Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 40

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 40

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2562 16:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 40
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 40

            พวกเรากลับมาที่คฤหาสน์แก๊งซือหลิวทันทีที่เรื่องทุกอย่างจบลง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงครบรอบทำให้โรงแรมในเครือเละไม่เป็นท่า ทั้งอย่างนั้นแต่ดูเหมือนจีซัสที่เป็นเจ้าของจะไม่ได้สนใจสภาพของโรงแรมมากเท่าไร กลับกันบรรยากาศรอบตัวคนร่างสูงกลับตึงเครียดกับเรื่องอื่นจนคนรอบข้างสัมผัสได้

            “จัดการเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรมให้เรียบร้อยแล้วเอาตัวพวกมันลงไปชั้นใต้ดิน” คำสั่งเฉียบขาดเลือดเย็นดังขึ้นเมื่อคนร่างสูงเดินเข้ามาในตัวคฤหาสน์ ฝ่ามือแกร่งกำชับรอบข้อมือผมไว้แน่นพร้อมกับออกแรงดึงให้ตามมาอย่างรวดเร็ว

            “จะให้พวกมันอยู่ล็อตไหนครับ” ต้าหมิงเอ่ยถามก่อนจะไล่สายตามองคนของแก๊งเฉินบางส่วนที่ยังมีชีวิตรอดและถูกจับกลับมาพร้อมอาการบาดเจ็บ

            “X10 ฉันต้องการให้ล็อตนี้สำเร็จเร็วที่สุด ต้าหมิงนายจัดการซะเพราะถ้าเกิดมันตายขึ้นมาฉันก็ไม่นึกเสียดายอะไร” น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นอย่างไม่มีแม้แต่ความรู้สึกใดๆ ปรากฏออกมา บรรยากาศน่าอึดอัดที่ออกมาจากตัวหัวหน้าแก๊งซือหลิวทำให้ผมยิ่งรู้สึกหวั่นระแวงมากขึ้นไปอีก

            เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้?

            “ทราบแล้วครับ” ต้าหมิงพูดตอบพลางก้มหัวรับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนที่คนของแก๊งซือหลิวจะเข้ามาลากตัวคนของแก๊งเฉินไปทำตามคำสั่งพร้อมกับเสียงโหยหวนขัดขืนดังลั่นจากฝ่ายศัตรูที่ถูกพาตัวไปราวกับกำลังจะเจอเรื่องน่าสะพรึงกลัว ผมได้แต่คิดสงสัยในใจว่าสิ่งที่พวกนั้นกำลังเจอจะเป็นแบบไหนกัน

            “ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนเลยนะ” คำพูดเรียบเย็นที่ดังขึ้นข้างใบหูทำให้ผมชะงักไปทันที ดวงตาคู่สวยที่เคยไล่มองคนของแก๊งเฉินค่อยๆ เหลือบกลับมาทางคนร่างสูงก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงบีบตรงข้อมือที่มากขึ้นจนต้องนิ่วหน้าออกมา

            “เจ็บ!”

            “เรามีเรื่องต้องคุยกันหลายเรื่องเลยพระพาย” จีซัสกดเสียงต่ำพร้อมกับเรื่องชื่อผมออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็น แน่ล่ะเขาไม่เคยเรียกชื่อผมยกเว้นในกรณีที่อีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี ซึ่งผมก็ไม่รู้สาเหตุที่ว่านั่นด้วย

            “จะทำอะไรก็ทำ ผมขัดขืนไม่ได้อยู่แล้วนี่” ผมพูดตอบสั้นๆ ก่อนที่ข้อมือบางจะถูกดึงให้ตามขึ้นไปบนห้องส่วนตัวของคนเป็นเจ้าของ

            แอ๊ด!

            ตึง!

            ทันทีที่มาถึงห้องผมก็รั้งข้อมือออกจากการเกาะกุมของจีซัสแทบจะทันที คนเป็นมาเฟียมุ่นคิ้วมองมาอย่างไม่ชอบใจทั้งยังไม่มีท่าทีจะปล่อยง่ายๆ จนผมได้แต่ถอนหายใจแล้วยืนให้อีกฝ่ายจับข้อมือขาวที่เริ่มแดงเถือกไว้อย่างนั้น

            “มีเรื่องอะไรที่นายรู้แล้วฉันยังไม่รู้อีกบ้าง” จีซัสถามขึ้นเสียงเรียบ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม

            “พูดเรื่องอะไร”

            “ฉันไม่ชอบคาดคั้นใครโดยไม่จำเป็น แต่เรื่องที่ตาแก่นั่นพูดจะให้ทำเป็นไม่สนใจก็ไม่ได้”

            “จะถามผมของเรื่องพ่อค้าทาสงั้นเหรอ” ผมมุ่นคิ้วถามพร้อมกับเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น จะให้บอกเรื่องที่พวกพ่อค้าทาสใช้ผมเป็นหมากแลกกับความปลอดภัยของน้องชายดีหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดพวกมันทำร้ายพระจันทร์ขึ้นมาล่ะ ผมคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

            “เด็กดีไม่ได้โง่พอที่จะเลือกทางผิด”

            “เรื่องแบบนี้ต่อให้คุณไม่ถามก็สั่งคนให้ไปสืบได้อยู่แล้วนี่” ผมย้อนกลับมองสบดวงตาคู่คมที่จ้องลึกเข้าเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว

            “…ไม่รู้สิ” จีซัสตอบ

            “…”

            “แค่คิดว่าฟังจากปากของนายแล้วสบายใจกว่า” คำพูดของคนร่างสูงทำให้ผมชะงักไปแทบทันที อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าหัวใจกระตุกขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ก่อนที่ผมจะพยายามระงับความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วตีหน้าเรียบตอบกลับโดยไม่ให้อีกฝ่ายนึกสงสัย

            “คุณจะไปรู้อะไรจี…” ผมตอบกลับเผลอแสดงน้ำเสียงตัดพ้อขึ้นมานิดๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำถามที่กระทบจิตใจหรือเพราะคนตรงหน้าที่สงสัยผมขึ้นมากันแน่

            “…”

            “พวกผมที่เป็นเด็กกำพร้าแล้วต้องถูกขายในฐานะทาสให้มาเฟียอย่างพวกคุณ คิดว่าจะมีเด็กคนไหนที่อยากถูกขายบ้างงั้นเหรอ!” ผมพูดใส่อีกฝ่ายเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสิ่งที่เคยกักเก็บไว้ในใจกำลังพรั่งพรูออกมา ชีวิตผมจะไม่เป็นแบบนี้เลยถ้าพวกพ่อค้าทาสไม่ทำเหมือนพวกเราเป็นสินค้า

            “อย่าถามหาเรื่องของพวกมันกับผม เพราะต่อให้คุณเลือกที่จะฆ่าผมก็ไม่คิดจะบอกอะไรกับมาเฟียอย่างพวกคุณอยู่ดี” แววตาแข็งกระด้างฉายขึ้นทันทีที่พูดจบ ถึงตอนนี้ผมจะอยู่กับแก๊งซือหลิวแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้อยู่ดี พวกมาเฟียก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อค้าทาส เห็นพวกเราเป็นแค่สินค้าไม่มีค่าความเป็นคน เป็นคนอันตรายที่ไว้ใจไม่ได้

            “น่าเสียดายนะที่อยู่ด้วยกันขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่อใจฉันอีก” น้ำเสียงตัดพ้อดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าคมที่แสร้งทำเป็นผิดหวังของจีซัสทำให้ผมยิ่งรู้สึกเกลียดพวกมาเฟียยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเสแสร้งแบบนี้ไงถึงไว้ใจไม่ได้

            “ผมเกลียดทั้งหมด เกลียดทั้งพ่อค้าทาส เกลียดทั้งพวกมาเฟีย” ผมพูดขึ้นเสียงกร้าวฝ่ามือบางกำจิกเข้าหากันแน่นพอๆ กับข้อมือบางที่ถูกอีกฝ่ายบีบไว้อย่างแรง

            “อ่า! พูดแบบนี้แสดงว่าเด็กดียังไม่รู้กฎของพ่อค้าทาสดีสินะ”

            “…”

            “กฎที่ว่า เบื่อเมื่อไรให้ฆ่าทิ้งนั่นน่ะ

            !!!

            “จะฆ่าผมงั้นเหรอ” ผมพูดขึ้นแววตาสั่นไหวแต่เพียงครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างจดจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่นึกเกรงกลัว

            “ก็เอาสิ มาเฟียอย่างคุณไม่เคยเห็นค่าของคนอยู่แล้วนี่” คำพูดที่ดูเหมือนจะธรรมดาสำหรับผม ไม่รู้ว่าทำถึงคล้ายกับการประชดอีกฝ่ายขนาดนั้น ยังไงซะหัวหน้าแก๊งซือหลิวก็ซื้อผมมาในฐานะทาสที่รองรับอารมณ์อยู่แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องความปลอดภัยของพระจันทร์ที่ต่อรองไว้เข้ามาผมก็คงตายไปนานแล้ว

            “คิดว่าอยากตายก็จะได้ตายง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอพระพาย เข้ามาในชีวิตฉันแล้วคิดว่าจะได้ออกไปง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง” จีซัสกดเสียงต่ำแค่นเสียงใส่ผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่งจริงจังไม่มีแววล้อเล่นปรากฏอย่างทุกที เพราะอะไรทำไมถึงกล้าพูดออกมาแบบนั้น

            “แล้วคุณต้องการอะไร” ผมถาม

            “…”

            “หึ! กับทาสอย่างผมคงไม่มีของมีค่าอะไรให้หัวหน้าแก๊งซือหลิวอยู่แล้วล่ะ อย่างดีที่สุดคงเป็นความทุกข์ทรมานตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ล่ะมั้ง”

            ผมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ผมไม่เคยมีความสุขเลยสักนิด ชีวิตที่เคยวาดฝันว่าจะเป็นแค่คนธรรมดาใช้ชีวิตธรรมดาในแต่ละวันพังทลายไม่เป็นท่า สภาพของผมตอนนี้สกปรกขนาดที่ไม่มีทางมีความสุขเหมือนที่เคยวาดฝันไว้ได้อีกแล้ว

            “น้ำเสียงตัดพ้อได้ใจดีนะ” จีซัสเหยียดริมฝีปากก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วกระชากผมเข้าไปอย่างแรง แต่ผมก็แค่จ้องตากลับ

            “ถูกของนายฉันคงคาดหวังของมีค่าอะไรจากทาสคนนี้ไม่ได้ แต่อย่าลืมซะล่ะ…”

            “…”

            “คนที่จะกำหนดให้นายมีชีวิตอยู่หรือตายมีแค่ฉันเท่านั้น” ร่างสูงว่าเสียงเรียบจ้องมองผมผ่านแววตาเย็นชา จนสุดท้ายกลายเป็นผมที่ต้องหลับตาลงระงับความรู้สึกเจ็บปวด ไม่ว่ายังไงผมก็ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย พ่ายแพ้อย่างยับเยินราวกับถูกโซ่ตรวนไร้ซึ่งอิสระ

            “พอเถอะจี” ผมหลบตาพูด “ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อค้าทาสจริงๆ”

            ไว้ใจไม่ได้…

            ต่อให้ผมต้องใช้ชีวิตอยู่กับแก๊งซือหลิวไปจนตายผมก็ไว้ใจมาเฟียตรงหน้านี้ไม่ได้อยู่ดี

            “ต่อให้คาดคั้นจนตาย ผมก็ไม่รู้อะไรจริงๆ”

            ผมพูดขึ้นพร้อมกับเรี่ยวแรงที่ราวกับหายวับไปกับตา มือข้างหนึ่งตกลงที่ข้างลำตัวปล่อยให้จีซัสจับรั้งข้อมืออีกข้างไว้ทั้งอย่างนั้น รู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ก้อนเนื้อด้านซ้ายก็บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เป็นความรู้สึกที่จุกหนึบเหมือนกับคนใกล้ตายเข้าไปทุกที

            “คิดจะเลือกทางนี้จริงๆ งั้นเหรอ เด็กดีไม่เชื่อใจฉันขนาดนั้นเลยหรือไง” จีซัสถามผมด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฝ่ามือหนาบีบเข้าที่ข้อมือผมจนเจ็บไปหมด บรรยากาศเงียบเฉียบอึดอัดเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนอีกครั้ง ดวงตาคู่คมจ้องมองมาราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด เขามองออกหมดทุกอย่าง จีซัสเป็นคนฉลาดซึ่งข้อนี้ผมรู้ดี

            “ปล่อยเถอะ!” ผมกัดฟันพูด “ผมพอแล้วจี… อย่าให้ผมต้องรู้สึกเกลียดไปมากกว่านี้เลยนะ”

            ผมพูดก่อนจะพยายามสะบัดข้อมือของตัวเองออกแต่อีกฝ่ายก็จับรั้งเอาไว้แน่น จนกลายเป็นการยื้อกระชากระหว่างผมกับคนตรงหน้า เพียงไม่นานความอัดอั้นที่สะสมไว้ในใจก็เริ่มพรั่งพรูออกมาเป็นหยาดน้ำสีใสที่ผมไม่อาจห้ามเอาไว้ได้

            “ฮึก! ปล่อย…” ผมเอ่ยขึ้นเสียงสั่นก่อนที่ฝ่ามือหนาจะจับเข้าที่ใบหน้าผมแล้วดึงเข้าไปใกล้บดขยี้ริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากผม

            !!!

            จีซัสกำลังจูบผม…

            “อ๊ะ! อื้อ…” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับสองเท้าที่ถอยหนีอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ คนร่างสูงเลยใช้จังหวะนั้นดันร่างผมให้ชิดกำแพงก่อนที่สองแขนจะตามมากักตัวผมไว้ในอ้อมแขนแกร่ง   

            ริมฝีปากร้อนประกบเข้าหาแน่น ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากนุ่มอย่างช่ำชอง เรียวลิ้นเล็กถูกไล่ต้อนและดูดเม้มจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ผมรู้แค่ว่าริมฝีปากนั่นกำลังบดเบียดขย้ำลงมาอย่างเร่งเร้าจนรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว

            “อื้อ! อื้ม…”

            เสียงร้องประท้วงดังขึ้นเมื่อคนร่างสูงสอดเรียวลิ้นเข้ามาลึกมากขึ้น ซุกไซ้ไปทั่วโพรงปาก จูบซับดูดกลืนน้ำสีใสที่มุมปาก จนริมฝีปากผมเริ่มช้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือหยาบกระด้างสอดเข้ามาภายใต้เสื้อสูทสีแดงสด ลูบไล้บีบเค้นผิวเนื้อขาวเนียนอย่างหนักหน่วงจนเริ่มออกสีแดงจางๆ ปลายนิ้วยาวแตะเข้าที่ยอดอกสีสวยหยอกเย้าขย้ำจนร่างกายสั่นสะท้านหอบหนัก

            “แฮ่ก!”

            ริมฝีปากร้อนค่อยๆ ถอนออกจากรสจูบที่แสนหอมหวาน ใบหน้าผมเริ่มซีดเผือดเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายยัดเยียดให้ ผมได้แต่สบตาคนตรงหน้าอย่างสับสน ผิดกับดวงตาคู่คมของจีซัสที่จ้องมองมาที่ผมตรงๆ ไม่ต่างอะไรกับเสือที่กำลังมองเหยื่อราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

            “จะโกหกก็ได้” น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้น จีซัสใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มผมทั้งๆ ที่เรายังสบตากันอยู่

            “แค่อย่าทรยศฉัน”

            “…”

            ผมพูดไม่ออก จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลยสักนิด รู้แค่ว่าสายตาที่จ้องมามันดูจริงจังมากกว่าครั้งไหนๆ เขารู้จริงๆ ด้วย จีซัสรู้ว่าผมกำลังโกหกเขา

            เมื่อเห็นผมเอาแต่เงียบจีซัสก็เข้ามากอดผม จมูกโด่งและริมฝีปากอุ่นร้อนซุกไซ้จูบขบเม้มทั่วลำคอพร้อมกับมือหนาที่กำลังปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกไปทีละเม็ด ผมไล่สายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสับสน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากได้รูปไล้ผ่านลำคอลงมาที่กระดุมเสื้อเม็ดแรก

            “อ๊ะ! ดะ เดี๋ยว!” ผมหลุดร้องแตะมือลงกับไหล่กว้างพยายามดันอีกฝ่ายให้ถอยห่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้จีซัสเซไปสักเท่าไร

            “เด็กดีห้ามฉันไม่ได้หรอก” จีซัสกระตุกยิ้มเย็นจ้องมองผมไม่วางตา ไม่ต่างกับเสือที่กำลังขย้ำเหยื่อตัวจ๋อย ฝ่ามือหนาจัดการทึ้งเสื้อผ้าที่ผมสวมใส่จนสาบเสื้อแยกออกจากกัน

            จีซัสเลื่อนมือเข้ามาจับที่เอวผมก่อนจะยกขึ้นพาดไหล่แล้ววางลงบนเตียงกลางห้อง ดวงตาคู่คมประสานเข้ากับผมระหว่างที่แทรกตัวเข้ามากลางระหว่างขา สองมือค่อยๆ เลื่อนผ่านหน้าท้องบางดึงรั้งกางเกงที่สวมใส่อยู่ให้พ้นช่วงขาขาว ก่อนจะวนลูบขึ้นมาสัมผัสส่วนอ่อนไหว กอบกุมรูดรั้งจนผมสะดุ้งสุดตัว

            “อ๊ะ!”

            จีซัสโน้มหน้าเข้ามาซุกไซ้ที่ซอกคอผม ดูดเม้มขบกัดกดจูบไปทั่วจนเกิดรอยฟันขึ้นตามผิวขาวเนียน ริมฝีปากร้อนลากไล้ไปตามช่วงแผ่นอก พร้อมกับร่างกายผมที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

            “แฮ่ก! ยะ อย่า…” ผมร้องครางออกมาเมื่อคนตรงหน้าบีบรัดที่แก่นกายและรูดรั้งจังหวะให้เร็วขึ้น ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนต่ำลงชิดกับใบหน้าผมก่อนจะกดริมฝีปากจูบเข้าที่ข้างขมับไล้เลียผ่านซีกแก้มแล้วครอบครองใบหูเข้าสู่โพรงปากร้อน

            “อื้อ! อ๊ะ จะ จี…”

            ผมร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายในลำคอ เมื่อฟันซี่คมขบกัดลงมาให้รู้สึกเจ็บ ริมฝีปากร้อนไล้เลียหยอกล้อที่ใบหูจนเปียกชุ่ม จีซัสเลื่อนมือแตะเข่าที่ต้นขาผม ลากผ่านเข้าไปยังซอกขาด้านในก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้ามาในร่างกายผม

            “อ๊ะ! อึ่ก!” ร่างกายบางกระตุกเฮือกเมื่อคนร่างสูงเริ่มขยับปลายนิ้วรูดเข้าออกเบาๆ จีซัสจับเข้าที่ข้อพับขาข้างหนึ่งให้ยกขึ้นสูงเพื่อให้เรียวขาบางแยกออกจากกัน ปลายเท้าผมแตะพาดเหนือบ่ากว้างพร้อมกับแรงหอบหายใจเมื่อร่างกายถูกปลายนิ้วบิดคว้านกระตุ้นจุดอ่อนไหว

            “อ๊ะ! อ่า… อื้อ…” ผมร้องครางเสียงหลงเผลอแอ่นอกหอบสะท้านตามจังหวะลมหายใจ ดวงตาคู่คมไล่มองสภาพร่างกายของผมตอนนี้ก่อนจะผละปลายนิ้วออกจากช่องทางสีสวยแล้วกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ

            “เด็กดีช่างยั่ว” น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นอย่างระงับอารมณ์ จีซัสจ้องเข้ามาในดวงตาของผมและกดริมฝีปากลงที่เปลือกตาคู่สวย

            “ฉันชอบตาของนาย”

            เขาชอบตาของผม

            คำพูดที่ผมมักจะได้ยินตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

            “อึ่ก! อื้อ…” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายยึดสะโพกผมไว้แน่นและโดยที่ไม่ทันตั้งตัวจีซัสก็แทรกกายลงมาทีเดียวจนสุดทาง

            ผมขบกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ระงับความอึดอัดที่แทรกเข้ามาในร่างกาย ฝ่ามือหนาจับข้อมือผมทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวรวบไว้มือเดียว

            “อ๊ะ! อ๊ะ!” ผมครางและสะดุ้งอีกรอบเมื่อสะโพกสอบเริ่มกระแทกเข้ามาเรื่อยๆ เป็นจังหวะเนินนาบแต่ดุดัน กายแกร่งเข้ามาในร่างกายผมทั้งลึกและหนัก เรียวขาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งฝ่ามือหนาอีกข้างจับปลายคางผมให้เชิดขึ้นแล้วประกบจูบลงมาแนบแน่น

            “อื้อ!”

            เรียวลิ้นอุ่นร้อนเกี่ยวตวัดไล้ชิมหยาดน้ำมุมปาก ขณะที่ดวงตาคู่คมก็สบเข้ากับนัยน์ตาผม สะโพกแกร่งแกล้งหยัดเข้ามาหนักหน่วงและรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมจนผมแทบหายใจไม่ทัน จีซัสยันมือลงกับพื้นเตียงนุ่มก่อนจะย้ำกระแทกร่างเข้ามาหนักถี่ขึ้นกว่าเดิม

            “อ๊ะ! อ่า!”

            ร่างกายผมบิดเร้าไปทั้งร่าง ความเร่าร้อนที่แผดเผาและดุนดันเข้ามา หน้าท้องแกร่งที่เสียดสีบดขยี้ ทำให้หัวผมเริ่มขาวโพลน แผ่นอกบางแอ่นขึ้นรับสัมผัสของอีกฝ่าย เหงื่อผุดซึมทั่วร่างกายขาวเนียนพร้อมกับความรู้สึกเสียวซ่านที่ทำให้ผมปลดปล่อยหยาดอารมณ์ออกมาเต็มหน้าท้องบาง

            “อื้อ…”

            ผมร้องครางออกมาเมื่อความอึดอัดถูกปลดปล่อยพร้อมกับแรงบีบรัดที่ช่องทางสีสวย ทำให้คนร่างสูงยิ่งเพิ่มความกระหายมากขึ้นไปอีก ไม่กี่วินาทีต่อมาจีซัสก็ปล่อยมือออกจากข้อมือผม แล้วไล้ฝ่ามือฟอนเฟ้นทั่วร่างกายบาง บีบขย้ำลงที่หน้าอกซ้ำๆ ขณะที่ยังแทรกกายเข้าออก

            จีซัสจ้องมองผมที่สีหน้าแดงก่ำเพราะแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย เรียวลิ้นร้อนแลบเลียที่ริมฝีปากของตัวเองก่อนจะถอนร่างออกกะทันหันแล้วจับร่างผมพลิกคว่ำแล้วแทรกกายเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง

            “อ๊ะ! อ่า…”

            คนร่างสูงกระแทกกระทั้นสะโพกสอบเข้ามาอย่างหนักหน่วง จีซัสกดจูบไปตามหัวไหล่ผมไม่หยุด เรียวขาผมสั่นระริกจนแทบจะรั้งตัวเองไม่อยู่ ฝ่ามือหนาจึงเลื่อนเข้ามากอดเอวผมไว้จากข้างหลังแทน ประคองไว้อย่างนั้นพร้อมกับแรงกระแทกที่เข้ามาหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น

            “อื้อ…”

            ร่างกายผมกระตุกวูบใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อร่างสูงหยัดกายเข้ามาอีกหลายครั้ง เขาย้ำกายหนักๆ ก่อนจะปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของผมจนเปียกชุ่ม

            “แฮ่ก!” ผมทิ้งตัวลงแนบกับเตียงหอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า สัมผัสอุ่นร้อนที่ช่องทางสีสวยถูกดึงออกหลังจบกามารมณ์

            ผมเหลือบตามองหัวหน้าแก๊งซือหลิวที่อยู่ด้านหลังก่อนจะถูกจับให้พลิกหงายกลับมาอยู่ใต้ร่างแกร่งอีกครั้ง จีซัสสบตากับผมพร้อมกับมือหนาที่เข้ามาจับปลายคาง 

            “บอกมาเดี๋ยวนี้… นายรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อค้าทาสบ้าง” เสียงเรียบถามขึ้นพร้อมกับแววตาคู่คมที่จ้องลึกเข้ามา

            “ถึงโกหกก็อยากจะรู้เหรอ” ผมถามเสียงอ่อน สบตาตอบอีกฝ่ายอย่างไม่คิดเชื่อใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วแสร้งเผยรอยยิ้มฝืดเผื่อนให้คนตรงหน้า

            “ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆ”

            “…”

            “ไม่รู้เลย”        

            “งั้นก็ดี” อยู่ๆ จีซัสก็พูดขึ้นมาแบบนั้น ฝ่ามือหนาจับเข้าที่ข้อเท้าผมไว้ ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดออกมาเล็กน้อย แล้วแทรกกายเข้ามาในช่องทางสีสวยอีกครั้ง กดย้ำลึกๆ จนผมเกือบจะทนไม่ไหว ต้องเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งของอีกฝ่ายผ่อนแรงที่หยัดเข้ามาเอาไว้

            “อ๊ะ! อ่า…”


………………………………………………................................................

มาแล้วจ้าาา มาพร้อมกับเลือดกำเดากันเลยทีเดียว 55555

ช่วงนี้ไรท์ติดงานหนักมากๆ เลยค่ะ อาจจะไม่มีเวลามาอัพนิยายเรื่องนี้เท่าไร

แต่จะพยายามอัพทีละเล็กละน้อยแล้วมาลงนะคะ 

แน่นอนว่าถ้าอาทิตย์ไหนไม่ได้อัพจะประกาศบอกทางเพจเน้ออ

..

กลับมาที่ตอนนี้กันเถอะ อย่าเพิิ่งว่านุ้งพายนะไรท์หวง 55555

ต้องเข้าใจว่าน้องเองก็ไม่ได้เชื่อใจจีซัสที่เป็นมาเฟียถึงขนาดจะยอมบอกเรื่องทุกอย่างที่รู้ให้เขาฟังนะ

นุ้งพายเขาคิดว่ายังไงก็มีความเสี่ยงของน้องชายเป็นประกันอยู่ อีกอย่างเฮียแกร้ายกับน้องมาตั้งแต่ต้น

จะให้เชื่อใจง่ายๆ ก็ยากอยู่เนอะ เอาไว้หลังจากนี้ในสถานะของทั้งคู่ดีขึ้น ฉากหวานในมโนมาแน่ค่ะ

ตอนนี้ต้มมาม่ากันไปก่อนเนอะ 5555555

..

..

TO BE CONTINUED

ความคิดเห็น