ในสวนฝัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความสุขอยู่แค่เอื้อม..ดันมีมารมาผจญ

ชื่อตอน : ความสุขอยู่แค่เอื้อม..ดันมีมารมาผจญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 674

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความสุขอยู่แค่เอื้อม..ดันมีมารมาผจญ
แบบอักษร

"นังลูกไม่รักดี!! แทนที่จะหาวิธีมัดใจอ๋องสามกลับถูกไล่ตะเพิดไปอยู่นอกเมืองเสียได้"

หลังจากทราบข่าวที่ชิงเฟิงถูกเนรเทศไปอยู่นอกเมืองก็ทำให้ใต้เท้าลี่โมโหโทโสเป็นอันมาก ถึงกับขว้างปาข้าวของในบ้านเสียหายไปมากเพื่อระบายความแค้น

"ใต้เท้าลี่ ท่านก็ใจเย็นๆลงบ้างเถอะ ใครๆก็รู้ว่าคนอย่างอ๋องสาม มิใช่ใครก็จะบงการได้ตามใจหรอกนะ คุณหนูชิงเฟิงยังเยาว์ ยังไม่ทันเลห์เหลี่ยมกลโกงของสนมเหลียนถึงพลาดพลั้งเอาได้"

"ก็เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ ข้าอุส่าห์หาทางจับอ๋องสามให้นางได้เเล้ว กลับไม่เป็นไปตามที่ข้าต้องการ ทำความหวังข้าพังพินาศหมดแล้ว!""

"ใจเย็นๆก่อน ท่านอย่างเพิ่งวู่วาม เดี๋ยวจะเสียการใหญ่เอาได้" อีกคนพยายามปลอบใจให้ใจเย็นๆลงบ้าง

"ช่างเถอะๆ ถือว่าข้าไม่เคยมีลูกโง่เง่าอย่างนางก็แล้วกัน"

เมื่อพูดเรื่องผลประโยชน์ใต้เท้าลี่ก็อารมณ์เยือกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพากันเข้าห้องลับไปคุยธุระสำคัญที่ไม่สามารถให้คนนอกรับรู้ได้

-----------------------------------------------

"เรียนท่านอ๋อง..มีรายงานว่านอกเมืองมีการลักลอบปล้นชิงข้าวสาร พ่อค้าวาณิชและชาวบ้านต่างเดือดร้อนไปทั่ว ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พระองค์ไปสืบเรื่องนี้ตัวเองพะยะค่ะ" องครักษ์เงาของฮ่องเต้เข้ามารายงานคำสั่งของเจ้าเหนือหัวให้กับอ๋องสามรับทราบ

"อืม...ข้ารู้แล้ว หลงซิงเจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า"

"พะยะค่ะ"

สั่งความลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆเรียบร้อย ก็กลับเข้าห้องพักไปเตรียมตัว เพื่อออกเดินทางในรุ่งสางทันที การลักลอบปล้นชิงข้าวสาร มิใช่เรื่องเล็กน้อยของพวกโจรกระจอก เพราะอาจมีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่ เนื่องด้วยปีนี้คาดว่าจะแล้งจัด ผลผลิตทางการเกษตรจะราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า ร้านค้าต่างๆเริ่มกักตุนเสบียงเพื่อเก็งกำไรและขายในราคาสูง ทำให้คนบางกลุ่มหวังกอบโกยผลประโยชน์จากตรงนี้ ฝ่าบาทจึงกำชับให้เขาไปสืบหาต้นตอของเรื่องนี้ด้วยตัวเอง 

หันไปทางตำหนักพระชายาที่ร้างผู้อยู่อาศัยมานานก็ให้คิดถึงเรือนร่างอรชรของเจ้าของเรือน เหตุการณ์ในครั้งนั้นแม้จะสืบได้ว่าสนมเหลียนมิได้ตั้งครรภ์จริงๆ แต่อ๋องสามจำต้องปลดชิงเฟิงลงจากตำแหน่งด้วยเหตุผลบางประการ และเลื่อนตำแหน่งพระชารองให้กันสนมเหลียนเพื่อชดเชยที่นางแท้งลูกไป

นี่ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าชิงเฟิงจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ถึงจะมิได้มีใจรักใคร่ในตัวนางแต่ก็เคยแนบชิด สนิทเสน่หากันมาก่อนย่อมคิดถึงบ้างเป็นธรรมดา ออกไปนอกเมืองคราวนี้คงต้องแวะไปดูนางเสียหน่อยว่าเป็นอยู่อย่างไรบ้าง

รุ่งเช้าอ๋องสามกันหลงซิงคนสนิท ก็ควบม้าออกไปแต่ไก่โห่ โดยมิได้บอกกล่าวแก่ผู้ใด คล้อยหลังคนทั้งสองไปไม่นานชายาเหลียนก็เดินถือถาดใสถ้วยน้ำแกงตรงมายังเรือนพักของอ๋องสามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แต่เมื่อรู้ว่าอ๋องสามไม่อยู่ก็โมโหโทโสเป็นฟืนเป็นไฟ ตะคอกถามเสียงดัง

"ท่านอ๋องไปไหน!?"

ชายาเหลียนหันไปถามองครักษ์หน้าประตูเรือนของอ๋องสาม นางนำน้ำแกงโสมแดงบำรุงร่างกายมาถวายแต่กลับได้คำตอบว่าอ๋องสามไม่อยู่ในจวนอ๋อง

 "ไม่ทราบ...ขอรับ"

"ไม่รู้? พวกเจ้าเป็นลูกน้องปะสาอะไร เจ้านายหายไปไหนไม่มีใครรู้ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!"


----------------------------------------------

​ชิงเฟิงอาศัยอยู่ที่บ้านเก่าแก่ของตระกูลเยี่ยได้หกเดือนแล้ว แรกๆพวกนางก็ลำบากเรื่องอาหารการกินพอสมควร แต่ชิงเฟิงก็ขยันหาพืชผักมาปลูกเอาไว้รอบบ้าน เพราะไม่ขาดแคลนน้ำท่าที่ต้องใช้ในการเกษตร ทั้งยังหาวิธีถนอมอาหารไว้กินได้นานๆอีกด้วย ตอนนี้จึงไม่ลำบากอะไรมากมาย บางวันนางกับเปาเปาจะช่วยกันทำชุ้มดักปลาหน้าลำธาร โดยหาไม้ไผ่มาล้อมเป็นแนวรอบๆบริเวณตลิ่ง เปิดช่องให้ปลาได้ว่ายเข้ามา โดยปักไม้แขวนกระดิ่งเอาไว้ห่างๆตรงช่องทางเข้า หากปลาหลงแหวกว่ายผ่านเข้ามาในซุ้ม กระดิ่งจะส่งเสียงดังให้รู้ พวกนางก็จะรีบปิดช่องและช่วยกันจับปลา แม้จะลำบากลำบนแต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปวันๆ 

แรกๆชิงเฟิงโกรธเกลียดอ๋องสามเยี่ยหงเทียนเป็นอันมาก คิดว่าชาตินี้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย แต่ยิ่งโกรธเกลียดมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นทุกข์เสียเอง จึงเลือกจะปล่อยวาง ต่างคนต่างอยู่ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกันอีก เมืองหลวงแคว้นซีเปียนางก็ไม่คิดอยากกลับไปเหยียบมันอีก

วันๆชีวิตมีแต่ความสุข อยู่กับป่าเขาลำเนาไพร  ไม่มีใครมากวนใจให้ขุ่นมัว แต่วันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาเสียได้ ขณะที่กำลังขุดดินเตรียมการเพาะปลูกชุดใหม่อยู่ เหมือนเปาเปาจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงโพล่งออกมาเสียงดัง

"คุณหนู แย่แล้ว! ท่านอ๋องให้คนมาแจ้งตั้งแต่เมื่อวานว่าจะเดินทางมาที่นี่ในวันนี้ แต่ข้า....ลืมสนิทเลย"

เปาเปาเอ่ยเสียงละห้อยในตอนท้ายประโยค ด้วยกลัวความผิดที่ละเลยมิได้เเจ้งข่าวสารให้นายสาวทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมการต้อนรับอ๋องสามที่กำลังจะเดินทางมา

 อารมณ์ดีๆของชิงเฟิงสะดุดกึก โยนจอบขุดดินในมือลงพื้นอย่างแรง หันขวับไปจ้องเปาเปาตาเขียวปัด จนสาวใช้ตัวน้อยยิ่งห่อไหล่ตัวลีบ ก้มหน้างุด เกรงกลัวความผิดที่ละเลยหน้าที่ของตน

"แล้วอย่างไร?" น้ำเสียงอ่อนหวานหากแต่แฝงความเยือกเย็นเอ่ยเบาๆ

"บ่าวจะรีบไปเตรียมหุงหาอาหาร ไว้รอท่าก่อนที่อ๋องสามจะมาถึง " พูดจบก็หันหลังเตรียมจะวิ่งกลับเข้าบ้าน

"หยุด!!"

เปาเปาสะดุดขาตัวเองหัวแทบคะมำลงพื้น ดีที่ทรงตัวเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

"ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น ข้าไม่ยินดีต้อนรับคนผู้นั้น"

"แต่ว่าคุณหนู....ท่านอ๋องยังเป็นสามีท่านอยู่นะ แล้วพวกท่านก็เข้าหอกันแล้วด้วย"

คำว่าเข้าหอ..คือ คำแสลงหูสำหรับชิงเฟิง นางไม่ต้องการได้ยินคำๆนี้เลย จึงเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆที่ผ่านไปแล้ว แต่วันนี้เปาเปากลับพูดมันออกมาตอกย้ำความผิดพลาดโง่เง่าของนางในอดีต ราวกับถูกตบหน้าแล้วเอารองเท้าฟาดซ้ำ ชิงเฟิงใบหน้าแดงก่ำสลับขาวซีดด้วยแรงอารมณ์ พ่นวาจาแสบร้อนออกมาอย่างมีโทษะ

"ข้าไม่เคยยอมรับ ไอ้คนสาระเลวคนนั้นเป็นสามี ต่อไปห้ามเจ้าพูดถึงคนๆนี้อีกเป็นอันขาด!"

พูดจบก็สะบัดหน้าพรืด เดินลงส้นเท้าดังตึงๆกลับเข้าบ้านด้วยความฉุนเฉียว ตรงดิ่งเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง กระเเทกก้นลงนั่งบนเตียงอย่างแรงด้วยความโมโห 

จะมาทำไมให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำของข้า ข้าอยู่สงบๆของข้ามาตั้งหลายเดือน ชีวิตก็ปกติสุขดีมีกินมีใช้ไม่ขาด ถึงจะขัดสนบ้างบางครั้ง แต่ก็สบายใจดี คิดว่าข้าจะยินดีต้อนรับรึไง ฝันไปเถอะ!!

ชิงเฟิงขังตัวเองอยู่ในห้องไม่กินข้าวกินปลา ไม่ยอมออกมาข้างนอกจนตะวันลับฟ้า คอยเงี่ยหูฟังเสียงจากข้างนอกบ้าน ตั้งแต่เช้าจรดเย็นกลับไร้เสียงผู้มาเยือน จึงเบาใจว่าอ๋องสามไม่น่าจะมาแล้วล่ะ จึงลุกจากเตียงออกไปหาอะไรกินแก้หิว เปาเปารีบเข้ามาช่วยเตรียมอาหารเย็นให้นายสาวด้วยสำนึกผิดที่ทำให้ผู้เป็นนายโกรธเคือง

เมื่อกินอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้วก็เตรียมจะเเยกย้ายกันไปนอน เสียงคนกำลังวิ่งล้มลุกคลุกคลานตรงมาทางหน้าบ้าน ชิงเฟิงหันไปสบตากับเปาเปาด้วยความสงสัยไม่เเพ้กัน ที่นี่เป็นเขตแดนของสกุลเยี่ย ตลอดหกเดือนมานี้ไม่เคยมีใครลุกล้ำเข้ามาซักครั้ง พวกนางอยู่กันเพียงลำพังในบ้าน นานๆจะมีคนของจวนอ๋องมาส่งข้าวสารเป็นครั้งคราว แล้วนี้ใครบุกเข้ามาในยามวิกาลกันละ?

 ทั้งคู่พยายามมองฝ่าความมืดออกไปที่หน้าบ้านด้วยใจละทึก หากเป็นคนร้าย พวกตนจะทำอย่างไรดี

เงาตะคุ่มๆของสองบุรุษตรงดิ่งมาทางตัวบ้านอย่างคนคุ้นชินและชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี 

"พระชายา! เร็วเข้าโปรดช่วยท่านอ๋องด้วย"

หลงซิงตะโกนฝ่าความมืดเข้ามา พยายามพยุงร่างสูงใหญ่ที่กำลังคอพับคออ่อน แขนตกห้อยอยู่ข้างลำตัว คล้ายคนหมดสติเข้ามาอย่างทุลักทุเล เปาเปาสังเกตุเห็นดังนั้นก็รีบปรี่เข้าไปช่วยพยุงแขนอ๋องสามอีกข้างเอาไว้ด้วยใบหน้าแตกตื่น

"พี่หลงซิง เกิดอะไรขึ้น ท่านอ๋องเป็นอะไรไปเจ้าคะ!?"

"ท่านอ๋องถูกพิษ!"

"หาา..." เปาเปาตกใจอุทานเสียงดัง อ้าปากกว้างอย่างลืมตัว หันไปมองนายสาวของตัวเองที่ยืนเฉย กอดอกมองเขม็งมาทางอ๋องสามด้วยเเววตาเป็นประกายชั่วร้าย 

หลงซิงและเปาเปาช่วยกันพยุงร่างปวกเปียกของอ๋องสามเข้ามาในบ้านก่อนจะจับพยุงให้นั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้อง ชิงเฟิงเดินเอื่อยๆตามเข้าไปยืนดูอยู่ห่างๆโดยไม่เดือนเนื้อร้อนใจอะไรซักนิด

"คุณหนู..เราจะทำยังไงกันดี"

"เปาเปา ข้าสบายดีและยืนอยู่ตรงนี้ ข้าไม่เห็นว่าเจ้าจะต้องทำอะไรให้วุ่นวายเลย"

ชิงเฟิงเอ่ยเสียงเรียบไร้อารมณ์ ใบหน้างามไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ถ้าอ๋องสามตายๆไปซะได้ก็ยิ่งดี ข้าจะได้เป็นอิสระโดยไม่ต้องเปลืองสมองคิดหาวิธีให้วุ่นวาย

"พระชายา!!...มีแต่ท่านที่ช่วยท่านอ๋องได้ ข้าขอร้องท่าน ได้โปรดช่วยท่านอ๋องด้วย" หลงซิงถลาเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าชิงเฟิง ขอร้องให้ช่วยนายของตน

"ข้า-ไม่-ใช่-หมอ ทำไมต้องช่วย!!"

"ท่านอ๋องมิได้ต้องการหมอ แค่มีสตรีซักคนร่วมเสพสังวาสให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก็จะหายเป็นปกติแล้ว"

เปาเปาให้สงสัยนักว่าท่านอ๋องเป็นอะไร? พูดเป็นเล่น ดูก็รู้ว่าท่านอ๋องหมดสติอยู่จะเสพสังวาสกับสตรีได้อย่างไรกัน

"พี่หลงซิงพวกท่านไปทำอะไรมาท่านอ๋องถึงถูกพิษได้ แล้วมันพิษอะไรกันแน่ ถึงมีสภาพล่อแล่เช่นนี้"

"เอ่อ..ท่านอ๋องไปสืบราชการลับบางอย่าง ข้าไม่สามารถบอกพวกท่านได้ ท่านอ๋องพลาดพลั้งถูกพิษพันนารีเข้าขณะจะจับตัวการร้ายได้แล้ว ใครที่ถูกพิษนี้เข้าไปจะต้องร่วมเสพสังวาสกับหญิงสาวทั้งคืนหรือจนกว่าจะครบพันคนถึงจะกำจัดพิษออกจากร่างได้"

"มียาพิษเช่นด้วยหรือ? ช่างน่ากลัวแท้" เปาเปายกมือปิดปาก จ้องมองอ๋องสามอย่างเป็นกังวลแทนนายสาวที่ยืนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ไม่ไกล

ชิงเฟิงสะดุ้งโหยง  นี่คงมิได้...ต้องการให้ข้าเล่นจ้ำจี้กับอีตาอ๋องบ้านี่ทั้งคืนหรอกนะ? เหอะไม่มีทางซะละ.....

"ขอพระชายาได้โปรดช่วยเหลือท่านอ๋องด้วย แล้วจะให้ข้าทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น"

จบคำกล่าวของหลงซิง เปาเปาก็เบิกตากว้างอย่างตกใจหันขวับไปทางนายสาวของตนทันทีทันใด ก็สบกับดวงตาเขียวปัดของนายสาวมองตอบกลับมาอย่างเอาเรื่อง จึงหันกลับไปมองหลงซิงด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม แล้วถ้าไม่ได้นอนกับสตรีเล่า?

"หากไม่ได้หลับนอนกับสตรีภายในสองชั่วยามที่ได้รับพิษ ร่างกายจะร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆจนเกิดการเผาไหม้และอวัยวะภายในร่างกายจะระเบิดแหลกเหลวจนถึงแก่ชีวิต"

"ห๊ะ!!.... คุณหนู รีบช่วยท่านอ๋องเถอะ"

"ข้า-ไม่-ช่วย!! อ๋องสามปลดข้าจากตำแหน่งพระชายาแล้ว ถือว่าข้ากับเขาจบสิ้นการเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ตอนนั้น เจ้าไปหาคนอื่นมาช่วยเถอะ"

"แต่ว่า...กว่าจะกลับเข้าเมืองก็ใช้เวลากว่าสองชั่วยาม คงไม่ทันการณ์ อีกอย่างบริเวณนี้เป็นเขตของสกุลเยี่ยซึ่งกินบริเวณกว้างขวาง ไม่มีสตรีคนอื่นอยู่อาศัยเลยนอกจากท่าน ข้าขอร้องท่าน พระชายาได้โปรดช่วยท่านอ๋อง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอม"

"ไม่!!"  พูดจบก็สะบัดหน้าจะกลับเข้าห้องพักของตัวเองไป แอบยิ้มในหน้าด้วยความยินดี ในที่สุดอ๋องสามก็จะได้ตายสมใจนางเสียที รีบๆตายไปซะ!!

"กรี้ดดด......."

แต่ก็ต้องชะงักเท้าอยู่กับที่เมื่อเปาเปากรีดร้องเสียงดังอย่างตกใจ ชิงเฟิงหันขวับกลับมามองทันที

"เปาเปา ในเมื่อพระชายาไม่ช่วย เจ้าต้องร่วมเสพสังวาสกับท่านอ๋องเดี๋ยวนี้! ถอดเสื้อผ้าออก!"

หลงซิงเอาดาบพาดคอเปาเปาที่กำลังตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว บังคับให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อหลับนอนกับอ๋องสามให้ได้

"คุณหนู....ข้ากลัว ช่วยข้าด้วย ข้ายังไม่เคยแต่งงานเลยจะทำได้ยังไง ฮือ...ฮือ..." 

 ชิงเฟิงยกมือตบหน้าผากตัวเองด้วยความหงุดหงิดส่ายหน้าระอาใจ นี่นางลืมไปได้ยังไงว่ายังมีเปาเปาเป็นสตรีอยู่ตรงนี้อีกคน

"ถอดเสื้อผ้าออก!! เร็ว..."

"พี่หลงซิงข้าไม่ทำ ข้ากลัว ข้าทำไม่เป็น ไม่รู้จะทำยังไงด้วย ฮือ..." กลัวก็กลัว จะไม่ทำก็มีคมดาบวาบวับพาดคออยู่ จึงได้แต่ร้องไห้ ยืนตัวสั่นงันงก ดวงตาเอ่อไปด้วยน้ำตาจ้องเป๋งมาทางชิงเฟิงที่กำลังลมออกหู หายใจฟืดฟาด หน้าแดงก่ำ

"เจ้าต้องทำ เร็วเข้า แค่จับแท่งหยกของท่านอ๋องใส่ในตัวเจ้า มาข้าจะช่วยเจ้าเอง ท่านอ๋องเริ่มจะไม่ไหวแล้ว" 

หันไปมองอ๋องสามที่ฟุบอยู่กับโต๊ะเก้าอี้ผิวหนังเริ่มมีสีแดงระเรื่องขึ้นมาจนเห็นได้ชัด เอื้อมมือไปแตะดูปรากฏว่าร้อนลุ่มดุจไปสุม  ก็ยิ่งร้อนใจ

"ห๊ะ!!??...."     แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ชิงเฟิงยืนหน้าตึงส่ายหัวไว้อาลัยในความโง่งมของหลงซิงที่อยากจะช่วยเจ้านายจนหูตามืดบอดไปแล้ว  ได้แต่ยืนมองการกระทำอันพิลึกพิลั่นตรงหน้าอย่างหงุดหงิดหัวเสียที่หลงจะจับเปาเปาเล่นจ้ำจี้กับอ๋องสามให้ได้ คนสองคนจะเล่นจ้ำจี้กัน แต่จะให้อีกคนมาช่วยจับใส่ให้เนี่ยนะ?

"ไม่เอา..ข้ากลัว  ฮือ...คุณหนู...ช่วยบ่าวด้วย"

หลงซิงตรงเข้าไปยื้อยุด พยายามปลุกปล้ำถอดเสื้อผ้าของเปาเปาอย่างเร่งรีบ อีกคนก็กอดตัวเองไว้แน่นไม่ยอมให้ถอดเสื้อออกได้

"หยุด!! "

ชายหญิงทั้งสองที่กำลังยื้อยุดกันอยู่หันขวับมาทางชิงเฟิงเป็นตาเดียว 

#########################


ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ ไรท์ขี้อายเลยไม่ได้ตอบเม้น แต่ขอบคุณมากๆที่ติดตามติชมกันเข้ามาเนาะ






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น