สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 533

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2562 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

“ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมแม่ต้องบังคับผมด้วย” เสียงโวยวายลั่นดังลอดออกมาจากห้องหนังสือซึ่งประมุขของบ้านใช้เป็นที่ทำงาน ส่งผลให้ผู้ที่ประคองถาดสเตนเลสใบย่อมยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตู ขณะกำลังละล้าละลัง ใครคนหนึ่งก็ลงบันไดวนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดี

“โอย...อย่างกับพระมาโปรดแน่ะคุณภูมิ ข้างในค่ะ คุณแม่กับพี่วีร์เถียงอะไรกันไม่รู้เสียงดังลั่นเชียว” แพรพลอยรีบขอความช่วยเหลือจากสามี

ภูมิยิ้มปลอบภรรยา ก่อนเคาะประตูแล้วผลักเข้าไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ เพื่อนำหญิงสาวเข้าไปข้างใน

“แม่กับพี่วีร์ทะเลาะอะไรกันฮะ เสียงลั่นไปถึงข้างนอกเลย” ภูมิถาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ ราวกับว่าถ้าใครพูดก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้อย่างไรอย่างนั้น ระหว่างที่แม่ลูกคุมเชิงกันอยู่ แพรพลอยก็แก้สถานการณ์ด้วยการประคองถาดเครื่องดื่มไปวางข้างโต๊ะทำงานของอภิญญา

“พลอยอุ่นน้ำเต้าหู้มาให้ค่ะ แม่ทำงานดึกอย่างนี้  ดื่มอะไรร้อน ๆ คืนนี้จะได้หลับสบาย” หญิงสาวอธิบาย

ภูมิเห็นอารมณ์ของพี่ชายไม่สู้ดีนักจึงถามขึ้น

“ว่าไงพี่วีร์ แม่ขัดใจอะไรอีกล่ะ หน้าบูดเชียว”

“แม่ไม่ให้พี่ชายเราไปเคาต์ดาวน์ที่ยุโรปน่ะ” ผู้เป็นมารดาตอบแทน

“พวกเราก็ไปเมืองจีนกันหมด ไม่มีใครอยู่บ้านสักคน ทำไมแม่ต้องห้ามพี่วีร์ล่ะฮะ” ภูมิข้องใจ เพราะปกติแล้วแม่ให้อิสระพวกเขาในการใช้ชีวิตมาโดยตลอด

ชนวีร์ซึ่งรอจังหวะอยู่ รีบ ‘ฟ้อง’ น้องชาย “เพราะแม่จะให้เราไปเซี่ยงไฮ้แทนไงละ”

อภิญญาอธิบายต่อ “แม่จะไปอะแลสกากับคุณหญิงพิมสิริจ้ะ พอดีคุยกันหลังประชุมที่สภาสตรี เห็นว่ากำลังจัดกรุ๊ปไปเที่ยวกันอยู่เลยชวนแม่ไปด้วย ลูกก็รู้นี่ ว่าตอนนี้สามีของคุณหญิงกำลังขึ้นหม้อ แม่ว่ามันไม่เสียหายที่จะตามใจเธอสักหน่อย ก็เลยตอบตกลงไป”

“ไม่ยุติธรรมเลย ทีแม่ได้ไปอะแลสกา แล้วทำไมผมต้องไปเมืองจีนด้วย” คนรับส้มหล่นโอดครวญ

“ก็แม่จ่ายค่าทัวร์ไปแล้ว ถ้าวีร์ไม่ไป ก็เท่ากับทิ้งเงินไปเปล่า ๆ เสียดายแย่เลย”

แม้ฐานะของอภิญญาอยู่ไกลเกินกว่าจะรู้สึกรู้สากับจำนวนเงินเล็กน้อยที่จ่ายไป แต่บุตรชายทั้งสองก็รู้ดี คำว่า ‘เสียดายเงิน’ นั้นเป็นเหมือนวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่ใครจะเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่อยากได้ยินคำเทศนาว่าด้วยความยากลำบาก คุณค่าของเงิน และนิยายชีวิตแสนรันทดที่ชื่อว่า*‘กว่าจะมีวันนี้’* ของนายหญิงหมายเลขหนึ่งแห่งณัฐภัทรคอร์ปอเรชั่น !

“เราก็ขอยกเลิกไปที่นึงสิครับแม่ แจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางตั้งเกือบสองอาทิตย์ บริษัทฯ ทัวร์อาจคืนเงินให้เราก็ได้” ภูมิช่วยพี่ชายหาเหตุผล

“คืนให้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้นจ้ะ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่ไม่คืนก็ตั้งหลายหมื่นนะ” น้ำเสียงของเธอบ่งชัดว่าเสียดาย “วีร์ไปเมืองจีนแทนแม่ไม่ได้จริงเหรอ กลับจากเซี่ยงไฮ้แล้ววีร์จะไปยุโรปอีกกี่ครั้งก็ได้ นะลูกนะ ไปเที่ยวแทนแม่หน่อย”

น้ำเสียงท้ายประโยคของมารดาทำให้ชนวีร์ต้องยอมจำนนโดยไร้คำโต้แย้ง เพราะแม่เป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตที่เขารัก และไม่เคยขัดใจท่านสำเร็จเลยสักครั้ง !

ชนวีร์ถอนใจยาวอย่างพ่ายแพ้ แต่ก็ยังอดบ่นกระปอดกระแปดไม่ได้ “แม่น่าจะผมบอกก่อนหน้านี้ ตอนมีล่าชวนไปยุโรป ผมจะได้ปฏิเสธไป”

ชื่อใครบางคนที่หลุดจากปากลูกชายทำให้อภิญญาหงุดหงิด เหตุผลที่เธอบอกว่าต้องไปอะแลสกาเพื่อสานสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองและความเสียดายเงินนั้น แท้จริงเป็นเพียงข้ออ้าง สาเหตุหลักที่งำไว้ข้างใต้ คือเธอต้องการใช้โอกาสนี้แยกลูกชายกับยายดาราสาวหัวนอกฝรั่งจ๋าคนนั้นต่างหาก

เธอสู้อุตส่าห์เลือกเฟ้นมินตราไว้ให้เขา คัดสรรมาอย่างดีแล้วว่าเป็นเด็กสาวที่ทั้งเรียบร้อย น่ารัก และประวัติดี คู่ควรแก่การเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านณัฐภัทรที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ตำแหน่งของบิดามินตราก็เอื้อประโยชน์ต่อณัฐภัทรคอร์ปอเรชั่นเป็นอย่างยิ่ง แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับไม่สนใจสาวน้อยคนนั้น ดันไปคว้าแม่ตัวอิจฉาในโทรทัศน์มาควงร่อนไปมาให้แม่กลุ้มใจ

ครั้นจะห้ามปรามตรง ๆ ก็โจ่งแจ้งไป ดีไม่ดีลูกชายของเธอจะยิ่งดื้อดึงไปใหญ่ ต้องค่อย ๆ จับแยกกันทีละนิดอย่างนี้แหละ

“ถ้าวีร์กลัวเพื่อนโกรธ ลูกจะให้เขาไปเมืองจีนด้วยก็ได้นี่จ้ะ ซื้อทัวร์เพิ่มตอนนี้ ก็น่าจะยังทันนะ” ท่านให้คำแนะนำที่ฟังดูเหมือนเปี่ยมด้วยเจตนาดี

ทว่าประโยคนั้นกลับทำให้ชนวีร์หน้าบูด มิราวัลย์น่ะเหรอจะยอมไปเมืองจีน แค่หลับตาก็เดาได้แล้วว่าเธอจะทำท่ายังไง เจ้าหล่อนคงโวยวายปฏิเสธตั้งแต่เขาเอ่ยชวนยังไม่ทันไม่จบประโยคด้วยซ้ำ

แม้ชายหนุ่มพยายามปลอบใจตัวเองด้วยความหวังอันเลือนราง ว่ามิราวัลย์อาจมองการไปทัวร์เซี่ยงไฮ้เป็นเรื่องผจญภัยท้าทาย แต่ความเซ็งที่กรุ่นอยู่ในอารมณ์ของเขากลับไม่ได้จางลงแม้แต่น้อย

.


ทันทีที่การประชุมเสร็จสิ้น และผู้บริหารสูงสุดกล่าวปิดการประชุมแล้ว ไฟในห้องก็เปิดสว่างทุกดวง ชนวีร์ลุกจากหัวโต๊ะเป็นคนแรก และผู้ซึ่งอยู่ใกล้ประตูที่เชื่อมเข้าสู่ห้องทำงานของเขาก็ลุกขึ้นอย่างรู้หน้าที่ รีบไปดึงประตูไม้หนาหนักไว้รอท่าเพื่อให้ผู้เป็นนายผ่านเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวโดยสะดวก

เพียงคล้อยหลังชายหนุ่ม ผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็ทยอยกันออกจากห้องทางประตูหน้า แต่บางคนกลับเดินตามชนวีร์ เพื่อนำรายงานไปวางที่เคานเตอร์เล็กข้างโต๊ะทำงานของเจ้านายก่อน

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแสร้งเก็บข้าวของนานเป็นพิเศษ เธอแตะผม ขยับเชิ้ตให้เรียบตึงแบะปกเสื้อออกกว้างเป็นพิเศษ จากนั้นหอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและแฟ้มเอกสาร ก้าวเข้าสู่ห้องทำงานของชนวีร์ ทันเห็นหลังเพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายหายลับออกไปทางประตูห้องด้านหน้าพอดี

ผู้อำนวยการสาววางแฟ้มลง จงใจทำเสียงให้ดังกว่าปกติ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงจ้องจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวอยู่ดังเดิม หญิงสาวจึงเรียกร้องความสนใจด้วยการเคาะปลายนิ้วลงบนแฟ้ม ออกตัวด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน

“นอกจากรายงานผลงานของฝ่ายการตลาดในไตรมาสสามแล้ว รีพอร์ตที่แพทเตรียมไว้จะมีส่วนของมาร์เก็ตติ้งแพลนสำหรับสองควอเตอร์แรกของปีหน้าด้วย คุณวีร์อยากให้แพทอธิบายดีเทลเพิ่มเติมให้เลยไหมคะ” หญิงสาวอธิบายอย่างคล่องแคล่วด้วยภาษาไทยปนอังกฤษ พยายามสบตาเจ้าของห้องเต็มที่

แต่ความตั้งใจของหญิงสาวกลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะชนวีร์ไม่หันมาทางเธอสักนิด เขาเพียงโบกมือให้ภัทรา “ขอบคุณครับ ถ้ามีตรงไหนสงสัยเดี๋ยวผมจะทำเครื่องหมายไว้ แล้วคุณค่อยมาอธิบายเพิ่มทีหลังละกัน ตอนนี้เชิญคุณตามสบายเถอะ”

หญิงสาวทิ้งมือลงข้างกาย เม้มปากด้วยความไม่พอใจ แต่ก็จำต้องออกจากห้องตามคำสั่ง ภัทราหันไปค้อนประตูที่เพิ่งปิดลงอย่างเคือง ๆ ป้ายไม้สีน้ำตาลเข้มเขียนสีทองอร่ามบอกฐานะของคนที่นั่งทำงานในห้องนี้ชัดเจน

ชนวีร์ ณัฐภัทร

ประธานกรรมการบริหาร

เพียงประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิท ชนวีร์ก็เอนกายพิงเก้าอี้ และถอนใจด้วยความเบื่อหน่าย

ครั้นสัญญาณไฟกะพริบที่อินเตอร์คอมอันแสดงว่ามีสายเรียกเข้าจากเลขาฯ ชายหนุ่มจึงเอื้อมมากดปุ่มตอบรับ “ครับคุณสุ”

“บ่ายสอง คุณวีร์มีประชุมกับหม่อมหลวงกานน ผู้บริหารกลุ่มธนากร เรื่องนำเสนอโครงการบ้านจัดสรรบนถนนสุขุมวิทเพื่อขออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมค่ะ ดิฉันเตรียมรายงานผลประกอบการและประวัติการชำระคืนของธนากรกรุ๊ปย้อนหลังห้าปีไว้ให้แล้ว คุณวีร์ต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ”

“ที่คุณสุจัดการไว้ก็โอเคแล้ว เดี๋ยวบ่ายนี้เอาเข้ามาให้ผมดูก่อนประชุมละกัน”

เลขานุการิณีจึงเอ่ยต่อ “ได้ค่ะ ส่วนตอนสี่โมงคุณวีร์มีนัดสัมภาษณ์กับนักข่าวจากนิตยสารสมาร์ท ต่อจากนั้นหนึ่งทุ่มงานประมูลการกุศลที่โรงแรมโอเรียนเต็ล รายการนี้คุณท่านกำชับว่าขอเชิญคุณวีร์ไปร่วมงานด้วยให้ได้นะคะ”

คำเตือนท้ายสุดที่เลขาฯ เอ่ย ทำให้คนฟังหงุดหงิดขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่ตอบกลับไปจึงมีความไม่พอใจแฝงอยู่ด้วย “มีอะไรอีกไหม”

คงเพราะเลขาฯ สาวทำงานร่วมกับเขามานานจนรู้ใจ เธอจึงไม่หวั่นกับน้ำเสียงนั้น แต่รายงานต่อด้วยน้ำเสียงปกติราวกับรู้ดีว่าหัวข้อไหนที่จะทำให้ชนวีร์อารมณ์ดีขึ้น

“คุณอิงอรฝากข้อความไว้ว่าเธอได้รับของที่คุณวีร์ส่งให้เรียบร้อยแล้ว เธอจะติดต่อหาคุณวีร์อีกครั้งในช่วงเย็น แล้วก็คุณมินตรามารอพบตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแล้ว ดิฉันจัดให้เธอคอยที่ห้องมรกตค่ะ”

ชายหนุ่มรับคำด้วยด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลายลง เขาตัดการติดต่อแล้วเอนกายพิงเก้าอี้นึกถึงเจ้าของชื่อที่เลขาฯ เอ่ยถึงทั้งสองคน

อิงอรสาวสวยสุดเซ็กซี่ นักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ผู้คมเขี้ยวเปรี้ยวเข็ดฟัน ที่เพื่อนแนะนำให้รู้จักระหว่างปาร์ตี้สัปดาห์ก่อน เมื่อระลึกถึงสีหน้าเชื่อมั่นและแววตาท้าทายที่เธอทิ้งสายตาให้เขาก่อนแยกกันเมื่อคืนแล้ว ชายหนุ่มก็ยิ่งครึ้มใจ ดูซิว่าผ้าพันคอแอร์เมสที่ส่งไปกำนัลแต่เช้า จะถูกใจจนเธอยอมรับนัดไปดินเนอร์กับเขาคืนพรุ่งนี้หรือเปล่า

ในเมื่อยังไม่รู้แน่ชัดว่าอิงอรใช่ผู้หญิงในฝันของเขาหรือไม่ ระหว่างนี้เขาก็ต้องทำคะแนนไปเรื่อย ๆ รอให้อะไรชัดเจนกว่านี้สักนิด เขาคงจะตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสตรีผู้นั้นได้ง่ายขึ้น

ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ นึกถึงผู้หญิงอีกคนที่คอยอยู่ในห้องรับแขก มินตราต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง แม้ว่าการคบหากันระหว่างเขาและบุตรสาวคนเดียวของปลัดกระทรวงการคลังจะมีเหตุผลเริ่มต้นมาจากเรื่องผลประโยชน์ล้วน ๆ แต่ความสัมพันธ์ของเขากับมินตรากลับเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เมื่อแม่เริ่มคิดว่าเธอเหมาะจะเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านณัฐภัทร

ถ้าไม่ห่วงว่าจะกระทบกับแผนขยายบริษัท ชายหนุ่มคงถอยห่างจากมินตราตั้งนานแล้ว แต่นี่แผนควบรวมธนาคารเทพไท และธนาคารสินพาณิชย์ที่เขาหมายตาไว้กำลังเข้าที่เข้าทาง ซึ่งเรื่องแรกที่เขาต้องทำก็คือยื้อเวลาไม่ให้รัฐบาลเทเงินลงมาอุ้มสถาบันการเงินขนาดเล็กที่ขาดสภาพคล่องพวกนี้ เมื่อธนาคารขาดเงินหมุนเวียนในระบบ การที่เขาจะเข้าไปเจรจาขอซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการก็เป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญของแผนการนี้อยู่ตรงที่เขาต้องกล่อมให้บิดาของมินตราเห็นด้วยว่ารัฐบาลยังไม่ควรแทรกแซงกลไกตลาด ซึ่งยิ่งกระทรวงการคลังชะลอการอัดฉีดเงินลงมาเนิ่นช้ามากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีกับณัฐภัทรคอร์ปอเรชั่นมากขึ้นเท่านั้น!

ดังนั้นในระหว่างนี้การขัดใจหรือทำให้มินตราขุ่นข้องจึงไม่น่าเป็นความคิดที่ดีนัก เพราะมันอาจส่งผลกระทบทั้งกับบริษัทและกับความสุขที่แม่จะได้มีความหวังต่อไป ซึ่งสำหรับเขาแล้ว เรื่องหลังนั่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ชนวีร์มีสีหน้าหมายมาดขณะรุดไปยังห้องประชุมเล็กที่มีคนรอพบอยู่ ทันทีที่ผลักประตูเข้าไปภายใน หญิงสาวรูปร่างสมส่วน ผิวนวลสวยน่ารักในชุดเดรสเข้ารูปผ้าพลิ้วสีฟ้าจางปักดอกไม้เล็ก ๆ แลอ่อนหวานสมตัว ก็ลุกขึ้นส่งยิ้มให้เขาสีหน้ายินดี

ชนวีร์ชิงทักทายตั้งแต่ประตูยังไม่ทันปิดสนิทด้วยซ้ำ “โอ้โห...มินต์รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมกำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย”

“คุณวีร์ปากหวานอีกแล้วนะคะ” แม้จะกล่าวแก้เขิน แต่แก้มเธอกลับระเรื่อขึ้น

ชายหนุ่มแสร้งถอนใจ “ผมพูดจริงก็หาว่าปากหวาน แบบนี้น่ะกล่าวหากันชัด ๆ เลยนะครับ”

“หัวก็ยังไม่ล้านสักหน่อย ทำไมคุณวีร์ขี้ใจน้อยจังล่ะคะ” เธอหยอกเย้าแทนการแก้ตัว ก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บ่งบอกถึงความอาทร “คุณวีร์ประชุมตั้งแต่เช้าเลย เหนื่อยไหมคะ”

ชนวีร์ยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก แม้มินตราจะ ‘ธรรมดา’ เกินไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสียงอ่อน ๆ ของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่แสดงความห่วงใยนั้น ทำให้เขารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ยิน

สีหน้าของชายหนุ่มยามตอบมินตราจึงฉายชัดด้วยความพอใจ “ไม่เหนื่อยหรอกครับ แค่เห็นหน้ามินต์ก็หายเหนื่อยแล้ว” ชนวีร์ขยับเก้าอี้ให้หญิงสาว แล้วนั่งลงข้าง ๆ “มินต์อุตส่าห์ให้เกียรติแวะมาหาผมถึงนี่ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ”

“คุณพ่ออยากพบคุณวีร์น่ะค่ะ แม่เลยให้มินต์แวะมาเชิญไปรับประทานอาหารด้วยกัน วันพฤหัสฯ นี้ตอนมื้อเย็น คุณวีร์สะดวกไหมคะ”

ชนวีร์เอนกายมาข้างหน้า เท้าแขนลงบนเข่า พร้อมกับยิ้มใส่ตาหญิงสาว

“ถ้าจะให้ผมไปกินข้าวกับมินต์มะรืนนี้ กลางวันนี้มินต์ต้องอยู่กินข้าวกับผมก่อน ตกลงไหมครับ”

แม้มองออกว่าหญิงสาวยินดีที่เขาแสดงออกอย่างเปิดเผย แต่เธอก็ยังไม่วายไว้ท่า “งั้นคุณวีร์ก็ต้องไปชวนคุณพ่อกินข้าวกลางวันวันนี้แทนแล้วละค่ะ เพราะคนที่นัดคุณวีร์มะรืนนี้คือคุณพ่อต่างหาก ไม่ใช่มินต์”

ชนวีร์ลุกขึ้นยืน “ใครนัดก็ไม่รู้ละ แต่ถ้าไปแล้วไม่เจอมินต์ ผมก็กลับเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มหยอดคำหวานเป็นเชิงบอกว่าต้องการรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับเธอไม่ว่ามื้อใดก็ตาม เป็นผลให้มินตราปลื้มเปรมยิ่ง

เขายื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาว “ไปที่ห้องผมดีกว่า เดี๋ยวให้คุณสุสั่งอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาก็แล้วกันนะครับ”

หญิงสาววางมือลงไปง่าย ๆ ราวกับคุ้นเคยที่จะปฏิบัติต่อกันเช่นนี้ ชนวีร์บีบมือนุ่มนิ่มนั้นแผ่วเบา ผิดหวังเล็กน้อยที่สัมผัสของเธอไม่ทำให้หัวใจเขาอิ่มเอมเฉกที่หญิงสาวในความฝันผู้นั้นกระทำได้

ชายหนุ่มถอนหายใจ  รู้สึกถึงโพรงว่างอันกว้างมหาศาลที่ขยายตัวออกจนแทบท่วมท้นพื้นที่ภายใต้หน้าอกเบื้องซ้าย

เมื่อไรเขาถึงจะเจอผู้หญิงที่รักเขาได้มากมายอย่างในความฝันนั้นเสียที เธอผู้ที่จะมาทำให้ความเหงาพวกนี้จางหายไป

ชนวีร์นึกถึงผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หลายคนผ่านออกไปรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน ขณะที่บางคนยังคงว่ายวนแวะเวียนเข้ามา ‘สนุก’ กันเป็นครั้งคราว แต่ในบรรดาผู้หญิงเหล่านั้น กลับไม่มีใครที่ ‘ใช่’ เลยสักคน

หรือว่าเขาควรต้องทำใจเสียที ว่าเธอคนนั้นอาจไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้!

ผู้บริหารณัฐภัทรคอร์ปอเรชั่นทอดสายตามองแขกผู้มาเยือนที่กำลังพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ไม่ห่าง สีหน้ามินตราดูสุขใจแจ่มใสโดยไม่ปิดบัง

จะว่าไปแล้วมินตราก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ความรักของเธอคงพอทำให้เขามีความสุขได้บ้าง แม้อาจไม่เทียมเท่ากับสิ่งที่ผู้หญิงในความฝันคนนั้นทำได้ก็ตาม

แม่เองก็อยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เขาควรทำให้ความหวังของแม่เป็นจริงเสียที

ทั้งที่เฝ้าย้ำกับตัวเองเช่นนั้น แต่นักธุรกิจหนุ่มกลับหงุดหงิดกับคำถามที่แวบเข้ามาในใจ

นี่เขาสิ้นหวังกับการตามหาผู้หญิงในฝันคนนั้นแล้วจริงหรือ

​.


ทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางกรุงเทพฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งมีผู้คนมาช็อปปิ้งหนาตา แต่นักแสดงสาวชื่อดังกลับไม่ยี่หระต่อสายตาที่จับจ้องมองตามด้วยความสนใจใคร่รู้จากรอบกายเลยแม้แต่น้อย มิราวัลย์กรีดกรายคล้องแขนคู่ควงไปยังร้านอาหารอิตาเลียนร้านโปรด โดยชนวีร์ทำได้เพียงแค่เดินตามแรงดึงของเธอเท่านั้น

หลังรับประทานอาหารจานหลักเรียบร้อย หญิงสาวก็ตักเครปเนื้อนุ่มฉ่ำซอสส้มยื่นมาตรงหน้าให้อีกฝ่ายชิม ชนวีร์ซึ่งต้องการปะเหลาะให้เธอไปเซี่ยงไฮ้อยู่แล้ว จึงเอาใจด้วยการอ้าปากรับของหวานที่เธอป้อนให้ มิราวัลย์ยื่นหน้าข้ามโต๊ะไปจูบแก้มเขาเป็นการให้รางวัลที่ชายหนุ่มทำตัว ‘น่ารัก’

ชนวีร์ฉวยโอกาสที่เธอกำลังอารมณ์ดีรีบเปิดประเด็นทันที

“มีล่า เรื่องที่เราจะไปเคาต์ดาวน์กันตอนปีใหม่น่ะ ถ้าต้องเปลี่ยนที่เที่ยวกันนิดหน่อย มีล่าจะว่ายังไง”

มิราวัลย์พยักหน้าสบาย ๆ “วีร์ลองบอกมาก่อนสิคะว่าจะเปลี่ยนไปที่ไหน”

“เซี่ยงไฮ้ครับ เห็นหนังสือเดอะแทรเวลไกด์บุ๊กเพิ่งโหวตให้เป็นมหานครที่สวยแล้วก็ทันสมัยที่สุดในเอเชียเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ไปนะมีล่า ผมอยากให้คุณไปด้วยกัน” ชนวีร์ถือโอกาสรวบรัดทันที

มิราวัลย์ทำตาโตหัวเราะร่วนราวกับได้ยินเรื่องชวนขบขันที่สุด “นี่วีร์ล้อมีล่าเล่นใช่ไหมคะ”

ชนวีร์ส่ายหน้า บอกหญิงสาวไปตามตรงถึงสาเหตุที่ต้องไปเมืองจีน

ดาราสาวส่ายศีรษะยิก ทำสีหน้าสยดสยอง “ไม่ไหวละค่ะวีร์ มัน...” เธอกลอกตาหาคำอธิบายที่เหมาะใจ “ไม่ใช่ว่ามีล่าไม่อยากไปเที่ยวกับวีร์นะคะ แต่เมืองจีนนี่มันมีเรื่องที่ต้องทำใจมากไปหน่อย อีกอย่างมีล่าโทร.ไปลอนดอนบอกแด๊ดแล้วว่าจะกลับไปเคาต์ดาวน์ด้วยกัน เบี้ยวไม่ได้หรอกค่ะ แด๊ดโกรธตายเลย

“คุณไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ให้สนุกเถอะ แล้วกลับมาเล่าให้มีล่าฟังบ้างนะว่าหมวยเมืองจีนน่ะ ‘ฮอต’ ได้สักครึ่งของมีล่าหรือเปล่า” ท้ายประโยคเธอกระเซ้าด้วยวาจาเปิดเผย ชนิดที่ถ้าอภิญญาได้ยินคงต้องกุมขมับปวดหัวจี๊ด รับไม่ได้แน่นอน

หลังอาหารมิราวัลย์ชวนชายหนุ่มซึ่งหน้าบูดเพราะโดนขัดใจไปช็อปปิ้งต่อ ท่าทีไร้จริตและกิริยาเปิดเผยร่าเริงของเธอทำให้ชนวีร์ค่อยคลายความหงุดหงิดลงทีละน้อย เขามองกางเกงยีนที่สั้นแค่คืบอวดเรียวขาของหญิงสาวแล้วอดบ่นแบบแหย่แกมหยอกไม่ได้

“กางเกงคุณมันจะสั้นไปถึงไหนกันนะมีล่า ถ้าคุณแต่งตัวอย่างนี้ให้แม่ผมเห็น ท่านคงไม่รับคุณไปเป็นสะใภ้แน่”

“มีล่าก็ไม่อยากเป็นสะใภ้บ้านคุณหรอก” เธอทำท่าขนลุกขนพอง “แม่วีร์น่ะสตริ๊คมาก มีล่าเคยเจอท่านที่งานไหนก็ไม่รู้ โอย...ท่านมองเอา ๆ จนถ้ามีล่าเป็นหนังสือก็คงทะลุโบ๋ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายแล้วละ”

ชนวีร์หัวเราะขันคำเปรียบเปรยนั้น คงเพราะมิราวัลย์เป็นอย่างนี้ เขาถึงคบหากับเธอได้นานกว่าคู่ควงคนอื่น หญิงสาวไม่ชอบการผูกมัด เธอหัวสมัยใหม่ รักเสรี และพร้อมโลดแล่นไปกับใครก็ได้โดยไม่แคร์ว่าจะถูกมอง มิราวัลย์ไม่เคยเรียกร้องการผูกมัดจากเขา เท่ากับที่ไม่ต้องการให้เขาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเธอเช่นกัน

หญิงสาวเข้าออกห้องลองเสื้อเป็นว่าเล่น โดยมีชนวีร์คอยพยักหน้ายามเธอถามความเห็นจนถุงช็อปปิ้งในมือเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ถัดจากเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องสำอาง จุดหมายต่อไปก็คือร้านเครื่องประดับสุดหรู

ระหว่างรอเจ้าหน้าที่นำเครื่องประดับชิ้นที่เลือกออกมาให้ชม เสียงโทรศัพท์ของดาราสาวก็ดังขึ้น มิราวัลย์มองชื่อบนหน้าจอแล้วแยกไปนอกร้านรับสาย ชนวีร์จึงจำต้องเดินรอบร้านอัญมณีที่ส่องประกายเล่นล้อกับแสงไฟวิบวับเป็นการฆ่าเวลา

ชายหนุ่มเกือบมองผ่านของชิ้นนั้นไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความรู้สึกสะดุดตาอย่างประหลาด เขาทำสัญญาณเรียกพนักงานนำของจากในตู้กระจกออกมาให้พิจารณาอย่างใกล้ชิด

มันเป็นกำไลเรียบสีทองวาว ผิวด้านบนเป็นรอยกดลึกรูปวงกลม มีเส้นคาดกลางคล้ายหัวน็อต ฝังสลับเพชรห่างกันราวครึ่งนิ้วไปรอบวง ผิวกำไลสนิทแนบไร้รอยต่อ แต่หากพิจารณาใกล้ ๆ จะเห็นว่ากำไลบางส่วนทับซ้อน ใช้สกรูตัวเล็กย้ำปลายทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ซ่อนรอยต่อไว้ด้านในอย่างแนบเนียน ชายหนุ่มมิได้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และความเรียบหรูงดงามนั้น ทว่าเหตุผลที่ชายหนุ่มส่งบัตรเครดิตให้พนักงานขาย กลับเป็นคำอธิบายที่บอกว่ามันคือกำไลแห่งรักแท้ !

พนักงานรีบทำรายการชำระค่าสินค้าอย่างรวดเร็ว ชนวีร์เหลือบดูตัวเลขบนสลิปบัตรเครดิตแวบเดียว ก่อนจรดปลายปากกาเซ็นชื่อโดยไม่หวั่นไหวกับมูลค่าที่เกือบซื้อรถญี่ปุ่นคันเล็กได้ค่อนคันแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มปฏิเสธถุง รับกล่องกำมะหยี่มาใส่กระเป๋าด้านในของแจ็คเก็ตลำลองที่สวมอยู่ จากนั้นทำทีเดินชมสินค้าในร้านอย่างเพลิดเพลินราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่แล้วคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ...

อะไรทำให้เขาตัดสินใจซื้อกำไลวงนี้ มิราวัลย์งั้นหรือ

ชนวีร์เผลอถอนใจโดยไม่รู้ตัว เขาหันไปมองนักแสดงสาวที่ยังคงพูดโทรศัพท์อยู่หน้าร้านอย่างใคร่ครวญ

อย่างน้อยยามอยู่กับเธอ เขาก็มีความสุขมากกว่าตอนอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

บางที...ถ้าแม่ทำใจยอมรับมีล่าได้

ถ้าเธอยอมหยุดชีวิตเสรี

และถ้าเขาตัดสินใจว่าจะไม่คอย...สตรีในฝันผู้นั้นอีกต่อไป

หากว่าบรรดา ‘ถ้า’ ทั้งหมดมันเกิดลงตัวพ้องกันพอดี เขาอาจพบว่ามิราวัลย์คือรักแท้ของเขาก็ได้ !

ทั้งที่ภาพในใจยังคงพร่าเลือน และเขาเองก็ยังไม่มั่นใจนักว่า ‘รักแท้’ ของเขาอยู่ที่ผู้หญิงคนไหน แต่ชายหนุ่มกลับไม่เสียใจเลยที่ซื้อกำไลวงนี้มา เขารู้แค่ว่าเขาต้องทำอย่างนี้เท่านั้น

ไม่บ่อยนัก ที่นักธุรกิจอย่างเขาทำอะไรด้วยความรู้สึกอันอธิบายไม่ได้เช่นนี้

ชนวีร์แตะนิ้วบนอกเสื้อข้างซ้ายอันมีกล่องกำมะหยี่อยู่ด้านใน แนบมันเข้ากับหัวใจ ชั่ววินาทีนั้นเองที่เขารู้สึกได้ถึงความอิ่มเอมซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นภายใน ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อระลึกถึงความฝันของเขาอีกครั้ง


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

sds

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

สิริณจะลงให้อ่านจนจบ แล้วลบครึ่งเล่มนะคะ

.

ภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >> http://bit.ly/2U5XWXu

ookbee >> http://bit.ly/2YTz2Oh

Hytexts >> http://bit.ly/2I59t7z

.

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น