Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 2 (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 (3)
แบบอักษร

ร้านไอ้ไนท์

ตีสองแล้วพื้นที่จอดรถที่เคยเต็มเอียดเริ่มว่าง ผมเลือกที่จอดใกล้ๆ กับร้านมัน จะได้ไม่เดินไกล ไอ้ไนท์นั่งเงียบมาตลอดทางจนกระทั่งมองเห็นหลังคาร้านตัวเองมันถึงปริปากพูด

“นี่เหรอร้านในใจมึง” มันดึงสายตาจากร้านตัวเองมามองผมด้วยสายตาที่บอกว่าไม่ได้ยินดีเลยสักนิด

ก่อนหน้านี้ผมบอกว่า ‘มีร้านในใจ ถ้ามึงอยากดื่มเดี๋ยวกูพาไป’ แต่ไม่ใช่ว่าพูดประโยคนี้ประโยคเดียวแล้วมันจะยอมขึ้นรถมากับผมทันที ผมพูดออกมาอีกหลายคำ แสดงอาการให้มันเห็นว่าผมก็อยากดื่มย้อมใจเรื่องแฟนไม่เข้าใจเหมือนกันให้มันรู้ มันถึงยอมลดเกราะป้องกันลงแล้วกลับขึ้นรถมากับผม

แม่งเล่นตัวฉิบหาย พูดแล้วก็แปลกๆ ผมรังเกียจมันขนาดนั้นแต่กลับเลือกจะอยู่เป็นเพื่อนมันซะงั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ มันทำหน้าอย่างกับอยู่คนเดียวบนโลกขนาดนั้น ผมจะใจดำทิ้งมันลงได้ยังไง

“อืม ถือว่ามาส่งมึงด้วย” ผมพูดตอบไอ้ไนท์เสียงราบเรียบ มองหน้ามันแวบหนึ่งก่อนจะปลดสายเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูลงจากรถ ไอ้ไนท์ตามผมลงมา มันมองหน้าผมเหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่สุดท้ายก็ไม่พูด เดินนำผมเข้าไปในร้านเงียบๆ

พวกพนักงานพอเห็นไอ้ไนท์ก็รีบก้มหัวทักทายให้อย่างนอบน้อม จนเข้ามาในส่วนที่เป็นครัวของร้าน ผู้จัดการที่เป็นผู้หญิงก็เข้ามาทัก

“นึกว่าพี่จะไม่กลับเข้ามาแล้ว”

“อืม เปลี่ยนแผนนิดหน่อย” ไนท์เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนดึงเก้าอี้ใต้เคาน์เตอร์บาร์ออกมานั่ง เคาะนิ้วลงกับพื้นบาร์พลางกวาดสายตามองรอบร้าน “ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ”

“อืม ขอเบียร์สองกระป๋อง”

ผู้จัดการยักไหล่ก่อนจะหันไปก้มหยิบเบียร์ในตู้เย็นเล็กด้านล่างขึ้นมาวางตรงหน้าไอ้ไนท์ “นี่ค่ะพี่ อยากได้อะไรอีกไหม”

ผู้จัดการถามพลางชำเลืองมองผมที่ลากเก้าอี้ออกมานั่งลงข้างไอ้ไนท์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ไนท์ไม่พูดอะไร มันโบกมือไล่ผู้จัดการแบบส่งๆ ก่อนจะเลื่อนกระป๋องเบียร์มาให้ผมกระป๋องหนึ่ง

ผมมองกระป๋องในมืออย่างดูแคลน “เบียร์กระป๋องเดียว คุ้มค่าน้ำมันไหมวะ”

ไอ้ไนท์เพิ่งจะแกะฝาเบียร์ขึ้นกระดกไปอึกหนึ่งชำเลืองมองผม ดวงตาคมเข้มของมันออกขวางเล็กน้อย ลุกขึ้นแบบไม่พูดไม่จา เดินอ้อมเข้าไปเปิดเอาเหล้านอกราคาแพงที่โชว์อยู่ในตู้กระจกหลังเคาน์เตอร์บาร์ออกมาวางตุบลงตรงหน้าผม

“ถ้าไม่หมดกูปรับ” ไอ้ไนท์พูด

“อะไรของมึง” ผมมองเหล้าราคาแพงตรงหน้าด้วยสายตาแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่คิดว่ามันจะบ้าจี้ไปกับผมด้วย “เรื่องเบียร์กูแซวเล่น เอาเหล้าไปเก็บเลยสัส”

“หึ” ไอ้ไนท์ทำเสียงหยันในลำคอ ก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาวาง เปิดขวดเหล้าเทลงไปเพรียวๆ เกือบครึ่งแก้ว ยกขึ้นกระดกรวดเดียวแบบไม่แคร์ว่าเหล้าจะแรงแค่ไหน มันปาดคราบเหล้าที่เลอะมุมปากออก นัยน์ตาคมเข้มดูฉ่ำวาวขึ้นมาเล็กน้อย เพียงพริบตามันก็เทเหล้าใส่แก้วในขนาดเท่าๆ กันเลื่อนมาตรงผม

“ตามึง”

“กูต้องขับรถ แค่เบียร์ก็พอ” ผมมองสบสายตายัดเหยียดของไอ้ไนท์แล้วส่ายหัวอย่างหนักแน่น ถึงลึกๆ แล้วจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติเหล้าราคาแพงก็เถอะ

“งั้นมึงก็กลับไปได้แล้ว”

“แบบนี้ก็ได้เหรอวะ” พอกูไม่ทำตามที่ต้องการก็ไล่ทันที ผมมองไอ้ไนท์อย่างฉุนๆ มันกระดกแก้วเหล้าที่ผมบอกปัดรวดเดียวหมด ก่อนจะเทแก้วที่สามแก้วที่สี่กระดกต่อกันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง พอถึงแก้วที่ห้าผมก็ทนมองไม่ไหว รั้งมือมันเอาไว้แล้วแย่งแก้วเหล้ามาถือเอง

“กะจะดื่มให้หมดเลยหรือไงวะ”

“กลับไปได้แล้วตะวัน” ไอ้ไนท์พูดโดยไม่มองหน้าผม สายตาของมันจับจ้องอยู่ที่ขวดเหล้าราวกับหลุดเข้าไปในโลกที่มีแค่มันคนเดียว ท่าทางโดดเดี่ยวของมันทำผมขมวดคิ้ว

“มึงน่ะแหละ เป็นอะไร” ผมถามไม่เต็มเสียง ไม่แน่ใจว่าควรรู้หรือไม่ควรรู้เรื่องของมันดี เพราะผมก็ไม่ได้อยากทำตัวสนิทสนมกับมันเท่าไหร่

ไอ้ไนท์เหลือบตามองผมแวบหนึ่ง ก่อนหลุบลงจ้องของเหลวในขวดตามเดิม ความเงียบปกคลุมเป็นเวลานาน จนผมคิดจะกลับ มันก็พูดขึ้นมา

“…แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ”

ผมกำลังจะลุก ชะงักกึก ปรายตามองใบหน้าเหงาหงอยของไอ้ไนท์ ไม่รู้มันพูดกับผมหรือพึมพำกับตัวเอง

“เกี่ยวกับน้องมึงอ่ะเหรอ” ผมหยั่งเชิงถาม มันแค่นยิ้มหยันแต่ไม่พูดอะไร ยกขวดเหล้าขึ้นดื่มอึกๆ ผมขมวดคิ้ว มองลูกกระเดือกของมันที่ขยับขึ้นลงตามแรงกลืนพลันรู้สึกเหนียวคออย่างไม่รู้สาเหตุ

“เฮ้ยมึงจะมอมตัวเองหรือไงวะ” ผมฉวยขวดเหล้าที่พร่องไปกว่าครึ่งออกห่างไอ้ไนท์ มันมองหน้าผมด้วยสายตาคมกริบ พลางเช็ดเหล้าที่หกเลอะปากอย่างไม่เหลือมาดเจ้าของร้านเหล้า ผมมองท่าทางหลุดการควบคุมของไอ้ไนท์รู้สึกราวกับถูกดึงดูดยากจะถอนสายตา ลมหายใจผมขาดห้วน รีบกะพริบตาเรียกสติตัวเองทันทีที่รู้สึกตัว

เหล้ากูก็ไม่ได้แตะ… แต่รู้สึกเหมือนโดนมอมยังไงไม่รู้

“เอาเหล้ากูคืนมา” ไอ้ไนท์จ้องผมเขม็ง ดื่มเหล้าเพรียวๆ ไปเกือบครึ่งขวดแต่สีหน้ายังสงบนิ่งเหมือนเดิม จะมีก็แต่แววตาที่ฉ่ำวาวกับผิวแก้มที่ซับสีชมพูระเรื่อบางเบา

“มึงเมาแล้ว” ผมบอก

“หึ รู้ได้ยังไงว่ากูเมา”

“แววตามึงฟ้อง”

ไอ้ไนท์หรี่ตามองผมด้วยรอยยิ้มที่คาดการณ์ไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “มึงนี่ใจดีจัง”

“ใจดีเรื่องไร”

“พากูมาส่ง… แล้วยังนั่งเป็นเพื่อนอีก ไล่ก็ไม่ยอมไป นึกว่ามึงจะเกลียดจนไม่อยากเห็นหน้ากูแล้วซะอีก”

“ตอนนี้ก็ยังไม่หายเกลียด” ผมพูด เทเหล้าใส่แก้วแก้ขัด สายตาที่มองมาของไอ้ไนท์ทำผมร้อนรนนั่งนิ่งเฉยๆ ไม่ได้

“แล้วมึงไปทำอะไรแถวนั้น เที่ยวกับเพื่อน?”

จู่ๆ แม่งก็เปลี่ยนเรื่องเฉย ไอ้ที่พูดไปก่อนหน้านี้ยังไม่ทันเคลียร์ก็ต้องตอบคำถามมันใหม่อีกรอบ

“เปล่า กูไปส่งแฟน” ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ความขมซ่านผสานกับรสหวานอ่อนๆ คละคลุ้งแผดเผาอยู่ในปาก ผมกลืนเหล้าทั้งหมดลงคอด้วยใบหน้าที่ฝืดฝืนโดยมีสายตาคมกริบของไอ้ไนท์จับจ้องอยู่ตลอดเวลา

แรงฉิบ... ไอ้เหี้ยไนท์กินไปได้ยังไงวะตั้งครึ่งขวดแถมแม่งยังเก๊กหน้านิ่งไหว ต้องคอทองแดงเบอร์ไหนกันวะ

“หืม” ไอ้ไนท์มองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

“ช่างเรื่องกูเถอะ ว่าแต่มึงไปไงมาไงถึงอยู่กับไอ้บาร์เทนเดอร์นั่น รู้จักกัน?”

แล้วนี่กูจะอยากรู้เรื่องของมันทำไมวะ ถามไปแล้วถึงนึกได้ว่าไม่น่าถาม หันไปหยิบขวดเบียร์ที่ยังเหลือมากกว่าครึ่งขึ้นกรอกปาก คลายอาการกระวนกระวายที่เกิดขึ้นมากะทันหัน

“อยากรู้จริงเหรอ”

“ก็ไม่... ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้อง”

“ที่จริงก็ไม่ใช่ความลับอะไร ก็แค่กูเหงาเลยโทรหามันตามเบอร์ในนามบัตรที่มันทิ้งไว้ให้... มองด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง”

ไอ้ไนท์ยืดหลังตรง มันหยุดเล่าแล้วจ้องผมด้วยสายตาเป็นคำถามแทน

“แค่เหงาเนี่ยนะ พวกมึงนี่จะใครก็ได้สินะ” ผมสบถลมหายใจอย่างรังเกียจ นึกถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มันยัดเหยียดให้ผมในตอนนั้นแล้วอารมณ์ก็ขุ่นมัวขึ้นมาทันที

สำหรับผมแล้วการมีอะไรกับผู้ชายด้วยกันมันคือการสูญสิ้นศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง เป็นรอยด่างพร้อยในใจ อยากลบยังไงก็ลบไม่ออก พอเห็นไอ้ไนท์ทำหน้าระรื่นไม่รู้สึกรู้สาที่ล่อลวงผม ความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจ

“ไม่ใช่... อย่างน้อยกูก็เลือกคน” มันพูดหลังจากสังเกตท่าทีของผม

“เหอะ” ผมแค่นเสียงหยันในลำคอ คิดถึงเรื่องบนเตียงแล้วก็ให้รู้สึกคันยุบยับที่ใจ อยากกระชากเสื้อมันเข้ามาต่อยให้หายแค้น

เงียบกันอยู่นาน หลังมันกระตุ้นอารมณ์ให้ผมคิดเรื่องน่าขยะแขยงจนใจหม่นหมอง กระทั่งเบียร์หมดกระป๋องไปตอนไหนยังไม่รู้ เสียงเป็นห่วงเป็นใยของไอ้ไนท์ก็ดังขึ้น

“เอิร์ธเป็นไงบ้างช่วงนี้”

คิ้วผมขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินมันเอ่ยถึงบุคคลที่สาม

“ก็ดี” ผมตอบอย่างไม่ยินดียินร้าย

“ได้ยินว่าเอิร์ธอยู่กับมึง”

“ใช่”

“มึงรู้เรื่องระหว่างเอิร์ธกับไอ้กันต์แล้วใช่ไหม”

“อืม”

“แล้วมึงโอเคเหรอ”

“โอเคอะไร” ผมชำเลืองมองไอ้ไนท์เหมือนจะเข้าใจที่มันพูดแต่ก็ไม่อยากด่วนสรุปเอาเองมันเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้ารินใส่แก้วแล้วยื่นมาตรงหน้าผมพลางพูด “มึงไม่ลำบากใจเหรอที่ให้เอิร์ธอยู่ด้วย”

“เอิร์ธเป็นเพื่อนกู” ผมฉวยแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นดื่มอย่างไม่ใส่ใจ

ไอ้ไนท์ก้มลงไปหยิบแก้วอีกใบขึ้นมา รินเหล้าให้ตัวเอง “มึงทำให้กูนึกถึงไอ้กันต์สมัยก่อน...”

“ทำไมวะ” ผมเลิกคิ้วสงสัย อยากรู้เหมือนกันว่ามันกับพี่กันต์เคยมีความหลังกันแบบไหน เท่าที่รู้มาพี่กันต์ไม่ใช่เกย์ตั้งแต่แรก พี่เขามีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อนแต่ไม่รู้ทำอิท่าไหนหวยถึงมาออกที่เพื่อนผม

“มันเป็นคนเดียวที่ยังเหมือนเดิม ขนาดครอบครัวกูยังรังเกียจเลย...” ไอ้ไนท์แสยะยิ้มสมเพชตัวเอง มันยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มไปอึกหนึ่ง ดวงตาพราวพริ้มหรี่ลงอย่างคนที่กำลังหวนรำลึกถึงความหลัง






TALK :: รู้นะว่าคิดอะไรอยู่ แต่จะเป็นอย่างที่คิดไหมต้องรอชมค่ะ คึคึ

อากาศร้อนมาก อยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไรก็เปิดพี่ไนท์อ่านกันเตอะ อ่านวันละหลายๆ รอบก็ไม่เป็นไร ฮ่าๆ

ปล.ยังไม่ได้แก้คำผิดน๊าา เจอหลุดบ้างโปรดเข้าใจด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น