เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 10

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2562 02:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 10
แบบอักษร

10 





“อือหือ ร้านข้าวเพียบ” พีคพึมพำอยู่คนเดียวพลางกวาดสายตามองร้านอาหารข้างทางที่ยังมีคนพลุกพล่านเดินมากินเรื่อยๆ

“ร้านปิดตีสาม เปิดห้าโมงเย็น คนส่วนใหญ่ที่มากินเป็นพวกทำโอที ไม่ก็นักศึกษา ไม่แปลกหรอกที่คนจะเยอะต่อให้มันจะเลยเที่ยงคืนแล้ว” เพลิงยืนบอกพีคที่ยืนอยู่ข้างๆ พีคเองก็ฟังที่เพลิงบอกแล้วมองดูร้านที่พอจะเข้าตาบ้าง  

    ตอนนี้เพลิงกลับเข้าโหมดปกติแล้วหลังจากพึ่งดราม่าไปเมื่อไม่นาน แต่หน้าก็ยังตึงใส่พีคอยู่เหมือนเดิม เพราะยังเคืองไม่หาย พีคยืนมองหาร้านที่พอจะมีโต๊ะว่างให้นั่ง เนื่องจากคนค่อนข้างเยอะ แต่ก็ต้องรีบหันกลับมามองเพลิงเมื่อมีบุคคลปริศนาตะโกนเรียกเพลิง 

“พี่เพลิงงงง” เสียงใสของหญิงสาวยืนตะโกนพร้อมโบกมือเรียกเพลิงเผยรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจ พีคย่นคิ้วมองอย่างสงสัย เพราะคนที่เรียกยังดูเป็นเด็กม.ปลาย ต่างกับเพลิงที่เป็นเด็กมหาลัย แต่มองได้ไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้ามาเกาะแขนเพลิง  

“ไง แตงกวา ทำไมยังไม่นอนอีก” เพลิงว่าพร้อมยกมือขึ้นไปขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู 

“พรุ่งนี้โรงเรียนหยุด เลยโดนแม่เรียกออกมา ว่าแต่พี่เถอะ ทำไมพึ่งมาป่านนี้ล่ะ แล้วนี่มาคนเดียวหรอ พี่แก้มล่ะ?” ชื่อเรียกของบุคคลที่สามทำเอาเพลิงหยุดชะงัก พลางเหลือบไปมองพีคที่อยู่ข้างๆ ซึ่งพีคก็มองเพลิงกลับแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหันไปยิ้มให้อีกคนที่ยืนเกาะแขนเพลิง

“เพลิงเค้ามากับพี่น่ะ แก้มเค้าไม่ว่าง” พีคหันไปคุยกับแตงกวา ส่วนแตงกวาที่พอเจอพีคถึงกับยืนมองตาค้าง ไม่นานหน้าก็ขึ้นสีตามมา ก่อนจะสะกิดคนข้างๆให้ก้มมาคุย 

“ใครน่ะพี่ โครตเร้าใจ” แตงกวากระซิบบอกเพลิงข้างหู แต่เพลิงที่พอได้ยินเกือบสำลักน้ำลาย ไม่คิดว่ารุ่นน้องตัวเองจะชอบอะไรแบบนี้ 

“ถามพี่ตรงๆก็ได้ พี่ไม่ว่าหรอก” พีคพูดแทรกขึ้นเพราะได้ยินที่แตงกวาถาม แตงกวาผละออกจากเพลิงก่อนจะหันไปยิ้มเขินให้พีค ส่วนเพลิง เมื่อเห็นอาการน้องตัวเองถึงกับถอนหายใจ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องเขาถึงชอบ เพราะพีคสูงและตัวใหญ่กว่าเพลิง แถมยังหล่อออกไปทางเท่ รวมทั้งรอยสักและการแต่งตัวที่ดูสบายๆอย่างเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนขายาว บางวันก็ใส่ขาสั้นเสมอเข่า ซึ่งโดยรวมต่างจากเพลิงลิบลับ 

“สวัสดีค่ะ ชื่อแต่งกวา อยู่ม.5 เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าพี่เพลิงค่ะ” แตงกวาแนะนำตัวกับพีค มองพีคด้วยสายตาแพรวพราวอย่างออกนอกหน้าที่ใครมองก็รู็ทันทีว่าเด็กคนนี้คิดอะไรอยู่ 

“ดีครับ พี่ชื่อพีคนะ เป็นเพื่อนไอ้เพลิง” พีคยิ้มตอบกลับอีกฝ่าย เพลิงหันหน้าไปอีกทางพร้อมมองบนอย่างเซ็งๆ ไม่อยากยอมรับสิ่งที่พีคพูดเลยสักนิด  



        // ใครอยากจะไปเป็นเพื่อนกับมันกัน เหี้ยเกินเบอร์ขนาดนั้น // เพลิงว่าออกมาในใจ 



“อ๋อ พี่เป็นเพื่อนพี่เพลิงนี่เอง แต่ทำไมหนูไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติพี่เพลิงชอบพาเพื่อนกับแฟนมากินข้าวที่นี่บ่อยๆ ส่วนใหญ่หนูก็เคยเห็นหน้ามาหมดแล้วทั้งนั้น แต่พี่นี่แปลก แหวกแนวเพื่อนพี่เพลิงมากอ่ะ” แตงกวาว่าอย่างสงสัย  พีคยิ้มให้คนอยากรู้แล้วหัวเราะในลำคออกมา เตรียมที่จะพูดอะไรบางอย่าง 

“เอาจริง พี่ก็ไม่เชิงเป็นเพื่อนมันหรอก จริงๆแล้วพี่เป็นผะ..” ยังไม่ทันที่พีคจะได้พูดอะไรออกมาหมด ก็ถูกเพลิงเอื้อมมือมาปิดปากเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย พีคมองยิ้มเมื่อเห็นท่าทางลนลานของเพลิง แต่ก็ยอมอยู่ให้เพลิงปิดปาก โดยที่เพลิงหันไปบอกน้องที่ยืนงงอยู่ใกล้ๆ 

“ไปบอกป้าอรนะว่าพี่มา ฝากดูโต๊ะให้ด้วยเดี๋ยวพี่เข้าไป” เพลิงสั่งรัว จนคนน้องพยักหน้างึกงักอย่างงงๆ แล้วเดินหันหลังกลับไปที่ร้าน ปล่อยให้เพลิงอยู่กับพีคสองคน เพลิงถอนหายใจโล่งอกเมื่ออุดปากพีคได้ทัน และเตรียมที่จะหันไปด่าพีค แต่ว่า.. 


แผลบ 


    เพลิงรีบชักมือกลับออกมาอย่างตกใจ แถมหน้าขึ้นสีเมื่อถูกพีคเลียเข้าที่มือ เพลิงจับข้อมือของมือข้างที่ถูกเลียพร้อมมองหน้าพีคอึ้งผสมตกใจ ไม่คิดว่าพีคจะทำแบบนี้  พีคยืนมองเพลิงด้วยสายตายียวนเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะยกยิ้มกวนขึ้นมา  

“ชักหิวแล้วสิ” พีคว่า ก่อนจะเดินผ่านตัวเพลิงไป ปล่อยให้เพลิงยืนอึ้งคิดคำด่าอยู่คนเดียวที่เดิม 

“ไอ้..เหี้ย” เพลิงด่าออกมาไม่ดังเพราะคิดคำด่าไม่ออก ก่อนจะเดินหน้าบึ้งไปที่ร้านของแตงกวา โดยมีพีคยืนยิ้มกวนอยู่หน้าร้าน 

“โต๊ะว่างแล้วพี่ คนพึ่งออกไปพอดี” แตงกวายิ้มบอก ก่อนจะพาเพลิงกับพีคไปนั่งโต๊ะที่อยู่ริมถนน ไม่นานแตงกวาก็เดินเอาน้ำมาเสิร์ฟพร้อมกับแม่ที่เข้ามารับออเดอร์และทักทายเพลิง 

“หายไปเลยนะเรา” แม่ของแตงกวาทัก พร้อมส่งยิ้มให้อย่างใจดี  

“สวัสดีครับป้าอร ช่วงนี้ผมฝึกงานน่ะ เลยไม่ได้แวะมา” เพลิงยกมือไหว้ทักทายป้าอร พร้อมบอกเหตุผลที่ตัวเองไม่ได้แวะมา คนแก่กว่ามองเพลิงอย่างเอ็นดูเพราะเห็นเพลิงมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะหันไปยิ้มให้พีคอีกคนที่ยกมือไหว้ตามเพลิง 

“ไหว้พระเถอะลูก เพื่อนตาเพลิงหรอเราน่ะ” ป้าอรถามพีค 

“ครับ เป็นเพื่อนที่ทำงาน” พีคตอบ ป้าอรพยักหน้ารับ  

“แล้ววันนี้จะกินอะไรกันล่ะ ป้าขายแต่ก๋วยเตี๋ยวนะ” ป้าอรพูดกลั้วตลก  

“ผมเอาเหมือนเดิมครับ บะหมี่ต้มยำหมูมะนาว” เพลิงสั่ง ก่อนจะเหลือบไปมองพีคที่ยังเหมือนคิดเมนูอยู่ว่าจะกินอะไรดี เพราะร้านป้าอรขายทุกสารพัดก๋วยเตี๋ยว แต่ที่เด็ดสุดคงจะเป็นต้มยำที่เพลิงสั่ง 

“แล้วเราล่ะ เอาอะไร” ป้าอรหันไปถามพีคที่ยังนั่งนึกเมนูอยู่ 

“เอาเหมือนผมให้มันแล้วกันป้า กว่าจะคิดออกผมไม่ต้องกินพอดี” เพลิงบ่นออกมาพร้อมสั่งก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันให้พีค พีคเหลือบมองเพลิงดุๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ป้าอีกครั้ง 

“ตามนั้นก็ได้ครับ” พีคว่าตาม ป้าอรเมื่อได้เมนูแล้วก็เดินกลับเข้าไปทำก๋วยเตี๋ยวให้ทั้งคู่  

   ในระหว่างที่รอพีคกับเพลิงก็เอาแต่นั่งเงียบใส่กัน ไม่มีใครยอมพูดกับใครก่อน ทำให้บรรยากาศเริ่มอึดอัด เพลิงทำทีมองอะไรเรื่อยเปื่อยไม่คิดที่จะสนใจคนที่นั่งตรงข้าม เพื่อลดความอึดอัดลง แต่กับพีค ต่อให้ไม่สนใจ แต่ก็มักจะแอบมองเพลิงอยู่ตลอด ไม่นานนัก แตงกวาก็เข้ามาเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ  

“ของพวกพี่ได้แล้วจ่ะ แต่ของพี่พีคหนูเพิ่มหมูกับลูกชิ้นให้นะ บริการพิเศษฟรีจ่ะ” แตงกวาว่ายิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี มองพีคด้วยสายตาแพรวพราวเป็นปลื้ม ตัดมาที่เพลิงที่มองน้องตัวเองสลับกับถ้วยก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า ขมวดคิ้วงง 

“เดี๋ยวแตง ทำไมมันได้พิเศษ แล้วของพี่อ่ะ” เพลิงรีบท่วง เพราะชามของพีคได้เยอะกว่าเขา แถมยังพิเศษฟรี ต่างจากชามของเพลิงลิบลับ ที่ได้ปกติไม่มีเพิ่มเติมเข้ามา 

“ให้พี่เพลิงโสดก่อน หนูถึงจะให้ แต่สำหรับพี่พีค เค้าหล่อสเปกหนู ให้แน่นี้ถือว่าจิ๊บๆ” แตงกวาว่า ปล่อยความกระดี๊กระด๊าพลางมองหน้าพีคทำตาปริบๆ ด้วยความที่เพลิงรู้จักแตงกวามานาน อาจจะพอรู้ว่านิสัยเด็กคนนี้เป็นยังไง แต่ความออกนอกหน้านี้ ทำเอาเพลิงแทบกุมขมับ ขนาดตอนพาเพื่อนคนอื่นมาไม่ยักเห็นจะเป็นแบบนี้ 

“รีบไปช่วยแม่ทำงานไป พวกพี่จะกินข้าว” เพลิงบอกไล่แตงกวาไม่ค่อยจริงจังนัก แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายย่นจมูกใส่เมื่อถูกเพลิงขัดอารมณ์ 

“ก็ได้ พี่พีค เดี๋ยวหนูมาคุยใหม่นะ กินมห้อร่อยล่ะ ไปละ” แตงกวาหันไปยิ้มให้พีคอีกที ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่เพลิงเดินสะบัดตูดหนี เพลิงส่ายหน้าน้อยๆกลั้วขำในลำคอเบาๆกับท่าทางคนอ่อนกว่า  เพลิงหันกลับมาสนใจก๋วยเตี๋ยวต่อ แต่ก็ต้องหยุด เพราะเห็นว่าพีคมองมาที่เขานิ่ง 

“มีอะไร” เพลิงย่นคิ้วถาม 

“มึงยังไม่ได้บอกน้องมึงหรือไง ว่าเลิกกับน้องกูแล้ว” คำถามของพีคทำให้เพลิงชะงัก  

“ยัง กูไม่ได้มานี่เลยตั้งแต่เลิกกับแก้ม “ เพลิงบอกเสียงเรียบ ก่อนจะก้มหน้าไปสนใจตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก 

“มึงพาน้องกูมากินข้าวที่นี่บ่อย ถูกมั้ย ตั้งแต่ตอนไหน?” พีคยังคงถามต่อ 

“นานแล้ว ตั้งแต่ม.ปลาย “ เพลิงว่าพลางกินก๋วยเตี๋ยวต่ออย่างไม่ใส่ใจ คำตอบของเพลิงทำให้พีครู้ทันทีว่าเพลิงกับแก้มรู้จักกันตอนไหน แต่ที่ยังทำให้สงสัยคงเป็นเรื่องโรงเรียนที่แก้มเรียนอยู่ตอนม.ปลาย 

“มึงไปรู้จักน้องกูได้ไง ในเมื่อแก้มเรียนหญิงล้วน” พีคถามเพลิงนิ่ง เพลิงที่กินก๋วยเตี๋ยวอยู่หยุดกิน แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย 

“แล้วมึงไม่รู้หรอไงว่าข้างๆหญิงล้วนมีโรงเรียนวัดอยู่ใกล้ๆ” เพลิงตอบกลับพีค แต่ก็ทำให้พีคพอจะเข้าใจอะไรพอสมควร 

“ดอกฟ้ากับหมาวัด ถูกมั้ย” พีคพูดแซะเพลิงอย่างชัดเจน และพอจะจำอะไรได้บ้าง เพราะแก้มเคยเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องมีเด็กนักเรียนวัดมาจีบ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเพลิงที่เรียนอยู่โรงเรียนนั้น 

“จะคิดอะไรก็เรื่องของมึง ตอนนี้กูเลิกกับแก้มไปแล้ว ช่วยเลิกซักไซ้ซะทีจะได้มั้ย แล้วก๋วยเตี๋ยวน่ะแดกเข้าไปซะ เย็นแล้วมันจะไม่อร่อย” เพลิงว่าออกมาเสียงขุ่น ก่อนจะก้มหน้ากลับไปกินก๋วยเตี๋ยว พีคเองก็กลับไปกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน แต่ก็ยังถามเพลิงเรื่อยๆ 

“กูสงสัย มึงบอกพ่อไม่เอามึงถูกมั้ย แล้วทำไมมึงถึงได้เข้าไปเรียนมหาลัยเอกชนแพงๆที่เดียวกับน้องกูได้ หรือว่าเขายอมส่งเสียมึง ในเมื่อตอนม.ปลายมึงเรียนโรงเรียนวัดค่าเทอมถูกๆ” คำถามของพีคทำให้เพลิงหยุดกินอีกครั้ง ลืมไปเลยว่าตัวเองได้พูดอะไรออกมาก่อนหน้านี้ ก่อนจะเงยหน้าย่นคิ้วใส่พีค 

“โรงเรียนวัดกูเรียนมาตั้งแต่ม.ต้น ก่อนที่เค้าจะรับกูเข้าบ้าน แต่กูแค่ขี้เกียจย้ายไปเอกชนเลยเรียนต่อยาวจนจบ ส่วนมหาลัย กูเป็นเด็กทุน ไม่มีใครต้องช่วยกูจ่ายค่าเทอมนอกจากค่ากิน ซึ่งเงินพวกนี้พี่กูเป็นคนออก ไม่ใช่พ่อ” เพลิงว่า  

“มึงเนี่ยนะเด็กทุน ทุนอะไร วิชาการ?” พีคเลิกคิ้วอดถามออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเพลิงเป็นถึงเด็กทุนมหาลัยที่น้องเขาเรียน เพราะที่นี่การจะได้ทุนเรียนฟรีต้องเรียนเก่งพอสมควร 

“ทุนนักกีฬา กูสอบวิ่งได้ที่หนึ่งกับผลการเรียนถึงเกณฑ์” แม้ว่าเพลิงไม่ได้พูดอวด แต่ก็ทำให้คนฟังรู้สึกทึ่ง คาดไม่ถึงว่าเพลิงจะเป็นถึงนักเรียนทุนกีฬาแถมหัวยังดีอีก ไม่แปลกใจเลยว่าตอนที่เพลิงหนีเขา ทำไมถึงได้วิ่งเร็วกว่าคนปกติ  

“มีอะไรถามต่อมั้ย กูจะแดก” เพลิงรีบถามดัก กลัวว่าพีคจะถามอีกรอบ  พีคไหวไหล่สายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่ถาม ทำให้เพลิงกลับไปกินต่อ พีคเองก็กินต่อเหมือนกัน พลางนึกชมป้าอรที่ทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้ถูกปากโดยไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม  

    พีคกับเพลิงต่างกินของใครของมันได้ไม่นาน สักพักพีคก็คีบลูกชิ้นวางไว้ในชามเพลิง เพลิงหยุดกินนิ่วหน้ามองพีคงง ที่จู่ๆพีคก็เอาลูกชิ้นมาให้ 

“กูให้” พีคบอก 

“มึงใส่อะไรลงไปในลูกชิ้นป่ะเนี่ย” เพลิงถามอย่างระแวง เพราะด้วยนิสัยแล้ว พีคไม่น่าจะทำแบบนี้กับเขา พีคที่นั่งกินอย่างไม่ใส่ใจถึงกับย่นคิ้วตาม หลังถูกเพลิงกล่าวหา 

“กูจะใส่อะไรลงไปได้ล่ะ ก็เห็นอยู่ว่าเอามาจากชามกู ถ้าใส่กูคงโดนก่อนมึงแล้ว ที่กูให้เพราะกููเห็นมึงบ่นกับแตงกวาหรอก เดี๋ยวจะหาว่าความหล่อกูทำให้ผู้หญิงลำเอียง” เสียงบ่นของพีค ทำเอาเพลิงสำลักเส้นก๋วยเตี๋ยวในทันที ก่อนจะรีบคว้าน้ำกิน พีคส่ายหน้านิดหน่อย ตลกกับท่าทางของเพลิง 

"โครตหลงตัวเอง" เพลิงว่าออกมาหลังจากกินน้ำ

"หลงหรอ ไม่นะ กูส่องกระจกทุกวัน กูก็ว่าตัวเองโครตหล่อ คนอะไรหล่อแบบวัวตายควายล้ม มึงไม่คิดงั้นหรอ" พีคสาธยายความหล่อของตัวเองให้เพลิงฟัง พร้อมส่งยิ้มยักคิ้วใส่อย่างกวนๆ เพลิงหน้าเหยเกทันทีหลังจากที่พีคพูด

"แดกยาบ้างนะมึง อาการน่าจะหนัก" เพลิงว่าไล่พีคให้ไปกินยา เพราะแอบคิดว่าพีคคงบ้า ก่อนก้มไปลูกชิ้นที่พีคให้อย่างลืมตัว พีคยกยิ้มขำหลังจากปั่นเพลิงได้ แล้วก้มไปจัดการเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อในชาม

    ทั้งคู่ใช้เวลากินได้ไม่นานก็ลุกขึ้นไปจ่ายตัง โดยมื้้อนี้พีคเป็นคนออกให้ในขณะที่เพลิงยังยืนยันว่าจะจ่ายส่วนของตัวเองเอง แต่ก็ถูกพีคจ่ายเงินตัดหน้าไป เลยทำให้เพลิงเดินหน้ามุ้ยกลับไปยืนรอที่รถ ส่วนพีคก็ยืนคุยกับแตงกวาอยู่สักพักเพราะถูกน้องเข้ามาทักก่อนจะกลับ เพลิงยืนรอพีคคุยกับแตงกวาอยู่หน้ารถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นดูอะไรเรื่อยเปื่อย ก่อนจะย่นคิ้วมองจอเมื่อมีคนโทรมา 

“เบอร์ใครวะ?” เพลิงพึมพำคนเดียว ก่อนจะรับสายเบอร์แปลก “ ฮัลโหล” 

( ไอ้เพลิง นี่กูนะ) เสียงปลายสายดูคุ้นหู แต่เพลิงก็ยังงงเพราะไม่รู้ว่าใคร 

“นั่นใครน่ะ” เพลิงถามอีกรอบ 

( พี่แทนไง อย่าบอกนะว่าจำเสียงไม่ได้ ) ปลายสายอดว่าน้อยใจออกมาไม่ได้ เมื่อถูกเพลิงลืม เพลิงยืนนึกกระพริบตาสามทีก่อนจะนึกออกว่าไปปลายสายเป็นใคร เพลิงรีบคลายปมคิ้วแล้วยิ้มคุยทันทีเมื่อเป็นคนรู้จัก 

“อะไรเนี่ย หายหน้าไปนาน กลับมาอีกทีพร้อมเบอร์แปลก เที่ยวบ่อยจนโดนขโมยโทรศัพท์ใช่มั้ยเนี่ยพี่” เพลิงแอบแซวคนปลายสาย จนคนฟังถึงกับหลุดขำออกมา เพราะเพลิงดันเดาถูกเรื่องที่เขาถูกขโมยโทรศัพท์ 

( เออ โดนล้วง แม่ง วันนั้นไม่น่าเที่ยวคอนเสิร์ตเลย ออกมาอีกที เอ้า โทรศัพท์กูหายซะแล้ว เนี่ย..กูพึ่งไปซื้อเครื่องใหม่แล้วโทรหามึง แต่กว่าจะได้เบอร์มึงนี่ก็ยากพอตัว เพราะกูจำเบอร์มึงไม่ได้ ) แทนทั้งบ่นทั้งขำยามนึกถึงเรื่องที่เกิด เพลิงที่ฟังอยู่ก็ยิ้มขำตาม อาจจะเพราะแทนชอบทำของหายบ่อยเพลิงเลยเดาออกได้ง่าย 

“แล้วนี่พี่โทรมาหาผมทำไมเนี่ย อย่าบอกนะว่าคิดถึง โถ่ ผมแค่ไปฝึกงานเองนะ” เพลิงพูดแกล้งหยอกปลายสายเล่นอย่างอารมณ์ดี 

( แล้วถ้าบอกว่าคิดถึงล่ะ จะเชื่อมั้ย ) น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของแทนทำให้เพลิงหยุดชะงักแทบหุบยิ้ม ก่อนจะรีบตั้งตัวอีกทีเพราะคิดว่าแทนคงแกล้งหยอกเขากลับ 

“พี่ทำผมขนลุกนะเนี่ย พอเลยๆผมไม่พูดแล้ว” เพลิงรีบว่าออกมา 

( นี่กูพูดจริงนะเว้ย ไม่เจอหน้ามึงที่ชมรมตั้งนาน คนอื่นเค้าก็บ่นคิดถึงมึงกันหมด ) คำว่าคิดถึงของแทนทำให้เพลิงแอบโล่งใจ เพราะมันดันไม่ใช่คิดถึงในอีกความหมาย เพลิงหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเผลอไปแอบคิดอีกอย่าง

“พรุ่งนี้ผมว่างก่อนบ่ายสาม ผมแวะเข้าชมรมพรุ่งนี้ได้นะ” เพลิงบอก เพราะชมรมที่มอเปิดเกือบตลอดให้นักกีฬาเข้ามาซ้อม 

( เฮ้ย มาเลยๆ ดีเหมือนกัน กูจะได้ลองซ้อมกับมึงด้วย ) แทนว่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าเพลิงจะไป  

  ส่วนทางด้านพีค เมื่อเห็นว่าเพลิงยืนคุยโทรศัพท์ดูสนุกอย่างออกนอกหน้า ทำให้พีคสนใจเพลิงกลับทันที แตงกวาที่ยืนคุยกับพีคมองพีคอย่างงงๆ เพราะเห็นว่าพีคเลิกสนใจตนเองแต่กลับหันไปจ้องเพลิงนิ่งแทน  

“พี่ขอตัวนะ”  พีคว่าก่อนจะเดินจากแตงกวา ปล่อยเจ้าตัวยืนงงอยู่ที่เดิม พีคเดินเข้ามาหาเพลิงที่รถด้วยใบหน้าที่นิ่ง พอดีกับจังหวะที่เพลิงคุยเสร็จพอดี เพลิงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วหันไปดูพีค เพื่อดูว่ายืนคุยกับแตงกวาเสร็จยัง แต่ก็ต้องสะดุ้งหายใจเฮือก เมื่อคนที่จะหันไปมองกลับยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง เพลิงรีบหุบยิ้มทันทีที่พีคยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนพีคก็ย่นคิ้วใส่เมื่อเห็นว่าเพลิงหุบยิ้มใส่เขา 

“มึง..มาตอนไหน” เพลิงถามไม่เต็มเสียง 

“คุยกับใคร” เพลิงถึงกับยืนงง เมื่อพีคเข้ามาถามเขาเรื่องนี้เสียงแข็ง 

“เพื่อน”  

“คนไหน” พีคถามต่อ จนเพลิงขมวดคิ้วงงหนักกว่าเดิม งงว่าพีคจะถามทำไม 

“แล้วมึงรู้จักเพื่อนกูหรอ ถึงได้ถามน่ะ กูจำได้ว่าไม่เคยบอกเรื่องเพื่อนให้มึงฟัง” เพลิงเถียงกลับแอบหงุดหงิดเล็กๆที่พีคก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว 

“ก็รู้เยอะพอที่มึงจะแอบหนีไปกกที่ไหนได้แล้วกัน อย่ามาดูถูกเรื่องข้อมูลกับกูเชียว” พีคตอบกลับเพลิงเสียงเข้ม  แต่สิ่งที่ได้ยินทำให้เพลิงแทบอยากเอารองเท้าฟาดหน้า  



                // รู้เยอะ รู้จริง เสือกไปหมด // เพลิงว่าในใจอย่างเซ็งๆ 



“เก่งนัก มึงก็หาเอาเองแล้วกันว่าเพื่อนคนไหน แล้วก็ช่วยเปิดรถด้วย กูจะขึ้น” เพลิงว่าออกมาอย่างหงุดหงิด ยืนรอให้พีคปลดล็อครถ พีคยอมปลดล็อคให้เพลิงแต่โดยดี พลางยกยิ้มเย็นให้เพลิงก่อนจะเดินอ้อมกลับไปอีกฝั่งหลังเพลิงเข้าไปในรถแล้วปิดประตูแรงอัดใส่เขา พีคเดินเข้ามาในรถแล้วสตาร์ทรถเตรียมออก พลางเหลือบมองเพลิงแปปนึงก่อนจะขับรถพาเพลิงกลับไปที่บ้านของเขา โดยระหว่างขับรถทั้งคู่เอาแต่เงียบใส่กันตลอดทาง 


************************************************* 


เช้าวันใหม่ 


“เฮ้ย! ไอ้เพลิง มึงจะปีนรั้วไปไหนวะ!” คนที่กำลังปีนรั้วอยู่ถึงกับชะงัก เสียงตะโกนเรียกของดิวทำให้เพลิงหันไปมองและเบิกตากว้างเมื่อเห็นดิวยืนอยู่อีกฝั่งของรั้ว  

“ฉิบหาย” เพลิงถึงกับสบทออกมาเบาๆ 

     ตอนนี้เวลาตีห้าของวันใหม่ เพลิงใช้เวลานอนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็แอบลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเก็บของใส่ประเป๋าเป้ ก่อนจะแอบเดินลงมาล้างหน้าแปรงฟันข้างล่าง เพราะถ้าเข้าห้องน้ำข้างบนพีคตื่นแน่นอน และด้วยความที่ตอนนี้มันเป็นตีห้าเกือบหกโมง เพลิงเลยคิดว่ายังไม่มีคนมาเลยแอบปีนรั้วออก ส่วนประตูบ้านถูกคล้องกุญแจไว้ เพลิงเลยต้องใช้ทางนี้แทน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนมาเร็วขนาดนี้ 

“มึงรีบกลับลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่กูจะบอกเฮียว่ามึงแอบหนี” ดิวยังคงว่าไม่เลิก แต่เพลิงก็ไม่ใช่พวกจะทำตามคำสั่งใครง่ายๆ เลยกระโดดลงรั้วมาฝั่งที่ดิวอยู่นอกเขตบ้าน ดิวจ้องเพลิงดุ แอบอึ้งที่เพลิงไม่ทำตามที่พูดขนาดขู่เรื่องพีคไปแล้ว 

“หนีอะไร กูจะไปทำธุระต่างหาก” เพลิงย่นจมูกบ่นอุบใส่ดิว  เมื่อดิวคิดว่าเขากำลังแอบหนี  

“ธุระอะไรปีนรั้วตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง มึงกำลังหนีอยู่ชัวร์ แค่มันพลาดเจอกูก่อนเท่านั้นแหละ” ดิวเถียง 

“กูก็อยากหนีเหมือนกัน ถ้าไม่ติดที่ไอ้พีคมันไม่ถือเกรดกูไว้กับมันน่ะ”เพลิงอดว่าออกมาไม่ได้และเซ็งทุกครั้งที่นึกถึงมัน ดิวเองก็ลืมเรื่องที่เพลิงเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านพีคไปเลย ตอนแรกดิวคิดแค่ว่าเพลิงถูกพีคจับมาแค่เรื่องแก้มเลยทำให้เพลิงหนีจากพีคไม่ได้ แต่ก็มีอีกเหตุผลนึงเลยที่ดิวลืม คือใบประเมินเก็บชั่วโมงฝึกงานของนักศึกษา 

“แล้วนี่มึงจะไปไหนตั้งแต่เช้า” ดิวถามอีกรอบ 

“ไปมอ และถ้ามึงไม่เชื่อไปส่งกูก็ได้นะ” เพลิงว่าพลางยกยิ้มแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ความจริงแล้วแค่หาคนไปส่งเท่านั้น เพราะเช้าขนาดนี้คงหารถยากแล้วพีคคงตื่นมาก่อน ดิวหรี่ตามองเพลิงแปปนึง ก่อนจะพยักหน้าเออออยอมไปส่ง ดิวเดินนำเพลิงไปที่รถตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล แล้วพาคนแอบหนีไปยังมหาลัย ระหว่างทางที่ไป เพลิงก็คุยอะไรบางอย่างกับดิว 

“ไอ้ดิว กูถามอะไรหน่อย” เพลิงหันไปถามดิวที่ขับรถ 

“อะไร”  

“เฮียมึงทำอะไรกันแน่ ที่ไม่ใช่ร้านบาร์” น้ำเสียงจริงจังทำให้ดิวสะอึกไปแปปนึง แอบสงสัยว่าเพลิงไปรู้อะไรมา 

“ก็แค่บาร์ ทำไม” ดิวถามกลับ 

“ไม่ต้องโกหกหรอก กูรู้มาหมดแล้วเมื่อวาน แค่อยากรู้ว่าเฮียมึงเปิดทำพนันอะไรกันแน่” ดิวนิ่งเงียบไปหลังรู้ว่าเพลิงรู้เรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วยอมอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง 

“มันเป็นพนันเถื่อนของพวกคนมีเงินที่ต้องการหาความสนุกใส่ตัวน่ะ มันเป็นพนันที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว จะพนันอะไรก็ได้ ของเดิมพันก็เป็นอะไรก็ได้ แต่ว่าของต้องหนักเหมาะกับการลงทุน บางคนมาก็แบบชนิดที่ว่าพนันรอบเดียวหมดตัว เลยก็มี อย่างล่าสุดพนันหุ้นกัน ล้มละลายไปตั้งคนนึง ส่วนที่เฮียกูทำ เค้าเป็นแค่คนกลางที่ทำหน้าที่ตัดสินให้กับคนพวกนั้น เขาเลยเปิดห้องสำหรับพวกต้องการทำการพนันขึ้นมา และเพราะมันผิดกฎหมาย เฮียเลยขอรับเงินส่วนกลางเป็นการตอบแทนที่ต้องเปิดห้องคุยกันส่วนตัวสำหรับพวกผีพนันพร้อมบริการพิเศษต่างๆ ส่วนเงินที่ได้ก็เอามาให้เป็นเงินเดือนพวกกูบวกกับจ่ายใต้โต๊ะให้ตำรวจ เพื่อไม่ให้เข้ามาวุ่นวายที่ร้าน ร้านเฮียเลยไม่มีตำรวจเข้ามายุ่งเลยแม้แต่คนเดียว” ดิวอธิบายให้เพลิงฟังอย่างยาวเหยียด เพลิงพยักหน้าอย่างเข้าใจและรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดในคืนนั้นที่พีคเอาเขาไปเป็นของแถมให้กับฝรั่งแก่ พลางนึกโกรธเรื่องเมื่อคืนไม่หาย 

“แล้วรายได้ในบาร์มันไม่ดีหรือไง ถึงได้ไปเปิดห้องพนันลับๆนั่น ทั้งๆที่คนออกจะเยอะ” เพลิงถามต่อ 

“ก็ดี ดีมากเลยด้วย แต่เฮียต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมคุณแก้มไง เค้าเลยต้องเปิดห้องวีไอพีขึ้นมา ถ้าตัดค่าใช้จ่ายคุณแก้มไป ก็คือมีกินโดยไม่ต้องเปิดห้องนั้นเลย แต่ทำไงได้ เฮียรักคุณแก้มมาก ขออะไรก็ยอมหมด เลยหาเงินตัวเป็นเกลียวอย่างที่เห็น ยิ่งตอนนี้คุณแก้มเข้าโรงพยาบาลด้วย ค่าใช้จ่ายเลยยิ่งเยอะ” คำพูดของดิว แอบทำให้เพลิงรู้สึกผิดขึ้นมา  ถ้าไม่ใช่เพราะเพลิง พีคคงไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่ารักษาให้แก้มเพิ่ม

“แล้วพ่อไอ้พีคล่ะ ทำไมเค้าไม่ช่วย” เพลิงถามอีกรอบ ไม่ได้คิดจะถามถึงแม่เพราะรู้จากแก้มอยู่แล้วว่าแม่เสียไปตั้งแต่เล็ก แต่คำถามของเพลิงแอบทำเอาดิวถึงกับหางตาไปมอง 

“แล้วทำไมมึงไม่ไปถามเฮียเอง จะมาถามกูทำไม กูไม่ใช่เฮียนะ” ดิวถึงกับบ่น 

“แล้วเฮียมึงเคยคิดที่จะบอกอะไรกูมั้ย มีแต่เสือกเรื่องชีวิตกูไปวันๆเนี่ย” เพลิงถึงกับเถียงดิวกลับ 

“เออ กูบอกก็ได้ ..พ่อเฮียเป็นครูสอนภาษาน่ะ เมื่อก่อนทำงานไปกลับระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่เห็นว่าตอนนี้เป็นครูสอนประจำอยู่ที่โรงเรียนญี่ปุ่นแล้ว เลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เงินเดือนก็ไม่ได้สูงมาก ทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่เฮีย ส่วนบ้านที่มึงอยู่เป็นบ้านอีกหลังที่เฮียซื้อขึ้นมา ส่วนอีกหลังปล่อยให้คุณแก้มอยู่กับป้าสองคน เพราะเนื้อที่บ้านคุณแก้มไม่พอสำหรับพวกกูที่ต้องเข้ามาทำงานกับเฮีย” ดิวบอกก่อนพูดเสริมเรื่องบ้านให้เพลิงฟัง เพลิงนั่งฟังนิ่งและไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่ก็ทำให้รู้ว่าทำไมเพลิงถึงไม่เคยเห็นพีคเลยตอนที่ไปบ้านแก้ม  เพราะดูเหมือนช่วงที่เพลิงคบกับแก้มพีคคงย้ายมาอยู่อีกหลังแล้ว 

 ดิวขับรถมาสักพักก็ขับมาหยุดอยู่หน้ามอที่ตอนนี้ประตูยังปิดไว้อยู่ มีแค่ช่องประตูที่แง้มออกมาให้แค่คนเข้าเท่านั้น เพลิงหยิบกระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากรถ โดยไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณดิว เพราะปกติเพลิงมักจะบอกขอบคุณคนที่มาส่งเขาทุกครั้ง เว้นแต่พีคคนเดียวที่ไม่เคยพูดเลย 

“ขอบใจที่มาส่ง” เพลิงบอกเสียงเรียบ 

“มึงแน่ใจว่ามอมึงเปิดแล้วแน่นะ กูไม่เห็นแม้แต่หัวยามเลยเนี่ย” ดิวนิ่วหน้ามองรอบๆอย่างสงสัย 

“มอยังไม่เปิดหรอก เปิดตอนแปดโมงนู่น แต่ที่เขาแง้มเปิดไว้เพราะมีพวกนักกีฬาทุนจากต่างจังหวัดมานอนหอในนี้ต่างหาก” เพลิงบอกกับดิว 

“เอ้า แล้วมึงจะรีบมาทำไม”  

“กูขี้เกียจเจอหน้าเฮียมึง คงเข้าใจนะ ไปล่ะ” เพลิงว่าก่อนจะเดินหนีเข้ามอไปทันที ทิ้งให้ดิวนั่งอยู่ในรถหน้ามอคนเดียว  

   วันนี้เพลิงนัดแทนรุ่นพี่ในชมรมกีฑามานัดซ้อมวิ่ง เพราะเดี๋ยวจะมีคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาตัวแทนจังหวัดในเร็วๆนี้ ซึ่งเพลิงก็พึ่งมารู้จากแทนอีกทีเมื่อวานว่าอาจารย์ให้หาเวลาว่างซ้อมวิ่งเคาะสนิม เวลาคัดคนจะได้ไม่วิ่งอืด ตอนแรกเพลิงคิดจะไม่ลงคัดตัวนักกีฬาเพราะติดฝึกงาน แต่ด้วยความเป็นเด็กทุนจึงถูกบังคับ  เพลิงเดินเข้าไปยังโรงยิมใกล้ๆสนามบอลใหญ่ ก่อนจะเข้าห้องอาบน้ำไปอาบน้ำเนื่องจากตอนมานี่เพลิงไม่ได้อาบน้ำมา 

    เมื่อจัดการแต่งตัวใส่ชุดซ้อมวิ่งเสร็จ เพลิงก็เดินถือกระเป๋าออกไปยังสนามบอลที่ด้านข้างขอบสนามเป็นลานลู่วิ่ง สำหรับพวกนักกีฬาวิ่งแบบเขา เพลิงวางกระเป๋าไปยังสแตนเชียร์ใกล้ๆ แล้วยืนยืดเส้นยืดสายอยู่สักพักนึง ก่อนจะหันไปสะดุดเห็นคนกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ๆ 

“มาช้า” แทนทักคนมาช้าด้วยหน้างอนๆ ก่อนจะแวะไปหยิบน้ำที่วางอยู่บนสแตน 

“พี่มาเร็วไปป่ะเนี่ย” เพลิงถามยืนอึ้งมองคนตัวสูงกว่าตัวเองไม่มากที่เดินไปหยิบน้ำกิน ก่อนจะกลับมาหยุดที่เพลิงพร้อมส่งยิ้มกลับมาให้  

“ก็เห็นมึงนัดเช้า กูก็รีบออกมากลัวว่ามึงจะมารอ ที่ไหนได้ กลายเป็นกูรอซะงั้น” แทนบ่นอุบเมื่อกลายเป็นคนรอเพลิงซะเอง เพลิงส่งยิ้มแห้งให้พลางขอโทษขอโพยที่ต้องทำให้ต้องรอ แทนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาก็ไม่ได้จริงจังกับการรอเท่าไร 

“แล้วเลิกตอนสิบเอ็ดโมงมึงจะไปไหนต่อมั้ย เห็นเมื่อคืนมึงบ่น” แทนถามก่อนจะพาเพลิงวิ่ง ระหว่างนั้นก็คุยไปด้วย 

“ผมว่าจะแวะห้างหน่อย มีของอยากได้”  

“อะไรอ่ะ หนังสือการ์ตูน?” แทนเลิกคิ้วถาม เพราะพอจะรู้มาว่าเพลิงชอบอ่านการ์ตูนพอตัว 

“ไม่ใช่ เรื่องที่ผมอ่านเล่มยังไม่ออกเลย แต่ที่ผมจะซื้อมันอีกอย่างต่างหาก” เพลิงส่ายหน้าปฎิเสธ แล้วบอกแทนอีกอย่าง แทนเองก็มองเพลิงด้วยความอยากรู้ 

“แล้วอะไรล่ะที่อยากได้” แทนถามอีกรอบ คราวนี้เพลิงกลับยิ้มกว้างจนตาหยี่มาให้แทนเหมือนเด็กๆ ก่อนจะตอบแทนอย่างไม่อาย 

“เกมใหม่พี่ พึ่งออกแผ่นของ PS4 เมื่อวันก่อน  ถ้าไม่ว่าอะไรพี่ไปเป็นเพื่อนผมนะ แล้วก็..ก่อนไป พี่ช่วยแวะไปที่ห้องผมก่อนแปปนึง จะไปเอาเครื่องเกม” คำตอบของเพลิงทำให้แทนยิ้มขำออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู แทนลืมไม่เลยว่า นอกจากการ์ตูน ก็มีเกมนี่แหละที่เพลิงติดจัด 

*****************************************

ขอโทษค่ะคุณ มีคนขี้เผือกอยู่แถวนี้

ส่วนเพลิง คือแกตั้งใจหนีไปซื้อเกมถูกมั้ยลูก

ตอนนี้เรื่อยๆไปก่อนเนอะ เดี๋ยวอีกสักตอนค่อยจัดหนัก

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น