ขอบคุณสำหรับการติดตาม และคอมเม้นท์ให้กำลังใจของรีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลายด้วยนะขอรับ ทุกคอมเม้นท์ที่ได้อ่านไรต์มีความสุขมาก(ทำให้มีแรงเขียนบทต่อไปเลย) ยังไงก็อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะขอรับ 💟

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.2k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ
แบบอักษร

ตอนพิเศษ

รัชศกฮุ่ยจิ้นที่ 11

เสียงประทัดถูกจุดดังอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสิบวันแล้ว บรรยากาศในเมืองแทบจะทุกตรอกซอกซอยถูกประดับตกแต่งด้วยโทนสีแดงให้กลิ่นอายความเป็นมงคลแผ่กระจายไปทั่ว ชาวบ้านต่างออกมาร้องรำทำเพลงสร้างความครึกครื้น เนื้อเพลงส่วนใหญ่แต่งขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความรักของฮ่องเต้และว่าที่ฮองเฮา รวมไปถึงมีการแสดงงิ้วที่นำทั้งสองไปเป็นตัวเอกด้วย

“ท่านดูนั่นสิ...พวกเขากำลังแสดงเป็นท่านล่ะ” หญิงสาวที่ท้องใหญ่พอสมควรกำลังเกาะแขนสามี พลางชี้ไม้ชี้มืออย่างตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายเมื่อเดินเข้าไปใกล้คณะงิ้วที่กำลังแสดงอยู่

“อิงเอ๋อร์ เจ้าอยู่นิ่งๆไม่ได้หรือ อีกเพียงไม่กี่เดือนเจ้าก็จะเป็นแม่คน เหตุใดยังซุกซนไม่เลิก” จิ้นหยางได้แต่ส่งสายตาคอยดุ แต่มือแกร่งไม่เคยห่างจากการโอบประคอง

หลังจากกลับวัง ไทเฮาคล้ายจะอ่อนโยนกับอิงฮวามากเป็นพิเศษ หน่ำซ้ำยังประคบประหงมนางราวกับไข่ในหิน ขยับนิดหน่อยก็เรียกหมอหลวง ทำเอาร่างบางหายใจหายคอไม่สะดวก วันนี้เป็นวันที่จิ้นหยางจะออกมานอกวังเพื่อดูความเป็นอยู่ของราษฎรนางจึงรบเร้าขอตามมาด้วย มีหรือที่จิ้นหยางจะยอมทนเห็นน้ำตาของนางได้ เพียงแค่นางทำหน้างอ เขาก็มือไม้สั่นแล้ว ได้แต่จำใจให้นางติดตามมา แต่ยังไม่วายเรียกองครักษ์ลับมาทั้งกอง แบบนี้มันเรียกว่าปลอมตัวหรือไงกัน

แต่ช่างเถอะ...อย่างไรเสีย สามีนางก็ตามใจนางเป็นที่สุด ร่างบางคิดพลางอมยิ้มเอาศีรษะเล็กๆของตนพิงที่แผงอกกว้างอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“พรุ่งนี้เป็นวันอภิเษก เจ้าสัญญากับข้าแล้วว่าจะไม่ดื้อกับข้า หากข้าพาเจ้าออกมา จำได้ใช่หรือไม่” จิ้นหยางเห็นท่าทางอมยิ้มของร่างบาง ก็นึกระแวงว่านางจะเล่นอะไรที่ไม่เข้าทีอีก มือแกร่งเอื้อมไปลูบหน้าท้องที่ขยายใหญ่ของอีกฝ่ายเป็นการเตือน

“โธ่! สามี ภรรยาเพียงแค่อยากออกมาเดินเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักนิด ท่านวางใจได้” ร่างบางยิ้มหวานพลางคลอเคลียใบหน้าของตนกับแผงอกอุ่นของสามีออดอ้อนคล้ายลูกแมวตัวน้อยๆ มีหรือสามีผู้ทั้งรักทั้งหลงภรรยายังจะเก็กหน้าขรึมอยู่ได้อีก รอยยิ้มละไมจึงปรากฏอยู่บนใบหน้าที่เย็นชาอยู่เป็นนิจ

“ข้าอยากกินถังหูลู่” ร่างบางตาเป็นประกายเมื่อเห็นคนขายถังหูลู่เดินผ่านมา จิ้นหยางจึงเรียกให้คนขายหยุด ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อ เพียงแต่เมื่อหันหลังกลับมา ร่างบางของอิงฮวาก็หายไปจากสายตาเสียแล้ว

“อิงฮวา!” จิ้นหยางตะโกนเรียกอิงฮวาเสียงดัง แต่เนื่องจากบริเวณถนนมีงานรื่นเริงอยู่มากมายทำให้เสียงที่ตะโกนออกไปถูกกลบไปจนสิ้น

ร่างแกร่งรีบเที่ยวออกตามหาด้วยความร้อนใจ ทั้งยังแอบคาดโทษที่นางหายไปไม่บอกไม่กล่าวเช่นนี้ จนกระทั่งองครักษ์ลับกลับมารายงาน เขาจึงเร่งเดินตามหานาง ห่างออกมาจากถนน ก่อนจะพบร่างบางที่ตรอกเล็กๆซอมซ่อที่แตกต่างจากถนนด้านหน้าโดยสิ้นเชิง

“เจ้ากำลังทำอะไร” จิ้นหยางร้อนใจรีบเดินเข้ามาหาร่างบาง ก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามากอดแน่น

“อย่าเพิ่งสิ ไม่เห็นหรือว่าที่นี่ที่ไหน” อิงฮวาไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังผลักร่างสูงให้ห่างออกจากตัว จนคิ้วเข้มของคนที่ถูกผลักขมวดแน่น

“ข้าตามเจ้าหนูนี่มา” มือบางชี้ไปที่เด็กขอทานชายหญิงสองคน อายุราวๆสามสี่ขวบ กำลังกอดกันร้องไห้อยู่ไม่ไกลนัก

“เกิดอะไรขึ้น”

“เด็กพวกนี้ขโมยถุงเงินของข้า”

“เช่นนั้นก็ให้ทางการจัดการ โทษของการขโมยของคือตัดมือไม่เกี่ยงว่าเด็กหรือผู้ใหญ่”

“ช้าก่อนคุณชาย ไว้ชีวิตพวกข้าด้วยเถิด ข้าจำเป็นจริงๆ ท่านแม่ของข้าป่วยหนัก ไปให้หมอรักษาก็ไม่มีใครรักษา พวกนั้นบอกว่ารักษาต้องใช้เงิน แต่ข้าไปหางานทำที่ไหนก็ไม่มีใครให้ข้าทำงาน เกี่ยงว่าข้ายังเด็ก ข้าจึง....” เด็กชายที่ท่าทางจะเป็นคนพี่เอ่ยทั้งยังกอดน้องของตนอย่างปกป้อง

“แล้วบิดาของเจ้าเล่า” จิ้นหยางเอ่ย

“ท่านพ่อของข้าเป็นคนงานเหมือง ไปทำงานที่เหมืองเมื่อเดือนก่อน แล้วก็ยังไม่กลับมา ข้าไปหาที่เหมืองก็ไม่พบแล้ว” เด็กชายน้ำตาคลอ คล้ายรู้สึกสิ้นหวังอย่างรุนแรง

อิงฮวาเห็นเช่นนั้นก็ทนไม่ไหว นางเดินเข้าไปลูบหัวเด็กน้อยอย่างไม่นึกรังเกียจ จิ้นหยางยกยิ้มอ่อนเมื่อเห็นแววตาหวานที่กำลังสั่นไหว นางเหมาะที่จะเป็นมารดาของแผ่นดินแคว้นชางอย่างแท้จริง

“เอาอย่างนี้...เงินนี่ เจ้าเอาไปรักษาแม่ของเจ้าก็แล้วกัน เพียงแต่ต่อไปจะทำเช่นนี้อีกไม่ได้ การขโมยของไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดยอมมีความผิดทั้งสิ้นเจ้ารู้หรือไม่”

“ขอรับ”

“เช่นนั้น ในเมื่อมารดาเจ้าไม่สบาย และเจ้าก็ต้องดูแลทั้งมารดาและน้องสาว ไม่สู้ข้าหางานให้เจ้าทำ ดีหรือไม่สามี” อิงฮวากล่าว หาหนทางแก้ปัญหา อย่างไรเสียการให้เงินก็หาใช่ทางออกทีดี ไม่สู้หางานดีๆให้เขาได้ทำหรอกหรือ

“ตามใจเจ้า” จิ้นหยางสะบัดมือเล็กน้อยส่งสัญญาณให้องค์รักษ์ลับดำเนินการต่อ ส่วนตนนั้นก็เข้าไปโอบประคองภรรยาสาวให้ลุกขึ้น

“ถังหูลู่ข้าล่ะ” จบเรื่องอิงฮวาก็ทวงถามของที่ตนอยากได้ทันที

“ยังจะกินลงอีกหรือ เมื่อครู่ข้าห้ามเจ้าทำเรื่องเสี่ยงอันตรายไม่ใช่หรือ เหตุใดยังเอาตัวเองวิ่งตามเด็กคู่นั้นไป หากเด็กสองคนนั้นเป็นนักฆ่า เจ้า......” จิ้นหยางอดพ่นลมหายใจหนักๆเพื่อระบายความกรุ่นโกรธไม่ได้

“อย่าโกรธเลย ท่านก็เห็นว่าเด็กนั่นยังอายุน้อยนัก ข้าก็ใช่ว่าจะป้องกันตัวเองไม่ได้ เป็นท่านที่ตื่นตนกไปเอง” ร่างบางทำแก้มป่องคล้ายเด็กที่ทำผิดแล้วพยายามเอาตัวรอด

“ข้าตื่นตนกไปเองอย่างนั้นหรือ....ต้องรอให้เจ้าบาดเจ็บ ต้องรอให้ข้าเสียเจ้าไปก่อนหรือ ข้าถึงจะตื่นตนกได้” เห็นท่าทางไม่รู้สึกรู้สาของอีกฝ่าย ร่างสูงก็รู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ เขาโกรธที่นางชอบทำให้เขาเป็นห่วงเช่นนี้

“เอาล่ะๆ ข้าผิดๆ เป็นข้าที่ผิดเองสามีอย่าโกรธข้าเลยนะ” เห็นท่าทางมึนตึกของสามี อิงฮวาก็รู้ตัวว่าตนเองทำให้เขาโมโหเข้าซะแล้ว จึงรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อน ใช้ท่าไม้ตายให้เขาหายโกรธ

...... ร่างสูงทำเป็นไม่สนใจ เมินหน้าไปทางอื่น

“เช่นนั้นข้ายอมให้ท่านลงโทษ” อิงฮวาจึงต้องเบี่ยงตัวเองให้อยู่ตรงกับสายตาของเขา ส่งสายตาหวานหยดให้

...... จิ้นหยางยังคงนิ่ง เพียงแต่ไม่หันหน้าหนีอีก

“ข้าจะยอมทุกอย่าง ไม่เถียงแม้แต่ครึ่งคำ” ร่างบางยิ้มระรื่น รีบเอาใจให้คนตัวสูงหายโกรธ

จิ้นหยางหรี่ตามองใบหน้าหวานคล้ายไม่เชื่อกับท่าทางของนาง

“เช่นนั้นคืนนี้.......”อิงฮวาใบหน้าแดงก่ำ เขย่งเท้าของตนขึ้นไปกระซิบที่ข้างหูของร่างสูงเสียงแผ่วเบา

ร่างแกร่งพอใจกับข้อเสนอยิ่ง เขาตอบสนองโดยการย่อตัวลงคว้าร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นหลังคา มุ่งหน้ากลับยังวังหลวง โดยว่องไวไม่ยอมให้ร่างบางในอ้อมกอดเปลี่ยนใจ

ฤกษ์งามยามดี พิธีอภิเษกที่เตรียมการมาอย่างดีถูกตัดตอนให้สั้นที่สุดเหลือเพียงคำนับฟ้าดินและผู้อาวุโสเท่านั้น เพื่อไม่ให้ว่าที่ฮองเฮาต้องเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป ทำเอาไทเฮาที่จัดแจงงานพิธีอดหน้าตึงไม่ได้ แต่เมื่อพระนางคิดถึงหลานที่อยู่ในครรภ์   พระพักตร์ก็กระจ่างชัดทันใด นางจึงพยักหน้าเห็นด้วยกับฮ่องเต้ยินยอมให้งานพิธีสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น

“ข้าเหนื่อยแล้ว” อิงฮวาที่เดินเคียงข้างจิ้นหยางในชุดสีแดงมงคลประดับทงกุฏหงส์บ่นอุบ

“อดทนหน่อย เหลือเพียงคำนับศาลราชวงค์ก็เสร็จสิ้นแล้ว”จิ้นหยางที่ใบหน้าสดชื่นแจ่มใสกว่าทุกวัน กล่าวทั้งรอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่จางหาย

“เป็นเพราะท่านคนเดียว สูบเรี่ยวแรงข้าไปจนหมด” ร่างบางยังคงต่อว่าสามีของตนเสียงเบา เมื่อนึกถึงข้อตกลงเมื่อคืนของทั้งสอง

นับวันเขาจะยิ่งแรงดีขึ้นทุกวัน...

“ข้าผิดๆ” จิ้นหยางกล่าวยิ้มๆ ไม่ได้รู้สึกอย่างที่พูดสักนิด เขาออกจะมีความสุขเสียด้วยซ้ำที่เห็นใบหน้าหวานของนางกลายเป็นสีแดงระเรื่อทุกครั้งที่เขาหยอกล้อ งดงามหาใดเปรียบ

“อ๊ะ! จิ้นหยาง” ทันทีที่คำนับศาลราชวงค์เสร็จสิ้น ร่างบางก็ร้องออกมาอยากตกใจ ก่อนจะคว้าข้อมือแกร่งบีบไว้แน่น

“อิงเอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไร” จิ้นหยางลนลานเข้าประคอง สัมผัสได้ถึงมือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผู้คนในพิธีต่างเริ่มโกลาหล จนกระทั่งไทเฮาที่ได้สติก่อนเป็นคนแรก ร้องเรียกหมอหลวง เสียงดัง

“จิ้นหยางข้าเจ็บ” อิงฮวาเองก็ตกใจเช่นกัน ครรภ์นี้เพิ่งมีอายุครบเจ็ดเดือน หาใช่เวลาที่จะคลอด หรือว่า.....

“ข้าอยู่กับเจ้า” จิ้นหยางอุ้มร่างบางของภรรยาไว้แนบอก ก่อนใช้วิชาตัวเบาทะยานกลับตำหนักเยว่ซินทันที

ผ้าคลุมหน้าถูกจิ้นหยางดึงออก มือหนาช่วยปลดมงกุฎหงส์ให้อย่างเบามือ พลางสังเกตุใบหน้าที่ซีดลงไปถนัดใจของภรรยา

“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”

“ดูเหมือนจะดีขึ้น เพียงแต่ข้ากล้ว....”

“ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่กับเจ้า” จิ้นหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ค่อยๆก้มลงจุมพิตที่หน้ผากชื้นเหงื่อของร่างบาง

ไม่นานหมอหลวงก็กรูกันเข้ามา พร้อมด้วยไทเฮาที่แทบจะเรียกได้ว่าใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อจากการวิ่งมานั่นเอง

จิ้นหยางไม่ปล่อยมือ เพียงขยับตัวนั่งที่หัวเตียง แล้วให้อิงฮวาซบอยู่บนแผ่นอกของตน แล้วค่อยเรียกหมอหลวงให้เข้ามาตรวจ

“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาใกล้จะมีประสูติกาลแล้วพะย่ะค่ะ”

“เพิ่งจะเจ็ดเดือน เหตุใดเร็วนัก ไม่ใช่ว่าเด็ก...” ไทเฮาหน้าตาตื่น

“ทารกในครรภ์แข็งแรงดีพะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงเป็นกังวล”

“งั้นรีบเตรียมให้พร้อม หลานข้าต้องปลอดภัย เข้าใจหรือไม่” ไทเฮากล่าวเสียงดัง ปรายตามองหมอหลวงที่เริ่มกุรีกุจอเตรียมการให้พร้อมสรรพ

“ฝ่าบาทเชิญเสด็จด้านนอกก่อนเถิดพะย่ะคะ” หมอหลวงกล่าวอย่างละล่ำละลัก จะให้พวกเขาเตรียมการอย่างไรในเมื่อฝ่าบาทไม่ทรงขยับห่างจากฮองเฮาแม้แต่น้อย

“ข้าจะอยู่ด้วย” จิ้นหยางมองใบหน้าชื่นเหงื่อของภรรยาสาวตาไม่กระพริบ สตรีเวลาคลอดลูกนั้นอันตรายยิ่ง เขาจะปล่อยให้นางเผชิญอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไร

“แต่ว่าฝ่าบาท..”ไทเฮามีท่าทางไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเห็นสายตาของฮ่องเต้ก็ได้แต่ถอนหายใจและเดินออกไปรอข้างนอกแทน

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม จิ้นหยางยังคงจับมือนุ่มของภรรยาเอาไว้แน่น รับรู้ได้ว่านางกำลังเจ็บปวด เขาก็ยิ่งเจ็บปวดตามไปด้วย หลายครั้งที่หมอหลวงบอกให้เบ่งเขาก็อดทำตามเพื่อหวังจะช่วยนางด้วยไม่ได้

กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งเริ่มทำให้จิ้นหยางหน้าซีดลงไปถนัดใจ หากสตรีจะคลอดบุตรสักคนลำบากถึงเพียงนี้ ให้ตายเขาก็จะไม่ยอมให้อิงฮวาของเขาต้องเสี่ยงเด็ดขาด ยิ่งคิดใบหน้าคมเข้มก็ยิ่งซีดลงๆ

สิ้นเสียงเร่งให้ออกแรงของหมอหลวง ร่างบางก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเบ่งออกมาก่อนที่ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านเมื่ออะไรบางอย่างหลุดออกมา

อุแว้ ๆ ๆ ๆ

“องค์ชายพะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว

เสียงทารกดังขึ้น อิงฮวาที่สลึมสลือถอนหายใจออกมาอย่างเบาใจ ก่อนจะพยายามมองหาต้นตอของเสียง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตาอาการปวดท้องก็ปะทุขึ้นมาอีกรอบ ทำเอาร่างบางสะท้านไปทั้งร่างด้วยความเจ็บปวดส่งผลให้ร่างสูงที่อยู่ข้างๆตลอดลมหายใจกระตุกไปด้วย

“ยังไม่หมดอีกหรือ” จิ้นหยางเหงื่อตก ทนต่อความกดดันแทบไม่ไหว

อิงฮวากรีดร้องอีกรอบก่อนจะบีบมือของจิ้นหยางไว้แน่น เพียงอึดใจเดียวทารกอีกคนก็ตามออกมา ร่างบางหมดแรงสลบเหมือดไปพร้อมๆกับความตกใจจนแทบกลายเป็นตื่นตูมของจิ้นหยาง

“ฝ่าบาททรงวางพระทัย ฮองเฮาเพียงทรงเหน็ดเหนื่อยจากการคลอดเท่านั้นพะย่ะค่ะ” หมอหลวงรีบตอบ

“ข้าจะพานางไปพักผ่อน” จิ้นหยางไม่ยอมให้ร่างบางคาดสายตา หลังจากที่หมอหลวงทำความสะอาดร่างของอิงฮวาจนเสร็จเรียบร้อย จิ้นหยางก็ก้มลงอุ้มร่างของภรรยาที่หลับใหลไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพาร่างบอบบางกลับตำหนักหยางเกา

“ฝ่าบาท!” เฟิงจูได้แต่ตกอกตกใจกับการกระทำของฮ่องเต้ จะท้วงก็ไม่ทันเสียแล้ว

“ช่างเถอะๆ ฮ่องเต้อยากจะทำอะไรก็ให้ทำไปเถิด” ไทเฮาได้แต่จนใจกับอาการรัก หลงภรรยาของฮ่องเต้ ก่อนจะหันไปสั่งการหมอหลวงต่อ

“ต่อไปในวังหลังแห่งนี้ก็จะมีองค์ชายน้อยมาวิ่งเล่นถึงสองคนเชียวนะ เจ้าว่าดีหรือไม่” ไทเฮาหันไปยิ้มให้แม่นมคนสนิท รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้มีหลานตัวเล็กๆเรียกเสด็จย่า ๆ ทั้งวัน แค่คิดคนเป็นย่าก็ยิ้มเบิกบานยิ่ง หาได้สนใจบิดามารดาของเด็กอีกไม่

ช่างน่ายินดี....ช่างน่ายินดี

............................................................................

พิเศษสำหรับรีดเดอร์ที่ขอมานะขอรับ ^______^

อย่าลืมกดถูกใจนิยายเรื่องนี้

และติดตามผลงานต่อไปด้วยนะขอรับ

ความคิดเห็น