อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Episode 24 ] : แมวขโมยแคทเธอรีน 100%

ชื่อตอน : [ Episode 24 ] : แมวขโมยแคทเธอรีน 100%

คำค้น : the mission sniper 24

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 672

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 24 ] : แมวขโมยแคทเธอรีน 100%
แบบอักษร

บทที่ 24

แมวขโมยแคทเธอรีน


อีธานประคองเจ้าของร่างที่ไม่ได้สติเดินออกมาด้านนอก เขาพ่นลมหายใจออกมาเมื่อคนในอ้อมแขนไม่ยอมอยู่เฉย ทำตัวโงนเงนไปมาบ้างล่ะ หันมายิ้มยิงฟันให้เขาบ้างล่ะ

ในขณะที่กำลังประคอง จู่ๆคนถูกหามก็พลันรู้สึกมีสิ่งหนึ่งมากระจุกอยู่ในลำคอ ลีโอจึงใช้แขนดันเขาออกก่อนจะหันไปนั่งโก่งตัวอาเจียนอย่างห้ามไม่อยู่ เห็นดังนั้นจึงตามไปลูบหลังปล่อยให้อีกฝ่ายอาเจียนสิ่งที่กินเข้าไปออกมาทั้งหมด

หลังจากลีโอปล่อยสิ่งปฏิกูลสร้างความลำบากให้พนักงานจนพอใจแล้ว อีธานก็หามอีกฝ่ายเข้ามาในรถพร้อมสำรวจใบหน้าได้รูปของคนไม่ได้สติไปพลาง เขาเอื้อมมือแตะที่ริมฝีปากบวมช้ำอย่างแผ่วเบา กลับถึงที่พักเมื่อไหร่ ลูกสิงโตจอมซนคงต้องนอนซมอยู่บนเตียงอีกหลายวัน

(บอสครับ เราพบสิ่งผิดปกติแล้ว)

เสียงจากเครื่องมือสื่อสารไร้สายขนาดเล็กดังขึ้น ลูกน้องของเขาพบบางอย่างภายในงานเข้า "อืม" อีธานขานตอบ เขาค้อมตัวลงจุมพิตที่ขมับคนข้างๆก่อนจะเปิดประตูลงมาจากรถอีกรอบ จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้างานทันที

"ตรงไหน"

(ชั้นสองครับ)

ขาเรียวก้าวฉับๆไปยังชั้นสองตามที่อีกฝ่ายบอก เขาแหวกฝ่าฝูงชนออกมาได้ในพริบตาเดียว พอกวาดสายตาไปจนสุดทางเดินก็เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ

สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความกังวลของโนเอลประจักษ์แก่สายตา ดูก็รู้ว่ามีเรื่องยากจะรับมือ "เกิดอะไรขึ้น"

"แคทเธอรีน ยัยแมวขโมยนั่นมาที่นี่จริงๆ แต่ผมคลาดกับเธอ" คนฟังขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เป็นเขาเองที่สั่งให้โนเอลแฝงตัวมาเพื่อคอยดูสิ่งผิดปกติ

กะไว้แล้วเชียวว่ายัยนั่นต้องมา

อีธานตวัดสายตามองลงไปด้านล่าง ผู้คนหนาแน่นกำลังเต้นเบียดเสียดตามจังหวะเพลง แคทเธอรีนยังอยู่ที่นี่ "เธอเห็นนายรึเปล่า" โนเอลโคลงศีรษะไปมา

"ไม่ครับบอส"

"เราต้องลงไปด้านล่าง บนนี้เป็นจุดเด่นเกินไป" ว่าแล้วเจ้าตัวก็กลับลงไปที่ชั้นหนึ่งอีกรอบ ทว่าในขณะนั้นเองก็เกิดเสียงกัมปนาทดังขึ้นทั่วบริเวณก่อนโคมไฟด้านบนจะร่วงลงมาทับร่างของผู้เคราะห์ร้าย

คนในงานตื่นตระหนก มีบางส่วนที่วิ่งแตกกระเจิง อีกส่วนก็คว้าอาวุธที่พกมาถือป้องกันตัว เนื่องจากโคมไฟมีขนาดใหญ่และหล่นลงมาจากที่สูงทำให้เหยื่อของโกสต์ในครั้งนี้ตายในทันที อีธานย่างก้าวเข้าไปใกล้ศพของผู้เคราะห์ร้าย เหยื่อคราวนี้เป็นผู้หญิงสวมใส่เดรสรัดรูปสีแดง ในมือกำอะไรบางอย่างแน่นเสียจนเลือดไม่ขึ้นสี ข้อมือเรียวบางสวมใส่กำไรเพชรทอประกายระยิบระยับ

หรือว่าจะเป็น....

เจสสิก้า?

ร่างสูงค้อมตัวลงนั่งสำรวจอดีตคู่หมั้นของตนในสภาพศพผิดรูป กระดูกซี่โครงหักไปสามส่วน  เอวบางบิ่นเบี้ยวจนผิดสังเกต

นัยน์ตาสีอำพันเรียบเฉยไม่แสดงความเสียใจหรืออาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อย เขาหยิบเศษกระดาษเปื้อนเลือดที่เธอกำอยู่ออกมาก่อนจะเก็บมันใส่ในกระเป๋ากางเกง

"เกิดอะไรขึ้น" เจ้าของงานวันเกิดมีท่าทีร้อนรนแปลกๆ วิลเลี่ยมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเขา

พอเจ้าตัวเห็นศพก็หลุดอุทาน ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที "จัดการปิดปากเรื่องนี้ให้มิด ห้ามให้ตำรวจรู้เรื่องเด็ดขาด" ชายวัยกลางคนหันไปสั่งลูกน้องที่ตามมาด้วย

"บอสครับ..." อีธานยกมือขึ้นห้ามไม่ให้โนเอลพูด เขาเหลือบสายตามองตามวิลเลี่ยมที่เดินเข้าไปพูดเจรจากับคนที่เหลือ งานนี้คงต้องยัดใต้โต๊ะกันยกใหญ่

"อ่า...คุณแบรนโด" เมื่อเห็นว่าอีธานทำท่าจะเดินออกไป วิลเลี่ยมจึงเอ่ยปากเรียก เขาทำแค่หยุดเดินแต่ไม่ได้หันมามอง

"ต้องขอโทษด้วยนะครับ จัดงานฉลองทั้งทีแต่ดันมีอุบัติเหตุซะได้" อีธานเลิกคิ้วขึ้นกับคำพูดนั้นเล็กน้อย เขารู้จุดประสงค์ของวิลเลี่ยมดี เจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็นการจัดฉากฆ่าคนอย่างจงใจไม่ใช่อุบัติเหตุ ทว่าตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเสียเวลาเสวนากับคนอย่างวิลเลี่ยมต่อเลยพูดตัดบท

"ผมไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น" ประโยคนั่นทำให้วิลเลี่ยมยิ้มออกมา ในสายตาเขารอยยิ้มช่างดูบิดเบี้ยวเสียจนอยากจะอาเจียน

น่ารังเกียจ

"งั้นเดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ คุณแบรนโด" สิ้นคำพูดอีธานก็เดินออกมาเสียอย่างนั้น ไม่มีการกล่าวลาตามมารยาท

เขาโยนกุญแจรถให้โนเอล อีกฝ่ายรับมาถือไว้ สมองประมวลผลสักพักก่อนจะขานรับ อีธานย้ายคนไม่ได้สติมานั่งที่เบาะหลังกับตน ส่วนโนเอลทำหน้าที่ขับรถอย่างรู้งาน

พอเช้าวันรุ่งขึ้นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเมื่อคืนก็ได้ออกสื่อเป็นที่เรียบร้อย แต่ทว่าเนื้อข่าวกลับบิดเบือนความจริงจนไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย 'สลด ลูกสาวนักธุรกิจชื่อดังโดดตึกตาย ดับอนาจกลางงานเลี้ยง' หางคิ้วกระตุกขึ้นมาเมื่ออ่านเนื้อข่าวแล้วเจอคนอ้างชื่อตนอยู่ในนั้น 'เพราะน้อยใจอดีตคู่หมั้น จึงตัดสินใจทิ้งชีวิตตัวเอง...'

"ไร้สาระ" อีธานกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ เจ้าตัวแทบจะขว้างมือถือทิ้งเพราะความโกรธ

แรงขยับตัวของคนในอ้อมกอดทำให้ต้องหันมาสนใจ ลีโอขยุบขยิบแพขนตาเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมา ลูกสิงโตมีท่าทีงัวเงียยกมือป้องปากหาวหวอด เป็นเพราะเมื่อคืนเขาดื่มเยอะจนเมาไม่ได้สติ ตื่นมาก็เลยรู้สึกยังไม่สร่างดีเท่าไหร่

นัยน์ตาสีน้ำทะเลกระพริบปริบๆก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แถมยังรู้สึกเหนอะหนะตรงช่วงล่างอีก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดใบหน้าทำให้ต้องเงยขึ้นมอง เขากำลังนอนเปลือยอยู่ในวงแขนของอีธาน

"เมื่อคืน....เกิดอะไรขึ้น" ลีโอหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง กัดฟันข่มความเจ็บปวดยังช่วงล่างเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่

"อยากให้เล่าตั้งแต่เริ่ม?" น้ำเสียงและแววตาของอีธานดูไม่น่าไว้ใจ สมองประมวลผลคำพูดนั้นก็พลันหน้าแดงขึ้นมาทันที

เขาไม่ได้หมายถึงตอนที่โดน 'กอด' สักหน่อย!

ลีโอกระแอมไอทำท่าจริงจัง อีกฝ่ายจึงเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนเจอเขาที่เมาไม่ได้สติ พอเล่าจบหน้าของคาร์ลอส เอลสันก็ลอยเข้ามาในหัว สรุปคืออีธานตามดูเขามาตลอดตั้งแต่ขึ้นจากสระ นี่เขาทำเรื่องน่าอายขนาดนี้เลยหรอ...

"แล้วหลังจากที่คุณพาผมมาที่รถแล้วล่ะ?"

"โกสต์ลงมือหลังจากนายออกไป โนเอลเจอแคทเธอรีนในงาน แต่คลาดสายตากับยัยนั่นก่อน" เขาคิดตาม งานวันเกิดของวิลเลี่ยมเป็นสถานที่เปิด มันดูจงใจเกินไปรึเปล่านะ?

"แสดงว่าโกสต์ส่งแคทเธอรีนมาจัดการเหยื่อที่หมายหัวไว้ หลังจากจัดการกับเหยื่อแล้วยัยนั่นก็อาศัยช่วงชุลมุนหนีออกจากงาน ผมเข้าใจถูกใช่มั้ย" อีธานส่งเสียงครางต่ำในลำคอพร้อมพยักหน้ารับ

"แล้วอักษรตัวที่สอง..."

มาเฟียหนุ่มล้วงกระดาษขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงที่กองอยู่บนพื้นและส่งให้ลีโอดู เขารับมันมา ในขณะที่อ่านก็ขมวดคิ้วไปด้วย "ตัวแรกที่ผมได้คือ J ส่วนตัวที่สองคือ V โกสต์ต้องการจะสื่ออะไร"

"ถ้าเรายังได้ไม่ครบก็ถอดรหัสไม่ได้" ชายหนุ่มทอดถอนใจ ถ้าลองมานั่งเดาดูเล่นๆ ตัวอักษร J V แทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย เว้นเสียแต่เขาอาจจะมองข้ามบางอย่างไป

"อีธาน คุณพอจะจำรอยสักคนของโกสต์ได้มั้ย"

อีกฝ่ายขานตอบ แบรนโดไม่เพียงจำได้อย่างเดียวแต่กลับมีรูปสัญลักษณ์ของรอยสักนั่นด้วย "รอยพวกนี้จะอยู่เฉพาะตรงต้นแขน" เส้นตรงที่พันรอบต้นแขนไม่มีลวดลายอะไรมากเหมือนกับทำมาเพื่อไม่อยากให้มีคนสังเกตเห็น โกสต์อาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

"สงสัยผมคงต้องจับลูกน้องคุณเปิดแขนเสื้อดูทุกคนแล้วแหละ"

"กล้า?"

"อย่าท้านะครับ" ร่างสูงเค้นเสียงหัวเราะหึออกมาก่อนจะกดลีโอให้นอนราบกับเตียงอีกรอบ อีธานพลิกตัวขึ้นคร่อมพลางมองดูคนใต้อาณัติอย่างหยั่งเชิง

มือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายละเอียดที่มีรอยแผลเป็นบางส่วน มีทั้งรอยที่เขาเคยฝากฝังไว้และรอยที่ไม่ใช่ ในขณะที่เผลอลูบวนอยู่ที่แผล ลีโอก็คว้ามือข้างนั้นเอาไว้และก้มลงบรรจงจูบที่ตััวแหวนบนนิ้วนาง ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นบางๆ

"ผมชอบคุณนะ อีธาน"

คนฟังเลิกคิ้วขึ้นสูงกับคำหวาน เจ้าของชื่อไม่ทันได้ตั้งตัว

"ชอบทุกอย่างที่เป็นคุณ ชอบทุกอย่างในตัวคุณ" พอพูดจบก็เบนสายตาหนี เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ท่าทางเขินอายของลีโอเหมือนกับเด็กหนุ่มที่กำลังสารภาพรักคนที่แอบชอบ

เรนเดลไม่เคยบอกชอบใครตรงๆแบบนี้มาก่อน และยิ่งคนตรงหน้าเขาคืออีธาน แบรนโด เขายิ่งรู้สึกประหม่าเข้าไปใหญ่

"หลับตา"

"ครับ?"

อีธานไม่พูดซ้ำแต่กลับใช้มือปิดตาคนใต้ร่างเอาไว้ มาเฟียหนุ่มก้มลงประทับจูบที่สันกรามและจบลงที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ลีโอเผยอปากออกเป็นเชิงอนุญาติให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาได้ เห็นดังนั้นอีธานจึงขบเม้มริมฝีปากล่างของเขาด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้ามาไล่ต้อนตวัดพันเกี่ยวภายใน จากจูบที่อ่อนโยนก่อนหน้าค่อยกลายเป็นจูบที่ดูดดื่มและร้อนแรงราวกับเปลวไฟกำลังแผดเผาทุกสิ่งอย่าง

เสียงจูบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเวลานี้ไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น อีธานไม่ปล่อยให้เขาได้พักหายใจและเขาเองก็ไม่ยอมผละออกจากคนตรงหน้าเช่นกัน ริมฝีปากบดเบียดกันแนบแน่นยิ่งขึ้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็ผละออกไปก่อนแล้ว

ใบหน้าของลีโอแดงก่ำ ชายหนุ่มสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดไม่เลิก เขาเกือบได้ขาดอากาศตายเพราะจูบของอีธาน...

"รู้สึกยังไง" เสียงทุ่มดังขึ้นที่ข้างหู อีธานโน้มตัวลงมาพูดในขณะที่ยังปิดตาของเขาอยู่

"ระ รู้สึกดี" น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยเป็นเพราะยังไม่หายเหนื่อยจากจูบเมื่อครู่

อีกฝ่ายเอามือข้างที่ปิดตาออก ใบหน้าหล่อคมประจักษ์แก่สายตา นัยน์ตาสีอำพันทอประกายสื่อถึงความรู้สึกแปลกๆที่หาดูได้ยาก "อืม ฉันรู้สึกอย่างที่นายรู้สึก ลีโอ เรนเดล"


----- 50% -----


ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างเท่าห้องนั่งเล่นถูกประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ผนังห้องโทนสีเทาอ่อนมีแสงไฟสาดส่องฉายเป็นเงาดำมืดของชายวัยกลางคน เนื่องจากโอดินเปิดไว้เพียงแค่โคมไฟบนโต๊ะทำงานขนาดกว้างพอที่จะวางเอกสารทั้งหมด ขับให้บรรยากาศดูมืดสลัวและกดดันจนน่าอึดอัด ชายวัยกลางคนพลิกกล่องดูไปมา ความคิดตีกันจนยุ่งเหยิง เขาควรจะทำยังไงกับกล่องนี่ดี?

ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าออสติสซ่อนอะไรไว้ อีกใจก็กลัวว่าตนจะมีภัย

โอดินนั่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ หลังจากที่เคลียร์งานทุกอย่างเสร็จดี เขาก็มักจะมานั่งในห้องเงียบๆเพียงคนเดียว ขังตัวเองไว้กับความคิดตลอดสามวัน

จนแล้วจนรอดความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะทุกสิ่ง โอดินตัดสินใจไขกล่องความลับของออสติส มือสากเลื่อนหยิบจับสิ่งของภายในกล่องมาวางเรียงกันบนโต๊ะด้านหน้า รูปถ่ายเก่าคร่ำคร่าสองใบ ใบหน้าคร่าตาของคนในรูปถูกขีดฆ่าจนตัวฟิลม์หลุดลอกออกมา ส่วนของอีกสิ่งคือแผ่นกระดาษเก่าๆมีคราบสีน้ำตาลติดอยู่ประปราย เนื้อกระดาษกรอบบ่งบอกว่าผ่านระยะเวลามาอย่างยาวนาน ตัวอักษรบนกระดาษถูกเขียนด้วยภาษาที่เขาอ่านไม่ออก

"ภาษาเปอร์เซีย?" โอดินเลิกคิ้วขึ้นสูง ถึงแม้กระดาษและรูปถ่ายจะดูเก่า ทว่ามันกลับไม่ได้เก่าไปตามกาลเวลาที่ควรจะเป็น หากแต่มีคน 'จงใจ' ทำให้มันดูเก่าต่างหาก และน้ำหมึกที่ใช้เขียนอักษรนี่เป็นหมึกที่ใช้กันในปัจจุบัน

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ อีธาน แบรนโด กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคใหญ่ ยากที่จะก้าวผ่าน

ปลายนิ้วปัดเลื่อนหน้าจอหาเบอร์เป้าหมายก่อนจะกดส่งข้อความออกไปทันที ฝ่ายลีโอที่ได้รับข้อความมาจากบอสของตนก็ลอบยิ้ม ปากเอ่ยพูดกับชายหนุ่มข้างกายว่า "ปลาติดเบ็ด"

จากนั้นโอดินก็สั่งให้เขาพาอีธานมาที่องค์กรโดยเร็ว นี่บอสเขายอมถึงขั้นพา 'อดีตศัตรู' มาเหยียบถึงในองค์กร มีสายตาหลายคู่มองมาด้วยความไม่แน่ใจ ทว่าขอเพียงบอสเอ่ยปากก็ไม่มีใครกล้าทักท้วงอะไรแล้ว

ในขณะที่กำลังนั่งสนทนา จู่ๆก็มีเสียงเปิดประตูดังปังขึ้นด้านหลังพร้อมกับเสียงโวยวายที่คุ้นหู เขานั่งหันหลังให้ประตู คนที่มาใหม่เลยไม่ทันสังเกตดีว่ามี ลีโอ เรนเดล นั่งอยู่ด้วย

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันครับพ่อ!" โอเว่นถามด้วยสีหน้าถมึงทึง ลีโอชะงักกึกและทวนคำที่ได้ยินอย่างแผ่วเบา "พ่อ?...."

"ทำไมหมอนี่ถึงมานั่งตรงนี้ได้ แล้วทำไม....ลีโอ?!" ประโยคแรกเจ้าตัวพูดพร้อมชี้ไปทางอีธานที่ทำหน้าตาย อีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย ส่วนประโยคถัดมาโอเว่นหันมาทางเขา ถึงจะเห็นแค่ด้านหลังแต่ก็สามารถจำได้ทันทีว่าเป็นใครจึงส่งเสียงเรียกชื่อออกมาอย่างลืมตัว

เขาหันไปตามเสียงเรียกให้โอเว่นเห็นหน้าได้ชัดๆ ตอนนี้คงไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีกแล้วล่ะ...

โอเว่นเบิกตาโพลง ริมฝีปากบางอ้าพะงาบๆเหมือนกับจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้ คนพึ่งเข้ามาใหม่หันไปขอความช่วยเหลือจากโอดินผ่านทางสีหน้า "มาได้จังหวะพอดีเลย มานั่งก่อนสิ" ชายวัยกลางคนเพียงแค่เชื้อเชิญลูกชายตนให้มานั่ง

ชายหนุ่มร่างเล็กเดินเข้าไปหย่อนตัวปักหลักตรงโซฟาเดี่ยวข้างบิดาตน "นี่คือโอเว่น บรูช ลูกชายของฉัน คงไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวกันให้มาก พวกเธอคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว" โอดินว่าแล้วก็ไล่สายตามองลีโอกับโอเว่นสลับกันก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่

"เอาล่ะ เข้าเรื่องกันต่อเถอะ....เมื่อกี้ถึงไหนนะ"

"ปัญหาครั้งล่าสุดครับบอส"

"ขอบใจมากเรนเดล"

"......"

"ปัญหาระหว่างSCAกับเบลดก็มีมานาน ครั้งล่าสุดคงจะเป็นเรื่อง...." โอดินยังไม่ทันพูดจบดี อีธานก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน "คุณส่งคนมาระเบิดศูนย์วิจัยผม"

โอเว่นนั่งหน้าเจื่อน

อีธานนี่บ้าดีเดือดโดยแท้ จู่ๆก็โพล่งออกไปเสียอย่างนั้น ถ้าเขาเป็นโอดินคงจะเอาสันปืนฟาดปากสักทีสองทีให้หายหน้าเสีย บอสของเขายิ้มรับ "ใช่ครับคุณแบรนโด"

"ค่าเสียหายรวมๆกันมากกว่าห้าร้อยล้านดอลลาร์ คุณช่วยผมคราวนี้ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"

บอสครับ อีธานมันหัวหมอ!

"อืม ตกลงตามนั้น" โอเว่นส่งสายตามาทางเขาไปพลาง ลีโอได้แต่นั่งยิ้มเจื่อน ก่อนที่โอดินจะนำกล่องออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านหน้า นั่นทำให้ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่กล่อง

"ฉันเปิดดูของข้างในแล้ว จุดเชื่อมโยงมีหลายจุด" ว่าแล้วก็เลื่อนกล่องไปตรงหน้าอีธาน เจ้าตัวรับมาไขออกพบกระดาษเก่าๆถูกเขียนด้วยภาษาเปอร์เซียและรูปถ่ายที่ถูกขีดฆ่าใบหน้าของคนในภาพทิ้ง

ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะพูด "ออสติสทิ้งของพวกนี้ไว้ ไม่แน่ว่าก่อนเข้าคุกหมอนั่นอาจจะพยายามตามหาตัวโกสต์" ลีโอพยักหน้าเห็นด้วย เขาพูดเสริม "หลักฐานที่ออสติสมีคงจะเยอะกว่านี้ แต่ถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว"

"แล้วมันจะตามหาตัวโกสต์เพื่ออะไรล่ะ" โอเว่นที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นบ้าง คำถามชวนน่าสงสัยเข้าไปอีก

"ความอยากรู้ของคนไม่มีที่สิ้นสุดหรอกนะ" ราวกับจงใจ คำพูดมันเผลอบังเอิญทิ่มหน้าคนในวงสนทนาเข้า โอดินกระแอมไอขึ้นมา "คุณก็พูดตรงไปนะ" อีธานยักไหล่น้อยๆ ท่าทางไม่ใส่ใจเท่าที่ควร

ลีโอเสมองกระดาษเก่าๆตรงหน้าก่อนจะหยิบขึ้นดู "คงต้องจ้างล่ามมาแปล พอหมดประโยชน์ก็ฆ่าทิ้งซะ เราจะให้ข้อความในกระดาษรั่วไหลออกไปไม่ได้" เขาพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว

เขาล่ะไม่ชอบจริงๆ อะไรที่ใช้เสร็จแล้วต้องทิ้งน่ะ

"ไม่จำเป็น"

"หือ?"

"โนเอล หมอนี่เข้าใจภาษาเปอร์เซีย"

"อ่า....อีธาน ทำไมคุณไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ"

"ฉันต้องถามนายมากกว่าลีโอ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก" พอโดนย้อนกลับเขาก็แทบจะสำลักน้ำลาย

ให้ตาย! มันไม่ใช่ความผิดเขาสักหน่อย เป็นบอสต่างหากที่ไม่บอกไว้ล่วงหน้า!

แต่จะให้เถียงกลับไปก็คงไม่มีประโยชน์ เขาเลยเลือกที่จะนั่งสงบปากสงบคำ ถลึงตาใส่อีธานอย่างคาดโทษ อีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงส่งสายตามาเป็นนัย 'เดี๋ยวง้อ'

"ให้คนของคุณพาโนเอลมา" สิ้นคำของอีธาน โอดินก็เรียกลูกน้องมาพร้อมกับสั่งคำให้เสร็จสรรพ

"คุณจะไม่บอกโนเอลก่อนหรอ อีธาน" เจ้าของชื่อโคลงศีรษะ นัยน์ตาสีอำพันฉายแววนึกสนุกอยู่ครู่หนึ่ง "ไม่ ฉันอยากเห็นสีหน้ามันตอนมาถึง หรือว่านายไม่อยาก?" อีธานเลิกคิ้วถาม ลีโอพยักหน้ารับพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม งานนี้คนของSCAคงต้องเลือดตกยางออกกันไม่น้อยเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าโนเอลจะขัดขืนยังไงบ้าง

สมมติว่าจู่ๆมีคนแปลกหน้าจับคุณขึ้นรถแถมยังไม่บอกว่าจะไปไหน เป็นคุณจะทำยังไง? แน่นอนว่าต้องขัดขืนอยู่แล้ว

ระหว่างที่รอโนเอลมาถึง โอเว่นก็อดถามสิ่งที่ตนสงสัยไม่ได้ "ลีโอ ขอคุยด้วยหน่อยสิ" คนพูดลุกขึ้นยืนแล้วเดินเบี่ยงออกไปที่ระเบียง รับลมเย็นมาปะทะหน้า เขาลุกขึ้นเดินตามชายหนุ่มร่างเล็กออกไป

"เรื่องทั้งหมดมันยังไงกันแน่ลีโอ ฉันสับสนไปหมดแล้ว" โอเว่นหันมาสบตากับเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างชัดเจน

คนถูกถามถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มเล่าตั้งแต่เริ่ม "นายจำตอนที่บอสส่งฉันไปทำภารกิจที่เม็กซิโกได้รึเปล่า"

"อืม จำได้"

"เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นแหละ" เขาสูดหายใจเว้นวรรคประโยคไว้ครู่ก่อนจะพูดต่อ "ภารกิจในตอนนั้นฉันทำพลาด โดนจับได้ตอนส่งไฟล์ข้อมูล หลังจากนั้นสถานะของฉันก็คือเชลย แต่ไปๆมาๆหมอนั่นคิดอยากเล่นสนุก อีธานยื่นข้อเสนอมาให้และแน่นอนว่าฉันต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ เราตกลงลงเรือลำเดียวกัน ไม่นานอีธานก็รู้ตัวว่าถูกโกสต์หมายหัวแถมยังมีซีไอเอเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ถ้าเกิดอีธานโดนจับ เบลดก็จะไม่มีที่ยืน เหยื่อรายต่อไปก็คงเป็นSCA...." ลีโอเล่าโดยข้ามเรื่องบางส่วนที่ไม่สำคัญออกไป ยกตัวอย่างเช่นเชลยโดนลงโทษยังไง และอีธานเอาตัวเขาไปประมูลให้ตาแก่จิตวิปริตอย่างวิลเลี่ยม

"เอาล่ะ นายเลยยอมมาขอความช่วยเหลือจากพ่อ...ไม่สิ โอดินอย่างงั้นหรอ"

"อืม ตาฉันถามบ้าง"

"ว่ามาสิ" ราวกับรู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น โอเว่น บรูช ทำใจกับคำถามไว้แล้ว มันคงไม่พ้นเรื่องที่เจ้าตัวเป็นว่าที่บอสคนต่อไป

"ผมอยากเป็นมือซ้ายของคุณจัง ว่าที่บอส" น้ำเสียงที่เขาพูดไม่ได้จริงจังมาก เป็นเชิงหยอกล้อคนตรงหน้ามากกว่า

"หึ นั่นไม่ใช่คำถามนะเรนเดล" โอเว่นเลียนแบบท่าทางพ่อของตัวเอง ทำเอาคนมองกลั้นขำจนตัวสั่น โอเว่นยังไงก็คือโอเว่น ถึงจะเป็นว่าที่บอสคนต่อไป ยังไงซะหมอนี่ก็คือคู่หูของเขาอยู่ดี

"จะว่าไป..." อีกฝ่ายเว้นประโยคให้ได้ลุ้นระทึกเล่น เสียงที่พูดก็ถูกบีบให้เบาลงกลายเป็นว่าตอนนี้เขากับโอเว่นกระซิบกระซาบกันสองคน "นายกับอีธาน....เป็นอะไรกัน"

คนถูกถามไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มเจื่อนๆให้ โอเว่นหรี่ตาลงอย่างจับผิดเหมือนกับภรรยาจับได้ว่าสามีมีกิ๊ก เขาเลยพรูลมหายใจออกมา จากนั้นก็ยกมือยอมแพ้ "อีธานเป็น..."

"คนรัก" เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นที่ข้างใบหูพร้อมกับท่อนแขนแกร่งสวมกอดเอวเขาจากด้านหลัง คนโดนกอดชะงักงันเหงื่อแตกพลั่ก เขาเงยหน้าขึ้นสบกับคนด้านหลัง ใบหน้าหล่อคมคายฉายแววไม่พอใจออกมา สีหน้าโอเว่นตอนนี้ดูสับสนระคนตกใจ

อีธานทำเพียงลากตัวเขาเข้าไปด้านใน ปล่อยให้โอเว่นยืนงงอยู่ที่ระเบียงพร้อมกับพูดว่า "หมอนั่นมาถึงแล้ว"




#talk

กลับมาต่อแล้วนะคะ ช่วงนี้อาจจะอัพช้านิดนึงหมาติดเที่ยววว

อาทิตย์หน้ามาเจอกันใหม่ -..-


ความคิดเห็น