greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 32 : เด็กไม่ดี (NC20+)

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 : เด็กไม่ดี (NC20+)

คำค้น : เสี่ยวหลิว, หย่งเหวิน, ภรรยาที่ดี, ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.9k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 : เด็กไม่ดี (NC20+)
แบบอักษร


ตอนที่ 32 : เด็กไม่ดี



“ทำอะไร”



เสี่ยวหลิวตัวแข็งค้างกับคำถามที่ได้ยิน พลันความปรารถนาในดวงตาถูกสาดทับด้วยความตื่นตระหนก ความหวาดกลัวเกาะกุมจิตใจให้เคลื่อนไหวไปโดยไม่รู้ตัว รีบเอาสองมือตะครุบปิดปากหวังหย่งเหวินไว้แน่น

“อ-อย่าร้องนะ ! ”

ไม่เห็นภาพตัวเองที่กำลังทำตัวเหมือนพวกโจรปล้นสวาทข่มขู่เหยื่อ เสี่ยวหลิวกลัวเฮียตื่นมาเจอคนทำมิดีมิร้ายแล้วจะตะโกนแหกปากร้องขอความช่วยเหลือ ถ้าเกิดว่าคนทั้งชั้นตื่นมาดูคนหน้าไม่อายแบบเขาจะทำยังไง  

ตายแน่ ต้องตายแน่ ๆ  เสี่ยวหลิวไม่กล้าคิดถึงสถานการณ์น่าหดหู่แบบนั้นด้วยซ้ำ

หวังหย่งเหวินหายใจติดขัดเพราะจมูกโดนอุดไปด้วย “อื้อ” ส่งเสียงในลำคอให้ปล่อย คนตัวเล็กใจหล่นไปที่ตาตุ่ม นึกว่าเฮียจะขัดขืน รีบเอ่ยปลอบสามีขวัญเอ๋ยขวัญมา

“ชู่ว… หลิวขอโทษ เฮียอย่าร้องให้คนอื่นช่วยนะ หลิวไม่ได้ตั้งใจ คือว่า...ดูสิ หลิวไม่ได้ทำอะไร” ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ

ไม่รู้ว่าสิ่งใดกันที่ดลใจให้พูดประโยคว่า ‘ไม่ได้ทำอะไร’ ออกไป เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ากำลัง ‘ทำอะไร’ !

หวังหย่งเหวินขมวดคิ้วลากสายตาต่ำลงจนถึงหลักฐานที่ยังคาอยู่ในตัวอีกฝ่าย สิ่งที่เสี่ยวหลิวกำลังขึ้นขี่มันก็ไอ้นั่นของเขาไม่ใช่เหรอ ?

คนที่ตอนแรกนึกว่าถูกผีคอนโดลักหลับเกือบจะหลุดปากด่าให้ผีมันอายไปแล้ว แต่พอลืมตามาเห็นใบหน้าหวานของภรรยา ไอ้ที่จะด่าเป็นอันต้องกลืนลงคอแทบไม่ทัน ตอนนั้นเขายังมึนงงกับสถานการณ์ แยกไม่ออกว่านี่ความจริงหรือความฝัน แต่ที่แน่ ๆ รู้ว่าตนคงเผลอหลับไประหว่างรอสายจากผู้จัดการหลี่

เขาก็แค่ตกใจ ลองคิดดูสิว่าโดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แม้แต่คนที่หื่นกามที่สุดในโลกก็คงต้องชะงักกันทั้งนั้น หวังหย่งเหวินที่ตั้งสติได้แล้วไม่คิดด่า ซ้ำยังจะบอกให้หลิวขย่มเลยไม่ต้องเกรงใจ

เหมือนจะรับรู้ถึงสายตาที่คล้ายจะประณามคำโกหก ดวงตาเรียวสวยคลอไปด้วยน้ำใส พร่ามัวไม่ต่างจากพายุอารมณ์ ตอนนั้นถึงเพิ่งตระหนักได้ว่ากำลังปิดทางหายใจเฮีย

“ใจเย็น ๆ นะ” อย่าเพิ่งโกรธหลิวเลย ผู้เป็นภรรยาปล่อยมือกล่าวออดอ้อนพร้อมกับลูบบ่ากว้างแข็งแรง ความร้อนที่ฝังตัวอยู่ในกายทำให้นึกเสียดาย อุตส่าห์เสียเวลาปลุกเร้าจนใช้การได้แล้วแท้ ๆ  เฮียรู้สึกตัวก็เสียเรื่องหมดสิ เขาเพิ่งจะเอามันใส่เข้ามาเอง  ให้เวลาถอนทุนคืนหน่อยไม่ได้เหรอ

นักศึกษาภาควิชาบริหารธุรกิจคำนวณค่าเสียโอกาสจึงรู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไรต่อ เสี่ยวหลิวไม่ลุกออก แต่กลับเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงเก้ ๆ กัง ๆ ท้าทายสายตาคนตรงหน้า

“ขอแค่สิบนาที เฮียผ่อนคลายนะไม่ต้องกลัว หลิวสัญญาว่าจะรีบทำ”

ตนเป็นฝ่ายเอาเปรียบก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว เขาจะ Self service เอง รีบเสร็จเฮียจะได้ไปนอนต่อ

ถูกผลักให้เอนพิงพนักโซฟา หวังหย่งเหวินที่ตกเป็นเหยื่อไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อน ระหว่างแก้ไขความเข้าใจผิดหรือว่าจัดกับคนตรงหน้าดี 

แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนเขาก็ไม่มีเวลาคิดทั้งนั้น ในเมื่อสัมผัสลึกซึ้งกำลังก่อกวนให้เกิดอารมณ์ที่ท้องน้อย ความคับแน่นที่ห่างหายไปกว่าอาทิตย์โอบล้อมตัวตนของเขาไว้ มันทั้งร้อนทั้งตอดรัดอย่างกระหาย เหมือนกับริมฝีปากเล็กของเจ้าตัวที่กำลังขบเม้มไปทั่วลำคอ หวังหย่งเหวินขบกรามแน่นส่งเสียงรวดร้าว หากไม่กลัวว่าจะทำลายความตั้งใจคนที่อยากเล่นบทโจรปล้นสวาท ก็คงจะเป็นฝ่ายกดเอวเล็กลงมาเสียเองด้วยซ้ำ 

“อะ อา”

ภรรยาที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากตำราช่างแตกต่างจากเวลาปกติ ใบหน้าหล่อหวานที่มักจะใสซื่ออ่อนโยนบัดนี้กลับแหงนเงยด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาฉ่ำปรือปรอย เผยอปากหอบหายใจกระเส่า หวังหย่งเหวินลูบสะโพกขาวที่ดูมีเนื้อขึ้นจากการบำรุงด้วยยาจีน สัมผัสเต็มไม้เต็มมือบังคับให้ขย้ำจนเกิดรอยแดง หมั่นเขี้ยวจนลืมว่าอาจสร้างตำหนิบนผิวสวย

“เสี่ยวหลิว...เด็กไม่ดี” ชายหนุ่มหายใจแรงเอ่ยพูดกระท่อนกระแท่น “แอบมาลักหลับสามีแบบนี้ได้ยังไง หืม”

คนทำผิดไม่กล้าสู้สายตา ได้แต่พึมพำเสียงเบา “ฮือ อย่าดุหลิว” 

“ดูสิ เดี๋ยวนี้ใจกล้าขึ้นเยอะเลยนะ ถ้าเฮียไม่ตื่นมาเราคงทำจนเสร็จเลยใช่ไหม” แอบอมของเขาจนมันตั้ง ซ้ำยังขึ้นมาควบขี่สนุกสนานเหมือนกับม้าไม้ ซนจนน่าจับมาตีให้ก้นลาย 

มือใหญ่ช่างทำงานไม่สอดคล้อง ขณะที่ปากยังตำหนิไม่เลิกก็จัดการปลดกระดุมเสื้อนอนพวกเขาทั้งคู่ ดวงตาคมพราวระยับถูกใจกายเปลือยแสนเย้ายวน ยิ่งพอใจเมื่อภรรยาไม่เขินอาย เบียดกายเข้าหาเขาราวกับต้องการไออุ่น

“รู้ตัวไหมว่าเป็นเด็กไม่ดี ไม่ดี ไม่ดีเอามาก ๆ ” โน้มตัวกระซิบข้างใบหู ไล่เลียขบเม้มติ่งเนื้อนิ่ม จมูกโด่งลากสูดดมไปตามลำคอขาว น่าแปลกที่ครั้งนี้เสี่ยวหลิวไม่รู้สึกกลัว เสียงทุ้มของเฮียกำลังทำให้เขาร้อนเร่ามากกว่าเดิม  

ราวกับว่าลึก ๆ แล้วเสี่ยวหลิวอยากจะถูกเฮียดุอีก

ดุแรง ๆ จนเขาต้องร้องไห้

ยอดอกสีชมพูถูกนิ้วแข็งเขี่ยขยี้จนแผ่นหลังเล็กแอ่นสะท้าน  โดนเย้าแหย่จนทนไม่ไหว ในที่สุดเสี่ยวหลิวก็พลั้งเผลอบอกความในใจ

“อ-อย่ามาว่าคนอื่นนะ เฮียต่างหากที่นิสัยไม่ดี คนบ้างาน !  ปล่อยให้หลิวนอนคนเดียวทุกคืน” 

หวังหย่งเหวินยิ้ม ที่แท้ก็เพราะสาเหตุนี้นี่เอง ...หลิวของเฮียน่าเอ็นดูที่สุด

ชายหนุ่มไม่ใช่คนโง่ ทว่ากลับพูดอะไรที่ควรจะเข้าใจได้อยู่แล้ว

“เฮียก็นอนกับเราทุกคืน”  

“ไม่ใช่แบบนั้น อึก ไม่ใช่นอนแบบนั้น” 

“แล้วแบบไหน”

“แบบ อ๊า ! ”

จู่ ๆ ก็ถูกแก่นกายใหญ่กระเด้งสวนเข้าให้ ภรรยาหลุดเสียงร้องตกใจจิกเล็กเข้ากับไหล่ของสามี หยุดค้างนิ่งเหมือนโดนยิงที่จุดตาย ตัวสั่นขาอ่อนนั่งแหมะลงบนตัก 

“ใช่แบบนี้รึเปล่า หืม” 

รับรู้ได้ถึงขนาดใหญ่โตที่แทรกเข้ามาจนสุดความยาว ส่วนหัวหยักตอกลึกถึงจุดกระสัน สะโพกของเขาถูกยึดไว้แน่น โดนกระแทกขึ้นใส่ซ้ำ ๆ  ให้ตัวกระดอนขึ้นลงเหมือนนั่งรถที่อยู่บนถนนลูกรัง 

เสี่ยวหลิวทั้งจุกทั้งเสียว น้ำตาที่คลออยู่ไหลหยดลงบนหน้าท้องแกร่ง 

“เฮีย- อะ อ๊ะ ! ” เสียงครางขาดหายตามจังหวะรัก คนเจนสนามเห็นว่าเขาทรงตัวไม่ไหวก็เปลี่ยนสองมือเป็นสอดประคองที่บั้นท้าย 

“ฮึม” ชายหนุ่มคิดจัดให้สมใจภรรยา เพราะเกรงว่าจะไม่ถนัดจึงทำการยกขาสองข้างขึ้นมาบนเบาะ หวังหย่งเหวินเกร็งเอวเสยรัว ท่านี้เพิ่มทั้งความเร็วและความหนักแน่น เล่นเอาเสี่ยวหลิวครางแทบขาดใจ 

เด็กหนุ่มหลับตาแน่นเกาะเกี่ยวตัวสามีไว้ มือทั้งสองจิกข่วนบนแผ่นหลังเปลือยอย่างทรมาน สิ่งที่เฮียมอบให้นั้นเติมเต็มจนแทบสำลัก

ถึงเวลาเลิกทำตัวเป็นเหยื่อ หวังหย่งเหวินสวมบทบาทตำรวจที่ต้องต่อสู้กับโจรปล้นสวาท 

“ว่ายังไงคนเก่ง นอนแบบไหนกันแน่” 

เสี่ยวหลิวฝังใบหน้าชื้นเหงื่อเข้ากับบ่ากว้าง พยายามรวบรวมเสียงให้เป็นคำ

“นอน-”

“อะไรนะ ได้ยินไม่ชัดเลย”

เขาครางสะอื้น อยากจะว่าเฮียที่เอาแต่แกล้ง เสี่ยวหลิวเปล่งเสียงเท่าที่จะดังได้ 

“น-นอนแบบสามีภรรยา  เฮียครับ  หลิวอยากมีอะไรกับเฮีย อยากถูกกอด อยากให้เฮียใส่ไอ้นั่นเข้ามาแล้วเอาหลิวจนเดินไม่ไหว อื้อ ! ”

ริมฝีปากหยักบดจูบกลืนกินคำพูดกระตุ้นอารมณ์ทันที จากนั้นใช้ลิ้นร้อนไล่เลียและแทรกเข้าไปภายใน เสี่ยวหลิวตอบรับด้วยการดูดมัน เกี่ยวพันรัดอย่างคิดถึง  เขาคิดถึงจูบของเฮีย

ผู้เป็นภรรยาถูกคลื่นเสน่หาซัดสาดจนไร้เรี่ยวแรง เวลานี้ประคองสติได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว 

หวังหย่งเหวินกลัวว่าเสี่ยวหลิวจะเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน ชายหนุ่มค่อย ๆ ผ่อนแรงลงจนเหลือเพียงการเคลื่อนไหวเนิบนาบ เชยคางเรียวขึ้นมา สบเข้ากับดวงตาสั่นระริกของอีกฝ่ายอย่างหลงใหล

“ถ้าเราอยากก็แค่ขอ ไม่เห็นจำเป็นต้องแอบทำเลย” แค่เอ่ยปากว่า ‘หลิวอยาก’ หวังหย่งเหวินก็พร้อมจะตอบรับจนกว่าจะพอใจ 

มาถึงขั้นนี้แล้วจะปิดไว้ก็ไม่ช่วยอะไร “หลิวอาย แถมงานเฮียก็เยอะ...” 

หวังหย่งเหวินถอนหายใจ มันควรจะเป็นเขาที่ต้องคิดมากสิ เขาทำแต่งานจนไม่ได้ใส่ใจความต้องการอีกฝ่าย

“เสี่ยวหลิวไม่ต้องอาย เราเป็นสามีภรรยากันแล้วหลังจากนี้มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ  เฮียงานเยอะแต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลาเลย เฮียเองก็คิดถึงหลิวมากนะ อยากสัมผัสเราจะแย่ แต่ไม่รู้ว่าเราต้องการให้เฮียทำแบบนั้นรึเปลา” กดจูบที่แก้มเนียน จากนั้นพร่ำบอกว่าเขาต้องกักเก็บมันไว้ภายใต้ภาระหน้าที่ยังไงบ้าง เขาไม่รู้ว่าหลังจากผ่านครั้งแรกไปแล้วเสี่ยวหลิวจะพร้อมเมื่อไหร่ เขาอยากจะถนอมเสี่ยวหลิวไว้ เพราะหากเร่งเร้ามากไปคนตัวเล็กอาจจะหวาดกลัว

อีกอย่างเขากำลังรอสัญญาณบางอย่าง และสัญญาณที่ว่ากำลังจะถูกแสดงออกมาด้วยประโยคถัดไปของคนตัวเล็ก

“ถ้ากลับไปอยู่โรงแรมด้วยกัน งานเฮียก็จะน้อยลงใช่ไหม เฮียจะมีเวลามากขึ้นใช่ไหมครับ” 

“เสี่ยวหลิว...”

“ถ้างั้นเฮียพาหลิวกลับไปด้วยนะ นะครับ พาหลิวกับเฉาหยางไปด้วย หลิวอยากมีอะไรกับเฮียทุกคืน”

หวังหย่งเหวินไม่สามารถห้ามตัวเองให้จูบเสี่ยวหลิวอีกครั้ง “อืม” เขาให้คำสัญญา จากที่แทบหมดหวังให้เสี่ยวหลิวเป็นฝ่ายเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ไม่คาดคิดว่าคืนนี้อีกฝ่ายจะทำให้เขาประหลาดใจถึงสองครั้ง ชายหนุ่มมีความสุขจนแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ ความเหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่หายเป็นปลิดทิ้ง

ทว่าในตอนที่ร่างสูงกำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ มือถือที่วางอยู่ข้างกายพลันมีสายเรียกเข้า เป็นผู้จัดการหลี่ที่นัดธุระสำคัญไว้

แม่งเอ๊ย !  ชายหนุ่มสบถในใจเป็นหมื่นล้านคำ เขาลืมมันไปเสียสนิท จะเมินเฉยตัดสายทิ้งก็ไม่ได้เพราะเขาเป็นคนนัดเอง หวังหย่งเหวินจูบขมับเสี่ยวหลิวอย่างรู้สึกผิด “รอก่อนนะเด็กดี”  

“คุณหวังครับ อ่านอีเมลที่ผมส่งให้แล้วใช่ไหมครับ” 

คุณหลี่ที่นอกเวลางานก็ยังสวมบทบาทเป็นผู้จัดการหลี่เอ่ยถามทันทีที่ปลายสายตอบรับ หวังหย่งเหวินต้องกดความปรารถนาที่ยังปวดหนึบไว้ ปั้นเสียงแหบพร่าให้ทุ้มต่ำน่าเกรงขาม

“ผมอ่านแล้ว เรื่องสวัสดิการลูกจ้าง...”

เมื่อสามีทำเพียงแค่แช่แก่นกายค้างไว้ เสี่ยวหลิวจึงมีโอกาสค่อย ๆ ฟื้นพลัง เขาไม่พอใจที่เวลานี้หวังหย่งเหวินยังสามารถคุยเรื่องงานได้หน้าตาเฉย 

หลิวทรมานจะแย่ แต่เฮียก็ยังบ้างาน 

เสี่ยวหลิวยันตัวขึ้นคลายช่องทางที่รัดแน่น หวังหย่งเหวินคุยเรื่องงานอยู่นึกว่าคนตัวเล็กจะหมดอารมณ์แล้ว ยังไม่ทันกระซิบรั้งไว้ อีกฝ่ายก็ทำในสิ่งที่เขาต้องใจเต้นแรง

ขาเขาถูจับวางลงตามเดิม ผู้เป็นภรรยาลุกยืนคร่อมหน้าตักเต็มความสูง  

“พรุ่งนี้จะมีตัวแทนพนักงานเข้าประชุมด้วยครับ พวกเขาอยากให้เราพิจารณา...”

หวังหย่งเหวินถูกแก่นกายสีสวยล่อตา จดจ้องจนแทบไม่ได้ฟังสิ่งที่ผู้จัดการหลี่พูด

เด็กหนุ่มไม่ได้จะขัดการสนทนาของหวังหย่งเหวิน และเวลานี้เขาก็ไม่ได้ใจเย็นพอจะรอให้อีกฝ่ายคุยธุระเสร็จ เขาคิดว่าเฮียเก่งพอที่จะแยกโสตประสาท เรือนกายขาวปรากฏรอยสีกุหลาบหลายแห่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงต่ำแยกขาให้หัวเข่าชี้ออกด้านข้างทำมุม 90 องศากับพื้น


เอื้อมมือนึงไปเกาะบ่าแข็งแรงตรงหน้าไว้ 


แล้วปล่อยตัวสู่แก่นกายใหญ่ของสามี


“อื้ออ ! ”

เสี่ยวหลิวกัดริมฝีปากกลั้นเสียงร้องสุดความสามารถ ความเสียวซ่านมากกว่าการขึ้นด้วยตนเองครั้งแรกแล่นพล่านไปทั่วกาย เขาใช้ท่าที่ศึกษามาจากตำราด้วยการทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนปลายเท้า จากนั้นใช้แรงที่สะท้อนกลับจากเบาะยกตัวย่อเหยาะเร็วติดกันจนนับจำนวนครั้งไม่ได้ 

คงไม่ต้องกล่าวถึงท่านผู้บริหารที่กำลังมือสั่น ความสนใจถูกดึงมาที่คนตรงหน้าทันที ตาเบิกกว้างมองบั้นท้ายที่กลืนกินเจ้าลูกชายตนอย่างคลุ้มคลั่ง ไหนจะแก่นกายสีสวยพอดีมือที่ฟาดใส่หน้าท้องเขาอีก

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่คุณหวังว่าครับ เอ่อ มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ในที่ประชุมพรุ่งนี้ผมอยากให้คุณหวังลองพิจารณาเรื่อง...”

ใจเย็น เสี่ยวหลิวใจเย็นก่อน หวังหย่งเหวินอยากบอก แต่พอเสียงที่เปล่งออกมากลับไม่เป็นคำ

“...คุณหวัง”

ช้าหน่อย นี่กะจะให้เฮียหัวใจวายเลยใช่ไหม

“คุณหวังครับ”

เสียงของผู้จัดการหลี่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท หวังหย่งเหวินเพิ่งรู้สึกตัว

“คุณหวังรับประทานมื้อค่ำอยู่รึเปล่าครับ”

“ทำไม”

“ผมได้ยินเสียงคุณเหมือนทานของเผ็ด”

“ผม-”

เสียงซี๊ดดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเสี่ยวหลิวหมุนควงบดสะโพกขย่มจนโซฟาสะเทือน ด้วยกำลังล้นเหลือต่างจากลักษณภายนอก ราวกับพายุไร้รูปร่างที่โหมกระหน่ำใส่เสาหิน หมายมาดโจมตีจนกว่ามันจะพังทลาย ลีลาที่สุ่มฝึกซ้อมมาเริ่มทำสามีนั่งไม่ติดเบาะ  

“ผม...ผมต้องเช็คบิลแล้ว เรื่องอื่นไว้คุยกันต่อในที่ประชุม คุณจะเสนออะไรเตรียมมาได้เลย”

ไม่รอให้ผู้จัดการหลี่ทักท้วง หวังหย่งเหวินชิงกดวางสายโยนมือถือไปบนพื้นพรมราวกับของราคาไม่กี่สิบหยวน เขาทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเสี่ยวหลิวแล้ว !

ไร้บทสนทนาราวกับไม่คิดเสียเวลาตำหนิ แม้ท่านี้จะไม่ถนัดแต่ร่างสูงก็กระเสือกกระสนหาทางจนได้ ดับเครื่องชนรวบรวมแรงไว้ที่สะโพกสอบส่งแก่นกายร้อนพุ่งสวนใส่ช่องทางฉ่ำแฉะของภรรยา ความขรุขระของเส้นเลือดครูดไถไปกับผนังอ่อนนุ่ม เสี่ยวหลิวรับรู้ได้ถึงมันทุกตารางนิ้ว

คนตัวเล็กถูกกระแทกจนตัวลอย กระนั้นใจสู้จิกเล็บเท้ายันตัวไว้ ส่งแรงโถมจนไปถึงโค้งสุดท้าย

โดยไม่คาดคิด หวังหย่งเหวินกลับเป็นฝ่ายถึงปลายทางก่อน ชายหนุ่มใช้วงแขนรัดตัวภรรยาเข้ามากอดไว้แน่น กระตุกตัวสองสามทีแล้วฉีดสายธารร้อนเข้าสู่ด้านใน

เข้าเส้นชัยทีหลัง ทว่ากลับเป็นฝ่ายชนะในการเดินทางครั้งนี้ เสี่ยวหลิวหยัดตัวขึ้น แผ่นหลังแอ่นโค้งไปด้านหน้า เพราะอัดอั้นมานานจึงปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวขุ่นออกมาเลอะเต็มหน้าท้องทั้งคู่  

เสี่ยวหลิวหมดสิ้นเรี่ยวแรงทิ้งตัวนั่งบนตัวหวังหย่งเหวิน ดวงตาพร่าเลือนคอพับคออ่อน ลมหายใจหอบสะท้อนดังก้อง

หวังหย่งเหวินเหมือนถูกสบประมาทที่เป็นฝ่ายเสร็จก่อน รู้สึกอายแต่ก็กล่าวชื่นชมคนใต้ร่าง ใช้เวลาพักไม่กี่นาทีก็จับเสี่ยวหลิวพลิกลงมานอนหงายบนโซฟา เป็นฝ่ายคร่อมโดยที่ยังเชื่อมติดกันไว้

“ซนจริง ๆ ” 

“ก็...ทนไม่ไหว” 

ก้มจุมพิตที่หน้าผากเสี่ยวหลิว ไหน ๆ ก็คงนอนไม่หลับแล้วคืนนี้ อยู่เป็นเพื่อนเล่นบทตำรวจผู้ร้ายกับภรรยาหน่อยคงไม่เป็นไร 

อะไรที่ยังเสียบคาอยู่เริ่มขยายตัว แถมไม่คิดจะเอาของเก่าออกมาก่อนด้วย เสี่ยวหลิวเบิกตากว้างรีบบอกคนตรงหน้า “พอแล้วครับ” ตรงข้ามกับตัวเองที่อิ่มหนำจนขยับตัวแทบไม่ได้ เฮียเหวินยังเอาอารมณ์มาจากส่วนไหนได้อีก

“แต่เฮียยังไม่พอ”

ซุกไซ้สูดกลิ่นหอมที่ลำคอ ขบเม้มจนขึ้นรอยแดง ฝากประทับแทนเครื่องประดับที่นิ้วนางข้างซ้าย

“กับเสี่ยวหลิว...เท่าไหร่ก็ไม่พอ”

บทลงโทษยกที่สองเริ่มขึ้นท่ามกลางความไม่พร้อม กระนั้นเสี่ยวหลิวที่ปฏิเสธอย่างไม่จริงจังในทีแรกก็เริ่มโอนอ่อน บิดกายรับแรงโถมหนักแน่นไม่คิดเสียชื่อภรรยาตระกูลหวัง



เฮยอวิ่นยืนหน้าเศร้าอยู่หน้าประตูห้องข้าง ๆ  วันนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เสี่ยวหลิวจะอาศัยอยู่ที่คอนโด เจ้าตัวบอกว่าอยู่เที่ยวเมืองนี้จนพอใจแล้ว ตั้งใจว่าจะกลับไปที่เฉาหยางกับสามี

โธ่ ๆ  เพื่อนใหม่ของเขา เสี่ยวหลิวจากไปเขาก็คงจะคิดถึง แต่ยิ่งกว่านั้นคือการที่เขายังทำความรู้จักสามีเพื่อนใหม่ผู้หล่อเหลาและร่ำรวยคนนั้นไม่ดีพอ ทั้งที่อยากจะพูดคุยให้มากกว่านี้แท้ ๆ  เฮยอวิ๋นมีเป้าหมายซ่อนไว้ว่าอย่างน้อยถ้าสานสัมพันธ์กับคุณหวังคนนั้นไว้ได้ ในภายภาคหน้าคงใช้ความสนิทช่วยกรุยทางชีวิตให้สบายขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูก่อนเวลานัดไว้ เสี่ยวหลิวที่สวมผ้ากันเปื้อนสีดำจึงเดินไปเปิดดู 

“ไง”

“สวัสดีครับเฮยอวิ๋น เข้ามาก่อนสิ”

เสี่ยวหลิวชวนเพื่อนผู้คอยให้ความช่วยเหลือมาร่วมรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้าย เจ้าของร้านในเขตตงเฉิงมองผ่านไหล่อีกคนไปเห็นหวังหย่งเหวินในชุดไปรเวทยืนกอดอกทำหน้าเรียบนิ่ง แม้จะไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่เฮยอวิ๋นสัมผัสถึงความน่ากลัวจากดวงตาคมได้ เขาเอ่ยทักทายกันพอเป็นพิธี

เสี่ยวหลิวเดินนำชายหนุ่มเข้ามาที่ห้องรับแขก เพราะพื้นที่ใช้สอยน้อยแถมโต๊ะทานข้าวก็ใช้วางไม่พอ จึงจัดการลากเก้าอี้มาเสริม “ผมกำลังตั้งโต๊ะอยู่ คุณอยากดูอะไรเปิดได้เลยนะครับ” ยื่นรีโมทโทรทัศน์ให้

เฮยอวิ๋นกล่าวขอบคุณแล้วเปิดดูรายการกีฬาย้อนหลัง ระหว่างที่นั่งก็ยังคงรับรู้ถึงสายตาทิ่มแทงให้เสียววาบ นั่งดูไปพลางดื่มน้ำอัดลมที่เสี่ยวหลิวนำมาเสิร์ฟหมดแก้วก็รู้สึกปวดเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มจึงขออนุญาตเดินไปเองอย่างคุ้นเคย เนื่องจากห้องในคอนโดถูกออกแบบมาให้มีสัดส่วนพื้นฐานเหมือนกัน

เสี่ยวหลิวลงอาหารหอมกรุ่นบนโต๊ะจนเกือบเต็ม เรียงจานชามช้อนส้อมตามจำนวนคน ภาพของภรรยาที่จัดโต๊ะอย่างขะมักเขม้นดึงดูดหวังหย่งเหวินให้มองอย่างเพลินตา

เสี่ยวหลิวมีความเป็นแม่ศรีแม่เรือนอย่างที่ม๊าเคยชมให้ฟังจริง ๆ

ผ้ากันเปื้อนไร้ลวดลายโดดเด่นถูกทำให้ดูมีราคาขึ้นมาเมื่อประดับอยู่บนเรือนกายตรงหน้า ดวงตาคมมองอย่างหลงใหล พลันเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์เมื่อคิดว่ายังมีแขกที่ได้เห็นแบบเดียวกัน

จิตใจอันดำมืดของเขากู่ร้อง หวังหย่งเหวินอยากจะขังเสี่ยวหลิวไว้ในห้อง ไม่อยากให้ใครได้ชื่นชมความงามนี้ทั้งนั้น

“อ๊ะ”

“เฮียช่วยนะ”

ร่างสูงใหญ่โผล่มาจากด้านหลังในตอนที่เสี่ยวหลิวกำลังเปิดตู้เหนือเคาน์เตอร์ 

“ขอบคุณครับ” ตอบรับไปแม้จะไม่ค่อยมั่นใจคำว่า ‘ช่วย’ ของเฮียเท่าไหร่ เสี่ยวหลิวไม่ค่อยเห็นเฮียหยิบจับงานบ้านงานเรือนบ่อยนัก นอกจากช่วงที่ตามมาง้อเขา   

“จะเอาอะไรล่ะ” 

แผ่นอกกว้างขยับแนบชิดกับแผ่นหลัง ผู้เป็นสามีโน้มตัวลงมากระซิบถามที่ข้างใบหู เสี่ยวหลิวถึงกับขนลุกซู่ ใบหน้าขึ้นสีเรื่อ ท่ามันแปลก ๆ รึเปล่านะ

“เฮีย...มีแขก” เอ่ยห้ามปราม

“ก็ไม่ได้จะทำอะไร” หลุบตามองกลุ่มผมสีอ่อน ริมฝีปากยกยิ้มร้าย ไอ้เฮยอวิ๋นนั่นยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ มารร้ายจึงสบโอกาส “หลิวจะหยิบแก้วใช่ไหม”

เสี่ยวหลิวพยายามสงบสติอารมณ์ทั้งที่หน้าร้อนไปหมด ตั้งแต่คืนนั้นที่เขาเป็นเด็กไม่ดี เสี่ยวหลิวก็รู้สึกว่าตัวเองมักจะสัมผัสกับอะไร ๆ  ไวมากขึ้น หรือไม่บางทีเขาก็อาจแค่กลายเป็นคนที่ชอบคิดลามกมากกว่าเดิมก็เท่านั้น

“แก้วสามใบ” 

“ใบไหน กระเบื้องหรือพลาสติก”

เมื่อภรรยาเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมตอบ หวังหย่งเหวินจึงใช้มือแตะไหล่ แมวน้อยคืนสภาพจากแมวยั่วสวาทแล้วทำได้แค่สะดุ้งเกาะขอบเคาน์เตอร์ไว้แน่น

“ก-กระเบื้องครับ หลิวจะชงชา”

สัมผัสของเนื้อผ้าที่ไร้ระยะห่างเสียดสีกันเมื่อหวังหย่งเหวินเอื้อมแขนไปชั้นวางที่สาม ความสูงของชายหนุ่มทำให้หยิบลงมาได้ง่ายดาย จนเมื่อความร้อนที่แผ่จากกายใหญ่ห่างออกไป เสี่ยวหลิวจึงรับหันกลับมา

แล้วเขาก็เจอกับเฮยอวิ๋นที่เดินออกมาจากห้องน้ำตอนไหนไม่ทราบ อีกฝ่ายกำลังตาค้างยืนมองพวกเขาไม่กระพริบ เกิดเป็นบรรยากาศกระอักกระอ่วน มือเรียวขยุ้มผ้ากันเปื้อนแน่น ส่วนหวังหย่งเหวินทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มหมุนตัวไปอีกฝั่งของครัวเล็ก ช่วยหาซองชามะลิที่เสี่ยวหลิวมักจะดื่มร่วมกับมื้อเย็น

เสี่ยวหลิวให้กำลังใจตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ  ในตอนที่ตัดสินใจจะพูดอะไรบางอย่าง เฮยอวิ๋นกลับดันพูดตัดบทขึ้นมาก่อน

“ผมไม่เห็นอะไร”

เสี่ยวหลิวได้แต่ยกมือขึ้นบิดหน้าตัวเองเมื่อเพื่อนข้างห้องส่งยิ้มเหยเกมีพิรุธสุด ๆ มาให้ เฮยอวิ๋นเดินเก้กังไปที่โซฟา เจ้าตัวคิดอยากให้ตัวเองตาบอด ตะโกนกู่ร้องในใจ

บ้าเอ๊ย !  เมื่อกี้มันฉากสวีทของสามีภรรยาไม่ใช่เหรอ แล้วแขกอย่างเขามาทำบ้าอะไรที่นี่กัน ! 









-------------------------------------------------------------------------------- 

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า วันนี้วันดีมาอัพให้อ่านกันน ขอบคุณทุกกำลังใจมาก ๆ นะคะ และขอบคุณที่ยังคงรอกันทุกตอนค่ะ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ค่อยมีสาระก็ตาม มีแต่ nc เจ็ดหน้าจุกๆ ฮือ 55555555 ยังไงก็หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ///

ช่วงนี้ใกล้จะสอบปลายภาคแล้ว หลังจากลงตอนนี้ก็ต้องเคลียร์งานที่สะสมไว้ค่ะ TT อาจจะมาอัพช้าหน่อย แต่ไม่หายไปแน่นอนค่ะ สามารถมาทวงได้ในทวิตตลอดนะคะ ยังไงก็จะรีบมาต่อให้จบเร็ว ๆ  รักทุกคนนนน 



ความคิดเห็น