Hanata.ashi

1 คอมเม้นท์ ร้อยกำลังใจ 1 กดไลค์ ล้านคำขอบคุณ

ตอนที่ 13 ต้องเลือก

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ต้องเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 482

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2562 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ต้องเลือก
แบบอักษร

 

ตอนที่ 13 

วันรุ่งขึ้นมิกิไปทำงานตามปกติ 

มิยูกิ Said: 

การเกิดคือเรื่องมหัศจรรย์ค่ะ เราไม่มีทางรู้เลยว่าระหว่างทำคลอดจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จนกว่าจะถึงนาทีนั้น ที่เด็กออกมาแล้วส่งเสียงร้องได้อย่างปลอดภัย  ที่ที่เราทำงานอยู่คือศูนย์การแพทย์ด้านแม่และเด็ก แผนกสูติกรรมและกุมารเวชกรรม ต้องทำงานประสานกันตลอดเวลา เราไม่ได้ดูแลเฉพาะการคลอดปกติ แต่ต้องดูแลการตั้งครรภ์ที่มีความเสียงสูงทุกชนิดด้วย 

......... end.............. 

วันนี้มิกิมีประชุม คนไข้อายุครรภ์ 32 สัปดาห์ 3 วัน โรงพยาบาลอื่นส่งตัวมาด้วยปัญหารกเกาะต่ำ รกปิดปากมดลูกทั้งหมด ทางทีมจึงวางแผนที่จะผ่าคลอดตอนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ 

“ท้องที่แล้วก็ผ่าคลอดรึเปล่าครับ” หมอกาวะเรียวเอ่ยถาม 

“ใช่ค่ะ” หมอชิโมยะตอบ 

“จะมีปัญหาพวกรกฝังตัวแน่นผิดปกติไหม” หมอกาวะเรียวถามต่อ 

“ก็มีความเสี่ยงนะคะ ที่สำคัญคนไข้ขอเอาไว้ ให้รักษามดลูกเธอไว้ เพราะอยากมีลูกอีก 

“ตัดออกดีกว่า” หมอโซเรียวยะแทรกขึ้น 

ในขณะที่ภายในห้องประชุมกำลังถกเถียงกันเรื่องเก็บมดลูกคนไข้ไว้กับตัดทิ้ง 

มีเคสฉุกเฉินเข้ามาที่โรงพยาบาล 

ครื้นนนนนนน............. เสียงเปิดประตูดังขึ้น 

“ขอหมอสูติตอนนี้เลยครับ” หมอห้องฉุกเฉินเอ่ย 

“มีอะไรเหรอคะ” มิกิเอ่ยถาม 

“คนไข้บาดเจ็บที่ศีรษะรุนแรงจะมาถึงในห้านาที” ห้องห้องฉุกเฉินแจ้ง 

“แล้วเกี่ยวอะไรกับแผนกสูติฯ” มิกิถามต่อ 

“เธอท้องครับ” เพียงเท่านั้นทั้งหมดภายในห้องประชุด แยกย้ายกันไปเตรียมตัวในทันที 

มิยูกิ said: 

แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ต้องดูแลคนไข้ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เปิดรับคนไข้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด คนไข้ที่เข้ามาวันนี้ กำลังเข้าสู่เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ 

.............end.................. 

“ฮิคาริจัง อายุ 28 ปี ศีรษะกระแทก ไม่รู้สึกตัว อยู่ในภาวะช็อคครับ” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินแจ้ง 

“ท้องกี่สัปดาห์แล้วคะ” มิกิถาม 

“36 สัปดาห์ครับ” เจ้าหน้าที่ตอบ 

“อาการไม่ดี รีบเถอะ” หมอห้องฉุกเฉินตรวจอาการเบื้องต้นแล้วแจ้งทีม แล้วเตียงคนไข้ก็เข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที 

“มิกิทำการอัลตราซาวน์ครรภ์มารดา” 

“หัวใจเด็กเต้นปกติดี รกก็ดี ไม่มีลอกตัว” มิกิแจ้งผล 

“ถุงน้ำคร่ำยังดีค่ะ” ชิโมยะแจ้ง 

“เด็กดิ้นดีค่ะ” มัตซึซัง แจ้ง 

“คนไข้อาการไม่ค่อยดี รีบเข้าห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้เลย” หมอห้องฉุกเฉินแจ้ง 

หลังจากผ่าตัดเสร็จ 

“ตอนผ่าเราพยายามเต็มที่แล้ว เอาก้อนเลือดออกมาได้ แต่สมองก็บวมมาก” 

“มีโอกาสฟื้นไหมคะ” มิกิเอ่ยถาม 

“บอกตรงๆ นะ แทบไม่มี” หมอแจ้ง 

“ส่งตัวเธอเข้าห้องคลอดเลยได้ไหมคะ ผ่าคลอดซะตอนนี้ในขณะที่เด็กยังไม่เป็นอะไร” มิกิเอ่ยถาม 

“จะฆ่าเธอเหรอ ถ้าทำแบบนั้น สมองยิ่งบวมจนเกิดการกดเบียด โอกาสที่หัวใจหยุดเต้นก็มีหมอสูติก็น่าจะรู้ดีนะ” หมอที่ดูแลเคสเอ่ยขึ้น 

“แต่อาการของคนไข้อาจเปลี่ยนแปลงกะทันหันได้นะคะ” มิกิแย้งด้วยเหตุผล 

“ฉันรู้คุณให้ความสำคัญกับคนไข้ แต่หมอสูติฯอย่างเราก็ให้ความสำคัญกับเด็กเหมือนกัน”  มิกิเอ่ย 

“แต่มันจะเสียงเกินไป ต่อให้โอกาสมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ผมก็ต้องให้ความสำคัญกับคนไข้ไว้ก่อน” หมอฉุกเฉินก็แย้งด้วยเหตุผลเหมือนกัน 

ในระหว่างที่ถกเถียงกันอยู่ สามีของคนไข้ก็เดินทางมาถึง 

หมออธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้กับสามีคนไข้ได้รับฟัง รวมถึงอัลตร้าซาวน์ให้เห็นทารกในครรภ์ด้วย 

ระหว่างที่ออกมานั่งคุยกันอยู่ 

“คุณพ่อคะ ถ้าจะต้องเลือกระหว่างลูกกับภรรยาคุณ ในเหตุการณ์นี้คุณจะเลือกใครคะ” 

“ห๊า!!!!” สามีคนไข้ตกใจ 

“เพราะถ้าเราผ่าคลอดเด็ก หมอก็ไม่สามารถรับปากได้ว่าอาการของคุณแม่จะยังคงดีไหม เราอยากให้คุณพ่อได้ตัดสินใจค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนี้จะเลือกทางรักษาใครไว้” 

“เอ๋!! แต่เรื่องแบบนี้เป็นหน้าที่ของหมอไม่ใช่หรอครับ ถ้าเมียผมเกิดมีอาการผิดปกติ หมอก็ต้องช่วยสิ” สามีคนไข้เอ่ย 

“ทั้งลูกและเมียผม หมอก็ต้องช่วยได้สิ” สามีเริ่มอารมณ์เสีย 

เขาทำใจไม่ได้ที่จะต้องเลือก จึงลุกหนีไป 

ในขณะที่มิกิเองก็ลำบากใจเช่นกัน เธอปลีกตัวมานั่งอยู่คนเดียว 

Rrrrr 

“ริวขา” เสียงมิกิอ้อนไปตามสาย 

“ว่าไงครับที่รัก” ริวตอบกลับ 

“ถ้าสมมุติว่าวันนึง เรามีลูกด้วยกัน แล้วเกิดมิกิมีอุบัติเหตุ หมอบอกริวว่าต้องเลือกระหว่างแม่กับลูกริวจะเลือกใครคะ” มิกิเอ่ยถามเสียงเครียด 

“ทำไมมิกิถามผมแบบนี้!!!  ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับเดี๋ยวผมไปหา” ริวเอ่ยถามตกใจกับสิ่งที่มิกิถามขึ้น 

เขาไม่รอให้มิกิตอบ รีบเดินมาขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ตรงไปยังโรงพยาบาล 

เขาเดินหามิกิ จนมาพบเธอนั่งอยู่บนระเบียงชั้นที่เธอทำงานอยู่ ริวเดินเข้าไปแล้วสวมกอดเธอจากข้างหลังพร้อมกับก้มหน้าลงมาเอาคางเกยที่บ่าของเธอ 

“เป็นอะไรไปครับ ทำไมเมื่อกี้ถึงถามผมแบบนั้น” ริวเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล 

“รับปากกับมิกินะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ริวต้องเก็บลูกไว้นะ เพราะเขาคือผลจากความรักของเราสองคน รับปากมิกินะคะ” แล้วเธอก็หันไปกอดเขาทันทีพร้อมกับน้ำตาหยดลงมาเบาๆ 

เคสวันนี้ถือว่าเป็นเคสที่ทำให้มิกิหนักใจอย่างมาจนอยากจะซบใครสักคนที่คงไม่พ้นต้องเป็นริวเท่านั้น 

“มิกิฟังผมนะ ถึงเราจะแต่งงานกันตอนนี้ถึงผมอยากมีลูกแค่ไหน แต่ผมก็ยังอยากมีคุณอยู่กับผมไปนานๆ ถ้าแต่งกันแล้วสัก 2 ปีค่อยมีลูกกันก็ได้ ดีไหม ผมจะรักมิกิทุกเช้าเย็นเลยฮ่าๆๆๆ” 

“คนบ้า เช้าเย็นมิกิไม่ต้องทำอะไรแล้ว” แล้วมิกิก็ยิ้มอายจนหน้าแดงไปหมด 

“ก็เมียผมทั้งนุ่ม หอม น่ากอดไปหมดทั้งตัวแบบนี้ ถ้ามีลูกเร็วลูกต้องมาแย่งดูดนมแน่ๆ เพราะงั้นยังไม่ต้องมีให้ผมดูดนมให้ชื่นใจก่อน” 

“ไม่เอา ดูดบ่อยเดี๋ยวยาน” มิกิหัวเราะ 

“ไม่เอายาน เอาใหญ่ขึ้นได้ปะ เดี๋ยวส่งไปทำ” ริวยังแกล้วต่อเพื่อให้เธอคลายกังวลลงไป ซึ่งมันก็ได้ผลการมาของริวทำให้มิกิรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย 

“มิกิดีขึ้นแล้ว เดี๋ยวกลับไปทำงานก่อน ริวจะรอมิกิไหมคะ ไปรอที่ห้องก่อนกะได้” มิกิเอ่ยบอกริว เธอมีเคสตตัวคนไข้อีกราย ใช้เวลาไม่นาน 

ในห้องตรวจ 

“เอ...... ผมได้กลิ่นบุหรี่” โซเรียวยะกำลังตรวจคนไข้ โดยมีมิกิเข้ามาช่วย 

“คุณยังไม่เลิกสูบบุหรี่อีกหรอครับ” 

“ฉันก็พยายามลดแล้วนะคะ นี่ก็น้อยลงกว่าเมื่อก่อนอีก” 

“ผมคงจะดูคุณต่อไม่ได้ คนที่เลิกบุหรี่ไม่ได้ ก็ไม่คู่ควรจะเป็นแม่คน” โซเรียวยะเอ่ยบอกออกไป 

มิกิเห็นท่าไม่ดี จึงชวนคนไข้ออกมาห้องอีกห้อง 

“ทำไมคุณหมอโซเรียวยะต้องพูดแรงขนาดนั้นด้วย ฉันก็พยายามลดแล้ว เขาไม่รู้หรอกมันยากขนาดไหน” คนไข้บ่น 

มิกิได้แต่หันมายิ้ม แล้วหยิบหนังสือเล่มบางลงมานั่งข้าง ๆ แล้วอธิบายให้ฟัง 

“คนไข้ฟังหมอนิดนึงนะคะ”มิกิเอ่ยเปิดประเด็นพร้อมกับเปิดหนังสือ 

“รกก็เหมือนต้นไม้ที่มีรากเป็นเส้นเลือดเยอะแยะเชื่อมต่อกับตัวแม่เวลาสูบบุหรี่ เลือดจะไหลผ่านเส้นเลือดไปได้ไม่ดี เด็กก็จะได้สารอาหารกับออกซิเจนไม่เพียงพอ” คุณแม่เคยได้ฟังมาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหมคะ 

แม่เด็กที่ก้มหน้าฟังอยู่ก็พยักหน้าเล็กน้อย 

“ถ้าเด็กตัวเล็กไป โอกาสที่จะแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดจะเพิ่มขึ้น แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ รกลอกตัวก่อนกำหนด อันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ” 

“เด็กเหรอคะ” แม่เด็กถาม 

“ตัวคุณแม่ก็ด้วยค่ะ” มิกิตอบ 

“เลือดจะออกมาก จนอาจอันตรายถึงชีวิต ขอโทษนะคะ หมอไม่ได้จะขู่ให้กลัวนะ แต่อยากให้คุณแม่พยายามมากกว่านี้เพื่อตัวคุณแม่และลูกน้อย” มิกิเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มหวานๆ 

มิกิเลิกงานเดินกลับมาที่ห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นริวนั่งทำงานอยู่ เธอเลยเดินเข้าไปนั่งที่ตักของเขา เขาโอบกอดรอบเอวเธอมิกิซบลงบนบ่นของเขา 

“ขอ 5 นาทีนะคะ” มิกิเอ่ยบอก 

แล้วเธอก็หลับตา ริวรู้ว่าวันนี้มิกิเจอเรื่องหนักมาพอสมควร จึงได้ ตบเบาๆ เหมือนกล่อมเด็กน้อยนอน เขานั่งประคองกอดอยู่อย่างนั้น ส่วนแขนอีกข้างก็นั่งกดโน๊ตบุ๊คไปเบาๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น