กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

การเขียนนิยายที่ออกมาจากหัวใจ จากสมอง จากสองมือของตัวเองนั้น เชื่อเถอะว่ามันเป็นความสุขและภาคภูมิใจอย่างที่สุด ฉะนั้นอย่าริดรอนความรู้สึกเหล่านั้นไปโดยการขโมยผลงานกันเลยนะคะ ❤❤❤

บทที่1 หญิงร้าย ชายเลว

ชื่อตอน : บทที่1 หญิงร้าย ชายเลว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 62.7k

ความคิดเห็น : 86

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2562 01:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 หญิงร้าย ชายเลว
แบบอักษร

“กลับมาแล้วค่า” หญิงสาวร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงเนือยๆ หางเสียงสุดท้ายกระแทกปลายเสียงนิดๆคลับคล้ายคลับคลาว่าตอนนี้อารมณ์ของเธอไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนัก

“กลับมาแล้วเหรอซันนี่ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวสวยๆไปลูกไป” อรุณฉายที่กำลังนั่งให้ช่างทำเล็บอยู่ ก็หันมาบอกกับลูกสาวคนสวยด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างจะต่างไปจากลูกสาว เพราะวันนี้เธออารมณ์ดีเต็มเปี่ยม เนื่องจากจะมีแขกคนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยอุ้มชูบริษัทที่กำลังจะล่มของผู้เป็นสามี

“ไปงานไฮโซที่ไหนอีกล่ะคะคุณแม่ ซันขอไม่ไปนะคะ วันนี้ทำรายงานที่จะต้องพรีเซ้นท์ในคลาสเรียนของวันพรุ่งนี้มาทั้งวัน หมดแรงแล้วจริงๆค่ะ” รวิพรรณหันไปบอกกับมารดา แล้วจึงเลือกที่จะเดินผ่านไป

“นี่ๆๆยายซันหยุดก่อนเลย ฟังที่แม่จะพูดก่อน” อรุณฉายเห็นลูกเดินหนีจึงรีบลุกเดินตามไปเรียกลูกสาวเอาไว้

“คุณแม่อะ” รวิพรรณหันมาทำหน้างอใส่ แต่ก็ยอมหยุดฟังตามที่ผู้เป็นแม่บอก

“แม่ไม่ได้จะให้ออกไปข้างนอก แต่จะมีแขกมาคุยเรื่องงานกับพ่อเราที่บ้านเย็นนี้ ดีกรีไม่ธรรมดาทั้งหล่อทั้งรวยมีบารมีมีอำนาจ ลูกควรมาทำความรู้จักเอาไว้ เหตุผลคงไม่ต้องให้แม่บอกหรอกนะว่าเพราะอะไร…”

“ถ้าได้ก็สบายไปทั้งชาติ ซันจำได้ค่ะ คุณแม่พูดกรอกหูซันทุกวัน” รวิพรรณเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่มารดาจะพูดจบ เธอรู้จุดประสงค์ของผู้เป็นแม่ดี เพราะตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาววัยสิบเจ็ดสิบแปด อรุณฉายก็พร่ำบอกถึงการเลือกคู่ครองแทบจะทุกวัน ต้องหาคนที่เพียบพร้อมในทุกๆอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีเงินถุงเงินถังให้พวกเธอถลุงใช้ นั่นแหละข้อสำคัญที่สุด

“รู้ก็ดี ทีนี้ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะนะคนสวยของแม่” อรุณฉายทาบสองมือกรีดกรายไปที่ใบหน้าสวยของลูกสาว

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องของตน

“นังวาด เดี๋ยวเตรียมจัดอาหารที่ฉันสั่งมาจากโรงแรมด้วยนะ อย่าลืมจัดโต๊ะจัดอะไรให้มันดูดีสมหน้าตาฐานะของฉันด้วยล่ะ” อรุณฉายหันมาแผดเสียงใส่วาสนา สาวใช้วัยสี่สิบปลายๆที่รับใช้มานานหลายปี เพี่อเน้นย้ำถึงการจัดโต๊ะอาหารมื้อสำคัญของค่ำคืนนี้อีกครั้ง

“ค่ะคุณผู้หญิง” ผู้เป็นสาวใช้พยักหน้ารับ

“ดี งั้นรีบไปดูให้เรียบร้อย ฉันทำเล็บเสร็จแล้วจะตามไปตรวจความเรียบร้อยอีกที” อรุณฉายสะบัดมือไล่ ก่อนจะเดินไปนั่งให้ช่างทำเล็บสวยๆต่อด้วยความสบายอกสบายใจเป็นที่สุด

เวลาต่อมา

“สวัสดีค่ะคุณศิวะ ดิฉันอรุณฉายค่ะ เป็นภรรยาของคุณโรแกน” ทันทีที่ชายหนุ่มย่างกรายเข้ามาในบ้าน อรุณฉายก็เข้าไปเอ่ยแนะนำตัวผูกมิตรไมตรีด้วยท่าทีกระตือรือร้นเป็นที่สุด

“สวัสดีครับ” ศิวะฝืนยิ้มบางๆกลับ ใช่ เขาฝืน เพราะหากเมฆาไม่โทรมาขอให้เขาเข้ามาจัดการธุระให้ เขาก็คงไม่คิดมาเสวนากับครอบครัวนี้ให้เปลืองน้ำลายหรอก

“งั้นไปคุยกันที่ห้องทำงานดีกว่านะครับคุณศิวะ” โรแกนเอ่ยเข้าเรื่องทันที เพราะการที่ชายหนุ่มเข้ามาเทคโอเวอร์บริษัทของเขานั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรรีรอให้เสียเวลา เพราะเขาจำเป็นต้องใช้เงินมากมายเหลือเกิน

“โธ่คุณคะ คุณศิวะพึ่งจะมาถึง น้ำท่าสักแก้วก็ยังไม่ทันได้เสิร์ฟเลย เกรงใจคุณศิวะแย่ เอาเป็นว่าคุยไปทานอาหารไปดีมั้ยคะ จะได้พูดคุยเรื่องอื่นๆเป็นการทำความรู้จักเรียนรู้กันไปด้วย ดีมั้ยคะคุณศิวะ” อรุณฉายหันไปบอกกับสามี ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

“ผมว่าบนโต๊ะอาหาร ไม่ควรจะมีบทสนทนาเรื่องงานนะครับ จะพาลให้คนที่ไม่รู้เรื่องธุรกิจพากันเบื่อหน่ายเปล่าๆ เอาเป็นว่าผมขอคุยเรื่องงานกับคุณโรแกนก่อนแล้วกันนะครับ ไม่นานหรอก ก็แค่จรดปลายปากกาลงไปที่เอกสารเพียงไม่กี่แผ่นเท่านั้นเอง” ศิวะเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

“งั้นเชิญคุณศิวะเลยครับ ผมเตรียมเอกสารไว้ให้หมดแล้ว” โรแกนดูเหมือนจะยิ้มกว้างกว่า เพราะการที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแบบนั้น มันแสดงว่าเงินจำนวนมากกำลังจะตกมาถึงมือของเขาแล้ว

“ครับ” ศิวะพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของโรแกน เพื่อทำทุกอย่างตามแผนที่เมฆาวางเอาไว้ และแน่นอนว่าแผนล่อลวงเหล่านี้นั้น มันช่างสำเร็จง่ายดาย เพราะความหิวเงินของคนพวกนี้ช่างมีเต็มเปี่ยมเหลือเกิน

ห้องทำงานโรแกน

“เรื่องเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยนะครับคุณศิวะ แล้วเรื่อง…”

“เรื่องเงินไม่ต้องห่วงครับ เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกโอนเข้าบัญชีคุณเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน ลองเช็คยอดดูสิ” ศิวะเอ่ยขึ้นมาก่อนอย่างรู้ดีว่าชายตรงหน้ากำลังจะพูดเรื่องอะไร

“ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณมาก” โรแกนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู พอเห็นยอดเงินก็รีบกล่าวขอบคุณศิวะทันที

“ยินดีครับ” ศิวะพยักหน้ารับ พลางลอบแสยะยิ้มน้อยๆให้กับความหิวกระหายเงินของคนผู้นี้

“ถ้าอย่างนั้นออกไปทานข้าวกันเถอะครับ ถือเป็นการขอบคุณและผูกมิตรกับคุณ”

“ครับ” ศิวะพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามโรแกนออกไป

ห้องอาหาร

“ซันนี่ ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิลูก แม่บอกกี่ทีแล้วว่าเราต้องคอยเอาอกเอาใจคุณศิวะเอาไว้ มานั่งหน้านิ่วแบบนี้ ใครที่ไหนจะมาประทับใจหื้ม” อรุณฉายเอ่ยบอกลูกสาวที่ยั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะอาหาร

“ซันรู้แล้วค่ะคุณแม่ แต่ตอนนี้ซันเหนื่อย เดี๋ยวพอคุณศิวะเข้ามาซันค่อยปั้นยิ้มหวานๆให้ ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่หลงเสน่ห์ของลูกสาวคนสวยคนนี้ของแม่หรอกค่ะ อย่ากังวลไปเลย ซันจะจับเขาให้อยู่หมัด” รวิพรรณแอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่จะทำให้ผู้เป็นแม่พอใจ

“ให้มันจริงเถอะเรา”

“ค่า…แต่ตอนนี้ซันขอขึ้นไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ คุณแม่จะรีบตามให้ซันลงมานั่งรอทำไมก็ไม่รู้ คุณพ่อคงยังคุยไม่เสร็จหรอกค่ะ”

“รีบไปรีบมานะยายซัน…” อรุณฉายเอ่ยบอก ทว่าผู้เป็นลูกสาวก็หาได้อยู่ฟังจนจบ ก็รีบวิ่งพรวดออกจากห้องไปเสียก่อน

“อ้าวคุณศิวะ ทำไมยังไม่เข้าไปล่ะครับ” โรแกนที่ขอแยกตัวออกไปเพื่อจัดการโอนเงินใช้หนี้แล้วเดินกลับเข้ามาก็ต้องเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องรับแขก

“พอดีผมกำลังเดินดูรอบๆน่ะครับ คุณแต่งบ้านสวยดี” ศิวะตอบเรื่องโกหกออกไป พอดีเขาบังเอิญเดินไปได้ยินบทสนทนาที่ภรรยาและลูกสาวของโรแกนคุยกันถึงเรื่องจ้องจะจับเขา และเห็นหญิงสาวตัวเล็กวิ่งพรวดพราดออกมาโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขายืนอยู่ เขาจึงกะว่าจะมาดักรอหักหน้ามั่นๆของเธอเสียหน่อย

“ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นเข้าไปทานข้าว…”

“อุ๊ยตายจริง คุณศิวะชอบบ้านเราอย่างนั้นเหรอคะ งั้นเดี๋ยวดิฉันจะให้ลูกซันนี่พาคุณเดินชมบ้านดีหรือเปล่าคะ” อรุณฉายที่หมายจะเดินตามลูกสาวออกมา บังเอิญได้ยินที่ชายหนุ่มคุยกับสามีเสียก่อน จึงรีบเข้ามานำเสนอทันที

“ตอนนี้เข้าไปทานข้าวกันก่อนดีกว่านะคุณฉาย” โรแกนเอ่ยขึ้นอย่างต้องการขัดภรรยา เพราะรู้ดีว่าเธอไม่เพียงแต่จะนำเสนอบ้าน แต่กำลังจะนำเสนอลูกสาวให้กับชายหนุ่มมากกว่า และแน่นอนว่าเขาไม่ได้เห็นด้วย ถึงเขาจะอยากได้เงินใช้หนี้พนัน แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะขายลูกสาวกิน

“เอ่อคุณทั้งสองจะว่าอะไรมั้ยครับ หากผมจะขอเดินดูรอบๆบ้านก่อน พอดีผมยังไม่ค่อยหิวน่ะครับ”

“จะว่าอะไรทำไมล่ะคะ ยินดีเป็นที่สุดเลยล่ะค่ะ” อรุณฉายยิ้มร่า

“ถ้าอย่างนั้นผมพาไปชมนะครับ”

“ไม่ต้องค่ะคุณ เดี๋ยวฉันให้ลูกซันนี่พาไป นั่นลูกซันมาพอดีเลย ลูกซันมานี่มาลูกมา” อรุณฉายเอ่ยห้ามสามี ก่อนจะหันไปเห็นลูกสาวสุดที่รักเดินมาจึงรีบกวักมือเรียกให้เข้ามาหาทันที

“คะคุณแม่”

“นี่คุณศิวะจะลูก คุณศิวะคะนี่รวิพรรณ หรือว่าซันนี่ ลูกสาวของเราค่ะ” อรุณฉายแนะนำเสร็จสรรพ

“สวัสดีค่ะคุณศิวะ” รวิพรรณยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่ม พร้อมกับส่งยิ้มแสนหวานไปให้

“ครับ” ศิวะยิ้มรับ สบตากลมโตเป็นประกายของเธอชั่วครู่ ก่อนวาดสายตามองใบหน้าสะสวย แล้วจึงมาหยุดจ้องที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับไหว

ใช่…ที่เธอพูดก่อนหน้านี้เธอพูดความจริง ความสวยและเสน่ห์ของเธอมีมาก แต่เรื่องที่จะทำให้เขาหลงได้หรือเปล่านั้น เขาคงต้องลองพิสูจน์ดู

“คุณศิวะเอ่ยปากชมบ้านเราน่ะ ลูกช่วยพาคุณศิวะเดินดูหน่อยนะ” อรุณฉายเอ่ยบอกกับลูกสาว

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ

“เชิญตามสบายเลยนะคะคุณศิวะ อยากดูห้องไหน มุมไหน ก็เชิญเข้าได้ทุกห้องเลยค่ะ” อรุณฉายเอ่ยเปิดทางให้เต็มที่

“คุณฉาย…”

“ปล่อยให้หนุ่มสาวเขาได้คุยได้ทำความรู้จักกันดีกว่า ส่วนคุณมากับฉันค่ะ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย” เมื่อโรแกนกำลังจะเอ่ยขัด อรุณฉายจึงรีบดึงมือของผู้เป็นสามีออกไปจากตรงนั้นทันที

“คุณศิวะอยากจะไปชมตรงไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ ฉันจะได้พาไป” รวิพรรณเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มแสนเป็นมิตร ในเมื่อรับปากกับมารดาไว้แล้วว่าจะจับเขาให้อยู่หมัด เธอก็จะทำให้ได้ตามที่ว่าเอาไว้ และเรื่องบริหารเสน่ห์ของตนเองนั้น เธอก็ทำได้อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่องอยู่แล้ว

“ถ้าพิเศษที่สุดก็คงเป็นห้องคุณ” ศิวะเองก็โปรยเสน่ห์ออกไปไม่แพ้กัน อยากรู้นักว่า เธอหรือเขาใครจะหลงเสน่ห์ใครก่อนกันแน่

“ห้องฉันจะมีอะไรให้คุณดูล่ะคะ แค่ห้องผู้หญิงๆ”

“ห้องนอน เป็นห้องที่แสดงถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดไม่ใช่เหรอครับ และผมก็อยากรู้จักคุณ”

“……..” รวิพรรณไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงมองสบตาเขาแล้วคลี่ยิ้มบางๆให้ เขาก็ร้ายกาจใช่ย่อย ทั้งคำพูดและแววตา ช่างแพรวพราวใส่เธอเหลือเกิน

“ได้หรือเปล่าครับ” ศิวะถามพลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากปากของเธอ นอกจากนัยน์ตาหวานที่จ้องมองกันไม่หยุด

“ไปดูห้องอื่นก่อนดีกว่านะคะ หากมีเวลามากพอ ฉันจะพาคุณไปดู” รวิพรรณไม่ตามใจเขา เพราะรู้ดีว่าการเล่นตัวนิดๆหน่อยๆพอกระตุ้นความต้องการของเขาให้มากขึ้น มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ

“เชิญค่ะ” รวิพรรณเอียงกายหลบหลีกอ้อมแขนแข็งแรงของเขาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะรีบเดินนำเขาไป เพื่อพาเขาชมจุดต่างๆของบ้านตามที่เขาต้องการ

เวลาต่อมา

“เดินชมรอบแล้วนะคะ เราลงไปข้างล่างดีกว่าค่ะ” รวิพรรณเอ่ยบอกเมื่อพาชายหนุ่มเดินชมห้องนั้นห้องนี้จนถ้วนทั่ว

“ไม่รอบหรอกครับ ยังเหลืออีกห้องนึง ผมอยากดูมากกว่าห้องไหนๆ” ศิวะเอ่ยด้วยสายตาแพรวพราว พลางจับมือเธอมาประทับรอยจูบแผ่วเบา มือเล็กๆผิวนุ่มๆซ้ำยังหอม นี่แค่มือยังทำเขาตื่นตัวได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าได้จูบตรงอื่นนั้นจะทำให้เขาตื่นตัวอีกสักแค่ไหน

ไวเท่าความคิด เขารวบเธอเข้ามาประชิดตัว และโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะตัดสินใจตรงเข้าครอบครองกลีบปากอิ่มของเธอทันที

ศิวะตั้งใจใช้ความอ่อนหวาน หลอกล่อให้เธอเคลิบเคลิ้มหลงใหลในรสสัมผัสที่เขามอบให้ เขาจึงค่อยๆบดคลึงกลีบปากนุ่ม ไล่งับทาบทับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขยับไล้แล้วดูดดึง ปัดป่ายปลายลิ้นร้อนละเลียดชิมไปตามกลีบปาก ก่อนจะค่อยๆชอนไชรุกล้ำเข้าไปเมื่อเธอเผลอขยับริมฝีปากออกจากกัน ยิ้มกริ่มอยู่ในใจที่ดูเหมือนเธอจะยังอ่อนกว่าเขานัก และคอยดูเถอะว่าอีกประเดี๋ยวเธอจะต้องพ่ายแพ้ให้แก่สัมผัสอันจัดเจนจากเขาแน่

แต่รวิพรรณกลับทำให้ชายหนุ่มผิดคาด เมื่อเธอเองก็สอดมือเข้ามาประคองกระหม่อม นิ้วเรียวเลื่อนขึ้นมาตามกลุ่มผมสั้น ขยุ้มผมของเขาไปตามจังหวะที่เรียวปากได้รับจูบหวามไหว ทำให้จูบอ่อนหวานที่เขาตั้งใจมอบให้ตอนแรกเริ่ม กลับกลายเป็นร้อนแรงขึ้น เมื่อเธอเป็นฝ่ายเติมเชื้อไฟด้วยการตอบรับจูบของเขาอย่างทัดเทียม

รวิพรรณแม้จะตกใจจากจูบจู่โจมของเขาที่เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้หูอื้อตาลายนานนัก เธอเองก็พอจะมีประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง และพอจะรู้วิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจได้อย่างไม่ยากเย็น และมันก็เป็นเช่นนั้น เพราะคนที่มาดมั่นว่าตนจะเป็นฝ่ายชนะนั้นกำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง  ศิวะจึงคลายริมฝีปากออก แล้วเปลี่ยนมากดฝังจมูกลงไปที่ซอกคอขาวผ่อง กดจูบซับลงไปหนักๆ ขบเม้มและดูดดึงอย่างตั้งใจฝังรอยรักลงไป คล้ายเป็นเครื่องหมายตีตราจอง

“ไปดูห้องต่อกันเถอะนะคะ” รวิพรรณยกสองมือขึ้นทาบอกของชายหนุ่ม ออกแรงดันเขาให้ห่างออกไปเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขาดันตัวเธอมาจนติดอยู่หน้าประตูห้องแล้ว และถ้ายังคงไม่เอ่ยห้าม มีหวังเขาต้องทำอะไรมากไปกว่านี้แน่

“ครับ” ศิวะยอมรับคำแต่โดยดี ริมฝีปากแอบแสยะยิ้มเยาะน้อยๆ ทำทีเป็นเลี่ยงเขา แต่ยอมเปิดประตูห้องนอนให้เข้าไป ช่างเล่นตัวเก่งเสียนี่กะไร

“เป็นไงคะ ได้ดูห้องฉันแล้ว พอจะรู้จักฉันมากขึ้นบ้างหรือเปล่า” รวิพรรณหันมาสบตาชายหนุ่ม เมื่อเดินเข้ามายังห้องนอนของตน

“ก็นิดหน่อยครับ แต่อยากรู้จักมากกว่านี้” ศิวะกวาดสายตามองรอบห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยเป็นระเบียบ เธอเนี๊ยบกว่าที่เขาคาด แต่นั่นไม่ใช่จุดสำคัญ ประเด็นหลักคือเขาอยากสำรวจอย่างอื่นมากกว่า อย่างอื่นที่คงขาวผ่องเป็นยองใยมากกว่าสีขาวนวลของห้องนี้หลายเท่า

“คุณจูบทุกคนที่อยากรู้จักงั้นหรือคะ” รวิพรรณมองสบตาชายหนุ่มที่เข้ามารวบตัวเธอไว้ และแน่นอนว่าเขากำลังจะจูบเธออีกหน

“……..” ศิวะไม่ตอบ แต่จูบเธอไปอีกครั้ง คราวนี้รุกล้ำและหนักหน่วง ดูดกลืนเธอไว้อย่างแนบแน่น ร้อนแรงชนิดที่ดูดกลืนทุกลมหายใจ

“เดี๋ยวฉันก็ขาดใจตายพอดีค่ะ” รวิพรรณเอ่ยด้วยเสียงหอบเหนื่อยเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปที่ขอบปากของชายนุ่มแผ่วเบาเพื่อลบเลือนรอยลิปสติกสีแดงที่เขาปันไปจากปากเธอ

“คุณก็รู้ว่าผมกำลังจะขาดใจเหมือนกัน” แม้ศิวะจะรู้สึกร้อนวูบวาบกับสัมผัสของเธอ แต่ก็ยังสรรหาถ้อยคำหวานเพื่อพาให้เธอใจอ่อน อยากจะรู้นัก ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำทีเล่นตัวได้อีกนานสักแค่ไหน ถ้าเขาได้เธอแล้วโยนทิ้ง ก็คงจะฉีกหน้าเธอจนยับเยินได้ และหน้าที่มั่นอกมั่นใจคงจะหดลงไม่ถึงนิ้วเสียกระมัง นึกแล้วก็น่าสนุกเสียจริง

“ทานน้ำเย็นๆก่อนดีมั้ยคะ ดูคุณจะร้อนเหลือเกิน” รวิพรรณเอี้ยวตัวหลบจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม ก่อนจะเดินมาเปิดตู้เย็นเล็กภายในห้องเพื่อหาน้ำหาท่าให้เขาได้ดื่ม

“ขอไวน์ดีกว่าครับ” ศิวะเดินตามมา เห็นเธอมีขวดไวน์แดงอยู่ในตู้จึงเอ่ยขึ้น

“แต่ไวน์ขวดนี้ถูกเปิดไว้แล้วนะคะ” รวิพรรณหันมามองหน้าชายหนุ่ม ไวน์ขวดนี้เธอพึ่งเปิดจิบไปเมื่อวันก่อนนี่เอง

“เปิดแล้วหรือยังไม่เปิดผมไม่ถือครับ ของแบบนี้ต้องดูที่รสชาติ” ศิวะส่งยิ้มให้เธออย่างต้องการสื่อความนัย ไวน์ขวดนี้ก็เหมือนเธอ ถึงจะถูกใครเปิดชิมไปแล้ว แต่เขาเชื่อว่ารสชาติมันจะยังดีอยู่ และเมื่อเขาชิมจนพอใจแล้ว ก็แค่เขวี้ยงขวดทิ้งไปก็เท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นก็ลองชิมดูนะคะ” รวิพรรณยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะเดินไปหยิบแก้ว แล้วรินไวน์ให้กับเขา

ชายหนุ่มกระดกแก้วไวน์ลงคออึกเดียวจนหมด ก่อนจะหันไปวางแก้วไวน์บนโต๊ะ แล้วขยับเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอีกครั้ง เพราะอยากชิมบางอย่างที่น่ากระดกลงคอกว่าไวน์เป็นไหนๆ

“ใจเย็นสิคะคุณศิวะ ถึงไวน์แดงขวดนี้จะไม่ได้แพงลิบลิ่วเท่าไวน์โปรดของคุณ และถึงจะถูกเปิดชิมมาก่อนแล้ว แต่ว่าหากคุณค่อยๆละเลียดชิม ค่อยๆซึมซับกับรสสัมผัสของมัน ฉันแน่ใจว่ารสชาติของไวน์ขวดนี้จะถูกปากของคุณอย่างแน่นอนค่ะ” รวิพรรณเอียงใบหน้าหลบเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากเขาจะประกบลงมาซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะอาศัยความตัวเล็กของเธอหลบหลีบออกมาจากอาณัติของเขาได้อีกหน แล้วจึงเดินไปรินไวน์แดงเติมใส่แก้วให้เขาใหม่

“เรื่องไวน์ เป็นอีกเรื่องที่ผมให้ความสนใจมานาน และแค่ผมมองด้วยสายตาตั้งแต่แรก ผมก็รู้แล้วว่า รสชาติมันดีไม่น้อยเลย” ศิวะรับแก้วไวน์มาจากหญิงสาว สายตาคมเข้มยังจับจ้องที่ใบหน้าสะสวยของเธอไม่วางตา

เข้าใจความนัยของคำพูดที่เธอเอ่ยออกมาอย่างเต็มอก เธอเข้าใจเปรียบเปรยและหาทางหลบหลีกเขาได้อย่างละมุนละม่อม ความจริงก็อยากจะประทับใจอยู่หรอกนะ หากเขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเธอและครอบครัวมาก่อน เธอมันก็แค่ผู้หญิงร้ายๆที่กำลังเล่นตัวเพื่อต้องการให้เขาอยากได้เธอเพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

“ฉันก็อยากจะให้คุณชิมมากกว่านี้นะคะ แต่เกรงว่าเวลานี้คงจะไม่เหมาะสักเท่าไร ไว้คราวหน้าหากมีโอกาสที่เหมาะกว่านี้ เราค่อยมาคุยเรื่องชิมไวน์กันใหม่ก็แล้วกันนะคะ” รวิพรรณส่งยิ้มแสนหวานให้ จ้องมองสบตาท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว

จริงอยู่ที่เขาทั้งรวย ทั้งหล่อเหลา และมีเสน่ห์เหลือล้น แต่อีกข้อสำคัญในตัวเขาที่เธอไม่อาจมองข้ามได้นั้นก็คือความเลว ทั้งวงจรธุรกิจสีเทาที่เขาทำ ซ้ำการที่เขาจ้องจะงาบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน จะให้เธอคิดว่าเขาดีได้อย่างไร

“เวลาผมก็ไม่ได้มีมากเสียด้วยสิ แต่ว่าเพื่อคุณแล้ว…ผมก็จะหาเวลาให้ได้ก็แล้วกัน” ศิวะจิบไวน์อีกเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วไวน์ลง แล้วใช้สองแขนแข็งแรงโอบคนตัวเล็กเข้ามาแนบลำตัว

“และผมหวังว่า ครั้งต่อไปที่เราเจอกัน ผมจะได้ชิมไวน์ขวดนี้จนหมดสักทีนะ” ศิวะเอ่ยด้วยสายตาแพรวพราว พลางยกยิ้มแสนร้ายที่ทรงเสน่ห์เหลือล้น

“ก็…ไม่รู้สิคะ แต่ตอนนี้คุณจะไม่ได้ชิมเพิ่มอีกแล้วล่ะค่ะ” รวิพรรณยิ้มยั่วเย้า พลางใช้ปลายนิ้วเรียวทาบไปที่ริมฝีปากของชายหนุ่มเมื่อเขาทำท่าจะเข้ามาจูบเธออีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะไม่ปล่อยให้มันเกิดซ้ำอีก ก็อีตาหื่นนี่เอะอะก็จูบเธอเอา จูบเธอเอา เธอต้องสอนให้เขารู้จักการอดทนรอเสียบ้าง

“หึ…ไว้คราวหน้าก็ได้” ศิวะหัวเราะในลำคอน้อยๆ แล้วยอมคลายอ้อมแขนออกให้เธอเป็นอิสระ แอบพ่นลมหายใจฮึดฮัดด้วยความขัดใจเล็กๆ ยอมรับว่าถ้าเธอกำลังยั่วให้ความต้องการของเขาเพิ่มมากขึ้นอย่างที่เขาคิดไว้ มันก็ได้ผลจริงๆ และรับรองเลยว่าคราวหน้า เขาจะจับเธอกดลงบนเตียงให้สาสมกับความอดทนอดกลั้นที่เขาต้องงัดมันออกมาใช้ ทั้งๆที่คนอย่างเขาไม่เคยจะต้องใช้เลยสักครั้งเดียว

“ถ้าอย่างนั้นเชิญค่ะ เดี๋ยวฉันเดินลงไปส่ง” รวิพรรณเดินไปเปิดประตูห้องแล้วผายมือเป็นเชิงให้เขาออกจากห้องมาเสีย โดยที่ชายหนุ่มเองก็จำต้องเดินออกไปแต่โดยดี

“อ้าวลงมากันแล้วเหรอคะ ว่าจะขึ้นไปตามให้ลงมาทานข้าวอยู่พอดี” อรุณฉายที่ยืนชะเง้อชะแง้อยู่ทางบันไดเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวกับชายหนุ่มเดินลงมาจากทางด้านบน

“ผมขออนุญาตไม่อยู่ทานอาหารด้วยนะครับ ไว้คราวหน้าผมจะหาเวลามาทานด้วยใหม่ หวังว่าคุณซันคงจะยอมให้ผมกินจนอิ่มท้องนะครับ” ศิวะส่งยิ้มให้อรุณฉาย ก่อนจะหันไปส่งสายตาวาวโรจน์ให้กับหญิงสาว

“………” รวิพรรณไม่ตอบเพียงแต่ส่งยิ้มให้เขาเท่านั้น นี่ใจคอเขาคิดจะจับเธอกินอย่างเดียวเลยสินะ

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ศิวะส่งยิ้มให้ทุกคน ทิ้งท้ายด้วยการหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป

“อะไรกันลูกซัน ไปทำอะไรขัดใจคุณศิวะหรือเปล่า ถึงรีบกลับไปแบบนั้น” อรุณฉายรีบหันไปเอ่ยถามลูกสาวทันที

“โธ่คุณแม่คะ คุณแม่ควรจะถามว่าเขาทำอะไรซันหรือเปล่ามากกว่านะคะ” รวิพรรณถอนหายใจให้กับความไม่เคยสนใจใครของผู้เป็นแม่

“นั่นบ่อเงินบ่อทองเชียวนะ เอาอกเอาใจตามใจเขาหน่อยเถอะ”

“คุณแม่อย่าลืมนะคะ ว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของคุณศิวะเป็นวงการมืดทั้งนั้น แน่นอนว่าเขาต้องอันตราย” รวิพรรณส่ายหน้าระอากับความคิดของผู้เป็นแม่ จริงอยู่ที่การมีว่าที่สามีรวยล้นฟ้านั้นมันเป็นสิ่งที่ดี แต่หากจิตใจข้างในเขาเลวร้ายเกินไป เธอก็ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง เพราะไม่รู้เลยว่าจะถูกเขาทำให้เจ็บกายหรือเจ็บใจขึ้นมาวันไหน

“เงินๆๆท่องไว้สิยายซัน ถ้าแกไม่ชอบเขาก็หาทางกอบโกยมา ใช้ความสวยความสาวให้เป็นประโยชน์หน่อยสิ แม่ไม่อยากพูดด้วยแล้ว ไปทานข้าวดีกว่า หิ้วท้องรอจนหิวไปหมด” อรุณฉายพูดจบก็เดินแยกไปทันที

“เฮ้อ…” รวิพรรณถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ถึงเธอจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่เธอก็ไม่คิดจะมีอะไรกับคนที่เธอไม่ได้รักเลยสักนิด และผู้ชายอย่างศิวะก็ดูจะอันตรายเกินไป ถ้าเธอรักเขาได้ เธอก็กลัวว่ารักนั้นมันจะมาพร้อมความเจ็บปวด ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นเลย...

 

******************************************

มาแล้วจ้า...คู่นี้ก็จะร้ายๆเลวๆหน่อย แต่ใครจะหลงใครก่อนต้องมาตามดูนะจ๊ะ^^

ปล.ไรท์ลงอิมเมจของ สามหนุ่มบรรดาลูกน้องของคุณศิวะ กับห้าสาวบรรดาเด็กในสังกัดคุณศิวะ เพิ่มในตอนแนะนำตัวละครให้นะคะ ตัวละครอื่นๆอาจมีมาเพิ่มอีก ไว้แนะนำตามหลังนะ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น