เจ้านิ้วดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 23 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2563 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 23 [100%]
แบบอักษร

 

23 

​/////////////////// 

เนิ่นนานจวบจนกระทั่งใกล้รุ่งสาง ตั้งแต่เขากลับเข้าห้องนอน เขาก็ไม่สามารถหลับตาลงได้อีก ใต้ท้องน้ำต่อให้ใสสงบแค่ไหน แต่ตราบใดที่ยังมีพื้นตะกอนนอนก้นอยู่และขอแค่มีสักหนึ่งมือไปกวนเพียงแผ่วๆ แค่เท่านี้ก็ส่งผลให้ใต้น้ำใสสงบแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นหนา ปั่นป่วนอวลคลุ้งฟุ้งไปด้วยตะกอนมากมาย อยากให้น้ำใสก็ต้องรอจนกว่าจะตกตะกอน 

น้ำใสใจจริงของเขาที่มีให้อิษฎีเป็นน้ำใสที่มาจากใจจริง ทว่าเวลานี้มันกลับขุ่นมัวเพราะตะกอนที่เกิดขึ้นจากคนรอบกายที่บอกว่าคนวิปลาสของเขา แท้จริงแล้วไม่ได้วิปลาส ส่วนเขายังยืนกรานจะเชื่อ 

ยังเชื่อแต่คล้ายว่าความมั่นใจมันถูกความเคลือบแคลงระแวงใจกัดกิน 

เด็กบ้านอนอยู่ที่ริมเตียงอีกฝั่ง ระยะห่างตรงกลางของเตียงหลังใหญ่ทำให้เกิดพื้นที่ว่าง ตรีภพที่นอนไม่หลับและคิดว่าคงจะไม่อาจหลับแล้ว เขากำลังรอให้ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันในยามเช้าเหมือนทุกวัน ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกราวๆ สองชั่วโมงกว่าหลังจากนี้ เวลาที่ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านอย่างแช่มช้า เขาใช้ทั้งหมดนั้นเพื่อนอนมองอิษฎีจากริมเตียงในฝั่งของเขาอย่างเงียบเชียบและนิ่งขรึม อิริยาบถและสถานการณ์แลดูผ่อนคลาย แต่ในใจของคนนอนไม่หลับขมวดบิดเป็นเกลียว ขณะที่อิษฎีนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาเขา นับเป็นการเผชิญหน้าที่ฝ่ายหนึ่งรู้ตัวและอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ตัว 

อิษฎีเห็นหลับสนิทอย่างนี้ใช่ว่าจะดี กว่าที่จะหลับสนิทขนาดนี้ได้ ช่วงพลบค่ำเขาเผชิญกับความเครียดเป็นกังวล ด้วยเรื่องเดียวกันกับที่ทำให้ตรีภพนอนไม่หลับในตอนนี้ เขาเหมือนเป็นมีชนักติดหลัง แล้วดันมีคนแตะชนักบนหลังของเขาเข้า ซ้ำร้ายยังต่อหน้าตรีภพ ถึงไม่แรงแต่สะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับผิวน้ำที่ถูกแตะจนเกิดระลอกกระเพื่อมไหวขยายวงกว้าง 

คิดแล้วว่าวันหนึ่งตรีภพก็อาจจะต้องล่วงรู้ ถ้าทุกวันยังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอยู่อย่างนี้ อิษฎีพยายามตระเตรียมใจกับการล่วงรู้ของตรีภพ แต่พอแค่มีใครมาสะกิดชนักที่อยู่บนหลังเข้าจริงๆ แค่ตรีภพขมวดคิ้วใช้สายตาที่ไม่รู้ว่าสงสัยเคลือบแคลงในเขาหรือไม่ ตรีภพจะรู้แล้วหรือยัง ตรีภพจะสงสัยเขาหรือไม่ ตรีภพกำลังคิดอะไรกับเขาอยู่ ยังเชื่อว่าเขาบ้าอยู่หรือเปล่า สารพันคำถามมากมายนั้นล้วนเต็มไปด้วยความเครียดละความกลัวทั้งสิ้น 

คนที่กำลังโกหกหลอกลวง เมื่อเลือกที่จะโกหกหลอกลวงแล้วยังขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าสารภาพความจริงยิ่งกับคนที่มีผลต่อหัวใจ ทางที่เหลือคือดันทุรังกับการเป็นคนโกหกแสดงเรื่องลวงหลอกต่อไปเรื่อยๆ 

แต่ละวันยิ่งทรมานใจให้กับความแสร้งวิปลาส เพื่อให้ตรีภพเชื่อว่าภรรยาที่ตบแต่งด้วยนั้นเป็นภรรยาบ้าที่คุณอาหนุ่มตีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้น 

เขากังวลจนเป็นทุกข์ อึดอัดเจ็บหน่วงทุกลมหายใจเข้าออก ตั้งแต่กลับมา ไม่กล้าสู้หน้าสบสายตากับคุณอาหนุ่มและพยายามที่สุด เสแสร้งแกล้งเป็นอย่างหนักที่จะเป็นคนบ้าให้แนบเนียน 

แล้วเขาก็หลับไปด้วยความเครียดที่เก็บงำไว้ โดยไม่รู้ว่าสามีคุณอาลุกจากเตียง ออกไปจากห้องตอนกลางดึก โดยไม่รู้ว่าสามีคุณอากลับเข้ามานอนร่วมเตียงแล้วเอาแต่นอนมองเขาท่ามกลางแสงสลัวในยามค่ำคืน สายคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ พินิจพิเคราะห์และกำลังเสาะหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกวิปลาสที่คนรอบกายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นแค่เปลือก ไม่ใช่เนื้อแท้ 

มีเนื้อแท้อยู่ในนั้นจริงๆ เหรอ? 

ตรีภพทั้งคิดทั้งมอง จนกระทั่งสายตาของเขาสบจ้องเข้ากับมือขาวผ่องเรียวบางราวใบพายของอิษฎี ความว่างเปล่าบนเรียวนิ้วของภรรยาบ้าทำให้เขาขมวดคิ้วหนักข้อขึ้น ยังไม่เท่านั้น เขายังขยับกายเข้าหา เอาร่างสูงใหญ่ไปทำลายพื้นที่ว่างใจกลางเตียงกว้าง อิษฎียังคงไม่รู้ถึงการเคลื่อนไหวของผู้คืบคลาน ตรีภพคว้ามือข้างซ้ายของภรรยาบ้ามาตรวจดูให้แน่ใจว่าตาที่ไม่ได้หลับของเขามันไม่ได้ล้าจนพร่าเลือน เห็นสิ่งต่างๆ บิดเบือน ให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ปรักปรำแล้วเอาความกับคนที่ไม่เคยเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา ที่จะรู้จักรักษาและเห็นค่าสัญลักษณ์แห่งความรัก สัญลักษณ์แห่งการครองคู่ 

หายมาตลอดและเป็นตลอดที่เขาไม่เคยขุ่นเคือง ทว่าวันนี้เขากลับหงุดหงิดงุ่นง่าน อาจเพราะความระคายเคลือบระแวงที่มีต่ออิษฎี หรืออาจเป็นเพราะเขาอดนอน อารมณ์ถึงไม่ค่อยสุขุมเป็นปกติ 

ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม เขาเคยบอกไว้แล้วว่าถ้าหายอีก... 

อิษฎีต้องโดนทำโทษ 

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเวลาราวสองชั่วโมงกว่านี้จะคร่าด้วยอะไร 

ตรีภพใช้ท้องนิ้วถูโคนนิ้วนางข้างซ้ายเปล่าเปลือยของอิษฎี ใบหน้าหล่อเหลาขรึมเข้มของเขาเต็มไปเปี่ยมไปด้วยความจริงจังเจือความหงุดหงิดผสมผสานอยู่นิดหน่อย ละสายตาจากเรียวนิ้วซึ่งปราศจากวงแหวนแต่งงานด้อยราคา แต่ด้วยมูลค่าที่ไม่อาจประเมินเพราะความหมายลึกซึ้งที่เขามีให้ภรรยาบ้า 

อิษฎียามนอนหลับ ช่างดูปกติไม่มีซึ่งเค้ารางความวิปลาส ความระแวงใจยิ่งกัดกินความเชื่อที่เขายังมีให้อยู่จนถึงขณะนี้ และจนกว่ามันจะได้รับการพิสูจน์ว่าใครเป็นจอมหลอกลวงหรือใครเป็นจอมเข้าใจผิดคิดยุยงหวังให้สามีภรรยาผิดใจ 

เขาขอค้นหา... 

ขอสำรวจ... 

ขอตรวจดู... 

อย่างละเอียด...ด้วยตัวของเขาเอง... 

ยอมรับว่ามันเริ่มต้นไม่ค่อยนิ่มนวลสักเท่าไหร่ 

ตรีภพโน้มกายเหนือร่างอิษฎีเพื่อเปิดโคมไฟที่ให้แสงสีส้มนวลสลัว อิษฎีถึงจะนอนหันหลังให้แสงไฟ แต่ใช้ว่าจะไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวและแสงสว่างจ้าที่วาบผ่านเข้ามาในเปลือกตา ฉีกกระชากฝันที่คนฝันจำไม่ได้ว่าฝันอะไรอยู่ อิษฎีพลันลืมตาโดยไม่มีอาการง่วงงุนติดค้าง เพราะเขาตื่นตัวอย่างสุดขีด มีเพียงความอ่อนเพลียจากสีหน้าและแววตาแลดูอิดโรย 

“แหวนหาย” 

แทนประโยคอรุณสวัสดิ์ด้วยประกาศิตของคนที่พร้อมถือสาหาความ ไม่เว้นแม้ในเวลาใกล้ตีสี่แบบนี้ ตรีภพทำราวกับว่าจับโจรร้ายได้ ตอนพูดก็จับมือข้างซ้ายของอิษฎีขึ้นมา 

อาหนุ่มวันนี้ค่อนข้างผิดแผกแปลกใจไปจากทุกวัน ดูเคร่งขรึมเย็นชา สงวนคำพูดและมีความคลางแคลงเล็กๆ อยู่ในสายตาคู่นั้น ความรักความเอ็นดูที่มีให้ก็ยังมีอยู่ไม่ได้ขาดหาย แต่มันเคยเต็มแน่นลึกล้ำกว่านี้ ไม่ได้แหว่งเว้าผุกลวงขาดๆ เกินๆ อย่างนี้ 

“เรา...เรา...” อิษฎีอึกอัก 

ครั้งนี้เขาเปล่าจงใจแกล้งทำแหวนหายนะ เขาถอดวางทิ้งไว้ในห้องน้ำ ความที่แหวนมันด้อยราคาทำจากวัสดุที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ เขายิ่งต้องทะนุถนอม เขาเลยระวังเรื่องการโดนน้ำหรือโดนผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน กลัวว่ามันจะถูกกัดกร่อนเป็นด่างดวง วันนี้ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว พอถอดแล้วก็ลืมสวมกลับ วัตถุกลมเกลี้ยงที่ถูกลืมไว้ ตอนนี้ยังคงอยู่ที่เดิม ที่ห้องน้ำห้องนอนเดิมของเขา 

แล้วจะบอกยังไงให้อาเข้าใจ? 

ทำไมเขาถึงต้องตื่นมาเผชิญกับอาที่ดูขุ่นมัวกว่าปกติ ระหว่างที่เขาหลับมันเกิดอะไรขึ้นกับอา? 

อิษฎีมีแต่คำถามที่เก็บซ่อน ไม่อาจแสดงออก ระหว่างนั้นเขาพยายามบิดเบือนมือซึ่งโดนจับกุมไว้ มือใหญ่ของตรีภพจับกุมเขาแล้วยังรู้สึกถึงไออุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันช่างยากลึกหยั่งถึง เป็นรสสัมผัสที่มาไม่ถึงใจเขา ทั้งที่เขาก็รอรับและอยากดื่มด่ำเอามาหล่อเลี้ยงใจ ไม่ใครก็ใครสักคนหนึ่งในระหว่างพวกเขาสองคน มีใครกำลังปิดใจจริงอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเป็นตรีภพ 

มือของเขาไม่ได้โดนจับกุมไว้เพราะรักและทะนุถนอมดังเคย 

อาจับต้องยึดไว้เพราะอาคิดรังแกเขา 

ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องเครียดเป็นกังวลเก็บงำอยู่ในใจ ความสัมพันธ์ทางกายฉันท์สามีภรรยายังเกิดขึ้นได้อีกเหรอ? 

อิษฎีถามไว้ในใจและตรีภพเป็นคนให้คำตอบด้วยตัวเอง 

คนแสร้งบ้าเมื่อสลัดไม่หลุดก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ยังไม่เท่านั้นคิดจะลุกหนีให้ห่าง 

อาตรีไม่เคยให้บรรยากาศที่คุกคามเขาจนหวั่นใจขนาดนี้ แล้วตัวเขาเองก็ค่อนข้างเพลีย ไม่ไหวที่จะเป็นคนแสร้งบ้า ในเวลาที่อาดูผิดปกติยังไงไม่รู้ 

ความจริงหากอาต้องการ...เขายินดียินยอม... 

มันไม่เหมือนหลายครั้งที่อาเคยมอบประสบการณ์ให้เขา อาทำให้เขาหวั่นใจจริงๆ นะ อาต้องการเขา เขาดูออก แต่อาไม่ได้ต้องการเขาเพราะอารักและปรารถนาในเขา เหมือนอาใช้มันต่างเครื่องมือเพื่อทำอะไรบางอย่างกับเขา สนองความผิดปกติในความรู้สึกนึกคิดที่ยากหยั่งถึงของอาตอนนี้ 

“อ๊ะ!” 

อิษฎียังไม่ทันหย่อนสองเท้าลงจากเตียงหมายจะหลีกหนีให้พ้นเงื้อมืออา ทั้งที่ข้อมือยังถูกจับไว้ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงการกระทำโง่ๆ ของคนที่กำลังดันทุรังทำเรื่องดื้อดึงเปลืองแรง เขาถูกกระชากหลัง จนเสียหลักเซถอยกลับไป เป็นอาที่รอรวบร่างของเขาอยู่แล้ว 

“ไม่ๆ...ไม่ๆ คนนี้ไม่น่าไว้ใจ คนนี้น่ากลัว” อิษฎีปัดป้องเป็นพัลวัน ผลักไสกายหนาและดันตัวให้ออกหลุดจากวงแขนของอีกฝ่าย ตื่นตระหนกเป็นความจริง แต่เมื่อต้องตื่นตระหนกตามแบบฉบับของคนบ้า เลยต้องแสดงออกอย่างยิ่งใหญ่ ทำเหมือนตรีภพกำลังจะข่มขืนเขาก็ไม่ปาน 

อาดูคุกคามก็จริง แต่อาไม่ได้ดูจะข่มเหง 

อาแค่...หมายจะรังแกเขาตอนเช้ามืด! 

เขาจำครั้งที่ทำแหวนหายแล้วถูกลงโทษด้วยเรื่องอย่างว่า หลังจากนั้นก็ทำแหวนหายอีกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนนอกจากครั้งนั้นที่อาจะทำโทษเขาด้วยวิธีนั้นอีก 

“เอื้อคงจำที่อาพูดไว้คราวก่อนไม่ได้ เอื้อเป็นอย่างนี้ อาเข้าใจได้ แล้วอาก็ยินดีย้ำเตือนทั้งคำพูดและการกระทำให้เอื้อเสมอ จำได้ไหมว่าอาพูดว่าอะไรแล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเอื้อ อาพูดว่าถ้าทำหาย ไม่รักษา อยากได้คืนต้องโดนปรับ ถ้าหายอีก มาเอาที่อาอีก อาจะลงโทษเอื้อให้ถึงที่สุด” 

ตรีภพจับภรรยาบ้าของเขานั่งคร่อมบนตัก รวบสองมือวุ่นวายเอาไว้ระหว่างอก เมื่อควบคุมให้คนวิปลาสอยู่ในอาณัติได้ ถึงเอ่ยวาจาผ่านสีหน้าเคร่งขรึม 

ทำไมอิษฎีจะจำไม่ได้ เขาโดนปรับ อาทำโทษเขาไปทั้งตัวเลย อาลงโทษเขาถึงที่สุดจริงๆ เป็นอย่างที่อาว่า สุดลมหายใจที่แทบจะขาดห้วงเลย 

อิษฎีหวาดหวั่นคันใจ “เรารู้ๆ เรารู้!” 

“รู้อะไร เอะอะก็บอกว่ารู้ตลอด รู้ไม่จริงหรือแสร้งรู้ไม่จริง?” 

คำว่าแสร้งทำเอาอิษฎีหายใจไม่ออกไปวินาทีหนึ่ง 

“แหวนไม่หายนะ แหวนอยู่นะ แหวนเราไม่หาย” อิษฎีพยายามบอก 

“ไม่หายแล้วทำไมไม่อยู่บนนิ้ว ไม่ว่าอยู่ที่ไหน แต่ถ้าไม่อยู่บนนิ้ว นับว่าหาย” ตรีภพสรุปความ 

อาจงใจเอาเปรียบเขานี่! 

“เรารู้ๆ เราจะไปเอามาเดี๋ยวนี้ เราถอดไว้ ให้เราไป...ปล่อยๆ ปล่อยเรา เราจะไปเอาแหวน แหวนอยู่นะ แหวนไม่หาย เรามีๆ ปล่อยๆ ปล่อยสิ” 

อิษฎีท้วงแล้วพยายามเอากายออกห่างคนอันตราย อย่างที่บอกไป กว่าเขาจะข่มตาให้หลับจนในที่สุดก็หลับสนิท เขาปวดหัวไปหมด เครียดสะสมจนตกค้างแล้วก็อ่อนเพลีย เรี่ยวแรงในเช้ามืดอย่างนี้เลยมีไม่มาก ผิดกับอา วงแขนของอายิ่งกว่ากรงขังแข็งแกร่งชั้นเยี่ยมที่กักกันเขาไว้ยากจะหลุดหนี 

ตรีภพไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว ไม่หายแล้วยังไง ยังมีอยู่แล้วยังไง แต่ตอนนี้มันไม่อยู่บนนิ้ว ชัดแล้วว่าหาย กระจ่างแล้วว่าอีกฝ่ายละเลยหลงลืม 

เขาจะเอา... 

จะเอา... 

...เอาเรื่องให้ถึงที่สุด 

ข้ออ้างของคนรังแกเมียบ้าตอนเช้ามืดและเพื่ออยากระบายหลากความรู้สึกขจัดตะกอนขุ่นเหล่านั้นออกไป เขาอยากเป็นน้ำที่ใสและมีใจที่จริงให้อิษฎีดังเดิม 

สามีคุณอาจับสองมือที่ยึดไว้ระดับอก ดัดเปลี่ยนให้ไพล่อยู่ด้านหลังของภรรยาบ้า ยังกดรั้งบังคับสองแขนนั้น อกยิ่งแอ่นโค้งไปข้างหน้า หน้าท้องบดแบนราบเบียดเสียดสีกับหน้าท้องของแข็งแรงแน่นตึง 

ตรีภพมองหารอยนูนบนผิวผ้าบริเวณแผ่นอกที่แอ่นหยัดราวกับเสนอตัวมาให้เขา เมื่อหาพบมือข้างที่ว่างก็ทาบทับวางท้องนิ้วบดคลึงลงบนไปบนรอยนูนของผิวผ้า 

อิษฎีไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เห็นได้ชัดและตรีภพรับรู้ว่าคราวนี้อิษฎีไม่ยินยอม ตัวเขาเองที่เป็นผู้ริเริ่มรู้ดีว่าทำไมอิษฎีถึงออกอาการอย่างนี้ คนบ้ายังคงมีสัญชาตญาณและสัมผัสได้ถึงเจตนาแฝงจุดประสงค์ของเขา อีกทั้งเขาก็ไม่ได้นิ่มนวลจูงใจชวนให้อีกฝ่ายโอนอ่อนผ่อนตาม 

ยอดอกที่โดนบดคลึงจากท้องนิ้วทั้งยังเสียดสีผ่านผิวผ้าทำให้อิษฎีหวามไหว ปล่อยเสียงทรมานครางเครือแผ่วพร่า 

ตรีภพดึงปลายนิ้วออกห่าง ยอดอกสองข้างนูนเด่นชูชันดันเนื้อผ้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาเขาปลดกระดุมเสื้อด้วยมือเดียวจนหมดแถบแล้วปัดรั้งให้ผ้าเนื้อดีหลุดหล่นไปจากสองบ่าของอิษฎี เขามองลำคอขาวผ่องเปล่าเปลือย ไล่ลงมาสบกับไหปลาร้าจวบจนถึงหน้าอกแบนราบทั้งสองที่โดดเด่นด้วยเม็ดทับทิมเป็นไตแข็งสีก่ำจากการถูกแตะต้องแต่งแต้ม 

มือใหญ่เพียงข้างเดียวนั้นแนบลงข้างลำคอระหงแล้วลูบไล้ลากลงมากลางแผ่นอก ต่ำลงไปยังหน้าท้อง เหย้าแหย่ปลายนิ้วกับสะดือ ทำเอาอิษฎีสะท้านตัวเกร็ง จากนั้นเขาถึงลากมือไปด้านข้าง ลูบเค้นเอวเพรียว ก่อนจะตวัดวงแขนรัดกระชับให้เนื้อตัวครึ่งล่างของอิษฎีบดเบียดกับกายครึ่งล่างของเขา 

ระหว่างนั้นในเวลาเดียวกัน เขาจูบที่ปลายคางของอิษฎี แล้วพรมจูบไปตามแนวกรามได้รูป ไต่ขึ้นไปจนขบติ่งหู จากนั้นก็ส่งปลายลิ้นสากชื้นเข้าไปเย้าแยงแอ่งหูตื้น แว่วเสียครางเครือที่ยังพอสะกดกลั้นได้ของเจ้าตัว อิษฎีก้มหน้ามุดหนี ไม่ก็พยายามเบี่ยงซ้ายแลขวาหนีปลายลิ้นของตรีภพ ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำยังเปิดโอกาสให้ตรีภพเล่นกับแอ่งหูของเขาด้วยลิ้นชื้นทั้งสองข้าง ทั่วสรรพางค์กายของอิษฎีสะท้านสุดกำซ่าน 

อิษฎีรู้สึกว่ามือใหญ่ที่รวบยึดสองข้อมือของเขาไพล่ด้านหลังจนหัวไหล่ปวดหนึบในตอนนี้ดูผ่อนแรง ขณะที่เจ้าของมือยังคงมัวเมาอยู่กับการไล่เล้าโลมแอ่งหูของเขาแล้วซุกไซ้ไปตามซอกคอจนขาดการระวัง อิษฎีรวบเรี่ยวแรงรวมความกล้าและตัดซึ่งความรู้สึกวาบหวามที่ตรีภพก่อให้เขาปั่นป่วน สลัดข้อมือออกอย่างรุนแรงแล้วผลักคนอันตรายให้เสียหลัก รีบคลานตัวออกห่าง 

"เราจะไปหาไข่ ไข่ไม่น่ากลัว คนนี้น่ากลัว ไข่อยู่ไหน ไข่ คนนี้น่ากลัว” ปากพร่ำพูดอย่างลนลาน 

อิษฎีหนีไม่พ้นเงื้อมือตรีภพ วงแขนแกร่งเกี่ยวเอวเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่คนวิปลาสจะคลานหนีลงจากเตียง แล้วในที่สุดก็จบลงที่อิษฎีถูกตรีภพทาบทับอยู่บนร่าง ตรีภพไม่พูดพร่ำท่ามเพลงอะไรเลย เล่นงานเขาต่อเนื่องราวกับที่เสียจังหวะไปเมื่อครู่มันไม่เคยเกิดขึ้น 

ริมฝีปากของอาขบเม้มโลมเลียตามซอกขอของเขา เดี๋ยวซุกซ้ายทิ้งรอยเจือจางไว้ถ้วนทั่วก็เปลี่ยนไปซุกขวา อิษฎีรับรู้ได้ถึงปากลิ้นของตรีภพที่เล่นงานลำคอของเขาอยู่ เขาพยายามผลักไส จนสามารถพลิกกายคว่ำหน้าลงเตียงได้แล้วพยายามตะเกียกตะกายลงจากเตียง หากในความเป็นจริง เพียงแค่เอื้อมมือออกไปสุดแขน เขาคว้าขอบเตียงได้แล้ว ทว่าเป็นกายใหญ่ที่ทาบทับกดตรึงเขาไว้จากด้านหลัง เอื้อมแขนแกร่งส่งมือใหญ่มาทางกุมหลังมือที่ยึดเหนี่ยวขอบเตียงของเขาไว้ ปลดออกอย่างง่ายดาย พาลากกลับมาขณะที่เรียวนิ้วของอิษฎีพยายามจิกผ้าปูที่นอน เลยเกิดเป็นรอยยับย่นลากยาวเป็นสายทาง แล้วถูกกดตรึงเอาไว้ใกล้สายตา เสมือนตอกย้ำให้อิษฎีเห็นคาตาว่าพ่ายแพ้ให้ตรีภพ 

“ปล่อย!” 

“แหวนทั้งหมดที่หายไป อยู่ที่ไหน?” 

อิษฎีที่พึ่งตะเบ็งเสียงดังถึงกับชะงักนิ่งเมื่อโดนคนที่ทาบทับจากด้านหลังกระซิบถามเสียงเรียบที่ข้างใบหู เกือบแล้วที่เขาจะตวัดหางตาเหลียวมองคนถามในฉับพลันนั้น เขาไม่รู้ว่าอย่างไหนมันส่อพิรุธมากกว่ากัน หากสบตาเท่ากับว่าเข้าใจถึงคำถาม หากหลีกเลี่ยงเท่ากับว่าเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จนเกินเหตุ สุดท้ายอิษฎีเลือกผินใบหน้าไปอีกข้าง 

หากตรีภพตามมาแล้วฝังใบหน้าซุกไซ้ที่หลังคอและซอกคอด้านข้าง ดูดกลืนใบหูของเขา เย้าแยงแอ่งหูของเขา จนเขาต้องหลับตาปี๋หลุดเสียงครางเครือ 

ตรีภพกระซิบที่ริมใบหู หากสายตาของเขากลับสบมองไปที่หลังมือของอิษฎีที่ซึ่งมือของเขายึดจับกดตรึงเอาไว้ อิษฎีขยุ้มกำผ้าห่มแน่น มีเขาขยุ้มกำมือบางนั้นไว้อีกที มันไม่ต่างจากเขากำลังขึงพรืดแล้วสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีหยาบโลน สายตายังคงแช่มองอยู่อย่างนั้น ขณะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำราบเรียบแช่มช้า ตั้งใจสื่อสารให้อิษฎีเข้าใจถึงคำอธิบายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการตั้งข้อสงสัย 

“มันหายตลอด แต่ไม่เคยมีสักครั้งหรือสักวงที่คนทำความสะอาดจะเก็บได้ แปลว่าแหวนไม่ได้หล่นหายเรี่ยลาด” 

“...” อิษฎีกลั้นหายใจไปแล้ว ต่อให้ไม่กลั้นเองเขาก็หายใจไม่ออก 

อาสงสัย...อาสงสัยเขาแล้ว! 

“เรารู้หรือเปล่าว่ามันหายไปไหน ไม่รู้หรือแสร้งไม่รู้ อิษฎี?” 

เขาสอบถามหลังดึงสายตากลับมามองคนที่แน่นิ่งไป กดจมูกลงบนด้านข้างของแก้มอิ่ม ช่างเป็นสัมผัสล่อลวงที่ปราศจากความเอ็นดูต่างไปจากทุกครั้ง 

น้ำอาจยังใส แต่มันกำลังแห้งเหือด เพราะรอยแยกของแผ่นดินกำลังร้าว 

“...” อิษฎีไม่ชอบสัมผัสที่ตรีภพมอบให้เขาในตอนนี้เลย ทุกอย่างไม่ว่าส่วนไหน อิษฎีไม่กล้าพูดออกไป ไม่กล้าโกหกออกมาเป็นคำพูด 

ไม่รู้หรือแสร้งไม่รู้ของอา...ทำให้เขาจนตรอก 

อิษฎีจึงทำเพียงส่ายหน้าให้ตรีภพคาดเดาเอาเอง 

ไม่รู้ แสร้งไม่รู้หรือไม่บอก ไม่ก็ไม่เข้าใจอะไรเลย เดาได้หลายความหมาย 

“อย่างนั้นเหรอ ไว้อาจะถามอีก ค่อยๆ ถาม ซ้ำๆ ตลอดเวลาที่เอื้ออยู่บนเตียง โดนอาเจาะข้อมูล ปลดตัวเอื้อ เปลื้องตัวเอื้อ ให้อาตรวจค้นทุกซอกทุกมุม ดูว่าในความวิปลาสของเอื้อมันมีอะไรอยู่บ้าง ความลับ ความจริง ความไม่จริง หรือเป็นอาที่ถูกคนรอบข้างทำให้ต้องระแวงเอื้อจนใจเสียอยู่อย่างนี้” 

“ปะ...ปล่อยเรา…อาปล่อยเรา!” อิษฎีพยายามเคลื่อนไหว 

คำพูดที่หมายมาดของอาน่ากลัวเกินไปแล้ว ทำเขาหวั่นเกรง ทำเขาเสียขวัญ เขาไม่รู้จะรับมือยังไง? 

เกิดอะไรขึ้นกับอา หลังจากที่ปรมะพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่เห็นว่าอาจะระแวงแคลงใจแล้วทำไมตอนนี้ถึงพึ่งมาแสดงออกชัดเจน จนอาต้องรีดหาความจริงจากเขา 

ตรีภพหยุดไล่ต้อนเล่นงานแอ่งหูที่เขาลิ้มเลียจนชุ่มชื้นของอิษฎี เพื่อกระซิบคำพูดประโยคหนึ่ง 

ไม่ได้อ่อนโยน ไม่ได้ทุ้มเข้ม มันค่อนข้างกระด้างชา 

“เป็นเรื่องที่สามีภรรยาทำกัน เป็นธรรมดาที่ภรรยาต้องทำหน้าที่ปรนนิบัติเอาใจสามี มีหลายสิ่งที่ภรรยาบ้าคนนี้ของอาทำให้อาในฐานะภรรยาไม่ได้ นั่นเพราะภรรยาคนนี้ของอาเป็นบ้า แต่เรื่องนี้...เรื่องบนเตียงอย่าได้บกพร่อง อาให้เอื้อหมดแล้ว เอื้อให้อะไรอาบ้าง แค่เรื่องนี้... ไม่ยากหรอก เราต่างก็เคยซึ่งกันและกันแล้ว” 

ถ้าอาจะพูดอีกนิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคนที่รักกัน แสดงความรักต่อกัน มันคงจะดีกว่านี้ 

มันเลยเป็นประโยคที่ฟังแล้วแห้งผาก 

“...” อิษฎีหมองหม่น 

แล้วที่มันกำลังจะเป็น มันเป็นบทรักหรือมันเป็นเซ็กซ์? 

**************CUT SENSE*********** 

ประตูห้องให้แข็งแรงใหญ่โตดูหนักแน่นทนทานแค่ไหน แต่หากเบื้องหลังมีคนสองคนกำลังใช้ประตูต่างเตียงนอน ร่วมรักด้วยท่วงท่าที่น่าอายกับจังหวะโจนจ้วงหน่วงเหนี่ยวกายซึ่งกันและกัน ยังไงก็มีอันต้องสะเทือน 

ประตูสลักลายวิจิตรทำจากไม้ที่ตายแล้ว ต่อมาให้รดน้ำทิ้งคราบชื้นไว้ยังไง ประตูก็ไม่อาจดูดซึมไปหล่อเลี้ยงเนื้อไม้ได้อีก แต่คนสองคนตรงประตู 

...ต่างก็ยังเพียรรดน้ำทิ้งคราบเลอะเอาไว้ 

///////////////////// 

ยังไงตรีภพพาอิษฎีมาทำงานด้วย รวมถึงหลานในอุปการะอย่างไข่ที่ทุกวันจะต้องมาเรียนพิเศษกับครูที่เขาสรรหามาให้ ทุกวันเขาจะปล่อยเด็กหนุ่มสองคนให้ใช้ชีวิตอยู่บนที่พักส่วนตัวชั้นบน ส่วนเขาทำงานอยู่ในห้องทำงานใหญ่ชั้นรองลงมาเป็นกิจวัตรตามปกติ 

ที่ไม่ปกติคือเขากำลังรอการติดต่อจากโรงพยาบาล หวังให้นิรุตฟื้นขึ้นมา เรื่องนี้ทำให้เขาเป็นห่วงและเป็นกังวลเสมอในฐานะน้องชายคนหนึ่ง หากวันนี้ไม่มีข่าวอะไร ตอนเย็นหลังเลิกงาน เขาจะพาเด็กหนุ่มทั้งสองคนไปเยี่ยมเยือนคุณลุงและคุณท่านของพวกเขา 

ตอนนี้อิษฎีกำลังหลับอยู่ในห้องนอน ส่วนไข่กำลังเริ่มเรียนเสริมในวิชาหลักอยู่ที่ห้องถัดไป เขากลับลงมาที่ห้องทำงานแล้วสั่งเลขาส่วนตัวให้ไปทำเรื่องหนึ่ง 

“ติดต่อหาซื้อกล้องบันทึกภาพและเสียงให้ผม ผมต้องการให้ส่งช่างเข้าไปจัดการติดตั้งที่บ้านในวันนี้ก่อนเที่ยงให้เสร็จเรียบร้อย” 

“เอ่อ...” เป็นคำสั่งที่เลขาสาวอยากรู้เหตุผลแต่ไม่กล้าถาม 

ตรีภพนิ่งไป เขายังสั่งการไม่หมด เขายกมือข้างซ้ายขึ้นมาพลางก้มหน้ามองวัตถุสีเงินกลมเกลี้ยง เขาหันหลังให้สายธาร เลขาจึงไม่รู้ว่าเขาอยู่ในสีหน้าและความรู้สึกนึกคิดแบบไหน 

เงียบไปครู่หนึ่ง ถึงเอ่ยส่วนที่เหลือออกมาผ่านเสียงเรียบ 

“ติดตั้งไว้ที่ห้องเดิมของเอื้อและห้องส่วนตัวของไข่” 

“ได้ค่ะ ธารจะออกไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วจะกลับมา อย่าลืมนัดพบตำรวจตอนบ่ายนี้ด้วยนะคะ” 

เธอรับคำแล้วเดินออกไปแล้ว ตรีภพยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ที่กั้นระหว่างชั้นอยู่นั้น ข้างบนเป็นห้องนอนที่บนเตียงนอนมีร่างอ่อนเพลียของอิษฎีนอนหลับอยู่ หลังกรำศึกหนักกับตรีภพตั้งแต่เช้ามืด 

“อย่าให้เป็นอย่างที่ใครพูดก็แล้วกัน อย่าให้เป็นอย่างที่ถามแล้วไม่ตอบ เรา...อย่าเป็นอะไรที่ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ อย่าได้เป็นอะไรนอกเหนือจากนี้ อิษฎี” 

////////////////////////// 

“ผมเป็นคนนอก คุณพาทิศ นั่นเป็นปัญหาภายในขององค์กรคุณ ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในนั้นต้องมีสักคนที่มีศักยภาพ ถ้าคิดว่าไม่มีเลย จะรวมตัวกันเป็นองค์กรใหญ่ขนาดนั้นแล้วพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ได้ยังไง ให้คณะกรรมการลงมติในที่ประชุม เลือกคนที่เหมาะสม คนที่ได้คะแนนเสียงมาก ให้แต่งตั้งเป็นรักษาการณ์ชั่วคราว” 

“ทางเราทำแบบนั้นได้ แต่ผมไม่ต้องการทำ มันอาจเป็นโอกาสทองของคนที่รอฉกฉวย” 

“ถ้าคุณชักนำผมเข้าไปมีส่วนร่วมตรงนั้น ผมก็ไม่ต่างจากคนที่รอฉกฉวย คนในนั้นจะมองผมเป็นแบบนั้น เป็นแบบที่คุณว่า ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็น อีกอย่างผมไม่เคยคิดที่จะไปอยู่ตรงนั้น เรื่องนี้ผมไม่สามารถเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องได้จริงๆ คุณช่วยเข้าใจ” 

“คุณไม่นับว่าเป็นอย่างนั้นแน่ คุณต่างออกไปตรีภพ คุณเกรดดีกว่า ภาษีดีกว่า คุณเป็นน้องชายคนหนึ่งของคุณนิรุต คุณทำธุรกิจของตัวเอง คุณมีผลงานและคุณเก่งกาจ เราอยากได้คนที่มาขับเคลื่อนไม่ใช่ช่วยพยุง” 

“ผมไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง” ตรีภพย้ำอีกทีพร้อมยุติบทสนทนากับทนายพาทิศ 

“...” พาทิศได้แต่ทอดถอนใจ 

ผ่านมาแค่ข้ามวัน บริษัทใหญ่ยักษ์ของธุรกิจในเครือเดชาธรเกิดความวุ่นวายแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เมื่อไร้ซึ่งผู้นำคนสำคัญ ทุกคนต่างรู้แล้วว่าต่อให้นิรุตฟื้นขึ้นมาก็ไม่อาจทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพอีก วันนี้มีประชุมด่วนตอนเช้า คณะกรรมการ ผู้ถือหุ้นและบุคลากรผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมหาข้อสรุปว่าด้วยเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้น ถกเถียงจนเกิดวิวาทะในที่ประชุม บุคลากรที่มีสิทธิ์มีเสียงต่างเสนอคนที่ตัวเองสนับสนุน พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงแค่ว่าใครจะเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งรักษาการประธานบริหาร แต่ยังคำนึงไปถึงความสามารถและความเหมาะสมของผู้นำคนใหม่ 

ทว่าหมดเวลาไปครึ่งวันกลับยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นใคร คณะกรรมการและผู้ถือหุ้นเลยยกอำนาจการตัดสินใจให้รองประธานเป็นผู้ดูแลโครงการด่วนต่างๆ ที่ต้องอนุมัติแทนนิรุตไปก่อน รอจนนิรุตฟื้น แนวทางการแก้ปัญหาคงชัดเจนยิ่งขึ้น 

พาทิศกับตรีภพเดินคุยกัน ระหว่างเข้าไปในสถานีตำรวจ  พวกเขาต่างหยุดฝีเท้า เมื่อเห็นว่าใครอีกคนกำลังเดินใกล้เข้ามา 

“แกมาทำอะไรที่นี่?” ตรีภพเปิดปากถามพลางขมวดคิ้ว เขาค่อนข้างแปลกใจที่พบเพื่อนสนิทอย่างเพทาย มันไม่น่ามีเรื่องบังเอิญ บางอย่างบอกเขาว่าการโผล่มาของเพทายมันน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เขาพร้อมทนายส่วนตัวของพี่ชายต่างก็ต้องมาสถานีตำรวจในบ่ายวันนี้ 

“ฉันมาเป็นพยาน” 

“พยานให้ใคร?” ตรีภพถามต่อ มันเริ่มจะเป็นอย่างที่เขาคิดชัดขึ้นทุกที 

“นั่น” เพทายชี้นิ้ว 

“...” ตรีภพเหลียวหลังกลับไปมองตามที่นิ้วของเพทายชี้บอก 

ปรมะกับเลขาส่วนตัว สองคนนั้นพึ่งลงจากรถ มาถึงทีหลังสุดและกำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน 

“อยากได้คำอธิบาย” ตรีภพหันกลับมาพูดกับเพทาย 

“ได้ แน่นอน” เพทายลำบากใจนิดหน่อย เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้เขาจะมีบทบาทสำคัญอะไร แต่พอมีแล้วก็ไม่คิดเหมือนกันว่าบทของเขาจะต้องเกี่ยวข้องกับคู่กรณีของเดชาธรในตอนนี้ 

“อืม” ตรีภพรอฟัง 

“วันนี้ตำรวจเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เราทุกคนเลยต้องมาที่นี่ ไม่เว้นแม้แต่ฉันที่ไม่นึกว่าจะมีเอี่ยวเหมือนกัน แต่แค่เล็กน้อยเท่านั้นนะ” 

“มันน้ำเกินไป” ตรีภพต้องการเนื้อหาใจความสำคัญจากเพทาย 

“ก็ได้ เขาติดต่อมาเมื่อวาน ขอให้ฉันช่วยเป็นพยานว่าวันเกิดเหตุ ซึ่งก็คือเมื่อวานตอนบ่าย หลังประชุมเสร็จเขาก็ไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วฉันก็อยู่ที่นั่นกับเด็กหนุ่มตัวน้อยๆ ของฉัน เราต่างเป็นคนรู้จักกัน ที่พบกันในสถานที่สาธารณะ มันเป็นเรื่องจริงที่เขาอยู่ที่นั่น ในช่วงเวลาที่ฉันเองก็อยู่ที่นั่น ฉันมาช่วยยืนยันให้เขาแค่นี้แหละเพื่อนฝูง หวังว่าแกจะเข้าใจ อีกอย่างการมายืนยันให้ฝ่ายเขาในวันนี้ มันจะหมายความว่าฉันอยู่ข้างเขา เปล่า ฉันไม่รู้อะไรเลย มาพูดในส่วนที่รู้ มาบอกในส่วนที่เห็น” 

ตรีภพพยักหน้า “เข้าใจแล้ว” 

เพทายถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าแกจริงจังกับเรื่องนี้ แกอยากลากคนทำผิดมาลงโทษไวๆ เพราะคนเจ็บคือพี่ชายของแก เขาเป็นคนที่แกเคารพมาตลอด” 

“น่าจะโทรบอกกันหน่อย” 

“บอกแกต่อหน้าดีกว่า” 

ความคิดเห็น