เจ้านิ้วดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 23 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2562 20:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 23 [100%]
แบบอักษร

23

​///////////////////

เนิ่นนานจวบจนกระทั่งใกล้รุ่งสาง ตั้งแต่เขากลับเข้าห้องนอน เขาก็ไม่สามารถหลับตาลงได้อีก ใต้ท้องน้ำต่อให้ใสสงบแค่ไหน แต่ตราบใดที่ยังมีพื้นตะกอนนอนก้นอยู่และขอแค่มีสักหนึ่งมือไปกวนเพียงแผ่วๆ แค่เท่านี้ก็ส่งผลให้ใต้น้ำใสสงบแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นหนา ปั่นป่วนอวลคลุ้งฟุ้งไปด้วยตะกอนมากมาย อยากให้น้ำใสก็ต้องรอจนกว่าจะตกตะกอน

น้ำใสใจจริงของเขาที่มีให้อิษฎีเป็นน้ำใสที่มาจากใจจริง ทว่าเวลานี้มันกลับขุ่นมัวเพราะตะกอนที่เกิดขึ้นจากคนรอบกายที่บอกว่าคนวิปลาสของเขา แท้จริงแล้วไม่ได้วิปลาส ส่วนเขายังยืนกรานจะเชื่อ

ยังเชื่อแต่คล้ายว่าความมั่นใจมันถูกความเคลือบแคลงระแวงใจกัดกิน

เด็กบ้านอนอยู่ที่ริมเตียงอีกฝั่ง ระยะห่างตรงกลางของเตียงหลังใหญ่ทำให้เกิดพื้นที่ว่าง ตรีภพที่นอนไม่หลับและคิดว่าคงจะไม่อาจหลับแล้ว เขากำลังรอให้ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันในยามเช้าเหมือนทุกวัน ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกราวๆ สองชั่วโมงกว่าหลังจากนี้ เวลาที่ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านอย่างแช่มช้า เขาใช้ทั้งหมดนั้นเพื่อนอนมองอิษฎีจากริมเตียงในฝั่งของเขาอย่างเงียบเชียบและนิ่งขรึม อิริยาบถและสถานการณ์แลดูผ่อนคลาย แต่ในใจของคนนอนไม่หลับขมวดบิดเป็นเกลียว ขณะที่อิษฎีนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาเขา นับเป็นการเผชิญหน้าที่ฝ่ายหนึ่งรู้ตัวและอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ตัว

อิษฎีเห็นหลับสนิทอย่างนี้ใช่ว่าจะดี กว่าที่จะหลับสนิทขนาดนี้ได้ ช่วงพลบค่ำเขาเผชิญกับความเครียดเป็นกังวล ด้วยเรื่องเดียวกันกับที่ทำให้ตรีภพนอนไม่หลับในตอนนี้ เขาเหมือนเป็นมีชนักติดหลัง แล้วดันมีคนแตะชนักบนหลังของเขาเข้า ซ้ำร้ายยังต่อหน้าตรีภพ ถึงไม่แรงแต่สะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับผิวน้ำที่ถูกแตะจนเกิดระลอกกระเพื่อมไหวขยายวงกว้าง

คิดแล้วว่าวันหนึ่งตรีภพก็อาจจะต้องล่วงรู้ ถ้าทุกวันยังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอยู่อย่างนี้ อิษฎีพยายามตระเตรียมใจกับการล่วงรู้ของตรีภพ แต่พอแค่มีใครมาสะกิดชนักที่อยู่บนหลังเข้าจริงๆ แค่ตรีภพขมวดคิ้วใช้สายตาที่ไม่รู้ว่าสงสัยเคลือบแคลงในเขาหรือไม่ ตรีภพจะรู้แล้วหรือยัง ตรีภพจะสงสัยเขาหรือไม่ ตรีภพกำลังคิดอะไรกับเขาอยู่ ยังเชื่อว่าเขาบ้าอยู่หรือเปล่า สารพันคำถามมากมายนั้นล้วนเต็มไปด้วยความเครียดละความกลัวทั้งสิ้น

คนที่กำลังโกหกหลอกลวง เมื่อเลือกที่จะโกหกหลอกลวงแล้วยังขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าสารภาพความจริงยิ่งกับคนที่มีผลต่อหัวใจ ทางที่เหลือคือดันทุรังกับการเป็นคนโกหกแสดงเรื่องลวงหลอกต่อไปเรื่อยๆ

แต่ละวันยิ่งทรมานใจให้กับความแสร้งวิปลาส เพื่อให้ตรีภพเชื่อว่าภรรยาที่ตบแต่งด้วยนั้นเป็นภรรยาบ้าที่คุณอาหนุ่มตีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้น

เขากังวลจนเป็นทุกข์ อึดอัดเจ็บหน่วงทุกลมหายใจเข้าออก ตั้งแต่กลับมา ไม่กล้าสู้หน้าสบสายตากับคุณอาหนุ่มและพยายามที่สุด เสแสร้งแกล้งเป็นอย่างหนักที่จะเป็นคนบ้าให้แนบเนียน

แล้วเขาก็หลับไปด้วยความเครียดที่เก็บงำไว้ โดยไม่รู้ว่าสามีคุณอาลุกจากเตียง ออกไปจากห้องตอนกลางดึก โดยไม่รู้ว่าสามีคุณอากลับเข้ามานอนร่วมเตียงแล้วเอาแต่นอนมองเขาท่ามกลางแสงสลัวในยามค่ำคืน สายคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ พินิจพิเคราะห์และกำลังเสาะหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกวิปลาสที่คนรอบกายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นแค่เปลือก ไม่ใช่เนื้อแท้

มีเนื้อแท้อยู่ในนั้นจริงๆ เหรอ?

ตรีภพทั้งคิดทั้งมอง จนกระทั่งสายตาของเขาสบจ้องเข้ากับมือขาวผ่องเรียวบางราวใบพายของอิษฎี ความว่างเปล่าบนเรียวนิ้วของภรรยาบ้าทำให้เขาขมวดคิ้วหนักข้อขึ้น ยังไม่เท่านั้น เขายังขยับกายเข้าหา เอาร่างสูงใหญ่ไปทำลายพื้นที่ว่างใจกลางเตียงกว้าง อิษฎียังคงไม่รู้ถึงการเคลื่อนไหวของผู้คืบคลาน ตรีภพคว้ามือข้างซ้ายของภรรยาบ้ามาตรวจดูให้แน่ใจว่าตาที่ไม่ได้หลับของเขามันไม่ได้ล้าจนพร่าเลือน เห็นสิ่งต่างๆ บิดเบือน ให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ปรักปรำแล้วเอาความกับคนที่ไม่เคยเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา ที่จะรู้จักรักษาและเห็นค่าสัญลักษณ์แห่งความรัก สัญลักษณ์แห่งการครองคู่

หายมาตลอดและเป็นตลอดที่เขาไม่เคยขุ่นเคือง ทว่าวันนี้เขากลับหงุดหงิดงุ่นง่าน อาจเพราะความระคายเคลือบระแวงที่มีต่ออิษฎี หรืออาจเป็นเพราะเขาอดนอน อารมณ์ถึงไม่ค่อยสุขุมเป็นปกติ

ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม เขาเคยบอกไว้แล้วว่าถ้าหายอีก...

อิษฎีต้องโดนทำโทษ

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเวลาราวสองชั่วโมงกว่านี้จะคร่าด้วยอะไร

ตรีภพใช้ท้องนิ้วถูโคนนิ้วนางข้างซ้ายเปล่าเปลือยของอิษฎี ใบหน้าหล่อเหลาขรึมเข้มของเขาเต็มไปเปี่ยมไปด้วยความจริงจังเจือความหงุดหงิดผสมผสานอยู่นิดหน่อย ละสายตาจากเรียวนิ้วซึ่งปราศจากวงแหวนแต่งงานด้อยราคา แต่ด้วยมูลค่าที่ไม่อาจประเมินเพราะความหมายลึกซึ้งที่เขามีให้ภรรยาบ้า

อิษฎียามนอนหลับ ช่างดูปกติไม่มีซึ่งเค้ารางความวิปลาส ความระแวงใจยิ่งกัดกินความเชื่อที่เขายังมีให้อยู่จนถึงขณะนี้ และจนกว่ามันจะได้รับการพิสูจน์ว่าใครเป็นจอมหลอกลวงหรือใครเป็นจอมเข้าใจผิดคิดยุยงหวังให้สามีภรรยาผิดใจ

เขาขอค้นหา...

ขอสำรวจ...

ขอตรวจดู...

อย่างละเอียด...ด้วยตัวของเขาเอง...

ยอมรับว่ามันเริ่มต้นไม่ค่อยนิ่มนวลสักเท่าไหร่

ตรีภพโน้มกายเหนือร่างอิษฎีเพื่อเปิดโคมไฟที่ให้แสงสีส้มนวลสลัว อิษฎีถึงจะนอนหันหลังให้แสงไฟ แต่ใช้ว่าจะไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวและแสงสว่างจ้าที่วาบผ่านเข้ามาในเปลือกตา ฉีกกระชากฝันที่คนฝันจำไม่ได้ว่าฝันอะไรอยู่ อิษฎีพลันลืมตาโดยไม่มีอาการง่วงงุนติดค้าง เพราะเขาตื่นตัวอย่างสุดขีด มีเพียงความอ่อนเพลียจากสีหน้าและแววตาแลดูอิดโรย

“แหวนหาย”

แทนประโยคอรุณสวัสดิ์ด้วยประกาศิตของคนที่พร้อมถือสาหาความ ไม่เว้นแม้ในเวลาใกล้ตีสี่แบบนี้ ตรีภพทำราวกับว่าจับโจรร้ายได้ ตอนพูดก็จับมือข้างซ้ายของอิษฎีขึ้นมา

อาหนุ่มวันนี้ค่อนข้างผิดแผกแปลกใจไปจากทุกวัน ดูเคร่งขรึมเย็นชา สงวนคำพูดและมีความคลางแคลงเล็กๆ อยู่ในสายตาคู่นั้น ความรักความเอ็นดูที่มีให้ก็ยังมีอยู่ไม่ได้ขาดหาย แต่มันเคยเต็มแน่นลึกล้ำกว่านี้ ไม่ได้แหว่งเว้าผุกลวงขาดๆ เกินๆ อย่างนี้

“เรา...เรา...” อิษฎีอึกอัก

ครั้งนี้เขาเปล่าจงใจแกล้งทำแหวนหายนะ เขาถอดวางทิ้งไว้ในห้องน้ำ ความที่แหวนมันด้อยราคาทำจากวัสดุที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ เขายิ่งต้องทะนุถนอม เขาเลยระวังเรื่องการโดนน้ำหรือโดนผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน กลัวว่ามันจะถูกกัดกร่อนเป็นด่างดวง วันนี้ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว พอถอดแล้วก็ลืมสวมกลับ วัตถุกลมเกลี้ยงที่ถูกลืมไว้ ตอนนี้ยังคงอยู่ที่เดิม ที่ห้องน้ำห้องนอนเดิมของเขา

แล้วจะบอกยังไงให้อาเข้าใจ?

ทำไมเขาถึงต้องตื่นมาเผชิญกับอาที่ดูขุ่นมัวกว่าปกติ ระหว่างที่เขาหลับมันเกิดอะไรขึ้นกับอา?

อิษฎีมีแต่คำถามที่เก็บซ่อน ไม่อาจแสดงออก ระหว่างนั้นเขาพยายามบิดเบือนมือซึ่งโดนจับกุมไว้ มือใหญ่ของตรีภพจับกุมเขาแล้วยังรู้สึกถึงไออุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันช่างยากลึกหยั่งถึง เป็นรสสัมผัสที่มาไม่ถึงใจเขา ทั้งที่เขาก็รอรับและอยากดื่มด่ำเอามาหล่อเลี้ยงใจ ไม่ใครก็ใครสักคนหนึ่งในระหว่างพวกเขาสองคน มีใครกำลังปิดใจจริงอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเป็นตรีภพ

มือของเขาไม่ได้โดนจับกุมไว้เพราะรักและทะนุถนอมดังเคย

อาจับต้องยึดไว้เพราะอาคิดรังแกเขา

ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องเครียดเป็นกังวลเก็บงำอยู่ในใจ ความสัมพันธ์ทางกายฉันท์สามีภรรยายังเกิดขึ้นได้อีกเหรอ?

อิษฎีถามไว้ในใจและตรีภพเป็นคนให้คำตอบด้วยตัวเอง

คนแสร้งบ้าเมื่อสลัดไม่หลุดก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ยังไม่เท่านั้นคิดจะลุกหนีให้ห่าง

อาตรีไม่เคยให้บรรยากาศที่คุกคามเขาจนหวั่นใจขนาดนี้ แล้วตัวเขาเองก็ค่อนข้างเพลีย ไม่ไหวที่จะเป็นคนแสร้งบ้า ในเวลาที่อาดูผิดปกติยังไงไม่รู้

ความจริงหากอาต้องการ...เขายินดียินยอม...

มันไม่เหมือนหลายครั้งที่อาเคยมอบประสบการณ์ให้เขา อาทำให้เขาหวั่นใจจริงๆ นะ อาต้องการเขา เขาดูออก แต่อาไม่ได้ต้องการเขาเพราะอารักและปรารถนาในเขา เหมือนอาใช้มันต่างเครื่องมือเพื่อทำอะไรบางอย่างกับเขา สนองความผิดปกติในความรู้สึกนึกคิดที่ยากหยั่งถึงของอาตอนนี้

“อ๊ะ!”

อิษฎียังไม่ทันหย่อนสองเท้าลงจากเตียงหมายจะหลีกหนีให้พ้นเงื้อมืออา ทั้งที่ข้อมือยังถูกจับไว้ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงการกระทำโง่ๆ ของคนที่กำลังดันทุรังทำเรื่องดื้อดึงเปลืองแรง เขาถูกกระชากหลัง จนเสียหลักเซถอยกลับไป เป็นอาที่รอรวบร่างของเขาอยู่แล้ว

“ไม่ๆ...ไม่ๆ คนนี้ไม่น่าไว้ใจ คนนี้น่ากลัว” อิษฎีปัดป้องเป็นพัลวัน ผลักไสกายหนาและดันตัวให้ออกหลุดจากวงแขนของอีกฝ่าย ตื่นตระหนกเป็นความจริง แต่เมื่อต้องตื่นตระหนกตามแบบฉบับของคนบ้า เลยต้องแสดงออกอย่างยิ่งใหญ่ ทำเหมือนตรีภพกำลังจะข่มขืนเขาก็ไม่ปาน

อาดูคุกคามก็จริง แต่อาไม่ได้ดูจะข่มเหง

อาแค่...หมายจะรังแกเขาตอนเช้ามืด!

เขาจำครั้งที่ทำแหวนหายแล้วถูกลงโทษด้วยเรื่องอย่างว่า หลังจากนั้นก็ทำแหวนหายอีกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนนอกจากครั้งนั้นที่อาจะทำโทษเขาด้วยวิธีนั้นอีก

“เอื้อคงจำที่อาพูดไว้คราวก่อนไม่ได้ เอื้อเป็นอย่างนี้ อาเข้าใจได้ แล้วอาก็ยินดีย้ำเตือนทั้งคำพูดและการกระทำให้เอื้อเสมอ จำได้ไหมว่าอาพูดว่าอะไรแล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเอื้อ อาพูดว่าถ้าทำหาย ไม่รักษา อยากได้คืนต้องโดนปรับ ถ้าหายอีก มาเอาที่อาอีก อาจะลงโทษเอื้อให้ถึงที่สุด”

ตรีภพจับภรรยาบ้าของเขานั่งคร่อมบนตัก รวบสองมือวุ่นวายเอาไว้ระหว่างอก เมื่อควบคุมให้คนวิปลาสอยู่ในอาณัติได้ ถึงเอ่ยวาจาผ่านสีหน้าเคร่งขรึม

ทำไมอิษฎีจะจำไม่ได้ เขาโดนปรับ อาทำโทษเขาไปทั้งตัวเลย อาลงโทษเขาถึงที่สุดจริงๆ เป็นอย่างที่อาว่า สุดลมหายใจที่แทบจะขาดห้วงเลย

อิษฎีหวาดหวั่นคันใจ “เรารู้ๆ เรารู้!”

“รู้อะไร เอะอะก็บอกว่ารู้ตลอด รู้ไม่จริงหรือแสร้งรู้ไม่จริง?”

คำว่าแสร้งทำเอาอิษฎีหายใจไม่ออกไปวินาทีหนึ่ง

“แหวนไม่หายนะ แหวนอยู่นะ แหวนเราไม่หาย” อิษฎีพยายามบอก

“ไม่หายแล้วทำไมไม่อยู่บนนิ้ว ไม่ว่าอยู่ที่ไหน แต่ถ้าไม่อยู่บนนิ้ว นับว่าหาย” ตรีภพสรุปความ

อาจงใจเอาเปรียบเขานี่!

“เรารู้ๆ เราจะไปเอามาเดี๋ยวนี้ เราถอดไว้ ให้เราไป...ปล่อยๆ ปล่อยเรา เราจะไปเอาแหวน แหวนอยู่นะ แหวนไม่หาย เรามีๆ ปล่อยๆ ปล่อยสิ”

อิษฎีท้วงแล้วพยายามเอากายออกห่างคนอันตราย อย่างที่บอกไป กว่าเขาจะข่มตาให้หลับจนในที่สุดก็หลับสนิท เขาปวดหัวไปหมด เครียดสะสมจนตกค้างแล้วก็อ่อนเพลีย เรี่ยวแรงในเช้ามืดอย่างนี้เลยมีไม่มาก ผิดกับอา วงแขนของอายิ่งกว่ากรงขังแข็งแกร่งชั้นเยี่ยมที่กักกันเขาไว้ยากจะหลุดหนี

ตรีภพไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว ไม่หายแล้วยังไง ยังมีอยู่แล้วยังไง แต่ตอนนี้มันไม่อยู่บนนิ้ว ชัดแล้วว่าหาย กระจ่างแล้วว่าอีกฝ่ายละเลยหลงลืม

เขาจะเอา...

จะเอา...

...เอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ข้ออ้างของคนรังแกเมียบ้าตอนเช้ามืดและเพื่ออยากระบายหลากความรู้สึกขจัดตะกอนขุ่นเหล่านั้นออกไป เขาอยากเป็นน้ำที่ใสและมีใจที่จริงให้อิษฎีดังเดิม

สามีคุณอาจับสองมือที่ยึดไว้ระดับอก ดัดเปลี่ยนให้ไพล่อยู่ด้านหลังของภรรยาบ้า ยังกดรั้งบังคับสองแขนนั้น อกยิ่งแอ่นโค้งไปข้างหน้า หน้าท้องบดแบนราบเบียดเสียดสีกับหน้าท้องของแข็งแรงแน่นตึง

ตรีภพมองหารอยนูนบนผิวผ้าบริเวณแผ่นอกที่แอ่นหยัดราวกับเสนอตัวมาให้เขา เมื่อหาพบมือข้างที่ว่างก็ทาบทับวางท้องนิ้วบดคลึงลงบนไปบนรอยนูนของผิวผ้า

อิษฎีไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เห็นได้ชัดและตรีภพรับรู้ว่าคราวนี้อิษฎีไม่ยินยอม ตัวเขาเองที่เป็นผู้ริเริ่มรู้ดีว่าทำไมอิษฎีถึงออกอาการอย่างนี้ คนบ้ายังคงมีสัญชาตญาณและสัมผัสได้ถึงเจตนาแฝงจุดประสงค์ของเขา อีกทั้งเขาก็ไม่ได้นิ่มนวลจูงใจชวนให้อีกฝ่ายโอนอ่อนผ่อนตาม

ยอดอกที่โดนบดคลึงจากท้องนิ้วทั้งยังเสียดสีผ่านผิวผ้าทำให้อิษฎีหวามไหว ปล่อยเสียงทรมานครางเครือแผ่วพร่า

ตรีภพดึงปลายนิ้วออกห่าง ยอดอกสองข้างนูนเด่นชูชันดันเนื้อผ้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาเขาปลดกระดุมเสื้อด้วยมือเดียวจนหมดแถบแล้วปัดรั้งให้ผ้าเนื้อดีหลุดหล่นไปจากสองบ่าของอิษฎี เขามองลำคอขาวผ่องเปล่าเปลือย ไล่ลงมาสบกับไหปลาร้าจวบจนถึงหน้าอกแบนราบทั้งสองที่โดดเด่นด้วยเม็ดทับทิมเป็นไตแข็งสีก่ำจากการถูกแตะต้องแต่งแต้ม

มือใหญ่เพียงข้างเดียวนั้นแนบลงข้างลำคอระหงแล้วลูบไล้ลากลงมากลางแผ่นอก ต่ำลงไปยังหน้าท้อง เหย้าแหย่ปลายนิ้วกับสะดือ ทำเอาอิษฎีสะท้านตัวเกร็ง จากนั้นเขาถึงลากมือไปด้านข้าง ลูบเค้นเอวเพรียว ก่อนจะตวัดวงแขนรัดกระชับให้เนื้อตัวครึ่งล่างของอิษฎีบดเบียดกับกายครึ่งล่างของเขา

ระหว่างนั้นในเวลาเดียวกัน เขาจูบที่ปลายคางของอิษฎี แล้วพรมจูบไปตามแนวกรามได้รูป ไต่ขึ้นไปจนขบติ่งหู จากนั้นก็ส่งปลายลิ้นสากชื้นเข้าไปเย้าแยงแอ่งหูตื้น แว่วเสียครางเครือที่ยังพอสะกดกลั้นได้ของเจ้าตัว อิษฎีก้มหน้ามุดหนี ไม่ก็พยายามเบี่ยงซ้ายแลขวาหนีปลายลิ้นของตรีภพ ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำยังเปิดโอกาสให้ตรีภพเล่นกับแอ่งหูของเขาด้วยลิ้นชื้นทั้งสองข้าง ทั่วสรรพางค์กายของอิษฎีสะท้านสุดกำซ่าน

อิษฎีรู้สึกว่ามือใหญ่ที่รวบยึดสองข้อมือของเขาไพล่ด้านหลังจนหัวไหล่ปวดหนึบในตอนนี้ดูผ่อนแรง ขณะที่เจ้าของมือยังคงมัวเมาอยู่กับการไล่เล้าโลมแอ่งหูของเขาแล้วซุกไซ้ไปตามซอกคอจนขาดการระวัง อิษฎีรวบเรี่ยวแรงรวมความกล้าและตัดซึ่งความรู้สึกวาบหวามที่ตรีภพก่อให้เขาปั่นป่วน สลัดข้อมือออกอย่างรุนแรงแล้วผลักคนอันตรายให้เสียหลัก รีบคลานตัวออกห่าง

"เราจะไปหาไข่ ไข่ไม่น่ากลัว คนนี้น่ากลัว ไข่อยู่ไหน ไข่ คนนี้น่ากลัว” ปากพร่ำพูดอย่างลนลาน

อิษฎีหนีไม่พ้นเงื้อมือตรีภพ วงแขนแกร่งเกี่ยวเอวเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่คนวิปลาสจะคลานหนีลงจากเตียง แล้วในที่สุดก็จบลงที่อิษฎีถูกตรีภพทาบทับอยู่บนร่าง ตรีภพไม่พูดพร่ำท่ามเพลงอะไรเลย เล่นงานเขาต่อเนื่องราวกับที่เสียจังหวะไปเมื่อครู่มันไม่เคยเกิดขึ้น

ริมฝีปากของอาขบเม้มโลมเลียตามซอกขอของเขา เดี๋ยวซุกซ้ายทิ้งรอยเจือจางไว้ถ้วนทั่วก็เปลี่ยนไปซุกขวา อิษฎีรับรู้ได้ถึงปากลิ้นของตรีภพที่เล่นงานลำคอของเขาอยู่ เขาพยายามผลักไส จนสามารถพลิกกายคว่ำหน้าลงเตียงได้แล้วพยายามตะเกียกตะกายลงจากเตียง หากในความเป็นจริง เพียงแค่เอื้อมมือออกไปสุดแขน เขาคว้าขอบเตียงได้แล้ว ทว่าเป็นกายใหญ่ที่ทาบทับกดตรึงเขาไว้จากด้านหลัง เอื้อมแขนแกร่งส่งมือใหญ่มาทางกุมหลังมือที่ยึดเหนี่ยวขอบเตียงของเขาไว้ ปลดออกอย่างง่ายดาย พาลากกลับมาขณะที่เรียวนิ้วของอิษฎีพยายามจิกผ้าปูที่นอน เลยเกิดเป็นรอยยับย่นลากยาวเป็นสายทาง แล้วถูกกดตรึงเอาไว้ใกล้สายตา เสมือนตอกย้ำให้อิษฎีเห็นคาตาว่าพ่ายแพ้ให้ตรีภพ

“ปล่อย!”

“แหวนทั้งหมดที่หายไป อยู่ที่ไหน?”

อิษฎีที่พึ่งตะเบ็งเสียงดังถึงกับชะงักนิ่งเมื่อโดนคนที่ทาบทับจากด้านหลังกระซิบถามเสียงเรียบที่ข้างใบหู เกือบแล้วที่เขาจะตวัดหางตาเหลียวมองคนถามในฉับพลันนั้น เขาไม่รู้ว่าอย่างไหนมันส่อพิรุธมากกว่ากัน หากสบตาเท่ากับว่าเข้าใจถึงคำถาม หากหลีกเลี่ยงเท่ากับว่าเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จนเกินเหตุ สุดท้ายอิษฎีเลือกผินใบหน้าไปอีกข้าง

หากตรีภพตามมาแล้วฝังใบหน้าซุกไซ้ที่หลังคอและซอกคอด้านข้าง ดูดกลืนใบหูของเขา เย้าแยงแอ่งหูของเขา จนเขาต้องหลับตาปี๋หลุดเสียงครางเครือ

ตรีภพกระซิบที่ริมใบหู หากสายตาของเขากลับสบมองไปที่หลังมือของอิษฎีที่ซึ่งมือของเขายึดจับกดตรึงเอาไว้ อิษฎีขยุ้มกำผ้าห่มแน่น มีเขาขยุ้มกำมือบางนั้นไว้อีกที มันไม่ต่างจากเขากำลังขึงพรืดแล้วสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีหยาบโลน สายตายังคงแช่มองอยู่อย่างนั้น ขณะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำราบเรียบแช่มช้า ตั้งใจสื่อสารให้อิษฎีเข้าใจถึงคำอธิบายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการตั้งข้อสงสัย

“มันหายตลอด แต่ไม่เคยมีสักครั้งหรือสักวงที่คนทำความสะอาดจะเก็บได้ แปลว่าแหวนไม่ได้หล่นหายเรี่ยลาด”

“...” อิษฎีกลั้นหายใจไปแล้ว ต่อให้ไม่กลั้นเองเขาก็หายใจไม่ออก

อาสงสัย...อาสงสัยเขาแล้ว!

“เรารู้หรือเปล่าว่ามันหายไปไหน ไม่รู้หรือแสร้งไม่รู้ อิษฎี?”

เขาสอบถามหลังดึงสายตากลับมามองคนที่แน่นิ่งไป กดจมูกลงบนด้านข้างของแก้มอิ่ม ช่างเป็นสัมผัสล่อลวงที่ปราศจากความเอ็นดูต่างไปจากทุกครั้ง

น้ำอาจยังใส แต่มันกำลังแห้งเหือด เพราะรอยแยกของแผ่นดินกำลังร้าว

“...” อิษฎีไม่ชอบสัมผัสที่ตรีภพมอบให้เขาในตอนนี้เลย ทุกอย่างไม่ว่าส่วนไหน อิษฎีไม่กล้าพูดออกไป ไม่กล้าโกหกออกมาเป็นคำพูด

ไม่รู้หรือแสร้งไม่รู้ของอา...ทำให้เขาจนตรอก

อิษฎีจึงทำเพียงส่ายหน้าให้ตรีภพคาดเดาเอาเอง

ไม่รู้ แสร้งไม่รู้หรือไม่บอก ไม่ก็ไม่เข้าใจอะไรเลย เดาได้หลายความหมาย

“อย่างนั้นเหรอ ไว้อาจะถามอีก ค่อยๆ ถาม ซ้ำๆ ตลอดเวลาที่เอื้ออยู่บนเตียง โดนอาเจาะข้อมูล ปลดตัวเอื้อ เปลื้องตัวเอื้อ ให้อาตรวจค้นทุกซอกทุกมุม ดูว่าในความวิปลาสของเอื้อมันมีอะไรอยู่บ้าง ความลับ ความจริง ความไม่จริง หรือเป็นอาที่ถูกคนรอบข้างทำให้ต้องระแวงเอื้อจนใจเสียอยู่อย่างนี้”

 “ปะ...ปล่อยเรา…อาปล่อยเรา!” อิษฎีพยายามเคลื่อนไหว

คำพูดที่หมายมาดของอาน่ากลัวเกินไปแล้ว ทำเขาหวั่นเกรง ทำเขาเสียขวัญ เขาไม่รู้จะรับมือยังไง?

เกิดอะไรขึ้นกับอา หลังจากที่ปรมะพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่เห็นว่าอาจะระแวงแคลงใจแล้วทำไมตอนนี้ถึงพึ่งมาแสดงออกชัดเจน จนอาต้องรีดหาความจริงจากเขา

ตรีภพหยุดไล่ต้อนเล่นงานแอ่งหูที่เขาลิ้มเลียจนชุ่มชื้นของอิษฎี เพื่อกระซิบคำพูดประโยคหนึ่ง

ไม่ได้อ่อนโยน ไม่ได้ทุ้มเข้ม มันค่อนข้างกระด้างชา

“เป็นเรื่องที่สามีภรรยาทำกัน เป็นธรรมดาที่ภรรยาต้องทำหน้าที่ปรนนิบัติเอาใจสามี มีหลายสิ่งที่ภรรยาบ้าคนนี้ของอาทำให้อาในฐานะภรรยาไม่ได้ นั่นเพราะภรรยาคนนี้ของอาเป็นบ้า แต่เรื่องนี้...เรื่องบนเตียงอย่าได้บกพร่อง อาให้เอื้อหมดแล้ว เอื้อให้อะไรอาบ้าง แค่เรื่องนี้... ไม่ยากหรอก เราต่างก็เคยซึ่งกันและกันแล้ว”

ถ้าอาจะพูดอีกนิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคนที่รักกัน แสดงความรักต่อกัน มันคงจะดีกว่านี้

มันเลยเป็นประโยคที่ฟังแล้วแห้งผาก

“...” อิษฎีหมองหม่น

แล้วที่มันกำลังจะเป็น มันเป็นบทรักหรือมันเป็นเซ็กซ์?

คนแสร้งบ้ากำลังตกที่นั่งลำบาก คุณอาหนุ่มทำการตรวจค้นทุกซอกทุกมุมจริงอย่างที่กล่าวไว้ มือใหญ่สอดผ่านขอบกางเกงนอนของคนที่เขาใช้กายใหญ่กดทับไว้ใต้ร่าง พื้นที่ตรงนั้นโล่เนียนปราศจากเส้นขน เขากุมกำส่วนสงวนเต็มมือ คลึงขยุ้มเค้นขย้ำ ปลุกปั่นเล้าโลม หมายให้ส่วนสงวนอันเป็นจุดซ่อนเร้นกลางกายของภรรยาบ้าที่มีเพียงเขา สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าตัวแตะต้องครอบครองได้บังเกิดการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนเนื้อนุ่มแปลงเนื้อแข็ง เติบโตขยับขยายความคับพองอยู่ในอุ้งมือของเขา

อิษฎีอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว หมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน ด้านหน้าตลอดร่างนาบติดกับที่นอนนุ่มจนยุบยวบ ด้านหลังตลอดร่างรับแรงบดเบียดทาบทับติดตรึงจากกายใหญ่ ระหว่างกาย...ที่เบื้องล่างกลางลำตัวตรงจุดนั้น เขาจำต้องกระดกยกสะโพกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณสุดจะหักห้าม ในกางเกงนอนซ้อนกางเกงใน ส่วนที่ถูกกางเกงในห่อหุ้มไว้ มีสิ่งอื่นทำหน้าที่แทน

มือใหญ่กอบกุมลำกายของคนบ้าแล้วสาวรูด รึงรั้ง ชักนำ คนบ้าตกอยู่ใต้อาณัติคุณอาหนุ่มแล้วยังทำอะไรได้อีก นอกจากดื่มด่ำความเสียวซ่านที่คุณอาหนุ่มเล้าโลมตะโบมสร้างให้ ดวงหน้าน่ารักหมดจดเจือคมคายอยู่นิดๆ กำลังเม้มปากแน่น ทว่าเสียงครางต่ำเครือกลับเล็ดรอดจากลำคอ

ตรีภพยังคงนำพาและควบคุมภรรยาของตัวเอง ประสบการณ์บนเตียงระหว่างพวกเขาเกิดขึ้นจนไม่นับว่าน้อยครั้งเลยและไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งต่อจากนี้ อิษฎียังคงเสน่ห์ของความไม่ประสาที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง สอดคล้องกับตรีภพ เขาชอบเป็นผู้นำ ชอบความรู้สึกของการเป็นผู้ปกครอง ชอบที่จะครอบครองอิษฎี ทั้งร่างกายและความต้องการของอิษฎี

เขาชอบอิษฎีไปหมดและไม่ลืมว่าตอนนี้ก็ขุ่นเคืองคลางแคลงให้กับความเป็นอิษฎีไปหมดเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าอิษฎีหมดแรงต่อต้าน เลือกตะเกียกตะกายจะไปจากเขาให้ได้ ตรีภพจึงยอมปล่อยมือใหญ่ของเขาที่ทาบกุมกดตรึงมือบางก่อนหน้า แล้วมอบหน้าที่ให้มือข้างนั้นมาปลดเปลื้องอาภรณ์ส่วนล่างของคนใต้ร่างแทน เขาพลิกตัวอิษฎีให้นอนหงาย เรียวนิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งขอบกางเกงนอนออกไปจากช่วงขายาว ทำแบบเดียวกันกับอาภรณ์ตัวจิ๋ว ทว่าแตกต่างที่บทสรุปสุดท้าย กางเกงนอนตัวนอนถูกถอดแล้วลิ่วปลิวตกอยู่ข้างเตียง หากแต่กางเกงในสีขาวสะอาดตาตัวนั้นยังคาค้างอยู่ตรงโคนขาข้างหนึ่ง

เขาชอบการทิ้งอาภรณ์บางชิ้นไว้บนตัวของอิษฎี เพราะดูยั่วเย้าทั้งทางสายตาและทางอารมณ์

ครึ่งล่างเหลือเพียงกางเกงในติดน่องขา ครึ่งบนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสำหรับนอนที่ถูกปลดกระดุมแยกสาบเสื้อจนร่นลงไปกองติดข้อพับแขน ทอดกายนอนอ้าขาเปลือยแผ่นอกอล่างฉ่างกระจ่างตาคนมองด้วยสายตาคมปลาบดิบดุ ประกายความปรารถนาวาววับเคลือบย้อมอยู่ในดวงตาของคุณอาหนุ่ม เขาแทรกกายอยู่กลางตัว ระหว่างซอกขาที่อ้าออก พลางถอดเสื้อของตัวเองรวมไปถึงกางเกงนอน เหลือไว้เพียงกางเกงในสีขาวแนบเน้นติดผิวกาย เนื้อผ้าด้านหน้าส่วนที่ปกปิดความเป็นชายดูจะทำงานหนัก เมื่อต้องห่อหุ้มโอบอุ้มลำกายท่อนหนาของหนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ ขณะที่สายตาของชายผู้เป็นเจ้าของอวัยวะเพศขนาดยิ่งกว่าใช้ได้ ยังคงจดจ้องเนื้อแท้กายเปลือยของอิษฎีที่เป็นเขาเอง ร่วมปลดเปลื้องจนภรรยาบ้าล่อนจ้อนยั่วยวนเย้าอารมณ์

เขามั่นใจและรู้จักตัวเองดี ร่างกายซึ่งทอดร่างอยู่บนความยับย่นของผืนผ้าในเวลานี้ เป็นร่างกายของผู้ชาย ร่างกายของคนที่มีเพศสภาพเดียวกับเขา ทว่าร่างกายที่เห็นแล้วกระตุ้นให้เขาเกิดอารมณ์ทางเพศอยากร่วมรัก ต้องเป็นร่างกายเพศชายของคนวิปลาสชื่อเอื้อ อิษฎี ภรรยาบ้าที่เขาตบแต่งตีทะเบียนสมรสเท่านั้น

ไม่ใช่ใครก็ได้ ยิ่งไม่ใช่ผู้ชายคนไหนอีกก็ได้

แค่คนนี้คนเดียวที่ปรารถนาให้เคียงข้างร่วมทางพากันแก่เฒ่า

แค่คนนี้...คนบ้าคนนี้...

คนบ้าที่เขายังเชื่อ...แต่ไม่สนิทใจ....

ทั้งขุ่นเคืองในความคลางแคลงระแวงใจที่มีต่ออีกฝ่าย ทว่ายิ่งเห็นอิษฎีในภาพนี้ เขายิ่งหวงแหนสุดใจอย่างใจคอคับแคบ

ดีแล้วที่บ้ามาสิบปี

ดีแล้วที่สิบปีนี้ไม่มีใครได้เชยชมหมดจดทุกซอกมุมได้เท่าเขาผู้เป็นสามีคนนี้

ดีแล้วที่คณินไม่ได้แตะต้องล่วงเกินให้แปดเปื้อน

ดีแล้วที่หัวใจของคนบ้า มีแต่ความบ้าจนไม่อาจรู้รัก

“อิษฎี อัครนิตย์” เขาเรียกภรรยาของตัวเองด้วยเสียงเรียบแต่นัยยะลึกล้ำมากค่า

“...”

“อิษฎี อัครนิตย์” เขาเรียกอีก เรียกอย่างพึงพอใจ

“...”

“อิษฎี อัครนิตย์ หมายถึงภรรยาบ้าของตรีภพ”

ภรรยาบ้าอกสั่นหวั่นไหวใจเต้นโครม ต่อมาก็ปวดแปลบในฉับพลัน หวานๆ ขมๆ ล้นอยู่ในคอ กลืนไม่ลง คายไม่ออก เป็นความทรมานน้อยๆ ไม่แสนสาหัส แต่กินเวลายาวนานเสียเหลือเกิน

ตรีภพลองพยายามสื่อสารอีก ต่อมาถึงเริ่มแสดงความสับสนคลางแคลง พูดคุยผ่านการอธิบายแล้วถามหา

“สามีภรรยา...ครึ่งหนึ่งเป็นของกันและกัน บำบัดทุกข์บำรุงสุขซึ่งกันและกัน สุขร่วมเสพ ทุกข์ร่วมผ่าน แล้วระหว่างเรามีทุกข์อะไรต่อกัน ทำไมถึงไม่ร่วมผ่านมันไปด้วยกัน ถ้ามันจริง...ถ้าเราไม่ได้บ้า แล้วอย่างนั้น...เป็นทุกข์อะไรของเราที่ทำให้เราเลือกจะเป็นบ้า ไม่ขออยู่อย่างคนปกติ สามีคนนี้อยากรู้ เพื่อเข้าใจแล้วแบ่งเบาภรรยาของเขา”

“...”

“เรายอมไว้เนื้อกับสามีกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ไม่ยอมเชื่อใจสามีคนนี้เหรอ? เคยไหม? มีสักครั้งหรือยัง?”

ภาพจำในวันนั้นซ้อนทับความเป็นจริงเบื้องหน้าในตอนนี้ให้เลือนราง วันที่อิษฎีรำฉุยฉายให้เขาดูชมอีกครั้งแล้วต่อมาก็คลานเข่าเข้ามากราบเขา เอื้อนเอ่ยถ้อยคำและท่าทีประหลาดที่ดูเหมือนปกติแต่มันผิดปกติจากความวิปลาส เพราะเขานึกถึงภาพจำในครั้งนั้น เขาถึงถามออกมาในครั้งนี้

“...” อิษฎีขี้ขลาดเกินไป เขาไม่พร้อมเปิดเผยความจริงอะไรทั้งสิ้น

เกือบเคยแล้ว...เกือบมีสักครั้งที่ว่านั้นแล้ว...

ถ้าตรีภพระแวงใจต่อเขา เหตุเพราะคำพูดของปรมะ อย่าได้คิดว่าอิษฎีจะโอนอ่อนแสดงตัวตนที่แท้จริง

ก็ให้มันดันทุรังไปอย่างนี้ ให้มันถึงที่สุด ให้มันปริจนร้าวแล้วแตกระแหง ถึงเวลานั้นค่อยรู้ว่าท่ามกลางความแตกระแหงรวดร้าวมันมีอะไรซ่อนอยู่

อย่ามารีดเค้นตัวเขาใจเขา เพราะคำพูดชี้น้ำของไอ้สารเลวบัดซบคนนี้มันเป็นเหตุ!

เขาไม่ยอมรับเพราะต่อต้านจากตัวต้นเหตุและไม่ยอมรับเพราะลึกๆ แล้วตัวเขาทั้งขี้ขลาดและหวาดกลัว

อาคือผลลัพธ์ที่เขากลัวจับจิต

“...” ตรีภพได้แต่จดจ้องสบมอง พินิจพลางค้นหา

เขาไม่เจออะไร

นอกจากผิวกายขาวผ่องนวลเนียนโดนแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมสาดส่องตกกระทบอาบร่างให้ดูผุดผาดขับผิว เจ้าตัวกำลังยกสองมือกุมกันไว้ตรงกลางระหว่างอก บ่งบอกว่ายังคงเป็นกังวลไม่สงบสุข เรียวแขนบ้างบดบังยอดอกสีทับทิมชูชัน บ้างหมิ่นเหม่เห็นไม่เต็มตา ดวงหน้าน่ารักเจ้าของรอยยิ้มแฉ่ง เวลานี้นอกจากจะไม่เห็นรอยยิ้ม เจ้าตัวยังผิวหน้าหนี เผยลำคอโล่งน่าสัมผัสและถูกสัมผัสไปไม่น้อยแล้ว ถึงได้มีริ้วสีแดงจางพร่างพราย

ริมฝีปากขบเม้มพลางหลับตาแน่น นั่นเพราะกำลังเสียวซ่าน เหตุจากมือใหญ่ยังคงสาวรูดชักนำความแข็งขึง เหยียดขยายทอดปลายยอดเบ่งบานฉ่ำวาวจากหยาดหยดสีใสผุดปริ่มตรงรูเล็กกระทั่งไหลอาบยอดเนื้อสีชมพูเข้มและจนมากพอที่จะย้อมฝ่ามือใหญ่ กลายเป็นเสียงเฉอะแฉะหนึบหนับหยาบโลนน่าละอาย วงแขนแกร่งสอดผ่านเอวเพรียวไปใต้แผ่นหลัง พาดผ่านกระทั่งโอบล้อมรอบลำตัวไว้ได้หมดก็ออกแรงรั้งให้หน้าท้องแอ่นหยัด สะโพกลอยขึ้นเหนือความยับยู่ของผืนผ้าปูสีน้ำตาลไหม้

ท่านี้ทำให้อิษฎีไวต่อความรู้สึกสุดเสียวมากขึ้นไปอีก สะโพกบิดส่ายคาลำแขนแกร่งอย่างไม่เป็นสุข ระหว่างการรูดรึงตรงกลางตัว หลายครั้งที่เผลอกระดกตอบรับจังหวะชักนำ อิษฎีไม่ลืมตาอีกเลยจนถึงขณะนี้ ทั้งที่ไม่เห็นแต่กลับรู้สึกได้อย่างแจ่มจัดแทบล้นทะลัก

ตรีภพส่งให้อิษฎีไปถึงฟากฝั่ง อิษฎีเสร็จสมหลุดจากวังวนแห่งความซ่านเสียวกระสันระส่ำระส่าย แหงนใบหน้าเหยียดเชิดเปิดลำคอ เปล่งเสียงหวีดคราง กลางลำตัวเกร็งกระตุก แก่นกายเต้นตุบๆ ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นข้นพุ่งจากรูเล็ก ก่อนทะลักทะลาย กระเซ็นลงบนหน้าท้องเป็นหย่อมหยด เมื่อตกอยู่บนผิวท้องที่กระเพื่อมไหวจากการหอบหายใจ น้ำคาวกามไม่ต่างจากหยดน้ำนมขาวบริสุทธิ์ ที่เหลือโดยส่วนมาก อาบย้อมลำกายและอุ้งมือใหญ่ที่ยังบีบกำความแข็งขึงเอาไว้ ลาวาขาวข้นไหลหนืดยืดหยด

คุณอาหนุ่มคลายวงแขนปล่อยให้สะโพกชื้นเหงื่อแนบลงคืนที่นอนนุ่ม เขาโน้มกายไปด้านหน้าคร่อมเหนือร่างครึ่งบนของอิษฎี ที่เบื้องล่างกลางลำตัว เขาเอาของเหลวที่รีดเร้นเค้นได้จากความเป็นชายของอิษฎี ไปใช้หล่อลื่นเส้นทางคับแคบที่มีปากทางเป็นรอยจีบประหนึ่งฝีเย็บสีระเรื่อหุบสนิท ท้องนิ้วหยาบบดถูคลึงคลำรอยจีบแล้วค่อยส่งปลายนิ้วฝ่าฝีเย็บเปิดทางเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอมที่แทรกความเรียวยาวสุดโคนนิ้วอยู่ข้างในผนังนุ่มอุ่นชื้น

อิษฎียังไม่ทันหายใจเป็นปกติได้ก็มีอันต้องหอบโยนครวญครางแผ่วพร่าอีกครั้ง ตรีภพรังแกยอดอกที่ถูกสัมผัสจนกลายเป็นสีทับทิมของเขาทั้งสองข้าง เบื้องล่างตรงร่องแยกระหว่างแก้มก้น รอยจีบของเขาขยายวงรึงรัดตามจำนวนนิ้วที่สอดใส่ ชั่วครู่ก็รับได้ถึงสาม ผนังนุ่มคอยตอดขมิบดูดรัดกินกลืนเรียวนิ้วแกร่งทั้งสาม จังหวะการสอดใส่ไว้ลีลาเชี่ยวชำนาญ ตรีภพจำได้เสมอว่าจุดกระสันในตัวของอิษฎีอยู่ตรงไหน ชายเจ้าของนิ้วทั้งสามจึงไม่พลาดที่จะเสือกไสนิ้วเบียดขยี้จุดกระสัน พร้อมกันนั้นที่เบื้องบนตรงแผ่นอก ลิ้นสาลากเสียดโฉบตวัดสลับดูดเลียพลางใช้ฟันขบดึงยอดเนื้อชูชันเป็นไตแข็ง ยิ่งสัมผัสสีทับทิมยิ่งก่ำเข้มมีชีวิตชีวา โดดเด่นตัดสีผิวบนแผ่นอกเปลือยสล้าง

มือข้างหนึ่งของคนแสร้งบ้าขยุ้มอยู่ในกลุ่มผมดำของคุณอาหนุ่ม อีกมือหนึ่งกำลังปิดปากที่ส่งเสียงครางอื้ออึงของตัวเอง เสียวกระสันไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทรมานกำซ่านสุดตามจุดไวต่อสัมผัสของร่างกายที่โดนคุณอารังแกด้วยนิ้วมือและปากลิ้น ความเป็นชายของคนแสร้งบ้าไม่ได้อ่อนตัวลงเลย แม้จะได้รับการปลดปล่อยแล้ว ตอนนี้มันแข็งไม่ต่างจากไม้ท่อนหนึ่ง รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ยามที่มันกำลังบดเบียดเสียดสีอยู่กับหน้าท้องของคุณอาหนุ่มและหน้าท้องของเขา ตรงกลางหว่างขาที่ถ่างอ้า ซอกขาของเขาเฉอะชื้นชุ่มฉ่ำไปหมด ทั้งเหงื่อที่เกิดจากอุณหภูมิและคราบน้ำสีน้ำนมข้นขุ่น ต่ำลงไปเป็นสามนิ้วที่สอดเข้าถอนออกถี่กระชั้น ยามเมื่อกระแทกเข้ามา ปลายนิ้วกระทบโดนจุดกระสัน กลางกายของเขาหลั่งหยาดน้ำสีใสผ่านรูเล็ก ความเสียวกระจุกอัดอยู่ตรงปลายยอดพร้อมระเบิดออกอีกครั้ง แม้ไม่ต้องถูกสาวรูด

จังหวะการสอดใส่นิ้วแปรเปลี่ยนกะทันหัน นิ้วยาวทั้งสามของอาค่อยๆ สอดเข้ามาในตัวเขาช้าๆ ช้ามาเสียจนเขาขมิบตอดแล้วพยายามจะดูดกลืนให้ทั้งหมดของความยาวนิ้วเข้ามาในเส้นทางของเขาจนหมด อยากให้ปลายนิ้วของอากระทบโดนจุดที่สร้างความเสียวให้เขา ทว่าอากลับยิ่งช้า ระหว่างนั้นริมฝีปากของอากำลังดูดดึงยอดเนื้อของเขา

อิษฎีเสียวทรมานสุดประมาณจนน้ำตาคลอ

แค่ชั่วครู่ความทรมานนั้นก็สิ้นสุดลงด้วยความคาค้าง จนฉับพลันต้องลืมตาโพลง

อาหลอกให้เขารู้สึก อาแกล้งให้เขาจมอยู่ในห้วงความรู้สึก อาทำให้เขาคิดว่าเขาจะหลุดพ้น แต่เปล่า...

อาทิ้งขว้างเขา!

อาสอดใส่นิ้วเข้ามาจนสุดผ่านการรุกคืบที่เชื่องช้า เมื่อเส้นทางของเขาดื่มกลืนหมดความยาวนิ้วของอา อาแช่ค้างไว้ไม่ขยับ กลายเป็นสองขาของเขาที่อ้าออกแล้วหุบเข้า แต่ไม่อาจหุบได้เพราะตัวอาแทรกกลาง สองขาเรียวเปลือยเขาเลยเสียดสีตัวอาเพราะกระสับกระส่ายบิดพล่าน เขาตอดรัดนิ้วอาแน่นมาก หวังให้นิ้วของอาทำอะไรมากกว่าแช่ ยอดอกของเขาโดนดูดดึงคาริมฝีปากของเขา แล้วปลายลิ้นของอาก็ละเลงเลียในระหว่างที่ยอดเนื้อยืดออก

ฉับพลันวินาทีต่อมา อาปล่อยยอดออกของเขาพร้อมกันนั้นอาก็กระชากนิ้วทั้งสามออกจากตัวเขาอย่างแรงท่ามกลางเสียงหยาบโลน

“ฮึก! อึก....”

เขาสะท้านพลางหลั่งน้ำตาสายหนึ่งจากหางตา ผ่านขมับแล้วหายเข้าไปในกลุ่มผม เขาจมอยู่ในความเสียวแสนทรมานที่คาค้าง

แล้วจากนั้นเขาก็หลั่งน้ำตาเงียบๆ ไม่ฟูมฟาย แต่มันโคตรงี่เง่าเลย

มันงี่เง่ามากๆ ที่เขากำลังมีอะไรกับคนที่รัก แต่กลับร้องไห้เพราะการมีอะไรกับคนที่รักแล้วถูกรังแกจนไม่สุขสม

ฝ่ายอากำลังยืนแผ่นหลังหยัดตรง ดูสง่าทรงภูมิในแสงสลัวที่ความมืดกลืนด้านข้างของใบหน้าและลำตัวอาให้ไปถึงหนึ่งในสี่

“คนนี้รังแกเรา ให้เราทรมาน เรารู้สึกไม่ดี เราอยากหาไข่ ไข่อยู่ไหน เราโดนรังแก คนนี้ไม่ดี คนนี้ไม่ดีเลย”

อิษฎีหุบขาที่ถ่างอ้าอย่างยากลำบาก หว่างขาของเขาชาไม่น้อยเพราะต้องอ้าออกรับกายใหญ่ที่แทรกผ่านคั่นกลาง อิษฎีพลิกคว่ำลำตัวได้ก็คิดจะลงจากเตียง ความเป็นชายผงาดชันแข็งค้างคับพอง ช่องทางไม่อาจหุบปิดฝีเย็บได้

ตรีภพสุขุมจริงจัง ท่ามกลางใบหน้าที่สองคิ้วเข้มยังคงขมวดบ่งบอกว่าเขายังคงหงุดหงิดขุ่นเคืองหลงอยู่ในวังวนความคิดที่ไม่อาจจัดการได้ อีกทั้งยังอยู่ในห้วงอารมณ์ปรารถนาที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย ความเป็นชายของเขาปวดหนึบ ขยายตัวอยู่ในกางเกงใน จนความยาวผลักดันให้ส่วนปลายช่ำน้ำใสโผล่ออกจากขอบกางเกงใน

อิษฎีโดนวงแขนแกร่งเกี่ยวเอารั้งให้ถอยกลับไปอีกครั้ง แล้วสองแก้มก้นมีอันต้องปะทะเข้ากับความใหญ่โตของคนรั้งที่คุกเข่ายืนหยัดอย่างทรงสง่าซ้อนกายอยู่ด้านหลัง อิษฎีเหลียวใบหน้ากลับไป นัยน์ตาเบิกกว้างในเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เห็นแล้วรีบหันกลับมาทำเป็นไม่เห็น

เขาเห็นส่วนนั้นที่เบ่งบานทอดยอดของคุณอาโผล่มาจากขอบกางเกงในแล้วมันก็แนบอยู่ตรงร่องแยกระหว่างแก้มก้นกลมกลึงของเขา ทั้งสัมผัสทั้งเผลอเห็นกับตา ถึงมีประการณ์ลองรับมาแล้วก็ยังพรั่นพรึงอยู่ดี ดวงหน้าน่ารักเดิมก็แดงระเรื่อเพราะแรงอารมณ์อยู่แล้ว แต่พอเห็นภาพลามกหยาบโลนบาดตาเข้า หน้าทั้งหน้าเห่อร้อนลามไปถึงใบหูและลำคอ

“...” อิษฎียกใบหน้ามองไปที่ประตูห้องซึ่งปิดสนิท

อย่าได้คิดเลยว่าเขาจะไปถึงตรงจุดนั้น ตั้งแต่ถูกปลุกไม่มีเท้าข้างไหนของเขาเลยด้วยซ้ำที่จะเหยียบแตะลงบนพื้นข้างเตียงได้ และอย่าได้คิดเลยว่าจะมีใครเข้ามารบกวน จะไม่มีใครเข้ามาจนกว่าเจ้าของห้องทั้งสองจะออกไป

เมื่อไหร่การตรวจค้นจะสิ้นสุด?

เขาถามอย่างร่ำร้องอยู่ในใจทั้งที่รู้ดีว่ามันยังไม่เริ่มและกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วินาทีนี้...

ไม่นึกว่าตรีภพจะมีมุมนี้ด้วย และต้นเหตุที่ทำให้ตรีภพเผยมุมนี้ออกมาก็เพราะอิษฎีที่แกล้งบ้า ทำตรีภพสั่นคลอน

อาตรีที่โคตรดิบ เมื่อต้องทำเรื่องอย่างว่าต้องโคตรดุเพราะโคตรดิบแน่ๆ เขาไม่อยากให้ตัวเองต้องรองรับทั้งความดิบดุของอา

เขาไม่...

สองตาคอยมอบประตู สองแขนเท้าชันบนที่นอนนุ่ม สองมือขยุ้มกำผ้าปูที่นอน สองขาคุกเข่าอ้าชัน หน้าท้องกระทั่งรอบเอวโดนวงแขนเกี่ยวรั้งโอบกระชับไว้ สะโพกยกสูงแนบชิดกับความแข็งแข็งใหญ่โตโอฬารสมตัวสมวัย

เขาไม่อยากทำหน้าที่ภรรยาให้สามีบนเตียง ในเช้ามืดของวันที่ทั้งสองฝ่ายต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิดหนาแน่นเหมือนม่านหมอกขมุกขมัว

ไม่เอา....

ไม่...ไม่ต้องการให้อาค้นเขาจนหมดตัว...

ขณะนั้นตรีภพรั้งขอบกางเกงในลง ส่วนแข็งขึงดีดผึงผงาดชัน เขายังไม่เคยสอดใส่เชื่อมกายรวมเป็นหนึ่งกับอิษฎีในท่วงท่าที่รอการควบขี่ เขาคลายวงแขนจากรอบเอวเพรียวที่รั้งไว้แล้วโน้มกายซ้อนทับลงมา แผ่นอกแนบแผ่นหลัง เคลื่อนวงแขนข้างเดียวกันนั้นตวัดผ่านหน้าอกของภรรยาบ้าแล้วยึดจับไหล่มน

“คิดอะไรอยู่?” ตรีภพกดจูบที่หลังหัวไหล่เนียนแล้วกระซิบถามที่หลังใบหู เขารู้ว่าอิษฎีกำลังมองอะไร เขาเลยมองไปยังสิ่งนั้นบ้าง

ประตูที่ปิดอยู่

หมายถึง...ไร้ซึ่งอิสระ

บนเตียงกับสองกายซึ่งกำลังซ้อนขี่

เปรียบเสมือน...ห้องสอบสวน

แสงไฟสีส้มสลัวหลบหลู่กับเวลาช่วงเช้ามืด

บรรยากาศ...ที่โคตรอิโรติก กลิ่นเซ็กซ์ดิบๆ ตลบอบอวล

“...ไข่...จะไปหาไข่” อิษฎียกเข่าคิดขยับคลานไปข้างหน้าสักเพียงก้าวหนึ่ง แต่กลับไม่อาจไปไหนได้ เมื่อกายหนาซ้อนทับ ไหนจะวงแขนที่โอบกอดรอบหน้าอกแล้วยึดตรึงหัวไหล่ของเขาราวกับเถาวัลย์นี่อีก

“ยังต้องหาที่ไหนอีก เราเป็นคนบ้าที่เลอะเลือนแล้วจริงๆ” ตรีภพพูดเสียงทุ้ม

ที่กลางลำตัวของคนสองคน หนึ่งคนที่ซ้อนอยู่ด้านนอกบดเบียดความเป็นชายเสียดสีกับร่องแยกของแก้มก้น ถูไถความเปียกชื้นจากส่วนปลายเข้ากับความชุ่มช่ำชื้นแฉะที่รอยจีบ

อิษฎีสุดกระดากอาย เข้าใจในความหมายลามก

เขาไม่ได้...ไม่ได้เรียกร้องหา...ที่ว่านั่น

คุณอาหนุ่มที่เงียบขรึมสุขุมแสนจะสุภาพชนคนนั้นหายไปไหนแล้ว ไม่นึกว่าคุณอาก็ลามกแล้วหยาบโลนหน้าเป็นได้ด้วย

“บอกอาหน่อย คนบ้าคิดอะไรแล้วคนไม่บ้าคิดอะไร? ตกลงแล้ว...เราเป็นอะไร? เป็นคนบ้าหรือเป็นคนไม่บ้าที่แสร้งบ้า อิษฎี?” ตรีภพสอบสวน

“...” อาเป็นอะไรแล้ว เดี๋ยวทำให้เขาร้อนเหมือนพร้อมจะเผาเขาให้มอดไหม้ เดี๋ยวก็แช่แข็งเขาด้วยน้ำแข็ง คำถามของอาไม่ต่างจากผลักเขาลงไปให้น้ำเย็นที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งห้อมล้อม

“ไม่ว่าจะเป็นอะไร ให้รู้ไว้อีกอย่างหนึ่งเสมอ...”

อิษฎีเหม่อลอย สองตายังคงมองไปทางประตูที่ปิดสนิท เขาได้ยินและกำลังรอฟัง หากแต่หลงที่จะรอจนไม่ทันรู้ว่าคำตอบมาพร้อมกับ...การครอบครอง

“เราเป็นภรรยาของสามีคนนี้”

“ฮึก!” อิษฎีเบิกตากว้างแข็งค้างก่อนนิ่วหน้าหลับตา

การสอดใส่เชื่อมกายเกิดขึ้นไว้มากแค่เสี้ยววินาที ความใหญ่โตโอฬารทั้งหมดก็ฝากฝังแช่ลำเนื้ออยู่ในกายคนวิปลาสจนสุดโคน แก้มก้นแนบสนิทชิดหน้าขาแน่นตึงของอาหนุ่ม รอบจีบย่นขยายเป็นวงกว้างจนเรียบตึง ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ ยิ่งเจ้าของความเป็นชายยิ่งไม่รู้ ตอนที่ส่วนปลายทอดยอดเบ่งบานของอาหนุ่มกระแทกโดนเข้ากับจุดกระสันในตัวของเขา ความเป็นชายที่ชี้ชันอยู่ตรงกลางหว่างขาหลั่งหยาดน้ำสีใสหยดหนึ่งยืดย้อยเป็นสนตะพายสีเงินงวงตกลงบนที่นอน เกิดจากความสุขทางเพศรส จากการถูกครอบครองหลังสอดใส่ จนผุดปริ่มแล้วรินหลั่ง

ฝากลำกายอยู่ในผนังนุ่มชื้นแฉะที่รัดตอเนื้อลำยาวของเขาแน่นราวกับข้างในตัวของอิษฎีเป็นวังวนมืดที่พยายามดูดกลืน เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมล่วงล้ำกล้ำกรายเข้าไป การตอดรัดระหว่างเนื้อกับเนื้อทำให้สัญชาตญาณความต้องการพุ่งสูง

ตรีภพควบขี่อิษฎีดั่งอาชาบ้าผู้รับบทหนักรับใช้แม่ทัพใหญ่ โจนจ้วงห้อตะบึงหน่วงหนักแค่ไหน ก็ถึงขนาดที่แต่งใหญ่ทั้งหลังสั่นคลอนไม่พอยังส่งเสียงเอียดอาดคลอเคล้าไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงน้ำถูกเซาะซอนกระทั่งกระทบตบกระแทก

อิษฎีหอบคราง แหบกระเส่าเร้ารัญจวน เขาไม่อาจดื้อเหม่อมองประตูอย่างปรารถนาจะหลุดพ้นจากพันธนาการของตรีภพได้อีกแล้ว เขาปวดหนึบที่กลางกายราวกับมันจนวนเจียนจะระเบิด ความเสียดเสียวกระจุกอยู่ที่ปลายยอดและช่องทางที่รองรับการเสือกไสเสียดสีอย่างแสบร้อน รู้สึกดีทั้งที่ทรมาน สองขาสั่นระริก ปลายเท้าชาดิก สะโพกคอยทานรับน้ำหนัก

ต่างก็ไม่มีใครระบายความเสร็จสมในท่านี้ ตรีภพไม่ยอม อิษฎีไม่อาจ

อาหนุ่มผละห่าง แต่ส่วนล่างยังเชื่อมติดแช่ฝัง เขาเหยียดแผ่นหลังตรงตระหง่าน จากนั้นก็สอดไปใต้วงแขนของภรรยาบ้า ดึงให้อีกฝ่ายเหยียดแผ่นหลังเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬขึ้นมา เขาโอบกอดไว้ มือหนึ่งบีบขยี้ยอดอกสีทับทิมน่ากัดกิน อีกมือหนึ่งเลื่อนต่ำลงไปแล้วกอบกุมลำกายขึงแข็งของภรรยา พวกเขาต่างคุกเข่าเหยียดหลังตรง อิษฎีค่อนไปทางแอ่นหยัด ดันให้ยอดอกชูชัน โดนอากาศลามเลีย อาหนุ่มซุกซบใบหน้าคลอเคลียไปกับซอกคอและไรผมชื้นส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวยามร่วมเพศ

จากนั้นก็ขยับเอวยกสะโพกโจนจ้วงใส่อิษฎี หยัดกายยักความเป็นชายที่อยู่ในช่องทางลื่นโอบกระชับล้อมลำเนื้อของเขาไว้ด้วยผนังนุ่ม ร่างที่กึ่งหนึ่งคร่อมหันหน้าออกไปทางอื่นถึงกับตัวโยนขึ้นดิ่งลง อิษฎีให้กลั้นเสียงครางยังไงก็กลั้นไม่ไหว ทั้งหมดของเขาถูกรังแกให้เสียว ยอดอกโดนนิ้วมือของอาบีบขยี้ดีดดึง แก่นกายของเขาโดนมือใหญ่ของอาสาวรูด ยิ่งที่ช่องทางด้านหลังของเขาโดนอาตรีกระทั้นเหมือนเดาะลูกบอล โดนอาเลี้ยงจังหวะ เพียงไม่นานอิษฎีก็หวีดร้องสั้นๆ ร่างกายเกร็งกระตุก น้ำรักที่ค่อนข้างเจือจางกว่าครั้งแรกพุ่งพวยฉีดกระฉูดออกมาจากรูเล็ก สาดกระเซ็นลงบนผ้าปูที่นอนสีน้ำตาลไหม้เป็นทางยาวราวกับถูกทำให้แปดเปื้อน

ตรีภพครางต่ำในลำคอ เขารับรู้ได้ถึงความสุขสมเสร็จสุขของอิษฎีอย่างรุนแรง เพราะความเป็นชายของเขาโดนบีบรัดและตอดขมิบจนเหมือนว่าส่วนแข็งขึงของเขาจะถูกโพรงนุ่มชื้นของอิษฎีบีบให้แตกตัวเสียให้ได้

เขาซึ่งเป็นผู้ควบคุมบทรักเสพสมบนเตียง ปล่อยให้ร่างอ่อนเปลี้ยอ่อนระทวยของภรรยาบ้านอนลงทับความยับยู่บนที่นอน พลิกกายให้หงายตัวแผ่หลา สอดมือใหญ่ไปใต้ข้อพับชื้นแล้วจับให้สองขาเปลือยเปล่าแยกกว้าง เขาขยับเอวใส่แกนเนื้อลำยาวเสียบสวมหวนคืนสู่โพรงนุ่ม เสือกถลำไปจนสุดอย่างง่ายดายเพราะอิษฎีชินกับขนาดของเขาแล้ว รวมไปถึงมีน้ำรักช่วยหล่อลื่นไว้ก่อนหน้า

ตรีภพกระทั้นกายกระแทกตัว ให้สองขาของอิษฎีพาดลำแขนของเขาไว้ ส่วนสองมือของเขาตะปบจับเอวเพรียวแล้วกระหน่ำอย่างหนักแน่นถี่ระรัว อิษฎียื่นมือข้างหนึ่งออกมาทานหน้าท้องของเขาไว้ อีกมือใช้ปิดปากห้ามเสียงครางหวิว ทว่าก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเสียงแห่งความเสียวซ่านวาบหวานจากการตรวจค้นและสอบสวนอย่างหมดเปลือกถึงตัวถึงใจที่แสนทรมานของตรีภพ ทำให้อิษฎีเปล่งเสียงลอดจากลำคอตลอดเวลา

อิษฎีกระดากอายที่แก่นกายของเขาได้รับปลดปล่อยมาสองครั้งแล้ว แต่กลับยังไม่ยอมอ่อนตัว แข็งขึงขึ้นรูป ทอดลำอยู่บนหน้าท้อง กระเด้งกระดอนจากการกระทั้นกระแทกของอาหนุ่ม

แล้วในที่สุดความแข็งคัดก็หลั่งออกมาเป็นน้ำรักสีใส อิษฎีถะถั่งอีกครั้งเมื่อไปถึงที่สุดของความหฤหรรษ์ โดยที่ไม่มีการแตะต้องจากอุ้งมือใหญ่ ไม่มีแม้แต่การเสียดสีบดแนบระหว่างท่อนเนื้อและผิวหนัง ที่เสียวสุขเป็นล้นพ้นมาจากช่องทางโดนตอเนื้อลำยาวเสียดสีพาส่วนปลายและรอยหยักขยี้จุดกระสัน

บทรักของตรีภพแม้หลากท่วงท่า แต่สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยนคือจังหวะปลดปล่อยเสร็จสม อาหนุ่มมักยึดจับเอวของเขา รั้งเข้าหา รับแรงกระแทกชนหนักๆ ครั้งสุดท้ายแล้วประกบติดเอาไว้แนบสนิทไม่เหลือช่องโหว่ระหว่างกาย แก่นกายโอฬารแช่ฝังกระตุกตุบๆ อยู่ในตัวของเขา ลึกถึงอุ้งเชิงกราน ฉีดคาวธารหว่านเชื้อพันธุ์ร้อนลึกพุ่งพวยทลายทะลักอยู่ในเส้นทางนั้นทุกหยาดหยด ราวกับช่วยผลักให้มันไปให้ลึกที่สุด ไกลที่สุดจากจุดที่รูเล็กจากปลายยอดแช่ไว้

หลั่งจนหมดก็ค่อยๆ ถอดถอนออกมา

เหมือนทุกครั้ง...

ตรีภพมองช่องทางด้านหลังของอิษฎี หยาดอารมณ์ของเขาหลั่งไหลย้อนกลับราวกับมันเยอะเสียจนเอ่อล้นท้นออกมา แล้วพามวลของเหลวขุ่นหนาข้นหนืดอวลกลิ่นคาวเฉพาะตัวปลิดปริ่มจากรอยจีบที่ยังไม่อาจหุบสนิทได้ ยืดหยดลงบนผ้าปูสีน้ำตาลไหม้ยับย่น

มันมีสีอื่นเจือจางมาด้วยเล็กน้อย

นั่นแหละ ความหงุดหงิดงุ่นง่านสับสน เครียดสะสมและเป็นกังวลของเขาถึงเริ่มสลายหายไปบ้าง

จังหวะนั้น ตรีภพไม่คิดเลยว่าคนที่นอนหอยหายใจตัวโยนจะมีแรงลุกขึ้นมาผลักเขาแล้วพากายอ่อนเปลี้ยที่พอลงจากเตียงสมใจได้ก็อ่อนยวบทรุดลงกับพื้น ดีที่แขนข้างหนึ่งยังค้ำยันยึดขอบเตียงเอาไว้

ตรีภพไม่รีบร้อน คอยทอดสายตามองความเคลื่อนไหวของคนบ้าที่ดื้อดึงดันทุรังจะไปจากเขาเสียให้ได้ อิษฎีค่อยๆ ลุกขึ้น ทรงตัวยืนได้ก็พาสองเท้าเดินไปที่ประตู มุ่งแต่จะไป โดยไม่สำรวจสภาพร่างกายเลยแม้แต่น้อย

กางเกงในสีขาวตัวน้อยยังพัวพันติดอยู่ที่โคนขาอ่อนของคนวิปลาส เสื้อนอนหลุดลุ่ยร่นติดข้อพับแขนยังไงก็ติดอยู่อย่างนั้น ตรงซอกขายิ่งขยับเดิน คาวธารที่ตรีภพปล่อยไว้ไหลลงมาเปื้อนตามแนวขา

คนที่มองนิ่งๆ รู้สึกว่าถูกยั่วยวน

เขากับอิษฎี...เรื่องอย่างนี้มันนานๆ ที ทำแล้วทำทีนานๆ

บทรักสุขสมของสามีที่เล่นบทนักสืบสวนสอบสวนและภรรยาที่จำต้องรับบทถูกสอบสวนสืบค้นจนหมดตัวที่พึ่งผ่านไป นั่น...ไม่นับว่านาน

ผ่านไปครึ่งทางระหว่างเตียงกับที่ตั้งประตู ตรีภพถึงเคลื่อนไหวบ้าง เขาลงจากเตียงไม่รีบร้อน เดินตามทั้งร่างสูงสง่าสมวัยกำลังเปล่าเปลือย มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟที่อาบไล้ร่างกาย ตาคอยมอง ปล่อยให้อิษฎีเดินนำ อิษฎีคิดว่าเขาน่าจะปรนนิบัติให้ความสุขแก่ตรีภพในฐานะภรรยาจนจบแล้ว เขาไม่อยากอยู่ ขอพักใจพักสายตา อยู่ห่างจากสามีคุณอาหน่อยเถอะ ตอนนี้เขาถูกรีดจนมึนตื้อหมดเรี่ยวแรงไปหมดแล้ว

ระหว่างนั้นอิษฎีเริ่มยกสองมือขึ้นมาเพื่อกระชับสาบเสื้อ ใกล้ถึงประตูอีกสองสามก้าว เขาสามารถติดกระดุมผ่านมือสั่นเทาไปได้หนึ่ง กว่าที่จะได้มากลับถูกแกะออกอย่างง่ายดาย เมื่ออีกคนตามมาซ้อนกาย ขระที่อิษฎีกำลังจะปลดล็อกประตู ทว่ายังไม่ทันได้ปลดก็ถูกสองแขนคุ้นเคยเท้าชันฝ่ามือกับบานประตูผ่านสายตา

แรกเริ่มเขามองเงามืดที่ทาบทับอยู่เหนือร่างและสะท้อนอยู่บนบานประตูก่อน อิษฎีกลั้นหายใจแล้วค่อยไล่สายตาตั้งแต่ฝ่ามือไปตามลำแขนหนา จนกระทั่งสบเข้ากับคุณอาหนุ่มที่ซ้อนกายอยู่ด้านหลัง

เขาเรียนรู้แล้วว่าคุณอาดุก็ได้ดิบก็เป็น แต่ไม่นึกว่าคุณอาจะมีบรรยากาศทางเพศที่ให้ความรู้สึกว่าอันตรายจนรู้สึกหวาดหวั่นได้อีกเหมือนกัน

“แหวนที่หายไปทั้งหมดอยู่ที่ไหน?”

คำถามนี้คนถามเคยถามไปแล้ว คนถูกถามเคยได้ยินไปแล้วและมันถูกนำกลับมาเอ่ยซ้ำใหม่อีกรอบ เพราะคนถูกถามยังไม่ให้คำตอบ

“...” อิษฎีตวัดสายตาหนีแล้วก้มมองลูกบิดหมายจะเปิดหาอิสระที่อยู่หลังประตูบานนี้

ทว่าคนด้านหลังกลับจับไหล่เปลือยแล้วหมุนให้คนบ้าหันหน้ามาเผชิญกัน

“แล้วเรา...ไม่ได้บ้าใช่ไหม? ในวันที่อาถาม ในตอนที่อาต้องการรู้เพราะอยากคลี่คลาย อาไม่อยากระแวง เท่ากับอาพร้อมที่จะเข้าใจทุกเหตุผลของเรา ขอแค่เราตอบอา”

บอกตามตรงที่ถามออกไป เขาไม่รู้ว่าเขาคาดหวังจะได้ยินคำตอบแบบไหนมากกว่ากัน

บ้าจริงๆ หรือไม่ได้บ้าแต่แสร้งบ้า

เขาแค่อยากได้ยินความจริงที่มันจริง ไม่ใช่ลวงหูหลอกตา เขาไม่อยากหน้ามืดใจบอด ไม่อยากที่จะเป็นฝ่ายทุ่มเทให้ทั้งหมดกับคนที่สุดท้ายแล้วไม่เคยให้อะไรกับเขาเลยสักส่วนหนึ่งของความจริงใจ

“ไม่บ้า...ไม่บ้าๆ เราน่ะ ไม่ได้บ้า เราไม่ได้เป็นบ้านะ!”

อิษฎีรีบสวมบทคนบ้า พูดจาละล่ำละลักไม่อยู่กับร่องกับรอย

ท่าทีของอิษฎีนำความขุ่นใจมาให้ตรีภพอย่างไร้เหตุผล ทันทีที่ทนอีกฝ่ายพูดจนจบได้ เขาก็รวบร่างดันอิษฎีติดประตู

อิษฎีน่าตาตื่น สองมือผลักดันอกกว้างกำยำของอา อารวบตัวเขาไว้ด้วยวงแขนเดียวของอา อีกข้างหนึ่งอาลูบดิ่งลงไปตามข้างกายเขา ผ่านโคนขาแล้วจับให้ยกขึ้น

อิษฎีเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว...

เขากำลังถูกคุณอากระทำในท่ายืน

“ปล่อย! อา...อึก!”

อารุกราน อาใส่ของแข็งของอาเข้ามาในตัวเขา จากที่เขาผลักไสสองมืออยู่ตรงอกอา กลายเป็นผวาเข้าหาอา สองแขนคล้องคอเหนี่ยวรั้งอาไว้ เขายืนไม่ไหวแล้ว

ประตูห้องให้แข็งแรงใหญ่โตดูหนักแน่นทนทานแค่ไหน แต่หากเบื้องหลังมีคนสองคนกำลังใช้ประตูต่างเตียงนอน ร่วมรักด้วยท่วงท่าที่น่าอายกับจังหวะโจนจ้วงหน่วงเหนี่ยวกายซึ่งกันและกัน ยังไงก็มีอันต้องสะเทือน

ประตูสลักลายวิจิตรทำจากไม้ที่ตายแล้ว ต่อมาให้รดน้ำทิ้งคราบชื้นไว้ยังไง ประตูก็ไม่อาจดูดซึมไปหล่อเลี้ยงเนื้อไม้ได้อีก แต่คนสองคนตรงประตู

...ต่างก็ยังเพียรรดน้ำทิ้งคราบเลอะเอาไว้

/////////////////////

ยังไงตรีภพพาอิษฎีมาทำงานด้วย รวมถึงหลานในอุปการะอย่างไข่ที่ทุกวันจะต้องมาเรียนพิเศษกับครูที่เขาสรรหามาให้ ทุกวันเขาจะปล่อยเด็กหนุ่มสองคนให้ใช้ชีวิตอยู่บนที่พักส่วนตัวชั้นบน ส่วนเขาทำงานอยู่ในห้องทำงานใหญ่ชั้นรองลงมาเป็นกิจวัตรตามปกติ

ที่ไม่ปกติคือเขากำลังรอการติดต่อจากโรงพยาบาล หวังให้นิรุตฟื้นขึ้นมา เรื่องนี้ทำให้เขาเป็นห่วงและเป็นกังวลเสมอในฐานะน้องชายคนหนึ่ง หากวันนี้ไม่มีข่าวอะไร ตอนเย็นหลังเลิกงาน เขาจะพาเด็กหนุ่มทั้งสองคนไปเยี่ยมเยือนคุณลุงและคุณท่านของพวกเขา

ตอนนี้อิษฎีกำลังหลับอยู่ในห้องนอน ส่วนไข่กำลังเริ่มเรียนเสริมในวิชาหลักอยู่ที่ห้องถัดไป เขากลับลงมาที่ห้องทำงานแล้วสั่งเลขาส่วนตัวให้ไปทำเรื่องหนึ่ง

“ติดต่อหาซื้อกล้องบันทึกภาพและเสียงให้ผม ผมต้องการให้ส่งช่างเข้าไปจัดการติดตั้งที่บ้านในวันนี้ก่อนเที่ยงให้เสร็จเรียบร้อย”

“เอ่อ...” เป็นคำสั่งที่เลขาสาวอยากรู้เหตุผลแต่ไม่กล้าถาม

ตรีภพนิ่งไป เขายังสั่งการไม่หมด เขายกมือข้างซ้ายขึ้นมาพลางก้มหน้ามองวัตถุสีเงินกลมเกลี้ยง เขาหันหลังให้สายธาร เลขาจึงไม่รู้ว่าเขาอยู่ในสีหน้าและความรู้สึกนึกคิดแบบไหน

เงียบไปครู่หนึ่ง ถึงเอ่ยส่วนที่เหลือออกมาผ่านเสียงเรียบ

“ติดตั้งไว้ที่ห้องเดิมของเอื้อและห้องส่วนตัวของไข่”

“ได้ค่ะ ธารจะออกไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วจะกลับมา อย่าลืมนัดพบตำรวจตอนบ่ายนี้ด้วยนะคะ”

เธอรับคำแล้วเดินออกไปแล้ว ตรีภพยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ที่กั้นระหว่างชั้นอยู่นั้น ข้างบนเป็นห้องนอนที่บนเตียงนอนมีร่างอ่อนเพลียของอิษฎีนอนหลับอยู่ หลังกรำศึกหนักกับตรีภพตั้งแต่เช้ามืด

“อย่าให้เป็นอย่างที่ใครพูดก็แล้วกัน อย่าให้เป็นอย่างที่ถามแล้วไม่ตอบ เรา...อย่าเป็นอะไรที่ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ อย่าได้เป็นอะไรนอกเหนือจากนี้ อิษฎี”

//////////////////////////

“ผมเป็นคนนอก คุณพาทิศ นั่นเป็นปัญหาภายในขององค์กรคุณ ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในนั้นต้องมีสักคนที่มีศักยภาพ ถ้าคิดว่าไม่มีเลย จะรวมตัวกันเป็นองค์กรใหญ่ขนาดนั้นแล้วพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ได้ยังไง ให้คณะกรรมการลงมติในที่ประชุม เลือกคนที่เหมาะสม คนที่ได้คะแนนเสียงมาก ให้แต่งตั้งเป็นรักษาการณ์ชั่วคราว”

“ทางเราทำแบบนั้นได้ แต่ผมไม่ต้องการทำ มันอาจเป็นโอกาสทองของคนที่รอฉกฉวย”

“ถ้าคุณชักนำผมเข้าไปมีส่วนร่วมตรงนั้น ผมก็ไม่ต่างจากคนที่รอฉกฉวย คนในนั้นจะมองผมเป็นแบบนั้น เป็นแบบที่คุณว่า ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็น อีกอย่างผมไม่เคยคิดที่จะไปอยู่ตรงนั้น เรื่องนี้ผมไม่สามารถเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องได้จริงๆ คุณช่วยเข้าใจ”

“คุณไม่นับว่าเป็นอย่างนั้นแน่ คุณต่างออกไปตรีภพ คุณเกรดดีกว่า ภาษีดีกว่า คุณเป็นน้องชายคนหนึ่งของคุณนิรุต คุณทำธุรกิจของตัวเอง คุณมีผลงานและคุณเก่งกาจ เราอยากได้คนที่มาขับเคลื่อนไม่ใช่ช่วยพยุง”

“ผมไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง” ตรีภพย้ำอีกทีพร้อมยุติบทสนทนากับทนายพาทิศ

“...” พาทิศได้แต่ทอดถอนใจ

ผ่านมาแค่ข้ามวัน บริษัทใหญ่ยักษ์ของธุรกิจในเครือเดชาธรเกิดความวุ่นวายแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เมื่อไร้ซึ่งผู้นำคนสำคัญ ทุกคนต่างรู้แล้วว่าต่อให้นิรุตฟื้นขึ้นมาก็ไม่อาจทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพอีก วันนี้มีประชุมด่วนตอนเช้า คณะกรรมการ ผู้ถือหุ้นและบุคลากรผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมหาข้อสรุปว่าด้วยเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้น ถกเถียงจนเกิดวิวาทะในที่ประชุม บุคลากรที่มีสิทธิ์มีเสียงต่างเสนอคนที่ตัวเองสนับสนุน พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงแค่ว่าใครจะเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งรักษาการประธานบริหาร แต่ยังคำนึงไปถึงความสามารถและความเหมาะสมของผู้นำคนใหม่

ทว่าหมดเวลาไปครึ่งวันกลับยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นใคร คณะกรรมการและผู้ถือหุ้นเลยยกอำนาจการตัดสินใจให้รองประธานเป็นผู้ดูแลโครงการด่วนต่างๆ ที่ต้องอนุมัติแทนนิรุตไปก่อน รอจนนิรุตฟื้น แนวทางการแก้ปัญหาคงชัดเจนยิ่งขึ้น

พาทิศกับตรีภพเดินคุยกัน ระหว่างเข้าไปในสถานีตำรวจ  พวกเขาต่างหยุดฝีเท้า เมื่อเห็นว่าใครอีกคนกำลังเดินใกล้เข้ามา

“แกมาทำอะไรที่นี่?” ตรีภพเปิดปากถามพลางขมวดคิ้ว เขาค่อนข้างแปลกใจที่พบเพื่อนสนิทอย่างเพทาย มันไม่น่ามีเรื่องบังเอิญ บางอย่างบอกเขาว่าการโผล่มาของเพทายมันน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เขาพร้อมทนายส่วนตัวของพี่ชายต่างก็ต้องมาสถานีตำรวจในบ่ายวันนี้

“ฉันมาเป็นพยาน”

“พยานให้ใคร?” ตรีภพถามต่อ มันเริ่มจะเป็นอย่างที่เขาคิดชัดขึ้นทุกที

“นั่น” เพทายชี้นิ้ว

“...” ตรีภพเหลียวหลังกลับไปมองตามที่นิ้วของเพทายชี้บอก

ปรมะกับเลขาส่วนตัว สองคนนั้นพึ่งลงจากรถ มาถึงทีหลังสุดและกำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน

“อยากได้คำอธิบาย” ตรีภพหันกลับมาพูดกับเพทาย

“ได้ แน่นอน” เพทายลำบากใจนิดหน่อย เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้เขาจะมีบทบาทสำคัญอะไร แต่พอมีแล้วก็ไม่คิดเหมือนกันว่าบทของเขาจะต้องเกี่ยวข้องกับคู่กรณีของเดชาธรในตอนนี้

“อืม” ตรีภพรอฟัง

“วันนี้ตำรวจเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เราทุกคนเลยต้องมาที่นี่ ไม่เว้นแม้แต่ฉันที่ไม่นึกว่าจะมีเอี่ยวเหมือนกัน แต่แค่เล็กน้อยเท่านั้นนะ”

“มันน้ำเกินไป” ตรีภพต้องการเนื้อหาใจความสำคัญจากเพทาย

“ก็ได้ เขาติดต่อมาเมื่อวาน ขอให้ฉันช่วยเป็นพยานว่าวันเกิดเหตุ ซึ่งก็คือเมื่อวานตอนบ่าย หลังประชุมเสร็จเขาก็ไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วฉันก็อยู่ที่นั่นกับเด็กหนุ่มตัวน้อยๆ ของฉัน เราต่างเป็นคนรู้จักกัน ที่พบกันในสถานที่สาธารณะ มันเป็นเรื่องจริงที่เขาอยู่ที่นั่น ในช่วงเวลาที่ฉันเองก็อยู่ที่นั่น ฉันมาช่วยยืนยันให้เขาแค่นี้แหละเพื่อนฝูง หวังว่าแกจะเข้าใจ อีกอย่างการมายืนยันให้ฝ่ายเขาในวันนี้ มันจะหมายความว่าฉันอยู่ข้างเขา เปล่า ฉันไม่รู้อะไรเลย มาพูดในส่วนที่รู้ มาบอกในส่วนที่เห็น”

ตรีภพพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”

เพทายถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าแกจริงจังกับเรื่องนี้ แกอยากลากคนทำผิดมาลงโทษไวๆ เพราะคนเจ็บคือพี่ชายของแก เขาเป็นคนที่แกเคารพมาตลอด”

“น่าจะโทรบอกกันหน่อย”

“บอกแกต่อหน้าดีกว่า”




ความคิดเห็น

}