Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 5 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 5 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 86

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2563 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 5 [Rewrite]
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 5 

 

 

“คุณมาทำอะไรที่นี่!” เขมินท์ที่ตื่นแต่เช้าและลุกขึ้นมารดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านตามปกติก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่ตนเองไม่คาดคิดว่าจะเจอในยามเช้าแบบนี้ และพอตัวเขมินท์เอ่ยทักไปแบบนั้นร่างของตนเองก็ถูกจับลากออกมาจากรั้วบ้านอย่างไม่ยินยอมและพอพยายามจะดิ้นรนหนีแต่ก็ไม่เป็นผลแถมยังถูกเหวี่ยงลงพื้นเพราะผู้ชายคนนั้นรำคาญใจอีกแม้ว่าตอนที่ผลักเขมินท์ฝ่ายนั้นจะมีท่าทางตกใจเล็กน้อยก็ตาม 

 

“นึกว่าฉันอยากมารึไง บ้านโกโรโกโสกับคนแบบนาย” 

 

“คนแบบคุณน่ะสิที่ผมไม่ได้อยากเจอ แล้วการที่คุณมาทำแบบนี้คุณมันก็แย่ไม่ต่างกันคุณเตชิต!” เขมินท์ลุกขึ้นจากพื้นอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนจะประชันหน้าสบตากับเตชิตผู้ชายที่ยอดแย่ที่สุดในชีวิตที่ตนเองเคยเจอ 

 

“นายไปเป่าหูอะไรคุณแม่ฉัน ใช้มารยาเพื่อที่จะได้แต่งงานกับฉันรึไง แผนโง่ๆคิดว่าคนอย่างฉันดูไม่ออกรึไงเขมินท์” 

 

“ผมไม่ได้ทำแบบที่คุณกล่าวหาสักนิดคุณเตชิต ถ้าคุณจะมาพูดเรื่องแค่นี้ก็เชิญกลับไปได้แล้ว บ้านของผมไม่ต้อนรับผู้ชายอย่างคุณ” เขมินท์บอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านแต่ก็ไม่ทันเพราะเตชิตเดินตามเข้ามากระชากแขนไว้ก่อน 

 

“หยุดทำแบบนี้สักทีคุณเตชิต ผมเจ็บ!” เขมินท์รู้สึกเจ็บจริงๆเพราะเตชิตบีบแรงจนเหมือนกระดูกข้อมือของเขมินท์จะแตกคามือของเตชิต  

 

คนป่าเถื่อน! 

 

“ฉันจะเอาลูกไปเลี้ยงเองแล้วเราสองคนก็จะไม่มีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก” 

 

“ผมไม่ให้ คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เขาเป็นลูกของผมคนเดียว!” 

 

“งั้นฉันจะแย่งลูกมาจากนาย” 

 

“ไม่มีวัน สำหรับโมเดลคุณมันก็แค่คนแปลกหน้า” เขมินท์บอกก่อนจะใช้แรงทั้งหมดสะบัดตัวให้หลุดจากเตชิตก่อนจะรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อไม่ให้เตชิตจับตัวได้อีก แต่ตนเองนั้นก็ประมาทเกินไปเพราะเตชิตสามารถตามเข้ามาในตัวบ้านได้ทันและก็ได้เจอกับโมเดลที่เดินงัวเงียลงมาที่ชั้นล่างพอดี คนทั้งคู่ที่มีสายเลือดเดียวกันต่างสบตากันแน่นิ่งแต่เขมินท์ก็ขยับกายเข้าไปขัดขวางทั้งคู่และก็รีบเข้าไปอุ้มลูกขึ้นมาไว้กับตัวเองแน่น 

 

“คุณแม่ คุณลุงคนนี้ใครครับ” โมเดลถามด้วยความรู้สึกสงสัย แต่ความอบอุ่นภายในใจของเด็กน้อยที่เกิดขึ้นและยิ่งพอได้มองและสบตากับคุณลุงตรงหน้าโมเดลก็อยากจะเข้าไปใกล้มากกว่านี้ 

 

“คนรู้จักคุณแม่ครับ โมเดลยังง่วงนอนอยู่มั้ยครับคนเก่ง ยังเช้าอยู่เลยขึ้นไปนอนต่อได้นะครับ” 

 

“ฉันไม่ใช่คนรู้จักของแม่นาย แต่ฉันคือพ่อของนาย” 

 

“คุณเตชิต!!” 

 

“พ่อของโมเดลเหรอครับ” โมเดลถามย้ำพร้อมรอยยิ้ม โมเดลรู้ว่าพ่อคืออะไร แม้คุณแม่จะบอกว่าพ่อไม่อยู่แล้วตั้งแต่โมเดลจำความได้ แต่พอคุณลุงคนนี้บอกว่าเป็นคุณพ่อของโมเดล โมเดลก็อดที่จะดีใจไม่ได้ โมเดลมีพ่อเหมือนคนอื่นแล้ว 

 

“ใช่ ฉันเป็นพ่อของนาย ใช่มั้ยเขมินท์ หึ!” 

 

“โมเดลไปหาคุณพ่อได้มั้ยครับคุณแม่” 

 

“แม่ว่าอย่าดีกว่าครับ คุณพ่อเค้าคงไม่สะดวก อีกอย่างโมเดลเพิ่งตื่นนอนด้วย ไปล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับ” 

 

“ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ มาหาพ่อของนายสิโมเดล” เตชิตยื่นมือเข้าหาเด็กชายในสายเลือดแท้ๆของตนเอง เด็กที่มีหน้าตาคล้ายคลึงเตชิตในช่วงวัยเด็กให้เข้ามาหา  

 

เตชิตนอนคิดมาทั้งคืนว่าจะมาเอาลูกไปอยู่ด้วย เพราะตนเองนั้นจะไม่มีวันยอมแต่งงานเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นเขมินท์หรือกับใครก็ตาม และถ้าได้ลูกมาอยู่ในการดูแลของเตชิตแล้ว ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่แต่งงานคราวนี้ตระกูลของเตชิตก็จะมีผู้สืบทอดอยู่ดีและคุณแม่ก็จะไม่สามารถบังคับเตชิตอีกได้ต่อไป 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลอยากหาคุณพ่อ” 

 

“โมเดลไม่รักคุณแม่แล้วเหรอครับถึงต้องการที่จะไปหาผู้ชายคนนั้น” เขมินท์ถามลูกชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆเล็กน้อย พอได้ยินว่าลูกชายต้องการไปหาเตชิตความกลัวก็เข้าครอบงำจิตใจของตัวเองเต็มไปหมด  

 

เรื่องทุกอย่างในวันนี้มันเกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เขมินท์ไม่พร้อมที่จะให้ลูกได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือพ่อของเค้า 

 

“โมเดลรักคุณแม่ครับ แล้วโมเดลรักคุณพ่อด้วยไม่ได้เหรอครับ” 

 

“นั่นสิ นายไม่ควรจะกีดกันลูกกับพ่อของเค้านะ” 

 

“คุณเงียบไปเลย!” 

 

“ทำไมต้องคุยกันเสียงดังด้วยครับ อย่าทะเลาะกันสิครับ” 

 

“ไม่ได้ทะเลาะครับคนเก่ง คุณแม่ขอโทษแต่ว่าคนเก่งของคุณแม่ขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟันนะครับจะได้ลงมากินข้าวเช้า” 

 

“ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวโมเดลลงมานะครับคุณพ่อ” 

 

“ได้สิ แล้วเจอกันลูกของพ่อ” 

 

พอโมเดลยอมขึ้นไปอาบน้ำแล้ว เขมินท์ก็ยืนจ้องหน้าเตชิตด้วยความไม่ชอบใจ ตนเองนั้นเคยบอกลูกแล้วว่าพ่อของเค้าตายไปแล้วและก็คิดว่าตลอดว่าลูกชายนั้นเชื่อคำพูดของตนเองจนเผลอวางใจในเรื่องนี้ แต่พอวันนี้โมเดลได้เจอกับเตชิต โมเดลก็ลืมสิ่งที่เขมินท์เคยบอกไปหมดสิ้นว่าพ่อแท้ๆไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่นั่นมันก็อาจจะเป็นเพราะสายใยพ่อลูกที่ทำให้โมเดลเชื่อว่าเตชิตคือพ่อของตนเองจริงๆ แต่นี่มันเป็นสิ่งไม่ถูกต้องเลยสักนิดเพราะจู่ๆเตชิตก็โผล่เข้ามาเพื่อจะแย่งลูก เขมินท์ไม่มีทางยอมอย่างเด็ดขาด! 

 

“หึ! กลัวลูกจะไปกับฉันรึไง” 

 

“ผมไม่ได้กลัว แค่คิดว่าคุณก็หน้าด้านดีนะครับ จู่ๆก็อยากจะเป็นพ่อคนขึ้นมา แต่คงลืมไปว่าลูกเกิดมาได้จนโตขนาดนี้โดยไม่มีพ่อช่วยดูแล จนลืมไปว่าบางทีคนเป็นพ่อก็ไม่ได้สำคัญ”  

 

“เดี๋ยวนี้ต่อปากต่อคำเก่งจังนะเขมินท์ แต่ก็ดีแบบนี้จะได้สนุก” 

 

“คุณมันบ้า ออกไปจากบ้านผมได้แล้ว ไม่งั้นผมจะเรียกตำรวจ” 

 

“งั้นก็เรียกมาสิ เพราะฉันไม่กลับ และคิดว่าตำรวจจะทำอะไรฉันได้รึไง ชงกาแฟมาให้ฉันด้วย ฉันจะไปนั่งรอลูกที่ห้องนั่งเล่น” เตชิตพูดจบก็เดินหนีเขมินท์ไปที่ห้องนั่งเล่นทันทีโดยไม่สนใจว่าเขมินท์จะมองตามด้วยความไม่ชอบใจ และเพราะแบบนั้นตัวของเขมินท์เองก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้เพราะหน้าที่การงานก็ค้ำคอแถมตอนนี้ที่บริษัทยังต้องทำงานร่วมกันอีกพักใหญ่และบริษัทของเตชิตก็ทุนหนามากๆ ถ้าหากเตชิตยกเลิกโปรเจคที่ทำร่วมกันเขมินท์คงรู้สึกผิดกับพี่บอสไม่น้อยเลย……  

 

 

 

ระหว่างที่รอลูกชายอาบน้ำ เขมินท์ก็เตรียมอาหารเช้าให้ลูกชาย พร้อมชงกาแฟไปให้บุคคลที่ไม่ได้ต้อนรับด้วยอย่างไม่เต็มใจเท่าไร แต่การเป็นเจ้าของบ้านที่ดีก็ต้องต้อนรับแม้ไม่เต็มใจก็ตาม 

 

“ทำอาหารเช้าเผื่อฉันด้วย” 

 

“นี่คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ ผมไม่ได้เชิญคุณมาสักหน่อย ทำไมต้องทำเผื่อ” 

 

“เพราะฉันสั่งไง” 

 

“คุณไม่ใช่เจ้านายผม” 

 

“แต่ฉันเป็นคนที่เจ้านายของนายเกรงใจเผื่อนายจะลืมไปนะ” ถ้าเขมินท์แข็งแกร่งมากกว่านี้ ตนเองนั้นคงจะเอาเล็บตะกุยหน้าผู้ชายตรงหน้าให้หมดสภาพเลยสาบานได้!  

 

ไอ้คนไม่มีความเกรงใจคนอื่น! 

 

หลังจากที่ปะทะคารมกับเตชิตรอบที่สามจบลงเขมินท์กลับเตรียมอาหารเช้าต่อ สักพักก็ได้ยินเสียงลูกชายลงมาแต่ก็ไม่ได้เข้ามาหาตนเองจนเขมินท์ต้องเดินออกมาดูอีกครั้ง และก็เห็นว่าโมเดลกำลังเอาอัลบั้มรูปของตนเองมาอวดให้เตชิตดูอยู่ เขมินท์เลยเดินไปหยิบมาเก็บไว้กับตัว 

 

เขมินท์ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เห็นโมเดลที่น่ารักไปมากกว่านี้! 

 

“คุณแม่ทำอะไรครับ โมเดลกำลังให้คุณพ่อดูรูปของโมเดลอยู่” 

 

“ถึงเวลากินข้าวแล้วครับ โมเดลควรรีบไปกินข้าวนะครับ” 

 

“ก็ได้ครับ คุณพ่อไปกินข้าวกับโมเดลนะครับ คุณแม่อาหารทำอร่อยมากๆเลย” โมเดลจับมือของเตชิตให้เดินตามมาที่ห้องครัวที่มีข้าวต้มหมูสับส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปทั่วห้อง เตชิตเองก็มองดูข้าวต้มถ้วยที่สามที่เขมินท์ทำในส่วนของตนเองอย่างพึงพอใจก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากด้วยความรู้สึกชนะและคงจะรู้สึกชนะมากกว่านี้ถ้าเตชิตเอาลูกมาเป็นของตัวเองคนเดียวได้! 

 

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เขมินท์ก็ไม่ยอมปล่อยให้ลูกชายได้อยู่กับเตชิตสองต่อสอง เพราะตนเองนั้นไม่อาจจะวางใจผู้ชายร้ายกาจคนนี้ได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวและถ้าหากตนเองเผลอคลาดสายตาแค่เพียงนิดเดียวผู้ชายคนนี้ก็อาจจะขโมยลูกชายหนีหายไปก็ได้ 

 

“คุณพ่อครับ คุณพ่อกับคุณแม่ทำไมไม่ได้อยู่ด้วยกันครับ คุณพ่อไม่รักคุณแม่เหรอครับ” คำถามที่โมเดลเอ่ยถามขึ้นมาทำให้เตชิตและเขมินท์นิ่งเงียบไป ก่อนที่เขมินท์และเตชิตจะเผลอสบตากันชั่วครู่และก็เป็นตัวของเขมินท์เองที่เป็นคนหลบตาหนีและก็พยายามคิดหาคำตอบเพื่อที่จะตอบลูกชายโดยไม่กระทบเข้ากับจิตใจของลูกน้อย แต่ถึงแบบนั้นก็ตอบไม่ทันผู้ชายร้ายกาจอย่างเตชิตที่โกหกปั้นน้ำเป็นตัวให้ลูกชายฟัง 

 

“เพราะคุณแม่ของโมเดลเค้าไม่อยากอยู่กับพ่อไง เค้าเลยพาโมเดลหนีพ่อมา” 

 

“คุณเตชิต! คุณหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” 

 

“ทำไมคุณแม่ไม่อยากอยู่กับคุณพ่อล่ะครับ คุณแม่ไม่รักคุณพ่อเหรอ” โมเดลเงยหน้าถามคุณแม่ของตนเองด้วยความสงสัย โมเดลไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรที่จะนั่งคุยกับผู้เป็นพ่อเพราะลึกๆในใจของเด็กน้อยก็อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ พอพ่อของตนเองกลับมาหาโมเดลก็ดีใจและหวังว่าคุณแม่กับคุณพ่อของตนเองจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนนิทานที่คุณแม่อ่านให้ฟังก่อนนอนทุกคืน 

 

“โมเดลครับมาหาคุณแม่นะครับ คุณแม่จะบอกสิ่งที่โมเดลสงสัย” 

 

“ไม่ต้องไปหรอกครับโมเดล เดี๋ยวพ่อจะบอกให้ฟังเอง” สายตาของเขมินท์และเตชิตฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้เขมินท์จะส่งยิ้มหวานให้ลูกชายแต่สำหรับเตชิตนั้นเขมินท์มีแต่ความไม่พอใจส่งไปให้และสิ่งที่เตชิตจะพูด ตนเองนั้นเดาไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร! 

 

“งั้นทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะครับ” 

 

“เพราะพ่อไม่รู้ว่ามีโมเดลไงครับ คุณแม่ของโมเดลเค้าปิดบังพ่อไว้จนพ่อมารู้ว่ามีโมเดล พ่อถึงมาหาโมเดลไงครับ” 

 

“งั้นแสดงว่าต่อไปนี้คุณพ่อจะมาอยู่กับโมเดลเหรอครับ” 

 

“แต่คุณพ่ออยากให้โมเดลไปอยู่ที่บ้านพ่อมากกว่า บ้านพ่อหลังใหญ่มาก มีสวนกว้างๆให้โมเดลวิ่งเล่นได้สบายๆ มีสระว่ายน้ำด้วย” เตชิตพยายามล่อลวงลูกชายในสายเลือดทุกอย่าง เพราะตนเองนั้นก็รับรู้จากเอกสารข้อมูลของโมเดลแล้วว่า โมเดลเป็นเด็กที่มีไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วไป การที่จะพาโมเดลไปอยู่กับตนเองก็คงไม่ยากแค่เตชิตอาจจะต้องใช้เวลาในการหว่านล้อมลูกชายสักหน่อยก็เท่านั้นเอง 

 

“โมเดลครับ คุณแม่ขอพาตัวคุณพ่อของโมเดลออกไปคุยส่วนตัวแปปนึงนะครับ” เขมินท์ที่ไม่อาจนั่งทนฟังอีกต่อไปได้ก็ขัดจังหวะของเตชิตที่กำลังเอ่ยชักชวนลูกชายให้ไปอยู่ด้วยโดยการดึงตัวเตชิตให้ออกไปคุยกันสองต่อสอง ซึ่งพอออกจากห้องนั่งเล่นและพ้นสายตาของโมเดล เขมินท์ก็อดที่จะฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของอีกฝ่ายเต็มๆแรงไม่ได้อีกครั้ง  

 

เพี๊ยะ! 

 

“คุณมันเลว กล้าพูดโกหกโมเดลได้ยังไง ไม่ละอายแก่ใจบ้างเหรอ ที่โมเดลเกิดมานั่นก็เป็นเพราะอุบัติเหตุในคืนนั้นเท่านั้นและคุณก็ไม่ได้ต้องการที่จะรับผิดชอบอะไรเสียด้วยซ้ำ ทำไมตอนนี้กล้าพูดโกหกแบบหน้าด้านๆได้” 

 

“นายตบฉันเป็นครั้งที่สองแล้วนะเขมินท์ คนแบบนายไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับฉันด้วยซ้ำ ฉันจะพูดโกหกลูกยังไงก็ได้ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของฉันและเพราะฉันเป็นพ่อของเค้าฉันมีสิทธิ์ในการที่จะพาเค้าไปอยู่ด้วย และฉันจะให้โอกาสนายได้เลี้ยงดูลูกต่อแต่นายต้องยอมไปอยู่ที่บ้านฉันถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะให้ทนายฟ้องร้องเรื่องสิทธิในการเลี้ยงดู นายอาจจะได้เปรียบที่เป็นแม่แต่อย่าลืมว่าอำนาจเงินของฉันทำได้ทุกอย่าง ทำได้แม้กระทั่งให้นายไม่ได้เจอหน้าลูกอีกและถ้าหากนายจะไปขอร้องให้คุณแม่ฉันช่วยก็จงจำไว้ว่าถ้าฉันจะไม่ทำตามคุณแม่ และคุณแม่ก็ช่วยนายไม่ได้ จำไว้!” เตชิตเอ่ยบอกก่อนจะผลักตัวเขมินท์ให้พ้นทางของตนเองและเดินกลับเข้าไปหาลูกชาย  

 

นี่ก็ถือว่าเตชิตใจดีกับคนแบบเขมินท์ที่สุดแล้ว เตชิตยังมีทางเลือกไว้ให้เขมินท์ได้ทำเพราะยังไงเตชิตก็คิดว่าถ้าโมเดลมีคนเป็นแม่อยู่ด้วยก็คงจะดีกว่าที่เตชิตจะเลี้ยงเอง และการเสนอทางเลือกไปแบบนั้นแน่นอนว่าถ้าเขมินท์ปฏิเสธ ตนเองนั้นก็จะทำตามที่พูดจริงๆไม่ว่าคุณแม่จะมาช่วยแต่เตชิตก็สามารถใช้วิธีสกปรกทุกวิธีเพื่อชนะได้อยู่ดี! 

 

“โมเดลครับ วันนี้พ่อจะกลับก่อน เดี๋ยววันหลังพ่อจะมารับโมเดลกับแม่ของโมเดลไปอยู่ด้วยนะครับ” พอเข้ามาในห้องและดูลูกชายวาดรูปเล่นได้สักพักก็มีโทรศัพท์จากชัชวาลเข้ามาว่ามีเอกสารให้เซ็นด่วนเตชิตเลยต้องกลับก่อน แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยบอกลูกชายถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ 

 

“โมเดลจะรอนะครับ ใช่มั้ยครับคุณแม่”  

 

“ครับคนเก่ง” 

 

“หวังว่าคงไม่ลืมที่ฉันพูดนะเขมินท์อีกสามวันฉันจะมาฟังคำตอบและหวังว่าจะทำตามข้อเสนอ” ก่อนจะออกไปจากบ้านหลังนี้เตชิตก็ไม่ลืมที่จะมาเดินกระซิบบอกกับเขมินท์เบาๆอีกครั้ง และเขมินท์ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากเมินเตชิตและเข้าไปหาลูกชายแทน จนเตชิตไปพ้นจากตัวบ้านเขมินท์ก็ต้องนั่งกุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมากับสิ่งที่เตชิตทิ้งไว้ก่อนไป  

 

เขมินท์จะทำยังไงดี เขมินท์รู้ว่าคนแบบเตชิตทำได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการอยู่แล้ว เขมินท์มองไม่เห็นทางเลือกจริงๆ เพราะยังไงสุดท้ายมันก็มีแค่ทางเดียวที่ต้องเลือก….. 

 

“คุณแม่ไม่สบายเหรอครับ” โมเดลถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นคุณแม่ใช้มือบีบนวดที่ขมับอยู่บนโซฟา 

 

“เปล่าครับ คุณแม่แค่ปวดหัวนิดหน่อย โมเดลครับมานั่งใกล้ๆคุณแม่หน่อยครับ คุณแม่มีเรื่องจะถาม” 

 

“เรื่องอะไรเหรอครับ” 

 

“โมเดลรักคุณพ่อมั้ยครับ คุณพ่อที่โมเดลพึ่งเคยเจอในวันนี้” 

 

“รักครับ โมเดลรักคุณพ่อ” 

 

“แม้ว่าคุณพ่อของโมเดลจะไม่ได้เลี้ยงมาเหรอครับ” 

 

“ครับ โมเดลอยากมีคุณพ่อคุณแม่ อยากอยู่ด้วยกันเหมือนในนิทานที่คุณแม่อ่านให้ฟังก่อนนอน” 

 

“ครับคนเก่ง คุณแม่เข้าใจแล้วครับ คุณแม่จะพยายามนะครับ”  

 

เขมินท์ลูบหัวลูกชายก่อนจะจูบลงบนหน้าผากของลูกชายเบาๆ คำตอบของลูกชายทำให้เขมินท์คิดหนัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนเองนั้นคิดว่าเลี้ยงลูกคนเดียวคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเด็กในสังคมก็มีเด็กหลายคนที่ขาดพ่อก็สามารถเติบโตขึ้นมาอย่างดีได้ แต่ตัวเขมินท์นั้นคงคิดผิด เด็กทุกคนก็ต้องการครอบครัวที่สมบูรณ์ ครอบครัวที่มีทั้งพ่อและแม่ เพราะแบบนี้การที่เตชิตโผล่มาทำให้โมเดลดีใจมากกว่าที่จะรู้สึกกลัวคนเป็นพ่อ และในตอนนี้โมเดลก็รับรู้ว่าตนเองมีพ่อแล้วและเขมินท์ก็คงไม่สามารถห้ามลูกให้เจอกับพ่อได้อีกต่อไป…. 

 

 

 

..............................................................100%..................................................... 

อิพี่เต อิคนร้ายกาจจจจจ 

ความคิดเห็น