เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 8

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2562 23:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 8
แบบอักษร

 

8 

 

 

 

“นี่มึงซ้อมเป็นอัมพาตอยู่หรือไงห๊ะ ไอ้เพลิง ” พีคยืนกอดอกบ่นอยู่ข้างเตียงพร้อมก้มมองคนนอนดูทีวีอยู่ข้างๆ เพลิงหางตามองพีคแปปนึงก่อนจะกลับไปดูทีวีต่อ 

“มึงเอาเวลาบ่นกูรีบขับรถไปร้านเหอะ รำคาญ” เพลิงอดว่าออกมาไม่ได้ กว่าพีคจะขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็นแล้ว แถมเพลิงยังแอบเคืองพีคไม่หายที่ทำให้ตัวเองสภาพเป็นแบบนี้ 

“กูยังอยู่ให้มึงรำคาญอีกยาว ไม่ต้องรีบไล่ หึหึ แล้ววันนี้กูไม่ได้เข้าร้าน มีธุระ” พีคบอกเพลิง ก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าตังอีกฝั่งของเตียง เพลิงเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย 

“ธุระอะไรของมึง” เพลิงย่นคิ้วถาม 

“ธุระส่วนตัว ไม่ต้องเสือก” พีคตัดบทเพลิงอย่างไม่ใยดี ทำให้เพลิงหุบปากเงียบหน้าบึ้งตึงกลับไปดูทีวีต่อ พีคเหลือบมองเพลิงด้วยสายตาสนุก ไม่ได้คิดจะพูดอะไร แต่ทว่าสายตาดันไปปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง พีคยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินอ้อมเตียงกลับไปหาเพลิงอีกครั้ง แล้วหยิบบางอย่างขึ้นมา 

“อันนี้กูขอริบไว้ก่อนนะ อยากแดกอะไรตะโกนเรียกไอ้สองเอาเองแล้วกัน” พีคพูดพร้อมชูโทรศัพท์สีดำให้เพลิงดู ก่อนเก็บเข้ากระเป๋า เพลิงเบิกตากว้างตกใจรีบดันตัวเองลุกขึ้นไปแย่งทันที 

“เอาโทรศัพท์กูมา!” เพลิงรีบคว้าตัวพีค แต่พีคหลบถอยหลังทัน และเพราะรีบลุกแย่งโทรศัพท์ทำให้มือที่ยันขอบเตียงเอาไว้ลื่นหลุดจากขอบเตียง หน้าเพลิงทิ่มดิ่งลงพื้นจนหน้าเข้ากระแทกกับพื้นจังๆ 

 

ปัก 

 

“อ่อก!” 

พีคยื่นเหว๋อเมื่อเห็นภาพที่ไม่คาดคิด สภาพเพลิงนอนหน้าทิ่มพื้นอยู่ตรงหน้าโดยที่ส่วนขาอีกครึ่งพาดทิ้งไว้อยู่บนเตียง พีคยืนสำรวจอยู่แปปนึงก่อนจะหัวเราะขำออกมาลั่น เพลิงหน้าขึ้นสีโครตอายที่ดันพลาดท่าโชว์โง่ออกมา ก่อนจะรีบใช้แขนยันตัวเองกลับขึ้นเตียงและใช้เวลาอยู่ไม่นานกว่าจะขึ้นกลับมานั่งบนเตียงได้ 

“โครตโง่ ฮ่าๆๆ” พีคยังไม่หยุดขำ แต่ก็ลดโทนเสียงให้อยู่ในโหมดปกติ 

“มึงจะย้ำทำเหี้ยไร ออกไปเลยไป!” เพลิงหน้าบึ้งขึ้นสีหนักอย่างเห็นได้ชัด แล้วรีบไล่พีคให้ออกจากห้องด้วยความเคืองขุ่น เขาแทบจะหมุดผ้าห่มหนีอยู่แล้ว ยิ่งพีคหัวเราะลั่นสะใจด้วย เพลิงแทบอยากกัดลิ้นตาย พีคหรี่ตามองเพลิงด้วยสายตาตลก ก่อนจะชูโทรศัพท์ขึ้นมา 

“ไอ้นี่คงไม่เอาสินะ งั้นกูไปล่ะ” พีคยกยิ้มว่าออกมา เพลิงรีบหันควับเบิกตามองอย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้าไปเมื่อพีคเดินหันหลังออกไปนอกห้อง แต่ก็ยังไม่วายเอียงคอหันหน้ามามองเพลิงพร้อมชูโทรศัพท์ให้ดู เพลิงเตรียมด่าพีค แต่ถูกพีคปิดประตูอัดหน้าซะก่อน ซึ่งนั่นทำให้เพลิงแทบบ้า 

“ไอ้พีค! ไอ้เหี้ย! เอาโทรศัพท์กูมา!!” เพลิงตะโกนด่าพีคลั่น ซึ่งพีคก็ได้ยิน โดยเฉพาะประโยคหลังนั่นยิ่งทำให้พีคขำเข้าไปใหญ่ ใครจะไปคิดล่ะว่าถ้าแกล้งเอาโทรศัพท์มา เพลิงจะโวยวายหนักขนาดนี้ ที่พีคหยิบโทรศัพท์เพลิงมา เพราะรู้ว่าในวันนี้เพลิงต้องเปิดโทรศัพท์เล่นเกมแน่ และเพราะเมื่อวาน มันทำให้พีครู้ว่าเพลิงสามารถเล่นเกมได้เป็นชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหนเลย 

พีคเดินควงกุญแจรถลงมาข้างล่างอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสั่งลูกน้องบางส่วนให้อยู่ดูบ้านและเฝ้าเพลิงไว้และบอกสองไว้ด้วยว่าให้หาอะไรให้เพลิงกินตอนเขาไม่อยู่ เมื่อจัดแจงเรียบร้อยพีคก็ขึ้นรถขับรถออกไปทำธุระด้านนอก ที่จริงพีคไม่ได้มีธุระส่วนตัวอะไรมากจนบอกเพลิงไม่ได้หรอก เขาแค่อยากแกล้งเพลิงเท่านั้น เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพื่อนเขาโทรมาให้ไปหาที่บ้านเพราะรถเสีย พีคเลยยอมไปรับอย่างช่วยไม่ได้ ขับรถไปได้ไม่นานพีคก็โทรหาณดลที่ร้าน 

(ฮัลโหล) 

“ไอ้ดล วันนี้กูไม่เข้าร้านนะ ฝากมึงดูร้านหน่อย” พีคพูดบอกกับปลายสาย 

(อะไรวะ ทิ้งกูจะไปไหนของมึง) ปลายสายบ่นออกมาไม่จริงจัง เพราะรู้อยู่แล้วว่าพีคไม่ใช่คนเข้ามาดูร้านบ่อยขนาดนั้น 

“หึหึ ลองโทรถามไอ้กราฟดิ แล้วมึงจะได้คำตอบ ..เออ แค่นี้ก่อนนะมึง กูขึ้นทางด่วนและ” พีคพูดตัดบทเมื่อขับรถมาถึงทางด่วน 

(เออๆ) 

พีคกดตัดสายเพื่อนทิ้ง ก่อนจะขับผ่าน easy pass ขึ้นทางด่วนไป พีคใช้เวลาไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงหน้าบ้านของกราฟ พีคนั่งรอประตูเปิดแปปนึงก่อนจะขับรถเข้าไปจอดด้านใน พีคแอบคิดทุกครั้งเวลามาบ้านกราฟแต่ละที เขาแทบไม่ชินกับการเหยียบเข้ามาที่นี่เลย เพราะบ้านกราฟค่อนข้างใหญ่ ซึ่งบ้านพีคเทียบไม่ติด พีคก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านไปข้างใน มีคนใช้ที่จำพีคได้ก็กล่าวทักทาย พีคเองก็ทักทายกลับอย่างมีมารยาท ถึงบ้านกราฟจะใหญ่จนเดินหลงได้ แต่ก็มีไม่กี่ห้องเท่านั้นที่พีคพอจะจำได้ว่ากราฟชอบไปอยู่ อย่างห้องนั่งเล่น และก็ถูกด้วย เพราะเมื่อเดินเข้าไปพีคก็เห็นร่างของกราฟกำลังนั่งตบกับหมาอยู่ 

 

แง๊งงง! 

 

“ว้อยย! มึงจะกัดกูทำบ้าอะไรเนี่ย อยู่เฉยๆ!” 

พีคมองเพื่อนอย่างเหนื่อยใจอยู่ตรงประตู ในขณะที่กราฟกำลังพยายามจับหมาที่ขู่จะกัดกราฟหลายรอบ ซึ่งพอกราฟจับหน้ามันได้มันก็แว้งที่จะกัดจนสภาพเหมือนกราฟกำลังตบกับหมา พีคลอบถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อน 

“กูล่ะทึ่งกับมึงจริงๆ เลี้ยงไซบีเรียนยังไงให้มันแว้งกัดเจ้านายได้วะ” พีคยกยิ้มพูดแซว 

“มันไม่ใช่หมากู” กราฟบอกกับพีคในขณะยังไม่เลิกพยายามจับหมา 

“ก็ว่าอยู่ มาบ้านมึงหลายทีไม่เคยเห็น แล้วนั่นหมาใครล่ะ” พีคถามพร้อมมองไปยังเจ้าไซบีเรียน 

“หมาน้องกู มันเอามาฝากไว้ไม่กี่อาทิตย์ก่อน” คราวนี้กราฟเลิกพยายามจับหมา ดันตัวเองลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟา พีคเข้ามานั่งสมทบอยู่ไม่ไกล พลางขมวดคิ้วสงสัย 

“น้องชาย? มึงมีน้องชายด้วยหรอวะ กูนึกว่ามึงคนเล็กสุด” พีคถามเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องน้องชายกราฟมาก่อนตั้งแต่รู้จักกันมาหลายปี 

“ลูกเมียน้อยพ่อกูเองแหละ นิสัยไม่เป็นมิตรกับกูเท่าไร ไอ้นี้มันไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน นานน๊านนเลยกลับมาที กลับมาล่าสุดก็สองอาทิตย์ก่อน มันเอาหมามาทิ้งให้พี่กูเลี้ยง เห็นว่าติดงานไม่ค่อยว่าง” กราฟบอกกับพีค พีคเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ อาจเป็นเพราะพีคกับกราฟรู้จักกันตอนมหาลัย แถมยังเที่ยวข้างนอกบ่อยเลยไม่รู้ว่ากราฟมีน้องชายที่มาจากเมียน้อยพ่อ เพราะเขาเคยเห็นแค่กันต์ที่เป็นพี่ของกราฟ 

“แล้วธุระมึงคืออะไร ถึงได้เรียกกูมาซะเย็น” พีคถามกราฟต่อ 

“อ่อ ธุระกูไม่มีไรมากหรอก พอดีไอ้เต้าหู้มันหลุดไปข้างนอกแล้วโดนหมาจรแถวนั้นกัด แม่บ้านกูเห็นกับคนแถวนั้นเลยช่วยมันออกมา ตอนนี้ขาหน้ามันโดนกัดเป็นแผล แล้วรถกูก็เสียเลยพามันไปหาหมอไม่ได้ ทำได้แค่หยอดเบตาดีน” กราฟอธิบายธุระของตัวเอง 

“มึงเลยเรียกกูมา แค่นี้” พีคเลิกคิ้วถามเพื่อนให้แน่ชัด 

“ใช่ พามันไปหาหมอหน่อย เดี๋ยวกูออกค่าน้ำมันให้ อ่อ! กูฝากเลี้ยงมันด้วย มันไม่ค่อยเป็นมิตรกับกู กูเลี้ยงมันไม่ได้แน่ แถมพี่กันต์ก็ติดงานที่ต่างประเทศกว่าจะกลับ พ่อกูก็ไม่สนใจหมาด้วย อีกอย่างลูกน้องมึงเยอะ แบ่งๆมาเลี้ยงหมากูหน่อยก็ดี” กราฟร่ายออกมายาว จนคนฟังแทบกุมขมับ พีคถอนหายใจหนักอย่างไม่ปิดบัง ไม่คิดว่ากราฟจะกล้าโยนหมาของน้องตัวเองมาให้เขาเลี้ยง 

“แล้วถ้ากูเอาไป กูจะคืนมึงได้วันไหน” พีคถามต่อ 

“ถ้าพี่กูกลับมา มึงก็เอามาคืนกูวันนั้นแหละ แต่น่าจะสักเดือนหน้ามั้ง เห็นว่าเลยไปฮันนีมูนกับแฟนเค้า” กราฟว่า ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พีคกุมขมับ พีคเองก็ไม่ได้เกลียดหมา ออกไปทางชอบด้วยซ้ำ แต่แค่ไม่คิดว่าเพื่อนเขาจะกล้าโยนหมามาให้เขาเลี้ยง ซึ่งเรื่องมันกระทันหันไปหน่อย ไหนจะคนที่บ้านอีก ถ้าเกิดเอาหมาไปจะรับได้มั้ย 

“อย่าพึ่งทำหน้าเหนื่อยหน่ายเลยมึง รีบพาไอ้เต้าหู้ไปหาหมอก่อน เลือดมันไหลซึมผ้าแล้วเนี่ย” กราฟว่าออกมา พีคพยักหน้ารับ แล้วลุกไปอุ้มหมาของกราฟไปที่รถ และที่พีคต้องยอมอุ้มแทนเพราะหมามันไม่ให้กราฟจับตัวมัน ขณะอุ้มไปที่รถ พีคยังแอบนึกขำถึงเรื่องเก่าๆที่กราฟเป็นคนที่สัตว์ไม่ยอมเป็นมิตรด้วย แม้แต่ปลาทองที่เลี้ยงได้วันเดียวมันก็ชิ่งตายก่อนในตอนเช้าวันถัดมา 

พีคขับรถพาเต้าหู้มาคลีนิคได้ไม่นาน โดยมีกราฟนั่งรถมาด้วย พีคกับกราฟนั่งรอหมาทำแผลอยู่สักพัก ก่อนหมอจะเรียกเข้าไปคุยเรื่องอาการ ยา และค่ารักษา ซึ่งทุกอย่างกราฟเป็นคนออกให้ แต่วันนี้พีคยังไม่เอาเต้าหู้ไปด้วย เพราะเขาต้องแวะไปเยี่ยมน้อง พีคฝากเต้าหู้ไว้กับหมอคืนหนึ่งแล้วพรุ่งนี้เช้าจะมารับกลับ ก่อนจะพากราฟที่จัดการค่ารักษาเสร็จขึ้นรถ แล้วตรงไปหาแก้มที่โรงพยายาลไม่ไกลจากนี้เท่าไร 

ไม่นานพีคกับกราฟก็มาถึงโรงพยาบาล กราฟขอแวะซื้อของกินก่อนขึ้นไป เพราะต้องอยู่ดูแก้มยาวทั้งคืน พีคไม่ได้เห็นว่ากราฟซื้อของกินขึ้นไปเลยซื้อกาแฟติดมือขึ้นไปด้วย จนกระทั่งทั้งคู่เดินเข้าห้องคนไข้ที่มีเพื่อนแก้มนั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกลจากเตียง 

“ไงหนิง” พีคทักหนิงที่นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา หนิงที่นั่งอยู่สะดุ้งเพราะไม่คิดว่าพีคจะมาวันนี้ 

“สวัสดีค่ะพี่พีค โหวว ตกใจหมด หนิงก็นึกว่าพี่กราฟพาหนุ่มหล่อที่ไหนมา” หนิงยิ้มกว้างตัวระริกระรี้ทันทีเมื่อเห็นพีค ต่อให้หนิงมีแฟนแล้วก็ตาม แต่สำหรับพีค หนิงยกให้เป็นผู้ชายในดวงใจเลยก็ว่าได้ 

“เหอะๆ กรี๊ดมันเข้าไป พี่หล่อสู้มันไม่ได้ไง” กราฟย่นจมูก อดแควะหนิงที่กรี๊ดพีคอย่างออกหน้า หนิงมองค้อนกราฟทันทีเมื่อถูกแควะ 

“มันไม่เหมือนกัน พี่กราฟตี๋อ่ะ หนิงไม่ชอบคนตี๋” หนิงหันไปว่ากราฟก่อนจะกลับหันมายิ้มให้พีคต่อ พีคเองก็ยิ้มตอบ แต่ไม่ได้คุยอะไร ก่อนจะเดินไปหาแก้มที่นอนใส่สายน้ำเกลืออยู่บนเตียง 

พีคเดินเข้าไปหาแก้ม พร้อมเอื้อมมือเข้าไปลูบหัวแก้มเบาๆ พีคมองแก้มด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าปกติและเป็นสายตาเดียวที่เขาจะมองแค่แก้มคนเดียว ตอนนี้แก้มอาการดีขึ้นมาก ไม่ต้องใส่สายออกซิเจนช่วยเหมือนเดือนก่อน มีเพียงสายน้ำเกลือที่คอยให้น้ำในร่างกายไม่ให้ขาดน้ำ พีคมองแก้มพลางลูบหัวไปพลางๆ พร้อมกับยืนคิดอะไรในหัวไปเรื่อย เขาภาวนาทุกวันว่าขอให้แก้มฟื้น แก้มเป็นน้องสาวคนเดียวของเขาที่พีคดูแลมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อติดงานไม่มีเวลาดูแลแถมแม่ก็เสียไปตั้งแต่แก้มเกิด ทำให้การเลี้ยงน้องตั้งแต่ยังเล็กจึงตกไปอยู่ที่พีคคนเดียวหมด พีคเลี้ยงและสอนแก้มมาดีตลอด ค่อนข้างถนอมด้วยซ้ำ ทำให้พีครักแก้มเป็นพิเศษ และกว่ากราฟจะได้คบแก้มเขาก็หวงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ว่า..พีคไม่คิดว่าจะมีใครทำร้ายแก้มให้เจ็บหนักขนาดนี้ได้ ..แต่แล้วมันก็มี มีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนใกล้ตัวของแก้มเอง 

เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ใจมันก็ร้อนรุ่มรู้สึกคับแค้นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นมา พีคบีบขอบกั้นเตียงแน่นยามนึกถึงเพลิง แต่ก็ต้องคลายกล้ามเนื้อออกมา เพราะเพลิงเองก็ยังโดนเขาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ตอนนี้พีคทำได้แต่รอเท่านั้น เขาภาวนาขอให้แก้มรีบตื่นขึ้นมาเร็วๆ ..ก่อนที่อะไรๆมันจะเปลี่ยนไป 

 

 

ส่วนทางด้านเพลิง ตั้งแต่พีคออกไป เพลิงก็ใช้ชีวิตโดยการนอนดูทีวีโง่ๆ อย่างเบื่อหน่ายเป็นชั่วโมง จนสองเดินเข้ามาหาและถามเพลิงว่าจะกินอะไร เพลิงขออาหารง่ายๆจากสอง ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะคอมของพีค เพลิงนอนรอให้สองขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสองขึ้นมาเอาข้าวมาให้ เพลิงก็รีบถามพาสเวิร์ดจากสอง ซึ่งมีไม่กี่คนในบ้านจะรู้พาสเวิร์ดโน๊ตบุ๊คพีค และสองเป็นหนึ่งในนั้นที่รู้ ตอนแรกสองอึกอักอยู่แปปนึง แต่ก็ยอมให้ เพราะเพลิงอ้างว่าต้องส่งไฟล์งานที่มหาลัย และเพราะได้พาสเวิร์ดจากสองมา ราวๆสองชั่วโมงผ่านไป เพลิงก็แบกสังขารมานั่งที่เก้าอี้และกำลังจดจ่ออยู่หน้าคอมอย่างจริงจัง โดยมีกองเชียร์สองคนนั่งอยู่ข้างๆ 

 

ครืนน ครืนน 

 

“ฮัลโหลเฮีย” เสียงของสองรับโทรศัพท์ รีบทำให้เพลิงรีบปิดเสียงคอมทันที 

( มึงยังอยู่บ้านใช่มั้ย ) พีคถาม 

“อยู่เฮีย เฮียมีอะไรหรือเปล่า” 

( ฝากบอกไอ้เพลิงด้วยว่าคืนนี้กูไม่กลับ กลับอีกทีพรุ่งนี้เช้า แล้วอย่าให้มันสร้างความวุ่นวายในบ้านกูเด็ดขาด เข้าใจมั้ย ) พีคสั่งสองจริงจัง ซึ่งคนถือสายแอบกลืนน้ำลายที่เหนียวลงคอ พลางเหลือบไปมองเพลิงที่นั่งมองสองอยู่ข้างๆอย่างลุ้นๆ 

“เข้าใจแล้วเฮีย เห็นมันเอาแต่นอนดูทีวีทั้งวัน คงไม่มีแรงลุกไปไหนหรอก” สองบอกพีคด้วยน้ำเสียงปกติ 

( ดี อย่าให้รู้ว่าแอบทำอะไร ไม่งั้นมันตายแน่ แค่นี้แหละ ) พีคว่าเสียงเข้มก่อนจะตัดสายทิ้ง คนที่นั่งลุ้นอยู่ข้างๆรวมทั้งคนถือสายต่างพากันถอนหายใจโล่งอก ถ้าเกิดพีครู้ว่าเพลิงแอบทำอะไร ไม่ใช่แค่เพลิง คงเป็นสองกับดิวด้วยแน่ๆที่หัวจะหลุดจากบ่า 

“ไอ้พีคว่าไง” เพลิงรีบถามสองทันที 

“เฮียบอกวันนี้ไม่กลับ ส่วนมึง ถ้าทำอะไรวุ่นวายเค้าฆ่ามึงแน่” สองตอบเพลิง ซึ่งเพลิงแอบกลืนน้ำลายลงคอ แต่ก็แค่นั้น เพราะเพลิงรีบหันหน้ากลับที่เดิม พร้อมเปิดเสียงที่ปิดไว้ 

“อย่าให้เฮียมึงรู้แล้วกัน ไม่งั้นพวกมึงอดเข้าตี้กับกูแน่ เอา! ต่อเลย” เพลิงว่าออกมา ก่อนจะเล่นเกมที่คอมต่อ โดยมีดิวกับสองร่วมเล่นเกมผ่านโทรศัพท์ โดยทั้งสามคนนี้อยู่ทีมเดียวกัน 

 

ปัง! ปัง! ปัง! 

 

“หลังต้นไม้!” เพลิงบอกดิวโดยตายังจ้องอยู่ในเกม 

เพลิงใช้เวลาไม่นานหลังจากขอพาสเวิร์ดสองเปิดโน๊ตบุ๊ค ก่อนจะเข้าเว็บหลักของเกมที่โหลดได้ทั้งคอมและโทรศัพท์โหลดลงคอมไว้ และก็ใช้เวลาไม่นาน ตอนแรกเพลิงแอบเล่นอยู่คนเดียว แต่สองขึ้นมาเก็บจานและเห็นเพลิงนั่งเล่นเกม สองแทบจะโทรบอกพีค แต่ถูกเพลิงเป่าหูลากมาเล่นเกมจนได้ แถมยังให้สองชวนคนที่เล่นเกมนี้อยู่แล้วมาเล่นด้วย นั่นก็คือดิว ตอนแรกกะเล่นแค่สองสามชั่วโมงจบ แต่พอรู้ว่าพีคไม่กลับ ทั้งสามคนจึงต่ออีกยาว กว่าจะนอนก็ปาไปเกือบเช้า 

 

******************************************* 

11.30 น. 

 

ช่วงสายใกล้เที่ยงของอีกวัน พีคกลับบ้านมานอนกับเพลิงได้ไม่กี่ชั่วโมงหลังเพลิงเลิกเล่นเกม ทำให้พีคไม่รู้ว่าเพลิงได้แอบโหลดเกมแล้วซ่อนตัวเกมไว้ที่ไดรฟ์อื่นเพื่อไม่ให้พีคเห็น ทั้งคู่ต่างนอนที่ของตัวเองไม่ได้ก้าวก่ายตัวใคร แต่ดูเหมือนกรอบรูปที่แปะไว้บนหัวเตียง กาวจะเริ่มสึกสภาพจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ซึ่งเพลิงที่นอนเงยหน้าหลับสนิทไม่รู้เลยว่ากำลังมีบางอย่างร่วงใส่หน้า 

 

ฟึ่บ 

 

โครม! 

 

“โอ๊ะ!” เพลิงรีบสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ เด้งตัวขึ้นนั่งกุมหน้าอย่างเจ็บปวด วินาทีที่กรอบรูปร่วงหล่นใส่เพลิง ไม่ใช่แค่เพลิงเท่านั้นที่ตื่น พีคเองก็สะดุ้งตื่นตามเพลิง พร้อมยันตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะขมวดคิ้วเน้นมองคนข้างๆอย่างงงงวยที่เห็นเพลิงเอาแต่นั่งเอามือปิดหน้าตัวเอง 

“เป็นอะไรของมึง” พีคถามอย่างสงสัย แต่เพลิงยังคงนั่งกุมหน้านิ่ง นั่นทำให้พีคต้องถามเพลิงอีกรอบ “ไอ้เพลิง” 

เสียงเข้มๆของพีค ทำให้เพลิงยอมขยับมือออกจากหน้า เพลิงหน้ามุ้ยหันไปหาพีคที่นั่งขมวดคิ้วหรี่ตามองเขาและต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เมื่อพีคเห็นน้ำสีแดงไหลซึมออกมาจากสันจมูกเพลิง เพลิงเลิกมองพีคแล้วเงยหน้าหันไปมองบนกำแพงแปปนึง ก่อนจะหันกลับมามองพีคต่อ 

“กรอบรูปพ่อมึงเค้าให้ติดกาวสองหน้าหรอ” เพลิงว่าออกมาอย่างหงุดหงิด ส่วนพีคตาตื่นทันทีที่ถูกเพลิงด่าแล้วหันไปมองกำแพงที่ติดกรอบรูปเอาไว้ และเพราะกรอบรูปเขาแปะไว้นานแล้วเลยไม่ได้สนใจว่ากาวมันจะสึกหรือเปล่า แต่ดูท่าจะสึกมาได้จังหวะพอดีเกินคาด 

เพลิงเดินหน้ามุ้ยลุกจากเตียงแล้วตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำ พีคที่ตาสว่างแล้วลุกเดินไปหยิบกรอบรูปที่กระแทกเข้าหน้าเพลิงแล้วเด้งลงพื้นเก็บไปวางไว้ข้างๆชั้นวางทีวี  พีคนั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อยอยู่ปลายเตียงรอให้เพลิงอาบน้ำเสร็จ ก่อนจะลุกเข้าไปอาบน้ำต่อเมื่อเพลิงเดินออกมา  เพลิงค้อนมองพีคด้วยอารมณ์หงุดหงิดแปปนึง ก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง พีคยกยิ้มนิดๆที่เห็นเพลิงโมโหทั้งๆที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากเดินเข้าห้องน้ำไป 

เพลิงเดินลงมาข้างล่างแล้วตรงไปหาสองที่ยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว สองที่กำลังทำงานอยู่หันมาเห็นเพลิงก็ตกใจ 

“เชี้ย มึงโดนเฮียต่อยมาหรอวะ อย่าบอกนะว่าเฮียจับได้” สองถามอย่างตกใจ แถมยังกระวนกระวาย 

“ยัง แล้วหน้ากูแหกเพราะกรอบรูปห้องมันตกใส่ต่างหากล่ะ ห่า คนบ้าอะไรแปะกรอบรูปไว้กับกาวสองหน้า” เพลิงบ่นออกมา ยังหงุดหงิดไม่หาย ส่วนสองเมื่อเห็นว่าเพลิงยังไม่ถูกพีคจับได้ก็แอบโล่งใจ ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องพยาบาลใกล้ๆมาให้ จังหวะที่สองเดินไปหยิบกล่องพยาบาล เพลิงก็ถือวิสาสะเข้าไปดูหม้อต้มแกงที่สองกำลังทำอยู่ 

“พะแนง?” เพลิงพึมพำคนเดียวเมื่อเห็นของในหม้อ พลางย่นคิ้วเมื่อเห็นสีของมัน 

“เฮ้ย มึงห้ามยุ่งกับครัวกูนะ” สองรีบห้ามเพลิงขณะเดินถือกล่องพยาบาลมาให้ 

“ก็ไม่ได้ยุ่งซะหน่อย” เพลิงตอบ 

“ไม่ได้ยุ่งแล้วเมื่อคืนก่อนไข่ต้มในเซเว่นกูหายไปไหน กูเห็นมันลอยหายไปครึ่งลูกอยู่ในถ้วยมาม่า” สองว่าออกมาเสียงขุ่น เพลิงแอบสะดุ้งเล็กๆเมื่อรู้ว่าสองเป็นเจ้าของไข่ต้มนั่น แถมเขายังเป็นคนแอบกินอีก 

“มึงใส่พริกแกงพะแนงไปกี่ช้อน” เพลิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที นั่นทำให้สองย่นคิ้วใส่ 

“สองช้อนครึ่ง ทำไม?” สองถามเริ่มไม่ชอบใจ 

“ใส่เยอะไป สองช้อนพอ เห็นมั้ยว่าสีมันเข้ม” เพลิงพูดเตือนพลางมองสลับไปที่หม้อ 

“สีมันยังไงก็ช่างดิ รสชาติสำคัญกว่า” สองเถียงออกมา 

“ก็ใช่ แต่อาหารที่ดีควรเริ่มจากหน้าตาก่อน เพราะมันเป็นจุดแรกที่ทำให้คนสนใจอาหารจานนั้น ส่วนที่สองคือกลิ่น กลิ่นดีจะเรียกให้คนอยากมากขึ้น ส่วนที่สามเป็นรสชาติ อันนี่ส่วนสำคัญและจุดตายตัวว่าอาหารจานนนี้ดีและเหมาะที่จะกินขนาดไหน” เพลิงว่าออกมายาว พร้อมสอนสองเรื่องการทำอาหาร ซึ่งสองก็ยอมหยุดฟัง แม้ลึกๆจะแอบไม่ชอบนิดหน่อย 

“หน้าแหกขนาดนั้นยังมีเวลาสอนกูเนอะ เอ้า เอาไปทำแผลซะ” สองแอบแควะออกมา พร้อมกับยื่นกล้องพยาบาลให้ เพลิงรับมาแต่โดยดี ก่อนจะเดินหายออกไปจากครัว เพื่อไปนั่งทำแผลอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น 

เพลิงแวะไปขอยืมกระจกจากคนแถวนั้น แล้วกลับมานั่งทำแผลที่จมูกต่อ เพลิงยังคงนั่งที่พื้นเหมือนเดิม ทั้งๆที่ข้างๆมีโซฟาให้นั่ง ที่จริงเพลิงก็ไม่ได้ชอบนั่งพื้นมากหรอก แต่แค่ติดนิสัยชอบนั่งพื้นกับโต๊ะที่เล็กกว่าตัวเองเฉยๆ เพราะเวลากินหรือต้องทำอะไรบนโต๊ะเล็ก การนั่งพื้นจึงสบายและสะดวกกว่าที่จะต้องนั่งโซฟาแล้วก้มใช้โต๊ะเล็ก 

ขณะที่เพลิงกำลังจดจ่อกับการทำแผลที่จมูก พีคก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมาข้างล่างทันที พีคแวะเข้าครัวไปแปปนึงดูว่ามีอะไรกินบ้างเพราะเริ่มหิว พอเห็นว่าสองทำของน่ากินเหมือนเดิม พีคก็ยิ้มพอใจแล้วเดินไปนอกบ้านเพื่อไปดูอะไรบางอย่าง แต่ก็สะดุดกับร่างของเพลิงที่นั่งพื้นทำแผลอยู่ใกล้โซฟา 

“พื้นอีกแล้วหรอวะ” พีคย่นคิ้วถามไม่จริงจัง แต่ก็ทำให้เพลิงแอบสะดุ้งหันไปมองได้ เพลิงมองพีคอย่างไม่สบอารมณ์ในขณะมือถือสำลีชุบแอลกอฮอล์ค้างไว้ 

“เสือก” เพลิงด่าพีคก่อนจะกลับไปทำแผลต่อ พีคหรี่ตาจ้องเพลิงนิ่งหลังถูกด่า ก่อนจะเดินไปนั่งสมทบบนโซฟาข้างๆ แล้วยื่นมือไปบีบแก้มเพลิงให้หันหน้าเข้ามาตัว พร้อมคว้าขวดแอลกอฮอล์ที่เปิดฝาไว้จับเทราดบนแผล 

“โอ๊ยยย! อีเหี้ยมันแสบ!” เพลิงร้องลั่นเมื่อถูกแอลกอฮอล์โดนแผลเข้าอย่างจัง 

“สม เสือกด่ากูดีนัก กูไม่ตบปากก็ดีเท่าไรแล้ว” พีคว่า มือยังคงบีบแก้มเพลิงอยู่ ส่วนคนตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจที่ถูกพีคทำร้าย แล้วรีบสะบัดหน้าหนีหลุดออกมาจากมือแกร่ง เพลิงลูบแก้มเบาๆในจุดที่ถูกบีบ ก่อนจะเก็บกล่องพยาบาลลุกไปอย่างกระแทกกระทัน โดยที่พีคมองตามอย่างนึกขำ 

พีคละสายตาจากเพลิงแล้วเดินไปหาลูกน้องดูอะไรก่อนแปปนึง ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะกินข้าวเพื่อเช็คอะไรบางอย่างไปพลางๆ ระหว่างนั้นสองก็ยกกับข้าวมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีเพลิงเดินถือจานข้าวตามมาด้วยสีหน้าตึงไม่เปลี่ยน พีคผละจากหนังสือพิมพ์เลิกคิ้วมองเพลิงที่เดินถือจานข้าวมาจานเดียว แล้วลงนั่งวางจานอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา 

“ไหนข้าวกู” พีคถามเมื่อเห็นเพลิงไม่ได้ตักข้าวมาให้เขา 

“ตักเอง” เพลิงว่าก่อนจะก้มหน้าเตรียมตักข้าว แต่ก็ถูกใครบางคนคว้าจานออกมา เพลิงหน้าเหว๋ออีกครั้งทั้งๆที่รอบนี้ช้อนส้อมยังคามือเขาอยู่ แต่ตัวจานถูกพีคแย่งไปหน้าตาเฉย “ไอ้พีค!” 

“ไปตักข้าวให้กู เดี๋ยวนี้” พีคบอกเสียงเข้ม 

“มึงจะแดกมึงก็ตักเองดิ จะแย่งข้าวกูทำเหี้ยไร” เพลิงโวยออกมาอย่างเอาเรื่อง 

“ไปตักข้าว” พีคเริ่มสั่ง 

“มึงไปตักดิ นั่นจานข้าวกูนะ” เพลิงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พีคกลับไม่สนใจก่อนจะเรียกให้สองเอาช้อนส้อมมาให้เขา 

“ไอ้สอง เอาช้อนมาให้กูหน่อย กูจะกินข้าว” 

“ได้เฮีย” สองขานรับก่อนจะรีบเดินไปหยิบช้อนส้อมมาให้ เพลิงมองสองไม่วางตาจนช้อนถูกมาวางไว้บนจานข้าวที่พีคพึ่งแย่งไป 

“อยากกินข้าวกับอากาศก็ตามใจนะ กูขอกินก่อน หิว” พีคยักคิ้วบอกเพลิงก่อนจะก้มไปตักข้าวกิน เพลิงมองพีคหน้าบึ้งลุกออกไปจากโต๊ะทันที และก็ไม่ได้ไปตักข้าวแต่อย่างใดเพราะเพลิงแทบหมดอารมณ์กินข้าวแถมยังอยากปาพะแนงอัดหน้าพีคหลังถูกพีคแกล้ง  เพลิงเดินออกมานั่งโซฟาเปิดหาอะไรดูเรื่อยเปื่อย แถมยังรู้สึกเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนี้ เพลิงนั่งอืดอยู่ได้ไม่นานก็มีตัวอะไรมาสะกิดขาพร้อมกับขนหางที่กระดิกรัว เพลิงขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนจะปรับสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นหมาไซบีเรียนมีปอกคอกำลังกระดิกหางทำหน้าคึกให้เขา 

 

// ไอ้พีคมันเลี้ยงหมาด้วยหรอวะ ว่าแต่..ทำไมมันคุ้นๆ // เพลิงคิดในใจสลับกับมองหมาตรงหน้า 

 

เพลิงนั่งเท้าคางมองหน้าหมาอย่างพิจารณาณา เพลิงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ก่อนจะทดลองอะไรบางอย่าง 

“เต้าหู้?” เพลิงลองเรียกชื่อมัน 

“โฮ่ง!” หมาเห่ารับและคึกดีใจกว่าเดิมจนเพลิงต้องเบิกตากว้างมองอย่างอึ้ง ไม่คิดว่าชื่อหมาที่เขาเรียกจะเป็นตัวเดียวกัน 

“เต้าหู้! แกมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย!” เพลิงตกใจรีบก้มไปขยี้แผงคอที่นุ่มกับหัวอย่างดีใจ ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เจอเต้าหู้ที่นี่ พีคที่กินข้าวเสร็จเดินมาหาเพลิง ตอนแรกพีคกะจะไล่ให้เพลิงไปกินข้าว แต่เมื่อเห็นเพลิงดูท่าจะเข้ากับหมาที่กราฟฝากมาเลยยืนดูอยู่ไม่ไกล 

“มึงนี้เข้ากับหมาเกินไปป่ะวะ ไอ้นี่มันดุนะเว้ย” พีคพูดแทรกระหว่างที่เพลิงเล่นกับหมา พีคแอบแปลกใจที่เต้าหู้ดูเป็นมิตรกับเพลิงราวกับรู้จักกันมา เพราะขนาดพีคที่มันไม่กัด มันยังชอบทำเมินเขาตอนเล่นกับมันเมื่อเช้านี้อยู่เลย 

“มันไม่ดุกับกูหรอก เพราะกูเลี้ยงมันมา” เพลิงว่าขณะยังเล่นกับหมา พีคเลิกคิ้วมองเพลิงอย่างสงสัย ไม่เข้าใจที่เพลิงพูดเท่าไร เพราะหมาตัวนี้เป็นของน้องชายของกราฟ มันแทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับเพลิงเลย 

“มึงหมายความว่าไง นั่นหมาเพื่อนกู” พีคถามเพลิงเสียงเรียบ 

“เต้าหู้มันหมากู จะเป็นหมาเพื่อนมึงได้ไง” เพลิงย่นคิ้วหันไปบอกพีค พีคที่ยืนงงเริ่มคิดถึงคำพูดเพื่อนเขา 

 

/ ลูกเมียน้อยพ่อกูเองแหละ นิสัยไม่เป็นมิตรกับกูเท่าไร ไอ้นี้มันไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน นานน๊านนเลยกลับมาที กลับมาล่าสุดก็สองอาทิตย์ก่อน มันเอาหมามาทิ้งให้พี่กูเลี้ยง เห็นว่าติดงานไม่ค่อยว่าง / 

 

คำพูดของกราฟผุดเข้ามาในหัว ทำให้พีคพอจะเข้าใจอะไรได้บางอย่าง รวมทั้งเรื่องที่เพลิงเกลียดกราฟ ที่แท้สองคนนี้เป็นพี่น้องกันนี้เอง ...พี่น้องแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน พีคนึกขำร้ายเมื่อน้องสาวของเขากลายเป็นตัวแปรทำให้สองคนนี้ทะเลาะกัน 

“ลูกเมียน้อยงั้นหรอ?” พีคพูดกับตัวเองคนเดียวพลางเหลือบไปมองเพลิงที่ยังเล่นกับหมา แต่นั้นก็ทำให้เพลิงแอบได้ยินแว่วๆเลยหันไปถาม 

“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” เพลิงถาม 

“เปล่านิ งั้นแสดงว่ามึงกับไอ้กราฟก็เป็นพี่น้องกัน ถูกมั้ย” พีคแกล้งถามเพลิงกลับ แต่เพลิงกลับนั่งนิ่งไม่ตอบ ทั้งยังเล่นกับหมาต่ออย่างไม่ใส่ใจ  ความเงียบของเพลิงเป็นคำตอบยืนยันชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัย พีคยกยิ้มมุมปากเมื่อรู้คำตอบ แต่ไม่ถามหรือแดกดันเพลิงให้อึดอัด ก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆเพลิงที่โซฟา ซึ่งเพลิงก็เขยิบหนีเมื่อพีคเข้ามานั่งติดเพลิงเกินไป 

“เดี๋ยววันนี้มึงทำงานวันสุดท้าย ส่วนวันหยุดมึงก็หยุดเหมือนคนทั่วไปเสาร์-อาทิตย์ แล้วค่อยเริ่มงานอีกทีวันจันทร์” จู่ๆพีคก็เข้ามานั่งอธิบายงาน ทำให้เพลิงกลับมาสนใจพีค 

“แล้วเสาร์อาทิตย์ร้านมึงไม่เปิดหรือไง” เพลิงหันไปถาม 

“เสาร์เปิด แต่อาทิตย์หยุด กูไม่ได้ใจร้ายใช้งานลูกน้องจนไม่มีวันพักผ่อนหรอกนะ ทุกคนมีเวลาหยุดเท่ามึง แต่จะหยุดอีกวันของวันไหนก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัว กูไม่ได้บังคับ แต่เด็กฝึกงานแบบมึงที่มหาลัยเขากำหนดให้พักเสาร์อาทิตย์ ซึ่งกูไม่สามารถเปลี่ยนให้มึงได้” พีคบอกเรื่องวันหยุดกับเพลิง เพลิงเองก็พยักหน้ารับรู้ แต่ก็แอบหวังลึกๆว่าเสาร์อาทิตย์พีคจะยอมปล่อยให้เพลิงได้ใช้เวลาของตัวเองข้างนอก 

“วันหยุดกู กูไปไหนก็ได้ ถูกมั้ย” เพลิงถามอย่างมีหวัง 

“ไปได้” พีคว่า ยิ่งทำให้เพลิงใจชื้น เพราะเขาตั้งใจจะกลับไปที่คอนโดของเขา เพลิงไม่อยากอยู่ที่นี่กับพีคในวันหยุดด้วยความที่ยังเกลียดขี้หน้าพีคอยู่ แถมยังไม่มีเวลาส่วนตัวด้วย การออกไปจากที่นี่คือสิ่งที่เพลิงอยากทำที่สุดในตอนนี้ 

“งั้นกูขอ..” เพลิงรีบพูดดีใจ แต่ก็ถูกพีคตัดบทก่อน 

“ไปได้ แต่กูต้องไปด้วย อย่าคิดว่ากูจะปล่อยมึงไปจากสายตานะ ไอ้เพลิง” พีคว่าพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพลิง พลางยกยิ้มจ้องตาเพลิงราวกับคนที่อยู่เหนือกว่า เพลิงไม่คิดจะหลบสายตากลับจ้องกลับด้วยสายตาเคืองที่ไม่สามารถหนีพีคไปได้ และถ้าพีคยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพลิงมากกว่านี้ เขาจะกัดจมูกพีคให้แหกกันไปข้าง 

“มึงนี่มันเหมือนหมาชะมัด อย่าลืมไปอาบน้ำแต่งตัวล่ะ” พีคว่าก่อนจะลุกออกไป ซึ่งเพลิงที่นั่งจ้องหน้าพีคอยู่เมื่อกี้ถึงกับงง ที่จู่ๆพีคเปลี่ยนเรื่องแล้วหนีไป เพลิงเอนหลังพิงโซฟาอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมถอนหายใจแรงออกมา กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆอย่างไม่มีเป้าหมาย ก่อนจะเหลือบไปมองหมาตัวเองที่นอนอยู่ข้างขา 

“หน้ากูเหมือนหมาหรอวะ?” เพลิงพึมพำอยู่คนเดียว ก็ว่าจะไม่คิดแล้ว แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ 

********************************************** 

เพลิงลู๊ก เมิงควรไปทำบุญเก้าวัดอ่ะ จริงๆ 

ส่วนเรื่องเกม ใครก็ขวางเพลิงไม่ได้นะจ้ะ 

ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากนะคะ  เรื่อยๆไปก่อน 

แค่เฉลยให้รู้ว่ากราฟกับเพลิงเกี่ยวกันยังไง 

ฝากเป็นกำลังใจด้วยน้าาา 

# 

เจ้าชิบะ ( สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ​) 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น