จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ในวังแห่งแคว้นมิลินทระ

ชื่อตอน : ในวังแห่งแคว้นมิลินทระ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 00:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในวังแห่งแคว้นมิลินทระ
แบบอักษร

image

งานเดียวที่เห็นริต้า(แพท ชยานิต)กับอจินไตย(คิตตี้ ชิชา)..อยู่ด้วยกันก็คือ..ซีรี่ส์เรื่องเสียดายนี่แหละค่ะ

.........

ในที่สุด..จินดาพิสุทธิ์และอจินไตยก็มาถึงวังมิลินทระ...

แคว้นมิลินทระเป็นแคว้นของผู้มีปัญญา..แม้กระทั่งลวดลายศิลปะความงามของวัง..ก็เป็นสิ่งที่ต้องขบคิดตามวิสัยปราชญ์..จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยอดตะลึงตะลานกับภาพวาด..และประติมากรรมต่าง ๆ ที่ประดับไว้เป็นระยะไม่ได้..

เจ้าหญิงมุกดาราไม่เห็นเป็นเรื่องประหลาดเพราะคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมแต่เล็กน้อย..แต่ก็อดพูดกับอาคันตุกะทั้งสองไม่ได้..

“..หากข้ามีวาสนา..คงได้ไปเยี่ยมเยียนพวกท่านที่วังจันทราบ้าง..ปราสาทราชวังของที่นั่น..คงงดงามดุจเดียวกับที่นี่..ฟังว่าแคว้นท่านเพิ่งเปิดให้เพศชายเข้าไปร่วมงาน..ก่อนหน้านั้น..กระทั่งช่างก่อสร้างคนงานทั้งหลายก็ล้วนแต่เป็นหญิง..ฝีมือก่อสร้างวังจันทราจากฝีมือสตรีล้วนเป็นเช่นไร..ข้าใคร่ยินยลนัก..”

จินดาพิสุทธิ์พูดอย่างจริงใจ..

“..ข้าก็ไม่เห็นว่าจะประหลาดกว่าปราสาทราชวังอื่นตรงไหน..น่าหัวเราะนักที่ข้าเองก็เพิ่งทราบว่า..ปราสาทราชวังตำหนักที่อยู่..ทั้งหมดเป็นฝีมือของช่างที่เป็นสตรีทั้งสิ้น..”

“..แคว้นท่านประหลาดนัก..กระทั่งทหารก็ยังเป็นหญิงทั้งสิ้น..แต่ก็เข้มแข็งกว่าบุรุษทั้งหลาย..นักปราชญ์ราชบัณฑิตของเราต่างก็กล่าวว่า..ที่แคว้นท่านมีความเข้มแข็งทางทหารทั้งที่เดิมทีมีแต่ทหารหญิง.อาจเป็นเพราะพวกท่านมีตัวยาพิสดารที่ทำให้สตรีมีความเข้มแข็งเช่นเดียวกับบุรุษ..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะเบา ๆ ..ไม่ตอบคำ..

มุกดาราผายมือ..

“..ในห้องนั้นเป็นห้องรับรอง..บิดาข้ากับท่านเจ้าแคว้นคงรอพวกท่านอยู่..เชิญเถิด..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมา..

“.องค์หญิงมุกดารา..ข้านึกว่าท่านเป็นบุตรีของเจ้าแคว้นเสียอีก..”

“..ท่านเจ้าแคว้นองค์มิลินทร์อุระเป็นลุงของข้า..นี่ยังดีที่ข้าเป็นหลานของเจ้าแคว้น.หากเป็นธิดาเจ้าแคว้นจริง ๆ ..คงไม่มีโอกาสได้ฝึกปรือฝีมือต่อสู้เป็นแน่..แคว้นข้ามีกฎเกณฑ์ที่ดูคร่ำครึ..บุตรีเจ้าแคว้นจำเป็นต้องเก็บเนื้อเก็บตัว..รักนวลสงวนตัว..เป็นสตรีอย่างแท้จริง..ข้ายังอดสงสารญาติข้าผู้เป็นธิดาเจ้าแคว้นไม่ได้..นางใคร่จะกระโดดโลดเต้นเช่นเดียวกับข้ามาตลอด..แต่ก็จนใจ..น่าเสียดายนัก..”

ยิ้มพลางชำเลืองมองหญิงที่ตนเองยึดถือเป็นแบบอย่างและหลงรักหลงบูชาราวกับจะเป็นไอดอลในดวงใจ..รู้สึกปลาบปลื้มที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ให้ความสำคัญต่อนางเป็นพิเศษ..

“..หากจะต้องเป็นธิดาเจ้าแคว้นจริง..แคว้นจันทราท่านน่าเป็นมากกว่า..น่าเป็นอย่างมากมายนัก..”

อจินไตยรีบผลักสามีตรงไปที่ห้องรับรอง..ทิ้งให้เจ้าหญิงมุกดารายืนทอดสายตาส่ง..ไม่กล้ารุ่มร่ามเสียมารยาท..

ระหว่างนั้น..จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..คำพูดของมุกดาราทำให้ฉันนึกได้นะอจินไตย..กองนาคบาศและหน่วยเวตาลแคว้นเรามียาและว่านยาทำให้ทหารหญิงในสังกัดมีพลังเหนือคนธรรมดา..ไม่ทราบว่า..พวกเขามีตัวยาและว่านยาติดมาหรือเปล่า..เพราะอาจจะจำเป็นต่อผู้หญิงที่ไร้พลังอย่างฉัน..หากต้องสู้แบบที่เป็นผู้หญิงธรรมดา..คงต้องยอมแพ้ตั้งแต่แรกจริง ๆ ..”

อจินไตยนิ่งนึก..ก่อนจะยิ้มกว้าง..

“..ใช่แล้ว..เธอต้องใช้ยาและว่านยาของกองนาคบาศและหน่วยเวตาลเพิ่มพลังของตัวเองจริง ๆ ..ไม่งั้น..ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะทำให้เธอชนะการประลองได้อย่างไร..”

“..เดี๋ยวปักษามีนาอาจจะเข้ามาหา..ฉันจะลองถามพวกนางดู..พวกนางอดีตเป็นทหารกองนาคบาศ..น่าจะช่วยได้..”จินดาพิสุทธิ์เริ่มมีความหวัง..

พูดจบก็ย่างกรายเข้าสู่ห้องรับรองของวังมิลินทระแล้ว..

ภายในห้องรับรอง..มีคนสามสี่คนคอยต้อนรับ..หนึ่งในนั้นเป็นชายกลางคนมีผมจอนขาว..แต่งกายท่าทางมีอำนาจ..มองปราดก็รู้จากบุคลิกว่า..เป็นเจ้าแคว้นมิลินทระนามมิลินทระอุระอย่างแน่นอน..

อีกหนึ่ง.แต่งกายดูมียศศักดิ์รองลงมา..น่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ทางใดทางหนึ่ง..

อีกสองคน..หนึ่งเป็นชายชราแววตาฉลาดลึกซึ้ง..ควรจะเป็นราชครูหรือมหาอำมาตย์แห่งแว่นแคว้น..อีกหนึ่งคือชายท่าทางเหี้ยมหาญ..มองปราดก็รู้ว่าเป็นแม่ทัพของแคว้นมิลินทระอย่างไม่ต้องสงสัย..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยย่อตัวคารวะตามธรรมเนียมแคว้น..ทุกคนในห้องเห็นสองเจ้าหญิงย่อตัวคารวะ..ก็โค้งรับอย่างมีธรรมเนียมเช่นกัน..

เจ้าแคว้นมิลินทระอดพูดไม่ได้..

“..พวกท่านรอนแรมมาหลายวัน..คงอ่อนเพลียไม่น้อยสินะ..”

จินดาพิสุทธิ์โต้ตอบอย่างชาญฉลาด..

“..เมื่อเห็นการต้อนรับและปราสาทราชวังที่งดงาม..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ..ท่านเจ้าแคว้น..”

เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะกังวาน..

“..วาจาท่านสมกับเป็นบุตรีแห่งแคว้นจันทราจริง ๆ ..องค์ราชินีโสมมวดีสบายดีไหม..หลานเรา..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นการเรียกขานอย่างสนิทสนมก็รู้สึกดี..

“..ท่านแม่โสมมวดีฝากความระลึกถึงมากับหลานด้วย..เพคะ..”

เจ้าแคว้นมิลินทระขมวดคิ้ว..

“..คำหลังหมายความว่าอย่าไงหรือหลานเรา..”

จินดาพิสุทธิ์อดอยากจะเขกหัวตัวเอง..ธรรมเนียมแคว้นทั้งห้าแห่งทวีปเบญจอังคะ..มีความแตกต่างจากธรรมเนียมโบราณของประเทศบ้านเกิดของนางอยู่ไม่น้อย..กระทั่งราชาศัพท์ก็ยังไม่มีมากมายเกินจำเป็น..จะใช้ราชาศัพท์แบบปรกติของบ้านเกิดก็จะกลายเป็นตลกไปอีก..เพราะทั้งแผ่นดินห้าธาตุนี้ไม่ได้ใช้เลย..

“..เป็นคำที่หลานใช้จนติดปาก..อย่าได้ถือสาเลยท่านลุง..”จินดาพิสุทธิ์พยายามแถจนสุดความสามารถ

เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะกังวาน..

“..แคว้นหลานมีโอกาสได้ชัย..คว้าสายรัดเอวได้ถึงสองเส้น..นับเป็นเกียรติที่ทางแคว้นมิลินทระก็ยินดีไปด้วย..ไม่ทราบว่า..หลานจะมาชิงสายรัดเอวเส้นที่สามอีกใช่หรือไม่..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มละไม..

“..ไม่กล้า..ไม่กล้า..”

ชายชราที่ดูจะเป็นราชครูประคองถ้วยเครื่องดื่ม..และยกมามอบให้..

“..ตามธรรมเนียมของแคว้นเรา..ทุกคนที่มาเข้าร่วมประลองต้องดื่มน้ำเกสรดอกบัวเย็นอันสดชื่น..ขอเชิญองค์หญิงดื่มด้วยเถิด..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..รับถ้วยเครื่องดื่ม..ไอเย็นทำให้ใคร่จะเปิดฝารับประทานเดี๋ยวนั้น..

แต่ก็รับมา.วางไว้ที่โต๊ะ..แต่ชายชราก็พูดว่า..

“..ตามธรรมเนียม..ต้องดื่มเมื่อถึงมือ..”

จินดาพิสุทธิ์จำใจต้องเปิดฝาเคลือบ..จิบน้ำเกสรดอกบัวเย็นตามคำสั่ง..รู้สึกหอมหวานเยือกเย็น..รสชาติดีอย่างบอกไม่ถูก..ไม่ช้าก็ดื่มจนหมดอย่างไม่รู้ตัว..

ชายชรายิ้มที่มุมปาก..

“..ประเสริฐนัก..แคว้นจันทราท่านขึ้นชื่อเรื่องยากระตุ้นความสามารถ..เพราะอดีต..ทุกคนในแคว้นที่รับบทบาทสำคัญเช่นทหาร..ก็เป็นสตรีทั้งสิ้น..การที่จะให้สตรีเข้มแข็งเท่าหรือมากกว่าบุรุษ..ก็ต้องใช้ยาเพิ่มศักยภาพ..แต่การประลองชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่ถือสาความยุติธรรม..จะให้ผู้ร่วมประลองใช้ยากระตุ้นความสามารถใด ๆ ไม่ได้เลย..จึงเป็นธรรมเนียมว่า..ก่อนประลองทุกคนต้องดื่มน้ำเกสรดอกบัวเย็น.ที่มีคุณสมบัติ..ทำให้ยากระตุ้นหรือเพิ่มพลังใด ๆ ไม่มีความหมาย..ต้องใช้ความสามารถล้วน ๆ ของตนเอง..”

จินดาพิสุทธิ์อ้าปากค้าง..อยากจะอาเจียรแต่ก็ทำไม่ได้..

อจินไตยอยากจะหัวเราะก็ไม่กล้าหัวเราะ..นึกสงสารก็นึกสงสารสามีตนเอง..

เจ้าแคว้นนามมิลินทระอุระหัวเราะ..

“..ท่านราชครูสูตระเพียงแค่ให้เกียรติ..มอบยาให้หลานเราด้วยตนเอง..แต่หลานมีชื่อเสียงกระเดื่องดัง..จากพลังที่เรียกว่าอากาศมนตรา..ไม่ได้เกี่ยวกับยากระตุ้นใด ๆ ..ถือเป็นการฝึกฝนด้วยตนเองอยู่แล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มแหย..ไม่อาจจะตอบว่ากระไรได้..

เจ้าแคว้นผายมือมายังชายกลางคนข้าง ๆ ..

“..นี่น้องชายเราเจ้ามุกมังกร..บุตรีของเขา..หลานของเราได้ไปรับท่าน..จะบอกว่า..นางดีใจจนเนื้อเต้นที่เรามอบหมายงานนี้ให้..”

เจ้ามุกมังกรหัวเราะ..

“..นางฝึกวิชาต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย..หวังว่าจะคบหากับท่านเป็นสหาย..ท่องแผ่นดินร่วมกัน..ใจจริง..หากท่านยังไม่มีภรรยา..ข้าก็อยากจะดองกับองค์ราชินีโสมมวดี..มอบบุตรสาวให้ท่าน..”

นี่นับว่าประหลาดที่แคว้นอื่นนอกจากแคว้นจันทรา..กล้าแสดงออกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันเช่นนี้..

อจินไตยรู้สึกคันปากจนอดพูดไม่ได้..

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ไม่ใช่คนมากรักเยี่ยงนั้น..”

เจ้ามุกมังกรหัวเราะ..

“..องค์หญิงอจินไตยอย่าเพิ่งมีโทสะ..ข้าทราบเรื่องนั้นดี..และยกย่องสามีท่านในเรื่องนี้ด้วย..สำหรับเรื่องของมุกดารา..ถือว่านางสมหวังที่ได้พบเจอใกล้ชิดคนที่นางชื่นชม..ข้าก็พลอยมีความสุข..แต่ก็คงไม่สนับสนุนให้นางช่วงชิงความรักมาจากท่านหรอก..เจ้าหญิงอจินไตยท่านวางใจได้..”

จินดาพิสุทธิ์เอ่ยเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ขึ้นว่า..

“..ข้ารู้สึกกับมุกดาราเป็นเช่นน้องสาวคนสนิท..นางเป็นคนดีและน่ารักไม่น้อย..หากจะคบหาเป็นสหายเพื่อท่องทั่วแผ่นดินร่วมกัน..ไหนเลยข้าจะกล้าปฏิเสธ..”

เจ้ามุกมังกรตาเบิกกว้าง..

“..นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก..”

บรรยากาศเริ่มดีขึ้น..พูดคุยกันอย่างออกรสชาติ..

เจ้าแคว้นมิลินทระพูดขึ้นว่า..

“..ก่อนที่ข้าจะให้หลานเราไปพักผ่อน..ต้องขออภัยที่ให้หลานต้องฟังกติกาการประลองจากท่านแม่ทัพสุทธาจักรของแคว้นเราซึ่งเป็นผู้จัดการประลองชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่ในวันนี้เสียก่อน..”

ที่แท้บุคคลที่ดูเหี้ยมหาญคนนี้..คือแม่ทัพแห่งแคว้นมิลินทระจริง ๆ ..แต่ไม่เพียงเป็นแม่ทัพ..ยังเป็นผู้จัดการประลองอีกด้วย..

จินดาพิสุทธิ์เป็นถึงผู้ร่วมประลองระดับเจ้าแคว้น..ผู้จัดการประลองจะมาบอกกล่าวถึงกติกาเองเป็นการส่วนตัว..ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูงทีเดียว..

หากเจ้าแคว้นอื่น ๆ ส่งใครมาเป็นตัวแทนหรือมาเองตามสาส์นเชิญ..ทางมิลินทระก็คงต้องทำการต้อนรับเฉกเช่นกับที่ตัวแทนแห่งแคว้นจันทราเช่นกัน..

แม่ทัพสุทธาจักรกระแอมเบา ๆ ..

“..สำหรับกฎกติกาในการประลอง..ก็จะยึดกฎเช่นเดียวกับการประลองโดยทั่วไป..ให้ใช้มือเปล่า..ห้ามใช้อาวุธในการประลอง..แบ่งการประลองเป็นยก..แต่ละยกให้เวลาสองปราณ..ต่อสู้จนกว่าจะยอมแพ้หรือตกเวทีหรือทำร้ายให้อีกฝ่ายหมดทางสู้..หากไม่ปรากฏผลก็สู้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้ผล..คัดเลือกไปเรื่อย ๆ จนถึงผู้ชนะคนสุดท้าย..จะได้รับสายรัดเอวสีเขียวของวาโยธาตุมาสวมใส่จากมือของท่านเจ้าแคว้น..หากสายรัดเอวไม่ปฏิเสธ..ก็สามารถครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ได้.นี่เป็นกติกาเดิมของเรา..เพียงแต่ปีนี้..ทางปราชญ์ราชครูของแคว้นมิลินทระ..ได้ตรวจสอบทางจิตจนแน่ชัดว่า..สายรัดเอวแห่งหลักธรณีสาบสูญไปอย่างแท้จริง..ทั้งเจ้าของเดิมก็คือเจ้าหญิงกัษษากรก็พลีชีพบูชารัก..จึงจัดสร้างสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สอง..ให้ช่วงชิงกันด้วย..การแข่งขันจะเหมือนกับการแย่งชิงสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..เพียงแต่ผู้ใดจะช่วงชิงสายรัดเอวเส้นใด..ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนแต่แรก..จะไม่ให้คนหนึ่งประลองช่วงชิงทั้งสองเส้นโดยเด็ดขาด..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้ารับทราบ..

แม่ทัพสุทธาจักรพูดอีกว่า..

“..ท่านก็ควรจะระบุเสียแต่ตอนนี้..ว่าจะแย่งชิงสายรัดเอวเส้นใด..”

จินดาพิสุทธิ์เหวอเล็ก ๆ ..หันไปสบตากับอจินไตย..ทำนองว่าเอาไงดี..

จะระบุทั้งที่ไม่ทราบว่า..เทวีแวมไพร์จะลงช่วงชิงหรือไม่..หรือช่วงชิงสายรัดเอวเส้นใดนี่น่ะรึ..

อจินไตยกลับพูดว่า..

“..ท่านแม่ทัพ..สามีข้ามองหน้าข้าเช่นนี้..แปลว่าให้ข้าตัดสินใจ..ก็ขอบอกท่านว่า..สามีข้าจินดาพิสุทธิ์จะลงประลองช่วงชิงสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..ท่านโปรดบันทึกไว้เป็นมั่นเหมาะด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์คาดว่าอจินไตยที่เฉลียวฉลาดยิ่งไปกว่าตน..น่าจะมีเหตุผลอันใดอยู่..เลยนิ่งเงียบไม่ตอบคำ..ถือเป็นการยอมรับ..

แม่ทัพสุทธาจักรบันทึกไว้และพูดว่า..

“..อีกประการหนึ่ง..ท่านต้องเข้าใจ..เวลานี้..ภายในแคว้นมิลินทระ..ล้วนแต่มีคนหลากหลายหลั่งไหลมาเพื่อชมการประลอง..สายของเรารายงานเรื่องราวไม่สู้ดีให้ฟัง..ก็น่าเป็นห่วงนัก..ต้องขอร้องให้ท่านอยู่ในที่พักที่ทางวังมิลินทระจัดให้อย่าออกไปไหนจนครบห้าวัน..”

จินดาพิสุทธิ์อดถามไม่ได้..

“..ทำไมต้องห้าวัน..”

“..ที่จริงการประลองจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้..แต่ผู้แข่งขันระดับเจ้าแคว้นจะได้รับสิทธิ์เหนือผู้แข่งขันที่เป็นบุคคลทั่วไป..ที่คัดเลือกจนเหลือสี่คน..ค่อยมาประลองกับคนของเจ้าแคว้นทั้งสี่..ในวันที่ห้า..”

อจินไตยอดถามไม่ได้..

“..แต่สายรัดเอวมีสองเส้นไม่ใช่หรือ..”

แม่ทัพสุทธาจักรหัวเราะ..

“..ในสาส์นเชิญ..ดูเหมือนเราจะระบุว่า..ให้ผู้แข่งขันระดับเจ้าแคว้นสามารถส่งผู้ประลองได้สองคน..ชิงสายรัดเอวคนละเส้นนะ..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

เรื่องพวกนี้..นายแม่กับท่านแม่สมควรจะทราบ..แต่ส่งจินดาพิสุทธิ์มาคนเดียว..เพื่อจะได้หาวิธีหลบหลีกการต่อสู้กับเทวีแวมไพร์นั่นเอง..จึงสละสิทธิ์ผู้ประลองอีกคนหนึ่งไปเสีย..

แต่พวกท่านทั้งสองอาจจะยังไม่ทราบว่า..แท้ที่จริง..จะวางแผนหลบเลี่ยงก็ทำได้ยากยิ่งเพราะกฎกติกาที่กำหนดไว้..ต้องระบุแต่เนิ่น ๆ ..และอจินไตยระบุแล้วว่าจะให้จินดาพิสุทธิ์ชิงสายรัดเอวเส้นใด..

ขณะที่กำลังอิหลักอิเหลื่อกันอยู่..ร่างของคน ๆ หนึ่งก็ก้าวเข้ามา..ย่อตัวคารวะ..

เจ้ามุกมังกรอดตำหนิไม่ได้..

“..เจ้าจะเข้ามาทำไม..มุกดารา..ดูไร้ธรรมเนียมนัก..”

เจ้าหญิงมุกดาราหันมาทางจินดาพิสุทธิ์..

“..องค์หญิง..หากท่านไม่ได้ส่งใครอีกคนเพื่อประลองช่วงชิงสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สอง..กรุณาส่งข้าในนามของแคว้นจันทราทดแทนได้หรือไม่..”

ที่แท้นางแม้จะไม่ได้เข้ามา..แต่ก็แอบฟัง..ไม่ได้ไปไหนไกล..

เจ้ามุกมังกรมีสีหน้าขุ่นเคือง..

“..มุกดารา..เจ้าจะทำอะไร..ทำข้าเสียหน้าแล้วนะ..เจ้าเป็นคนของมิลินทระ..ไหนเลยจะร่วมแข่งขันได้..”

แม่ทัพสุทธาจักรยกมือขึ้น..

“..ท่านมุกมังกรโปรดใจคอเยือกเย็น..ข้าขอทบทวนกฎของการประลองให้องค์หญิงฟังสักหน่อย..องค์หญิงมุกดารา..ตามธรรมเนียมแคว้น..การศึกเพื่อชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ได้ตรากฎไว้ชัดเจนว่า..ห้ามไม่ให้คนของแคว้นมิลินทระช่วงชิงสายรัดเอวแม้แต่คนเดียว..เพื่อความเป็นธรรมในการจัดประลองนี้..”

เจ้าหญิงมุกดาราคุกเข่า..

“..ความฝันของข้า..คือได้คบหากับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เป็นสหาย..ท่องไปทั่วหล้า..อยู่ใกล้ชิดนาง..หาได้อยากเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระไม่..ข้าทุ่มเทฝึกปรือการต่อสู้ก็เพื่อจะได้เคียงข้างนางปราบเหล่าอธรรมทั้งหลาย..เป็นภาพที่มีความสุขยิ่งนัก..หากองค์หญิงได้ประลองแย่งชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ข้าก็อยากจะร่วมช่วงชิงสายรัดเอวอีกเส้น..เคียงคู่กับนาง..ท่านพ่อ..ท่านลุงเจ้าแคว้น..โปรดเห็นแก่ความต้องการและความฝันของข้าด้วยเถิด..”

เจ้าแคว้นมิลินทระถอนหายใจ..

“..แต่เจ้าก็เป็นคนของแคว้นมิลินทระ...จะอย่างไรก็เป็นคนของแคว้นมิลินทระ..เป็นเจ้าหญิงแห่งตำหนักมุกมังกร..ความนี้จะทำอย่างไรได้..”

เจ้าหญิงมุกดาราหันมาทางจินดาพิสุทธิ์..ก่อนจะหันมากล่าวกับเจ้าแห่งแคว้นมิลินทระว่า..

“..ท่านลุง..ขอเพียงขับข้าออกจากแคว้น..และเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์รับข้าเป็นคนของแคว้นจันทรา..เท่านี้ก็เพียงพอกระมัง..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นสีหน้าของอจินไตยไม่สู้ดี..ก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าไม่รับมุกดาราเป็นคนของแคว้นแน่นอน..เพราะเกรงว่า..หากเอามาใกล้ชิด..จะยุ่งยากทำให้ครอบครัวแตกแยกเสียเปล่า..

ขณะจะเอ่ยอันใดออกมา..อจินไตยก็พูดขึ้นเสียก่อน..

“..หากเจ้าหญิงมุกดาราประสงค์เช่นนั้น..ข้าคงไม่ขัดข้อง..”

จินดาพิสุทธิ์สะดุ้ง..ทำไมอจินไตยถึงได้มีท่าทีเช่นนี้..

อจินไตยพูดอีกว่า..

“..ท่านไม่ยินยอมหรือ..จินดาพิสุทธิ์..หรือเดี๋ยวนี้ท่านไม่เห็นภรรยาท่านอยู่ในสายตาแล้ว..ไหนว่าหลังแต่งงาน..จะให้ข้าเป็นใหญ่มิใช่หรือ..”

จินดาพิสุทธิ์จำใจต้องโบกมือ..ส่วนหนึ่ง..นิสัยกลัวเมีย..ก็ไม่ทราบติดมาจากผู้ใดเช่นกัน..

“..อจินไตย..ท่านจะทำอะไร..ก็ทำได้ตามที่ท่านคิด..ข้ายินยอมท่านทุกอย่าง..”

อจินไตยหัวเราะ..เดินมาใกล้มุกดารา..พูดขึ้นว่า..

“..หากท่านจะเข้าร่วมแข่งขันในนามแคว้นจันทราเรา..ก็ทำได้เต็มที่..ข้ากับสามีอนุญาต..เพียงแต่ท่านต้องทำตามธรรมเนียมท่านให้เรียบร้อย..”

เจ้าหญิงมุกดารามีสีหน้ายินดี..

“..ท่านใจดีนัก..เจ้าหญิงอจินไตย..”

เจ้ามุกมังกรหน้าตาเขียวแล้วเขียวอีก..แต่เจ้าแคว้นมิลินทระจับมือไว้..ยิ้มก่อนจะพูดว่า..

“..หากเป็นเช่นนั้น..ข้าก็ยินดีทำตามความประสงค์ของเข้า..มุกดารา..แต่..ตามธรรมเนียม..เจ้าจะออกเพ่นพ่านเช่นเดียวกับชาวมิลินทระไม่ได้..ต้องอยู่ในที่ของชาวแคว้นจันทราที่แคว้นเราจัดให้เท่านั้น..”

“..ข้ายินดีจะปฏิบัติตาม..ท่านลุง..”

เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะ..

“..ถ้าอย่างนั้น..ท่านสุทธาจักร..ช่วยบันทึกไว้ด้วย..ว่ามุกดาราจะเข้าร่วมแข่งขัน..ในฐานะคนของแคว้นจันทรา..และหากใครสงสัยในกฎและไต่ถาม..ก็บอกผู้นั้นว่า..นางไม่ใช่คนของมิลินทระอีกต่อไปแล้ว..”

แม่ทัพสุทธาจักรพยักหน้า..เจ้าแคว้นมิลินทระพูดกับจินดาพิสุทธิ์ว่า..

“..หลานเรา..ไปพักผ่อนเถิด..เรื่องราวกฎเกณฑต่าง ๆ ในการประลอง..นับว่า..เจ้าทราบสิ้นกระบวนความแล้ว..”

สามเจ้าหญิงย่อตัวคารวะเจ้าแคว้น..ก่อนจะล่าถอยออกมา..

หลังจากที่เจ้าหญิงทั้งสามออกไปจากห้องชั่วระยะเวลาหนึ่ง..เจ้าแคว้นมิลินทระอดพูดกับน้องชายไม่ได้..

“..มุกมังกร..อย่างเพิ่งโกรธหลานข้า..เพราะข้าดูออกว่านางชมชอบเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

“..หากเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ไม่มีภรรยาข้าจะไม่ว่าอันใด..กลับจะยินดีเสียอีก..แต่นี่..”เจ้ามุกมังกรถอนหายใจ..

“..มุกดาราควรจะวางตัวได้ดีสมกับเป็นลูกท่าน..เรื่องนี้ข้ามั่นใจในตัวนาง…แต่สิ่งที่ข้าต้องการในเวลานี้.นั่นคืออยากให้มุกดาราจับตาดูจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยให้ใกล้ชิด..”

“..ท่านพี่เจ้าแคว้นหมายความว่ากระไร..”

แม่ทัพสุทธาจักรพูดขึ้นว่า..

“..หน่วยงานลับของเราสืบทราบว่า..มีคนเข้ามาในแคว้นมากมายผิดสังเกต..สมควรจะระวังไว้.เพราะส่วนหนึ่ง..ควรจะเป็นหน่วยงานลับของแต่ละแคว้น..ส่งคนแฝงตัวเข้ามาเป็นแน่..”

เจ้ามุกมังกรเหมือนจะไม่ทราบมาก่อน..

“..ท่านหมายความว่ากระไร..”

“..การประลองครั้งนี้..ดูช่างผิดสังเกตหลายประการ..หนึ่ง..ทำไมหน่วยงานลับของแต่ละแคว้น..ถึงส่งคนเข้ามามากมายปานนี้..สอง..ยังมีกลุ่มคนที่เห็นว่า..น่าจะเป็นพวกเดียวกัน..แต่ไม่ควรจะทำงานให้แคว้นไหนทั้งสิ้น..เข้ามาในแคว้นเราด้วย..ข้าให้คนตรวจสอบดูแล้ว..พบว่า..เป็นคนของสำนักฝีมือทั่วแผ่นดินส่งคนเข้ามา..แน่นอน..การประลองเพื่อแย่งชิงสายรัดเอวทั้งสองเส้น..ล้วนแต่เป็นที่สนใจของคนฝึกการต่อสู้ทั่วหล้า..แต่ยังคงมีความผิดสังเกตให้เราพบเห็นได้เช่นกัน..”

เจ้าแคว้นมิลินทระครางอือม์..

“..จะเกี่ยวกับการที่หญิงที่ชื่อพิรุณเลือดปรากฏกายอาละวาดทั่วแผ่นดินหรือไม่นะ..”

แม่ทัพสุทธาจักรพูดขึ้นว่า..

“..ทีมงานความมั่นคงของแคว้นวิเคราะห์สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา..ข้ารู้สึกว่า.นางอาจจะเกี่ยวข้องกับแคว้นจันทรา..อย่างไม่ต้องสงสัย..หากทุกอย่างเป็นแผนการรุกคืบเข้ากลืนแคว้นมิลินทระเรา..โดยไม่ผิดกฎข้อตกลงระหว่างแคว้น..เราก็ควรจะใช้องค์หญิงมุกดาราในฐานะที่สามารถแฝงตัวใกล้ชิดเพื่อหาความเป็นจริงได้..”

“..แต่..มุกดาราจะทำได้หรือ..นางเพียงเพ้อฝันคลั่งไคล้ถึงองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์เท่านั้น..”เจ้ามุกมังกรอดถอนหายใจไม่ได้..

“..ข้ามีวิธีเจรจากับนาง..แต่น้องข้าต้องอยู่ช่วยเหลือข้าด้วย..”เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะ “..ท่านสูตระ..ท่านมีความเห็นอย่างไร..”

“..เรื่องราวส่วนนี้..ท่านเจ้าแคว้นน่าจะมีแผนการอยู่แล้ว..”ราชครูสูตระพูด.. “..แต่ข้าสังเกตบางสิ่ง..ไม่ทราบว่า..ท่านเจ้าแคว้นจะสังเกตเห็นเหมือนข้าหรือไม่..”

“..อันใดหรือ..”

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ดูจะไม่เป็นดังเช่นที่ร่ำลือกัน..ข้าไม่เห็นแพรพรรณวิเศษที่ทุกผู้คนคร้ามเกรง..และเมื่อนางดื่มน้ำเกสรดอกบัวเย็น..เหมือนนางจะได้รสชาตอันหอมหวน..ซึ่งผิดไปจากที่ข้าคิด..ว่าผู้ที่ฝึกวิชาอากาศมนตรา..ย่อมจะไม่ได้รสชาตอันหอมหวนนี้เลย..”

“..หรือว่า..”

“..ข้ามีข้อสันนิษฐาน..นางอาจจะสูญเสียวิชาอากาศมนตราไปแล้วก็ได้..”

“..ถ้าอย่างนั้น..”

“..การสูญเสียวิชาอากาศมนตราย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก..ข้ามีความรู้สึกว่า..นางต้องเข้ามาที่แคว้นเรา..ร่วมงานประลอง..ด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียวิชาอากาศมนตราของนางเป็นแน่..”

คนทั้งสี่ในห้องต่างมองหน้ากันและกัน..

และเหมือนยังคาดการณ์ความนัยทั้งหลายไม่ได้เลย..

.........

องค์หญิงมุกดารานำพาจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยมาที่ห้องพักรับรองที่จัดให้เฉพาะสำหรับตัวแทนแห่งแคว้นจันทรา..แน่นอนว่าต้องจัดให้แยกส่วนจากห้องพักรับรองของแคว้นอื่น..

เมื่อถึงห้อง..จินดาพิสุทธิ์อดหันมาหาเจ้าหญิงที่คลั่งไคล้นางไม่ได้..

“..มุกดารา..ข้ากับภรรยาขอ..เอ่อ..ขอ..”

มุกดาราทำหน้าฝืน ๆ แต่ก็ยิ้มแย้ม..

“.ข้าเข้าใจ..ข้าจะอยู่ในบริเวณไม่ไกลจากที่นี่..เพราะเวลานี้..ข้าเป็นคนของแคว้นจันทราแล้ว..”

“..มีห้องพักให้ท่านอีกสักห้องหรือไม่..”

“.มี..มี..”มุกดารายิ้ม.. “..ไม่ต้องห่วงข้านะ..พักผ่อนให้เต็มที่..”

พลางหันมาทางอจินไตย..จับมือเจ้าของดวงตาที่มองราวกับงูนั้น..

“..ขอบคุณท่านมาก..เจ้าหญิงอจินไตย..ที่เอื้อเฟื้อข้า..”

อจินไตยไม่ได้ว่าอะไร..ได้แต่ยิ้ม..

ในที่สุด..มุกดาราก็ออกไปจากห้อง..

จินดาพิสุทธิ์ปิดประตูและลงกลอนแน่นหนา..หันไปมองอจินไตยอย่างไม่เข้าใจ..

“..ถ้ามีปัญหา..จะโทษฉันไม่ได้นะอจินไตย..เธอให้มุกดาราเข้ามาใกล้ชิดฉันเอง..”

“..โลกของเธอเรียกคนอย่างมุกดาราว่าแฟนคลับใช่ไหม..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..แหม..หากพาไปเที่ยวในโลกเก่าของฉันได้..จะพาไปเที่ยวให้หายอยากเลย..เธอรู้อะไรในโลกฉันเยอะจริงๆ..”

อจินไตยหัวเราะ..

“..เรื่องมุกดารา..ฉันอาจจะแบ่งปันพื้นที่ให้ได้บ้าง..อย่าวิตกไปเลยริต้า..ฉันมีแผนเกี่ยวกับนาง..”

“..อย่างน้อย.การที่ให้มุกดาราเข้าใกล้..ก็ไม่ใช่ความคิดของฉันแต่แรก..”เหมือนจินดาพิสุทธิ์จะพยายามทำให้ตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบ..ซึ่งอจินไตยก็รู้ดีว่าสามีของนางล้อเล่น..

อจินไตยแกล้งทำตาเขียว..

“..ฉันทำเพื่อบ้านเมือง..เพื่อแคว้นจันทรา..เธอกลับทำตัวเหมือนคนเจ้าชู้อยู่นั่น..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..แต่แล้วก็อดหนักใจไม่ได้..

“..แล้วจะทำยังไงดี..ดันกินน้ำเกสรดอกบัวเย็นอะไรนั่นไปแล้ว..จะใช้ยาเพิ่มกำลังแบบกองนาคบาศก็ไม่ได้เสียด้วยสิ..แบบนี้..คงไม่ต้องหวังชนะแล้วล่ะ..”

อจินไตยนิ่งคิด..

“..ฉันว่า..นายแม่กับท่านแม่ต้องรู้เรื่องนี้ดีนะ..แต่ทำไมยังส่งเธอมา..”

จินดาพิสุทธิ์อดคิดตามไม่ได้..

อจินไตยพูดว่า..

“..ริต้า..นายแม่เธอเป็นเจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดงมาก่อน..เก่งกาจด้านการต่อสู้..เป็นคนเดียวที่เทวีแวมไพร์เกรงกลัว..เพราะมีจิตแห่งเทวีสงคราม..เธอเป็นยังไง..ท่านก็ย่อมจะรู้ดี..เธอไม่เหมือนกับกัษษากรหรือคิตตี้ที่ฝึกวิชาการต่อสู้อย่างใดอย่างหนึ่งมาตลอด..เธอไม่เคยฝึกอะไรเลยนอกจากวิชาอากาศมนตราและรู้วิชาหมัดสูญญตาจากจิตเท่านั้น..”.อจินไตยสรุปออกมาจนจินดาพิสุทธิ์เองก็รู้สึกไม่พอใจตัวเองอยู่เช่นกัน..

ทำไมถึงส่งเธอมานะ..ริต้าคิดตาม..ก็ยังไม่เข้าใจ..

จินดาพิสุทธิ์เมื่อคิดไม่ออก..ก็ใช้กลวิธีเดิม..นั่นคือ..ช่างมัน..คิดไม่ออกก็คิดไม่ออก..พอตัดใจได้อย่างนั้น..ก็ไม่นำพาอะไรอีก..ก่อนจะยิ้มและใช้สายตาโลมเลียเรือนร่างของอจินไตย..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาเมินหน้า..

“..เธอยังมีหน้าจะมาหื่นฉันอีก..บอกตรง ๆ นะริต้า..บางครั้ง..การที่เธอตัดใจอะไรได้ง่าย ๆ มันก็ดีอยู่หรอก..แต่มากครั้งเข้า..ฉันกลับรู้สึกไม่ไหวเหมือนกัน..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่นำพา..เข้าใกล้อจินไตย..สะกิดแขน..

อจินไตยตวาดแว้ด..

“..ไม่เอานะ..”

“..อย่าอารมณ์ขึ้นลงแบบนี้สิ..มามะ..ผัวขอนะ.ขอเจิมห้องสักดอก..”

“..บ้า..เธอมันหื่นจนบ้าเลยริต้า..”

แต่ก็รู้สึกหวิว ๆ เหมือนกัน..เพราะการลูบที่ไหล่..ลำคอ..และหน้าท้องของจินดาพิสุทธิ์..เริ่มทำให้ “..ขึ้น..”อย่างไรก็ไม่รู้..โดยเฉพาะขนลุกเกรียวทั้งแขน..

กำลังเคลิบเคลิ้มและริต้าของเธอเข้าใกล้..จะจรดปากลงกับปากตน..ประตูก็มีเสียงเคาะเสียก่อน..

จินดาพิสุทธิ์สมกับเป็นจินดาพิสุทธิ์ที่แม้จะถูกขัดจังหวะจนเข้าได้เข้าเข็ม..ก็ไม่ถือเป็นเรื่องหงุดหงิด..แต่เป็นเรื่องของบุญวาสนามากกว่า..

อจินไตยยังจะหงุดหงิดมากกว่าอีก..

“..ผู้ใด..มีธุระอะไร..”เสียงจินดาพิสุทธิ์ร้องถาม..

“..องค์หญิง..พวกเราเอง..”

นั่นเป็นเสียงของนางกำนัลคนสนิท..ปักษา..ถ้าบอกว่าเรา..แปลว่านางต้องมากับคู่หู..คือมีนาโดยไม่ต้องสงสัย..

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..ทำตาเหมือนกับว่า..เดี๋ยวเสร็จงานก่อน..จะต่อให้อิ่มเลย..

อจินไตยค้อน..แต่ก็รู้สถานการณ์ดี..ไม่ว่าอะไร..

“..เข้ามาได้..”

สิ้นเสียงเชื้อเชิญขององค์หญิง..ประตูก็เปิดออก..ปักษามีนา..สองนางกำนัลคนสนิท..ต่างก็ยิ้มแย้มก้าวเข้ามา..

“..ข้าน้อยทั้งสองขออภัยที่ขัดจังหวะรักขององค์หญิง..”ปักษาพูดหยอกเย้า..จินดาพิสุทธ์ได้แต่หัวเราะ..

“..ท่านทั้งสองมาถึงมิลินทระจนได้..”

“..อาศัยที่เป็นนางกำนัลรับใช้ใกล้ชิด..ความข้อนี้..ทำให้เราสองมาหาองค์หญิงได้อย่างง่ายดาย..”มีนาพูด..

“..แล้ว..คนอื่น..”

“..ขณะนี้หน่วยเวตาลและกองนาคบาศ..แฝงตัวเข้ามาในแคว้นมิลินทระเจ็ดร้อยคน..พร้อมรับบัญชาทุกอย่างจากพวกเรา..”

“..ไม่ถือสาว่าทุกอย่างต้องมาจากข้า..พวกท่านสามารถดำเนินการสั่งการได้เต็มที่..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

“..ฟังว่า..”ปักษาอดพูดไม่ได้.. “..ท่านรับเจ้าหญิงมุกดาราร่วมกลุ่ม..เป็นอีกคนที่จะเข้าประลองใช่ไหม..เราสองคนประหลาดใจยิ่ง..”

“..ท่านแม่ส่งข้าร่วมประลองคนเดียว..ก็เพื่อจะสามารถหลบนางปีศาจพิรุณเลือดได้..แต่มิคาด..เราไม่มีทางทราบเลยว่านางปีศาจลงแข่งขันช่วงชิงสายรัดเอวเส้นใด..”

“..เราสืบทางลับ..ก็ยังไม่อาจทราบ..ดูท่า..การประลองในครั้งนี้..มีการจัดการที่รัดกุมจริง ๆ..”มีนารับคำ..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เราคิดจะถามพวกท่านที่เคยเป็นคนของกองนาคบาศ..ว่าใช้ยาหรือว่านอันใดที่สามารถกระตุ้นความสามารถให้มีกำลังเหนือคนธรรมดาได้..ท่านราชครูสูตระกลับให้กินน้ำเกสรดอกบัวเย็น..ล้างอำนาจยาเพิ่มความสามารถทุกอย่างได้เสียอีก..”

ปักษาถอนหายใจ..

“..ต่อให้องค์หญิงใช้ยาเพิ่มความสามารถ..ก็ไม่ควรจะใช้ได้ทันท่วงทีหรอก..ยาเพิ่มความสามารถ..แคว้นเราศึกษาพัฒนามาเป็นอย่างดี..เพราะไม่เช่นนั้น..ทหารหญิงคงปกป้องบ้านเมืองไม่ได้..และทัพของแคว้นเรา..ก็ได้ชื่อว่าเข้มแข็งเป็นอันดับที่ไม่เป็นรองใคร..แต่ยามันก็เป็นแค่ยา..ในที่สุดแล้ว..การฝึกปรือส่วนตัวให้เก่งกาจด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ..ย่อมสำคัญที่สุด..”

จินดาพิสุทธิ์อดถอนใจไม่ได้..

“..ปักษา..มีนา..ข้าไม่อาจจะใช้ร่างกายของคนธรรมดา..รับมือใครได้..เพราะข้าไม่เคยฝึกปรืออันใดมาก่อนเช่นเดียวกับเจ้าทั้งสอง..ที่ผ่านมา..เพราะข้ามีพลังของอากาศมนตรา..จึงเหนือล้ำกว่าทุกผู้คน..แต่บัดนี้..ข้าไม่มีแล้ว..เจ้าทั้งสองก็ทราบ..”

ปักษากับมีนาหัวเราะ..ปักษาพูดว่า..

“..ท่านแม่ทัพกับองค์ราชินีล้วนแต่ทราบเรื่องนี้ดี..จึงเร่งรัดให้ข้าน้อยทั้งสองมอบบางสิ่งให้ท่าน..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

ปักษาวางกล่องใบหนึ่ง.เป็นกล่องไม้ที่ไม่ทราบว่ามีอันใดอยู่..

พอเปิดกล่องออก..กลับเป็นเข็มเล่มเล็กยาว..หลายขนาด..และแบ่งเป็นชั้นได้หลายชั้น..

มีนาเปิดให้ดูในกล่อง..แยกให้เห็นแต่ละชั้น..ท้ายสุด..ก็มีกระดาษเขียนข้อความเจ็ดแปดหน้า..

มีนาพูดว่า..

“..ด้วยสิ่งนี้..ก็ไม่ต้องใช้ยากระตุ้นใด ๆ ..ท่านจะแข็งแรงขึ้น..ใช้ฝีมือได้เต็มที่มากขึ้น..แม้แต่น้ำเกสรดอกบัวเย็น..ก็ไม่อาจจะล้างอันใดได้..เพราะสิ่งที่ท่านใช้..ไม่ใช่ยาใด ๆ เลย..”

อจินไตยตาเบิกกว้าง..ราวกับเด็กเพิ่งได้ของเล่นใหม่..เหลือบดูกระดาษที่เขียนข้อความวิธีใช้งานเข็มทุกเล่ม..

“..หือ..นี่มันเป็นข้อความในตำราของราชาปีศาจเล่มทีสาม..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมา..

“..หรือว่า..นี่คือเทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพของมนุษย์..ที่ราชาแวมไพร์สิตาเขียนไว้..”

อจินไตยอ่านข้อความในกระดาษ..ที่เหมือนท่านแม่ทัพแมวหลวงจะเขียนไว้ให้..

“..ใช้เข็มกรุยจุดชีพจร..ทะลวงเปิดศักยภาพซ่อนเร้น..รวมกับความเข้าใจในวิชาหมัดสูญญตาอย่างลึกซึ้ง..สามารถฝึกปรือพัฒนาตนเป็นยอดฝีมือในสามวัน..ริต้า..เราแก้ปัญหาที่เธอเผชิญอยู่ได้แล้ว..ด้วยเทคโนโลยีของแวมไพร์ที่เรามี..นายแม่สมกับเป็นแม่ทัพแมวหลวงจริง ๆ ..”

อจินไตยทำสายตาลึกลับเจ้าเล่ห์..ไม่ได้นิ่งเป็นงูเหมือนเคย..

“.ริต้า..ฉันจะทำให้เธอเป็นยอดฝีมือในสามวัน..แต่ก่อนหน้านั้น..ต้องงดหื่นก่อนนะ..ฮ่าฮ่าฮ่า.ช่วยไม่ได้นิ..ถ้าหื่นล่ะก็..อาจจะทำไม่สำเร็จก็ได้..เข้าใจฉันนะ..ฮ่าฮ่าฮ่า..”

“..เรามีเวลาพักห้าวัน..อจินไตย..ขอเป็นสามวันหลังได้ไหม..หื่นเธอสักสองวันไม่ได้หรือ..”

“..ไม่ได้..เผื่อเกิดเหตุผิดพลาด..จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที..”อจินไตยตวาด..

เล่นเอาริต้าของเธอจ๋อยกลัวเมียไปในบัดดล...

.....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น