ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE ME 4: [คิริน ❤ ภัทธิรา] นกน้อยในกรงทอง 100%

ชื่อตอน : HATE ME 4: [คิริน ❤ ภัทธิรา] นกน้อยในกรงทอง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 00:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE ME 4: [คิริน ❤ ภัทธิรา] นกน้อยในกรงทอง 100%
แบบอักษร


HATE ME 4: นกน้อยในกรงทอง

ภัทธิราเดินกอดตัวเองออกมาด้วยท่าทีที่อิดโรย เสื้อผ้าเธอขาดวิ่น​และต่อให้รู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ไม่แสดงออกมาให้ใครได้เห็นทั้งนั้น คิรินเดินตามออกมาก็สั่งให้ธามแก้มัดภิชญ์ในทันที...แน่นอนว่าพอได้เป็นอิสระแล้วช่างภาพหนุ่มก็ตรงเข้าไปจะเอาเรื่องคนที่ทำร้ายพี่สาวของเขาเสียให้ได้ แต่ทว่า...


"หยุดนะภิชญ์ เรากลับกันได้แล้ว" ภัทธิราเข้ามาขวางน้องชายเอาไว้ "แค่นี้มันยังแย่ไม่พออีกหรอ?"


ภิชญ์สงบสติอารมณ์แต่ก็ยังคงมองคิรินด้วยความโกรธ "ต่อไปนี้มึงอย่ามายุ่งกับพี่สาวกูอีกนะ"


คิรินแค่นยิ้มเชิงสมเพชคนตรงหน้าเขา "เห็นทีจะไม่ได้ กูติดใจพี่สาวมึงแล้วล่ะ มันคงจะสนุกไม่น้อยนะถ้ามึงได้กูเป็นพี่เขย"


"ไอ้!!" ภิชญ์หยุดทุกการกระทำแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกสวมให้กับภัทธิรา "พี่ภัทรเดินไหวไหม?"


"พี่ไม่เป็นอะไร" ภัทธิรายังคงนิ่งตอบ เธอไม่คิดจะหันกลับไปมองด้านหลังเด็ดขาด


คิรินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งชอบใจ นึกว่าจะร้องไห้ฟูมฟายเสียอีก...ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกสนใจเป็นที่สุด ร่างสูงหันไปทางอานัสก่อนจะส่งกุญแจรถพร้อมกับกดโอนเงินเข้าบัญชีให้ "แกกับธามพาคุณผู้หญิงไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ มือถือใหม่ก่อนจะไปส่งที่บ้านด้วยล่ะ เดี๋ยวพ่อตากับแม่ยายฉันจะตกใจเสียก่อนถ้าเห็นลูกสาวสภาพนี้"


"ฉันซื้อเองได้ เก็บเงินของคุณไว้เถอะ" ภัทธิราหันกลับไปสู้สายตากับเขา "ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน"


"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ และก็อย่าได้หวังว่าจะได้เป็นอิสระอีกเลย" คิรินทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินไปหอมแก้มหญิงสาว เขาแสยะยิ้มให้กับภิชญ์ที่ตอนนี้คลั่งจนแทบจะกลายเป็นบ้าไปแล้ว "อย่าลืมข้อตกลงของเราก็แล้วกัน"


ภัทธิราตอบกลับด้วยความเย็นชา "คุณเองก็อย่าลืมข้อแลกเปลี่ยนของฉันด้วยล่ะ"


ภิชญ์ไม่รอช้าที่จะพาพี่สาวของเขาเดินออกมา ภัทธิราเลือกที่จะไม่กลับบ้านในตอนนี้แต่เธอเลือกที่จะอยู่บริษัทก่อนดีกว่าเพราะตอนนี้ยังไม่อยากจะพบเจอใครทั้งนั้น ด้วยความเป็นห่วงภิชญ์เองก็ไม่อยากปล่อยเธอไว้คนเดียว...เรื่องนี้เขามีส่วนที่ทำให้มันเกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แต่อย่างน้อยก็หาทางป้องกันหลังจากนี้ได้บ้างก็ดี


บริษัท NIRINCHA


ภัทธิรานั่งลงเงียบๆที่โซฟาในขณะที่น้องชายของเธอจัดเตรียมข้าวของที่ซื้อมาเมื่อสักครู่นี้ให้ "พี่ภัทรกินยานี่ก่อนนะ มันเป็นยาคุมฉุกเฉิน มันไม่ได้ป้องกันใช่ไหม? จะได้ไม่ท้องกับมันไง"


"ไม่ต้องพูดเยอะหรอก พี่ไม่อยากฟัง" หญิงสาวต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนแต่เธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงอยู่ดี เธอรับยาในมือของน้องชายมาทานไม่นานน้ำตาก็ไหลออกมา ภิชญ์เห็นแบบนี้ก็รู้สึกเศร้าใจโอบกอดพี่สาวเอาไว้หวังจะช่วยปลอบโยน "ฮึก ฮือๆ ภิชญ์ทำแบบนั้นทำไม!!?"


"ผมเปล่า คือ..."


"คืออะไร? ทำไมไม่พูด"


"คือมัน !! ผมไม่เคยคิดทำแบบนั้นกับวีณาจริงๆนะ ต่อให้ผมจะกะล่อนเจ้าชู้แต่ผมก็ไม่เลวถึงขนาดที่จะพังชีวิตใครด้วยการพาไปรุมโทรมแบบนั้นหรอก ที่ผมตีสนิทกับวีณาก็เพราะ..." ภิชญ์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเริ่มเล่าความจำเป็นที่เขาจะต้องเข้าหาวีณา ภัทธิราหยุดสะอื้นแล้วตั้งใจฟังเกี่ยวกับสาเหตุเรื่องนี้ "ผมช่วยงานพี่นนท์พยายามจะเอาความลับของคาสิโนนั่นมาจากวีณา พี่นนท์สงสัยว่านายคิรินจะเปิดคาสิโนบังหน้าไว้ทำสิ่งผิดกฎหมายแล้วก็ตามสืบเรื่องนี้อยู่ จะบอกว่าผมเลวก็ได้ที่หลอกใช้ยัยนั่น! แต่...ดันเป็นเด็กดีซะอีก ผมเอ็นดูวีณาแบบน้องสาวคนหนึ่ง ถึงจะคิดเรื่องบนเตียงด้วยก็ทำไม่ลง"


ภัทธิราแม้จะฟังหูไว้หูแต่แววตาของน้องชายเธอนั้นไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย "แล้วเรื่องรูปภาพนั่นล่ะ แล้วคลิปนั่นมันมาได้ยังไง?"


"เรื่องคลิปจะเอาผมไปเข้าเครื่องจับเท็จก็ได้...ผมไม่รู้เรื่องนั้นจริงๆนะพี่ภัทร! ส่วนรูปภาพผมยอมรับว่าคืนนั้นเมามากจริงๆ ตื่นมาก็เจอว่านอนอยู่กับวีณาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถ่าย! ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะหาทางออกเรื่องรับผิดชอบแต่ก็ไม่ทัน...วีณาฆ่าตัวตายซะก่อน" ภิชญ์จับมือเธอแน่นหวังว่าเธอจะเข้าใจเขาบ้าง "ที่ผมบอกใครไม่ได้ก็เพราะแผนเปิดโปงไอ้คิรินของพี่นนท์จะพัง อีกอย่าง...ผมไม่รู้จริงๆว่ามีคลิปนั่นด้วย"


ภัทธิราดึงมือออก "แผนของนนท์ไม่พังหรอก แต่คนที่พังก็คือพี่!" ร่างบางยืนขึ้นแล้วค่อยก้าวไปยังประตูก่อนจะเปิดไปยังห้องพังด้านหลัง "ภิชญ์กลับบ้านเถอะ พี่อยากอยู่คนเดียว"


"ไม่ได้ครับ ผมไม่อยากให้พี่ภัทรคิดสั้น"


"พี่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ภิชญ์ไปหาทางแก้ไขปมที่ผูกขึ้นมาเถอะ" หญิงสาวไม่รับฟังอะไรอีก เธออยากที่จะอยู่เงียบๆกับตัวเองสักพัก แม้จะรู้ว่าเหตุผลของน้องชายคืออะไรแต่ตอนนี้เธอบอบช้ำเหลือเกิน หลังจากนี้คงจะต้องเจออะไรมากขึ้น แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรับมือไปได้อีกนานแค่ไหนกัน


สองวันต่อมา...


ภัทธิรายังคงใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองเงียบๆ ตามลำพัง ไม่ได้ติดต่อกับใครมากจนหลายๆคนเริ่มเป็นกังวล แม้ว่าภิชญ์จะบอกกับคนทางบ้านว่าเธอกำลังวุ่นวายเรื่องงานแต่สุดท้ายพี่ชายฝาแฝดของเธอก็อดไม่ไหวที่จะมาหา ภาคย์เดินทางมาหาน้องสาวของเขาพร้อมกับของฝากเต็มไม้เต็มมือไปหมด


"ภัทรไม่กลับบ้านมาสองวัน ติดต่อก็ไม่ได้ มีอะไรทำไมไม่บอกล่ะ" พอได้เจอหน้าน้องสาวภาคย์ก็บ่นตามประสาของคนที่เป็นห่วง "ภาคย์ซื้ออาหารสดกับอาหารแห้งมาติดไว้เผื่อภัทรจะหิว"


"ขอบใจนะภาคย์ ช่วงนี้ภัทรยุ่งๆน่ะ โทรศัพท์เสียก็กำลังเอาไปซ่อมอยู่ บอกที่บ้านด้วยนะเสร็จงานนี้แล้วจะรีบกลับ" ภัทธิราก้มหน้าดูตัวอย่างลิปสติกที่เธอกำลังจะผลิตออกมาเร็วๆนี้


ภาคย์ใช้สองมือประคองใบหน้าของเธอขึ้นมา ตั้งแต่เด็กจนโตเขาและเธอเป็นแฝดที่ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา ภาคย์รู้ดีว่าภัทธิราเป็นคนที่ร่าเริง สดใส แต่คนตรงหน้าในตอนนี้แปลกไปจริงๆ "เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าภัทรโกหกไม่เก่ง แต่ถัายังไม่อยากบอกตอนนี้ก็ไม่เป็นไรนะ พร้อมเมื่อไหร่ภาคย์รอรับฟังอยู่"


"จ้ะ" แม้อยากจะพูดอะไรมากมายแต่ภัทธิราก็เลือกที่จะเงียบ สภาพจิตใจเธอยังไม่พร้อมจะพูดให้ฟังในตอนนี้จริงๆ ภาคย์เดินไปนั่งที่โซฟาสักพักอาการของเขาก็ดูร้อนรนเสียจริง ร่างสูงคอยมองดูนาฬิกาจนภัทธิราเผลอหลุดหัวเราะออกมา "รอเวลาไปรับไออุ่นหรอภาคย์?"


"ไม่ใช่หรอก เดี๋ยวภาคย์จะมีประชุมต่างหาก"


"หรอ? เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าภาคย์เองก็โกหกคนไม่เก่ง"


"...."


พอโดนจี้จุดตายเข้าไปภาคย์ก็นั่งนิ่งราวกับก้อนหิน สองพี่น้องอยู่ด้วยกันท่ามกลางความเงียบงัน แต่ไม่นานนักก็ถูกทำลายลงเพราะแขกที่กำลังมาหาภัทธิราในตอนนี้ ปาลินเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล เลขาสาวมองสลับไปมาระหว่างฝาแฝดคู่นั้น "คุณภัทรคะ มีแขกมาขอพบค่ะ"


"ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย?" ยังไม่ทันที่ภัทธิราจะได้พูด ภาคย์ก็ชิงถามตัดหน้าเธอไปเสียก่อน


"ผู้...ผู้ชายค่ะ เขาบอกว่าเป็นตัวแทนของคนชื่อคิริน" ปาลินก้มหน้าลงเพราะรู้ดีว่าภาคย์ไม่ค่อยชอบใจเวลาที่มีผู้ชายเข้ามาหาน้องสาวของเขา


ภัทธิราได้ยินชื่อนี้ก็อ้ำอึ้งไปชั่วขณะ เธอประเมินสถานการณ์คร่าวๆ "เขาเป็นลูกค้าของภัทรเองล่ะ ภาคย์ก็อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ"


"เดี๋ยวนี้บริษัทเครื่องสำอางมีฐานลูกค้าเป็นผู้ชายแล้วหรอ?" แฝดพี่ตั้งข้อสงสัยทั้งๆที่รู้ว่าคำตอบที่จะได้นั้นจะออกมาในทิศทางไหน


ภัทธิราถอนหายช้าๆ "จะขยายตลาดก็ต้องวางฐานลูกค้าให้หลากหลาย จะสี่โมงเย็นแล้วนะ...ภาคย์รีบไปเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันไออุ่นเลิกเรียนหรอก" หญิงสาวจัดของบนโต๊ะทำงานอย่างเป็นระเบียบแล้วหันไปยิ้มให้ปาลิน "พาลูกค้าเข้ามาเถอะแล้วจ้ะ"


"ค่ะ" ปาลินรับคำก่อนจะเชิญคนด้านนอกเข้ามา


ภาคย์ได้แต่มองนิ่งจนในที่สุดเขาก็เดินออกจากห้องนี้ไป ระหว่างนั้นเขาเหล่สายตาไปที่ธามที่ทำเหมือนกับว่าไม่เห็นเขา แม้จะกังวลไปบ้างแต่อีกใจก็เห็นว่าปาลินอยู่ด้วยคงจะไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก ทางด้านภัทธิราเมื่อเห็นว่าพี่ชายฝาแฝดกลับไปแล้วก็สั่งให้ปาลินกลับไปทำงานของเธอต่อ ร่างสูงเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าเธอพร้อมกับยื่นกล่องโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดและกุญแจรถให้


ธามมองภัทธิราอย่างพิจารณา "นี่ของๆคุณครับ คุณคีย์ให้พวกผมนำรถของคุณมาจอดไว้ให้ที่ลานจอดรถด้านล่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรเสียหาย"


ภัทธิราดันกล่องโทรศัพท์กลับคืนไปที่บอดี้การ์ดหนุ่ม "ฉันขอรับแค่รถของฉันค่ะ ส่วนมือถือนี่เอาไปคืนเจ้านายของคุณเถอะ ฉันซื้อของฉันเองได้"


"หึ ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ กรุณารับเอาไว้เถอะครับ ตอนนี้ชีวิตของน้องชายคุณอยู่ในสายตาของคุณคีย์ตลอดเวลา ถ้าคุณยังดื้อดึงอยู่แบบนี้ผมก็ไม่รับประกันนะครับว่าคุณคีย์จะเปลี่ยนใจหรือเปล่า?" ธามพูดเชิงข่มขู่คนตรงหน้าเอาไว้ แต่ทุกอย่างมันเป็นความจริง...เขารู้นิสัยเจ้านายของตั้วเองดี "เครื่องใหม่แต่ซิมส์โทรศัพท์ยังเป็นอันเดิม ข้อมูลไลน์ เฟซบุ๊ค โซเชียลอื่นๆผมทำการกู้ข้อมูลกลับมาให้หมดแล้ว อ้อ...ในนี้ได้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์และแอคเคาท์ของคุณคีย์เอาไว้ให้เรียบร้อย ห้ามบล็อค ห้ามลบ หวังว่าคุณจะเข้าใจนะครับ"


ภัทธิราจำใจรับของสิ่งนั้นมาด้วยความลำบากใจ "ฉันเข้าใจ แต่ฝากไปบอกเจ้านายคุณด้วยนะคะว่าฉันไม่ใช่นักโทษของเขา"


"ไม่ใช่แต่หนีไปไหนไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้คุณคีย์อยู่ที่จีนจะกลับมาอีกหนึ่งอาทิตย์ พรุ่งนี้จะมีดีไซน์เนอร์มาที่นี่ตอนบ่ายโมงตรงนะครับ"


หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจจึงได้ถามออกไปในทันที "มาทำไมคะ?"


ธามยิ้มเย็น เขาหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง "วันเสาร์หน้าคุณคีย์ได้รับเชิญไปงานแต่งงานของลูกชายท่านรองผู้ว่า คุณจะต้องไปในฐานะผู้หญิงของคุณคีย์และไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น วันเสาร์หน้า 17.00 น. คุณคีย์จะต้องเห็นคุณเตรียมตัวพร้อมอยู่ที่นี่แล้วเท่านั้น" 


ภัทธิราพอจะคาดเดาชะตาชีวิตของตัวเองหลังจากนี้ได้แล้ว สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่ภายในรู้สึกหวาดหวั่นเหลือเกิน มือเล็กรับการ์ดเชิญใบนั้นมาพร้อมกับลมหายใจแผ่วๆ ที่ระบายออกมาแทนความรู้สึกของตัวเอง "นี่เขาไม่คิดที่จะให้ฉันได้หาข้อแก้ต่างให้น้องชายฉันบ้างหรอคะ?"


"คุณคีย์ก็ให้โอกาสน้องชายของคุณอยู่นี่ครับ แค่เอาคุณมาเป็นตัวประกันก็เท่านั้น" ธามตอบกลับด้วยท่าทีที่แสนจะเย็นชา "หมดธุระของผมแล้วต้องขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าคุณจะไม่ทำอะไรนอกเงื่อนไขและไม่ทำให้คุณคีย์ต้องหงุดหงิด ผมขอเตือนด้วยความหวังดี"


ธามเดินออกไปแล้วภัทธิราก็น้ำตาไหลออกมาทันที เวรกรรมอะไรกันที่ทำให้เธอต้องมาเจอคิริน ถ้าจะเปรียบเทียบดีๆตอนนี้เธอก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด อยากจะหนีไปให้พ้นๆแต่ก็กลัวว่าภิชญ์จะเป็นอันตราย แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นมีทางออกแต่เพียงแค่เธอยังหามันไม่เจอในตอนนี้ หรือว่าสุดท้ายแล้วต่อได้พิสูจน์ได้ว่าภิชญ์ไม่ใช่คนก่อเรื่องบ้าบอพวกนั้นขึ้นมาแต่น้องชายเธอก็มีส่วนที่ไปหลอกลวงวีณาอยู่ดี


หรือเธอจะต้องตกเป็นเครื่องระบายความแค้นให้เขาแบบนี้ไปจนวันตาย...


#######


ทางด้านของคิริน หลังจากเดินทางกลับจากประเทศจีน...วินิตราที่รออยู่ในบ้านเห็นรถของเขาแล่นเข้ามาจอดก็ยิ้มด้วยความดีใจ หญิงวัยกลางคนยืนรอต้อนรับเจ้าของบ้าน "กลับมาเหนื่อยๆ หิวไหมคะคุณคีย์ เดี๋ยวอาหาอะไรให้ทาน"


"ขอน้ำเย็นๆก่อนก็แล้วกันครับอา ไอซ์ไปไหนหรอครับ?" มาถึงเขาก็ถามหาน้องสาวนอกสายเลือดที่รักมากไม่ต่างกับน้องสาวๆแท้ๆ


วินิตรายิ้มอีกครั้ง "ไปนั่งวาดรูปอยู่บนห้องน่ะค่ะ คุณคีย์นั่งพักก่อนดีกว่าเดี๋ยวอาไปเอาน้ำกับของว่างไปให้นะคะ"


คิรินยิ้มตอบบางๆก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นอย่างเดิม ร่างสูงเดินไปยังโซห้องนั่งเล่นแล้วนั่งลงเพื่อพักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ไม่นานนักธามที่เพิ่งจะกลับมาถึงก็เดินเข้าไปหาเขาทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้าตามคำสั่งที่เขาได้รับมอบหมายไปก่อนหน้านี้


คิรินยกยิ้มอย่างพึงพอใจ "ทำได้ดี พวกมึงไปพักผ่นกันได้ละ ไม่ต้องตามกูไปคืนนี้หรอก"


"ไม่ได้หรอกครับ ศัตรูมันจ้องจะเล่นงานอยู่ ให้พวกผมไปกับคุณคีย์จะดีกว่านะครับ" อานัสรีบทักท้วงขึ้นมาด้วยความเป็นกังวล เขารู้ดีเส้นทางที่ยืนอยู่อันตรายแค่ไหน ดังนั้นจะปล่อยให้เจ้านายของเขาต้องเสี่ยงไม่ได้ ธามสะกิดเพื่อนให้ดูสีหน้าของเจ้านายในตอนนี้


คิรินถอนหายใจแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ "พวกมึงคิดว่ากูมาอยู่ตรงนี้ได้มันยังต้องกลัวอะไรอีก? เลิกฟุ้งซ่านได้ละ ก่อนสี่โมงเย็นเตรียมรถให้กูด้วย"


"ครับ"


ผ่านไปไม่นานวินิตราก็เดินเข้ามาพร้อมกับอาหารว่าง น้ำดื่ม เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ทาน ทุกคนตรงนั้นต่างนิ่งเงียบและไม่สนทนาเรื่องอะไรต่อก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปเพื่อให้เจ้านายของเขาได้พักผ่อน หญิงวัยกลางคนนั่งลงข้างๆคิรินพลางมองใบหน้าของเขาไปด้วย...


"อานิตมีอะไรกับผมหรือเปล่า?" 


วินิตราถอนหายใจยาวๆ "อาแค่นึกถึงเรื่องเก่าๆค่ะ ตอนที่เจอคุณคีย์ครั้งแรกกับตอนนี้แตกต่างกันเยอะเลย"


"......"


"อาไม่รู้ว่าตอนนี้คุณคีย์คิดจะทำอะไร แต่อาอยากจะให้คิดสักนิดนะคะเรื่องของภิชญ์ อาคุ้นเคยกับคุณคิณและคุณณิริณดีและเชื่อว่าเขาไม่มีทางที่จะปล่อยให้ลูกของเขาโตมาเพื่อทำแบบนั้นหรอกค่ะ"


"อาจะบอกอะไรผม?"


หญิงวัยกลางคนจับที่ใหล่กว้างเบาๆ เหมือนที่เธอเคยทำเมื่อครั้งที่เขายังเด็ก "อารักคุณคีย์และหนูวีมากนะคะ อาแค่อยากให้คุณคีย์ใช้สติ เพราะถ้าพลาดไปแล้วจะแก้ไขอะไรมันยาก อาบอกได้แค่นี้แหละค่ะ" วินิตราหวังว่าเสียงเล็กๆของเธอจะช่วยดึงคนอารมณ์ร้อนให้มีสติกลับมาได้บ้าง แม้จะไม่ใช่ในตอนนี้ก็ตาม


###########


พอได้เวลาคิรินก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อมารับภัทธิราที่บริษัทของเธอ ร่างสูงสวมสูทสีเทา ผูกไทด์  เดินเข้าไปยังตัวอาคารด้วยความสง่างาม ทุกคนในที่นั้นต่างมองเขาเป็นสายตาเดียวกันทั้งนั้น เขาเดินมาตามทางที่คนของเขาบอกตำแหน่งเอาไว้จนถึงหน้าห้องทำงานของภัทธิรา ปาลินเห็นคนแปลกหน้าก็รีบเข้ามาขวางเอาไว้


"เดี๋ยวค่ะ คุณเป็นใครคะ? นัดคุณภัทรไว้หรือเปล่า?"


ชายหนุ่มถอนหายใจ "ฉันชื่อคิริน" น้ำเสียงเย็นชาทำเอาคนตรงหน้าขนเกลียวทั้งตัว "ตอนนี้ฉันมีธุระด่วนกับเจ้านายของเธอ ถอยไปได้แล้ว"


ปาลินนิ่งอึ้งไปสักพักแต่ก็ยอมที่จะเปิดประตูให้เขาเข้าไปได้โดยง่าย ด้านในห้องนั้นนอกจากภัทธิราแล้วก็มีช่างแต่งหน้าที่เขาจ้างมาเพื่อปรุงแต่งโฉมของเธอในวันนี้ แต่ทว่า....คิรินต้องเป็นสีหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดเนื่องหญิงสาวยังคงนั่งทำงานและคนที่เขาจ้างมาก็ยังไม่ได้เริ่มแต่งตัวให้เธอเลย


"งานจะเริ่มอยู่แล้ว ทำไมยังไม่เริ่มอะไรกันเลย" คิรินกดเสียงต่ำถามสาวประเภทสองสามคนที่นั่งก้มหน้าหลบสายตาอยู่


"คือ...." สามคนนั้นอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าที่จะตอบกลับออกไป


ภัทธิราประเมินสถานการณ์แล้วจึงรีบพูดแทรกขึ้นมา "งานฉันยังไม่เสร็จ ฉันเลยให้พวกเขารอก่อน"


"หึ! ดื้อไม่เบาเลยนะ" ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สองมือวางบนโต๊ะทำงานแล้วมองหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์ "จะลองดีหรอ?"


ภทธิรากลืนน้ำลายฝืดคอ "เปล่า แต่คุณก็เห็นว่างานฉันกองเต็มโต๊ะ จริงๆฉันแต่งหน้าเองได้ไม่ต้องให้คนมาแบบนี้หรอก เสียเวลารอฉันเปล่าๆ"


พรึบ!!


ตุบ !!


ข้าวของบนโต๊ะถูกปัดหล่นกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ คิรินกระชากแขนภัทธิราขึ้นมาแล้วกัดฟันพูดด้วยความหงุดหงิด "แกสามคนข้างหลัง ฉันให้เวลาหนึ่งชั่วโมงแต่งตัวคุณผู้หญิงให้เสร็จ ถ้าไม่ทันเตรียมหางานใหม่ได้เลย"


ภัทธิราพยายามแกะมือของเขาออก "อย่ามาวางอำนาจที่นี่นะ!!"


"ว้ายๆ ไม่เป็นไรค่ะคุณคีย์ สวยๆแบบคุณผู้หญิงน่ะ เราสามคนขอเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงพอค่าาา" กระเทยร่างท้วมรีบเข้ามาพาภัทธิราไปออกห่างจากคิรินก่อนที่ปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้ หล่อนกระซิบบอกภัทธิราเบาๆ "คุณภัทรขา ช่วยพี่หน่อยนะคะ พี่ไม่อยากมีปัญหากับเขา เปิดประตูเข้าไปแต่หน้าแต่งตัวกันดีกว่านะคะ"


เสียงถอนหายใจยาวๆของภัทธิราบ่งบอกว่าเธอก็อึดอัดใจไม่แพ้กัน "ภัทรขอโทษค่ะที่ทำให้ต้องลำบาก เดี๋ยวภัทรเปิดประตูให้ค่ะ ขนของตามเข้ามาได้เลย"


ทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของคิรินทั้งหมด ผู้หญิงคนนี้ดื้อเสียจนเขาอยากจะเอาชนะและทำให้เธอยอมสยบให้แก่เขาเสียให้ได้ ถ้ามาถึงแล้วเห็นเธอแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็คงไม่ต้องเสียแรงอาละวาดแบบนี้หรอก ไหนๆก็อยากท้าทายดีนัก...หลังจากนี้เธอจะได้รับรู้ว่าคนอย่างเขาสามารถทำอะไรกับเธอได้อีกบ้าง


_______________________________________ 100% ______________________________________-


****** ไรท์มาแล้ววว ไรท์แอบหนีไปเที่ยวมา เอาทะเลมาฝาก คริๆ *******


เวรกรรมอะไรนะ? เวรกรรมจากพ่อหรือเปล่าน๊าาาา

มาแล้วจ้าาา ว่างแล้วก็มาเลยเห็นไหม คริๆ

ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ ไรท์ว่าตอนไหนก็จะรีบมาต่อให้เลย

มาเอาใจช่วยน้องภัทรกันเยอะๆนะ

เจอกันตอนหน้านะคะ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}