เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 9

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.1k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 9
แบบอักษร




          เพลิงเริ่มกลับมาทำงานปกติได้เกือบอาทิตย์แล้ว แม้อาทิตย์แรกจะโดนหัวหน้าเชฟดุเรื่องการมาทำงานไม่ตรงเวลาและหยุดโดยไม่บอก แต่เพราะณดลไปแจ้งให้ทราบ หัวหน้าเชฟก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เพลิงยังคงไปกลับร้านพร้อมพีคเหมือนเดิมจนเริ่มชิน ส่วนพีคเหมือนช่วงนี้จะยุ่งๆเลยแทบจะไม่ได้สนใจเพลิงเหมือนอย่างแรกๆ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับเพลิง เพราะจะได้ไม่มีอะไรมาวุ่นวายให้น่ารำคาญ แต่ที่เพลิงสงสัยก็คือ ตอนนี้พีคทำงานอะไรอยู่กันแน่ ถ้าเป็นงานที่ร้านจริง ทำไมพีคถึงดูต้อนรับลูกค้าต่างชาติแปลกๆเป็นการส่วนตัวด้วย แถมยังมีคนไทยที่ดูไม่น่าเป็นมิตรอยู่ร่วมวงกับแขกพวกนั้น 

“ไอ้เพลิง เอ็งช่วยทำกุ้งแช่น้ำปลาให้ชั้นหน่อย ออเดอร์นานแล้วยังไม่มีใครทำ” เชฟหันไปสั่งเพลิงที่กำลังยุ่งกับซอสราด  

“ครับเชฟ ผมไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละ แจ๊ค มึงช่วยดูซอสให้กูหน่อย” เพลิงตอบกลับเชฟแล้วหันไปบอกแจ๊คที่ทำส่วนของตัวเองเสร็จพอดี 

“อ่า ได้ๆ” แจ๊คเดินเข้ามาดูซอสให้ทันที เพลิงจึงรีบไปหยิบวัตถุดิบสำหรับทำกุ้งแช่น้ำปลามาวางไว้ที่โต๊ะทำอาหาร  

   เพลิงเริ่มจัดการแกะกุ้งแล้วผ่าหลังเอาขี้กุ้งออกก่อนเอาไปล้างน้ำสะอาด แล้วก็มาจัดการปั่นพริก ปั่นกระเทียมและอื่นๆเข้ารวมกัน เพลิงใช้เวลาทำไม่นานก็เอามาวางที่เคาน์เตอร์รอให้พนักงานเอาไปเสิร์ฟ ก่อนจะกลับมาจัดการอะไรต่อให้เสร็จ เพลิงทำอาหารไปสักพักก็เห็นหัวหน้าเชฟถอดผ้ากันเปื้อนกำลังเดินออกไปไหน โดยทิ้งให้เชฟใหญ่ทำอาหารต่อจากเขา เพลิงขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยและไม่ลืมที่จะถาม 

“เชฟจะไปไหนครับ” เพลิงเรียกเชฟ เชฟหยุดชะงักไปนิดนึง ก่อนจะหันมาคุยด้วย 

“มีคนเค้าเรียกให้ไปทำอาหารให้น่ะ วันนี้มีลูกค้าพิเศษ เค้าอยากให้ชั้นไปทำ Chef’s Table” คำตอบของเชฟทำให้เพลิงขมวดคิ้วงง ตั้งแต่เพลิงทำงานที่นี่มา เพลิงไม่เคยเห็นครัวเปิดที่ลูกค้านั่งหันหน้าเข้าเคาน์เตอร์เลย นอกจากเคาน์เตอร์บาร์ ที่ตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยเห็นบาร์เทนเดอร์โชว์ลีลาชงเครื่องดื่มเลย เพราะวันๆอยู่แต่ในครัว เห็นอีกทีก็ร้านเลิกไปแล้ว 

“คนเดียวหรอครับ” เพลิงถามอีกรอบ 

“ที่จริงก็มีไอ้กรไปด้วย แต่วันไหนร้านยุ่ง ชั้นก็ไปคนเดียว” เชฟบอก 

         เพลิงพยักหน้ารับ แม้จะแอบคาใจอยู่เพราะมันยังมีอะไรที่เพลิงไม่รู้อีกมากสำหรับร้านนี้  เพลิงยืนคิดอะไรสักอย่างอยู่คนเดียวก่อนจะเตรียมกลับไปทำอาหารต่อ โดยเชฟเองก็ยืนมองเพลิงนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่เหมือนกัน 

“ไอ้เพลิง” เชฟเรียก 

“ครับเชฟ” เพลิงหันไปมองเชฟพลางทำหน้างง 

“เดี๋ยวไปเรียกไอ้แจ๊คมาหน่อย แล้วเอ็งกับมันก็ตามชั้นขึ้นไปห้องวีไอพีชั้นสองซะ” เชฟบอกเสร็จก็เดินออกไป ปล่อยให้เพลิงขมวดคิ้วงงหนักกว่าเดิม ที่จู่ๆเชฟเรียกให้เพลิงกับแจ๊คไปด้วย เมื่อเห็นเชฟเดินไปแล้ว เพลิงรีบหันไปเรียกเพื่อนให้ตามไปพร้อมกัน ซึ่งแจ๊คเองก็งงไม่ต่างจากเพลิง 

“Chef’s Table เนี่ยนะ ทำไมกูไม่เคยเห็นมาก่อนเลยวะ ทั้งๆที่กูสำรวจทั่วร้านแล้วนะ” แจ๊คว่าระหว่างเดินออกจากครัว 

“แล้วมึงไปชั้นสองยังล่ะ” เพลิงถาม 

“เออ..ยังว่ะ แหม ใครจะไปกล้าขึ้น ขึ้นไปปุ๊ปเจอห้องเจ้าของร้านก่อนเลย เกิดเดินไปสุ่มสี่สุ่มห้ากูไม่โดนปรับตกหรือไง แล้วอีกอย่าง กูไม่เห็นลูกค้าคนไหนขึ้นไปเลย นอกจากพวกวีไอพี” แจ๊คบ่นออกมา เพลิงเองก็ลืมไปเลยว่าที่บาร์ร้านนี้ยังมีห้องวีไอพีสำหรับลูกค้าพิเศษอยู่ และต้องโทรจองล่วงหน้าเท่านั้นถึงจะได้เข้า แต่ว่าเพลิงกลับรู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าห้องนั้นมันดูมีอะไรที่ไม่เข้าท่าอยู่ 

    เพลิงกับแจ๊คเดินมาได้ไม่นานก็มาถึงประตูกระจกสีดำทึบที่แปะป้ายวีไอพีไว้ โดยมีเชฟยืนรอทั้งคู่อยู่หน้าประตู ซึ่งระหว่างเดินบันไดขึ้นมา เพลิงขนลุกทุกครั้งที่เดินผ่านห้องทำงานของพีคและแทบจะไม่มองห้องนั้นเลย ก่อนจะเดินยาวไปยังห้องวีไอพีที่ไกลจากห้องพีคอยู่มาก  

“ที่ชั้นเรียกพวกแกมา เพราะอยากให้ลองงานแบบใช้ความคิดดู สิ่งที่พวกแกเห็นหรือเจออะไรแปลกๆ ชั้นขอให้พวกแกเมินมันซะ สนใจแค่หน้าที่ของพวกแกเท่านั้น เข้าใจมั้ย” เชฟสั่งเพลิงกับแจ๊คจริงจัง ทำให้ทั้งคู่อดกังวลไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ที่ว่าแปลกๆ  

    ส่วนเชฟ เมื่อเห็นว่าสองคนนี้พร้อมแล้ว เลยเปิดประตูเข้าไปข้างใน เพลิงเดินเข้ามาก่อนจะสำรวจมองไปรอบๆ ห้องนี้ถือว่ากว้างพอสมควร แถมยังมีเคาน์เตอร์สำหรับทำครัวเปิดที่เป็นการทำอาหารโชว์สดให้คนดู  กลางห้องถูกตกแต่งด้วยโต๊ะสนุ๊กและไม่ไกลมีเคาน์เตอร์บาร์ขนาดเล็ก เพลิงที่เข้ามาห้องนี้แอบรู้สึกถึงบรรยากาศเหมือนหนังมาเฟียที่เคยดู เพราะห้องมันทึบๆมีไฟสลัวๆส่องอยู่ไม่มาก ถ้าสว่างสุดคงจะเป็นครัวเปิดที่เขาต้องเข้าไปอยู่ประจำตรงนั้น เพลิงหันไปมองกำแพงหน้าต่างแล้วเห็นชุดโซฟาใหญ่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะหรี่ตาอีกทีเมื่อเห็นคนกลุ่มนึงกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟา แถมยังมีคนยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ 

“เชี้ย.. นี่มันร้านบาร์หรือศูนย์รวมอาญากรมาเฟียวะ ห้องสวยก็จริงแต่ขนลุกว่ะ” แจ๊คพูดพลางลูบแขนขึ้นลงแถมยังเบียดเข้าไปใกล้เพลิง จนเพลิงละสายตาจากตรงนั้นแล้วเหล่มองเพื่อนที่เบียดเข้ามา สิ่งที่แจ๊คพูดมันไม่ผิดเพราะเพลิงก็รู้สึกแบบเดียวกัน  

       แต่กว่าจะได้คิดอะไรมาก เชฟก็สั่งให้พวกเขาไปประจำที่ เพลิงกับแจ๊คยืนเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ไม่นานพวกลูกค้าที่นั่งอยู่โซฟาก็พากันย้ายมานั่งเคาน์เตอร์ก่อนจะสั่งเชฟให้ทำอาหารให้เขา โดยมีบางส่วนที่ยังคงอยู่ที่โซฟา เพลิงลอบมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์สามคนที่ดูภูมิฐานและมีอายุกันพอสมควร เพลิงคิดว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นคนใหญ่คนโตจากทั้งในและนอกประเทศ เพราะมีต่างชาติอยู่ร่วมกันสองคน แต่ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้มีลูกน้องคอยติดตามด้วยล่ะ เพลิงขมวดคิ้วนิดนึงอย่างสงสัย 

“ เฮ้ นายน่ะ “ เสียงเรียกเป็นภาษาอังกฤษทำให้เพลิงหันไปมอง  

ครับ ”เพลิงตอบรับหน้างง ที่จู่ๆฝรั่งคนนึงเรียกเขา 

นายเป็นเด็กใหม่ใช่มั้ย ชั้นไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”เขาถามเพลิงพร้อมยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร แต่เพลิงรู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะรอยยิ้มของเขามันดูแปลกเกินยิ้มปกติ 

ครับ ”เพลิงยังคงตอบเสียงเรียบแล้วเมินเขากลับไปช่วยเชฟทำอาหารต่อ แต่ดูเหมือนการเมินของเพลิงจะทำให้ฝรั่งคนนั้นสนใจ พลางหันไปสะกิดคนข้างๆ 

“เฮ้ หลุยส์ จะว่าอะไรมั้ย ถ้าชั้นอยากเห็นเด็กใหม่ทำ Chef’sTable ให้เราดู” เขาถามเพื่อนฝรั่ง 

“เอาสิสตีฟ ดีเหมือนกัน ชั้นก็อยากกินอะไรใหม่นอกจากฝีมือเชฟตั้มบ้าง” หลุยส์ว่า ก่อนจะถามอีกรอบ “แล้วคนไหนล่ะที่นายอยากให้ทำ”

“คนขาวๆ ที่ผอมกว่าอีกคนไง” สตีฟบอกพร้อมชี้ไปที่เพลิง 

“อ๋อ คนนั้นนี่เอง ..เฮ้ เชฟตั้ม” หลุยส์หันไปถามเชพที่กำลังตั้งใจทำอาหารให้อีกคน เชฟเงยหน้ามองพร้อมยิ้มบริการ 

“ว่าไงครับ คุณหลุยส์” เชฟพูด 

“ชั้นอยากให้เด็กคนนั้นทำอาหารให้พวกเราดูหน่อยได้มั้ย พอดีสตีฟเ​ค้าอยากกินฝีมือเด็กคนนั้น” หลุยส์ว่าพร้อมชี้ไปที่เพลิง เชฟหันไปมองเพลิงก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมาบอกหลุยส์อีกที 

ได้ครับ เดี๋ยวผมบอกเด็กให้ ..คุณวิชัย นี่ Homemade fettuccine...ของคุณ” เชฟหันไปเสิร์ฟจานให้วิชัยที่เป็นคนไทยคนเดียวในสามคนนี้  วิชัยรับมาก่อนจะเหลือบไปมองเพลิงพลางยกยิ้มให้ เมื่อรู้ถึงความสนใจของคู่ค้าของตัวเอง 

“คุณสตีฟ คุณเนี่ยยังเหมือนเดิมเลยนะ” วิชัยแอบแซว สตีฟหัวเราะออกมาเมื่อถูกคนรู้จักจับได้ อาจเป็นเพราะเจรจาธุรกิจกันบ่อยเลยรู้ทัน 

      ไม่นานเพลิงก็มาทำอาหารโชว์ให้ทั้งสามคนดู และอดชมไม่ได้ว่าเพลิงดูมีเสน่ห์มากเวลาทำอาหาร เพราะมือไม้ที่จับทั้งอาหารและอุปกรณ์ดูนุ่มนวล คล่องมือ ใส่ใจจนหยุดมองไม่ได้ นี่เป็นครั้งในชีวิตของเพลิงเลยที่ต้องมาทำอาหารให้คนอื่นดู แม้จะแอบเกร็งไปบ้างเพราะถูกมองตลอดเวลา แต่นั่นก็ไม่เป็นผลเท่าไรเพราะเพลิงโฟกัสแต่สิ่งที่ทำเท่านั่น โดยไม่กี่นาทีต่อมาจะมีผู้มาใหม่กำลังยืนมองเพลิงอยู่ไม่วางตา 

     พีคแวะออกไปเคลียร์เรื่องเครื่องดื่มที่มาส่งเข้าร้านเขาช้ากว่าปกติข้างล่าง ปล่อยให้ลูกค้าคุยธุรกิจของพวกเขาไป เคลียร์เสร็จได้ไม่นานพีคก็ขึ้นมาดูลูกค้าต่อ แต่เมื่อเข้าไปข้างในเขากลับเจอเพลิงยืนทำอาหารอยู่ในนั้น พีคยอมรับเลยว่าตกใจ เพราะนี่มันไม่อยู่ในจุดที่จะให้เพลิงเข้ามารับรู้ แต่เมื่อมาแล้ว พีคก็ต้องยอมรับอย่างปฎิเสธไม่ได้ 

“อ้าวพีค มาช้านะ พวกชั้นกำลังรออยู่เลย” วิชัยหันไปทักเมื่อเห็นพีคเดินเข้ามา 

     เพลิงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นไปมองทันทีที่วิชัยเรียกพีค พีคยืนมองเพลิงนิ่งสักพักก่อนจะหันไปสนใจลูกค้าที่หันมาคุยกับเขาอย่างอารมณ์ดี 

“นายนี่โชคดีมากนะพีค คนร้านนายทำอาหารอร่อยเกือบทุกคนเลย" สตีฟพูดชมโดยสายตาเหล่ไปมองเพลิงอย่างออกนอกหน้า 

ขอบคุณสตีฟ แต่ผมว่าคุณน่าจะชอบอย่างอื่นมากกว่านะ ”พีคยกยิ้มหันไปพูดกับสตีฟ ใช่ว่าเขาจะเดาสายตาลูกค้าไม่ออกเลยว่าคิดอะไรอยู่ เพลิงเป็นคนหล่อและดูดีมากเมื่อใส่ชุดพ่อครัว แถวผิวยังสวยกว่าผู้หญิงทั่วไป พีคแทบไม่แปลกใจเลยที่สตีฟจะสนใจเพลิง เพราะเขารู้ว่าสตีฟเป็นไบเซ็กชวล 

“หึหึ นายนี่รู้ดีชะมัด แล้วจะเป็นอะไรมั้ย ถ้าชั้นขอเดิมพันอะไรบางอย่างแลกกับเด็กคนนั้น” สตีฟยิ้มพูดกับพีคเสียงไม่ดังนักเพื่อไม่ให้เพลิงได้ยิน พีคหยุดมองสตีฟนิ่งก่อนจะยกยิ้มออกมาว่าเสียงไม่จริงจังนัก 

“เดิมพันได้ แต่อย่าลืมว่าผมไม่ได้อยู่วงเล่นกับพวกคุณ ผมมาเป็นแค่คนกลางที่มาคุมพนันระหว่างพวกคุณเท่านั้น และเด็กนั่นก็คนของผม เกรงว่าจะให้ไม่ได้” พีคว่าพลางไหวไหล่อย่างไม่จริงจัง 

“แล้วถ้าชั้นชนะพนัน แล้วจ่ายค่าที่มากกว่าเดิมสามเท่า บวกกับเงินใต้โต๊ะตำรวจด้วย นายจะว่าไง” ขอเสนอของสตีฟทำให้พีคหุบยิ้ม จ้องตาอีกฝ่ายที่ยิ้มเล่ห์กลับมาให้เขา พีคมองสตีฟได้ไม่นาน ก่อนจะเปลี่ยนท่าทางกระตุกยิ้มหัวเราะชอบใจที่ครั้งนี้ลูกค้าต่างชาติเสนอตัวเองเลย 

“คุณมาขนาดนี้แล้ว ผมคงปฎิเสธไม่ได้สิ..นะครับ”


        หลายชั่วโมงแล้วที่เพลิงทำอาหารอยู่ด้านบน ก่อนจะถูกเชฟไล่ให้ลงมาพร้อมกับแจ๊คให้กลับเข้ามไปทำงานในครัวต่อ เพลิงกับพีคไม่ได้คุยกันเลยตอนอยู่ในห้องนั้น เขาเห็นพีคหัวเราะชอบใจอะไรบางอย่างไม่นานก็พาลูกค้าสามคนไปนั่งโซฟาโดยมีลูกน้องยืนคุมอยู่ข้างๆ ตอนเพลิงทำงานเพลิงแอบได้ยินพีคพูดเกี่ยวกับพนันอะไรสักอย่างซึ่งเขาได้ยินไม่ชัด แต่มันก็ทำให้เพลิงมั่นใจว่าที่นี่แอบมีเปิดการเล่นพนันที่ห้องวีไอพีนั่น และเรื่องนี้ดูเหมือนเชฟจะขอให้เก็บไว้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวภายในร้าน 

         ถึงช่วงเลิกงานพนักงานต่างช่วยกันเก็บโต๊ะทำความสะอาด รวมถึงเพลิงที่เสนอตัวออกมาช่วยเพราะไหนๆก็กลับพร้อมพีคแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเพลิงเลยช่วยธีเก็บโต๊ะแถวทางเข้าร้าน 

“เห็นว่าทำอาหารถูกปากลูกค้าหลายคน เชฟคงชมใหญ่เลยล่ะสิ” ธีถามพร้อมยิ้มให้เพลิง เพราะธีเอาอาหารไปเสิร์ฟลูกค้าจากครัวโดยตรงเลยรู้ว่าเพลิงทำจานไหนบ้าง และส่วนใหญ่จานที่ยกไปลูกค้ามักจะชมตลอด จนคนเป็นพี่อดดีใจด้วยไม่ได้ 

“ชมอะไรล่ะพี่ วันๆเห็นแต่ทำหน้าจริงจังก้มมองแต่อาหาร แล้วก็ชอบสั่ง ‘ไอ้เพลิง มาช่วยทำอันนี้ให้หน่อย‘ แบบเนี่ย แล้วจะให้เชฟมาชมผมได้ว่าอะไรล่ะ” เพลิงบ่นพร้อมทำหน้าทำตาดันเสียงล้อเลียนคนแก่กว่าที่ยังไม่เจอตั้งแต่ลงมาข้างล่าง ธีมองก็ขำไม่คิดว่าเพลิงจะมีมุมนี้ด้วย เพราะรูปลักษณ์ดูเป็นคนนิ่งๆ แต่พอได้รู้จักกลับเป็นอีกแบบ 

“แล้วนี่ยังไง เสร็จนี้แล้วจะกลับเลยเหมือนเดิมป่าว ไม่เห็นเราไปสังสรรค์กับคนอื่นเลย แจ๊คมันก็บ่น บอกเราทำตัวห่างเหิน” ธีถาม 

“ก็คงแบบนั้นแหละพี่ ไว้ผมไปแล้วจะบอกแล้วกัน” เพลิงบอกกับธีก่อนจะกลับไปช่วยเก็บโต๊ะต่อ แต่พอทำได้ไม่นาน จู่ๆก็มีบุคคลที่สามเดินมาเข้ามา พอเพลิงเห็นหน้า หน้าเพลิงก็บึ้งลงทันที 

“อ่าวเฮีย หวัดดีครับ” ธีรีบไหว้ทักทายพีค ที่นานๆจะเจอกันที พีคมองธีนิ่งพยักหน้ารับ  

“ชั้นขอคุยกับหมอนี่หน่อยได้มั้ย นายช่วยเข้าไปช่วยงานข้างในกับคนอื่นก่อน” พีคสั่งธีเสียงเรียบ ซึ่งธีก็ทำถามเดินกลับเข้าไปอย่างงงๆ พลางมองเพลิงอย่างเป็นห่วงก่อนจะเดินหายเข้าไป  เพลิงมองธีไม่วางตาก่อนจะหันกลับมามองพีคอย่างสงสัย เมื่อพีคมองเขานิ่ง 

“มีอะไร” เพลิงถาม 

“ช่วยออกมาข้างนอกกับกูหน่อย” พีคบอกก่อนจะเดินนำออกไปพร้อมลูกน้องสองคน เพลิงยืนขมวดคิ้วงง แต่ก็ยอมเดินออกไปตาม ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าร้านที่มีรถลีมูซีนสีดำขนาดสั้นจอดรอไว้อยู่  

“ตกลงมีอะไร เรียกกูมาทำไม แล้วไอ้รถนี่อีก” เพลิงถามสลับกับมองรถอย่างหวั่นๆ ใจเริ่มไม่ดีเมื่อเห็นว่ามีลูกน้องของคนอื่นด้วยนอกจากของพีค 

“วันนี้มึงไม่ต้องกลับบ้านกับกู ขึ้นรถนั่นซะ” พีคสั่งเสียงเรียบ มองหน้าเพลิงนิ่ง 

“ขึ้นรถ? ทำไมกูต้องขึ้นรถนี่ด้วย นี่มึงกำลังทำอะไรไอ้พีค” เพลิงเริ่มถามเสียงแข็ง ใจเริ่มหวาดหวั่นชัดเจน เพลิงชักไม่แน่ใจแล้วว่าพีคกำลังทำอะไรอยู่ ถึงได้ให้เขาขึ้นรถแปลกหน้าคันนี้ 

“ไม่ต้องถามมากจะได้มั้ย กูสั่งให้ขึ้นก็ขึ้นดิวะ อยากได้อิสระไม่ใช่หรอไง กูปล่อยมึงแล้วเนี่ย” พีคว่าเสียงเริ่มหงุดหงิด และเพลิงเองก็เริ่มหงุดหงิดด้วยเหมือนกันที่พีคเสนออิสระที่เขาไม่รู้

“อิสระเหี้ยอะไรล่ะ มึงสั่งให้กูขึ้นรถซึ่งกูก็ไม่รู้ว่ามึงจะส่งกูไปทำอะไรที่ไหน นี่มึงยังกล้าบอกกูว่าอิสระอยู่หรอวะ!” เพลิงตะโกนใส่พีคอย่างเหลืออด เขาแทบไม่รู้เลยว่าทำไมพีคถึงสั่งให้เขาขึ้นรถคันนี้ ไปไหนก็ยังไม่รู้ และเพราะไม่รู้ ไม่ได้คิดถามความสมัครใจเลย เพลิงถึงได้รู้สึกโกรธ 

“หึ ก็ไม่ได้อิสระขนาดนั้นหรอก แค่อยู่ห่างจากกูไม่กี่วันเท่านั้น มึงเองก็ต้องการไม่ใช่หรือไง อิสระ” พีคพูดพลางยิ้มเย๊าะให้เพลิง แต่กับเพลิงเลือดแทบขึ้นหน้า เหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ตัวที่ยืนนิ่งรีบเข้าไปกระโจนใส่เตรียมที่จะต่อยทันที แต่กลับถูกลูกน้องอีกฝั่งจับล็อคแขนไว้คนล่ะข้าง 

“ไอ้เหี้ย! ปล่อยกู!” เพลิงตวาดลั่นพยายามดิ้นให้หลุดจากแขนของผู้ชายสองคนข้างๆ  

“หุบปากซะไอ้เพลิง มึงร้องไปก็ไม่ได้ช่วยให้มึงรอดมาได้หรอก” พีคเดินมาห้ามเสียงดุ 

“แล้วมึงเอากูไปทำเหี้ยอะไรกันแน่! ไอ้พีค มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้! มึงทำอะไร!!” เพลิงโวยวายโกรธจัด ซึ่งพีคทำได้เพียงมองเพลิงนิ่งสักพัก ก่อนจะพูดตัดบทให้เพลิงได้เข้าใจ 

“พนัน.. มึงคือของแถมพนันจากกู” พีคเน้นเสียงบอกเพลิงชัดๆ เพลิงที่ฟังด้วยอารมณ์โกรธถึงกับหยุดชะงัก  มองพีคอึ้งอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เข้าใจ ทำไมพีคถึงได้เอาเขาไปทำอะไรแบบนั้นด้วย ความรู้สึกแรกที่งงงวย สับสน โกรธ ถูกแปรเปลี่ยนไปอีกอารมณ์นึงทันที ใจเพลิงเริ่มบีบแน่น รู้สึกแปล๊บขึ้นมาในอก จิตใจเริ่มอ่อนล้าเมื่อได้ยินคำว่าของแถม เพลิงไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่ได้เจอกับพีค ชีวิตเหมือนถูกแขวนไว้กับความฉิบหายที่ไม่รู้ว่าพีคจะยัดอะไรมาให้ตอนไหน  

    เพลิงหลบตาลงต่ำเหมือนคนที่แพ้หมดรูป พีคมองเพลิงนิ่งเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ทุกร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็แค่ของแถมที่แลกกับที่ยืนทำมาหากิน มันก็คุ้มที่จะยอมให้เพลิงออกไปเสี่ยงกับคนอื่นเป็นการแลกเปลี่ยน ไหนๆเพลิงก็อยู่ในฐานะคนของเขาแล้ว คิดว่าช่วยอะไรนิดหน่อยคงไม่เสีย เพราะยังไงเพลิงก็ไม่ใช่คนที่เขาจะต้องมานั่งเห็นใจเหมือนคนอื่นที่เขารู้จัก ...และพอดีกับที่สตีฟเดินออกมาที่รถลีมูซีนพอดี 

“ทำไมสภาพเด็กชั้นถึงเป็นแบบนั้นล่ะ” สตีฟยิ้มถามพลางสำรวจหน้าเพลิงที่ยืนช็อคหมดอาลัยตายอยาก 

“มันดื้อนิดหน่อย แต่ก็พอจะยอมลงบ้าง เอามันไปก็ระวังด้วย ไอ้นี่มันยิ่งดุเหมือนหมาอยู่” พีคยิ้มเตือน แต่ตาพีคกลับไม่ยิ้มด้วย ซึ่งสตีฟก็มองคิดอะไรอยู่แปปนึง ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องลากเพลิงขึ้นรถ แล้วหันกลับมาคุยกับพีคต่อ 

“ขอบใจ แล้วเจอกันใหม่ พีค” สตีฟกล่าวลาแล้วขึ้นรถขับออกไป พีคยืนมองรถคันนั้นนิ่งจนมันลับสายตาไปจากร้าน พีคยืนถอนหายใจทิ้งสักครู่ แล้วเดินกลับเข้าไปในร้านเพื่อไปดูร้านต่อ 

        พีคเดินเข้ามาในร้านได้แปปเดียว ณดลก็เดินเข้ามาสมทบเอาเอกสารและใบเซ็นเช็คให้พีคตรวจ พีคทิ้งตัวลงนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ รับเอกสารและตรวจเงินในเช็คให้แน่ใจอีกที ณดลก็เข้ามานั่งสมทบเพื่อนพร้อมสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะกลับหันไปมองเพื่อนอีกที 

“ให้ไอ้ฝรั่งนั่นไป มันดีแล้วหรือไง” ณดลเปิดเรื่องถามคนนั่งหน้านิ่งข้างๆ 

“แล้วไม่ดีหรือไง ได้ทั้งเงินได้ทั้งค่าใต้โต๊ะฟรี แถมมีโบนัสให้พวกมึงทุกคน แค่เสียสละไอ้เพลิงไปแค่แปปเดียวก่อนไอ้ลุงนั่นจะกลับเมกา” พีคว่าอย่างไม่ใส่ใจ 

“มึงจะลงโทษอะไรมันเหมือนทุกทีกูไม่ว่าหรอกนะ แต่ไม่คิดว่าอันนี้มันแรงไปหน่อยหรือไง ยังไงมันก็ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่พวกอย่างว่า” ณดลว่ากลับ ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้เท่าไร แต่ก็ว่าอะไรออกมามากไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของสองคนนี้ 

“ไม่แรงไปหรอก เผลอๆกลับมาอาจติดใจไอ้ลุงนั่นก็ได้” 

“งั้นกลับมามึงก็ใช้ของร่วมกับคนอื่นงั้นสิ กูไม่ยักจะรู้นะว่ามึงชอบใช้ของร่วมจากคนอื่น” เหมือนคำพูดของณดลจะไปสะกิดอะไรบางอย่างของพีคเข้า พีคเอามือลูบหน้าก่อนถอนหายใจเฮือกออกมา พร้อมหางตาไปมองเพื่อนอย่างไม่ชอบใจ 

“มึงแม่ง.. เฮ้ย! ไอ้โต้ง เอากุญแจรถมาให้กู..” 

“อ่ะ กูเอามาให้และ” กุญแจรถถูกนำมาวางตรงหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่ณดลเตรียมไว้ล่วงหน้า พีคกลอกตามองเพื่อนตัวเองอย่างเหลือเชื่อ เบื่อในความรอบคอบของณดล แต่เพราะแบบนี้แหละ พีคถึงได้คบกับเพื่อนคนนี้มานาน  

      พีครีบคว้ากุญแจรถแล้วหยิบเอกสารเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ณดลนั่งเฝ้าบาร์เอาไว้ พอดีกับบาร์เทนเดอร์เสิร์ฟเครื่องดื่มมาให้พอดี ณดลยิ้มสายหน้าน้อยก่อนจะหันไปสนใจเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ 

“อ่ะ ไหนๆเพื่อนกูก็ไปแล้ว ชนแก้วเป็นเพื่อนกูหน่อยแล้วกัน” 



“เฮ้ นายดูไม่โอเคเลยนะ” สตีฟถามอย่างเป็นห่วง ต่อให้จริงๆแล้วเป็นแค่การเสแสร้งก็ตาม 

  เพลิงนั่งเงียบหันหน้าหนีออกนอกกระจกและก็นั่งอยู่อย่างนี้ตั้งแต่มา มีบางครั้งที่สตีฟแอบแตะต้องตัวเพลิง แต่ก็ถูกสลัดหนี สตีฟมองเพลิงอย่างใจเย็นเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกปฎิเสธ แต่มันก็แค่ตอนนี้แหละ เพราะสุดท้ายก็ไปจบกันที่เตียงอยู่ดี รถถูกขับออกนอกเส้นทางที่เพลิงคุ้นเคยมาเรื่อยๆ เพลิงนั่งนิ่งพยายามมองทางและป้ายตลอดว่าอยู่แถวไหน แต่ดูเหมือนว่าสตีฟจะชอบเอามือมาเกาะแกะเขาตลอดจนเริ่มรู้สึกรำคาญมากกว่าขนลุก 

“คุณช่วยเอามือออกห่างผมได้มั้ย ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ” เพลิงว่าออกมารำคาญ 

“เหมือนไม่เหมือน เดี๋ยวถูกจับแต่งตัวใส่กระโปรงก็เหมือนผู้หญิงเองแหละ” สตีฟว่าออกมา แต่ก็ทำให้เพลิงกลืนน้ำลายลงคอมองสตีฟอึึ้ง


          // เหี้ย ไอ้แก่นี่มันโรคจิตชัดๆ! // เพลิงว่าออกมาในใจ แถมขนยังลุกชันไม่หาย 


“ขอโทษนะ แต่ผมไม่ชอบแต่งตัว” เพลิงรีบเขยิบร่างตัวเองถอยหนีจนแนบกับประตู แต่ก็ถูกสตีฟคว้าแขนดึงตัวให้เข้ามาหา เพลิงตั้งสติทันรับเอาแขนอีกข้างยันเบาะเอาไว้ได้ พยายามดึงตัวให้ออกห่างจากสตีฟให้มากที่สุด 

“จะหนีไปไหนล่ะ มาให้ชั้นดูหน้าชัดๆหน่อยสิ” สตีฟยิ้มหื่นอย่างเห็นได้ชัด เพลิงหน้าเสียรีบดันตัวเองออกมาด้วยความขยะแขยง 

“เอาหน้ามึงไปไกลๆกูเดี๋ยวนี้นะเว้ย!” เพลิงยี๊หน้าพูดไทยออกมา พยายามดันร่างสตีฟออกห่างจากตัวเองให้มากที่สุด ทั้งคู่ยื้อกันไปยื้อกันมาไม่นาน ก่อนจะพากันเซล้มหน้าไปกระแทกกับเบาะด้านหน้า สตีฟรีบปล่อยแขนเพลิงแล้วรีบหันไปถามลูกน้องอย่างอารมณ์เสียง 

“ขับรถอะไรของพวกแกห๊ะ!”

“ขอโทษครับนาย พอดีมีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ขับรถปาดหน้าเราครับ เมื่อกี้ผมตกใจเบรกไม่ทัน เลยขับเข้าชนท้ายมัน” ลูกน้องอธิบายและรีบขอโทษนายตัวเอง เพลิงเห็นว่าไม่มีใครสนใจตัวเองแล้วจึงรีบเปิดประตูรถลงไป ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งไปกลางถนน แต่ก็ถูกใครบางคนวิ่งมาคว้ามือจับได้ก่อน 

“Shit! ตามมันไป!” สตีฟสั่งลูกน้องอย่างหัวเสียก่อนจะพากันออกมาจากรถรวมถึงสตีฟ โชคดีที่ตอนนี้ดึกมากแล้วรถเลยไม่มี แต่ที่ทำให้สตีฟตกใจ คงเป็นพีคที่ยืนจับข้อมือเพลิงไว้อยู่ 

พีค ทำไมนายมาอยู่นี่ได้ ”สตีฟยืนถาม งงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ 

“ผมมาขอคนของผมคืน” พีคบอกเสียงเรียบ 

“แต่เด็กนั่นนายเป็นคนให้ชั้น เด็กนั่นเป็นของชั้น” สตีฟโวยจ้องจะเอาเพลิงคืนมาให้ได้ 

“เสียใจ แต่เด็กนี้ของผม ที่ผมยอมตกลงเพราะไม่คิดว่าวันนี้คุณจะชนะ ผมคำนวณพลาดไป” พีคว่าพร้อมจับข้อมือเพลิงแน่น 

“แต่ชั้นจ่ายให้นายไป..!”

“นี่ของคุณ ผมเอามาคืน” พีครีบพูดแทรกสตีฟ ก่อนจะยื่นเอกสารและเช็คคืน สตีฟรับมาอย่างงงๆ 

“นี่นายจะยกเลิกข้อตกลงทั้งหมดหรอฉันอุตส่าเสนออะไรดีๆไป เพื่อแลกกับเด็กนี้” สตีฟว่า 

มันดีมากครับ แต่ไม่ดีอยู่อย่างนึง.. ผมไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่น ขอตัว ”พีคบอกเสียงเข้มอย่างจริงจัง แล้วรีบลากข้อมือเพลิงให้เดินตามขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไป โดยทิ้งฝรั่งยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่กลางถนน 

      พีคขับรถออกมาได้ไม่นานภายใต้ความเงียบของถนนตอนกลางคืน จู่ๆเพลิงถอดสายเบลท์เปิดประตูเตรียมที่จะโดดออกไป พีคตกใจรีบยื่นมือไปคว้าคอเสื้อแล้วใช้แรงทั้งหมดกระชากเพลิงให้เข้ามานั่งที่เดิมในทีเดียว ก่อนจะหักเลี้ยวไปจอดข้างทาง พีคเตรียมที่จะด่าเพลิง แต่เพลิงลงรถตัดหน้าไปก่อน พีครีบลงตามเตรียมจะไปคว้า แต่เพลิงกลับวิ่งหนีออกไปดื้อๆ  

“ไอ้เพลิง! จะหนีทำห่าอะไรวะ!” พีคตะโกนเรียกอย่างหงุดหงิด แต่เพลิงไม่ตอบวิ่งหน้าตั้งสับขารัว จนคนวิ่งตามโมโหเข้าไปใหญ่ เพราะเพลิงวิ่งเร็วมาก และถ้าให้วิ่งตามคงวิ่งไม่ทันแน่ๆ พีครีบวิ่งกลับไปที่รถ ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งขับรถตามเพลิงไป พีคขับมาจอดเลยเพลิงไปนิดนึง แล้วรีบวิ่งลงจากรถยืนขวางเพลิงที่ฟุตบาท เพลิงที่วิ่งไม่ดูทาง วิ่งเข้าชนพีคไปเต็มๆ พีครีบรวบตัวเพลิงไว้แน่นก่อนที่เพลิงจะหนีอีกครั้ง 

“ไอ้เหี้ย!” เพลิงด่าอัดหน้าพีค 

“มึงสิเหี้ย! เป็นเหี้ยอะไรห๊ะ! อยากตายนักหรือไงถึงได้ทำอะไรบ้าๆออกไปแบบนั้น!” พีคด่าเพลิงเพราะรู้สึกโกรธที่เพลิงทำอะไรบ้าบิ่นเกินไป 

“เออ! กูอยากตาย กูเหนื่อย กูเบื่อ กูเกลียดตัวเองที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้!” เพลิงว่าออกมาอย่างอึดอัด 

“แล้วมึงคิดว่าความตายมันจะลบสิ่งที่อยู่ในใจได้หรือไงห๊ะ!”  

“มันก็ดีกว่าอยู่กับมึง ตั้งแต่กูเจอมึง ชีวิตกูก็ฉิบหายมาตลอด ไม่เคยมีอะไรดี!” เพลิงเถียงออกมาอย่างเหลืออด พยายามดันตัวเองออกจากวงแขนของพีค 

“ที่มันไม่ดีเพราะตัวมึงต่างหาก! คิดว่าตายไปแล้วพ่อแม่มึงจะไม่เสียใจหรือไงห๊ะ นึกถึงท่านบ้างสิเว้ย!” คราวนี้พีคเริ่มเตือนเพลิงที่ดูเหมือนจะโวยวายไม่หยุด 

“แล้วเค้าจะมาเสียใจกับกูทำไม แม่กูตายไปนานแล้ว พ่อก็ไม่เอา มึงคิดว่ากูมีชีวิตมาได้เพราะอะไรกันล่ะ ถ้ากูไม่ดิ้นรนเอาเองน่ะ!” สายตาเพลิงเริ่มแสดงออกถึงความเศร้าคับแค้นใจ และกลายเป็นพีคเสียเองที่นิ่งไป พีคก้มมองเพลิงคลายวงแขนก่อนที่เพลิงจะหลุดถอยห่างออกมา แต่ก็ไม่วายเหวี่ยงหมัดเข้าหน้าพีคอย่างจัง จนพีคเซถลาถอยไปนิด 


ผัวะ! 


“กูเกลียดมึง! กูเกลียดขี้หน้ามึง!” เพลิงตะโกนด่า ดูเหมือนกำปั้นที่ต่อยเข้าหน้าจะทำให้พีคตั้งสติได้ ก่อนจะตั้งหลักเดินไปต่อยหน้าเพลิงกลับ 


ผัวะ! 


“มึงจะเกลียดกูเกลียดห่าอะไรก็เชิญ แต่มึงจะมาอยากหาเรื่องตายไม่ได้ กูไม่อนุญาต! ชีวิตมึง มึงช่วยเคารพมันที่แม่มึงคลอดออกมาสักนิดไม่ได้หรือยังไง” พีคพูดเตือนอีกครั้ง แต่เพลิงที่เซจากหมัดเมื่อกี้ เตรียมที่จะต่อยสวนพีคกลับอีกครั้ง แต่ก็ถูกพีคคว้าแขนทั้งสองข้างได้ก่อน  

“มึงอย่ามาทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหาได้มั้ย มึงเป็นน้องไอ้กราฟนะ ครอบครัวมีกินขนาดนั้น ทำไมจะต้องทำตัวให้มีปัญหาด้วย” พีคว่าเสียงจริงจัง แต่เพลิงกลับก้มเม้มปากแน่น ก่อนจะเงยหน้าตอบพีคด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด 

“แล้วมึงคิดว่าลูกผู้หญิงขายตัวอย่างกูจะมีใครเอามั้ยล่ะ แล้วที่เขารับกูเข้าบ้าน มันก็แค่สิ่งที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำพลาด มึงคิดว่าเขาจะรักกูเหมือนลูกจริงๆหรอ วันเกิดกู เค้ายังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ..มีแค่พี่กันต์เท่านั้นแหละ ที่ยังเห็นกูเป็นน้อง ไม่ใช่ไอ้กราฟ” เพลิงว่าเสียงสั่น ยอมเลิกโวยวายอยู่ในความสงบ  พีคลอบถอนหายใจไม่คิดว่าเพลิงจะมาบอกเรื่องแบบนี้กับเขา พีคมองเพลิงอีกครั้ง เขารับรู้ถึงร่างกายที่สั่นน้อยๆเหมือนคนใกล้สะอื้นของเพลิง ก่อนจะยอมอ่อนข้อปล่อยเพลิงให้เป็นอิสระอีกครั้ง แต่เมื่อปล่อย เพลิงก็เข้ามาทุบอกเขารัวๆ

“และมันเพราะมึง ชีวิตกูถึงได้บัดซบแบบนี้ ทำไมมึงต้องเข้ามาทำลายชีวิตกูเพิ่มด้วย!” เพลิงว่าพลางทุบพีครัว ซึ่งพีคเองก็ไม่ได้ตอบโต้กลับ ปล่อยให้เพลิงทุบอยู่แบบนั้น ไม่นานเพลิงก็อ่อนลงใช้มือทุบอีกครั้งนึงก่อนจะก้มหน้าซบกับกำปั้นตัวเองที่วางค้างไว้บนตัวพีค 

“เหอะ พอใจยัง ถ้าพอใจแล้วก็กลับ กูเหนื่อย” พีคว่าออกมา ขณะที่เพลิงยังซบอยู่ที่เดิม 

“กูเกลียดมึง” เพลิงพูดเสียงไม่ดังมาก 

“เออ กูรู้ว่ามึงเกลียดกู เพราะงั้นช่วยออกไปจากตัวกูแล้วขึ้นรถกลับบ้านซะ” พีคว่าเสียงดุ 

“กูไม่กลับ” เพลิงพูดเสียงโทนเดิม 

“ไม่กลับแล้วมึงจะไปไหนห๊ะ” พีคว่าพลางเหลือบมองคนที่ซบอยู่ที่ตัว 

“กูหิว”  

     เป็นคำเดียวที่ทำให้พีคหยุดนิ่ง เริ่มเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆเพลิงเปลี่ยนเรื่องขึ้นมากระทันหัน ทั้งๆที่ตอนแรกยังทำตัวดราม่าใส่เขาอยู่เลย เพลิงผละออกมาจากตัวพีคแล้วยืนมองพีคหน้ามุ้ย พีคเองก็มองเพลิงกลับพร้อมเลิกคิ้วข้างนึงเหมือนจะถามให้แน่ใจอีกครั้ง 

“กูหิว” เพลิงเน้นย้ำกับคำว่าหิวมาก จนพีคแทบกลอกตาใส่  


          // จ่ะ // พีคว่าในใจ 


“จะแดกอะไร เที่ยงคืนแล้วนะมึง” พีคว่า คิดว่าดึกป่านนี้คงไม่มีร้านไหนเปิดให้บริการแน่ 

“กูมีแหล่ง” คำตอบของเพลิง ทำให้พีคมั่นใจอย่างชี้ชัดแล้วว่าผู้ชายคนนี้มันเป็นเด็กคหกรรมจริงๆ


       // ไอ้นี่! // 

*******************************************************

เปลี่ยนอารมณ์เร็วเกิ๊นนน 

แต่พีคมันน่าตบจริงๆ ต้องขอบใจณดลที่ช่วยเป่าหู 

ส่วนเรื่องกิน เรื่องเกม ไว้ใจหน่องเพลิงนะจ้ะ 

ว่าแต่.. ไรท์ขอชื่อร้านเปิดหลังเที่ยงคืนหน่อยดิ

​ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น