี้ยไนท์จะตื่นหรือยัง...

“คราวหลังถ้ามึงจะกลับมานอนห้องก็บอกกูก่อน กูจะได้ไม่ตกใจ” จู่ๆ เอิร์ธมันก็พูดขึ้น ผมรู้ว่ามันยังรู้สึกผิดต่อผมกับเรื่องเมื่อเช้า แต่อีกนัยฟังจากน้ำเสียงมันก็ยังโทษว่าเป็นความผิดผมอยู่ และนั่นก็ทำให้ผมตอบกลับอย่างระอาใจ

“กูไม่ใช่พี่กันต์สักหน่อย มึงจะตกใจอะไร”

พอเอ่ยชื่อพี่กันต์ไอ้เพื่อนเอิร์ธของผมก็หน้าหน้าตึงทันที แววตาหม่นมีความเศร้าแฝงอยู่

“มึงยังคิดถึงพี่กันต์อยู่ป่ะเนี่ย”

“กูจะไปคิดถึงคนแบบนั้นทำไม”

“....” ผมเพ่งมองหน้ามันอย่างต้องการจะพิสูจน์ว่ามันพูดจริงไหม แต่ไอ้เหี้ยเอิร์ธไม่ยอมสบตาผมเลย แค่นี้ก็รู้แล้วว่ากำลังหลอกตัวเองอยู่

“มึงไหวไหมเอิร์ธ”

“ไหวอะไร”

“มึงก็รู้ว่ากูหมายถึงอะไร”

“รีบกินเถอะ จะได้รีบไป กูจะรีบไปดูห้อง เมื่อเช้าเจ้าของหอโทรมาบอกว่ามีคนจะย้ายออก”

“เออ! แล้วหอแถวไหน กูว่างเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน”

“มึงไม่ต้องไปเทคแคร์บีบีหรือไง”

“ไม่ล่ะ”

“มึงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?” เอิร์ธถามกลับ สายตามันส่อแววสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างผมกับบีบีอย่างชัดเจน ผมสบตามันแวบหนึ่ง ลังเลว่าจะเล่าเรื่องเมื่อคืนดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถึง

“ไม่มี บีบีไปต่อกับเพื่อนกูก็เลยกลับก่อน”

“อ้าว มึงไม่ไปด้วย”

มึงนี่ซอกแซกจังวะเอิร์ธ

“มีแต่ผู้หญิง จะให้กูไปทำอะไร นั่งฟังพวกนั้นเมาท์กันหรือไง น่าเบื่อสัส กลับมานอนไม่ดีกว่าเหรอ”

“เหรอ?” เอิร์ธพยักหน้าอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ผมเองก็ไม่ได้ดึงดันจะให้มันเชื่อทั้งหมด เลยไม่ได้พูดอะไรอีก



Talk :: รู้ว่ามีคนเสียดาย พี่ไนท์ไม่ได้กินตะวัน ฮาา หรือนี่คือแผนอ่อยระยะยาว ต้องลุ้นเน้อ 

แต่ตอนนี้เหนื่อยกับเทศกาลสงกรานต์มาก นอนแป๊บบ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น