Lazysheep

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 คนพิเศษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 คนพิเศษ

คำค้น : วิน ทีม เชือกป่าน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 คนพิเศษ
แบบอักษร

ถุงมันฝรั่งทอดสีเหลืองแผ่นเรียบรสออริจินอลตอนนี้เหลือแค่ถุงเปล่า เจ้าของผมสีทองมัดจุกซามูไรเลียเศษมันฝรั่งที่ติดปลายนิ้วก่อนจะขยำถุงทิ้งลงถังขยะใกล้ตัว

“กินกับเขาด้วยเหรอ”

ดีนเงยหน้าจากโน้ตบุ๊กนึกแปลกใจที่เพื่อนผู้ไม่ค่อยกินขนมขบเคี้ยวกลับซัดมันฝรั่งทอดทีเดียวหมดถุง

“นานๆ ที อร่อยดีเหมือนกัน”

ตอนนี้พวกเขาอยู่ใต้ตึกคณะ กำลังสุมหัวทำรายงานวิชาการเงินระหว่างประเทศกันหน้าดำคร่ำเครียด

“ติดจากไอ้ทีมละสิ เห็นภามบอกว่าทีมมันกินเยอะจนโดนดุแล้วดุอีก”

ขวับ

สายตาของคนทั้งโต๊ะเหลือบมองคนที่หลุดพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว ดีนยังพิมพ์งานต่อไปอีกสักพักถึงได้รู้สึกตัวว่าเสียงรอบตัวเงียบผิดปกติ ดวงตาสีเทาอมเขียวที่ได้มาจากแม่ที่เป็นลูกครึ่งเหลือบมองเพื่อนสนิทผู้กำลังทำตาแพรวพราวเหมือนค้นพบเรื่องสนุกแก้เบื่อระหว่างทำรายงาน

“สนิทกันเนอะ” ภวินท์แสยะยิ้มพร้อมกับพยักพเยิดกับเพื่อนๆ คนอื่น

“สนิทอะไร” ส่วนคนหลุดยังนึกไม่ออก

“น้องภามไง เดี๋ยวนี้เห็นรูปคู่บ่อยไม่เบานี่หว่า ล่าสุดอะไรนะอควาเรียมป่ะ”

“เสือก”

“อูยยยยยยย” รอบโต๊ะสะดุ้งอย่างพร้อมเพรียงกัน

 “รีบๆ ทำงานกันได้แล้ว ถ้ายังไม่หยุดกูจะให้พรีเซนต์เรียงตัว” ดีนทำหน้าดุก่อนจะเนียนเปลี่ยนเรื่องกันดื้อๆ ไม่สนใจเพื่อนๆ ที่หัวเราะกิ๊กกั๊กชอบใจกัน

“ไอ้สัส กูทำเนื้อหาขนาดนี้ยังให้พรีเซนต์อีก” รองประธานชมรมว่ายน้ำเอาปากกาชี้หน้าเพื่อนสนิท แต่ข่มขู่ไปอีกฝ่ายก็ไม่สะเทือนเขาเลยต้องยอมเปลี่ยนเรื่องจนได้

“เออใช่ อาทิตย์หน้าต้องเริ่มเตรียมงานโอเพนเฮ้าส์แล้ว เดี๋ยวเสาร์นี้กูกับพวกไอ้ทีมไปซื้ออุปกรณ์แล้วสายๆ จะแวะเข้าชมรมทำพวกป้ายไว้ก่อน มึงประสานงานกับทางมหาวิทยาลัยให้ที”

“โอเค เดี๋ยวเตรียมสถานที่ไว้ให้ พวกมึงจะเอาเสบียงอะไรไหม”

ภวินท์กระตุกยิ้มมุมปาก “เอาของกินฝีมือน้องภาม โอ้ย ไอ้เชี่ย”

คราวนี้ปากกาถูกปาใส่เพื่อนแบบไม่ยั้งมือ เจ้าของผมทองลูบหน้าผากถลึงตาใส่ไอ้คนขี้หวง ยังไม่ทันไรมันก็หวงน้องฉิบหายเป็นแฟนกันเมื่อไหร่สงสัยของอร่อยที่น้องภามทำตกไม่ถึงท้องเขาแน่

“แล้วนี่มึงฟังอะไร” ดีนที่ก้มลงเก็บปากกาจับปลายหูฟังที่ห้อยอยู่ เขาสังเกตมาสักพักแล้วว่าตอนทำรายงานวินมันเสียบหูฟังไว้ข้างหนึ่งตลอดทั้งๆ ที่ปกติมันไม่ใช่คนติดฟังเพลงอะไรสักเท่าไหร่

“ช่วงนี้ติดเพลงน่ะ” ดวงตาขี้เล่นฉายแวววูบไหว ภวินท์ดึงหูฟังคืนจากมือเพื่อนได้ยินเสียงเพลงลอดผ่านแผ่วเบา เพลงที่เขาฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตอนนี้ซื้อมาฟังทั้งอัลบั้ม

เคยเป็นไหมที่อยากรู้ว่าคนที่เราสนใจชอบอะไร

เคยเป็นไหมที่อยากทำอะไรเหมือนคนที่เราคอยเฝ้ามอง

ชายหนุ่มกดรีเพลงเดิมอีกครั้ง ปล่อยเสียงร้องที่เริ่มคุ้นเคยผ่านหู

เคยเป็นไหม...ที่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ผ่านบทเพลงที่เขาฟัง


***


ทั้งที่เป็นวันเสาร์แต่ไม่ว่าจะนอกห้างหรือในห้างก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หลังรถกระบะที่ยืมมาจากเพื่อนในชมรมเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำกิจกรรมสาวน้อยตกน้ำ ภวินท์ ทีมและสมาชิกในชมรมอีกสามคนวนเวียนเข้าออกร้านโน้นร้านนี้ตั้งแต่เช้า แต่ไม่ว่าจะแวะร้านไหนของเป็นอันต้องไม่ครบเดือดร้อนให้วนรถหาร้านอื่นๆ ต่อไป

“ครบแล้วไหมเฮีย หิวข้าวฉิบหาย” ทีมที่ผันตัวเป็นคนขับบ่นอุบ

“นั่นดิพี่วิน วนมาสามสี่ร้านแล้ว ครบแล้วม้าง” ปีสองที่มาด้วยกันเกาะเบาะคนขับโอดครวญแข่ง

วินอ่านลิสต์ในมือถือ เขาไล่ทีละหัวข้ออย่างใจเย็นเพราะขี้เกียจจะออกมาซื้อของอีกครั้ง “ไม้กระดาน สี บอล ...อุปกรณ์ครบแล้ว เฮ้ย เดี๋ยวๆ ขาดขนมที่เป็นรางวัล”

“โห่ แล้วทำไมไม่ซื้อตั้งแต่แรก” เสียงโห่ลั่นรถ เพราะพวกเขาเข้าห้างไปหนหนึ่งแล้วนี่ต้องกลับไปอีก

ขอบคุณที่กรุงเทพฯ มีห้างเยอะอย่างกับร้านสะดวกซื้อ ทีมหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าห้างที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะพากันลงจากรถเข้าซูเปอร์ ตอนนี้ปาเข้าไปบ่ายสองกว่าแล้วพวกเขายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลย

“โอเคๆ กูผิดเองที่เช็กพลาด อนุญาตให้หยิบของกินได้คนละชิ้น อย่าแพงนะโว้ย” พูดยังไม่ทันจบแต่ละคนก็คว้าขนมกันหนุบหนับ เจ้าทีมที่กำลังเข็นรถหยิบซองมันฝรั่งสีเหลืองบนเชลฟ์ลงรถทันที

“แดกไอ้นี่อีกแล้ว”

“อนุญาตแล้วห้ามบ่นดิ” ยักคิ้วให้คนที่ถือกระเป๋าเงินก่อนจะเข็นรถไปหาเพื่อนๆ เพื่อเลือกขนมสำหรับเป็นของรางวัลวันงาน

คนโตสุดที่กลุ่มส่ายหัว เขาเปิดมือถือเช็กลิสต์อีกครั้งและเป็นจังหวะเดียวกับที่ข้อความในกรุ๊ปสามพี่น้องเด้งเตือนพอดี


View : เฮียอาทิตย์หน้ากลับบ้านป่ะ

              ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน: เฮียคนไหนมึงเจาะจงด้วย ตี๋เล็ก

View: จะถามเฮียว่านทำไมวะ ก็เฮียอยู่บ้านทุกวัน ถามเฮียวินดิ

Winnie the pool : ยังไม่กลับ ติดงานโอเพนเฮ้าส์มหาลัย มีไรป่ะ

ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน : จะมีอะไร๊ ให้มึงสอนการบ้านอีกล่ะสิ

View: ไม่ใช่ มาม๊าถามถึงเว้ย วันก่อนเห็นบ่นๆ ว่าเฮียไม่ค่อยกลับบ้าน มาม๊าสงสัยว่าติดสาว

Winnie the pool: มีสาวที่ไหนกัน /สติ๊กเกอร์กลอกตามองบน/

View : เฮียเนื้อหอมจะตาย

ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน: เนื้อหอมเพราะมันใจดีมั่วซั่วน่ะสิ

Winnie the pool: ทำไมช่วงนี้โดนทักว่าใจดีบ่อยจังวะ กูใจดีมั่วซั่วตรงไหนวะเฮีย

ถ้าวินจำไม่ผิดไอ้ดีนก็เพิ่งด่าเรื่องนี้ไปเหมือนกัน


ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน: มึงจำตอนมอต้นไม่ได้ไง๊ ที่มึงไปใจดีกับสาวคนนึงแล้วก็เสือกไปสนิทกับอีกคนสรุปสาวตบกันแย่งมึงไง

ภวินท์ขมวดคิ้ว พยายามนึกถึงเรื่องในอดีต มอต้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เขายังเลือกทางชีวิตตัวเองไม่ได้จนมาเจอไอ้ดีนและทำให้เริ่มว่ายน้ำจริงจัง

..ว่าแต่มีเรื่องผู้หญิงด้วยเหรอวะ


Winnie the pool : เฮียมั่วป่าว จำไม่เห็นได้เลย

ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน : นั่นไง กูว่าแล้ว ตอนนั้นกูเห็นสาวๆ น้ำหูน้ำตาคลอถามมึงว่าตกลงเราเป็นอะไรกัน แล้วมึงทำหน้างงใส่เขาตอบไปว่าเป็นเพื่อนไง ไม่ได้สำนึกเลยใช่ไหมว่าสาวๆ เขาเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ ถ้าไม่เลิกนิสัยแบบนี้สงสัยได้มีเหตุการณ์ซ้ำสองอีกแหง

Winnie the pool: นิสัยยังไงวะเฮีย ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน : ปฏิบัติกับทุกคนเท่ากันหมดไง มึงใจดีกับทุกคนเหมือนกันหมด การกระทำมึงไม่เคยเคลียร์

View: ..อันนี้ผมก็ว่าจริงว่ะ ถ้าไม่นับคนในครอบครัวเฮียวินปฏิบัติเท่ากันหมดจริงๆ

คนที่กำลังโดนพี่น้องถล่มทำหน้ายุ่ง ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดตรงไหน


ว่านหางจระเข้ ใช้กินใช้ทาในต้นเดียวกัน : แต่ก็ไม่แน่นะไอ้ตี๋เล็ก บางทีวินมันยังไม่เคยเจอคนที่สนใจจริงๆ ถ้าเจอเมื่อไหร่มันอาจจะสปอยล์เละเทะก็ได้


“เฮียทำไรวะ ของแค่นี้พอรึยัง”

เสียงเรียกพร้อมใบหน้าสดใสของเจ้าทีมโผล่เข้าสู่สายตา ในรถเข็นเต็มไปด้วยขนมนมเนยมากมาย เห็นด้วยว่ามีของที่ไอ้พวกตัวแสบแอบยัดไส้เพิ่มจนน่าจะเกินงบ พอเห็นเขาเหล่มองดุๆ รุ่นน้องตัวดีก็รีบหยิบขนมขึ้นมาสาธยายความดีความชอบของมันยกใหญ่

“อันนี้อร่อยมากกกก น้ำตาลน้อย เฮียดูๆๆๆ กินแล้วสุขภาพดี” พูดจบก็วางถุงในมือหยิบอีกถุงขึ้นมาพูดแทน “อันนี้เหมาะกับชมรมเรา ปริมาณเยอะอิ่มไปถึงพรุ่งนี้เลย”

สปอยล์งั้นเหรอ... 

มึงเป็นพวกใจดีพร่ำเพรื่อกลายเป็นให้ความหวัง ตอนนี้มึงกำลังเอ็นดูทีมมากกว่าคนอื่นๆ ถ้ามึงไม่ได้อยากคบจริงจังอย่าให้น้องต้องเข้าใจความเอ็นดูของมึงผิดไปทางอื่น

เข้าใจผิดงั้นเหรอ...

คำพูดของดีนในวันก่อนกระตุกรอยยิ้มมุมปาก ทีมที่มองอยู่สะดุ้งโหยงเหงื่อแตกแอบขนลุกเหมือนโดนใครหมายหัว ขยับบดบังถุงขนมขบเคี้ยวที่ซุกไว้ด้านในรถเข็นมั่นใจว่าเอาอย่างอื่นกลบมิดเฮียไม่น่าเห็น

“ไปๆ ไปจ่ายเงิน” รองประธานชมรมว่ายน้ำถอนใจ  เขาขยี้หัวไอ้ตัวแสบแล้วไล่ให้มันเข็นที่แคชเชียร์ ส่วนตัวเองก็พิมพ์ข้อความตอบคนที่บ้านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเก็บมือถือเข้ากระเป๋า


Winnie the pool: เออ คงอย่างที่เฮียว่า สปอยล์ให้เสียคนจนขาดกันไม่ได้ไปเลย

ถ้ายังไม่ชัดเจนก็ทำให้ชัดเจน เข้าใจผิดใช่ไหมก็ให้มันเข้าใจผิดให้ถึงที่สุด เข้าไม่รู้หรอกว่ามันคือความรักหรือเปล่าแต่ถ้าถามว่าน้องมันพิเศษกว่าคนอื่นไหมภวินท์ตอบได้ทันทีว่าพิเศษ ในเมื่อเป็นคนพิเศษก็จะทำให้มันพิเศษที่สุด เสียงเพลงที่เขาฟังวนซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้ทุกเนื้อหาแว่วผ่านขึ้นมาในสมองยิ่งทำให้รอยยิ้มคนเจ้าเล่ห์เหยียดกว้าง ดวงตาวับวาวมองแผ่นหลังของรุ่นน้องตัวแสบที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตเขาอย่างไม่คาดคิด

ถ้ามึงอยากรู้กูก็จะทำให้รู้ อย่ากลัวคำตอบจนหนีไปก็แล้วกัน


****


ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาหกโมงเย็นอากาศภายนอกกับมืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ความเย็นสบายกลายเป็นยาพิษหอมกล่อมให้นักศึกษาที่พยายามอ่านหนังสือสลบคาโต๊ะร่วมชั่วโมง จนกระทั่งกลิ่นหอมของไก่อบซอสมะขามปลุกคนขี้เซาให้ตื่นจากนิทรา ทีมขยี้ตางัวเงียอยู่สักพักถึงปรับโฟกัสสายตาได้ 

“ใจคอจะตื่นเพราะของกินจริงๆ เหรอเนี่ย” 

วันนี้ทีมมาติวหนังสือกับภามหลังเลิกเรียนตอนบ่ายสอง ประจวบกับชมรมว่ายน้ำปิดสระชั่วคราวเพื่อเตรียมทำกิจกรรมสาวน้อยตกน้ำพวกนักกีฬาทั้งหลายเลยได้โอกาสพักซ้อมไปในตัว ภามถือจานอาหารพร้อมส่งสายตาให้เพื่อนซี้เคลียร์โต๊ะเพื่อจัดการมื้อเย็น ทีมยิ้มกว้างโกยทุกสิ่งอย่างลงบนพื้น ใบหน้าปลื้มปริ่มกับของกินที่ตัวเองเคยรีเควสไว้เมื่อนานมาแล้ว

“มึงทำได้ทุกอย่างจริงๆเว้ย” ทันทีที่หั่นเนื้อไก่ความชุ่มฉ่ำของน้ำซอสก็ไหลทะลักออกมา รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานซึมถึงด้านใน เขาเคยกินไก่แบบนี้ที่ห้างสัญชาติสวีเดน ติดใจจนมาอ้อนขอให้ภามทำให้กินแล้วก็ได้กินสมใจ

“ถ้าคิดจะทำไม่ยากหรอก” เลื่อนจานข้าวสวยและผักลวกเครื่องเคียงให้ “แล้วนี่จะไหวไหมเนี่ย อ่านไม่ถึงสามบทหลับ เดี๋ยวไม่รอดหรอก”

ช่วงนี้อาจารย์มีเซอร์ไพรส์ควิซบ่อยจนต้องหยิบหนังสือเรียนมาอ่านทวน ไม่อย่างนั้นคะแนนเก็บของพวกเขาได้มีปัญหาแน่ๆ ทีมเบ้ปากแต่ก็ไม่หยุดกิน เขารู้ตัวดีว่าไม่ได้เก่งวิชาการเพราะเป็นสายนักกีฬาแต่ก็ไม่ได้แย่จนกู้ชีพไม่ไหว สมัยเรียนมัธยมการเรียนของทีมค่อนไปทางปานกลางมีแค่วิชาภาษาอังกฤษที่เฉียดตกให้ใจระทึกตลอด

“เวลาเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษทีไร หัวสมองมันปิดการรับรู้ทุกทีนี่หว่า” จิ้มบล็อกโครี่ลวกเข้าปากเคี้ยวหยับๆ 

ภามถอนใจ ด้วยความที่ตัวเองเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็กทำให้นึกวิธีสอนตั้งแต่พื้นฐานไม่ออก หลายวันมานี่เขาก็พยายามอธิบายให้ทีมฟังแต่สุดท้ายก็ไม่รอด มะนาวเองยังยกธงยอมแพ้ไปตั้งแต่สองวันแรกด้วยซ้ำ

“จริงสิ ให้พี่วินสอนไง”

“หา” คนฟังแทบสำลักกับตัวเลือกของเพื่อน

“พี่วินไงพี่วิน พี่ดีนบอกว่าพี่วินเรียนเก่งมาก เปิดติวให้เพื่อนๆบ่อยน่าจะสอนทีมได้”

ทีมส่ายหัวพรืด นึกภาพรุ่นพี่หัวทองเจาะหูท่าทางเกรียนๆ มองยังไงก็ไม่เห็นมีตรงไหนบ่งบอกว่าเป็นเด็กเรียนสักนิด

“ไม่อ่ะ ขืนให้เฮียติวต้องโดนแกล้งแน่ๆ” เริ่มแงะไก่จนเหลือแต่กระดูก เอร็ดอร่อยกับน้ำซอสจนแทบปาดจาน

“พี่วินเนี่ยนะแกล้ง” ภามยังคงกินส่วนของตัวเองเชื่องช้าเพราะเป็นคนกินน้อยขนาดไก่เลยเล็กกว่าของทีมครึ่งหนึ่ง

“โอ๊ยมึงไม่รู้อะไร เฮียแม่งตัวดีเลย ชอบแกล้งให้โมโห” พูดแล้วก็ของขึ้นไปลงกับไก่จนกระดูกแทบสะอาด

ภามหัวเราะเบาๆ “จะรู้ไหมเล่า วันก่อนเราเห็นพี่เขาช่วยสอนหนังสือรุ่นน้องอยู่ดูท่าทางอธิบายเข้าใจง่าย ยิ่งทีมเป็นน้องในชมรมน่าจะขอร้องง่าย” 

“ ขอไว้เป็นตัวเลือกท้ายๆ แล้วกันมึง” ขืนบากหน้าไปขอร้องเฮียแม่งต้องให้ทำอะไรแลกเปลี่ยนแหงๆ แค่ช่วงเตรียมงานโอเพนเฮ้าส์เขาก็โดนแกล้งใช้งานจนหัวหมุน พอโวยวายใส่ก็เอาของกินมาล่อเหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลัง

แม่งอย่างกับเด็กที่แกล้งคนที่ตัวเองชอบ..

มือที่กำลังยกจานขึ้นเพื่อนำไปล้างกระตุกเล็กน้อยก่อนจะรวบจานตัวเองและจานเพื่อนไปที่ครัวพร้อมกัน ทีมขยำฟองน้ำจนเกิดฟองแล้วค่อยๆทำความสะอาด ในขณะที่ภามเดินไปปิดประตูระเบียงเพราะฝนเริ่มลงเม็ด เจ้าของห้องหยิบรีโมตเปิดเพลงแรนดอมอย่างที่ทำทุกครั้งเวลาฝนตก

สองคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง มีเพียงเสียงเพลงเคล้าคลอแผ่วเบา

“ภาม...ความรักมันเป็นยังไงวะ”

คนที่กำลังนั่งซุกตัวบนโซฟาเงยหน้ามองเพื่อนที่ยังอยู่ตรงอ่างล้างจาน “หมายความว่าไง”

“กูหมายถึงอะไรที่ทำให้มึงรู้ว่าไอ้ที่เป็นอยู่เนี่ยเรียกว่าความรัก” คนถามเรียงจานไว้บนชั้นช้าๆ ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาคนที่ตัวเองตั้งคำถามใส่

เจ้าของห้องขยับรอยยิ้มบางเบา เขาดันร่างลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนซี้ที่ตอนนี้ดูท่าจะมีเรื่องกลุ้มใจ

“ความพิเศษมั้ง...” ภามหยุดยืนอยู่เคียงข้างทีม ชะโงกหน้ามองสบตาอีกฝ่าย “แบบที่เรารู้สึกว่าเขาพิเศษกว่าใครๆ อยู่ใกล้ๆ ก็มีความสุข แค่เห็นเขายิ้มก็อารมณ์ดี บางครั้งก็อยากทำโน่นทำนี่ให้พิเศษกว่าคนอื่นๆ..”

“เหมือนที่มึงทำลูกชุบดวงดาวให้พี่ดีนไม่เหมือนของคนอื่นนะเหรอ” แกล้งแซวจนอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ

“จะฟังต่อไหม” คนพูดชักเสียงแข็ง

“โทษๆ แต่ที่มึงพูดมามันต่างจากความสัมพันธ์แบบเพื่อนตรงไหนวะ อย่างกูก็ชอบอยู่ใกล้มึงเพราะสบายใจ มึงเองก็ชอบทำโน่นนี่มาให้กินตลอด”

ภามพลิกตัวเปลี่ยนเป็นพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ครัว “ไม่เหมือนดิ เพราะในการกระทำนั้นไม่มี “ความรู้สึกอยากครอบครอง””

ทีมทำตาโต เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของภาม

“ที่ทำของอร่อยให้ทีมกับมะนาวกินก็เพราะรักแบบเพื่อน ไม่ได้อยากครอบครองเป็นของตัวเองคนเดียว แต่...แต่กับพี่เขา...” ใบหน้าที่แดงเรื่อเริ่มก้มงุดๆ

ทีมแสยะยิ้ม เขาแกล้งก้มลงใกล้ใบหน้าร้อนๆ กระซิบริมใบหูแดงจัด “แต่ที่มึงทำทุกอย่างให้พี่ดีนคือตั้งใจครอบครองพี่เขาไว้คนเดียวใช่ป่ะ”

ภามเม้มปากแน่น “กูก็ผู้ชายไหม ถ้ารักใครชอบใครก็ต้องพยายามเข้าหาดิ ไม่ใช่รอให้เขามาฝ่ายเดียว”

คนฟังทำท่ากุมใจ “เชี่ย โดนนนน แบบนี้พี่ดีนจะไปไหนพ้น”

“ไอ้ทีม!!!”

คนขี้แกล้งหัวเราะร่าคว้าร่างเพื่อนเข้ากอดฟัดแถมด้วยหอมหัวฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว บรรยากาศกระอักกระอ่วนปรึกษาหัวใจสลายหายไปไม่เหลือ มีเพียงเสียงโวยวายของเจ้าของห้องดังลั่นจนห้องข้างๆ ยังต้องตกใจ

“กลับไปเลยไป!!”


***


  ร้านสะดวกซื้อตอนห้าทุ่มค่อนข้างเงียบเหงาแต่ก็ทำให้ลูกค้าที่มาเยี่ยมเยียนเลือกซื้อของที่ตัวเองอยากกินได้อย่างสบายใจ เด็กหนุ่มในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงแค่เข่าก้มๆ เงยๆ หน้าเชลฟ์ขนม ในตะกร้ามีทั้งข้าว ขนมปัง นม โยเกิร์ต น้ำขวดลิตรอีกสามขวด ขาดก็แต่พวกขบเคี้ยวที่ชวนให้ไตพัง

หลังจากโดนเพื่อนไล่กลับห้องทีมก็นั่งจ๋อยอ่านหนังสืออยู่คนเดียวมาพักใหญ่ เขาไม่คิดว่าไอ้ภามจะอายจริงเขินจริงจนต้องระเห็จกลับมาทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง รู้สึกตัวอีกทีก็ห้าทุ่มท้องร้องโครกครากเพราะใช้สมองจนพลังงานหมดหลอด

มันฝรั่งทอดซองเหลืองรสออริจินอลย่อมไม่พลาดลงไปนอนเล่นในตะกร้า หยิบหนึ่งซองก็แอบลังเลใจหยิบเพิ่มอีกซอง หยิบไปหยิบมาปาไปสามซอง รู้สึกบาปกับตัวเองก็อดไม่ไหวจริงๆ

ถ้าเฮียเห็นละก็ฉิบหายแน่

สองมือกอดตะกร้าแน่น แค่คิดก็สยองเพราะเฮียวินกลัวเรื่องโซเดียมเกินเป็นที่สุด

“มึงจะแดกให้ไตพังใช่ไหม” ยังไม่ทันขาดคำเสียงทุ้มต่ำก็กระซิบใกล้หู รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ประชิดแผ่นหลัง

ทีมเบิกตากว้างอุทานลั่น “เหี้ย!!”

พนักงานร้านถึงกับวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์คิดเงินด้วยความตกใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับลูกค้า”

“เปล่าครับ พอดีน้องตกใจเฉยๆ” ภวินท์รีบยกมือขอโทษขอโพย เขาเพิ่งกลับมาหอพักแล้วหิวเลยกะว่าจะแวะหาอะไรกินสักหน่อย ไม่คิดว่าจะเจอไอ้แสบยืนก้มๆ เงยๆอยู่ในร้าน พอชะเง้อหน้ามองของในตะกร้าเขาก็รู้สึกปวดหัวจิ๊ดขึ้นมาทันที บอกจนปากเปียกปากแฉะให้ลดๆ ลงบ้าง มันก็ยังกินมันฝรั่งทอดอยู่นั่นแหละ

“เฮียแม่งตกใจหมด” ลูบอกตัวเองป้อยๆ มองคนข้างกายตาขวาง

“ทำไมยังไม่นอนอีก มาซื้ออะไรดึกๆดื่นๆวะ”

“อ่านหนังสือไง ช่วงนี้อาจารย์ควิซบ่อย”

เจ้าของทรงผมซามูไรเลิกคิ้ว “วิชาอะไร”

“ภาษาอังกฤษ ไม่ต้องทำหน้าอย่างงั้นเลย ผมโคตรไม่ถนัดวิชานี้ ภามกับมะนาวยังยอมแพ้ไม่สอนต่อแล้วเนี่ย เอ้า นั่นตะกร้าผม” ตะกร้าที่โคตรหนักจากน้ำขวดลิตรตอนนี้โดนรุ่นพี่คว้าไปจ่ายเงินหน้าตาเฉย

“กูเลี้ยงน่า” มือใหญ่ตบที่หัวทุยของรุ่นน้องเบาๆ

ตั้งแต่ออกจากร้านจนมาถึงลิฟต์ ทีมมองอีกฝ่ายด้วยสายตาหวาดระแวงว่าจะมาไม้ไหน เขาโดนแกล้งจนแยกไม่ออกแล้วว่าจริงหรือหลอกเล่น

“คะแนนภาษาอังกฤษมึงเท่าไหร่”

“5..” เสียงตอบเบาหวิวไร้ซึ่งความมั่นใจ

ดวงตาคมเหล่มองไอ้ตัวยุ่งข้างตัว “คะแนนเต็มล่ะ” เขาหวังว่าจะคะแนนเต็มสิบ

“...30” คำตอบสุดท้ายเบายิ่งกว่า  

ภวินท์กลอกตามองเพดานลิฟต์ “กากฉิบหาย ไอ้ทีมถึงมึงจะทุนนักกีฬาถ้าคะแนนไม่ถึงที่เขากำหนดมึงหลุดทุนนะโว้ย”

“ก็รู้ไงถึงได้อ่านหนังสืองกๆ เนี่ย” พอโดนดุก็บ่นอุบอิบ ทันทีที่ลิฟต์เปิดเขาก็หันไปไหว้คนเลี้ยงของกินหนึ่งทีแล้วรีบจ้ำกลับห้องด้วยความเซ็งตัวเอง พอจะปิดประตูก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือของคนที่เดินตามหลังมาติดๆ

“เฮียมีอะไรอีกวะ”

ภวินท์ยักคิ้ว “กูติวให้”

ทีมแสร้งมองอีกฝ่ายหัวจรดเท้า “เฮียเนี่ยนะติวหนังสือ”

“โอ้ย มึงไม่รู้รึไง เนี่ยว่าที่เกียรตินิยมขนาดหัวหน้าชมรมว่ายน้ำยังขอให้ติวก่อนสอบ เลคเชอร์ขายแพงติดอันดับร้านซีรอกซ์นะโว้ย”

ว่าที่เกียรตินิยมเสนอตัวให้ถึงตรงหน้าทีมถึงกับครุ่นคิดลังเล “แล้วเฮียคิดค่าสอนยังไง อย่าบอกนะว่าฟรีไม่เชื่อเด็ดขาด”

ภวินท์หยุดชะงัก เขาไม่ได้คิดเรื่องค่าตอบแทนด้วยซ้ำใจแค่เป็นห่วงกลัวไอ้เด็กเปรตจะมีปัญหาเรื่องทุน แต่ในเมื่อมันกล้าถาม

เขาก็กล้าคิดค่าสอน

ริมฝีปากได้รูปจรดลงบนหน้าผากอีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงอาการเกร็งไปทั้งร่างและลมหายใจที่ติดขัด สัมผัสแผ่วผิวอบอุ่นชวนให้หัวใจของทั้งคู่วูบไหว ตื่นเต้นยิ่งกว่าสัมผัสทางกาย ตื่นเต้นยิ่งกว่าจูบลึกซึ้งที่เคยผ่านมา

“ค่าสอน...กูคิดเท่านี้ต่อหนึ่งครั้ง”

ทีมกัดริมฝีปากยกมือถูๆ ตรงจุดที่โดนจุ๊บเหม่งเพราะจักจี้จนทนไม่ไหวแถมหัวใจก็เต้นแรงจนน่าหงุดหงิด เขาไม่อยากเข้าใจผิดไปเอง เขาไม่อยากเก็บเอาไปคิดให้ปวดหัวอีกแล้ว

“ปกติ...เฮียคิดค่าสอนแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า” คำถามติดจะสั่นพร่าไม่มั่นคง

ภวินท์เลียริมฝีปากเหมือนเรียกความมั่นใจตัวเอง “ปกติคนอื่นกูสอนฟรี” เขาพึมพำตอบพลางมองสบตาอีกฝ่าย “มีแค่มึงที่กูคิดค่าสอนแบบนี้”

“ผมถามได้ไหมว่าเพราะอะไร..”

เพราะเป็นคนพิเศษถึงอยากทำอะไรให้แตกต่างจากคนอื่นๆ...

“เพราะมึง....”

เพราะเป็นคนที่ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป

“เป็นคนพิเศษสำหรับกู”



******************************************

Talk 

ขออภัยที่หายไปนาน (มาก) เผลอแป๊บๆ คือหมดอาทิตย์จริงๆค่ะ ช่วงนี้แกะจับหลายงาน รู้สึกผิดสุดๆ จริงๆ ตั้งใจลงนิยายสลับกับเรื่องวินเลือดหมูอาทิตย์ละครั้ง พอชนเรื่องซีรีส์ด้วยเลยยุ่งยาว ต้องขอโทษทุกคนจริงๆนะคะ จะพยายามลงให้ได้ต่อเนื่องค่า แงงง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}